cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 61 สุนัขของจอมเวท

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 61 สุนัขของจอมเวท
Prev
Next

บทที่ 61: สุนัขของจอมเวท

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

สีหน้าของเชาโยวเต๋าเปลี่ยนจากเดือดดาลและบ้าคลั่ง เป็นสีหน้าราบเรียบ

เขากำลังรอ…

กำลังตั้งตารอการมาถึงของฉินเย่อย่างใจจดใจจ่อ เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายจะต้องมาที่นี่อย่างแน่นอน

หลังจากผ่านไป 40 นาที เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น “May I come in?”

“แปลกใจจริง ๆ ที่เจ้าจำได้ด้วยว่าข้าสามารถพูดภาษาต่างประเทศได้” เชาโยวเต๋าหัวเราะ “เชิญ”

บานประตูถูกเปิดออก แต่ผู้ที่เดินเข้ามากลับไม่ดูเหมือนมนุษย์เลยสักนิด

มันยังคงเป็นร่างกายของฉินเย่ อย่างไรก็ตาม ม่านตาของเขาในเวลานี้กลับเป็นสีดำสนิท ในขณะที่รูม่านตาเปลี่ยนเป็นสีขาว เส้นผมสีขาวราวหิมะปลิวไปมาโดยปราศจาสายลมพัดพา และผิวของเขาก็ขาวซีดอย่างน่าเหลือเชื่อ

คุณภาพของเครื่องแบบดูดีกว่าที่มันเคยเป็นมาแต่ก่อนมาก ราวกับว่ามันถูกทำมาจากผ้าไหมนุ่ม เสื้อคลุมสีดำถูกปักด้วยดิ้นสีขาวดำ และสวมหมวกกลมจีนฉลุสีดำ ยิ่งไปกว่านั้น อีกฝ่ายยังสวมแผ่นป้ายรอบเอวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน ตัวอักษรถูกสลักไว้บนแผ่นป้ายด้วยตัวอักษรสีแดงเลือด ‘นักล่าวิญญาณ’

ฉินเย่เดินเข้าไปด้านในอย่างช้า ๆ อย่างที่คาด ที่นี่ไม่มีดวงวิญญาณหยินหลงเหลืออยู่แม้แต่ตนเดียว กองกำลังดวงวิญญาณทั้งหมดถูกจัดการโดยกองกำลังทหารในแดนมนุษย์ ดังนั้นพวกมันจึงไม่สามารถก้าวถอยหลังอีกต่อไป

เมื่อมีนักล่าวิญญาณที่แท้จริงปรากฏตัวขึ้น มันจึงไม่มีดวงวิญญาณตนไหนที่ยอมจำนนต่อเชาโยวเต๋าอีกต่อไป

“ตึก ตึก ตึก….” ฉินเย่สะพายฝักกระบี่ที่มีความยาวประมาณ 1.5 เมตรไว้บนหลัง เขากวาดตามองความยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นภายในหอสมาคมอวี๋หลานและอุทานออกมา

“เสียดายชะมัด! ท่านรู้ตัวหรือเปล่าว่าตัวเองเพิ่งทำลายของตกแต่งกับข้าวของเครื่องใช้ที่มีมูลค่ากว่าหลายล้านเหรียญไป…แต่ข้าก็ต้องขอปรบมือให้กับความจริงที่ว่า ท่านไม่ได้กระอักเลือดออกมาเสียก่อนแม้ว่าภายในใจจะเต็มไปด้วยความโกรธแค้นก็ตาม แสดงให้เห็นชัดเลยว่าท่านได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเยี่ยมจริง ๆ”

ริมฝีปากของเชาโยวเต๋าแย้มเป็นรอยยิ้มบาง ๆ แต่เขายังคงไม่เอ่ยอะไร

ทั้งสองยืนอยู่คนละฟากของหลุม ฝ่ายหนึ่งอยู่ทางทิศเหนือ ในขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งอยู่ทางทิศใต้ เชาโยวเต๋าวางเอื้อมมือไปจับที่ด้ามดาบ ดาบของเขาถูกชักออกมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้และถูกเขาแทงมันลงไปที่พื้น เครื่องแบบของเขากระพืออย่างรุนแรงขณะที่พลังหยินมหาศาลหลั่งไหลออกมาจากแขนเสื้อทั้งสองข้างและทวารทั้งเจ็ด

ฉินเย่เองก็เช่นกัน ทว่าทางฝั่งของเด็กหนุ่มนั้นดูน่ากลัวกว่ามาก ม่านตาสีดำสนิทแต่กลับมีรูม่านตาสีขาวนั้นคล้ายกับต้องการประกาศให้ทราบ ว่าเขานั้นแตกต่างจากเชาโยวเต๋าโดยสิ้นเชิง

“เจ้ารู้หรือไม่?” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นในที่สุด น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นนิ่งสงบอย่างน่าเหลือเชื่อ “ข้าคิดเรื่องนี้มาเป็นเวลานานมากแล้ว และข้าก็ได้คำตอบที่เป็นไปได้เพียงแค่สามข้อเท่านั้น”

“ข้อแรก ข้าไม่คิดว่าเศษตราจ้าวนรกที่เจ้าถือครองอยู่ จะสามารถปกปิดรัศมียมทูตบนร่างของเจ้าได้ ข้อที่สอง ข้าประเมินความไร้ยางอายของเจ้าต่ำเกินไป และข้อเท็จจริงที่เจ้ายอมซ่อนตัวภายใต้การคุ้มครองของพวกมนุษย์ ก็ได้ก้าวข้ามความเชื่อศักดิ์สิทธิ์ที่ว่านรกและแดนมนุษย์ไม่ควรก้าวก่ายกันอย่างสมบูรณ์ เจ้าไม่มีบรรทัดฐานขั้นต่ำที่ยมทูตควรรู้เลยแม้แต่น้อย”

ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

หมายความว่าอย่างไรที่ว่าไร้ยางอาย?

มันเรียกว่าการตัดสินใจอย่างชาญฉลาดต่างหาก!

เชาโยวเต๋ายังคงเอ่ยต่อ “ข้อที่สาม ข้าไม่คิดเลยว่าเจ้า…จะมีหลักฐานยืนยันตัวตนยมทูต!”

“นี่เป็นทางเดียวที่เจ้าจะสามารถบรรลุสู่ขั้นนักล่าวิญญาณได้ โดยไม่จำเป็นต้องเขียนชื่อลงบนบันทึกนรก ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่แตกต่างกับข้า และข้าก็ได้พ่ายแพ้ให้กับการต่อสู้ที่ไม่ยุติธรรมนี้”

ไม่มีใครพูดอะไรอีกหลังจากนั้น ทุกอย่างเงียบสนิท จากนั้น ในที่สุดฉินเย่ก็ปรับสีหน้าของตนและถอนหายใจออกมาอย่างลำบากใจ “ข้าทนไม่ได้ที่จะต้องสู้กับอดีตเพื่อนร่วมงานของตัวเอง…”

“ทนไม่ได้หรือ?” เชาโยวเต๋าแสยะยิ้ม “ไม่มีใครในโลกนี้ยอมรับการมีอยู่ของบุคคลอื่นที่เหมือนกับตัวเองได้…..”

“หากข้าไม่ตายในวันนี้ ข้าก็จะพลิกสถานการณ์และทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อกลับมาฆ่าเจ้าอย่างแน่นอน”

ฉินเย่ยิ้มบาง “นั่นน่ะสิ ความจริงก็คือข้าไม่เคยต้องการให้เรื่องมันลงเอยแบบนี้ หากไม่ใช่เพราะข้อเท็จจริงที่ว่ายายเฒ่านั่นบังคับข้าจนข้าจนมุม ข้าก็คงไม่คิดที่จะสู้กับท่านด้วยซ้ำ แล้วพอข้ากลับมาลองคิดทบทวนดู ข้าสามารถพูดได้เลยว่ายายเฒ่านั่นเก่งมากจริง ๆ ที่สามารถเลือกโจมตีจุดอ่อนของข้าได้อย่างแม่นยำ…”

เชาโยวเต๋าหัวเราะ “หากเจ้าได้เป็นพระยมคนต่อไป เจ้าก็คงจะเป็นพระยมที่ไม่มีศีลธรรมมากที่สุดในประวัติศาสตร์เป็นแน่…”

“ท่านก็พูดเกินไป ข้าเพียงแค่ไม่อยากตายเท่านั้น หากผู้ใดพยายามที่จะสังหารข้า ข้าก็จะโต้กลับอย่างไร้ความปรานี หากโลกนี้สงบสุข ท่านก็จะพบว่าข้าเป็นเพียงปลาตัวน้อยที่ไม่มีอันตราย ว่ายน้ำอยู่ในบ่อน้ำเล็ก ๆ ของตนเองอย่างมีความสุข เอาล่ะ…” ฉินเย่วางฝักกระบี่ขนาดใหญ่ของเขาลงกับพื้น “มีอะไรจะสั่งเสียหรือไม่?”

เชาโยวเต๋าดึงดาบของตนขึ้นมาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ บนใบหน้า “คำถามข้อสุดท้าย”

“ก่อนหน้านี้…ตอนที่เจ้าบรรลุสู่ขั้นนักล่าวิญญาณ เจ้าไม่ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ขั้นยมทูตขาวดำหรอกหรือ? ทำไมเขาถึงไม่ฆ่าเจ้าเสียตั้งแต่ตอนนั้นกัน?”

ฉินเย่หัวเราะเบา ๆ “ง่ายมาก…ข้าก็แค่เดินผ่านเขาตามปกติ ข้าจะไปวิ่งเร็วกว่าเขาได้อย่างไรกันล่ะ?…ข้าก็แค่ใช้เศษตราจ้าวนรกที่ข้ามีในการปลอมตัวเป็นยมทูตขาวดำอีกคนหนึ่ง และข้ายังบอกเขาด้วยว่าข้าจะเป็นคนมาเอาชีวิตของท่านด้วยตัวเอง เพราะเหตุนั้น…เขาจึงปล่อยข้ามาโดยไม่ถามคำถามอะไรอีก”

“มันทรงพลังกว่าบันทึกนรกที่ข้าถือครองอยู่สินะ” เชาโยวเต๋าเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้มบาง ในวินาทีต่อมา ดาบเล่มใหญ่ของเขาก็พุ่งตรงไปที่ลำคอของฉินเย่

“เป็นแค่ยมทูตขั้นนักล่าวิญญาณที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งแท้ ๆ แต่กล้าดีอย่างไรมาทำตัวต่อต้านรุ่นพี่แบบนี้!” ฉินเย่เอียงศีรษะหลบไปด้านข้าง เส้นผมสีขาวของเขาถูกตัดไปเล็กน้อย

เชาโยวเต๋าที่เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยว่า “วันนี้ ข้าจะเป็นคนสอนเจ้าเองว่าพลังที่แท้จริงของนักล่าวิญญาณนั้นเป็นอย่างไร!”

ในชั่วพริบตานั้น ดาบยาวในมือของเขาพลันแยกตัวเป็นใบมีดนับพันเล่ม ครั้งนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป ฉินเย่ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของดวงวิญญาณนับพันดังขึ้น ก่อกวนกับจิตใจของเขาอย่างต่อเนื่อง

เคร้ง!! ทว่ากระบี่ของเขานั้นเร็วกว่าดาบยาวของอีกฝ่าย กระบี่ปีศาจนั้นมีความกว้าง 1 ฟุต 3 นิ้ว และยาว 4 ฟุต 5 นิ้ว เปลวไฟสีเขียวหยกลุกโชนไปทั้งด้าม ปะทะกับใบมีดนับพันเล่มนั้นอย่างรุนแรง

เกิดเป็นเสียงดังกึกก้องไปทั่ว ดวงตาของเชาโยวเต๋าเบิกกว้างอย่างประหลาดใจขณะที่ถูกกระแทกไปด้านหลังสามเมตรพร้อมกับส่งเสียงอู้อี้ กระแทกเข้ากับกำแพงอย่างจัง

ดาบนั้นเบาและว่องไว ในขณะที่กระบี่นั้นหนาและทรงพลัง ปราศจากซึ่งหลักฐานยืนยันตัวตนยมทูต เชาโยวเต๋านั้นย่อมเป็นฝ่ายที่เสียเปรียบ จากการปะทะกันของพละกำลังอย่างไม่ต้องสงสัย

เปลวไฟสีเขียวหยกยังคงลุกลามราวกับงูพิษ และก่อนที่เชาโยวเต๋าจะทันได้ปัดไล่เศษฝุ่นออกจากตัว การระเบิดของพลังตรงหน้าก็ทำให้เกิดลมพัดแรงและเกิดเป็นเสียงแหลมเสียดหู โดยปราศจากความลังเลใด ๆ เขารีบผิวปากและปล่อยลำแสงสีเขียวออกมาจากแขนเสื้อทั้งสองข้าง ปะทะกับคลื่นพลังตรงหน้าอย่างจัง

พร้อมกับเสียงดังสนั่น เปลวไฟสีเขียวกระจายออก ร่างของเชาโยวเต๋ากระเด็นไปกระแทกกับกำแพงที่อยู่ด้านหลัง แต่อย่างน้อยที่สุด เขาก็สามารถหลีกเลี่ยงการโจมตีที่อาจถึงชีวิตได้

“เฮ้อ~” ชายวัยกลางคนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก จากนั้นจึงกัดฟันแน่น ระเบิดร่างของตนและแปลงเป็นพายุพลังหยินขนาดใหญ่ที่พันไปรอบ ๆ ร่างของฉินเย่อย่างรุนแรง

แทบจะในวินาทีเดียวกัน กระบี่เล่มใหญ่ของฉินเย่ตกลงบนพื้นอย่างแรง แรงกระแทกอันทรงพลังก่อนหน้านี้ทำให้กระบี่ของเขาเกิดรอยร้าวขนาดใหญ่

ตอนนี้ หัวกะโหลกที่อยู่บริเวณด้ามจับของกระบี่ได้มีโครงกระดูกงอกออกมา ราวกับว่ามันกำลังคืบคลานขึ้นไปบนตัวของใบมีด ส่งผลให้มันมีประกายขาวราวไข่มุกและขับเน้นโดยเปลวไฟสีเขียวหยกที่ลุกโชนไม่หยุดหย่อน

ควบคู่กับชุดเครื่องแบบยมทูตที่โดดเด่น ฉินเย่ในเวลานี้ดูสง่างามอย่างไร้ที่ติ ภาพลักษณ์ของเขาในตอนนี้แสดงให้เห็นถึงยมทูตในแบบต้นตำรับ

วินาทีต่อมา พลังหยินที่อยู่โดยรอบได้ก่อตัวเป็นวังวนพลังหยินขนาดหกเมตรที่โอบล้อมร่างของฉินเย่เอาไว้ ในขณะเดียวกัน จุดแสงสีฟ้านับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นภายในกระแสน้ำวน ทำให้มันดูคล้ายกับทะเลดวงดาวและพุ่งเข้าสู่ร่างของฉินเย่

ตึ๊ง! เสียงที่ดังขึ้นนั้นคล้ายกับเสียงของสายฝนที่ตกกระทบกับพิณ ระบำใบมีดของฉินเย่ห่อหุ้มร่างของเขาไว้ในลูกบอลเพลิงขนาดใหญ่ ทว่าทันทีที่เขาสัมผัสกับแสงพวกนั้น ดวงตาของเขาก็ต้องเบิกกว้างขึ้นทันที

เจ็บ…

เขาไม่สามารถบอกได้ว่าแสงพวกนี้คืออะไร แต่พวกมันมีพลังมากพอที่จะทำให้กระบี่ปีศาจของเขาสั่นเทา ฉินเย่สามารถจินตนาการได้ถึงความเสียหายหากแสงพวกนี้กระแทกเข้ากับร่างของเขา….พวกมันจะต้องทำลายมากกว่าเส้นเอ็นและกระดูกของเขาเป็นแน่!

“งี่เง่า!!” วินาทีนั้นเสียง เสียงหนึ่งที่เงียบหายไปนานก็ดังขึ้นอีกครั้ง “ใครบอกให้เจ้าสัมผัสกับพวกมันตรง ๆ กัน?”

อาร์ทิสเหรอ?

ด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าวและเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง นางคงจะตื่นเต็มที่อีกครั้งแล้วแน่ ๆ…

น่าเสียดาย ฉินเย่ไม่มีเวลาพอที่จะตอบอีกฝ่าย เพราะตอนนี้ แสงพวกนั้นเริ่มพุ่งเข้ามาจากรอบด้าน เปลี่ยนเป็นกำแพงแสงที่ปิดล้อมร่างของเขาเอาไว้!

“เวรเอ้ย!!” ฉินเย่สบถออกมาพร้อมกับแกว่งโซ่ตรวนวิญญาณไปรอบ ๆ ตัวอย่างรวดเร็ว คล้ายกับถังเหล็กที่ปิดกั้นร่างของเขาเอาไว้

ตู้ม!!

เปลวเพลิงสีเขียวแพร่กระจายไปทั่วทุกที่ ประกายแสงปกคลุมไปทั่วทั้งห้องจนดูคล้ายกับดวงดาวบนท้องฟ้า ทว่าพวกมันก็พุ่งกลับเข้าไปในกระแสน้ำวนราวกับเป็นปลาในมหาสมุทร

“นี่มันบ้าอะไรกัน? นี่ข้าจะต้องพ่ายแพ้ให้กับยมทูตที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาตเนี่ยนะ?” ฉินเย่คำราม

“วัตถุหยิน” อาร์ทิสเอ่ยเสียงเรียบ “วัตถุบางชนิด หากสัมผัสกับพื้นที่ที่เต็มไปด้วยพลังหยินเป็นเวลานาน มันก็จะค่อย ๆ สะสมพลังหยินที่อยู่โดยรอบ และเมื่อผ่านไประยะเวลาหนึ่ง วัตถุพวกนั้นก็จะค่อย ๆ เปลี่ยนร่างเป็นวัตถุหยิน ยมทูตที่อยู่ขั้นนักล่าวิญญาณจะสามารถใช้ศาสตร์แห่งนรกได้ น่าเสียดายที่เขาไม่มีหลักฐานยืนยันตัวตนยมทูต และโลกเองก็ไม่ได้จดจำเขา ดังนั้นเขาจึงยังไม่สามารถสัมผัสกับความลับของศาสตร์แห่งนรกได้”

“หากเป็นเช่นนั้น ข้า…”

“ขลาดเขลานัก….” อาร์ทิสเอ่ยลอดไรฟัน

“ในฐานะของยมทูตที่แท้จริง ทุกสิ่งที่อยู่บนตัวของเจ้าล้วนเป็นวัตถุหยิน! และพวกมันก็อยู่ระดับที่สูงกว่าที่เชาโยวเต๋ามีไม่รู้กี่เท่า! สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของประทานจากนรกที่ได้ถูกอาบด้วยพลังหยินมานานนับพันปี! ใช้ฝ่ามือของเจ้ากรีดไปตามแนวของกระบี่ แล้วเจ้าจะสามารถควบคุมมันได้ทันที!”

ฉินเย่รีบใช้ฝ่ามือของตนลูบไปที่สันของกระบี่ทันที

จากนั้นเขาก็มองไปที่ลูกบอลผนึกที่ลอยอยู่ตรงหน้าของคนอย่างมึนงง

“ข้าจะ@#($*&@(#^)$$!!!” อาร์ทิสกระโดดอย่างบ้าคลั่ง นางข่มกลั้นความโกรธที่เดือดพล่านภายในใจและเอ่ยอย่าเหลืออดว่า “ใช้! ใบ! มีด!!”

ฉินเย่กลืนน้ำลายอย่างกังวลใจ ก่อนที่จะใช้คมกระบี่กรีดบนฝ่ามือของตนเองอย่างระมัดระวัง หน้าตาบูดบึ้งขณะที่มองดูเลือดของตนหยดลงบนกระบี่

“เจ้า…” อาร์ทิสกัดฟัน “ข้าคิดว่าข้าควรจะชื่นชมเจ้าที่กล้ายืนหยัดเผชิญหน้ากับเชาโยวเต๋าโดยที่ไม่คิดที่จะหนีเลยสักนิดหรือ…ดูเหมือนว่าเจ้าจะเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้นนะ…”

“แต่เจ้ารู้อะไรหรือไม่…ข้าไม่คิดจะลังเลแม้แต่น้อยหากถึงยามต่อสู้ แต่นี่มันเป็นการเอาตัวเข้าสู้อย่างไม่จำเป็นเลยสักนิด! นี่มันเหมือนข้าต้องทนเจ็บให้รถชนเล่น แต่กลับหวาดกลัวหมอที่จะเอาเข็มมาจิ้มที่นิ้วเพื่อที่จะตรวจสุขภาพ!”

“…เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่าเจ้าดูมั่นใจมากขึ้นหลังจากที่ขึ้นตื่นขึ้นมากันนะ? เจ้ายังมีแรงที่จะมาบ่นนู่นบ่นนี่ขณะที่เผชิญหน้ากับศัตรูที่อยู่ขั้นเดียวกันเนี่ยนะ?”

ทันทีที่เลือดของเขาหยดลงบนใบมีด กระบี่ปีศาจก็พลันเปล่งประกายแสงสีแดงออกมา สายลมเย็นยะเยือกพัดเข้ามาในห้อง กลิ่นของเลือดพัดโชยไปทั่ว พลังหยินที่อยู่โดยรอบสลายไปในทันที ร่างของเชาโยวเต๋าเปลี่ยนกับเป็นร่างของอีกฝ่ายตามเดิม และภาพของคนตรงหน้าในเวลานี้ก็ดูน่ากลัวเป็นอย่างยิ่ง

ลูกประคำที่ทำจากกะโหลกของมนุษย์ 81 ชิ้นพันอยู่รอบร่างของเขา ในขณะที่ภายในดวงตากะโหลกพวกนั้นยังคงลุกโชนด้วยเปลวไฟสีเขียวที่น่าขนลุก

“ปลดปล่อยจิตวิญญาณใบมีด…” เชาโยวเต๋ามองดูกระบี่ที่ตอนนี้ที่เปื้อนไปด้วยเลือดอย่างไม่พอใจพร้อมกับเอ่ยเสียงลอดไรฟันออกมา “เจ้าเป็นเพียงนักล่าวิญญาณมือใหม่…เหตุใดจึงรู้เรื่องพวกนี้ได้?!!”

ฟึ่บ…ทว่ายังไม่ทันที่ชายวัยกลางคนจะได้พูดจนจบ แสงสีแดงเลือดก็สว่างไปทั่วทั้งหอสมาคมอวี๋หลาน และร่างที่คล้ายกับมนุษย์ก็ค่อย ๆ ปรากฏตัวออกมาจากใบมีด

มันมีความสูงเพียงแค่นิ้วเดียวเท่านั้น แต่ร่างของเชาโยวเต๋ากลับสั่นสะท้านอย่างรุนแรงและถอยหลังไปอยู่ที่มุมหนึ่งของห้อง ราวกับว่าได้เห็นสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวมากที่สุดที่เคยเห็น เปลวไฟในลูกประคำกะโหลกมนุษย์เองก็อ่อนลงเมื่ออยู่ภายใต้แสงสีแดงนี้

ร่างที่คล้ายมนุษย์ดูเฉื่อยชาเล็กน้อย ขณะที่มันหันไปโค้งคำนับฉินเย่อย่างเคารพ จากนั้นจึงหันกลับมาหาเชาโยวเต๋า

“ไม่…”

และก่อนที่เชาโยวเต๋าจะได้เอ่ยจนจบประโยค ลมกระโชกแรงก็พัดเข้ามาในห้อง และศีรษะของชายวัยกลางคนก็ตกลงบนพื้นเสียแล้ว!

เร็ว

เร็วมาก!

ฉินเย่ไม่เห็นด้วยซ้ำว่าร่างที่คล้ายมนุษย์ตรงหน้านี้โจมตีอีกฝ่ายอย่างไร ไม่สิ…ก่อนอื่น สิ่งมีชีวิตที่ตัวเล็กแค่นี้สามารถสร้างผลกระทบที่มากขนาดนี้ได้ยังไงกัน? มันไม่ได้มีแค่เชาโยวเต๋าเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แม้แต่เครื่องแบบและผมของฉินเย่เองก็ปลิวว่อนอย่างรุนแรง เพราะสายลมก่อนหน้านี้เช่นกัน เด็กหนุ่มคิดแล้วก็ขนลุกซู่ไปทั่วทั้งร่าง

นี่มันคือการปราบปรามอย่างแท้จริง!

วินาทีนั้น เขาก็รู้สึกเหมือนกับว่ากระบี่ในมือของตัวเองนั้นเป็นสุนัขตัวหนึ่ง

สุนัขที่ถูกลากมาพร้อมกับจอมเวทของมัน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 61 สุนัขของจอมเวท"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved