cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 84 พิภพทั้งหก (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 84 พิภพทั้งหก (2)
Prev
Next

บทที่ 84: พิภพทั้งหก (2)

อาร์ทิสไม่ตอบ

“บอกมา!” ฉินเย่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาต้องใช้ความกล้ามหาศาลในการแบกรับภาระในการสร้างยมโลกขึ้นมาใหม่ แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกลับมาบอกเขาว่า มีตัวตนที่เทียบเท่าระดับฝู่จวินสามตนปีนออกมาจากส่วนที่ลึกที่สุดของนรกและมายังโลกมนุษย์เนี่ยนะ?

ฝู่จวินคืออะไร?

ตอนที่อาร์ทิสได้ปลดปล่อยพลังของตัวเองเมื่อครั้งที่อยู่ที่เมืองชิงซี ร่างวิญญาณของนางยืนตั้งตระหง่าน ปกคลุมทั่วทั้งมณฑลด้วยความกดดันที่ท่วมท้น แต่ฝู่จวินนั้นเป็นขั้นที่อยู่เหนือจากอาร์ทิสขึ้นไปอีก และอำนาจของพวกเขาก็ขยายไปทั่วทั้งมณฑล…..

เด็กหนุ่มตัวสั่นอย่างห้ามไม่อยู่กับความคิดนั้น

เป็นครั้งแรกที่อาร์ทิสไม่ตำหนิอีกฝ่ายที่รู้สึกเช่นนี้ “เด็กน้อย…ราชาวิญญาณที่ถูกปราบปรามโดยกงล้อแห่งวัฏสงสารนั้นเป็นวิญญาณที่ชั่วช้าสามานย์เป็นอย่างมาก อย่างน้อยพวกเราก็รู้ว่าหนึ่งในพวกมันอยู่ที่เสฉวน ซึ่ง…มันก็ถือเป็นเรื่องที่ดีมากที่เจ้าออกมาจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว ไม่เช่นนั้น…สิ่งต่อไปที่จะมาเอาชีวิตของเจ้าคงจะเป็นคนคนนั้น…”

“ท่านแน่ใจหรือไม่ว่าเป็นพวกเขา?” ฉินเย่รู้สึกได้ว่าหางตาของเขากระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ “พระกษิติครรภโพธิสัตว์ทานอะไรเข้าไป?! พระองค์ทรงพาเจ้าหน้าที่ในนรกไปทั้งหมดขึ้นสู่สวรรค์ไปกับตัวเอง แต่พระองค์กลับเหลือพวกราชาวิญญาณระดับสูงจำนวนหนึ่งเอาไว้น่ะหรือ?! และพระองค์ยังทรงทิ้งวิญญาณอย่างท่านเอาไว้ด้วย!”

อาร์ทิสถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย “ขึ้นสวรรค์….มีพระโพธิสัตว์กี่องค์ที่ใฝ่ฝันถึงสิ่งนี้? แต่ในเวลาเดียวกัน พวกเขาก็มีเจตจำนงและแผนการของตัวเองเช่นกัน….ปณิธานของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ได้เอ่ยถึง ‘นรก’ แต่ ‘นรก’ อาจจะไม่ได้หมายความถึง ‘นรก’ ที่พวกเรารู้จัก ‘นรก’ ของพระองค์สามารถหมายถึงนรกทั้ง 18 ขุม พระตำหนัก ทั้ง 10 ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในนรก เพราะสุดท้ายแล้ว…เจ้าหน้าที่ทุกคนในนรกต่างก็เป็นส่วนหนึ่งของความตายทั้งสิ้น”

“ข้าสามารถยืนยันได้ว่าวิญญาณและเจ้าหน้าที่ของ ‘นรก’ ทั้งหมดได้ถูกพระกษิติครรภโพธิสัตว์พาขึ้นไปบนสวรรค์แล้วจริง ๆ ส่วนพวกที่เหลือ…เช่นราชาวิญญาณของพิภพทั้ง 6 พระองค์ก็ทรงทำอย่างเต็มที่และสามารถพาสามในหกไปกับตนได้ ซึ่งข้าเดาว่าทั้งสามตนที่เหลือรอดมาได้นี้ คงฉวยโอกาสจากช่องโหว่ของสวรรค์เป็นแน่”

ฉินเย่รู้สึกถึงความปวดหัวที่เข้าจู่โจมอย่างกะทันหัน เขายกมือกำผมสีดำน้ำหมึกของตัวเองแน่น ขยำมันจนยุ่งเหมือนกับฟางในเล้าไก่

จนถึงวันนี้ เขาเป็นคนแรกที่ได้รู้ว่าโลกมนุษย์กำลังเผชิญหน้ากับศัตรูแบบไหน…

มันคือราชาวิญญาณสามตนจากพิภพเดรัจฉาน พิภพเปรต และพิภพอสูร และแต่ละตนก็มีระดับของพลังที่เทียบเท่ากับยมทูตขั้นฝู่จวิน!

หากราชาวิญญาณทั้งสามนี้ตัดสินใจที่จะร่วมมือกัน อีกฝ่ายก็จะมีพลังที่สามารถสร้างความหายนะให้กับประเทศจีนได้ถึงครึ่งประเทศ

“แล้วสิ่งนี้มันจะส่งผลกับข้าอย่างไร?” ฉินเย่พึมพำหลังจากผ่านไปสักพักใหญ่

แต่เขากลับไม่ได้คำตอบอะไรสักนิด

ฉินเย่รู้สึกเหมือนกำลังจะระเบิด “ข้าขอเตือนท่านเอาไว้เลยนะ! อยากคิดจะปกปิดอะไรข้าเป็นอันขาด! ไม่เช่นนั้นใครที่อยากจะสร้างนรกขึ้นมาใหม่ก็เชิญไปทำด้วยตัวเองเลย! ส่วนข้าจะเก็บเศษตราเจ้านรกพวกนี้ไว้และบินหนีไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้!”

“ก็สมกับเป็นเจ้าดี….” อาร์ทิสพึมพำก่อนจะตอบในท้ายที่สุด “บินหนีอย่างนั้นหรือ? แล้วเจ้าสามารถบินไปที่ใดกัน?”

“หากปราศจากเศษตราพวกนี้ เจ้าก็จะตาย หรือต่อให้เจ้าครอบครองเศษตรานี้ การดำรงอยู่ของเจ้าย่อมต้องถูกตัวตนจากพิภพเดรัจฉานที่ตอนนี้อยู่ภายในเขตมณฑลเสฉวนค้นพบอยู่ดี มันไม่มีที่ให้หนี และไม่มีที่ให้ซ่อนเช่นกัน”

ฉินเย่ใช้มือเสยผมของตัวเองและลุกขึ้นยืนอย่างช้า ๆ เขารู้ดีว่าคำพูดของตัวเองก่อนหน้านี้ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าการระบายความผิดหวังของตัวเอง

“แล้วพวกเราต้องทำอย่างไร?” เด็กหนุ่มรวบรวมพลังทั้งหมดในกายเพื่อข่มความรู้สึกที่พลุ่งพล่านของตัวเองและถาม

“สร้างนรกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง!” อาร์ทิสประกาศเสียงกร้าว “เจ้าไม่มีทางที่จะรู้ถึงความแข็งแกร่งของราชาวิญญาณขั้นฝู่จวินพวกนี้….ลองนึกถึงความหายนะของภัยแล้งและวิกฤตการณ์อดยากครั้งใหญ่ในยุค 60 สิ…แต่ตราบใดที่เจ้าสามารถสร้างนรกขึ้นมาใหม่ได้ เจ้าก็จะสามารถปราบปรามพวกมันได้!”

“นรกคือกฎระเบียบ ซึ่งถูกรับรองและกำหนดโดยกฎของสวรรค์ การล่มสลายของนรกหมายถึง การขาดหายของระเบียบตามธรรมชาติของโลก ยิ่งเจ้าทำให้ทุกอย่างกลับสู่กฎระเบียบได้เร็วเท่าใด ราชาวิญญาณพวกนี้ก็จะถูกปราบปรามเร็วขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าพวกมันจะมีพลังมากเพียงใดก็ตาม!”

สีหน้าของฉินเย่เคร่งเครียดกว่าเดิม

แววตาของเด็กหนุ่มไหววูบ ขณะที่เขารีบจัดระเบียบความคิดของตัวเองอย่างรวดเร็ว

อาร์ทิสได้เอ่ยอะไรออกมามากมาย แต่เขาเพียงต้องพิจารณาความหมายโดยนัยเท่านั้นการสามารถเข้าใจทุกอย่างได้

ทันทีที่การก่อสร้างนรกเริ่มขึ้น ราชาวิญญาณทั้งสามจะรู้สึกถึงพลังในการปราบปรามของนรกได้ทันที และพวกมันก็จะเข้าใจว่านรกกำลังถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง ซึ่งโดยธรรมดาแล้ว พวกมันจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อระบุตำแหน่งของผู้ที่รับหน้าที่ในการสร้างนรกขึ้นมาใหม่และฉีกร่างของคนคนนั้นเป็นชิ้น ๆ อย่างแน่นอน

“แต่…มันก็ยังมีสถานที่แห่งหนึ่งที่พวกมันจะไม่ปรากฏตัวขึ้น เว้นแต่ว่าพวกมันจะเตรียมพร้อมที่จะสู้กับกองกำลังของโลกมนุษย์”

ฉินเย่สบตากับอาร์ทิส และทั้งสองก็เอ่ยออกมาแทบจะในวินาทีเดียวกันว่า “เมืองเป่าอัน!”

สำนักฝึกตนแห่งแรกของประเทศจีน!

ฐานที่มั่นแห่งแรกของจีนในการต่อกรกับกองกำลังจากยมโลก!

สัญลักษณ์แห่งความหวังของประเทศจีน!

อาร์ทิสเอ่ยต่อ “และมันก็สมเหตุสมผลมากขึ้นที่วิญญาณที่มีค่าพลังหยิน 30 ล้านซ่อนตัวอยู่ที่นี่ หากเจ้าต้องการหาแหล่งกำเนิดพลังตลอดกาลของนรก…มันก็ไม่มีที่ไหนที่เหมาะสมไปกว่าที่นี่แล้ว”

ผู้ใดจะไปคิดว่านรกแห่งใหม่จะอยู่ภายใต้ฐานที่มั่นของจีน ที่จะใช้ต่อสู้กับกองกำลังจากยมโลก?

แม้ว่าพวกเขาจะต้องสืบค้นไปทั่วทุกตารางนิ้วของประเทศจีน ราชาวิญญาณของพิภพทั้ง 6 ก็คงไม่มีเมืองเป่าอันอยู่ในตัวเลือกนั้นสักนิดแน่นอน!

ฉินเย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะมองไปยังสัญลักษณ์ดังกล่าวและเอ่ยว่า “คืนนั้นจะต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นและทำให้ราชาวิญญาณของพิภพทั้ง 6 ค้นพบถึงตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวที่อยู่ที่นี่ นอกจากนี้ การรั่วไหลของพลังหยินก็ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในเขตไล่ล่าที่ 4 ราชาวิญญาณทั้งสามได้ใช้พลังของตัวเองในการสร้างม่านพลังขึ้นมา เพื่อที่มนุษย์จะได้ไม่พบถึงความเปลี่ยนแปลงนี้”

ในที่สุดปริศนาทั้งหมดรวมเข้าด้วยกัน

ฉินเย่หัวเราะอย่างขมขื่น “พวกเขาคิดว่าทุกอย่างจะจบลงในคืนนั้น น่าเสียดาย….”

อาร์ทิสหันไปมองผู้เฒ่าฮวงและเอ่ยว่า “น่าเสียดายที่เจ้าของเขตไล่ล่าแห่งนี้เป็นสุนัขผีดิบ นอกจากนั้นดูเหมือนว่ามันจะชอบเจ้าเสียด้วย อาจจะเพราะความจริงที่ว่าธรรมชาติของสุนัขนั้นมักจะมีความรักใคร่ต่อมนุษย์ก็เป็นได้ ดังนั้นสุนัขที่มีความห่วงตอนตายอย่างเจ้านี้จึงยิ่งรักยมทูตเป็นพิเศษ”

ฟึ่บ…ฉินเย่ยกกระบี่ปีศาจขึ้นและชี้ไปที่กระจก “นี่คือใจกลางของอาณาเขตเวทใช่หรือไม่?”

เขาไม่ใช่คนตัดสินใจอะไรง่าย ๆ

แต่เมื่อได้ตัดสินใจไปแล้ว เขาก็จะไม่มีวันเปลี่ยนใจ

หากนรกจะต้องถูกสร้างขึ้นอีกครั้ง เขาก็จะทำทุกอย่างสุดความสามารถให้มันสำเร็จให้ได้!

และก้าวแรกก็คือการเปิดเผยตำแหน่งที่แท้จริงของวิญญาณที่มีค่าพลังหยิน 30 ล้านให้ได้ เพื่อที่เขาจะได้ดูว่าตัวเองควรวางรากฐานที่สำคัญของยมโลกไว้ที่ใด!

ทันใดนั้นเอง ผิวหน้าของกระจกก็กระเพื่อมราวกับสายน้ำ และท่ามกลางระลอกคลื่นนี้ ฉินเย่ก็มองเห็นหลินฮั่น ซู่เฟิง หลี่หยุนเซวี่ย และโจวฉินเฟิ่นยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มพลังหยินที่กำลังย่างกรายเข้ามาเรื่อย ๆ โดยที่แต่ละคนกำลังพยายามต่อสู้กับวิญญาณอาฆาตที่อยู่ระดับเดียวกับที่ฉินเย่เพิ่งปัดเป่าไป

“นี่มันบ้าอะไรเนี่ย? ไหนคนพวกนี้บอกว่าตัวเองเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ S ไง?” ฉินเย่เอ่ยพร้อมขมวดคิ้วยุ่ง

“เจ้าคิดว่าทุกคนเป็นยมทูตเหมือนเจ้าหรืออย่างไร?” อาร์ทิสหัวเราะก่อนจะเอ่ยต่อเสียงเข้มว่า “ม่านพลังประกอบด้วยหัวใจของอาณาเขตเวทแห่งนี้เอาไว้ เมื่อเจ้าทำลายหัวใจของมันตอนนี้ เพื่อนของเจ้าก็จะไม่ถูกบดบังด้วยพลังหยินอีกต่อไป และเมื่อทำลายกระจกทุกบานที่อยู่ภายในห้องของพวกเขา ม่านพลังทั้งหมดก็จะถูกทำลาย”

นางหยุดพูดไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยต่อว่า “หากวิญญาณที่มีค่าพลังหยิน 30 ล้านตนนั้นอยู่ที่นี่จริง ๆ ตำแหน่งของมันจะถูกเปิดเผยออกมาในตอนนั้นแหละ!”

เคร้ง!

ก่อนที่นางจะพูดจบ กระบี่ปีศาจก็พุ่งตรงไปที่กระจกอย่างรวดเร็ว ด้วยเสียงที่ดังและคมชัด พื้นผิวของกระจกที่กระเพื่อมพลันแตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่กระจัดกระจายเป็นวงกว้าง

ในวินาทีเดียวกับที่กระจกแตก บ้านพักคนชราทั้งหลังก็ส่งเสียงร้องโหยหวนราวกับวิญญาณสิงสู่ มันยังคงเป็นบ้านพักคนชราตามเดิม แต่มันกลับดูชัดเจนกว่าก่อนหน้า แทบจะเหมือนกับว่าแผ่นฟิล์มโปร่งแสงเพิ่งถูกถอดออกไปจากหน้าเลนส์

ทันทีที่ความมืดสลายไป เสียงต่อสู้ก็ดังขึ้นให้ได้ยินจากด้านบน โดยปราศจากคำพูดใด ๆ ฉินเย่กระชับกระบี่ปีศาจในมือและวิ่งไปด้านบนทันที

………………………………………………..

บนชั้นที่ 5 ห้อง 533

ไม่เหมือนกับห้องอาบน้ำที่ฉินเย่เคยอยู่ ทั่วทั้งสถานที่ล้วนมืดมิดและไร้แสงสว่าง ห้องทั้งห้องเต็มไปด้วยพลังหยินที่หนาแน่น และร่างที่ซ่อนตัวอยู่ก็พุ่งมาจากด้านข้างนอกห้อง โจมตีซู่เฟิงที่ยืนอยู่กลางห้องอย่างต่อเนื่อง

สีหน้าของซู่เฟิงเคร่งเครียด ดาบไม้มะฮอกกานียาวหนึ่งนิ้วลอยอยู่ข้างโดยที่เจ้าตัวไม่ต้องควบคุมหรือสั่งการใด ๆ ไม่ว่าการโจมตีจะมาจากทิศทางใด ดาบไม้ก็จะพุ่งไปยังการโจมตีนั้นและปัดป้องมัน เกิดเป็นประกายไฟที่ลุกไหม้ขึ้นในอากาศ

“ในเขตไล่ล่านี้มีม่านพลังอยู่ด้วยอย่างนั้นเหรอ?” เมื่อซู่เฟิงเห็นร่างดำมืดแฝงตัวเข้าไปในกระแสพลังหยินอันเข้มข้นเป็นครั้งที่สิบเขาก็เริ่มโมโหเป็นอย่างมาก จากนั้น ขณะที่เขากำลังจะสอดมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านในของตนเอง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นมาจากที่ประตู

“อยากได้คนช่วยไหม?”

ฉินเย่เหรอ?

ซู่เฟิงประหลาดใจเป็นอย่างมาก รูม่านตาของเขาขยายออกทันที

เขาเหรอ?

เขาหนีออกมาได้ยังไง?

โครงสร้างของม่านพลังนี้แยบยลเกินไป แม้แต่เขาก็ยังไม่ตระหนักถึงมันในตอนแรกที่ก้าวเข้ามาในนี้ หรือว่า….อีกฝ่ายจะหาหัวใจของอาณาเขตเวทเจอ?

“อยาก!!” เขาไม่จำเป็นต้องคิดเป็นครั้งที่สองเลยสักนิด ซู่เฟิงเอ่ยขอความช่วยเหลือจากฉินเย่ทันที แม้ว่าจะมีความขุ่นเคืองในใจก็ตาม

โคร่ม!!

ทันทีที่ชายหนุ่มเอ่ยจบ ประตูห้องก็พังทลายลง และใบมีดที่เปล่งประกายแสงเจิดจ้า พุ่งตรงเข้ามาในห้องราวกับพายุที่โหมกระหน่ำ และพุ่งตรงเข้าใส่ร่างที่มืดมิดอย่างแม่นยำ

เป็นการโจมตีที่รวดเร็วจริง ๆ….ซู่เฟิงอ้าปากค้าง เขาหยิบกระดิ่งทองแดงออกมาและเตรียมจะสั่นมัน ทว่าทันใดนั้นเขาก็ตระหนักได้ว่า….กระแสพลังหยินตรงหน้าของตนได้กระจัดกระจายไปเสียแล้ว

เขากำลังตกตะลึง

นิ่งไปอย่างสิ้นเชิง

เมื่อฉินเย่เดินเข้ามาในห้อง เขาก็พบว่าซู่เฟิงกำลังถือกระดิ่งทองแดงอยู่ในมือ ทว่าใบหน้าของอีกฝ่ายกลับซีดเผือด ราวกับเห็นผี แล้วเขาก็เห็น….

ถุงมือทหารสีเขียวหนึ่งคู่

หมวกทหารสีเขียวหนึ่งใบ

รองเท้าบูตหนังสีเขียวหนึ่งคู่

ผ้าพันคอและแว่นตาสีแดง

มันคือปีศาจธีโมในร่างมนุษย์…

ซู่เฟิงอยากจะหัวเราะออกมา แต่เขากลับไม่สามารถทำเช่นนั้น หลังจากที่ตกตะลึงอยู่สามวินาที ในที่เขาก็สามารถเรียบเรียงคำพูดของตัวเองได้

“โจมตีแค่ครั้งเดียวเนี่ยนะ?” เสียงที่เอ่ยออกมานั้นแหบแห้งและเหลือเชื่อ

ฉินเย่จึงตอบด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ “มันควรจะมากกว่านี้เหรอ?”

การโจมตีเมื่อครู่… ตรงเข้าที่หัวใจ…

ซูเฟิงกระแอมออกมาขณะที่เก็บกระดิ่งกลับเข้าไปตามเดิม พยายามทำหน้านิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทว่าหัวใจของเขากลับกำลังบ่นอย่างไม่หยุดหย่อน นั่นไม่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์เลยสักนิด! นี่มันน่าเจ็บใจชะมัด! เราสองคนต่างอยู่ขั้นนักล่าวิญญาณเหมือนกัน และยังเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ S เหมือนกันด้วย แต่ทำไมสิ่งที่เขาพยายามสู้มาหลายสิบนาทีถึงถูกจัดการภายในการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว?!

โลกทัศน์ทั้งหมดของเขาได้กลับหัวกลับหางอย่างสิ้นเชิง! นี่ฉินเย่อยู่แค่ขั้นนักล่าวิญญาณจริง ๆ น่ะเหรอ?

เขาเดินตามฉินเย่ลงไปด้านล่างอย่างเงียบ ๆ เป็นวิญญาณที่ตามติดฉินเย่ตัวที่ 1

สิบนาทีต่อมา บนชั้นที่ 4

ด้วยเสียงระเบิดที่ดังสนั่น บานประตูหน้าห้องถูกพังลงอย่างแรง แสงของใบมีดส่องประกายสว่างจ้าราวกับผู้อมตะได้ลงมากสรวงสวรรค์ หลินฮั่นอ้าปากค้างขณะที่มองดูกระแสพลังหยินอันเข้มข้นรอบตัวของตน กระจัดกระจายหายไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวของฉินเย่

“ให้ตายเถอะ….” เขาอดไม่ได้ที่จะสบถออกมาเบา ๆ ก่อนจะหมุนตัว มองไปทางฉินเย่ สีหน้าของเขาในตอนนี้นั้นไม่ต่างอะไรกับซู่เฟิงเลยสักนิด ริมฝีปากของทั้งคู่สั่นระริก แต่พวกเขากลับไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้เลยสักคำ

ช่องว่าง

มันเป็นช่องว่างที่ใหญ่เกินไป

ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้เขาโจมตีคู่ต่อสู้อย่างดุเดือด….แต่ทุกอย่างที่เขาทำกลับเทียบไม่ได้เลยกับการโจมตีเพียงครั้งเดียวของฉินเย่

ริมฝีปากของหลินฮั่นสั่นระริกอยู่ครู่หนึ่ง เขามองกระบี่ที่อยู่บนหลังของฉินเย่ด้วยสายตาว่างเปล่าขณะที่อีกฝ่ายเดินออกไปจากห้อง สุดท้าย เขาก็ทำได้เพียงยกนิ้วโป้งให้คนตรงหน้า “เจ๋งชะมัด คุณนี่สุดยอดจริง ๆ”

วิญญาณที่ตามติดฉินเย่ตัวที่ 2

เวลา 00.00 น. ด้วยแสงจากใบมีดที่ส่องประกาย รอยร้าวขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้น ใบมีดลอยได้ที่แต่เดิม ซ้อนอยู่ระหว่างนิ้วของหลี่หยุนเซวี่ยทั้งหมดก็ร่วงลงกับพื้น จนเกิดเป็นเสียงดังเคร้ง ริมฝีปากสีแดงของเธอมีอาการบวมเล็กน้อย ขณะที่เธอมองคนทั้งสามอย่างงุนงง

“ไม่ใช่ว่าฉันไม่ยอมรับ แต่ฉันแค่ยังไม่อยากยอมรับเท่านั้น” หญิงสาวเอ่ยสิ่งที่ตัวเองเคยพูดไปก่อนหน้านี้

สิ่งที่เธอปฏิเสธจะยอมรับก็คือ ความแข็งแกร่งและความสามารถของอีกฝ่าย

การโจมตีง่าย ๆ ของฉินเย่ได้ทำลายศักดิ์ศรีของเธอไปจนหมด

“นี่มันเป็นคนแบบไหนกัน…พวกหลอกลวงหรือ? แม้แต่เจ้าหน้าที่ระดับ S ของเมืองเยียนจิงก็ทำอะไรแบบนี้ไม่ได้หรอก ใช่ไหม?”

วิญญาณที่ตามติดฉินเย่ตัวที่ 3

เวลา 01.00 น.

วิญญาณผีสาวกลายเป็นเพียงกลุ่มก้อนพลังหยิน สลายไปต่อหน้าต่อตาของโจวฉินเฟิ่น เขามองไปยังปีศาจธีโม จากนั้นจึงมองด้านหน้าของตน และยังคงเป็นเช่นนี้อยู่หลายวินาที ก่อนจะยกนิ้วโป้งให้กับฉินเย่ในที่สุด เขาถอนหายใจออกมาอย่างชื่นชมและเดินตามหลังฉินเย่อย่างเชื่อฟังโดยไม่พูดอะไร

ไม่จำเป็นจะต้องใช้คำพูดใด ๆ เพื่อแสดงถึงความแข็งแกร่งที่แท้จริง

ปีศาจธีโมในร่างมนุษย์และเห็ดสี่ดอก [1] ของมันยืนอยู่บริเวณจุดกึ่งกลางของชั้นที่ 1 การทำลายม่านพลังส่งผลให้ทั้งอาคารสั่นไหวเล็กน้อย จากนั้นเสียงแตกสลายของบางอย่างก็พลันดังขึ้น

กระแสพลังหยินทั้งหมดกระจัดกระจายไป ราวกับกระแสน้ำที่ลดลง ส่งผลให้ผ้าพันคอสีแดงของฉินเย่ปลิวไสวอย่างรุนแรงเพราะพายุพลังหยินนี้

ชั้นที่ 5… ชั้นที่ 4… ชั้นที่ 3… ชั้นที่ 2…

ความมืดมิดที่ปกคลุมสถานที่แห่งนี้ค่อย ๆ สลายไปท่ามกลางแสงสลัวของดวงจันทร์ และวิญญาณหยินตนอื่นทั้งหมดก็สลายหายไป เพื่อหาที่หลบภัยในเงามืดที่เหลืออยู่ภายในอาคาร พายุพลังหยินพัดไปตามทางเดิน และทันทีที่คลื่นพลังหยินบริเวณชั้น 1 จางลง อาคารทั้งหลังก็สั่นไหวและจมลงเล็กน้อย

“จบ!!” ซู่เฟิงได้สติจากอาการมึนงงและเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น

“ช่างเป็นความรู้สึกที่น่ากลัวจริง ๆ…” ฉินเย่สูดหายใจเข้าปอดขณะที่มองพื้นเบื้องล่างอย่างเพ่งพินิจ

มันอยู่ภายใต้เท้าของเขา…เพียงแค่ก้าวเข้ามาในสถานที่แห่งนี้มันก็ทำให้เขา…รู้สึกเหมือนกำลังยืนอยู่บนร่างของไทแรนโนซอรัสเร็กซ์ไม่มีผิด!

พลังหยิน

กระแสพลังหยินอันไร้ขอบเขตกำลังหลั่งไหลอยู่ภายใต้เท้าของพวกเขา ราวกับมหาสมุทรคำราม!

วิญญาณที่มีค่าพลังหยิน 30 ล้านอยู่แค่ใต้เท้าของพวกเขานี่เอง!

[1] ที่ผู้เขียนใช้คำว่าเห็นเป็นเพราะว่าทักษะขั้นสูงสุดของปีศาจธีโมคือการเพาะเห็ดพิษ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 84 พิภพทั้งหก (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved