cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 381 คิดบัญชี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 381 คิดบัญชี
Prev
Next

บทที่ 381: คิดบัญชี

ฉินเย่ยังคงลอยคว้างอยู่กลางอากาศ หมวกของเขาไม่ใช่หมวกทรงสูงที่เขาใส่ในตอนเป็นขั้นยมทูตขาวดำอีกแล้ว กลับกัน ตอนนี้มันดูไม่ต่างอะไรกับหมวกของจงขุยที่ถูกสวมในละคร เขาสวมเสื้อคลุมราชสำนักสีดำที่มีรูปของตี้ทิงและเซี่ยจื้อปักอยู่บนแขนเสื้อข้างซ้ายและขวาตามลำดับ เขาถือสิ่งที่ดูคล้ายกับปากกาแห่งการพิพากษาอยู่ในมือข้างซ้าย และสิ่งที่คล้ายกับสมุดแห่งความเป็นตายอยู่ในมือข้างขวา ในขณะที่ภาพของวิญญาณร้ายถูกปราบปรามถูกปักไว้ที่กลางอกของเสื้อคลุม เข็มขัดที่คาดอยู่ถูกทำขึ้นจากหยกที่หรูหรา และรองเท้าของเขาก็เป็นสีดำสนิท ภาพลักษณ์โดยรวมของเขาดูงดงามกว่าขั้นยมทูตขาวดำเป็นอย่างมาก

“ข้าอยู่ขั้นตุลาการนรกแล้วอย่างนั้นหรือ?” เขายกมือขึ้นมาและมองดูปากกาและสมุดในมือของตัวเอง

เขาสัมผัสได้ว่าวัตถุหยินเหล่านี้เคยเป็นกระบี่ปีศาจและไม้ขกสังปั๊งที่เขาเคยใช้มาก่อน พวกมันเพียงแค่เปลี่ยนรูปร่างเท่านั้น และแน่นอนว่ามันมาพร้อมกับรูปแบบการใช้ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ปากกาด้ามนี้…มีพลังมากกว่ากระบี่เสียอีก!

หากพูดกันตามความจริง มันมีพลังมากกว่าไม้ขกสังปั๊งที่เขาเคยใช้เสียด้วยซ้ำ!

เขาหยิบปากกาขึ้นมาและขีดเขียนมันกลางอากาศ ทันใดนั้นก็เกิดเสียงดังสนั่น และอากาศตรงหน้าปากกาแห่งการพิพากษาก็ส่งระเบิดคลื่นเสียงออกไป ราวกับเขาเพิ่งปลดปล่อยเพลงดาบที่ทรงพลังที่สุดออกไป และผลของแรงกระแทกดังกล่าวก็ทำให้เส้นผมของอาร์ทิสปลิวไสวอย่างรุนแรง

“โว่ววว–…” เขาอ้าปากค้าง นี่คือพลังของขั้นตุลาการนรกอย่างนั้นหรือ? แสดงว่า…อาร์ทิสก็ปกปิดพลังที่แท้จริงของนางมาโดยตลอดเลยสินะ นางคงยังใช้พลังไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ

บางสิ่งบางอย่างบอกเขาว่าหากเขาปล่อยพลังออกไปทั้งหมด แม้แต่กำแพงหนาที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรก็จะต้องถูกทำลายจากการปล่อยพลังของเขาในตอนนี้!

อาร์ทิสหัวเราะ “ปากกาแห่งการพิพากษาและสมุดแห่งความเป็นตาย สองสิ่งนี้เป็นเพียงการเลียนแบบวัตถุศักดิ์สิทธิ์ซึ่งเป็นรากฐานของการสร้างยมโลก ในฐานะของตุลาการนรก ระยะการรับรู้ของท่านจะขยายจนครอบคลุมระดับของมณฑล ดังนั้นตราบใดที่ท่านต้องการ มันจะไม่มีสถานที่มีขนาดของมณฑลใดในยมโลกที่ท่านมองไม่เห็น และเมื่อท่านปรารถนาที่จะเรียกวิญญาณตนใดให้มาปรากฏอยู่ตรงหน้า สิ่งที่ท่านต้องทำก็คือแค่เขียนชื่อของวิญญาณตนนั้นลงบนสมุดแห่งความเป็นตายกับปากกาแห่งการพิพากษาที่ถูกสร้างเลียนแบบขึ้นนี้เท่านั้น”

ฉินเย่พยักหน้า จากนั้น เขาก็ปิดเปลือกตาลงและเริ่มสัมผัสถึงพลังหยินที่ไหลเวียนอยู่ในร่างกาย มันค่อนข้างแปลก…ตอนนี้เขาสามารถมองเห็นและรับรู้ถึงการไหลของพลังที่อยู่ภายในอวัยวะและกระดูกของตัวเองได้อย่างชัดเจน

ทุกสิ่งทุกอย่างดูโปร่งใสต่อประสาทสัมผัสของเขา สิ่งที่ดูเหมือนจะไหลเวียนอยู่ภายในไขกระดูกของเขาไม่ใช่เลือดอีกต่อไป นอกจากนี้ กระดูกของเขายังถูกชำระล้างจนตอนนี้ดูใสราวคริสตัล เหมือนกับหินวิญญาณที่เขาใช้เพื่อการบรรลุก่อนหน้านี้

ไม่จำเป็นต้องเอ่ยอะไรมาก ร่างกายของเขาสามารถทนต่อการโจมตีที่รุนแรงได้มากขึ้นกว่าเดิมอย่างไม่ต้องสงสัย

หลังจากที่ผ่านไปหลายนาที ในที่สุดเขาก็ลืมตาขึ้นและข่มความตื่นเต้นภายในใจขณะที่กระดิกนิ้วให้อาร์ทิสอย่างท้าทาย “ตีข้าเลย ข้าอยากจะสู้กับเจ้า!”

อาร์ทิสแย้มยิ้มอย่างน่าสะพรึงกลัว “เช่นนั้น…ท่านก็จงระวังให้ดี”

“ครั้งนี้ ข้าจะทุ่มสุดกำลัง”

ทันทีที่นางพูดจบ ลูกไฟนรกจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปรากฏขึ้นด้วยพลังของนาง ภาพศาสตร์ที่นางใช้ได้ดีคุ้นเคยอย่างไม่น่าเชื่อ… วินาทีนั้น ขณะที่ริมฝีปากของฉินเย่สั่นเทา อาร์ทิสก็พึมพำออกมา “หมื่นภูตผีกลืนกินดวงวิญญาณ”

“ไม่… ไม่! อย่าเพิ่ง! เดี๋ยวก่อน! นั่นไม่ใช่สิ่งที่ข้าหมายถึง…”

น่าเสียดาย แต่เขาไม่มีเวลาที่จะมาจมอยู่กับความเสียใจของตัวเอง คลื่นวิญญาณพุ่งเข้ามา พร้อมกับลูกไฟนรกที่เป็นตัวแทนของดวงวิญญาณที่ดุร้าย พวกมันกรีดร้องและระเบิดพลังหยินที่รุนแรงออกมา ฉินเย่ร้องออกมาอย่างตกใจและรีบห่อตัวเป็นลูกบอลและยกมือคลุมศีรษะของตัวเองทันที

ให้ตายเถอะ!!!

นี่เจ้าไม่เข้าใจความหมายของคำว่าตีหรืออย่างไร?!

ได้คืบจะเอาศอกอย่างนั้นหรือ?! นี่เจ้าพยายามจะฆ่าข้ารึ–… หืม? เดี๋ยวก่อนนะ…

พลังหยินปริมาณมหาศาลระเบิดออกรอบร่างของเขา หลังจากผ่านไปกว่าสามนาทีเต็ม เด็กหนุ่มก็ค่อย ๆ ลดมือลงด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างมาก จ้องมองศักดิ์ศรีแห่งอำนาจที่ห่อหุ้มอยู่รอบตัวของตน

นี่มันใหญ่กว่าตอนที่เขาอยู่ขั้นยมทูตขาวดำเสียอีก ศักดิ์ศรีแห่งอำนาจในตอนนี้กลายเป็นโล่ที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าซึ่งเป็นลูกบอลทรงกลมที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณสิบเมตร การโจมตีอันทรงพลังของอาร์ทิสปะทะเข้ากับการป้องกันที่แข็งแกร่งของเขาเข้าอย่างจัง แต่มันกลับแทบจะไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้เลย

อ่าาา… ในที่สุดเด็กหนุ่มยกมือขึ้นและสางผมที่ไม่ค่อยเป็นทรงของเขา เขากระแอมออกมาเบา ๆ “ท่านก็ไม่เท่าไหร่นี่…”

มันสามารถพูดได้เลยว่าการกระทำของเด็กหนุ่มดูธรรมชาติจนทำให้แม้แต่อาร์ทิสก็ต้องนึกสงสัยขึ้นมาว่าคนตรงหน้าใช่ฉินเย่ผู้ที่ห่อตัวเป็นก้อนกลม ๆ ก่อนหน้านี้หรือไม่

อย่างไรก็ตาม อาร์ทิสเพียงกลอกตา “มันคงน่าเชื่อถือกว่านี้มากหากขาทั้งสองข้างของท่านมันไม่สั่นเทาขนาดนี้”

ฉินเย่กระแอมเบา ๆ และไม่สนใจประโยคที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาขณะที่เริ่มหันความสนใจไปที่พลังหยินที่ไหลผ่านร่างของเขาอีกครั้ง หากเขาต้องการ ตอนนี้เขาก็สามารถฉายร่างของตัวเองอย่างที่อาร์ทิสเคยทำได้ วิชานี้เป็นที่รู้จักกันในชื่อของนักบุญ

เด็กหนุ่มมองไปรอบ ๆ ด้วยสัมผัสของตัวเอง ไม่มีส่วนใดของยมโลกที่จะสามารถเล็ดลอดผ่าน ‘ดวงตา’ ของเขาไปได้ หากพูดกันตามตรง เมื่อเขาหันไปสนใจกลุ่มก้อนเมฆพลังหยินที่พรมแดนยมโลก เขายังสามารถบอกได้ด้วยว่าสายตาของเขาสามารถมองไปได้ไกลมากกว่านี้ แต่มันเพียงแค่ถูกจำกัดโดยขอบเขตของพรมแดนเท่านั้น

สิบนาทีต่อมา เขาดึงสัมผัสของตัวเองกลับมาและลืมตาขึ้นอีกครั้ง “นี่คือความสามารถของขั้นตุลาการนรกสินะ… มันแตกต่างจากขั้นยมทูตขาวดำอย่างสิ้นเชิง” จากนั้น…ฉินเย่ก็หันไปมองอาร์ทิสด้วยสายตาที่ดุดันและโหดเหี้ยม

อาร์ทิสสัมผัสได้ทันที แต่ถึงกระนั้น นางก็เชิดหน้าขึ้นอย่างภาคภูมิใจและปรายตามองฉินเย่ด้วยความดูถูก

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน มันถึงเวลาชดใช้แล้ว

ฉินเย่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ “เจ้ามาแล้ว”

อาร์ทิสชะงักไปครู่หนึ่ง และไม่นานก็เข้าใจทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร “ใช่ ข้ามาแล้ว”

ฉินเย่: “เจ้าไม่ควรมา”

อาร์ทิส: “แต่ข้าก็มาแล้ว”

ฉินเย่: “และข้าก็รู้อยู่แล้วว่าเจ้าจะต้องมา

อาร์ทิส: “แน่นอนว่าข้าต้องมา และท่านเองก็คงรู้เรื่องนี้เช่นกัน มิเช่นนั้น เหตุใดเมื่อหนึ่งปีก่อนท่านจึงปล่อยข้า?”

อาร์ทิสหลุบตาลงและจ้องมองยังเล็บสีดำยาวที่ค่อย ๆ ยื่นออกมาจากนิ้วของตนเอง หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง นางก็เอ่ยขึ้นว่า “มันผ่านมาหนึ่งปีแล้ว…หนึ่งปีเต็ม”

“ช่างเป็นปีที่ยาวนาน”

ฉินเย่ถอนหายใจ “ช่างเป็นปีที่สั้นเสียจริง”

อาร์ทิส: “….นี่ท่านเสพติดมันแล้วใช่หรือไม่? ท่านคิดว่าตัวเองไม่เกินไปหรอกหรือที่ล้อเลียนบทสนทนาอันโด่งดังของฟู่หงเสียะ และหยานหนานเฟยอยู่? เราจะเริ่มกันได้เสียที?” [1]

ฉินเย่ลอบกลืนน้ำตาของตนอย่างเป็นกังวล “ไม่ใช่ว่าพวกเรา…กำลังจ้องมองไปยังการต่อสู้ข้างหน้าอย่างนั้นหรอกหรือ? การต่อสู้เพื่อจบความโกรธแค้นระหว่างพ่อลูกควรจะถูกตัดสินโดยการต่อสู้ที่ดุเดือด==…”

เขารีบเปลี่ยนร่างเป็นกลุ่มก้อนพลังหยินที่พุ่งเข้าหาอาร์ทิสก่อนที่ตนจะเอ่ยจบ

มันเป็นการลอบโจมตีเพื่อเปิดศึก – ตามสไตล์ของท่านจ้าวนรกฉิน

อาร์ทิสหัวเราะเสียงเย็นและเปลี่ยนร่างเป็นสิ่งเดียวกัน คลื่นพลังหยินทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง มันเหมือนกับการต่อสู้กันของงูเหลือมขนาดใหญ่สองตัว และถ้ำที่อยู่ใต้ดินก็สั่นสะเทือนด้วยพลังหยินที่หนาแน่นทันที

ฉินเย่ตะโกนออกมาด้วยความโกรธ “แย่งแล็ปท็อปของข้าอย่างนั้นหรือ?!!”

“เรียกข้าว่าโก่วต้านอย่างนั้นหรือ?!!”

“ดูถูกข้าอย่างนั้นหรือ?!!”

“ต่อว่าข้าและตบตีข้าตามที่ตัวเองต้องการ! และบาปที่หนักที่สุดของเจ้าก็คือตอนเจ้าใช้ตุ๊กตายางในการดูหมิ่นศักดิ์ศรีของข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า!!!”

สิบวินาทีต่อมา พร้อมกับเสียงที่ดังก้อง กลุ่มก้อนพลังหยินทั้งหมดกระจัดกระจายไปโดยรอบ เผยให้เห็นภาพของอาร์ทิสที่กำลังดึงหูของฉินเย่ และเด็กหนุ่มก็ร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เล็บมือยืดยาวออกมาหนึ่งนิ้ว และเขาก็ข่วนมันไปที่อีกฝ่ายอย่างรุนแรง แต่มันกลับเปล่าประโยชน์ “นี่… นี่เจ้า… เจ้ายังกล้าทำร้ายข้าอีกอย่างนั้นหรือ?!!”

มันเป็นภาพของความขัดแย้งระหว่างเพื่อนร่วมห้องดี ๆ นี่เอง

“ปากดีไม่เบาเลยนี่?” อาร์ทิสพึมพำเสียงเย็นขณะที่บิดหูของฉินเย่อย่างแรง ส่งผลให้เด็กหนุ่มร้องออกมาราวกับหมูในโรงเชือด

“ตุลาการนรกมือใหม่อย่างท่านที่ไม่มีศาสตร์หรือวิชาใด ๆ ให้ใช้ กล้าดีอย่างไรถึงมาท้าทายหนึ่งใน 50 ตุลาการนรกที่แข็งแกร่งที่สุดของยมโลกแห่งเก่า? ท่านไม่คิดหรือว่าท่านกำลังประเมินตัวเองสูงเกินไป?” นางสะบัดมือ และฉินเย่ก็ล้มลงกับพื้น

สามวินาทีต่อมา ฉินเย่ลุกยืนขึ้นและเอ่ยด้วยความโกรธเกรี้ยว “นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด!!! ไม่ใช่ว่าตอนนี้เจ้าควรจะไม่ต่างอะไรกับวิญญาณทั่วไปหรืออย่างไร? ข้าเองก็อยู่ขั้นเดียวกัน เหตุใดข้าจึงไม่สามารถสังหารเจ้าได้?!!!”

อาร์ทิสอ้าปากหาวอย่างเบื่อหน่าย “ข้ารู้มานานแล้วว่าท่านทนเก็บความแค้นที่มีต่อข้าเอาไว้ ด้วยเหตุนี้…ข้าจึงตัดสินใจที่จะดูแลเรื่องการเลื่อนขั้นของท่านด้วยตัวเอง”

“ท่านรู้อะไรหรือไม่? ผู้ที่คอยเฝ้าคุ้มกันการเลื่อนขั้นของผู้อื่นย่อมได้รับประโยชน์ไปด้วย ต้องขอบคุณท่าน ตอนนี้ ครึ่งหนึ่งของข้าได้ถือว่าเป็นข้าราชการของยมโลกแล้ว และก็ถือว่าเป็นยมทูตของยมโลกแห่งใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย ข้าอาจจะยังไม่เป็นเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ แต่ชื่อของข้าก็คงจะปรากฏขึ้นในบันทึกนรกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น ท่านมีสิทธิ์อะไรมาสังหารข้า? วู้…. ท่านรู้หรือไม่ว่าข้ารอคอยวันนี้มานานเพียงใด? 365 วัน 365 คืน! ข้ารู้อยู่แล้วตั้งแต่ต้นว่าท่านจะจัดการกับข้าทันทีที่ท่านเลื่อนขึ้นมาอยู่ขั้นเดียวกันกับข้า!”

จะสู้กับข้าอย่างนั้นหรือ?

ท่านยังเด็กและอ่อนต่อโลกเกินไป!

อ๊ากกกก… เขาพลาดแล้ว! ฉินเย่กัดฟันกรอดและเก็บความคิดที่จะแก้แค้นเอาไว้ ไม่เป็นไร…อีกไม่นานข้าก็จะเลื่อนเป็นขั้นฝู่จวิน… เด็กหนุ่มนำบันทึกนรกออกมาและพลิกไปที่ชื่อของตัวเอง และก็พบว่าเขายังต้องการแต้มกุศลอีก 5 ล้านแต้มเพื่อที่จะเลื่อนไปสู่ขั้นต่อไป

ไม่เป็นไร…การแก้แค้นจะยิ่งสะใจกว่าเมื่อปล่อยให้เวลาผ่านไป… ไม่ช้าก็เร็ว ข้าจะทำให้ท่านต้องร้องขอความเมตตาจากข้าให้ได้…

“แววตาแบบนั้นมันหมายความว่าอย่างไร?” อาร์ทิสไม่พอใจเป็นอย่างมาก “หากไม่มีอะไรแล้วก็จงไปทำหน้าที่ของตัวเองเสีย! ทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้ผู้อื่นเสียบ้าง! โนบูนางะได้นำกองกำลังของท่านไปทำการต่อสู้ที่ยมโลกแห่งเก่าแล้ว แต่เหตุใดท่าน ผู้เป็นจ้าวนรก กลับลีลาและไม่ยอมปักตะเกียงหวนหยางเสียที?! ท่านไม่คิดหรือว่าตัวเองกำลังเป็นตัวถ่วงของยมโลก?!”

อดทนไว้… เขายังไม่สามารถสู้กับนางได้ในตอนนี้… ฉินเย่สะบัดแขนเสื้อและจัดระเบียบเสื้อคลุมของตน “มันยังมีอีกเรื่องหนึ่ง… ข้าเพิ่งพบกับพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มา”

“อืม” อาร์ทิสตอบอย่างไม่แยแส

“…นี่มันปฏิกิริยาแบบใดกัน? ไม่ใช่ว่าเจ้าควรจะตกใจกับเรื่องแบบนี้หรอกหรือ? สีหน้าความตกตะลึงอยู่ที่ใด? เหตุใดท่านจึงมีใบหน้าที่เรียบเฉยเช่นนั้น?”

อาร์ทิสโบกมืออย่างทนไม่ไหว “ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าคำพูดของท่านมันไม่มีสิ่งใดที่นำไปสู่ข่าวที่น่าเหลือเชื่ออย่างไรเล่า อย่างน้อยท่านก็ควรจะหุบยิ้มและเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังเสียก่อน ดูสีหน้าของท่านตอนนี้สิ มันไม่ต่างอะไรกับผู้ที่เพิ่งถ่ายเสร็จใหม่ ๆ เลยสักนิด แล้วท่านจะต้องการให้ข้าตอบสนองอย่างเหมาะสมได้อย่างไรกัน?”

อ่าาา… ยายเฒ่านี่… มือของฉินเย่ขยับเล็กน้อย และกระดิ่งอสูรวิญญาณก็ปรากฏขึ้นในมือ

“กระดิ่งของท่านตี้ทิง?” อาร์ทิสอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึงขณะที่จ้องไปที่ฉินเย่ “นี่ท่าน…ไปพบกับพระกษิติครรภ์โพธิสัตว์มาจริง ๆ อย่างนั้นหรือ?!”

“ข้าก็เพิ่งพูดไปไม่ใช่หรือ? นี่เจ้าคิดว่าข้าพูดโกหกหรืออย่างไร?!”

“… แต่การพูดคุยของเราก่อนหน้านี้… มันทำให้ข้าคิดว่าท่านเพียงพยายามที่จะทำให้ข้ารำคาญใจเท่านั้น…”

ฉินเย่รู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา นี่อีกฝ่ายคิดว่าเขาจะมาล้อเล่นกับเรื่องแบบนี้หรืออย่างไร? หาเรื่องมาทำให้นางรำคาญใจ? นี่นางรู้ตัวหรือเปล่าว่าตนเองกำลังทำให้เขารำคาญใจมากเพียงใด?!

อดทน… อดทนเอาไว้… ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้า ๆ เพื่อระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่านของตน จากนั้นจึงนึกถึงคำพูดที่พระกษิติครรภ์โพธิสัตว์ได้ทิ้งเอาไว้ และสีหน้าของเด็กหนุ่มก็เปลี่ยนเป็นจริงจังอีกครั้ง

“เอาไว้ข้าจะเล่ารายละเอียดทั้งหมดให้เจ้าฟังหลังจากนี้” ฉินเย่หุบยิ้มและเอ่ยต่อ “เจ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับเมืองกู่เฉิงมาก่อนหรือไม่? มันเคยถูกจดบันทึกไว้ในพงศาวดารของยมโลกบ้างหรือไม่?”

อาร์ทิสส่ายหน้าโดยไม่แม้แต่จะคิด “ไม่”

“เจ้าแน่ใจนะ?” ฉินเย่ขมวดคิ้วเข้าหากันมากกว่าเดิม

“ข้าแน่ใจ” อาร์ทิสพยักหน้า “นอกเหนือจากเมืองเฟิงตู พวกเราล้วนจดจำเมืองและนครอื่น ๆ ที่มีความสำคัญในยมโลกได้ทั้งหมด ยกตัวอย่างเช่น เมืองอาร์เกิ่นที่เป็นที่รู้จักในฐานะของป้อมปราการที่คอยป้องกันการรุกรานของโลกใต้พิภพจากตะวันออกกลาง หรือเมืองหยินเฉิงที่คอยจับตาดูโลกใต้พิภพแห่งฮันยาง เมืองกู่เฉิง…ไม่มีอยู่ในรายชื่อเหล่านี้ นอกจากนี้ ข้ายังมั่นใจด้วยว่านี่เป็นพื้นที่ที่ขั้นฝู่จวินผู้ยิ่งใหญ่เคยประจำการอยู่ เพราะไม่ว่าอย่างไรแล้ว พวกเราทั้งหมดต่างเคยได้ยินเกี่ยวกับการถือกำเนิดและการใช้ชีวิตของขั้นฝู่จวินผู้สูงศักดิ์ในยมโลกทั้งสิ้น”

ฉินเย่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของอาร์ทิสก่อนจะถามอย่างตั้งข้อสังเกต “เจ้าคิดว่าเหตุใดข้าถึงรีบกลับมาที่นี่ ขอให้เจ้าช่วยให้ข้าเลื่อนเป็นขั้นตุลาการนรก? ตอนนี้มีภูตผีคลุ้มคลั่งอยู่ในแดนมนุษย์ไม่มาก และมันก็คงใช้เวลาไม่เกินครึ่งเดือนก่อนที่ข้าจะไปถึงที่เมืองหวู่หยาง ดังนั้น มันจึงไม่น่ามีเหตุผลที่ข้าต้องรีบร้อนขนาดนี้”

อาร์ทิสเอ่ยตอบออกมาโดยไม่แม้แต่จะคิด “แน่นอนว่ามันเป็นเพราะว่าท่านสัมผัสได้ถึงภัยคุกคาม… ข้าต้องขอยอมรับเลย… จมูกของท่านนั้นดีกว่าจมูกของสุนัขวิญญาณที่ข้าเคยเห็นเสียอีก และท่านยังวิ่งหนีจากอันตรายได้เร็วกว่ากระต่ายตัวใดในยมโลกอีกดะ–… เดี๋ยวก่อนนะ!”

นางชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะจ้องฉินเย่ด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง “ภัยคุกคาม?”

“ตัวตนใดกันที่สามารถคุกคามท่านได้? ข้าไม่คิดว่าท่านจะเป็นพวกที่กล้าสร้างความไม่พอใจให้กับพวกภูตผีคลุ้มคลั่งหรอกนะ…”

“หรือว่าท่านกำลังจะบอกว่า…มันอาจมีบางอย่างที่เป็นภัยต่อชีวิตของท่านอยู่ในเมืองกู่เฉิง?”

[1] บทสนทนาในนิยายกำลังภายในที่ถูกแต่งขึ้นโดยโกวเล้งชุดเซียวลี้ปวยตอ มีดบินไม่พลาดเป้า

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 381 คิดบัญชี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved