cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 362 ข้อเสนอจากถังหมิง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 362 ข้อเสนอจากถังหมิง
Prev
Next

บทที่ 362: ข้อเสนอจากถังหมิง

มันผ่านมาร้อยปีแล้ว… นั่นก็หมายความว่าพวกเขายังเหลือเวลาอีกแค่ 150 ปีเท่านั้น…

ฉินเย่ลูบคางของตนเองขณะครุ่นคิด – ระยะเวลา 150 ปีจะเพียงพอหรือไม่?

มันจะเพียงพอที่จะนำหน้าโลกใต้พิภพอื่น ๆ ที่นำหน้าพวกเขาอยู่หรือไม่?

อีกนัยหนึ่งก็คือ เขามีเวลาอีก 150 ปีในการขยายยมโลกไปทั่วพื้นที่ 9.6 ล้านตารางกิโลเมตรของจีน นอกจากนี้ เขายังต้องก่อตั้งกองกำลังที่ไร้เทียมทานและเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งเพื่อที่ยมโลกจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของโลกใต้พิภพอื่น ๆ ทันทีที่กำแพงป้องกันของพวกเขาหายไป เพียงแค่ความคิดเกี่ยวกับการที่โลกใต้พิภพจำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามาที่ยมโลกก็ทำให้ฉินเย่รู้สึกเย็นวาบไปตามกระดูกสันหลัง!

ฉินเย่เคาะโต๊ะเบา ๆ หลังจากผ่านไปพักใหญ่ เขาก็พึมพำออกมาในที่สุด “มันไม่มีความหวังอื่นนอกจากเราจะสร้างเมืองท่าสำหรับทำการค้าขึ้นมา”

เศรษฐกิจคือรากฐานสำคัญของชาติมหาอำนาจ เมื่อปราศจากเงิน ทุกอย่างก็ไม่ต่างอะไรกับการพูดอวดอ้าง ถึงแม้ว่าผลประโยชน์ที่พวกเขาเก็บเกี่ยวมาได้ในคราวนี้จะมากมาย แต่มันก็เกิดจากการประชุมราชสำนักที่ถูกจัดขึ้นทุก ๆ 50 ปีเท่านั้น นอกจากนี้…ผลประโยชน์ที่มีมูลค่าเพียงหมื่นล้านหินวิญญาณน่ะหรือ?

ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของจีนในหนึ่งปีคือล้านล้าน! สิ่งที่ได้มาในคราวนี้เป็นเพียงน้ำหนึ่งหยดในมหาสมุทรเท่านั้น

“ฝ่าบาททรงพูดถูกแล้วพ่ะย่ะค่ะ” อวี๋เชียนพยักหน้า “บันทึกความเข้าใจที่ลงนามระหว่างยมโลกแห่งใหม่และท่านหลิวอวี้ได้กำหนดระยะเวลาสองปีสำหรับการเริ่มต้นของการทำการค้าทางทะเล หากเราไม่สามารถจัดการได้ทัน ความเสียหายที่เราจะต้องจ่ายก็จะสูงมาก และยมโลกแห่งใหม่ก็อาจจะเข้าสู่สถานะของการชำระบัญชี ยมโลกเพิ่งได้เริ่มกางปีกเท่านั้น พวกเราจะปล่อยให้ชื่อเสียงของยมโลกต้องแปดเปื้อนไม่ได้เด็ดขาด”

“สองปีอย่างนั้นหรือ…” ฉินเย่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ จากนั้นจึงกระแอมออกมาและถามต่อ “ท่านคิดว่ามันมีวิธีที่จะหลีกเลี่ยงความเสียหายพวกนั้นได้อย่างนั้นหรือ? จะให้บล็อกเขาในคิวคิว หรือบอกพวกเขาว่าโทรศัพท์ของเราเสียหรืออย่างไร?”

เกิดความเงียบขึ้นครู่หนึ่ง

หลังจากผ่านไปประมาณห้าวินาที อวี๋เชียนก็จ้องมองฉินเย่ราวกับเห็นผี “ฝ่าบาท… โปรดอย่าทำอะไรเช่นนั้น! นี่คือการเปิดตัวของยมโลก ประชาชนจะคิดอย่างไรหากเราทำให้พวกเขาผิดหวัง? นี่คือสิ่งที่จะทำให้ภาพลักษณ์ของยมโลกจะต้องแปดเปื้อนไปตลอดกาล! แล้วเราจะสามารถทำการเจรจากับโลกใต้พิภพอื่น ๆ ในอนาคตได้อย่างไร?”

หยางจีเย่เองก็เอ่ยเสริมอย่างเป็นกังวล “ฝ่าบาท เราจะทำเช่นนั้นไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะ! เรื่องนี้ส่งผลต่อภาพรวมทั้งหมดของยมโลก และมันก็ควรจะได้รับความสำคัญเป็นอันดับสูงสุด เรื่องอื่น ๆ ควรถูกพับเก็บกลับไปก่อน ไม่ว่าจะยกเลิกการลงนาม หรือจะพยายามอย่างถึงที่สุดเพื่อทำให้มันสำเร็จก่อนกำหนดเวลาจะมาถึง! ยมโลกจะปล่อยให้ชื่อเสียงของตัวเองต้องแปดเปื้อนไม่ได้เด็ดขาด!”

“ข้าแค่ล้อเล่นเท่านั้น…” ฉินเย่ทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย – ทำไมคนพวกนี้ถึงได้จริงจังขนาดนี้? อารมณ์ขันของพวกเขาหายไปไหนหมด? นี่อีกฝ่ายคิดว่าเขาเป็นคนแบบนั้นหรือไง?

แต่ถึงอย่างนั้น พอมาลองคิดดู… ข้าคิดว่าอีกฝ่ายก็ไม่ผิดเสียทีเดียวที่จะมองว่าเขาไร้ยางอายขนาดนั้น…

อวี๋เชียนและหยางจีเย่ต่างรู้ดีว่าตอนนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างที่กำลังดำเนินการในยมโลก ดังนั้นพวกเขาจึงประสานมือและกำปั้นคารวะฉินเย่ “ฝ่าบาท หากไม่มีสิ่งใดแล้ว พวกเราคงต้องขอตัวก่อน ลิชชาวีและฟิลิปินัสจำเป็นจะต้องมีผู้นำ แต่โปรดวางพระทัย เพราะหากมีสิ่งใดเกิดขึ้นกับยมโลก…”

ทั้งสองหันไปหาจิวยี่พร้อมกัน และก็พบว่าอีกฝ่ายเพียงพัดให้ตัวเองเบา ๆ โดยไม่ได้มีสีหน้าหวาดกลัวใด ๆ

“พวกเราจะเดินทางกลับมาที่นี่ด้วยตัวเอง!!”

“ดี ยมโลกยังมีกิจการอีกหลายอย่างที่จะต้องจัดการ ดังนั้นข้าคงไม่ได้ไปส่งพวกท่าน ขอให้ท่านทั้งสองเดินทางกลับอย่างปลอดภัย”

ชายทั้งสองโค้งคำนับและจากไป

จากนั้นภายในห้องก็เหลือเพียงจิวยี่และฉินเย่เท่านั้น

ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา และมันก็ดำเนินไปเช่นนั้นครู่หนึ่งก่อนที่ฉินเย่จะเป็นฝ่ายเอ่ยออกมาในที่สุด “ท่านโจว เหตุใดท่านจึงยังไม่เดินทางกลับไปยังดินแดนของตนเอง?”

จิวยี่ลุกขึ้นยืนและหยิบม้วนกระดาษม้วนหนึ่งออกมาจากเสื้อตรงช่วงอกและยื่นมันให้กับฉินเย่ด้วยมือทั้งสองข้างอย่างเคารพ “ท่านจ้าวนรก ครั้งนี้กระหม่อมได้เดินทางมาด้วยความเร่งรีบและไม่ได้นำเครื่องบรรณาการทั้งหมดมาด้วย นี่คือรายการของทั้งหมดจากโลกใต้พิภพแห่งถังหมิงตลอดระยะเวลาร้อยปีที่ผ่านมา เมื่อคืนนี้กระหม่อมได้ส่งนกพิราบสื่อสารไปแล้ว และคาดว่าเครื่องบรรณาการทั้งหมดน่าจะมาถึงยมโลกแห่งใหม่ภายในสิบวัน”

น่าสนใจ

เทพแห่งเปลวเพลิงจิวยี่ ชายผู้จุดไฟเผากองกำลังทหาร 8 แสนนายในคราวเดียว เขาคือหนึ่งในผู้ที่มีความสามารถที่สุด แม้ว่าจะเป็นในหมู่ราชทูตด้วยกันก็ตาม

แต่…ท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันนี้มันอะไรกัน?

ฉินเย่รับม้วนกระดาษมา คลี่มันออกและเริ่มอ่านเนื้อหาทั้งหมด ดวงตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายขึ้นทันที จากนั้นเขาก็อ่านมันต่อไปอีกประมาณห้านาที ก่อนจะหันไปหาจิวยี่ “ท่านโจว…นี่คือ…เครื่องบรรณาการสำหรับขอสงบศึกอย่างนั้นหรือ?”

“กล่องความลับหยิน 120 กล่อง อสูรทะเล 15 ตัว หินวิญญาณ 1 แสนตัน…” ฉินเย่ค่อย ๆ ม้วนกระดาษกลับดังเดิม หลับตาลงและเอ่ยเสียงเรียบ “ท่านต้องการอะไร?”

จิวยี่ยิ้มบาง “โลกใต้พิภพของถังหมิงหวังว่าเราจะสามารถมอบความช่วยเหลือแก่กันและกันได้ หากท่านฉินยินดีตกลง ข้าจะส่งกองเรือสินค้ามาที่เมืองท่าภายในเวลาสองปีเช่นกัน”

คนเจ้าเล่ห์!

จิวยี่นั้นมีความเจ้าเล่ห์มากกว่าที่ประวัติศาสตร์ได้บันทึกเอาไว้มาก!

สิ่งที่เขากำลังทำอยู่นั้นแสดงให้เห็นถึงทัศนคติบางอย่างที่มีต่อยมโลก เขาอาจจะดูเหมือนว่ายืนอยู่ฝั่งเดียวกับยมโลก แต่มันเห็นได้ชัดว่าเขาไม่คิดที่จะสร้างความขัดแย้งกับฝั่งของหลิวอวี้เช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนนี้ที่ยมโลกนั้นอ่อนแอกว่าฝั่งของหลิวอวี้อย่างเห็นได้ชัด แต่การประชุมราชสำนักก็ได้แสดงให้เห็นแล้วว่ายมโลกนั้นมีศักยภาพสูงมาก และพวกเขาก็ทำได้เพียงแค่คาดเดาเท่านั้นว่ามันจะเป็นอย่างไรในอีกร้อยปีข้างหน้า ดังนั้น อีกฝ่ายจึงทำทั้งหมดนี้เพื่อที่จะสร้างทางเลือกให้กับตัวเอง อีกความหมายหนึ่งก็คือ คนตรงหน้าต้องการจะเห็นว่าสวรรค์จะสนับสนุนการพัฒนาของยมโลกแห่งใหม่มากเพียงใด

เขารู้ดีว่ายมโลกยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะทำอะไรเกี่ยวกับทัศนคติที่เขาแสดงออกมา นับประสาอะไรกับการรับมือกับข้าราชการศักดินาของยมโลกแห่งเก่า นอกจากนี้เขายังกำลังแสดงเจตนาดีต่อยมโลกอีกด้วย

ด้วยวิธีนี้ หากยมโลกเติบโตขึ้นจนมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะรับมือกับราชทูตทั้ง 12 ได้ภายในร้อยปี และเขาอาจจะไม่ได้รับตำแหน่งที่สูงเท่าอวี๋เชียนหรือหยางจีเย่ แต่เขาก็ไม่มีทางพบโชคชะตาที่เลวร้ายอย่างหลิวอวี้และพรรคพวกคนอื่น ๆ หรือหากยมโลกต้องล่มสลายลงอีกครั้งในร้อยปีต่อมา เช่นนั้น…เขาก็จะยังสามารถรักษาตำแหน่งและชีวิตของตัวเองเอาไว้ได้

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเรื่องของอนาคตนั้นไม่สามารถคาดเดาได้ และเขาก็ยังไม่พร้อมที่จะตัดสินใจเลือกตัวเลือกใดตัวเลือกหนึ่ง

“รับประกันความอยู่รอดของกระหม่อมไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในท้ายที่สุด” จิวยี่ไม่ได้หงุดหงิดกับการที่ฉินเย่ถามจุดประสงค์ที่แท้จริงของตน เขาเพียงยิ้มตอบ “นอกจากนี้ เพื่อแสดงความจริงใจ กระหม่อมได้เตรียมการพิเศษไว้นอกเหนือจากเครื่องบรรณาการทั้งหมดที่กระหม่อมได้นำมาให้พระองค์อีกด้วย กระหม่อมได้สั่งทางโลกใต้พิภพของล้านช้างให้ส่งหน้าไม้ศักดิ์สิทธิ์เปลวไฟแห่งกรรม 20,000 ชุดพร้อมกับลูกศรหน้าไม้ 1 ล้านดอกมาให้ยมโลกด้วย”

ในที่สุดสีหน้าของฉินเย่ก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

หน้าไม้ศักดิ์สิทธิ์เปลวไฟแห่งกรรม…นี่คืออาวุธที่สามารถพูดได้ว่าเป็นไพ่ตายของจิวยี่ และพวกมันคือสิ่งเดียวกันกับที่อีกฝ่ายใช้ต่อกรกับข้าราชการศักดินาคนอื่น ๆ ที่ด้านนอกทางเข้าของยมโลก นี่คนตรงหน้ายอมส่งของที่มีประโยชน์เช่นนี้มาให้ยมโลกจริง ๆ น่ะหรือ?

“ท่านกำลังต้องการสิ่งใดกันแน่?” ฉินเย่ถามเป็นครั้งที่สอง

จิวยี่ส่ายหน้า “นี่เป็นเพียงความหวังดีที่กระหม่อมต้องการจะมอบให้เท่านั้น ตราบใดที่พระองค์ทรงสามารถจำสิ่งที่กระหม่อมได้ทำลงไปในวันนี้ได้ กระหม่อมก็ไม่ต้องการสิ่งใดอื่นอีก”

หนี้บุญคุณ

รองลงมาจากบุคลิกที่เย่อหยิ่งของข้าราชการศักดินาที่อยู่ฝั่งเดียวกันกับหลิวอวี้ เห็นได้ชัดเลยว่าจิวยี่นั้นเป็นเหมือนกับนกพิราบที่ดูไม่เป็นอันตรายอะไร

ทั้งห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบอีกครั้ง ครั้งนี้ ฉินเย่ครุ่นคิดเรื่องทั้งหมดเป็นเวลากว่าสิบนาทีเต็มก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาและส่ายหน้า “ไม่จำเป็น”

“ยมโลกแห่งใหม่ยังไม่จำเป็นต้องใช้ยุทโธปกรณ์ใด ๆ ในตอนนี้ หรือต่อให้เราต้องการ เราก็สามารถสร้างมันจากหอแห่งการสั่นสะเทือนของเราได้ ขอบคุณท่านโจวสำหรับความหวังดี”

ทันทีที่เอ่ยจบเขาก็ลุกขึ้นยืน

อย่างไรก็ตาม จิวยี่รีบเอ่ยขึ้นก่อนที่เด็กหนุ่มจะได้เดินจากไป “พระองค์ทรงแน่ใจหรือว่าทรงไม่ต้องการมันจริง ๆ?”

จากนั้น โดยไม่เว้นช่วง เขาหัวเราะออกมาเบา ๆ ราวกับคำที่จะพูดต่อไปนั้นมีความหมายแฝงบางอย่าง “สิ่งสำคัญสูงสุดของยมโลกในตอนนี้ก็คือการขยายอำนาจไปยังเมืองต่าง ๆ และพัฒนาอาณานิคมใหม่ หากพระองค์ไม่สามารถสร้างเมืองท่าขึ้นมาได้ ทุกอย่างที่ได้มาจากการประชุมราชสำนักก็จะสูญเปล่า”

ฉินเย่จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นยะเยือก “ท่านกล้าที่จะลุกขึ้นสู้กับยมโลกอย่างนั้นหรือ?”

“กระหม่อมไม่ได้พูดถึงตัวเอง” จิวยี่ส่ายหน้าและถอนหายใจออกมา “ดูเหมือนว่า…ตุลาการนรกที่อยู่กับพระองค์จะยังไม่ได้แจ้งให้ทราบถึงรายละเอียดของการสร้างเมืองใหม่ใช่หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ? อันตรายจากการสำรวจพรมแดนใหม่…นั่นไม่ใช่สิ่งที่พระองค์จะสามารถจินตนาการได้ กระหม่อมมิได้พยายามจะอวดอ้างแต่อย่างใด แต่กระหม่อมสามารถบอกได้เลยว่าหากปราศจากความช่วยเหลือของกระหม่อม พระองค์จะไม่สามารถปูทางไปสู่เมืองท่าได้อย่างแน่นอน”

“กระหม่อมจะอยู่แถว ๆ นี้ต่ออีกประมาณหนึ่งสัปดาห์ และกระหม่อมก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าพระองค์จะเปลี่ยนความคิด” เขาลุกขึ้นและโค้งคำนับคนตรงหน้า “นกส่งสารได้ถูกส่งไปแล้ว และอาวุธทั้งหมดก็จะมาถึงภายใน 15 วัน กระหม่อมเชื่อ…ว่าพระองค์จะต้องใช้สิ่งเหล่านี้ในอีกไม่ช้านี้”

เมื่อเอ่ยจบ จิวยี่ก็จากไป

ฉินเย่ไพล่มือไปด้านหลังเดินวนไปมาอยู่ภายในห้องโถง หลังจากผ่านไปพักใหญ่ เด็กหนุ่มก็หัวเราะออกมาเบา ๆ กับตัวเอง “อีกความหมายหนึ่งก็คือ ไม่ว่าอย่างไรข้าก็ต้องตอบรับหนี้บุญคุณนี้อย่างนั้นหรือ?”

“น่าสนใจ” เขาเปลี่ยนร่างเป็นกลุ่มก้อนพลังหยินและเตรียมมุ่งหน้าไปยังพื้นที่ก่อสร้าง “ข้าอยากจะเห็นเช่นกันว่าอันตรายแบบใดที่รอเราอยู่ และมันเป็นอันตรายที่แม้แต่โนบูนางะและทหารวิญญาณนับหมื่นนายของเขาจะไม่สามารถรับมือได้เชียวหรือ? เราจำเป็นจะต้องตกลงรับหน้าไม้ศักดิ์สิทธิ์เปลวไฟแห่งกรรมพวกนี้มาหรืออย่างไร?”

แต่ทันทีที่เขาออกมาจากประตูนรก เขาก็ต้องหยุดลง

ศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณนั้นตั้งอยู่ห่างจากประตูนรกออกไปไม่มากนัก ดังนั้นทันทีที่เขาออกมาจากประตูนรก ฉินเย่ก็สังเกตเห็นทันทีว่าศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณกำลังเกิดปรากฏการณ์แปลกประหลาดขึ้น เงินกระดาษจำนวนนับไม่ถ้วนกระจัดกระจายเต็มไปหมด และมันยังมีรัศมีของเจ้าแม่กวนอิมแผ่ออกมาจากจุดกึ่งกลางของศาลาอีกด้วย

หากพูดกันตามตรง ไม่เพียงแต่เงินกระดาษเท่านั้นที่ปลิวว่อนไปทั่ว แต่มันยังมีดอกบัวมายาจำนวนนับไม่ถ้วนที่ลอยลงมาจากฟ้า และที่ใจกลางของดอกบัวเหล่านี้ก็ลุกโชนด้วยเปลวไฟนรก และสลายเป็นผุยผงไปทันทีที่กระทบกับพื้น ลำแสงสีขาวส่องลงมาที่กลางศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณจากบนท้องฟ้า

“วิญญาณพิเศษดวงใหม่หรือ?” ฉินเย่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบมุ่งหน้าไปยังศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณ และเขาก็พบว่าหวังเฉิงห่าวและอาร์ทิสได้รออยู่ก่อนแล้ว

“ดีเลยที่ท่านอยู่ที่นี่ ข้ามีบางอย่างจะสั่งการ” เขามองไปที่ศาลาตรงหน้าอย่างคาดหวัง “ข้าต้องการพบกับเหล่าหัวหน้าระดับสูงทั้งหมดเพื่อพูดถึงแผนการเกี่ยวกับขั้นตอนต่อไปสำหรับการพัฒนาของยมโลก หวังหนึ่งหาง ไปบอกซูตงเซวี่ยให้เตรียมแผนการพัฒนาเมืองให้เรียบร้อยก่อนการประชุมในวันพรุ่งนี้…”

“ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน” อาร์ทิสจ้องมองไปที่ศาลาเหนี่ยวรั้งวิญญาณอย่างไม่ละสายตา “เจ้าไม่รู้สึกหรือ…ว่าพลังหยินที่แผ่ออกมาจากดวงวิญญาณบนศาลานั้น…ค่อนข้างคุ้นเคย?”

ฉินเย่ขมวดคิ้วและลองสังเกตดูดี ๆ จากนั้นเขาก็หันไปหาหวังเฉิงห่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง “นี่มันพลังหยินของเจ้า… หรือว่าชูคาคุที่อยู่ในร่างของเจ้าจะตื่นขึ้นแล้ว? และมันยังตัดสินใจที่จะลงมาอยู่กับเจ้าในยมโลกด้วย?” [1]

ให้ตายเถอะ… ข้าไม่ได้มีชูคาคุอยู่ในร่าง!!!

หวังเฉิงห่าวข่มก้อนเลือดที่กระจุกอยู่ในลำคอของตน ในขณะที่ริมฝีปากของเขากระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ “เกี่ยวกับเรื่องนั้น ท่านพี่ฉิน ข้าเพิ่งถามท่านพี่อรากษส และนางก็บอกว่านี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อใครบางคนเผาบางสิ่งบางอย่างจากแดนมนุษย์และส่งมาให้คน ๆ หนึ่งในยมโลก แต่ข้าคิดมาสักพักแล้ว นี่ก็ปลายเดือนธันวาคมแล้วไม่ใช่หรือ? ไม่ใช่ว่านี่ถึงช่วงเวลาของการสอบปลายภาคของสำนักฝึกตนแห่งแรกหรืออย่างไร?”

ฉินเย่กะพริบตาปริบ ๆ ราวกับต้องการจะบอกว่า – แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้า?

นี่ข้าอุตส่าห์ลดความสำคัญในการรักษาตำแหน่งอาจารย์ผู้สอนของตัวเองเพื่อที่จะได้จัดการกับสิ่งเหล่านี้ แล้วเจ้าต้องการจะพูดสิ่งใดกันแน่?

“ไม่…” หวังเฉิงห่าวจ้องหน้าฉินเย่ ราวกับเป็นคนปัญญาอ่อน จากนั้น เด็กหนุ่มก็คว้าแขนของฉินเย่และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาเล็กน้อย “ท่านพี่ฉิน…ท่านอยู่ในยมโลกมานานเพียงใดแล้ว? หากข้าคำนวณไม่ผิด ท่านอยู่ที่นี่มาสองอาทิตย์แล้วใช่หรือไม่?”

ฉินเย่คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ

มีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องได้รับการจัดการในช่วงสองอาทิตย์ที่ผ่านมา และทั้งหมดก็จำเป็นที่เขาจะต้องจัดการด้วยตนเอง ตอนแรกเขาตั้งใจว่าจะกลับมายังยมโลกในเวลากลางคืนเท่านั้น แต่ตั้งแต่ที่กลับมาที่ยมโลกเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เขาก็เริ่มดูแลทุกอย่างที่จะนำไปสู่การประชุมราชสำนัก และได้อยู่ที่นี่มาโดยตลอด

หวังเฉิงห่าวอ้าปากค้าง จากนั้นเขาก็เขย่าร่างของฉินเย่อย่างแรงราวกับต้องการปลุกอีกฝ่ายจากความมึนงง “ท่านพี่ฉิน…ตื่น! ลองนึกดูดี ๆ ท่านไม่คิดว่าตัวเองกำลังลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไปหรอกหรือ?”

ฉินเย่ขมวดคิ้ว “ข้าลืมเอาเถ้ากระดูกของเจ้าไปลอยอังคารอย่างนั้นหรือ?”

“นี่ท่านลืมไปแล้วหรือว่าร่างกายภาพของท่านยังคงอยู่ที่แดนมนุษย์?!!!” หวังเฉิงห่าวทิ้งระเบิด

เปรี้ยง!

ราวกับสายฟ้าที่ผ่าลงมาโดยไม่บอกกล่าว

เม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นบนหน้าผากของฉินเย่ สีหน้าของเขาในเวลานี้ดูตกตะลึงและสยดสยองไปพร้อม ๆ กัน ริมฝีปากสั่นเทาอย่างไม่สามารถควบคุมได้ จากนั้น โดยที่สบตากับคนตรงหน้านิ่ง เขาคว้ามืออีกฝ่ายและถามด้วยน้ำเสียงที่ดูล่องลอย “นี่…เจ้า กะ กำลังจะบอกว่า…ในแดนมนุษย์ ข้า…นอนไม่ได้สติมาตลอดสองอาทิตย์เลยอย่างนั้นหรือ?!”

หวังเฉิงห่าวไม่ลังเลที่จะแทงดาบลงไปกลางใจของฉินเย่ทันที “ใช่แล้ว และนี่ก็คือช่วงที่การสอบปลายภาคถูกจัดขึ้น ข้าคิดว่าหากท่านได้สติขึ้นมาในตอนนี้ ประโยคแรกที่เทพแห่งสงครามโจวจะพูดกับท่านก็คือ – ‘อาจารย์ฉิน หลังจากที่ได้ไตร่ตรองและหารือกันอย่างหนัก รวมถึงพิจารณาถึงสภาพร่างกายของคุณในตอนนี้ เหล่าหัวหน้าระดับสูงของทางสำนักได้ตัดสินใจว่าคุณไม่เหมาะสมที่จะเป็นอาจารย์ผู้สอนของสำนักผู้ฝึกตนแห่งแรกอีกต่อไป…’ ”

แต่ก่อนที่เขาจะทันได้พูดจบ ฉินเย่ก็เปลี่ยนร่างเป็นกลุ่มก้อนพลังหยินและหายไปจากตรงนั้นเสียแล้ว

ให้ตายเถอะ…ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมที่ผ่านมาเขาถึงรู้สึกราวกับตัวเองได้ลืมอะไรบางอย่างที่สำคัญมาก ๆ ไป!

สำนักฝึกตนแห่งแรก…เขามัวแต่ยุ่งอยู่กับกิจการของยมโลกจนลืมหน้าที่ของตัวเองในแดนมนุษย์ไปเสียสนิท!

เวรเอ๊ย… แล้วตอนนี้คะแนนการสอนทั้งหมดของเขาจะเป็นอย่างไรบ้างล่ะเนี่ย?!!

[1] อ้างอิงจากนารุโตะ ชูคาคุคือชื่อของปีศาจหนึ่งหางในเรื่อง

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 362 ข้อเสนอจากถังหมิง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved