cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 62 พันธะเลือด

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 62 พันธะเลือด
Prev
Next

บทที่ 62: พันธะเลือด

ศพที่ไร้ศีรษะของเชาโยวเต๋ายืนโอนเอนไปมาอยู่ภายในห้อง หลังจากนั้นไม่นาน พลังหยินจำนวนมากก็เริ่มพรั่งพรูออกมาจากลำคอที่ถูกตัดขาดนั้น เปลี่ยนเป็นกระแสน้ำวนพลังหยินที่ส่งเสียงกรีดร้องอย่างโหยหวน พร้อมกับพัดผ่านไปทั่วทั้งห้องอย่างรุนแรง

“อ๊ากกกกก…” พลังทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นกระแสน้ำวนอันทรงพลังที่กว้างประมาณห้าเมตร และโอบล้อมร่างไร้ศีรษะของเชาโยวเต๋าเอาไว้ วินาทีต่อมา พลังทั้งหมดก็เปลี่ยนรูปแบบผีเสื้อสีดำจำนวนมากที่สลายตัวไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกัน เหล่าวิญญาณหยินทั้งหมดที่กระจัดกระจายไปทั่วเมืองเป่าอันก็ตกอยู่ในความเงียบอย่างกะทันหัน

ณ เขตที่สองของเมืองเป่าอัน ขบวนรถตำรวจและรถทหารต่างถูกจอดอยู่ริมทางฝั่งหนึ่งของถนน ในขณะที่ทหารหลายร้อยนายต่างยืนตั้งแถวกันอย่างเรียบร้อย เชือกที่มีเหรียญทองแดงถูกล้อมอยู่โดยรอบ ในขณะที่แผ่นยันต์ที่ถูกพันไว้อย่างหลวม ๆ วิญญาณหยินประมาณ 3,000 ตนที่ถือโคมไฟสีแดงได้มารวมตัวกันอยู่ตรงหน้า ค่อย ๆ ลอยมาหาศัตรูของพวกมันอย่างช้า ๆ ราวกับเกลียวคลื่น

“อ๊ากกก….” เสียงกรีดร้องโหยหวนของเหล่าดวงวิญญาณหยินดังก้องไปทั่วท้องฟ้าในยามราตรีอย่างน่าหวาดผวา พวกมันค่อย ๆ ลอยขึ้นราวกับคลื่นยักษ์ เตรียมจะปะทะกับเหล่าทหารที่อยู่ด้านหน้า

“เวรเอ้ย…” ทหารที่อยู่ตรงกองหน้าของค่ายกลกัดฟันแน่น กองทหารที่เข้มงวดได้ปลูกฝังให้พวกเขามีความรับผิดชอบต่อหน้าที่และจิตสำนึก

ทว่าความเป็นจริงในตอนนี้ก็คือพวกเขากำลังประจันหน้ากับคลื่นของกลุ่มวิญญาณหยินขนาดใหญ่ ในขณะที่ได้รับการปกป้องโดยเชือกเหรียญทองแดงบาง ๆ เส้นหนึ่ง หากทหารคนไหนบอกว่าตนไม่ได้หวาดกลัวในสถานการณ์เช่นนี้ก็คงจะเป็นการโกหก แต่ถึงแม้จะเป็นอย่างนั้น กลับไม่มีใครยอมถอยเลยสักนิด

แม้ว่าขาของพวกเขาจะสั่นเทา แต่แขนขาของพวกเขายังคงมั่นคงและหลังที่ตั้งตรงแน่วแน่

“ยิง!” เสียงตะโกนดังขึ้น ลูกศรจำนวนมากถูกยิงออกไปในอากาศพร้อมกับยันต์ที่กำลังลุกไหม้ พุ่งตรงเข้าใส่คลื่นดวงวิญญาณหยินตรงหน้าอย่างปราศจากความลังเลใด ๆ

ทว่าน่าเสียดายที่ฝ่ายตรงข้ามมีจำนวนมากเกินไป

หลังจากที่พวกเขากำจัดคลื่นดวงวิญญาณลูกแรกไป คลื่นลูกที่สองก็พุ่งเข้ามาอย่างไม่สนใจชีวิตของตัวมันเองเลยสักนิด

พรึ่บ พรึ่บ….เส้นป้องกันเหรียญทองแดงสั่นไหวอย่างรุนแรงจากสายลม ขณะที่ดวงวิญญาณทั้งหมดยังคงหลั่งไหลเข้ามา พวกมันก็ก่อตัวขึ้นเป็นภูเขาสูงอยู่ตรงหน้าของเส้นเชือกบาง กำลังจะก้าวข้ามวงล้อมป้องกันเข้ามาด้านใน

“บ้าเอ้ย…ทำไมถึงไม่หมดสักที!” ทหารนายหนึ่งที่นั่งอยู่ภายในรถที่อยู่กลางขบวนทุบมือลงที่พวงมาลัยอย่างแรงและลุกขึ้นทันควัน

“ต้านไว้!! เราต้องต้านไว้ให้ได้ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม!! การต่อสู้มาถึงจุดสำคัญแล้ว ที่จุดอื่น ๆ ของเมืองก็เช่นกัน! พวกเราจะปล่อยให้ทุกอย่างพังพินาศวันนี้ไม่ได้!!”

“ผู้การครับ!” เสียงของคนที่อยู่ด้านข้างของเขาเอ่ยออกมาอย่างเป็นกังวล “ทหารสามในสิบของเราสู้ไม่ไหวแล้วนะครับ! ท่านจะให้พวกเราต้านมันไว้ได้อย่างไรกัน?!”

ด้านหลังของรถของพวกเขามีทหารจำนวนหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ บนร่างของคนทั้งหมดไม่มีบาดแผลเลยสักนิด ทว่าใบหน้าของพวกเขากลับซีดขาว และร่างทั้งร่างก็เย็นชืดในขณะที่ชีพจรเต้นเป็นจังหวะแผ่วเบา

มันแทบจะเหมือนกับพวกเขาอยู่ในสภาพถูกแช่แข็งไม่มีผิด

พลังหยินแผ่ซ่านไปทั่วทั้งร่างกาย หากพวกเขายังคงสู้ต่อทั้ง ๆ ที่เป็นแบบนี้ ทหารส่วนใหญ่จะต้องตายภายในไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเป็นแน่

“นี่เป็นคำสั่ง!” ผู้บัญชาการกัดฟันแน่นและตะคอกออกมาอย่างเด็ดขาด “ต่อให้เราจะต้องใช้ร่างกายของตัวเองเพื่อปิดกั้นดวงวิญญาณพวกนี้เอาไว้ เราก็จะปล่อยให้พวกมันหลุดลอดเข้ามาไม่ได้เด็ดขาด!!”

แต่ก่อนที่เขาจะเอ่ยจบ เสียงระเบิดก็ดังขึ้น และเชือกเหรียญทองแดงก็ขาดสะบั้น เหรียญทองแดงจำนวนมากกระเด็นขึ้นฟ้า ส่งแสงระยิบระยับราวกับดวงดาวในยามค่ำคืน

ในวินาทีแห่งความวิปโยคนี้ เวลากลับคล้ายว่าจะหยุดลงอย่างไม่ทราบสาเหตุ

ผู้บัญชาการที่ตะลึงหันไปมองทางกองหน้าทันที โดยปราศจากการปกป้องของเชือกเหรียญทองแดง ดวงวิญญาณหยินจำนวนมหาศาลก็จะสามารถบุกเข้ามาด้านในได้ดั่งใจ เขาสูดหายใจเข้าจนเต็มปอดเพื่อระงับอารมณ์ทั้งหมดของตัวเองก่อนจะตะโกนสั่งเสียงดัง “ต้าน…”

แต่แล้วเขาก็ต้องชะงักไปก่อนที่จะเอ่ยจนจบ

และมันก็ไม่ใช่เขาเพียงคนเดียวที่แน่นิ่งไปเมื่อเห็นภาพตรงหน้า เพราะแม้แต่เหล่าทหารที่อยู่แนวหน้าของกองกำลังเองก็ตกตะลึงไปตาม ๆ กันกับสิ่งที่พวกเขาเห็น

พวกเขายกแขนขึ้นในท่าป้องกัน เตรียมพร้อมสำหรับการยืนหยัดเป็นครั้งสุดท้ายของตนเอง แต่แล้ว คลื่นพลังอันหนาวเหน็บที่พวกเขาคาดการณ์เอาไว้กลับไม่เกิดขึ้น

“นี่…” ทหารหนุ่มคนหนึ่งที่อยู่แนวหน้าเอ่ยขึ้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อขณะที่จ้องมองไปยังคลื่นดวงวิญญาณหยินตรงหน้าของตนอย่างตกตะลึง เขามองเห็นแม้กระทั่งร่างวิญญาณสีขาวอมเขียวของดวงวิญญาณที่อยู่ใกล้ตัวเองที่สุด จู่ ๆ ร่างของมันก็หยุดนิ่งไป

เสี้ยววินาทีก่อนหน้านี้พวกมันยังเคลื่อนที่เข้ามาราวกับคลื่นยักษ์ที่ถาโถม แต่ตอนนี้กลับหยุดนิ่งราวกับก้อนหิน

และปรากฏการณ์เช่นนี้ก็ไม่ได้เกิดแค่ที่เขตที่สองเท่านั้น วินาทีนี้ คลื่นดวงวิญญาณหยินที่อยู่ที่ จัตุรัสกลาง ถนนซุนเฉิง เขตหลงหม่า…ต่างหยุดการเคลื่อนไหวลงทั้งหมด!

“เขาทำสำเร็จแล้ว….” กลับมาที่ศาลากลาง ดวงตาของจางเชิงไห่เป็นประกายขึ้นขณะที่เขาจองมองดูหน้าจอมอนิเตอร์ตรงหน้า

“นี่มันหมายความว่าตัวการใหญ่พ่ายแพ้อย่างราบคาบ และดวงวิญญาณหยินทั้งหมดก็สูญเสียเจ้านายของพวกมัน…”

ตู้ม!!

เสี้ยววินาทีต่อมา กลุ่มก้อนดวงวิญญาณหยินที่อยู่ในบริเวณต่าง ๆ ของเมืองเป่าอันพลันกระจัดกระจายตัวไปในทุกทิศทางทันที ต่อหน้าต่อตาของทหารนับ 2,000 นายที่ถูกสั่งให้มาประจำการ

เมื่อสูญเสียผู้นำ วิญญาณทั้งหมดต่างก็พากันกระจัดกระจายเพื่อหลบหนี

ฟึ่บ…เหล่าผู้ฝึกตนที่มีความสามารถในการสัมผัสได้ถึงตัวตนของดวงวิญญาณเองก็พบว่าโคมไฟสีแดงจำนวนมากที่กลาดเกลื่อนไปทั่วได้ถูกดับลงอย่างเงียบ ๆ

คลื่นพลังหยินอันหนาแน่นเริ่มจะสลายหายไปในความมืดที่พวกมันจากมา ปล่อยให้แสงในแดนมนุษย์สว่างจ้าราวกับสัญญาณไฟในยามราตรี

มันแทบจะเหมือนกับด้วยจันทร์ที่สูญเสียประกายแสงของตัวเอง และดวงดาวที่อยู่รอบ ๆต่างก็หยุดกะพริบอย่างสดใส ภายในระยะเวลาสิบนาที โคมไฟสีแดงเข้มบนถนนก็ถูกดับลงโดยอัตโนมัติ และพวกมันก็ถูกเผาไหม้ไปพร้อมกับโคมไฟสีแดงที่มีอักษรว่า ‘เชา’ จนไม่เหลือซาก

จางเชิงไห่ ผู้เฒ่าเม่ย และคุณแม่ซุยเยวียยืนอยู่บนหอโทรทัศน์ จ้องมองไปยังกระแสพลังหยินที่ค่อย ๆ ลดลงทั่วทั้งเมือง พวกเขาสามารถมองเห็นประกายแสงแห่งชีวิตแผ่ออกมาจากใจกลางเมืองอีกครั้ง ทั้งสามพลันถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ตอนนี้…” จางเชิงไห่เอ่ยสั่งด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง “ภายในเช้ามืดของวันนี้ ทหารทุกนายจะต้องชูธงชาติของเราไว้บนโคมไฟถนนให้ครบทุกซอกทุกมุมของเมือง!!”

“นี่เป็นการประกาศให้ภูตผีทุกตนที่กล้าย่างกรายเข้ามาในแดนมนุษย์….ว่าพวกเราคือผู้ที่ยืนหยัดอยู่บนดินแดนแห่งนี้!!”

ทันทีที่เอ่ยจบ ชายในชุดเครื่องแบบคนหนึ่งก็วิ่งมาหยุดอยู่ด้านข้างและกระซิบข้างหูว่า “ท่านครับ คำสั่งจากเบื้องบนมาแล้วครับ”

“มันเกี่ยวข้องกับ…อนาคตของเมืองเป่าอันครับ ตราประทับสีแดงและมีความสำคัญสูงสุด ท่านนายกเทศมนตรีและเลขานุการกำลังรอท่านอยู่ครับ”

……………………………..

ฉินเย่ไม่ได้สนใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในเมืองเป่าอันอีกต่อไป

ทันทีที่เขาจัดการเชาโยวเต๋าเสร็จ หลักฐานยืนยันตัวตนยมทูตของเขาก็ลอยออกมาจากอกอีกครั้ง และตัวอักษรสีแดงก็ปรากฏขึ้น “ปัดเป่าวิญญาณอาฆาตขั้นนักล่าวิญญาณหนึ่งตน: แต้มกุศล +200”

“แต้มสะสมปัจจุบัน: 200 แต้มกุศล จำนวนแต้มที่ต้องใช้สำหรับการเลื่อนขึ้นสู่ขั้นยมทูตขาวดำ: 1800 แต้มกุศล”

ฉินเย่ไม่ได้สนใจอะไรนัก

แล้วมันต่างกันยังไง? เขาไม่ได้มีความคิดที่จะไปไกลกว่านี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นต่อให้มันจะใช้อีก 1,800 แต้มแล้วอย่างไร? ต่อให้มันใช้ 18,000 แต้ม มันก็ยังไม่ส่งผลอะไรกับเขาอยู่ดี

จากนั้นเด็กหนึ่งจึงหันไปมองยังร่างลักษณะคล้ายมนุษย์ที่มีความสูงหนึ่งนิ้วและเอ่ยถามอย่างสงสัย “มันคืออะไร?”

“มันคือการปลดปล่อยจิตวิญญาณใบมีดของเจ้า” อาร์ทิสตอบ “วัตถุหยินทุกชนิดที่ถูกใช้โดยยมทูต ล้วนเป็นสมบัติที่ถูกอาบด้วยจิตวิญญาณของราชันย์วิญญาณทั้ง 6 ทันทีที่เจ้าเลื่อนเป็นขั้นนักล่าวิญญาณและมีชื่ออยู่ในบันทึกนรก เจ้าก็จะสามารถอัญเชิญจิตวิญญาณของราชันย์วิญญาณทั้ง 6 มาได้โดยการหยดเลือดลงไปบนใบมีดของกระบี่ของเจ้า”

“พันธะเลือด?”

“จะเรียกแบบนั้นก็ได้…” อาร์ทิสเอ่ยต่อ

“ยิ่งใช้เลือดมาก จิตวิญญาณราชันย์วิญญาณทั้ง 6 ที่ถูกอัญเชิญมาก็จะยิ่งแข็งแกร่งมาก…แต่ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้าจะกรีดฝ่ามือไปแค่หนึ่งเซนติเมตรเท่านั้น! เจ้านี่มันขี้ขลาดจริง ๆ”

“เจ้าไม่คิดถึงความเป็นไปได้ที่จิตวิญญาณของราชันย์วิญญาณทั้ง 6 ที่ถูกอัญเชิญมาจะไม่สามารถสังหารเชาโยวเต๋าบ้างหรือไร? หากเป็นเช่นนั้นแล้วเจ้าจะเป็นอย่างไร?”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่พอใจเป็นอย่างมาก “ท่านจะไปรู้อะไร! ข้าจะไม่มีทางทำสิ่งที่ไม่จำเป็น และนี่ก็เป็นผลจากการคิดไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน! ข้าขอถามอะไรท่านสักอย่าง ผลลัพธ์ที่ออกมาในตอนจบมันเป็นอย่างไร?”

อาร์ทิสยังคงเงียบ

สิ่งที่น่ารำคาญมากที่สุดก็คือความจริงที่ว่า เชาโยวเต๋านั้นอ่อนแอเกินไป! จนนางผิดหวังที่ทำให้ฉินเน่ต้องสูญเสียโอกาสการเรียนรู้จากสนามรบจริงไปได้เช่นนี้!

และตอนนี้ นางก็ไม่สามารถแม้แต่จะเถียงฉินเย่ได้เลย!

“ครั้งนี้เจ้าก็แค่โชคดี…” อาร์ทิสเอ่ยลอดไรฟัน

“เจ้าควรรีบไปเอาบันทึกนรกมาเสีย หากข้าเดาไม่ผิด หลุมตรงหน้านี้น่าจะพาเราไปสู่นรก อันที่จริง มันอาจจะเคยเป็นหนึ่งในทางผ่านระหว่างนรกและแดนมนุษย์ก็ได้ และบันทึกนรกก็น่าจะบังเอิญหลุดมาที่นี่ในระหว่างที่เกิดการล่มสลายครั้งใหญ่ ซึ่งมันก็คงจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เชาโยวเต๋าสามารถรอดชีวิตมาจากเหตุการณ์ครั้งนั้นได้”

ฉินเย่ยืนอยู่ข้างหลุม เขากำลังยื่นคอออกไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และมองลงไปในหลุมอย่างระมัดระวัง พอเห็นท่าทางขี้ขลาดนี้ มันทำให้อาร์ทิสรู้สึกอยากจะทุบหัวอีกฝ่ายให้ตกลงไปในหลุมเสียเดี๋ยวนี้เลย

“ทางผ่าน?”

อาร์ทิสตอบ “ใช่ มันมีทางผ่านพวกนี้กระจายตัวอยู่ทั่วทั้งประเทศจีน ส่วนมากจะอยู่ในที่ที่มนุษย์ไม่สามารถหาพบ เจ้าคิดว่าพวกเจ้าหน้าที่ในนรกมาทำงานบนแดนมนุษย์ได้อย่างไร? แค่ ‘ฟึ่บ’ แล้วก็โผล่ขึ้นที่โลกมนุษย์เลยอย่างนั้นหรือ?”

ฉินเย่พยักหน้า

จากนั้น ขณะที่แววตาของอาร์ทิสลุกโชนไปด้วยเปลวไฟแห่งโทสะ ฉินเย่ก็เริ่มหยิบซากปรักหักพังที่อยู่โดยรอบและโยนมันลงไปในหลุม!

“นั่นเจ้ากำลังทำบ้าอะไร?!!” อาร์ทิสรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเข้าสู่วัยทอง ยิ่งนางได้รู้จักฉินเย่มากขึ้น นางก็พบว่าตัวเองยิ่งถูกกระตุ้นโทสะ จากการกระทำของอีกฝ่ายมากเท่านั้น และนางอยากจะกรีดร้องใส่หน้าของเด็กหนุ่มจริง ๆ ที่ทำให้นางรู้สึกอย่างนั้น

“แม้ว่าบันทึกนรกจะไม่ได้เป็นหนึ่งในสมบัติพื้นฐานทั้งสามชิ้น แต่มันก็ยังเป็นสมบัติล้ำค่าที่อยู่ในการถือครองของพระยมในพระตำหนักที่สาม ส่องตี้หวาง! พลังของขุมนรกเชือกดำ! มันอยู่ห่างจากการเป็นหนึ่งในสมบัติพื้นฐานเพียงแค่ระดับเดียวเท่านั้น! หากปราศจากมัน เจ้าก็จะสามารถทำได้เพียงเลื่อนขั้นของตัวเองเท่านั้น แต่จะไม่สามารถเลื่อนขั้นให้ผู้อื่นได้!! เจ้าจะไม่สามารถมีคนเป็นของตัวเองได้!”

ฉินเย่มองอาร์ทิสอย่างสับสน “แล้วเหตุใดที่ข้าจะต้องส่งเสริมให้กับคนอื่น ๆ ด้วย?”

“ฟังนะ สมมุติว่าตอนนี้ข้ามีมันอยู่ในมือ ไม่ว่าผู้ใดก็ตามที่เป็นภัยต่อการมีชีวิตอยู่ของข้าก็จะถูกกำจัดออกไปจากโลกใบนี้ทันที หรือหากพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือตราบใดที่ข้ายังมีเศษตราชิ้นนี้ ข้าก็จะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขไปตลอดกาล!”

ทันใดนั้น อาร์ทิสก็เงียบไป

“เสี่ยวอา?” หลังจากที่เงียบไปหลายนาที ฉินเย่ก็เริ่มเป็นกังวลว่าสิ่งที่เขาทำลงไปจะทำให้อาร์ทิสเสียชีวิตจากอาการก็เป็นได้ ดังนั้นเขาจึงเรียกอีกฝ่ายอย่างไม่ค่อยสบายใจนัก

“ฮ่า ๆ ๆ…นั่นคือสิ่งที่เจ้าคิดมาตลอดสินะ…” หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง อาร์ทิสก็หัวเราะออกมาเสียงเย็น

“ทำไมเจ้าไม่ลองย้อนกลับไปคิดทบทวนอย่างรอบคอบอีกครั้งล่ะ? ด้วยสถานะบุคคลสำคัญในนรกของยายเมิ่ง ทำไมนางถึงไปอยู่ที่แดนมนุษย์นานขนาดนั้น? นางพยายามจะทำสิ่งใดกันแน่?”

และก่อนที่ฉินเย่จะได้ตอบอะไรออกไป นางก็เอ่ยต่อเสียงต่ำว่า “หากเพื่อเศษตราจ้าวนรกเพียงชิ้นเดียว เจ้าคิดว่าข้าจะพยายามอย่างหนักในการแย่งดวงวิญญาณของหวังเจ๋อหมินอย่างนั้นหรือ?”

“เจ้าหนู…ข้าไม่รู้ว่าเจ้าไม่ยอมพิจารณาสิ่งเหล่านี้อย่างเป็นจริงเป็นจังหรือว่าเจ้าแค่ปฏิเสธยอมรับมัน แต่ความจริงของเรื่องนี้ก็คือสิ่งที่เจ้าไม่สามารถหนีได้….”

น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นเคร่งเครียดอย่างไม่สามารถหาที่เปรียบได้ “เศษตราจ้าวนรก…คือสมบัติชิ้นแรกในบรรดาสมบัติพื้นฐานทั้งสามของนรก น้ำพุเหลือง ซึ่งเป็นรากฐานของนรกนั้นถูกซ่อนอยู่ภายในตราจ้าวนรก หรืออีกนัยหนึ่งก็คือ การรวบรวมเศษตราจ้าวนรกนั้นเท่ากับการฟื้นฟูนรก!”

“ประตูนรกจะเปิดออกอีกครั้ง ระเบียบจะกลับคืนสู่นรก ทุกอย่างในนรกจะฟื้นคืนสู่ความรุ่งโรจน์เหมือนอย่างก่อนหน้านี้! นี่…ไม่ต่างจากการถือกำเนิดของนรก!”

“พอได้แล้ว!” ฉินเย่ตะคอกเสียงเย็น “ข้าไม่อยากฟัง”

อาร์ทิสหัวเราะ “หนี….เจ้าคิดจะหนีอีกแล้ว? แต่ข้าก็จะไม่ตำหนิเจ้าในเรื่องนี้ หน้าที่ของผู้ที่ครอบครองตราจ้าวนรกนั้นใหญ่หลวงนัก ใครก็ตามที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกันกับเจ้าต่างก็ต้องอยากปัดความรับผิดชอบทั้งนั้น แต่ยายเมิ่งก็ไม่ได้มอบโอกาสที่จะทำเช่นนั้นให้กับเจ้า!”

“เจ้าคิดว่าการที่นางยอมเลื่อนเวลาเวลาการจากไปของตัวเอง เพียงเพื่อที่นางจะได้มั่นใจว่าเจ้าจะยอมเล่นเกมรวบรวมของพวกนี้น่ะหรือ?”

“ผิดแล้ว! นางกำลังมองหาจ้าวนรกคนต่อไป! ผู้ที่สามารถรวบรวมเศษตราจ้าวนรกได้ครบจะสามารถทำให้น้ำพุเหลืองเริ่มไหลและสร้างนรกขึ้นมาอีกครั้ง! เขาผู้นั้นจะมีอำนาจในการแต่งตั้งพระยม ฝู่จวิน ตุลาการนรก และยมทูตขาวดำ! เขาจะทำให้นรกหวนคืนสู่ความรุ่งโรจน์ในอดีตและคืนความสงบสุขสู่แดนมนุษย์อีกครั้ง!! มันคือความรุ่งโรจน์อันสูงสุด!!”

“และนี่ก็คือเหตุผลว่าทำไมวันนั้น…ข้าถึงพยายามอย่างหนักที่จะขโมยดวงวิญญาณของหวังเจ๋อหมินไปจากเจ้า! นี่คือเหตุผลว่าทำไมยายเมิ่งจึงตามหาตัวเจ้า! มันเป็นเพราะว่าเจ้าได้กินเห็ดเทียนสุ่ยเข้าไป และเจ้าก็เป็นอมตะ! เจ้ามีเวลาเหลือมากเพียงพอที่จะสามารถทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่นี้ให้สำเร็จ! นอกจากนี้ เจ้าเองก็อยู่ตัวคนเดียว เป็นผู้ที่เหมาะสมที่สุดสำหรับงานนี้!”

“หุบปาก!!” ฉินเย่คว้าลูกบอลผนึกและปามันใส่ผนังห้องอย่างแรง

ในขณะที่ลูกบอลผนึกร่วงลงกับพื้นพร้อมกับเสียงฮึดฮัด อาร์ทิสเหลือบมองไปทางฉินเย่ที่กำลังหายใจเข้าออกอย่างหนักหน่วงและหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน

“อย่างที่ข้าคิด…เจ้าเองก็พอจะเดาเรื่องนี้ได้อยู่แล้ว…ข้ารู้ดีว่าเจ้านั้นฉลาดกว่าพวกสัตว์หน้าขนพวกนี้ หลังจากถูกขัดเกลาสั่งสมประสบการณ์มานานหลายปี เจ้าจะไม่พิจารณาถึงสิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร? เจ้าคงเดาเรื่องทั้งหมดได้ตั้งแต่ตอนที่ข้าบอกว่าน้ำพุเหลืองนั้นถูกซ่อนอยู่ภายในตราจ้าวนรกแล้วใช่หรือไม่?”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 62 พันธะเลือด"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved