cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 85 คุณมาจากหน่วยอะไร

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 85 คุณมาจากหน่วยอะไร
Prev
Next

บทที่ 85: คุณมาจากหน่วยอะไร?

ครืนน ครืนน ครืนน…บ้านพักทั้งหลังสั่นไหวควบคู่ไปกับพลังหยินที่กระเพื่อม แม้ว่าทุกอย่างจะมองไม่เห็นจากด้านนอก แต่ฉินเย่ก็ไม่สามารถเมินเฉยได้อีกต่อไปตะโกนขึ้น “มันเกิดอะไรขึ้น?!”

มันดูคล้ายกับว่าเขากำลังถามคนอื่น ๆ แต่อาร์ทิสรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังถามคำถามนี้กับตน นางจึงเอ่ยว่า “ลมหายใจ”

“ลมหายใจของตัวตนลึกลับนั่น มันคือ… ผี ทว่าถึงจะมีชื่อว่าภูตผี หากแต่มันยังมีชีวิตอยู่ !!”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นตกตะลึงและถามอีกครั้ง “ซินดราโกซา? มังกรน้ำแข็ง? [1]”

“เจ้าเชื่อหรือไม่ว่าข้า…”

ตู้ม!!

ทว่าก่อนที่อาร์ทิสจะสามารถปลดปล่อยความโกรธเกรี้ยวของตนที่มีต่อฉินเย่ พื้นที่พวกเขายืนอยู่ก็สั่นไหวอย่างรุนแรง และเกิดเป็นช่องว่างที่กลืนร่างของคนทั้งหมดลงไปทันที

ในเวลาเดียวกันกับที่ม่านพลังได้พังทลายลง การเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันก็ดึงดูดความสนใจของเหล่าทหารยามในทันที กองทหารทั้งหมดตกตะลึงและตื่นตระหนกทันที

“เกิดอะไรขึ้น?” พันตรีผู้หนึ่งที่ประจำการอยู่มองดูกลุ่มควันที่ปะทุออกมาจากชั้นหนึ่งของบ้านพักคนชราอย่างประหลาดใจ ไม่กี่วินาทีถัดมา เขาก็ยืดตัวขึ้นและตะโกนว่า “เร็วเข้า! รีบรายงานไปที่หน่วยสอบสวนพิเศษเดี๋ยวนี้….”

“ไม่จำเป็น” น้ำเสียงนิ่งเรียบดังขึ้นแทรกก่อนที่พันตรีผู้นั้นจะเอ่ยจบ เวลานี้…โจวเซียนหลงยืนอยู่ด้านหลังของอีกฝ่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ทางหน่วยสอบสวนพิเศษของเราจะรับผิดชอบต่อเอง” โจวเซียนหลงยังคงออกคำสั่งอย่างเป็นระบบ “รีบดึงภาพจากกล้องวงจรผิดที่อยู่บริเวณใกล้เคียงและส่งมาที่นี่ทันที ไม่ว่ามันจะอยู่ไกลเท่าไหร่ก็แล้วแต่ ตราบใดที่อยู่ในรัศมี 300 เมตรจากเขตไล่ลาที่ 4 ผมต้องการมันทั้งหมด”

หลังจากนั้นไม่นาน สำเนาภาพของวิดีโอต่าง ๆ ก็ถูกส่งเข้ามา โจวเซียนหลงและเจ้าหน้าที่อีกสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลังของเขาก็เริ่มทำงานของตนทันที

แกร็ก แกร็ก แกร็ก…เสียงกดแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็วดังขึ้นไม่หยุดหย่อน หลายนาทีต่อมา ภาพของฉินเย่และคนอื่น ๆ ที่ทำท่าราวกับทาร์ซานก็ถูกฉายขึ้นบนหน้าจอ

“เจ้าพวกตัวปัญหา…” โจวเซียนหลงผงะไปก่อนจะเอ่ยลอดไรฟันอย่างเดือดดาล “ทำไมพวกเราถึงมักจะดึงดูดพวกเด็กที่ชอบสร้างความวุ่นวายนักนะ…ตรวจสอบเดี๋ยวนี้! ผมอยากรู้ว่าพวกเขามาจากหน่วยไหน!…เดี๋ยวนะ…ซูมเข้าไปใกล้ ๆ สิ ผมคิดว่าผมรู้แล้วว่าพวกเขาเป็นใคร….”

และมันก็ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากชายผู้สร้างความประทับใจอย่างไม่สามารถลบเลือนอย่าง S9527 รวมถึง…

“แล้วก็ไอ้พวกเด็กเวรจากทีมเปลวเพลิง” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเจือไปด้วยความโกรธขณะที่เขาหยินโทรศัพท์ขึ้นมาและกดหมายเลขโทรออก “ผู้อำนวยการสวี่ ผมเอง…คุณคงต้องเตือนอาจารย์คนใหม่ของคุณบ้างแล้ว….ว่าไงนะ? การฝึกสอนยังไม่เริ่ม? ถ้าอย่างนั้นพวกเราคงต้องทำทุกอย่างเท่าที่สามารถทำได้ เพื่อเพิ่มความหนักหน่วงในการฝึกให้พวกเขาทันทีที่เริ่มขึ้นแล้วล่ะครับ!”

“….เกิดอะไรขึ้นน่ะหรือ? ฮ่าๆๆ การลอบเข้าเขตไล่ล่าที่ 4 ในกลางดึกนี่นับรวมด้วยหรือเปล่าล่ะครับ? หักคะแนนความดีเป็นเวลาหนึ่งเดือนและลงโทษเล็ก ๆ น้อย ๆ”

เมื่อเอ่ยจบ เขาก็กลับหลังหันและเดินจากไป

“ท่านครับ…” หลังจากที่เดินออกมาจากกองทหาร ชายที่อยู่ด้านหลังของเขาก็เอ่ยขึ้นด้วยเสียงที่ไม่ดังนักว่า “แต่มันคือเขตไล่ล่าที่ 4 นะครับ….ด้วยลักษณะเฉพาะของมัน….”

“ผมรู้” โจวเซียนหลงเอ่ยด้วยรอยยิ้มที่น่ากลัวบนใบหน้า “แต่…ผมเกรงว่าบทลงโทษที่หนักกว่านี้คงกำลังรอพวกเขาอยู่ด้านล่างแล้ว”

“เด็กพวกนี้ค่อนข้างมีฝีมือสินะ? พวกเขายังสามารถหาทางลับ เพื่อลงไปด้านล่างเจอด้วย….คุณรู้หรือเปล่าว่าเพราะอะไรผมถึงไม่สั่งลงโทษสถานหนักกับพวกเขา?”

บทสนทนาดำเนินไปอย่างรวดเร็วจนผู้ที่เดินตามหลังไม่สามารถตามทัน “เพราะอะไรครับ?”

โจวเซียนหลงไม่ได้สนใจอีกฝ่าย เขาเพียงมองไปยังท้องฟ้ายามค่ำคืนอันห่างไกลพร้อมกับพึมพำเบาๆว่า “การมีความคิดริเริ่มและความสร้างสรรค์นั้นเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การยกย่อง เราต้องการทหารเช่นนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลาแบบนี้”

“เราต้องการกระสุนปืนใหญ่ แต่สิ่งที่พวกเราต้องการมากกว่าก็คือหัวกะทิ”

…………………………………………………….

ตุบ…พื้นด้านล่างของบ้านพักคนชราไปอยู่ต่ำกว่าระดับพื้นดินมากนัก พวกเขาตกลงมาประมาณสิบเมตรเท่านั้น และความสูงเพียงเท่านั้นก็แทบจะไม่ใช่สิ่งที่เจ้าหน้าที่ขั้นนักล่าวิญญาณต้องกังวลเลยสักนิด พวกเขาปรับท่าทางและร่วงลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย

“นี่มัน…” คนทั้งหมดต่างตกตะลึงกับสิ่งแรกที่พวกตนได้เห็น

ประตูหิน…

มันคือประตูหินโบราณที่ถูกสลักด้วยลวดลายซับซ้อน ฉินเย่ขมวดคิ้วยุ่งและคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขามั่นใจว่าตัวเองเคยเห็นลวดลายพวกนี้ที่ห้องลับของเชาโยวเต๋ามาก่อน

ใต้เมืองเป่าอัน…มีสุสานที่ใหญ่ขนาดนี้อยู่ด้วยหรือ?

ฉินเย่สลัดข้อสันนิษฐานบ้าบอในหัวของตัวเองออกไปและเดินเข้าไปสังเกตประตูใกล้ ๆ

โคมไฟสีทองสองดวงส่องสว่างอยู่ทั้งสองด้านของประตู นอกเหนือจากนั้น ทุกอย่างรอบตัวไม่มีอะไรนอกจากกำแพงหิน

“นี่เป็นทางที่มนุษย์สร้างขึ้น และมันก็อยู่ที่นี่มาเป็นเวลานาน…แต่ก็ไม่ได้นานขนาดนั้น ผมคิดว่าน่าจะประมาณร้อยปี” ซู่เฟิงตรวจสอบจากเศษฝุ่นที่เกาะอยู่และเอ่ยต่อว่า “เราควรเปิดมันหรือเปล่า?”

แน่นอน

มาถึงตรงนี้ พวกเขาย่อมรู้ดีว่าคะแนนความดีมหาศาลได้มากองรวมอยู่ตรงหน้าของพวกเขาและ และมันก็ไม่มีใครที่คิดจะถอยกลับแน่นอน

แม้จะมีประตูหินที่หนาตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ทุกคนที่นี่ต่างสัมผัสได้ถึงพลังหยินอันยิ่งใหญ่และไร้ขอบเขตมาจากอีกด้านหนึ่งของประตู ทุกจังหวะการหายใจของสิ่งมีชีวิตที่อยู่ด้านในล้วนทำให้เลือดในกายของพวกเขาเดือดพล่าน ขณะที่ความเย็นยะเยือกไล่ไปตามกระดูกสันหลัง

มันเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดเดาได้

ทุกคนหันไปมองฉินเย่

“ผมเหรอ? เปิดประตูเนี่ยนะ?” ฉินเย่ผงะไป เขาชี้นิ้วเข้าหาตัวด้วยแววตาที่สั่นระริก “นั่นมันไม่เกินไปหรือไง?”

หากมีสายฟ้านับพันยิ่งออกมาทันทีที่เขาเปิดประตูล่ะ? หรืออาจจะมีกรงเล็กที่แหลมคมหลุดออกมาและทำให้เขาตายล่ะ?

ซู่เฟิงพยักหน้าอย่างหนักแน่น ในความคิดของพวกเขา มันเป็นเรื่องธรรมที่คนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มจะอาสาลงมือในช่วงเวลาที่สำคัญแบบนี้

นี่คือสิทธิพิเศษของผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด

“ขอร้องละ!”

เมื่อเผชิญหน้ากับคำขอร้องของเจ้าหน้าที่ระดับ S ทั้งสี่ ฉินเองก็ทำได้เพียงสบถออกมาในใจ

“ถ้าผมตายที่นี่ รู้เอาไว้เลยว่ามันเป็นเพราะพวกคุณ….” เขาพึมพำอย่างไม่พอใจ หลังจากสูดหายใจเข้าออกอยู่หลายครั้ง ฉินเย่ก็เดินเข้าไปใกล้บานประตูอย่างระมัดระวัง เล็งไปที่ประตู จากนั้น….

จิ้มนิ้วของตัวเองไปที่ประตูหิน

จากนั้น ด้วยความเร็วที่เทียบเท่าสายฟ้า เขากระโดดหลบไปข้างกำแพง พยายามอย่างเต็มที่ที่จะรวมตัวเป็นหนึ่งเดียวกับมัน

“……” ทุกคน

“ผมว่า…คุณควรจะผลักมันมากกว่าจิ้มมันนะ…” หลินฮั่นเอ่ยอย่างหวังดี

ฉินเย่เพียงเหลือบไปมองเจ้าของเสียง นายคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง?! คำถามก็คือฉันมีความกล้าที่จะทำมันหรือเปล่าต่างหาก!

ภายใต้การรวมกันของความโกรธและความบ้าระห่ำ เขาหลับตาลงก่อนจะถีบประตูให้เปิดออกภายในครั้งเดียว

ครืนน…เสียงอู้อี้ของบางอย่างดังขึ้น คนทั้งสี่มองหน้าและพุ่งไปข้างหน้าราวกับสายฟ้าฟาด ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา พวกเขาก็ต้องถอยหลังกลับมาอย่างพร้อมเพรียงกัน

“เกิดอะไรขึ้น?” ฉินเย่ย่นคิ้วเข้าหากันก่อนจะค่อยๆเดินไปดูที่ประตู จากนั้นก็รีบถอยหลังกลับมาเหมือนกับคนอื่น ๆ

ด้านในของมันคือทางเดินขนาดใหญ่

ทางเดินดังกล่าวกว้างประมาณ 4-5 เมตร รายละเอียดอื่น ๆ ของทางเดินไม่ค่อยชัดเจนนัก แต่สิ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ…

ด้านในของทางเดินนั้นมีทหารจำนวนมากยืนอยู่ และทั้งหมดก็จ้องตรงมาที่พวกเขา ในขณะเดียวกันจุดสีแดงของเลเซอร์ก็ปรากฏขึ้นบนร่างของพวกเขาแต่ละคนจำนวนนับไม่ถ้วน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหากพวกเขากล้าขยับตัวแม้แต่นิดเดียว พวกเขาคงจะกลายเป็นตะแกรงไปในทันที

“เข้าใจผิด…นี่เป็นความเข้าใจผิดทั้งหมด…” หลินฮั่นพยายามแย้มยิ้มออกมาอย่างฝืน ๆ เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นกลางอากาศ แสดงถึงการยอมจำนน

“นี่…คือแสงเลเซอร์ใช่หรือไม่?” อาร์ทิสเอ่ยอย่างตกใจและพูดต่อว่า “ยกมือขึ้นสิ! เจ้ามัวรออะไรอยู่?! ข้ายังไม่อยากจะตายกับเจ้าที่นี่!”

ฉินเย่แทบจะไม่ได้สนใจอีกฝ่ายนัก โดยไม่จำเป็นต้องเอ่ยอะไร ทุกคนต่างยกมือของตนขึ้นเหนือศีรษะทันที

“นี่คุณคิดได้แค่นี้เหรอ?” ฉินเย่กัดฟันและกระซิบกับซู่เฟิง “ทำไมถึงมีคนอื่นอยู่ที่นี่?”

“พวกเขาคือหน่วยสอบสวนพิเศษ…ดูที่สัญลักษณ์ดาบและโล่บนอกพวกเขาสิ…” ซู่เฟิงถอนหายใจออกมา “ดูเหมือนว่าทางรัฐบาลจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว และพวกเขาก็แค่ไม่ได้เปิดเผยเรื่องนี้กับเรา แถมพวกเขายังสร้างฐานทัพที่นี่แล้วด้วย…ดูเหมือนว่าพวกเราทุกคนคงจะรู้ช้าไป….”

ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้า ๆ เขามีความรู้สึกว่าคะแนนความดีในการสำรวจครั้งนี้คงจะหายไปในกลุ่มควันเสียแล้ว

ฟึ่บ…ทันใดนั้นเอง ทหารพวกนั้นก็แยกตัวออกเป็นสองฝั่งในขณะที่ยังคงรักษาระดับเลเซอร์ไปที่ร่างของผู้บุกรุกแต่ละคน ชายในชุดปฏิบัติการสีขาวตัวใหญ่คนหนึ่งเดินออกมาจากกลุ่มทหารและเดินตรงมาทางฉินเย่และคนอื่น ๆ อีกฝ่ายน่าจะอายุประมาณ 40 ปี ใบหน้าราวกับรูปสลักพร้อมด้วยคิ้วคมเข้ม มือทั้งสองข้างล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง ขณะที่ก้าวเท้าผ่านกลุ่มทหารมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หยุดฝีเท้าลงเมื่อเดินมาถึงด้านหน้า “เก่งไม่เบานี่?”

“แหะ ๆ ๆ…ทั่วไปน่ะครับ ผมคิดว่านะ…” หลินฮั่นหัวเราะแห้ง ๆ

ชายวัยกลางคนชี้ไปที่ตราบนอกของตัวเอง “ศูนย์วิจัยสิ่งมีชีวิตพิเศษ หรือ SRC ผมคือผู้อำนวยการของศูนย์วิจัยแห่งแรกในมณฑลอันฮุ่ย ชางซุน”

“SRC?” คนทั้งสี่ต่างตกตะลึงในขณะที่ฉินเย่เพียงกระซิบเบา ๆ ว่า “นี่จะเป็นปัญหาหรือเปล่า?”

สีหน้าของซู่เฟิงหม่นลงเล็กน้อย “ไม่หรอก…SRC…เป็นเพียงหน่วยงานเดียวที่ขึ้นตรงกับหน่วยสอบสวนพิเศษ พวกเขาตรวจสอบตัวตนทั้งหมดที่แสดงลักษณะพิเศษหรือผิดปกติ รวมถึงผู้ที่ถูกสิงสู่ พบเห็นเหตุการณ์เหนือธรรมชาติ ตลอดจนวิญญาณหยินที่กลายพันธุ์ ฉันรู้แค่ว่าสำนักงานหลักของพวกเขาอยู่ในเมืองเยียนจิง นอกเหนือจากนั้น ทุกสาขาที่มีอยู่ยังถูกจัดให้เป็นข้อมูลลับสุดยอดด้วย…”

ชางซุนยิ้มขณะที่เดินเข้าไปใกล้กลุ่มผู้บุกรุกมากกว่าเดิม “ไม่เลว พวกคุณคือคนกลุ่มแรกที่บุกเข้ามาใน SRC ในรอบหลายทศวรรษ เอาล่ะ ช่วยบอกผมมาที อะไรที่นำพวกคุณมาถึงที่นี่? และผมจะตอบแทนความสำเร็จของพวกคุณในครั้งนี้อย่างไรดี?”

“ถ้าหนีตอนนี้จะช้าไปไหม?” ฉินเย่พึมพำเบา ๆ

ริมฝีปากของโจวฉินเฟิ่นกระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ “ถ้าคุณไม่กลัวว่าจะมีประวัติงานด่างพร้อยคุณจะลองก็ได้”

ใบหน้าของฉินเย่เคร่งขรึมลงกว่าเดิม

“ตามมาสิ” ชางซุนหมุนตัวกลับไปและกวักมือเรียกคนทั้งหมด พร้อมกับการคุ้มกันของเหล่าทหารชั้นยอด ทั้งหมดก็มุ่งหน้าสู่ใจกลางห้องลับ

ฉินเย่และทีมของเขาเดินตามชางซุนไปอย่างรวดเร็ว

ห้องลับใต้ดินแห่งนี้ถูกสร้างและถูกออกแบบมา คล้ายกับสำนักงานหน่วยสอบสวนพิเศษที่ตั้งอยู่ใต้ศาลากลาง ดูคล้ายกับในนิยายวิทยาศาสตร์ พวกเขาเดินต่อไปอีกประมาณสิบนาทีและพบว่าตอนนี้ ตนเองได้ลงมาจากระดับพื้นดินกว่าร้อยเมตรแล้ว อากาศเริ่มร้อนขึ้น และในที่สุด ประตูที่ทำมาจากโลหะผสมขนาดใหญ่ก็ปรากฏสู่สายตาของคนทั้งหมด

อุปกรณ์พิสูจน์ตัวตนบุคคลสแกนรูม่านตาและลายนิ้วมือของชางซุย และประตูก็เปิดออก เผยให้เห็นห้องลับขนาดใหญ่อยู่ด้านใน

ขนาดของมันใหญ่ประมาณสนามฟุตบอล หน้าจอจำนวนมากถูกแขวนอยู่ทุกที่ ข้อมูลแต่ละตัวเลขมากมายยังคงได้รับการประมวลผลอย่างต่อเนื่องขณะที่ข้อมูลทั้งหมดไหลเข้าสู่เครือข่ายย่อยของสติกซ์ที่อยู่ตรงกลางห้องก่อนที่จะถูกคัดแยกและเผยแพร่ออกไปยังเครื่องรับที่เจาะจงอีกครั้ง จานเพาะเชื้อและหลอดทดลองจำนวนมากถูกวางเรียงรายกัน นอกจากนี้พวกเขายังเห็นมนุษย์ที่ไม่ได้สติกำลังพักอยู่ในหลอดทดลองขนาดใหญ่ด้วย!

หากพูดกันตามจริง มันยังไม่สามารถบอกได้ว่าสิ่งที่อยู่ในหลอดทดลองนั้นเป็นมนุษย์หรือไม่ เพราะบริเวณอกของร่างในหลอดทดลองมีบาดแผลเหวอะหวะที่ยาวประมาณครึ่งเมตรปรากฏอยู่ และพลังหยินที่เข้มข้นจนไม่สามารถวัดได้ก็ดูเหมือนจะหลั่งไหลอยู่ภายในบาดแผลนั้น

“นี่คือขุยมู่หลาง (หมาป่า) [2] หมายเลข 41 เป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของเรา” เมื่อชายในชุดปฏิบัติการสีขาวสังเกตเห็นประกายสงสัยในดวงตาของคนทั้งหมด เขาก็อธิบายต่อ “หายากมาก เขาเป็นผู้ที่เกิดมาพร้อมกับเส้นเลือดหยิน และควรจะเสียชีวิตไปตั้งแต่เมื่อห้าปีที่แล้ว แต่พวกเราสามารถยื้อชีวิตของเขาเอาไว้ได้และเขาเองก็สมัครใจให้ทำเช่นนั้น แม้ว่าเขาจะสามารถออกมาด้านนอกได้แค่สามวันต่อเดือน แต่มันก็ยังดีกว่าการต้องทนทุกข์ทรมานทุกวันมาก”

ยิ่งพวกเขาเดินเข้าไปลึกมากเพียงใด หลอดทดลองที่คนทั้งหมดเห็นก็ยิ่งมีขนาดที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ และมีแม้กระทั่งสิ่งที่ฉินเย่ไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน มีทั้งคนป่าและแม้แต่คนที่มีพลังหยินห่อหุ้มไปทั้งหัวใจ…ตัวอย่างแต่ละชนิดล้วนมีหมายเลขประจำตัวติดอยู่บริเวณฐานของหลอดทดลอง และจะมีคนคอยอธิบายให้พวกเขาฟังถึงแหล่งกำเนิดและความสำคัญของการมีอยู่ของพวกเขา

ตั้งแต่ขุยมู่หลาง (หมาป่า) และโหลวจินโก่ว (หมา) ไปจนถึงเวยเยว่เหยียน (นกนางแอ่น) และซอโฮ่วจู (หมูไฟ) [3]…ฉินเย่แอบจดทุกอย่างไว้ในหัว แต่แล้วเขาก็พบว่าพวกตนกำลังอยู่ในห้องที่มีสิ่งมีชีวิตนับร้อยชนิดที่เขาไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน! แต่สิ่งที่เชื่อมโยงตัวตนพวกนี้เข้าด้วยกันก็คือพวกมันมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับวิญญาณหยิน!

และทันใดนั้นเอง…ชางซุนก็หยุดฝีเท้าลง

คนทั้งห้ากลับมาได้สติอีกครั้งและดึงสายตาที่มองไปรอบของพวกเขากลับทันที ทางเดินที่พวกเขาใช้เดินมาสิ้นสุดลงตรงนี้ กำแพงโลหะผสมขนาดใหญ่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของเขา และใบหน้าของชายผู้หนึ่งก็ถูกสลักลงไป ข้อมูลมากมายไหลเข้าสู่เครื่องมือที่ถูกวางไว้ทั้งสองด้านของกำแพงอย่างต่อเนื่อง โดยไม่หันกลับกลับมา ชางซุนยังคงมองไปที่ใบหน้าของชายบนกำแพงและเอ่ยว่า “เมื่อ 50 ปีก่อน มีเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดความรุนแรง 6 ริกเตอร์ขึ้นที่เมืองเป่าอัน ส่งผลให้เกิดความแตกแยกขึ้น”

ร่างของฉินเย่สั่นสะท้านทันทีที่ได้ยินเช่นนั้น ซู่เฟิงที่อยู่ข้าง ๆ จึงกระซิบถามว่า “คุณเป็นอะไร?”

ฉินเย่ส่ายหน้าไปมา ทว่ายังคงมีสีหน้าเคร่งเครียด

ไม่มีใครรู้เลยว่าหัวใจของเขาในตอนนี้เริ่มเต้นเร็วและแรงขึ้นกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา

มันแทบจะเหมือนกับว่ามีบางสิ่ง…กำลังกวักมือเรียกเขาอยู่ในตอนนี้

โดยไม่สังเกตเห็นถึงปฏิกิริยาแปลกประหลาดที่เกิดขึ้น ชางซุนยังคงเอ่ยต่อว่า “นี่คือสิ่งที่ถูกบันทึกให้เป็นความลับสูงสุด ในระหว่างการบรรเทาทุกข์ในตอนนั้น กรมทหารที่ 433 ได้ค้นพบบางอย่าง”

ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นและลูบใบหน้าที่ถูกสลักบนกำแพง “มันเป็นสิ่งมีชีวิต ตัวแรกของเผ่าพันธุ์ อันที่จริง…องค์ประกอบที่อยู่ภายในร่างของมันก็ไม่ใช้สิ่งที่เราเคยพบเห็นมาก่อน”

ฟึ่บ!

ทันทีที่มือของเขาสัมผัสเข้ากับใบหน้านั้น ราวกับได้รับสัญญาณบางอย่าง ข้อมูลที่ไหลเข้าสู่อุปกรณ์ที่อยู่ด้านข้างก็เข้าสู่สภาวะโอเวอร์ไดรฟ์ทันที ราวกับหิ่งห้อยในฤดูร้อน พื้นที่ร้างสุดทางเดินมีชีวิตขึ้นมาทันที!

ครืดดดดด…ประตูโลหะผสมมีเสียงดังขึ้นเบา ๆ ก่อนที่มันจะแยกตัวออกเป็นสามชิ้น และแต่ละชิ้นก็เริ่มเคลื่อนตัวกลับเข้าฝั่งของตัวเองไป

“มันกำลังนอนอยู่ หรือมันอาจจะถูกผนึกไว้อยู่ แต่แม้จะเป็นอย่างนั้น มันก็ยัสามารถงกลืนกินวิญญาณหยินอยู่ดี”

กึก…กึก…กึก…เสียงที่คล้ายกับเสียงคลายล็อก และสลักกลอนจำนวนมากดังมาจากความมืดที่อยู่หลังประตู ชางซุนจึงหันกลับไปพูดกับคนทั้งหมดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำว่า “มัน…นอนอยู่ภายใต้เมืองเป่าอันมานานมากแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้”

“ผมขอเชิญให้ทุกท่านพบกับสิ่งที่มีพลังหยินสูงที่สุดภายในประเทศจีน รหัสชื่อ ‘ควาฟู่’!”

[1] ตัวละครในเกม WOW (World of Warcraft)

[2] ขุยมู่หลาง (หมาป่า) มีต้นกำเนิดมาเป็นเวลานานมากแล้ว เมื่อผู้คนเริ่มบูชาดวงดาวอันเก่าแก่ที่อยู่ห่างไกลออกไป มันเกิดจากการผสมผสานระหว่างตำนานจีนโบราณและดาราศาสตร์ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในกลุ่มดาวทั้ง 28 กลุ่มของดาราศาสตร์โบราณ ในขณะที่ผู้คนบางส่วนเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตพวกนี้คือเทพแห่งดวงดาว แต่ก็มีผู้คนอีกไม่น้อยที่เชื่อว่าเป็นปีศาจ ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องไซอิ๋ว ศึกเทพอสูรสะท้านฟ้า เป็นต้น

[3] ทั้งหมดนี้กล่าวถึงสิ่งมีชีวิตในตำนานที่สร้างขึ้นจากกลุ่มดาวกลุ่มหนึ่งในทั้งหมด 28 กลุ่มของดาราศาสตร์โบราณ ในขณะที่ผู้คนบางส่วนเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตพวกนี้คือเทพแห่งดวงดาว แต่ก็ผู้คนที่เชื่อว่าเป็นปีศาจเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องไซอิ๋ว ศึกเทพอสูรสะท้านฟ้า เป็นต้น

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 85 คุณมาจากหน่วยอะไร"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved