cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 305 ผลผลิตพิเศษ !

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 305 ผลผลิตพิเศษ !
Prev
Next

บทที่ 305: ผลผลิตพิเศษ !

ฟึ่บ… ฉินเย่ก้มลงมองด้านล่าง เห็นได้ชัดเลยว่ายิ่งเขาอยู่ห่างจากประตูนรกมากเท่าไหร่ จำนวนสัดส่วนของต้นฮวงหัวลี่ที่อยู่ในป่าก็ยิ่งลดลงเท่านั้น เด็กหนุ่มลอบกลืนน้ำลายอย่างตื่นเต้นและถามอย่างระมัดระวัง “อาร์ทิส… ท่านพอจะมีใบขับขี่หรือไม่ ? จู่ ๆ ข้าก็รู้สึกไม่ค่อยดีนักที่ท่านมาจับพวงมาลัยในการเดินทางครั้งนี้…”

อาร์ทิสยิ้มบาง เสี้ยววินาทีต่อมาการเคลื่อนไหวของนางก็เปลี่ยนจากเส้นโค้งพาลาโบลาเป็นแบบบราวเนียนที่ไม่เป็นระเบียบพร้อมกับเสียงกรีดร้องอย่างน่าสังเวชของฉินเย่

ใบหน้าของเด็กหนุ่มซีดเผือดและตกใจอย่างมากเมื่อเท้าของพวกเขาแตะพื้นในไม่กี่นาทีต่อมา

“หืม ? เจ้ากลัวความสูงอย่างนั้นหรือ ?”

เขาพยักหน้าตอบเบา ๆ ฉินเย่ลูบอกตัวเองและสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดขณะที่จ้องมองอาร์ทิสอย่างไม่พอใจ “ท่านเคยเห็นข้าบินไปไหนมาไหนในยมโลกหรือไม่ ? ให้ตายเถอะ ข้าไม่กล้าเข้าใกล้หน้าต่างเครื่องบินด้วยซ้ำ !”

ยมโลกคือโลกใต้พิภพของเขา หรือหากพูดอีกอย่างก็คือเขาเปรียบเสมือนพระเจ้าของดินแดนแห่งนี้ และการบินไปไหนมาไหนก็ย่อมอยู่ในขอบเขตความสามารถของเขา แต่มันก็เป็นตอนนี้เองที่อาร์ทิสลองนึกถึงเรื่องที่ผ่าน ๆ มาซึ่งทำให้นางตระหนักได้ในที่สุดว่าฉินเย่ไม่เคยบินไปไหนมาไหนในดินแดนแห่งนี้มาก่อน !

ดวงตาของอาร์ทิสเป็นประกายขึ้นทันที ราวกับว่ามันเต็มไปด้วยความรักที่อ่อนโยนของผู้เป็นแม่ ราวกับนางต้องการจะบอกว่า “โถ โถ โถ ! ดูสิว่าท่านจ้าวนรกตัวน้อยของเราพยายามมากเพียงใด !”

“…สายตาชั่วร้ายแบบนั้นมันหมายความว่าอย่างไรกัน ? ช่างเถอะ… ข้าไม่สนใจท่านแล้ว เราช่วยสนใจก่อนได้หรือไม่ว่าต้นไม้พวกนี้คือต้นอะไร ?!”

ตอนนี้พวกเขากำลังยืนอยู่ตรงหน้าป่าไม้สีขาวเงิน ทั้งคู่สูดหายใจเข้าช้าๆและเริ่มวิเคราะห์ต้นไม้ตรงหน้า

มันคือ… ต้นไทร

อย่างน้อยมันก็ดูเป็นแบบนั้น

ป่าต้นไม้ขาวพวกนี้กินพื้นที่อย่างน้อยสิบตารางกิโลเมตร ! แค่ขนาดของมันก็ใหญ่กว่าขนาดของยมโลกก่อนจะขยายตัวถึงสองเท่าแล้ว !

แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจไม่ใช่ความกว้างใหญ่ของป่า แต่เป็นเพราะต้นไม้ขนาดมหึมาที่ผุดขึ้นมาจากใจกลางป่าและมีเส้นผ่านศูนย์กลางของลำต้นอย่างต่ำ 100 เมตร !

มันไม่ใช่การพูดเกินจริงเลยหากจะบอกว่าพื้นที่ประมาณ 70% ของป่านั้นถูกปกคลุมไปด้วยใบไม้หนาทึบของต้นไม้ยักษ์ต้นนี้ ! ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ ของป่าประกอบด้วย ‘ต้นไทร’ ที่มีขนาดเล็กกว่ามาก และพวกมันก็ดูเหมือนจะช่วยประคองใบไม้ที่หนาทึบด้านบนไว้อีกที

เปลือกไม้เป็นสีดำในขณะที่ใบของมันเป็นสีขาว ใบไม้แต่ละใบของต้นไม้ยักษ์มีขนาดประมาณใบหน้าของมนุษย์ พวกเขาไม่สามารถคาดเดาอายุที่แน่นอนของมันได้ แต่เห็นได้ชัดว่าจะต้องไม่ต่ำกว่าหลายสิบปี กิ่งก้านสาขายืนยาวออกมาจากลำต้น ในขณะที่รากของมันขยายไปตามพื้นราวกับการเต้นรำของมังกร เรือนยอดของต้นไม้ยักษ์ยื่นยาวออกมาอย่างยุ่งเหยิงทว่าให้ความสง่างาม ผู้ใดก็ตามที่มายืนอยู่ใต้ต้นไม้ต้นนี้จะรู้สึกราวกับว่าตนถูกโอบกอดโดยป่าไม้ทันที

“ต้นไทรนั้นเป็นที่รู้จักในเรื่องของเรือนยอดที่มีขนาดใหญ่ บางต้นอาจมีความกว้างมากกว่าลำต้นของมันถึง 20 เท่า แต่… นี่มันคนละระดับกันเลย…” ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้า ๆ ขณะที่มองไปรอบ ๆ ลำแสงที่ส่องผ่านกลุ่มใบไม้หน้าสร้างร่มเงาให้กับผืนป่าที่อยู่ด้านล่าง ดวงอาทิตย์ของยมโลกนั้นแตกต่างจากแดนมนุษย์ แสงของมันสลัว และก็ไม่ได้ให้ความรู้สึกอบอุ่นเลยแม้แต่น้อย

ขณะนั้นเองอาร์ทิสก็ชี้ไปยังจุดที่อยู่ห่างออกไป “ไม่เพียงแค่นั้น… เจ้าลองดูนั่น” ฉินเย่มองไปและปากของเขาก็อ้าค้างด้วยความเหลือเชื่อ “นั่น… ท่านกำลังจะบอกข้าว่า ‘ต้นไทร’ ขนาดเล็กพวกนี้ทั้งหมดเป็นเพียงรากแขนงของต้นไม้ยักษ์ที่อยู่ตรงกลางอย่างนั้นหรือ ? นั่นหมายความว่า…”

ป่าไม้ที่มีพื้นที่กว่าสิบตารางกิโลเมตรเป็นผลพวงมาจากต้นไม้ยักษ์เพียงต้นเดียว !

ลำต้นหลักของมันมีเส้นรอบวง 100 เมตรในขณะที่มีความสูงถึง 800 เมตร ! นี่แทบจะเหมือนกับพันธุ์พืชขนาดใหญ่ที่มีมาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์เลยนะ ! แม้แต่ฉินเย่ก็ไม่สามารถเก็บซ่อนความตกตะลึงของตัวเองได้อีกต่อไป !

มันตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าของเขาราวกับเทือกเขาขนาดใหญ่ ในขณะที่ใบไม้สีขาวเงินพวกนี้ดูเหมือนกับมหาสมุทรที่ไร้ขอบเขต

พื้นที่สิบตารางกิโลเมตรนั้นกว้างขนาดไหนน่ะหรือ ?

หากจะพูดให้เห็นภาพ มันน่าจะมีพื้นที่ประมาณครึ่งหนึ่งของเมืองทั่ว ๆ ไป

หลังจากจ้องมองภาพที่น่าทึ่งตรงหน้าด้วยความตะลึงงันอยู่ครู่หนึ่ง ฉินเย่ก็สามารถละสายตาและเอ่ยขึ้นว่า “พระเจ้า…ที่นี่จะกลายเป็นหนึ่งในสถานที่ที่งดงามที่สุดในยมโลกในอนาคตหรือเปล่าเนี่ย ?”

ผืนป่าด้านล่างถูกปกคลุมด้วยชั้นใบไม้สีขาวเงิน พวกมันดูบริสุทธิ์และไม่ได้รับการแตะต้อง แทบจะเหมือนกับหิมะที่เพิ่งตกลงมา มันมีแม้กระทั่งกลิ่นอายของความบริสุทธิ์และศักดิ์สิทธิ์แผ่ออกมาบาง ๆ เมื่อรวมกับต้นไม้ยักษ์ที่ตั้งตระหง่านตรงหน้า ฉินเย่อดไมได้ที่จะรู้สึกว่า …เขากำลังอยู่บนสรวงสวรรค์ !!

น่าเหลือเชื่อมากที่ภาพที่งดงามเช่นนี้ปรากฏขึ้นในนรก ! ทั้งสองมองหน้ากันอย่างมึนงง ไม่แน่ใจว่าพวกตนควรจะรับมือกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจนี้อย่างไร และมันก็เป็นตอนนั้นเองที่พวกเขาได้ยินเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังมาจากด้านหลัง ทีมสำรวจ กู่ฉิง หวงเลี่ยงชวน รวมถึงหัวหน้าแผนกทั้งเจ็ดต่างมุ่งหน้ามาที่นี่ด้วยความเร็วสูงสุด เช่นเดียวกับฉินเย่และอาร์ทิส พวกเขาทั้งหมดต่างก็ตกตะลึงกับภาพตรงหน้าเช่นกัน

“สวรรค์… นะ นะใช่ต้นไทรหรือเปล่า ?”

“จะมีต้นไทรที่ใหญ่ขนาดนี้ได้อย่างไร ?!”

“ข้านึกว่าตัวเองถูกเคลื่อนย้ายมากในโลกแฟนตาซีเสียอีก…”

“นี่มัน… สวยมาก… ไม่น่าเชื่อ… แม้แต่ในแดนมนุษย์ก็ไม่สามารถเห็นภาพแบบนี้ได้ !”

คนทั้งหมดอ้าปากอย่างตกตะลึง ในขณะเดียวกันฉินเย่คลึงหัวคิ้วของตนและสวมท่าทีสูงสักดิ์อีกครั้ง “เงียบ”

เสียงพูดคุยทั้งหมดเงียบเสียงลงในทันที พวกเขายืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบต่อหน้าเด็กหนุ่ม จากนั้นฉินเย่ก็ถอนหายใจออกมา “ทุกท่าน เรามีปัญหาใหญ่เสียแล้ว”

“เราจะทำอย่างไรกับต้นไม้ต้นนี้ดี ?”

คนทั้งหมดเข้าใจความหมายที่ฉินเย่ต้องการจะสื่อ แต่ยิ่งพวกเขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ คิ้วของพวกเขาก็ยิ่งขมวดเข้าหากัน

นั่นสิ พวกเขาจะทำอย่างไรก็ต้นไม้ยักษ์ตรงหน้าดี ?

หากเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในแดนมนุษย์ นั่นก็ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรมาก มันจะถูกจัดให้เป็นหนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกที่อยู่ในรายการท่องเที่ยวของทุกคนอย่างไม่ต้องสงสัย ! มันสามารถถูกเรียกว่าเป็นต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์หรืออาจจะต้นไม้แห่งพระเจ้าได้เลยด้วยซ้ำ ! และมันก็ไม่จำเป็นต้องพูดเลยว่าจะมีชาวจีนและนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจำนวนมากเพียงใดที่เดินทางมาที่นี่เพื่อ ‘แสวงบุญ’

เพราะสุดท้ายแล้ว ต้นไทรที่มีขนาดใหญ่จนสามารถปกคลุมเมืองทั้งเมืองได้ก็ถือเป็นสิ่งที่น่ามหัศจรรย์มาก !

และมันก็ไม่มีเหตุผลว่าทำไมยมโลกถึงต้องปฏิบัติต่อมันในแบบที่แตกต่างออกไป !

นี่จะเป็นจุดชมวิวแห่งแรกในยมโลก ทั้งหมดที่พวกเขาต้องทำก็คือปิดล้อมสถานที่ทั้งหมดไว้ด้านในและเปิดทางเข้าสักสองสามทาง นั่นก็แทบจะรับประกันได้แล้วว่าพวกเขาจะมีผู้เข้าชมอย่างต่อเนื่อง !

เหล่าประชากรวิญญาณทั้งหมดรู้สึกเบื่อหน่ายกับภาพของประตูนรกที่ตั้งตระหง่านอยู่ภายใต้ท้องฟ้าที่มืดมิดและกลุ่มลูกไฟนรกที่ลอยไปมาเต็มทน การปรากฏขึ้นอย่างกระทันหันของภาพที่น่าหลงใหลเป็นเหมือนกับอากาศบริสุทธิ์สำหรับพวกเขา ! ฉินเย่ทำได้เพียงจินตนาการถึงความตื่นเต้นของวิญญาณทั้งหมดที่แทบรอไม่ไหวที่จะสำรวจดินแดนใหม่นี้

อันที่จริง ด้วยขนาดที่ใหญ่เช่นนี้ พวกเขาเริ่มคิดถึงการใช้ไม้ส่วนหนึ่งในการสร้างบ้านต้นไม้แบบแขวนขึ้นมาในป่าด้วยซ้ำ… และมันก็จะไม่เป็นปัญหาอะไรเลยที่จะสร้างบ้านต้นไม้ขึ้นด้านบนของต้นไม้ยักษ์ เพราะลำต้นที่ใหญ่ของมันจะต้องมีที่ว่างสำหรับบันไดเวียนที่นำไปถึงจุดสูงสุดแน่ อันที่จริง นี่จะเป็นประสบการณ์แปลกใหม่ที่แม้แต่ในแดนมนุษย์ก็ไม่สามารถสัมผัสได้เป็นแน่ ! มันเป็นเรื่องของจินตนาการ ! ความคิดพวกนี้ทำให้พวกเขาใจเต้นรัวขึ้นทันที

ลักษะของมันจะต้องช่วยส่งเสริมการจัดตั้งระบบการเงินได้อย่างแน่นอน หากพูดกันตามตรง มันอาจจะเป็นการเริ่มต้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวอย่างก้าวกระโดดเลยก็เป็นได้ และมันก็จะสร้างรายได้ให้กับรัฐบาลอย่างมหาศาล จุดชมวิวแรกในยมโลกมีความหมายมากกว่าภาพทิวทัศน์ที่สวยงาม

แต่…

หากต้นไม้ยักษ์ต้นนี้เป็นผลผลิตพิเศษของยมโลกล่ะ ?

ยกตัวอย่างเช่น… หากมันมีผลออกมา ?

ต้นไทรเป็นต้นไม้ที่ออกผล และยิ่งเป็นต้นไทรของนรกด้วยแล้ว มันก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าผลที่ออกมานั้นจะอยู่บริเวณใด จะเป็นที่กิ่งก้านหรือใบ หรืออาจจะติดอยู่กับลำต้นโดยตรงเลยก็ได้ และใครจะสามารถบอกได้ว่ามันจะไม่มีประโยชน์ในอนาคต ?

หรือมันต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการออกผล ?

และถ้าทางยมโลกมารู้ทีหลังว่าผลของมันนั้นมีประโยชน์ล่ะ ? หากพวกเขาพัฒนาให้ทั้งสถานที่กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแล้ว นั่นจะไม่เป็นการสร้างปัญหาในอนาคตหรืออย่างไร ? และมันจะไม่สร้างความไม่พอใจให้กับประชากรและกระตุ้นให้เกิดการสร้างความวุ่นวายอย่างนั้นหรือ ? นี่จะต้องเป็นปัญหาใหญ่มากเว้นแต่ว่าพวกเขาจะสามารถสร้างสถานที่ท่องเที่ยวแห่งที่สองขึ้นมาเพื่อเอาใจประชาชน แต่…การขยายพื้นที่ครั้งใหญ่นี้เป็นผลมาจากพลังหยินปริมาณมหาศาลที่ยมโลกดูดซึมมาจากการติดตั้งสมุดแห่งความเป็นตาย และการขยายใหญ่ครั้งต่อไปก็น่าจะต้องใช้เวลาอีกประมาณ 50-60 ปี พวกเขาจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้อย่างไรหากเกิดการประท้วงขึ้นก่อนเวลา ?

และหากผลผลิตพิเศษที่ว่านั่นไม่ได้อยู่ในผลของมัน แต่อาจเป็นไม้หรือดอกของมันล่ะ ?

งานที่จะต้องทำนั้นต้องไม่ง่ายเหมือนกับการวางแผนก่อนนำไปปฏิบัติ พวกเขาทุกคนต้องวิเคราะห์และพิจารณาถึงตัวเลือกที่เป็นไปได้ทั้งหมดในทุกขั้นตอน

ไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมา เห็นได้ชัดว่านี่คือสิ่งที่ดี แต่คำถามเดียวตอนนี้ก็คือมันดีมากเพียงใด และหลังจากครุ่นคิดอยู่เป็นเวลากว่าสิบนาที กู่ชิงก็เอ่ยทำลายความเงียบในที่สุด “เหตุใดพวกเราจึง… ไม่ไปดูให้ละเอียดก่อนและค่อยมาลองคิดดูว่าเราจะสามารถใช้ประโยชน์อะไรจากมันได้บ้างเล่า ?”

อาร์ทิสที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตอบกลับไปอย่างเหยียดหยาม “ท่านแน่ใจหรือว่าตัวเองจะสามารถตรวจพบอะไรได้ด้วยอุตสาหกรรมการทำวิจัยทางวิทยาศาสตร์ของยมโลกในเวลานี้ ?”

“หากเราไม่สามารถหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ได้ในตอนนี้ เราก็ยังสามารถใช้มันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้” ฉินเย่เอ่ยออกมาในที่สุด “เราจำเป็นต้องให้ความสอดคล้องในนโยบายของเราหากเราต้องการความไว้วางใจจากประชาชน สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกในยมโลกจะไม่เพียงแต่สนับสนุนการจัดตั้งของระบบการเงิน แต่มันยังเป็นจุดเริ่มต้นสำหรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและเป็นการหว่านเมล็ดพันธุ์ ? สำหรับอุตสาหกรรมการโรงแรมและอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มที่กำลังจะตามมาด้วย…”

เขากลับหลังหันไปจ้องมองต้นไทรขนาดใหญ่ด้วยแววตาลึกล้ำ น่าเสียดายจริง ๆ …ด้วยขนาดและสภาพแวดล้อมโดยรอบของมันแล้ว มันจะต้องมีความพิเศษอะไรบางอย่างอยู่สิ พวกเขาเพียงต้องหาให้ได้เท่านั้นว่ามันคืออะไร น่าเสียดาย… ยมโลกในตอนนี้ไม่มีแม้แต่ห้องปฏิบัติการสำหรับจุดประสงค์เหล่านี้ด้วยซ้ำ !

เขาต้องการผู้ที่มีพรสวรรค์ ! ยมโลกขาดแคลนผู้มีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก ! หากมีนักวิทยาศาสตร์หรือนักพฤกษศาสตร์อยู่แถวนี้ เขาจะยอมทำทุกอย่างเพื่อเก็บต้นไทรตรงหน้านี้เอาไว้จนกว่าห้องปฏิบัติการจะถูกสร้างขึ้นมา !

น่าเสียดายที่เขาไม่มีกลุ่มคนเหล่านั้นอยู่ในยมโลก

ดังนั้น แทนที่จะนั่งอยู่เฉย ๆ และคาดเดาอย่างไม่มีสาระ เด็กหนุ่มจึงเลือกที่จะรักษาผลประโยชน์ที่อยู่ตรงหน้ามากกว่า

ไม่มีผู้ใดคัดค้านออกมา

“ในเมื่อมีเพียงพวกเราที่รับผิดชอบยมโลกอยู่ในตอนนี้ และรัฐบาลก็ยังทำงานได้ไม่เต็มที่นัก ข้าขอเสนอให้เราทั้งหมดลงคะแนนเสียงด้วยการยกมือ” อาร์ทิสไม่ได้มีความเชี่ยวชาญในเรื่องของการปกครองและนโยบายนัก แต่นางก็รู้ดีว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไรหากนางทำตามการตัดสินใจของฉินเย่

เด็กหนุ่มคือคนแรกที่ยกมือขึ้น “ข้าเสนอให้เราทำการสำรวจต้นไทรยักษ์เป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ หากเราไม่สามารถหาข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ หรือหากเราเห็นได้ชัดว่าเราไม่สามารถหาคำตอบที่ต้องการได้ภายในหนึ่งสัปดาห์นี้ เราก็จะเริ่มเตรียมการสำหรับการจัดตั้งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและประกาศให้สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทันที และเราจะเริ่มจัดตั้งระบบโรงแรมและบริษัทจัดเลี้ยงสำหรับเรื่องอาหารและเครื่องดื่มด้วย นี่คือข้อเสนอของข้า”

คนทั้งหมดมองหน้ากันก่อนจะยกมือขึ้นอย่างช้า ๆ

“ข้าด้วย”

“ข้าเห็นด้วย”

“นี่อาจจะเป็นทางที่ดีที่สุดในตอนนี้”

“ไม่มีข้อคัดค้าน”

ฉินเย่เริ่มนับจำนวนมือที่ยกขึ้นในอากาศ – หนึ่ง… สอง… สาม… สิบ… นั่นเหมือนจะ–… เดี๋ยวนะ—

“หวงเลี่ยงชวนหายไปไหน ?” เด็กหนุ่มขมวดคิ้ว “เขาคัดค้านข้อเสนอของข้าอย่างนั้นหรือ ? เหตุผลล่ะ ?”

พวกเขามีกันอยู่ทั้งสิ้น 11 คน แต่มีเพียงแค่สิบคนเท่านั้นที่ยกมือ และคนเดียวที่ไม่อนุมัติข้อเสนอของเขาก็คือหวงเลี่ยงชวน

แต่เมื่อลองสังเกตดูดี ๆ ฉินเย่ก็พบว่าเหตุผลที่ตอนนี้มีมือเพียงสิบมือชูขึ้นมาในอากาศก็เพราะว่าหวงเลี่ยงชวนวิ่งไปไหนก็ไม่รู้ ชายสูงวัยไม่อยู่กับพวกเขาตอนนี้

“ผู้อำนวยการหวง” เสียงที่เอ่ยออกมาของฉินเย่เย็นยะเยือก “เจ้ากำลังทำอะไรอยู่ ?”

หากบอกว่าหวงเลี่ยงชวนนั้นหวาดกลัวฉินเย่นั้นคงจะน้อยเกินไป เพราะทันทีที่เขาได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนจากเด็กหนุ่ม ร่างทั้งร่างของชายสูงวัยก็พลันสั่นเทาอย่างรุนแรง เขารีบคว้ากองใบไม้บนพื้นและวิ่งกลับไปที่กลุ่มคนทั้งหมดทันที

“ท่าน…” คนทั้งหมดต่างมองไปที่ชายสูงวัยด้วยแววตาเหลือเชื่อ อีกฝ่ายคือชายที่เป็นผู้สนับสนุนระบบการเงินในตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา และยังเป็นคนเดียวกันที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการคนต่อไปของธนาคารกลางแห่งยมโลก แต่เขากลับวิ่งมาที่นี่พร้อมกับกองใบไม้ในมือ เสื้อผ้าที่สวมอยู่หลุดลุ่ยไม่เป็นทรง ดวงตาแดงก่ำเล็กน้อยเนื่องจากสะดุดเข้ากับรากของต้นไม้หลังจากที่รีบวิ่งมาที่นี่

แต่ใบหน้าของชายสูงวัยในเวลานั้นกลับเต็มไปด้วยความตื่นเต้น… ตื่นเต้นสุด ๆ

โดยไม่สนใจสีหน้าที่ดุดันของอีกฝ่าย หวงเลี่ยงชวนรีบวิ่งไปหาฉินเย่และเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเทา “นะ นะ นะ นายท่าน… บะ บะ ใบไม้ ใบไม้…”

ใบไม้ ?

ฉินเย่หยิบใบไม้มาจากมือของชายตรงหน้าด้วยความงงงัน

มันมีสัมผัสที่เรียบเนียน มันเรียบจนเขาไม่สามารถสัมผัสถึงเส้นใบของมันได้เลย ความรู้สึกนี้… ฉินเย่ขมวดคิ้ว เขาเคยสัมผัสมาก่อน แต่…จากที่ไหนกัน ?

ข่มความสงสัยภายในใจ เด็กหนุ่มมองดูใบไม้ในมือของตนอย่างละเอียด มันเรียบราวกับกระจก แต่ก็ยังสามารถเห็นร่องรอยของเส้นใบหนาที่อยู่ภายใต้มันได้อย่างชัดเจน

อันที่จริง เขายังสามารถบอกได้ด้วยว่าลักษณะของเส้นใบพวกนั้นไม่ได้ยุ่งเหยิงเลยสักนิด แต่มันกลับเป็นระเบียบอย่างไม่น่าเชื่อ และเขาก็คงไม่สังเกตเห็นมันหากไม่ได้เพ่งสายตาดูอย่างละเอียด

ใบของมันดูไม่ธรรมดา แต่เขาก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามันไม่ธรรมดาตรงไหน คนทั้งหมดขมวดคิ้วและมองไปที่หวงเลี่ยงชวน พวกเขาไม่เข้าใจว่าสิ่งใดที่ทำให้ชายสูงวัยตื่นเต้นจนพูดออกมาไม่เป็นคำเช่นนั้น แต่ถึงอย่างนั้นหวงเลี่ยงชวนกลับยังคงตัวสั่นด้วยความตื่นเต้นและโบกใบไม้ไปมาอย่างดีใจ “นายท่าน… นะ นะ นี่คือ…นี่คือเงิน ! มันคือเงิน !!”

“ในแดนมนุษย์ ข้าเคยสัมผัสกับเงินมามากจนนับไม่ถ้วน ! มะ มัน มันคือเงินจริง ๆ!!!”

เงิน ?

คนทั้งหมดขมวดคิ้วมากกว่าเดิม ฉินเย่ยังคงนิ่งเงียบเช่นกัน อีกฝ่ายหมายถึงให้นำสิ่งนี้ไปแลกเปลี่ยนเป็นเงินอย่างนั้นหรือ ? กันฝ่ายอื่นน่ะนะ ? ใครจะต้องการมันล่ะ ? อาร์ทิสเคยพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้ว่าสินค้าพิเศษของโลกใต้พิภพแต่ละแห่งนั้นแตกต่างกัน และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ต้นไทรยักษ์นี่ปรากฏขึ้น ดังนั้นมันจะมีใครบ้างที่รู้ถึงวิธีมัน ?

เดี๋ยวก่อนนะ…

ทันใดนั้น ดวงตาของฉินเย่ก็เป็นประกายขึ้น เขาก้มดูใบไม้ในมืออีกครั้งก่อนจะเงยหน้ามองเรือนยอดขนาดใหญ่เหนือศีรษะของตน ! จากนั้น ขนของเขาก็ลุกชันไปทั่วทั้งร่าง !

“เจ้ากำลังจะบอกว่า…” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาของเด็กหนุ่มแหบพร่าเล็กน้อย “ใบไม้พวกนี้… ทั้งหมด…”

หวงเลี่ยงชวนพยักหน้าอย่างรุนแรงในขณะที่ตอบกลับด้วยความดีใจจนแทบจะเหมือนกับกำลังตะโกนอยู่ “มันคือธนบัตร !! นี่คือกระดาษฝ้ายแน่ ๆ! แม้ว่าคุณภาพของมันจะแตกต่างกัน แต่มันก็ให้ความรู้สึกเหมือนกันทุกประการ !!”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 305 ผลผลิตพิเศษ !"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved