cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 382 รอยแยก

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 382 รอยแยก
Prev
Next

บทที่ 382: รอยแยก

ฉินเย่เมินคำถามของอาร์ทิส เขาเริ่มเดินไปรอบ ๆ โดยเอามือไพล่ไปด้านหลัง ผ่านไปพักใหญ่ เขาจึงเอ่ยขึ้น “นี่เป็นเพียงการคาดเดาของข้าที่เกิดจากคำพูดของพระกษิติครรภโพธิสัตว์เท่านั้น”

เขาเอ่ยคำพูดสุดท้ายของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ให้อาร์ทิสฟังด้วยคิ้วที่ขมวดเข้าหากันยุ่ง “คำตอบ? คำตอบอะไรกัน? แนวทางปฏิบัติต่อไปที่ข้าสมควรจะทำคืออะไร? มันจะเป็นสิ่งใดไปได้อีก? พระกษิติครรภโพธิสัตว์ยังพูดอีกด้วยว่าสิ่งนี้มีความสำคัญยิ่งกว่ากระดิ่งอสูรวิญญาณเสียอีก”

อาร์ทิสก็มีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้น

หลังจากข่มความรู้สึกเกี่ยวกับการปรากฏตัวของพระกษิติครรภโพธิสัตว์เอาไว้ นางก็หลุบตาต่ำและครุ่นคิดเกี่ยวกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทั้งสองฝ่ายต่างขมวดคิ้วเข้าหากันยุ่ง หลายวินาทีต่อมา อาร์ทิสก็ส่ายศีรษะ “ข้าขอรายละเอียดมากกว่านี้ ท่านไปพบกับพระกษิติครรภโพธิสัตว์ได้อย่างไร? มันเกิดอะไรขึ้น? ท่านพูดว่าอย่างไร? แล้วสภาพแวดล้อมตอนนั้นเป็นอย่างไร? อย่าพลาดรายละเอียดอะไรแม้แต่น้อย”

ฉินเย่พยักหน้า ครั้งนี้ เขาเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเวลากว่า 15 นาทีเต็ม หยุดเป็นครั้งคราวเพื่อตอบคำถามของอาร์ทิส หลังจากนั้น นางก็คลึงขมับของตัวเองและเดินไปมาด้วยความหงุดหงิด

“ข้าพิจารณาถึงความเป็นไปได้ต่าง ๆ แล้ว แม้ว่าข้าไม่ต้องการจะยอมรับ แต่…ข้าก็เชื่อว่าคำเตือนของพระกษิติครรภโพธิสัตว์นั้นน่าจะหมายถึงการออกเดินทางไปสำรวจดินแดนทางตะวันออก แต่มันจะเป็นอะไรกันแน่? สิ่งใดกันที่สำคัญถึงขนาดที่ทำให้พระกษิติครรภโพธิสัตว์ต้องมาเอ่ยเตือนด้วยตัวเอง?” ฉินเย่เอ่ยต่ออย่างสับสน “ข้ายังได้พิจารณาถึงเรื่องอื่น ๆ ด้วย เมืองหวู่หยางไม่ได้โด่งดังและไม่ได้เป็นสมรภูมิรบในประวัติศาสตร์ อันที่จริง มันเพิ่งเป็นที่รู้จักในฐานะของเมือง ๆ หนึ่งหลังจากการก่อตั้งแผ่นดินจีนในยุคสมัยใหม่ด้วยซ้ำ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้…สิ่งใดกันที่จำเป็นจะต้องได้รับความสนใจอย่างเร่งด่วน? เจ้าพอจะคิดออกบ้างหรือไม่?”

เขารู้ดีว่าในการออกสำรวจครั้งนี้ อันตรายมากมายกำลังคืบคลานเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นอสูรวิญญาณหรือความน่าสะพรึงกลัวของธรรมชาติ ภายใต้สิ่งเหล่านี้ สิ่งที่ควรค่าแก่คำเตือนของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ย่อมต้องมีความสำคัญอย่างแน่นอน!

ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา

อาร์ทิสยังคงลูบหัวคิ้วของนางอย่างเคร่งเครียดอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งฉินเย่ทนไม่ไหวอีกต่อไป “เจ้าพอจะนึกอะไรออกบ้างหรือไม่?”

อาร์ทิสชะงักไป ก่อนจะส่ายหน้าไปมา

ถ้าเช่นนั้นก็หยุดทำท่าเหมือนว่ารู้อะไรบางอย่างที่ข้าไม่รู้ได้แล้ว!!!

ทว่าก่อนที่ฉินเย่จะเอ่ยความไม่พอใจของตัวเองออกไป อาร์ทิสก็ขยับมือ และเส้นผมสีขาวเส้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในมือของนาง

“มันคืออะไร?” ฉินเย่ถาม – นี่อีกฝ่ายกำลังจะบอกเขาว่าเขากำลังแก่ขึ้นหรืออย่างไร?

“อาลยวิญญาณ ยังเป็นที่รู้จักกันในฐานะของตถาคตครรภ์” อาร์ทิสเป่าเส้นผมสีขาว ปล่อยให้มันลอยไปในอากาศ ก่อนที่มันจะเกิดการเผาไหม้ขึ้น “นี่คือสัมผัสที่ 8 มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้ที่อยู่บนแดนมนุษย์จะฝึกฝนอาลยวิญญาณ ในขณะที่มีเพียงยมทูตขั้นตุลาการนรกขึ้นไปเท่านั้นถึงจะสามารถเริ่มฝึกฝนมันได้… อาลยวิญญาณช่วยให้คนคนหนึ่งสามารถเปิดดวงตาของจิต และมองเห็นสิ่งที่วิญญาณไม่สามารถมองเห็นได้ นอกจากนี้…มันยังสามารถคาดการณ์สิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตได้อีกด้วย”

เส้นผมดังกล่าวยังคงถูกลุกไหม้ด้วยเปลวไฟและกลายเป็นเพียงขี้เถ้าที่กระจายตัวไปในสายลม อาร์ทิสหันไปหาฉินเย่ “ข้าใช้อาลยวิญญาณเมื่อครู่ และคำถามแรกที่ข้าถามก็คือท่านต้องพบเจอกับภยันตรายระดับใดภายในเมืองกู่เฉิง”

ฉินเย่ขนลุกชัน “แล้ว—…”

“เส้นผมสีดำเปลี่ยนเป็นสีขาวภายในเวลาไม่ถึง 20 วินาที” มุมปากของอาร์ทิสยกยิ้มขึ้นอย่างแปลกประหลาด “มีบางสิ่งบางอย่างที่อันตรายแฝงตัวอยู่ในเงามืดของเมืองกู่เฉิง พวกเรากำลังพูดถึงบางสิ่งบางอย่างที่สามารถทำให้ตุลาการนรกตายได้ แต่…มันไม่ใช่สิ่งที่ท่านไม่สามารถแก้ไขได้ เพราะหากมันเป็นสถานการณ์ที่อันตรายถึงตายจริง ๆ เส้นผมจะกลายเป็นเถ้าถ่านไปในทันที”

“คำถามที่สองที่ข้าถามก็คือเมืองกู่เฉิงและการสำรวจดินแดนตะวันออกนั้นมีความสัมพันธ์กันอย่างไร…” นางมองไปที่พื้น “ท่านลองดูด้วยตัวเองเถิด”

ฉินเย่ก้มลงไปมอง และเขาก็พบว่าขี้เถ้าสีดำจากเส้นผมที่ถูกเผาไหม้ได้ก่อตัวเป็นวงกลมอยู่บนพื้น

อาร์ทิสรีบอธิบายทันที “นี่หมายความว่าทุกสิ่งในเมืองกู่เฉิงนั้นเกี่ยวข้องกับการสำรวจดินแดนตะวันออกอย่างไม่สามารถแยกออกได้ แต่นั่นมันหมายความว่าอย่างไรกัน? ข้าพยายามคิดอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่ข้าก็ยังคิดไม่ออก!”

นางจ้องมองฉินเย่อย่างไม่ละสายตาขณะที่เอ่ยต่อ และโดยไม่รู้ตัว นางได้โน้มหน้าเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มจนใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงครึ่งเมตร ฉินเย่เอนตัวถอยห่างด้วยความอึดอัด “อย่าเข้ามาใกล้ ระยะห่างแค่นี้…มันทำให้ข้ารู้สึกราวกับว่าเราเป็นคู่รักกัน”

“ท่านยังมีอารมณ์มาล้อเล่นอีกอย่างนั้นหรือ?” อาร์ทิสหัวเราะเบา ๆ ขณะที่โบกมือเบา ๆ และหน้าจอพลังหยินก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าของฉินเย่

มันคือกระจก

ฉินเย่อ้าปากค้างทันทีที่เห็นมัน

มัน…มีสัญลักษณ์สีดำอยู่บนใบหน้าของเขา!

อันที่จริง สัญลักษณ์ดังกล่าวคือตัวอักษรจีนสีดำของคำว่า ‘水’ (Shuǐ น้ำ)

มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่? ฉินเย่แทบไม่เชื่อสายตาของตัวเอง ฉินเย่พยายามจะถูมันออกไป และก็พบว่ามันเอาไม่ออก!

“ท่านจำได้หรือไม่ว่ามันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อใด?” อาร์ทิสถาม

ฉินเย่คิดอยู่ครู่หนึ่ง และแววตาของเด็กหนุ่มก็เป็นประกายเย็นยะเยือก “สถานีรถไฟเมืองกู่เฉิง แท่งเหล็กขึ้นสนิมแท่งหนึ่งพุ่งลงมาจากหลังคา หากข้าตอบสนองช้ากว่านี้ ข้าก็คงกลายเป็นเนื้อเสียบไม้ไปแล้ว แต่…มันเฉียบแก้มของข้าไป”

อาร์ทิสพยักหน้า แต่สีหน้าของนางก็ยังคงเคร่งเครียดดังเดิม “ข้า…จำตราประทับนี้ได้”

“ในยมโลกแห่งเก่ามีกลุ่มและตระกูลระดับสูงหลายร้อยตระกูล ส่วนใหญ่ล้วนมาจากพวกราชวงศ์และตระกูลขุนนาง และสัญลักษณ์บนหน้าของท่าน ดูเหมือนจะตรงกับหนึ่งในกลุ่มเหล่านี้” สีหน้าของนางดูซับซ้อน ฉินเย่ถอนหายใจออกมาและถาม “ใคร?”

อาร์ทิสเอ่ยตอบเสียงเรียบ “ขงจื๊อแห่งซานตง นอกจากนี้ ข้ายังสามารถบอกได้ด้วยว่ามันคือตราสัญลักษณ์ขงจื๊อของยมโลก มีเพียงยมโลกเท่านั้นที่ใช้ตราสัญลักษณ์นี้”

“หากให้แบ่งกลุ่มในยมโลกออกมาเป็นระดับต่าง ๆ ขงจื๊อคือหนึ่งในกลุ่มที่แข็งแกร่งที่สุด พวกเขาประกอบด้วยเจ็ดกลุ่ม และพวกเขาทั้งหมดล้วนเคยเป็นสาวกและลูกหลานของขงจื๊อเอง ซึ่งประกอบไปด้วย เม่งจื๊อจากตระกูลเม่ง ซุนจื๊อจากตระกูลซุน ตงจงซูจากตระกูลตง เฉิงห่าวและเฉิงอี้จากตระกูลเฉิง จูซีจากตระกูลจู และโจวดันอี้จากตระกูลจูล พวกเขาทั้งหมดล้วนใช้ตราสัญลักษณ์นี้ ดังนั้นข้าจึงไม่มั่นใจนักว่าผู้ใดกันที่กำลังหมายชีวิตท่าน”

แผ่นหลังของฉินเย่ในเวลานี้เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ขงจื๊อ…ลัทธิขงจื๊อ!

นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?!

เด็กหนุ่มพยายามสงบจิตใจของตนเอง มันมีเรื่องน่าสงสัยเต็มไปหมดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาหลับตาลงและพยายามครุ่นคิดเป็นเวลากว่าสิบนาที ก่อนจะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง “พวกคนดังในลัทธิขงจื๊อสมควรที่จะถูกพระกษิติครรภโพธิสัตว์พาไปยังสรวงสวรรค์ในตอนที่ท่านตรัสรู้ไปแล้ว พระกษิติครรภโพธิสัตว์ยังได้บอกกับข้าก่อนหน้านี้ด้วยว่าผู้ที่สามารถเล็ดลอดผ่านไปได้มีเพียงราชาผีทั้งสามและราชทูตทั้ง 12 นอกจากนี้ ไม่ใช่ว่าลัทธิขงจื๊อควรจะสำรวมและมีมารยาทหรอกหรือ? เหตุใดพวกเขาจึงต้องตั้งเป้าหมายมาที่ข้าด้วย?”

อาร์ทิสที่ได้ยินก็ส่งเสียงฮึดฮัดออกมา “ผู้ที่ท่านกำลังพูดถึงในตอนนี้คือกลุ่มขุนนางระดับสูง ท่านคิดหรือว่าทุกคนในกลุ่มจะยึดถือค่านิยมและหลักการเดียวกับขงจื๊อเอง? พวกขุนนางมีวิธีการดำเนินชีวิตของพวกเขาเอง ท่านต้องดูจากสถานะของพวกเขา ความเคารพที่พวกเขาได้รับ และยังความหรูหราที่พวกเขาได้ดื่มด่ำเพลิดเพลิน ผู้ที่กำลังตามล่าท่านอาจจะเป็นหนึ่งในกลุ่มของขงจื๊อ แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นหัวหน้าของพวกเขาเอง ผู้ใดก็ตามที่อยู่ในกลุ่มล้วนมีสิทธิ์ในการใช้ตราสัญลักษณ์นี้เพื่อระบุสถานะและตัวตนของตนเองทั้งสิ้น”

“แล้วถ้าอย่างนั้น เขาสามารถรอดไปจากการตรัสรู้ของพระกษิติครรภโพธิสัตว์ได้อย่างไร? แม้แต่ราชาผีก็ไม่สามารถป้องกันตัวจากการพาไปสวรรค์ของท่านได้ ดังนั้นสิ่งใดที่ทำให้เขาแตกต่างจากผู้อื่น?” ฉินเย่วิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น

ทันใดนั้นเอง อาร์ทิสก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ และนางก็โพล่งออกมาทันควัน “ลิมโบ!”

แววตาของฉินเย่ไหววูบ เขามีลางสังหรณ์ว่าอาร์ทิสเพิ่งจะค้นพบกุญแจในการปลดล็อกความน่าสงสัยพวกนี้เจอ และพวกเขาก็กำลังจะเข้าใจเรื่องทั้งหมด

“ลิมโบ…เคยเป็นดินแดนของผู้พลัดถิ่น เมื่อใดก็ตามที่ยมโลกเนรเทศใครสักคนไปยังลิมโบ มันยังเป็นการลบชื่อของพวกเขาออกจากบันทึกนรกด้วย แต่ถึงกระนั้น วิญญาณที่ถูกเนรเทศจะติดอยู่ในลิมโบ จำต้องล่องลอยไปอย่างไร้จุดหมายไปชั่วนิรันดร์ มันพอจะสมเหตุสมผลหากเรื่องเป็นเช่นนั้นจริง ๆ เพราะพระกษิติครรภโพธิสัตว์เองก็คงไม่ได้พิจารณาถึงการมีอยู่ของพวกเขาตั้งแต่แรก อีกความหมายหนึ่งก็คือ เรากำลังพูดถึง…เหล่าคนบาปของขงจื๊อ”

“ส่วนคำถามของท่านเกี่ยวกับผู้กระทำผิด มันมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้กระทำจะเป็นผู้ที่ค้นพบถึงความสำคัญของเมืองกู่เฉิงเข้า หรืออาจจะเป็นผู้ที่กระทำเรื่องร้ายแรงบางอย่าง มันเป็นข้อเท็จจริงที่รู้กันทั่วไม่ใช่หรือว่าเมืองกู่เฉิงไม่ได้มีผู้ฝึกตนที่แข็งแกร่งกว่าขั้นยมเทพเลยแม้แต่คนเดียว? อย่างน้อยมันก็เป็นก่อนที่ท่านจะปรากฏตัวขึ้น และเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ท่านทำลายแผนการของพวกเขา มันจึงเป็นธรรมดาที่จะกำจัดท่านเพื่อจบปัญหาตั้งแต่ต้น หากพูดอีกอย่างก็คือ…ท่านได้ก้าวเข้าไปอย่างผิดที่ผิดเวลา”

ฉินเย่เงียบไปและเงยหน้ามองเพดานอย่างครุ่นคิด ไม่…มันยังไม่หมดเท่านั้น นี่ยังไม่ใช่ความจริงที่พระกษิติครรภโพธิสัตว์พูดถึง สัญชาตญาณของเขาบอกเขาว่านี่ยังไม่ใช่คำตอบ สัญชาตญาณของเขาบอกเขาว่ามันยังมีอะไรมากกว่าที่ตาเห็น

กลุ่มเมฆแห่งความน่าสงสัยนั้นปกคลุมไปทั่ว และมันมีเพียงการหาเงื่อนงำจากทั้งหมดนี้ให้ได้เท่านั้นที่จะสามารถรับประกันความปลอดภัยของเขาได้อย่างแท้จริง

หลังจากผ่านไปหลายนาที ฉินเย่ก็พึมพำออกมาอีกครั้ง “เมื่อครู่นี้เจ้าบอกว่า…พวกเขาคือผู้ที่ถูกเนรเทศไปยังลิมโบใช่หรือไม่?”

อาร์ทิสพยักหน้าอย่างงง ๆ

ฉินเย่หันกลับไปสบตากับอีกฝ่าย “นั่นคือแมนเทิลนะ และหากพวกเขาอยู่ในแมนเทิลจริง ๆ…พวกเขาสามารถขึ้นมาที่เปลือกโลกได้อย่างไรกัน?”

“พวกเขาคือวิญญาณที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของยมโลก และมันก็สมเหตุสมผลแล้วที่พวกเขาถูกเนรเทศไปยังลิมโบ แต่นั่นก็แค่อธิบายว่าเหตุใดพวกเขาถึงสามารถหลบจากพระกษิติครรภโพธิสัตว์ได้เท่านั้น แต่…ผู้ที่อยู่ในลิมโบเข้าไปสู่แดนมนุษย์ได้อย่างไร?”

เปรี้ยง!

การวิเคราะห์ของฉินเย่เป็นเหมือนกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาและทำลายกลุ่มเมฆที่ปกคลุมความคิดของอาร์ทิสอยู่ ครั้งนี้ แม้แต่นางก็สัมผัสได้ว่าพวกนางอยู่ห่างจากความจริงอีกเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น

ทั้งสองเงียบไป หลังจากผ่านไปห้านาที ทั้งคู่ก็เงยหน้าขึ้นมาและเอ่ยออกมาพร้อมกัน “พระกษิติครรภโพธิสัตว์!”

“เข้าใจแล้ว…ข้าเข้าใจแล้ว!” อาร์ทิสรีบเอ่ยออกมา “พระกษิติครรภโพธิสัตว์พยายามจะบอกเราว่าผลกระทบจากการล่มสลายของยมโลกคงจะทำลายกำแพงของลิมโบและสร้างรอยแยกซึ่งเป็นเส้นทางระหว่างลิมโบและแดนมนุษย์! ใช่แล้ว… ท่านยังจำเชาโยวเต๋าได้หรือไม่? และท่านยังจำทางเข้าสู่รังของเขาได้หรือไม่?! มันเป็นที่นั่นเองที่พวกเราค้นพบถึงการปรากฏตัวของท่านตี้ทิงเป็นครั้งแรก!”

แววตาของฉินเย่ลุกโชนขึ้นราวกับไฟนรก “ใช่แล้ว! หน่วยสอบสวนพิเศษเองก็ค้นพบถึงการมีอยู่ของลิมโบ เพราะพวกเขาค้นพบรอยต่อระหว่างลิมโบและแดนมนุษย์! มันเป็นความผิดพลาดของเราเองที่ไม่พิจารณาเรื่องนี้ให้ละเอียดตั้งแต่ตอนนั้น!”

“พูดอีกอย่างก็คือ ผู้ร้ายที่เคยถูกเนรเทศจากยมโลก…อาจจะใช้รอยแยกเหล่านี้ในการลอบเข้ามายังแดนมนุษย์! อาร์ตี้ เจ้าคิดว่ามันมีผู้ถูกเนรเทศอยู่ประมาณเท่าใด?”

อาร์ทิสส่ายหน้า “ตั้งแต่สมัยอดีตกาลนั้นมีวิญญาณบาปมากมาย…และมีเพียงผู้ที่กระทำความผิดที่รุนแรงที่สุดเท่านั้นที่จะถูกเนรเทศไปยังลิมโบ ข้าจำได้ไม่แน่ชัดนัก แต่สิ่งหนึ่งที่ข้ามั่นใจก็คือ…”

นางสบตากับฉินเย่ “มีคนไม่มากนักที่สามารถมีชีวิตรอดจากโทษทัณฑ์นี้ได้! เพราะอย่างไรแล้ว ลิมโบ…เอาเถอะ มันคือดินแดนที่พวกเราจะต้องเดินทางผ่านสำหรับการสำรวจที่จะมาถึง เมื่อถึงตอนนั้นท่านจะได้เห็นมันด้วยตัวเอง ผู้ที่สามารถรอดชีวิตจากที่นั่นได้จะต้องไม่ใช่คนธรรมดาเลย!”

และด้วยเหตุนี้ กล่องแพนโดร่าจึงถูกเปิดออกในที่สุด

ผู้กระทำผิดคืออาชญากรของยมโลก และคนบาปของขงจื๊อ อีกฝ่ายน่าจะอยู่ขั้นตุลาการนรกหรืออาจจะอ่อนแอกว่านั้นเล็กน้อย และก็โชคดีมากพอที่อยู่ใกล้กับรอยแยกของลิมโบซึ่งเกิดขึ้นระหว่างการล่มสลายของยมโลก จนสามารถหนีไปยังแดนมนุษย์ได้ วันนี้…ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด แต่ฝ่ายตรงข้ามได้เริ่มจับตาดูเขาอย่างใกล้ชิดตั้งแต่ที่เขาไปถึงเมืองกู่เฉิง

“ท่านต้องการให้ข้าไปที่นั่นกับท่านด้วยหรือไม่?” อาร์ทิสเสนอความช่วยเหลือของตนออกมาเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ นางมักจะโจมตีฉินเย่เพื่อฝึกความกล้าให้กับอีกฝ่าย แต่ครั้งนี้… นางรู้ดี – อาลยวิญญาณไม่เคยโกหก

เมืองกู่เฉิงยังคงถูกปกคลุมไปด้วยความลึกลับที่แม้แต่พวกนางก็ไม่สามารถมองทะลุได้

“ไม่…เจ้าอยู่ที่นี่” ฉินเย่เอ่ยอย่างกล้าหาญ “หากมีอะไรเกิดขึ้นกับข้า เจ้ายังสามารถหาทางออกได้ ข้าจะมอบกระดิ่งอสูรวิญญาณนี้ไว้ให้ เมื่อเกิดเหตุจำเป็น เจ้าสามารถปลุกตี้ทิงให้ตื่น…”

ทันใดนั้น เขาก็ชะงักไป

“เกิดอะไรขึ้น?” อาร์ทิสถาม ฉินเย่หันกลับไปและเอ่ยต่อ “หากเกิดอะไรขึ้นกับข้า? นั่นข้าพูดบ้าอะไรกัน?”

อาร์ทิสทำหน้ายุ่ง “แน่นอน…ประสาทในการรับรู้ถึงอันตรายของท่านนั้นเฉียบคมราวกับสุนัขล่าเนื้อเสียอีก แม้แต่ภยันตรายที่อยู่ห่างออกไปถึง 800 กิโลเมตรท่านยังสัมผัสได้ มันก็ไม่มีทางเลยที่จะมีสิ่งเลวร้ายเกิดขึ้นกับท่าน…”

“นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าหมายถึง! ข้าดูเหมือนพวกที่ต้องการคำยืนยันเกี่ยวกับเรื่องนี้หรืออย่างไร” ฉินเย่ตะโกนตอบอย่างโมโห “นอกจากนี้ ในเมื่อเจ้ารู้อยู่แล้วว่าข้ากำลังพูดถึงอะไร เหตุใดจึงไม่ยอมเปิดสมองของตัวเองเหมือนอย่างที่ชอบเปิดหน้าอกของตัวเองเสียบ้าง?!”

อาร์ทิสที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตะคอกกลับ “นี่ท่านพูดเรื่องบ้าอะไรกัน?! มีปัญหาอะไรกับหน้าอกที่ใหญ่มหึมาของผู้หญิง? มันเรียกว่าการอวดในสิ่งที่ตนมี! นอกจากนี้ นี่คือท่าทางที่ท่านควรจะมีเมื่อพูดกับสตรีสูงศักดิ์เช่นข้าอย่างนั้นหรือ?!”

เมื่อพบว่าพวกเขากำลังจะออกนอกเรื่องอีกครั้ง ฉินเย่ก็ยั้งตัวเองและดึงสมาธิกลับมาที่เรื่องในมือ เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว “ข้าขอถามอะไรเจ้าอย่าง เหล่าอาชญากรที่ถูกเนรเทศไปที่ลิมโบ…ล้วนไม่ได้แข็งแกร่งกว่าขั้นตุลาการนรกใช่หรือไม่?”

“ใช่แล้ว… ท่านรู้ได้อย่างไรกัน?” อาร์ทิสจ้องตอบอย่างตกตะลึง

“เงียบ! ข้ายังมีเรื่องจะถามอีก…” ฉินเย่สบตาอีกฝ่ายนิ่ง “ในเมื่อข้าเองก็อยู่ขั้นตุลาการนรก…เหตุใดข้าจึงรู้สึกถึงการคุกคาม?”

“เหตุใดพระกษิติครรภโพธิสัตว์จึงต้องปรากฏตัวและเอ่ยเตือนข้าด้วยตัวเอง? เหตุใดอาลยวิญญาณของเจ้าจึงบอกให้ข้าควรดำเนินการทุกอย่างด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง?”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 382 รอยแยก"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved