cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 361 การเข้าพบของข้าราชการศักดินา

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 361 การเข้าพบของข้าราชการศักดินา
Prev
Next

บทที่ 361: การเข้าพบของข้าราชการศักดินา

ในที่สุดจ้าวนรกของเราก็กลับเป็นปกติ…

อาร์ทิสถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกขณะที่อธิบายสถานการณ์ “ผลไม้หยินและผลผลิตทางเกษตรอื่น ๆ สามารถถือได้ว่าเป็นผลผลิตพิเศษ พวกมันจะเป็นประโยชน์ต่อเรามากในเวลานี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่กำลังต้องการจะสร้างเส้นทางการค้าที่สำคัญที่สุด…”

นางหยุดพูดไปครู่หนึ่งและหันไปมองฉินเย่ ก่อนจะค่อย ๆ นำฉินเย่ไปสู่การรู้แจ้ง “เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่ายมเทพนับสิบล้านตนของยมโลกแห่งเก่ามาจากที่ใด? และยมโลกแห่งเก่าเลี้ยงดูและฝึกฝนพวกเขาอย่างไร? โดยการปัดเป่าวิญญาณร้ายอย่างนั้นหรือ? นั่นเป็นสิ่งที่เป็นไปได้หลังจากที่พวกเขาได้กลายเป็นยมทูตแล้วเท่านั้น แล้วแบบนี้พวกเขาสามารถบรรลุข้อกำหนดพื้นฐานก่อนที่จะถูกแต่งตั้งให้เป็นยมทูตได้อย่างไร?”

ฉินเย่กะพริบตาปริบ ๆ อย่างรวดเร็วราวกับผีเสื้อกระพือปีก “วิวัฒนาการ? บ่มเพาะพลังปราณ? ลงทะเบียน?”

… ข้ารู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่สามารถตั้งความหวังกับคนโง่แบบเขาได้!

อาร์ทิสกัดฟันกรอดและเอ่ยต่อ “การกินและการบ่มเพาะ! ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นอมตะและมีชีวิตอยู่ชั่วนิรันดร์ในยมโลก แต่วิญญาณก็ไม่มีทางเพิ่มพลังความสามารถของตนเองได้โดยปราศจากการกินและการฝึกฝน! พลังหยินที่กักเก็บอยู่ในผลผลิตทางเกษตรจะถูกดูดซับโดยเหล่าวิญญาณผ่านทางการกิน ควบคู่กับการได้รับคำชี้แนะอย่างเชี่ยวชาญในการบ่มเพาะ พวกเขาก็จะค่อย ๆ บรรลุไปสู่ระดับพลังพื้นฐานของขั้นยมเทพ”

ฉินเย่มึนงง “ให้ข้ามอบตำแหน่งให้พวกเขาเลยไหม?”

“นี่เจ้ายังมีสติดีอยู่หรือไม่? แน่นอน มันสามารถเป็นไปได้ด้วยความช่วยเหลือของบันทึกนรก หากพูดกันตามตรง เจ้าสามารถนำวิญญาณอายุน้อยมาและมอบตำแหน่งที่อยู่ต่ำกว่าเจ้าขั้นหนึ่งให้พวกเขาได้ แต่มันมีบันทึกนรกเพียงแค่เล่มเดียวเท่านั้น ในขณะที่จำนวนวิญญาณที่เข้ามาสู่ยมโลกจะเพิ่มขึ้นจนมีจำนวนหลายพันล้านในเวลาไม่นาน! แล้วเจ้าจะมอบตำแหน่งให้พวกเขาทีละคนอย่างนั้นหรือ? นั่นไม่ใช่วิธีที่ฉลาดเลยแม้แต่น้อย และมันก็เป็นวิธีที่เสียเวลามากด้วย ทางที่ดีสำหรับการรับมือกับเรื่องนี้ก็คือเริ่มสร้างสถาบันและจัดหาอาหารที่เพียงพอให้กับพวกเขา แบบนี้ เจ้าก็จะเริ่มเห็นถึงการปรากฏตัวขึ้นของขั้นยมเทพและยมทูตในท้ายที่สุด”

อย่างนี้นี่เอง…คนทั้งหมดสบตากันทันที แม้แต่หวังเฉิงห่าวก็ตระหนักได้ถึงประโยชน์ของระบบดังกล่าว!

หากการเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจ็กต์ 985 หรือโปรเจ็กต์ 211[1] คือเงื่อนไขเบื้องต้นในรับการสวัสดิการต่างจากภาครัฐในแดนมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้าง หรือโอกาสในการบริหารจัดการ เช่นนั้นการบรรลุขั้นยมเทพก็เป็นเหมือนกับเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการเป็นข้าราชการของยมโลก ผู้ที่ปรารถนาจะได้รับการแต่งตั้งเป็นยมทูตไม่เพียงจะต้องกินและดื่มให้เพียงพอเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องเรียนรู้ศาสตร์ทุกอย่าง รวมถึงศิลปะการต่อสู้ด้วย…

มันคือเพชรในตมดี ๆ นี่เอง!

ไม่ต้องการผลผลิตพวกนี้อย่างนั้นหรือ? ไม่เลย ไม่ใช่ ไม่มีทาง! ผลผลิตพวกนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมาก! ภายในหัวของฉินเย่พลันเต็มไปด้วยแผนการมากมายทันที…

ใจเย็น ๆ… สงบใจไว้… เด็กหนุ่มรู้ดีว่าเขาอาจจะตื่นเต้นกับของทั้งหมดที่ได้มา แต่เขาก็รู้ดีเช่นกันว่าเรื่องพวกนี้จำเป็นจะต้องพิจารณากันอย่างถี่ถ้วน เพราะทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลอย่างมากต่อการพัฒนาของยมโลกในระยะยาว นอกจากนี้… สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการสร้างเมืองท่าสำหรับค้าขาย

ตัวเลือกนั้นมีมากมาย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ก็คือการให้ความสนใจกับการพัฒนาและการเจริญเติบโตของยมโลก และตัวเลือกที่นำโอกาสมากมายมาสู่ยมโลกก็คือตัวเลือกที่มีความสำคัญสูงสุด!

เขาใช้เวลาสักพักหนึ่งในการตรวจสอบรายการทรัพย์สินที่ได้มา มีเมล็ดพันธุ์อยู่ทั้งสิ้น 23 ชนิด โดยแบ่งเป็นธัญพืช 5 ชนิดและพืชที่ออกผล 16 ชนิด ส่วนอีกสองชนิดที่เหลืออยู่ก็คือผลผลิตพิเศษที่ใช้สำหรับการผลิตชาและยาสูบ

ฉินเย่พึงพอใจกับการเก็บเกี่ยวของตัวเองในครั้งนี้เป็นอย่างมาก

เขาเริ่มเพ้อฝันถึงวันที่เมืองท่าถูกเปิดในที่สุด และสินค้าจำนวนหนึ่งของสินค้าทั้งหมดจากทวีปตะวันออกก็จะถูกส่งมาที่เมื่อเป่าอันในฐานะภาษีสำหรับยมโลก เขาก็จะได้รับสมบัติล้ำค่ามากมายที่ตัวเองปรารถนา! ช่างเป็นภาพที่น่าตั้งตารอจริง ๆ!

อาหาร เสื้อผ้า เครื่องสำอาง รองเท้า อุปกรณ์กีฬา และอื่น ๆ อีกมากมาย ทุกอย่างจะช่วยเติมเต็มจิตวิญญาณที่ว่างเปล่าของเหล่าประชากรวิญญาณ และคุณภาพชีวิตของพวกเขาก็จะดีขึ้นอย่างมาก! มันจะเป็นยุคสมัยใหม่ของยมโลกอย่างแท้จริง ในขณะที่เขานั่งอยู่เป็นจุดสูงสุดของจักรวรรดิที่เขาได้สร้างขึ้น ได้รับการยกย่องและชื่นชมว่าเป็นจ้าวนรกที่หล่อเหลารวมถึงได้รับความชื่นชอบมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของยมโลก ในขณะเดียวกัน เขาก็เริ่มนึกถึงวันที่เขาจะได้ตบหน้าโจวเซียนหลงด้วยรองเท้าของตัวเอง ไม่ใช่ในฐานะของลูกน้องที่ไม่เชื่อฟัง แต่ในฐานะของผู้ที่อยู่ในระดับเดียวกัน…

และขณะที่เขากำลังเพลิดเพลินไปกับภาพในภวังค์ของตัวเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

“ใคร?”

“หม่อมฉันเองเพคะ ตอนนี้ท่านอวี๋ ท่านหยาง และท่านจิวอยู่กับหม่อมฉันด้วย ท่านทั้งสามรอเข้าเฝ้าพระองค์มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้วเพคะ” ซูตงเซวี่ยเอ่ยตอบจากอีกด้านหนึ่งของประตู

แววตาของฉินเย่วูบไหว

ท่านโจว?

ท่านโจวไหนกัน?

เขาไม่สามารถนึกถึงใครอื่นนอกจากเทพแห่งเปลวเพลิงโจวกงจินได้จริง ๆ

เขายังไม่ได้จากไปอีกหรือ? แถมยังขอเข้าพบเขา พร้อมกับอวี๋เชียนและหยางจีเย่อีกด้วย?

เด็กหนุ่มดีดนิ้ว และบานประตูก็เปิดออกกว้าง จากนั้นเขาจึงหันไปหาหวังเฉิงห่าวและเอ่ยว่า “หาคนมาจัดการรายการทรัพย์สินทั้งหมดและเก็บมันไว้ให้เรียบร้อย จากนั้น เมื่อเสร็จแล้ว เจ้าก็ไปฝึกงานกับซูตงเซวี่ยสักระยะหนึ่ง”

ซูตงเซวี่ยหงุดหงิดเป็นอย่างมาก

หวังเฉิงห่าวเป็นเด็กหนุ่มที่หล่อเหลา แต่จู่ ๆ อีกฝ่ายกลับมาแย่งงานของนางได้อย่างไร? นอกจากนี้ นางสามารถบอกได้เลยว่าภายในใจของฉินเย่นั้นให้ความสำคัญกับหวังเฉิงห่าวมากเพียงใด

มันไม่มีคำอธิบายอื่นใดนอกจากความหลงใหลต้องห้าม!

อ่า–… บุรุษเพศ…

“มันช่างน่าพึงพอใจจริง ๆ ที่ได้เก็บเกี่ยวผลผลิตจากการเตรียมการอย่างหนักตลอดหกปีของเราในคราวเดียว…” ฉินเย่ไล่นิ้วไปตามกองหินวิญญาณ ก่อนจะหันไปหาซูตงเซวี่ย “บอกพวกเขาว่าข้าจะไปพบพวกเขาที่โถงประตูนรกในอีกครึ่งชั่วโมง”

เวลาครึ่งชั่วโมงผ่านไปในชั่วพริบตา เนื่องจากการล่มสลายของอุตสาหกรรมเสื้อผ้าของยมโลก ฉินเย่และผู้ติดตามของพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะปรากฏตัวอย่างเป็นทางการในสถานะยมทูตของตนเอง สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกคิดถึงอุตสาหกรรมเสื้อผ้าเป็นอย่างมาก

ฉินเย่ถกแขนเสื้อของตนอย่างหัวเสีย – ใจเย็น ๆ… เรารีบร้อนกับเรื่องพวกนี้ไม่ได้ การเจริญเติบโตและพัฒนาของยมโลกถือได้ว่ารวดเร็วและกำลังพุ่งทะยาน หากพวกเขาใจร้อนเกินไป มันอาจจะเกิดข้อผิดพลาดได้ ผลจากนโยบายที่ดีจะเห็นได้ก็ต่อเมื่อเวลาผ่านไปแล้วเท่านั้น มันไม่ใช่ความคิดที่ดีในการจะเร่งเพื่อให้ได้เห็นผลลัพธ์ สำหรับตอนนี้ มันยังไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มหรือก่อตั้งอุตสาหกรรมใหม่ ๆ มันจะเป็นการดีกว่าที่จะปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปเช่นนี้อีกสักประมาณห้าปี ก่อนจะนึกถึงเรื่องอื่น

อาร์ทิสเดินตามเด็กหนุ่มไปที่ห้องโถง อวี๋เชียน หยางจีเย่ และจิวยี่ได้รอเขาอยู่ก่อแล้ว ทันทีที่ฉินเย่มาถึง ทั้งสามก็รีบลุกขึ้นยืนและโค้งคำนับเกือบ 90 องศา จากนั้นจึงประสานมือและกำปั้นอย่างเคารพ “คารวะท่านจ้าวนรก”

“ไม่ต้องพิธีรีตอง เชิญนั่ง” ฉินเย่โบกมือและนั่งลงที่หัวโต๊ะ ตอนนี้เขาสงบลงแล้ว ดังนั้นเด็กหนุ่มจึงรอให้คนอื่น ๆ นั่งประจำที่ของตน ก่อนจะส่งยิ้มบางให้อวี๋เชียนและหยางจีเย่ “ข้าสามารถบอกได้ว่าท่านทั้งสองได้อุทิศกายและใจให้กับยมโลก ดังนั้นข้าจึงอยากจะรู้ว่าพวกท่านวางแผนจะทำสิ่งใดต่อไป?”

พวกท่านตั้งใจที่จะอยู่ที่นี่ต่อ หรือกลับไปยังรัฐศักดินาของตนเอง?

อวี๋เชียนครุ่นคิดอยู่สักพัก “กระหม่อมเกรงว่าเราอาจจะทำให้ท่านจ้าวนรกผิดหวัง เพราะพวกเรา…จำเป็นจะต้องกลับไปยังรัฐศักดินาของตัวเอง”

หยางจีเย่ถอนหายใจออกมา “พวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะอยู่ที่นี่และให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูยมโลก แต่…ลิชชาวีและฟิลิปินัสนั้นเป็นดินแดนที่อันตรายอย่างแท้จริง และพวกเราก็คงไม่สามารถวางใจได้จนกว่าจะได้อยู่ที่นั่นและดูแลการปกครองรวมถึงการรักษาความปลอยภัยทุกอย่างด้วยตัวเอง”

ฉินเย่เคาะนิ้วเบา ๆ บนโต๊ะขณะที่นึกถึงแผนที่ของทวีปตะวันออก และแววตาของเด็กหนุ่มไหววูบทันที

ลิชชาวี…ประเทศขนาดเล็ก – เล็กมากเสียด้วย แต่มันกลับตั้งอยู่คั่นกลางระหว่างจีนและฮินดูสถาน! อีกความหมายหนึ่งก็คือ มันคือเขตกันชนระหว่างโลกใต้พิภพที่ยิ่งใหญ่ทั้งสอง!

เขตกันชนนั้นอันตรายเป็นอย่างมาก และมันก็มีพื้นที่หลายส่วนที่อาจมีภยันตรายแฝงตัวอยู่

เหตุผลที่ฉินเย่มุ่งมั่นเกี่ยวกับการพัฒนาที่รวดเร็วนี้ก็เพราะว่าหากกิจการของโลกใต้พิภพสามารถเทียบได้กับแดนมนุษย์…มันก็คงไม่มีทางที่รัฐจะอยู่ในความสงบสุข!

ตะวันออกกลางนั้นเป็นที่รู้จักในเรื่องของน้ำมันที่อุดมสมบูรณ์ และมันก็เคยถูกใช้เป็นหุ่นเชิดโดยประเทศใหญ่ ๆ มามากจนทำให้เกิดการต่อสู้และสงครามอยู่เรื่อย ๆ นอกจากนี้ หากพวกนั้นรู้ว่ายมโลกแห่งเก่าได้ล่มสลายไป และชิ้นเนื้อนุ่มขนาดใหญ่อย่างจีนกำลังอยู่ในสภาวะที่ง่ายต่อการไขว่คว้า ประเทศมหาอำนาจเหล่านั้นจะต้องการแย่งชิงกันเพื่อมันเป็นแน่!

เขาไม่ได้พูดเรื่องนี้กับใครทั้งนั้น หากพูดกันตามตรง มันยังไม่ถึงเวลาที่จะพิจารณาถึงความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นกับส่วนอื่น ๆ ของโลกด้วยซ้ำ แต่เขาก็ไม่สามารถปฏิเสธถึงการมีอยู่ของสถานการณ์ที่ย่ำแย่เหล่านั้นได้ ซ้ำร้าย เขายังไม่รู้ด้วยว่ามันจะเกิดขึ้นเมื่อใด!

“แล้วฟิลิปินัสเล่า?” เขาหันไปมองหยางจีเย่ “ที่นั่นอยู่กลางมหาสมุทรและแม้ว่าจะรายล้อมด้วยเกาะเล็กมากมาย แต่พวกนั้นก็น่าจะเป็นโลกใต้พิภพขนาดเล็กเท่านั้นมิใช่หรือ? ท่านหยางจะอยู่ที่นี่ต่อไม่ได้เลยหรือ?”

สีหน้าของหยางจีเย่ดูเคร่งขรึมและจริงจัง “วิญญาณหมอผี”

“มันคืออะไร?”

หยางจีเย่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในขณะที่อวี๋เชียนส่ายศีรษะไปมา “ท่านหยาง มันจะเป็นการดีกว่าหากท่านจะเป็นคนพูดเรื่องนี้”

“พระองค์ต้องทรงนึกถึงภาพในมุมมองขนาดใหญ่และสิ่งที่เขากำลังรับมือ แม้ว่ายมโลกจะไม่สามารถรับมือกับมันได้ในตอนนี้ แต่นี่ก็ยังคงเป็นข้อมูลสำคัญ”

หยางจีเย่ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยรอดไรฟัน “เทพแห่งความตายอาพุช เทพแห่งความตายสุเป่ย เทพแห่งความตายมิกตลันเตคัตลี เทพแห่งความตายมาเซา ขนนกทมิฬที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของเทพเหล่านี้ล้วนเป็นวิญญาณหมอผีทั้งสิ้น ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีที่แล้ว พวกเขาได้ลอบเดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิก หมายจะเข้ามาที่แผ่นดินจีนผ่านทางทะเลจีนตะวันออก!”

เทพแห่งความตายสี่ตน!

ฉินเย่อ้าปากค้าง ไม่คิดเลยว่าเทพแห่งความตายทั้งสี่จะกำลังหมายตาทวีปตะวันออกอยู่! โชคดีจริง ๆ ที่หยางจีเย่สามารถยับยั้งการรุกรานของอีกฝ่ายได้

นี่เป็นครั้งแรกที่จิวยี่ได้ยินเรื่องนี้ และเปลวไฟนรกในดวงตาของเขาก็ลุกโชนอย่างดุเดือด

“มีขนนกทมิฬไม่กี่กลุ่มเท่านั้นที่สามารถเดินทางข้ามมหาสมุทรได้อย่างพวกเขา” หยางจีเย่เอ่ยต่อ “พวกเขาทั้งสี่ถูกเรียกว่า สหพันธ์สี่เทพ เพราะอาณาเขตของพวกเขาต่างอยู่ในทวีปเดียวกัน – พวกเขาล้วนมาจากทวีปตะวันตกกลาง[2] เช่นเดียวกันกับอูโซเนีย”

ฉินเย่ระงับความคิดที่ยุ่งเหยิงภายในหัวของตัวเองและพยักหน้าเบา ๆ “ข้าอยากได้ยินมากกว่านี้”

“พ่ะย่ะค่ะ” หยางจีเย่ใช้เวลาเรียบเรียงความคิดของตนอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอธิบาย “อาพุชคือเทพแห่งความตายของโลกใต้พิภพมายัน สุเป่ยคือเทพแห่งความตายของโลกใต้พิภพของอินคา มิกตลันเตคัตลีคือเทพแห่งความตายของโลกใต้พิภพแอซเท็ก และมาเซาคือเทพแห่งความตายของโลกใต้พิภพชนเผ่าโฮปิ พวกเขาทั้งหมดมาจากอูโซเนีย และแม้ว่าโลกใต้พิภพของพวกเขาจะไม่ได้มีขนาดใหญ่ แต่พวกเขาก็มีอายุมาอย่างน้อย 1,000 ปีแล้ว และพวกเขาก็แข็งแกร่งเพียงพอที่จะเป็นภัยต่อยมโลกแห่งใหม่อย่างไม่ต้องสงสัย”

ฉินเย่พยายามนึกจากเศษเสี้ยวของความทรงจำที่มีข้อมูลเกี่ยวกับเทพแห่งความตายเหล่านี้ก่อนจะตอบกลับด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เทพทั้งสี่ล้วนเป็นอารยธรรมพื้นเมืองของอูโซเนียและทวีปตะวันตกกลางใช่หรือไม่? ชนพื้นเมืองของพวกเขา?”

“ฝ่าบาท มันจะเป็นการดีกว่าที่จะไม่ประมาทพวกเขานะพ่ะย่ะค่ะ” อวี๋เชียนเอ่ยด้วยความเคารพ “อารยธรรมพื้นเมืองเหล่านี้มีอายุมาตั้งแต่เมื่อ 200 ปีก่อนคริสตกาล พวกเรากำลังพูดถึงโลกใต้พิภพที่มีอายุกว่า 2,000 ปี ความหวังเดียวในตอนนี้ก็คือการที่ความเชื่อเกี่ยวกับพวกเขาเริ่มลดน้อยลงในแดนมนุษย์ และนั่นก็คือเหตุผลเดียวที่ว่าทำไมอาณาเขตของพวกเขาจึงมีไม่มากนัก แต่ถึงกระนั้น ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขามีอายุมายาวนานก็หมายความว่า…เทพแห่งความตายของพวกเขาอยู่ขั้นจ้าวนรก!”

เขาเอ่ยต่ออย่างอดกลั้นความไม่พอใจ “และสิ่งที่น่าเป็นกังวลมากที่สุดก็คือข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาไม่ได้มาที่นี่ด้วยความตั้งใจของตัวเอง…”

ดวงตาของฉินเย่วาวโรจน์ขึ้น เขาเข้าใจทันทีว่าอวี๋เชียนต้องการจะสื่ออะไร

สิ่งที่อีกฝ่ายพยายามจะบอกก็คือมีกองกำลังที่ทรงพลังกว่าบังคับให้พวกเขาเดินทางมาที่จีน – ดินแดนซึ่งเป็นที่รู้จักในฐานะดินแดนต้องห้ามสำหรับโลกใต้พิภพทั้งหมดมาตั้งแต่สมัยโบราณ

ใครกัน?

เทพแห่งความตายของอูโซเนียตนใดกันที่จะมีอำนาจมากถึงเพียงนั้น?

และราวกับอ่านความคิดของฉินเย่ออก หยางจีเย่อธิบายต่อ “ทวีปตะวันตกเหนือคือจุดที่โลกใต้พิภพที่มีอำนาจมากที่สุดตั้งอยู่ รวมถึงแทนาทอสและเทพแห่งความตายไร้นาม[3] เทพแห่งความตายไร้นามไม่เคยเข้ามามีส่วนร่วมในสงครามใด ๆ มาก่อน ดังนั้นกองกำลังเดียวที่น่าจะสามารถบีบบังคับเทพชนพื้นเมืองเหล่านี้ให้เดินทางข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกได้ก็มีเพียงอีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอยู่ในอูโซเนีย – แทนาทอส”

เทพเจ้าแห่งอาร์โกสสินะ….

“นั่นยังไม่ใช่เรื่องที่จะต้องเป็นกังวลนักสำหรับตอนนี้” อาร์ทิสเอ่ยแทรกขึ้น “ตราบใดที่อาณาเขตเวทแห่งมหาเทพทั้งเก้ายังไม่ถูกทำลาย พวกเขาก็จะไม่มีทางลอบเข้ามาในพรมแดนจีนของเราได้”

“มันคือสิ่งใดกัน?” ฉินเย่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน “เหตุใดข้าจึงไม่เคยได้ยินเจ้าพูดถึงสิ่งนี้มาก่อน?”

อาร์ทิสครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถอนหายใจออกมา “หม่อมฉันคิดว่ามันจะเป็นการดีกว่าที่จะยังไม่บอกพระองค์ถึงเรื่องพวกนี้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา เนื่องด้วยกลัวว่าพระองค์อาจจะให้ความสนใจแต่เรื่องการสร้างกองทัพ แต่ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้…มันอาจจะเป็นการดีกว่าที่จะพูดทุกอย่างออกมา”

“โลกใต้พิภพทุกแห่งต่างมีอาณาเขตเวททำหน้าที่เป็นกำแพงกั้นพรมแดนของตัวเอง พูดง่าย ๆ ก็คือ – แต่ละชุดความเชื่อ ศาสนา ตำนาน และความศรัทธานั้นเป็นเหมือนกับชุดธูปที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนั้นตราบใดที่พวกมันยังคงถูกจุดอยู่ กำแพงพรมแดนของดินแดนพวกนั้นก็จะยังคงทำงาน นอกจากนี้ กำแพงพรมแดนยังทำหน้าที่คล้ายกับเกราะป้องกันสำหรับโลกใต้พิภพนั้น ๆ เป็นระยะเวลา 250 ปีก่อนทำหน้าที่เป็นกำลังป้องกันที่แข็งแกร่งหลังจากนั้น ในขณะที่กำแพงพรมแดนพวกนี้ยังคงทำงานอยู่ มีเพียงกลุ่มขนนกทมิฬจำนวนเล็กน้อยเท่านั้นที่จะสามารถเจาะทะลุเกราะป้องกันและเข้าสู่ดินแดนได้ กองกำลังขนาดใหญ่จะไม่สามารถทำลายมันได้”

อย่างนี้นี่เอง… มันเหมือนกับว่าก้อนหินขนาดใหญ่ที่กดทับหัวใจของเขามาโดยตลอดถูกยกออกไป นั่นอธิบายให้เข้าใจว่าทำไมโลกใต้พิภพอื่น ๆ ถึงยังไม่ตรวจพบความผิดปกติใด ๆ แม้ว่ายมโลกจะล่มสลายไปตั้งแต่เมื่อร้อยปีก่อน

เพราะไม่ว่าอย่างไร แม้แต่โลกใต้พิภพที่ตาบอดก็น่าจะสามารถจับสังเกตได้หากมีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก การควบคุมรัฐบริวารทั้งหมด การทำการทูตกับชาติที่อยู่โดยรอบ และยังการขาดหายไปในเวทีนานาชาติ… ยมโลกขาดหายไปเป็นระยะเวลากว่าร้อยปี! นี่อธิบายแล้วว่าทำไมยมโลกถึงยังสงบสุขได้อยู่แม้ว่าเวลาจะผ่านมานานถึงร้อยปีแล้ว!

“ถูกต้อง” อวี๋เชียนพยักหน้า “ยกตัวอย่างเช่น การใช้ชุดความคิดเดียวกับก่อนหน้านี้ ธูปของเทพแห่งความตายทั้งสี่นี้ได้ดับไปแล้ว และพวกเขาก็แทบจะสาบสูญไปจากเผ่าพันธุ์มนุษย์ ดังนั้น แม้ว่าพวกเขาจะแข็งแกร่ง แต่พวกเขาก็ยังต้องหาที่หลบภัยภายใต้อำนาจของโลกใต้พิภพที่แข็งแกร่งกว่าอยู่ดี ไม่เช่นนั้น หากเกิดสงครามขึ้น โลกใต้พิภพของพวกเขาก็คงจะถูกโจมตีจากกองกำลังของศัตรู และผลที่ตามมาก็เลวร้ายเกินคาดเดา”

“ในอีกด้านหนึ่ง จีนนั้นตรงกันข้ามกันกับโลกใต้พิภพเหล่านี้ ยมโลกแห่งเก่าได้ล่มสลายไป แต่ขนบธรรมเนียมและความเชื่อเกี่ยวกับยมโลกยังคงไหลเวียนอยู่ในเลือดเนื้อและจิตใจของชาวจีนทั้งหมด ชาวฮันยางคงเป็นกองกำลังที่ยิ่งใหญ่ในแดนมนุษย์ และธูปของเราที่เผาไหม้มาตลอดพันปีก็ยังคงเผาไหม้อยู่ หากพูดกันตามตรง มันยังสามารถปกป้องยมโลกไปได้อีก 200 ปีโดยที่ไม่เกิดปัญหาใด ๆ!”

[1] ปรากฏขึ้นครั้งแรกในตอนที่ 207

[2] อเมริกากลาง

[3] เทพแห่งความตายในที่นี่คือเทพของรุส(รัสเซีย)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 361 การเข้าพบของข้าราชการศักดินา"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved