cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 304 การขยายตัวครั้งใหญ่ครั้งแรกของยมโลก (3)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 304 การขยายตัวครั้งใหญ่ครั้งแรกของยมโลก (3)
Prev
Next

บทที่ 304: การขยายตัวครั้งใหญ่ครั้งแรกของยมโลก (3)

“ฉินเย่ !” อาร์ทิสตะโกน “อย่า…”

“หุบปากไปซะ !” ฉินเย่เอ่ยขึ้นอย่างทนไม่ไหว ริมฝีปากของอาร์ทิสกระตุกเล็กน้อย จากนั้นนางก็เงียบไปด้วยความเหนื่อยใจ

โดยเหตุผลที่แปลกประหลาดบางประการ มันมีวินาทีหนึ่งที่นางสัมผัสได้ถึง… อำนาจที่ท่วมท้นจากฉินเย่

ระดับการบ่มเพาะของเด็กนี่อยู่ต่ำกว่านาง แต่ทำไมนางถึงสัมผัสได้ถึงพลังอำนาจจากร่างของอีกฝ่ายกัน ?

ฉินเย่หันกลับมาและจ้องมองอสูรศักดิ์สิทธิ์ตรงหน้า ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำมาตั้งแต่ก่อตั้งยมโลกแห่งใหม่แวบเข้ามาในหัว และเขาก็เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มต่ำและทรงอำนาจ “ข้าใช้ชีวิตอยู่อย่างสบาย ๆ ในแดนมนุษย์ แล้วเหตุใดปัญหาระหว่างแดนมนุษย์และยมโลกถึงต้องมายุ่งกับข้าด้วย ? หลังจากที่ได้กินเห็นเทียนสุ่ยเข้าไป ข้าสามารถมีชีวิตอยู่ได้ชั่วนิรันดร์ จนกระทั่งโลกนี้จะสูญสลายไป แล้วท่านคิดว่าทำไมข้าถึงต้องอยากได้ตำแหน่งนี้ ?”

ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองจะสามารถทนได้

เพราะอย่างไรแล้ว ประสบการณ์มากมายในแดนมนุษย์ก็ได้ฝึกฝนความอดทนและความทนทานให้ข้าได้อยู่ในระดับที่เหนือมนุษย์อยู่แล้ว

แต่มันเป็นตอนที่ตี้ทิงเริ่มดูถูกความพยายามของเขานั่นเองที่เขาตระหนักได้ว่าตัวเองไม่สามารถทนได้อีกต่อไป !

“และท่านคิดหรือว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันเป็นเหมือนกับการเดินเล่นในสวนสาธารณะ ? ตอนที่ข้ายอมรับมันในตอนแรก ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าต้องอดทนต่อไม่ความพอใจและความโกรธของเหล่าวิญญาณที่มีต่อข้าเพียงใด ? แต่ข้าก็สามารถผ่านมันมาได้ ! หลังจากนั้นยมโลกก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่าง รอยยิ้มของประชากรวิญญาณพวกนี้ทำให้ข้ามีความสุข ท่านคิดว่าข้ากำลังพยายามหาผลประโยชน์จากตำแหน่งนี้อย่างนั้นหรือ ?! ท่านคิดว่าชีวิตข้าไม่มีอะไรอื่นให้ทำหรืออย่างไร ?!” เสียงของฉินเย่ดังขึ้นเรื่อย ๆ “ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุผลที่ทำให้ข้าตกลงและยอมแบกรับภาระหน้าที่ในฐานะของจ้าวนรกคืออะไร ? ทั้งหมดมันเป็นเพราะท่านอย่างไรเล่า !!!”

เขายกนิ้วขึ้นและชี้ไปที่ตี้ทิง ด้วยความโกรธที่ครอบงำ เด็กหนุ่มไม่สังเกตเลยว่าเสียงของเริ่มดังกึกก้องไปทั่วดินแดนที่พวกเขาอยู่

มันแทบจะเหมือนกับว่า… ผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังสะท้อนคำพูดของเขา

“นี่มัน…” อาร์ทิสผงะไปกับปรากฏการณ์ที่แปลกประหลาดนี้ แต่ในเสี้ยววินาทีต่อมา ประกายแห่งความดีใจก็ปรากฏขึ้นในแววตาของนางขณะที่มองไปยังฉินเย่ด้วยความเหลือเชื่อ

ตี้ทิงเองก็ตกตะลึงเช่นกัน รูม่านตาของมันหดตัวลงขณะที่มองไปรอบ ๆ ด้วยความเหลือเชื่อ

สืบเนื่องมาจากความเดือดดาลที่กำลังปะทุอยู่ ฉินเย่ไม่ตระหนักเลยว่าเกล็ดที่ตั้งขนบนหลังของตี้ทิงไม่ได้ตั้งขึ้นอีกต่อไป กลับกัน… พวกมันราบเรียบไปตามผิวหนังดังเดิม

เกิดความเงียบปกคลุมไปทั่ว

สิ่งเดียวที่สามารถได้ยินในตอนนี้มีเพียงเสียงลมหายใจที่ฉุนเฉียวของฉินเย่ “หากไม่ใช่เพราะท่าน… ไม่สำคัญหรอกว่าท่านยายเมิ่งจะฝากฝังมันไว้กับข้าหรือไม่ อย่างไรข้าก็จะหลบหนีไปสุดขอบโลกพร้อมกับเศษตราจ้าวนรกอยู่ดี ! เหตุผลเดียวที่ข้ายอมรับหน้าที่จ้าวนรกก็เพราะว่าข้ากลัวว่าท่านจะตื่นขึ้นจากการหลับใหลและฆ่าเราทั้งหมดอย่างเลือดเย็น ! ท่านคิดว่าข้าเต็มใจยอมรับมันหรืออย่างไร ?! ท่านคิดว่าข้าไม่ต้องการที่จะเล่นโทรศัพท์และท่องโลกอินเทอร์เน็ตทั้งวันอย่างนั้นหรือ ?! เหตุใดข้าถึงต้องมารับงานบ้า ๆ นี่ด้วย ?! คนบ้าที่ไหนอยากจะเป็นจ้าวนรกกัน ?!”

ครืน !!!

อาร์ทิสมองไปรอบ ๆ ด้วยความตกตะลึง ยิ่งเสียงของฉินเย่ดังขึ้นเท่าไหร่ ยมโลกแห่งใหม่ก็เริ่มส่งเสียงออกมามากเท่านั้น

นี่ไม่ใช่สิ่งที่ขั้นยมทูตขาวดำจะสามารถทำได้

เพราะอย่างไรแล้ว ไม่ว่าจะเล็กเพียงใด ยมโลกแห่งใหม่ก็ยังเป็นดินแดนที่อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์ของมันเอง ! หากพูดกันตามความจริง แม้แต่ตี้ทิงก็ไม่สามารถทำให้มันสั่นไหวแบบนี้ได้ !

แต่… ฉินเย่กลับทำได้

“ไม่น่าเชื่อ…” อาร์ทิสยกมือขึ้นปิดปากตัวเองและมองภาพที่น่าเหลือเชื่อด้วยความประหลาดใจ

เหตุการณ์ในอดีตเริ่มฉายชัดเข้ามาในหัวของฉินเย่ ตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่เมืองชิงซี มาจนถึงการเดินทางมาที่เมืองเป่าอัน มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นในปีที่ผ่านมา เขาไม่ได้รู้สึกไม่พอใจและก็ไม่ได้รู้สึกมีความสุข อันที่จริง ไม่ว่าเขาจะคิดอย่างไร เขาก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าทำไมเขาถึงตอบตกลงรับตำแหน่งจ้าวนรก รวมถึงความยากลำบากทั้งหมดที่มาพร้อมกับมันไป

อยากได้รับความสนใจอย่างนั้นหรือ ? เช่นนั้นข้าก็ขอพูดให้ชัดเจนก็แล้วกัน พอกันที !

“ท่านรู้หรือไม่ว่ามันต้องใช้เวลานานเท่าไหร่กว่าข้าจะสามารถคุ้นชินกับความรับผิดชอบที่แบกไว้บนหลัง ? แต่ท่านกลับมาทำท่าทีหยิ่งผยองเช่นนี้ต่อหน้าข้าเนี่ยนะ ?” ฉินเย่ลืมตาขึ้นและจ้องไปที่ตี้ทิงด้วยแววตาโกรธเกรี้ยวอย่างไม่ปิดบัง “คิดบ้างหรือไม่ว่าท่านคือใคร ?! ท่านคืออสูรศักดิ์สิทธิ์แห่งยมโลก ! แต่ในขณะที่พวกเรากำลังพยายามอย่างหนักเพื่อสร้างยมโลกขึ้นมาใหม่ ท่านหายไปอยู่ที่ไหน ?”

“ใช่ ข้าอาจจะเป็นแค่ขั้นยมทูตขาวดำในสายตาของท่าน แต่ท่านอยู่ที่ไหนในขณะที่พวกเราไปที่ช่องแคบสึชิมะ ต่อสู้กันอย่างสุดชีวิตเพื่อที่จะทวงสมุดแห่งความเป็นตายกลับคืนมา ?!”

“ท่านเพลิดเพลินอยู่กับความรุ่งโรจน์ของยมโลกมาเป็นเวลานาน ดังนั้นมันจึงเป็นธรรมดาที่ท่านจะมีหน้าที่และภาระผูกพัน ! มันผิดอะไรที่จ้าวนรกองค์ที่สามจะขอพลังหยินจากท่านเล็ก ๆ น้อย ๆ?! ยมโลกล่มสลายไปแล้ว และแดนมนุษย์ก็กำลังตกอยู่ในความวุ่นวาย ท่านสนุกที่จะเห็นมันเป็นเช่นนั้นอย่างนั้นหรือ ?! พวกเราทั้งหมดกำลังคิดหาวิธีและพยายามอย่างหนักในยมโลกแห่งใหม่ แล้วที่ผ่านมาท่านหายไปไหน ?!!”

เสียงของฉินเย่ดังก้องไปทั่วทุกมุมของลิมโบ ราวกับมีผู้คนหลายแสนกำลังตะโกนอยู่ด้านหลัง เขายืดตัวขึ้นความโมโหและเอ่ยต่อ “หากท่านดีจริงอย่างที่ท่านว่า ท่านก็ทำให้ดูสิ ! อย่ามัวแต่นอนและเปิดปากบ่นเช่นนี้ ! หากท่านยังบอกว่าตนเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์แห่งยมโลกอยู่ เช่นนั้นก็เลิกทำตัวเป็นภาระและฉุดรั้งพวกเราเอาไว้ได้แล้ว !”

อาร์ทิสที่ได้ยินเช่นนั้นก็อ้าปากค้างด้วยความสะพรึงกลัว นางรู้ดีว่าฉินเย่นั้นไม่ได้เต็มใจรับหน้าที่ในฐานะของจ้าวนรก แต่นางไม่คิดว่าอีกฝ่าย… จะกล้าระบายทั้งหมดใส่ตี้ทิงแบบนี้

จิตใจของมนุษย์นั้นแปลกยิ่งนัก

ใครก็ตามที่ถูกบังคับให้เปลี่ยนแปลงความตั้งใจของตนเองล้วนต้องมีคำก่นด่าและต่อว่าอยู่ในใจทั้งนั้น ไม่มีใครสามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่มีความไม่พอใจอะไรเลย

นอกจากนี้ มนุษย์นั้นมิใช่นักบุญ แม้แต่ขงจื๊อก็มีช่วงวินาทีแห่งความอ่อนแอเช่นกัน

อาร์ทิสรู้ดีว่าไม่ว่าฉินเย่จะรู้สึกภูมิใจกับงานของตัวเองมากเพียงใด มันก็ยังคงมีร่องรอยของความไม่พอใจติดค้างอยู่ภายในใจของเด็กหนุ่มอยู่ดี มันไม่สามารถมองข้ามได้ว่า… อีกฝ่ายไม่พอใจ !!

เพราะอย่างไรแล้ว ทั้งหมดก็ล้วนเป็นเรื่องของโชคชะตาที่ทำให้เขาได้มายืนอยู่ในจุดที่ตัวเองอยู่ในตอนนี้

ตอนแรกนางคิดว่าหากนางบังคับให้ฉินเย่มีสมาธิกับงานตรงหน้าและทำมันให้สำเร็จ ความไม่พอใจของเขาก็จะมลายหายไปในท้ายที่สุด เพราะอย่างไรแล้ว พลังอำนาจของนิสัยก็ไม่ใช่สิ่งที่สามารถปฏิเสธได้ นอกจากนี้ นางยังสามารถบอกได้ด้วยว่าฉินเย่นั้นค่อนข้างเพลิดเพลินเมื่อเป็นเรื่องของการปกครอง

แต่น่าเสียดาย เพราะนางเองก็ไม่คิดว่าฉินเย่จะพูดทั้งหมดออกไปแบบนั้น

และอีกฝ่ายที่เขาพูดด้วยก็คือตี้ทิง หนึ่งในตัวตนที่ทรงพลังที่สุดในโลก…

ที่สำคัญกว่านั้น นางก็ไม่คิดว่าตี้ทิงจะยอมทนกับคำพูดเช่นนั้น แถมอีกฝ่ายยังหุบเกล็ดกลับไปด้วยความตั้งใจของตัวเองอีกด้วย

“อาร์ทิส ! กลับ !” ฉินเย่ไม่สนใจอสูรศักดิ์สิทธิ์และหมุนตัว เตรียมที่จะจากไป แต่ทันใดนั้นตี้ทิงก็เอ่ยออกมาเสียงเบา “เจ้าหนู… นี่เจ้าไม่กลัวว่าข้าจะตื่นขึ้นมาในอีกไม่กี่ร้อยปี ทำลายยมโลกจำลองของเจ้าทิ้งและแต่งตั้งผู้ที่ข้าเห็นสมควรให้ขึ้นมาปกครองยมโลกแทนเจ้าเลยอย่างนั้นหรือ ?”

“อย่างที่ข้าเคยพูดไปเมื่อครู่นี้ หากท่านยังคิดว่าตัวเองเป็นอสูรศักดิ์สิทธิ์ของยมโลกอยู่ไม่ว่าในแง่มุมใดก็ตาม ท่านก็จะไม่ทำ และท่านก็จะไม่มีทางกล้าทำ !” ฉินเย่เอ่ยออกมาพร้อมกับส่งเสียงฮึดฮัดก่อนที่ทั้งเขาและอาร์ทิสจะกลับไปยังยมโลกทันที

ทุกอย่างตกสู่ความเงียบอีกครั้ง

จนกระทั่งร่างของทั้งคู่ได้หายไปและเหลือเพียงตี้ทิงเท่านั้นที่มองไปรอบ ๆ อย่างหวาดระแวง “คำตักเตือนจากสวรรค์อย่างนั้นหรือ ?”

“จิตสังหารของข้าเมื่อครู่นี้… สร้างความไม่พอใจให้กับสวรรค์เช่นนั้นหรือ ?”

“เป็นไปไม่ได้… เช่นนี้ก็หมายความว่า… พวกเขายอมรับหรือ ?”

สวรรค์จะต้องจับตาดูฉินเย่อยู่อย่างแน่นอน พวกเขาไม่มีทางปล่อยให้เกิดความผิดพลาดได้

เด็กหนุ่มเข้ารับตำแหน่งว่าที่จ้าวนรกองค์ถัดไป และสวรรค์ก็จับตาดูไม่ห่าง แต่พวกเขา… กลับยอมรับฉินเย่น่ะหรือ ?

“เป็นไปได้อย่างไร…” พลังหยินด้านล่างเริ่มหนาขึ้นอีกครั้ง มันก่อตัวเป็นกลุ่มเมฆที่ลอยปกคลุมร่างของตี้ทิงเอาไว้ “ในอีกความหมายก็คือแม้แต่สวรรค์ก็เชื่อว่าเขาจะสามารถฟื้นคืนยมโลกให้กลับไปสู่ยุคสมัยอันรุ่งโรจน์ได้ ? แต่เขามีความกล้าพออย่างนั้นหรือ ? เขามีความฉลาดเพียงพอที่จะทำเช่นนั้นอย่างนั้นหรือ ? เจ้ามนุษย์ผู้อ่อนแอที่ขาสั่นตั้งแต่เริ่มเผชิญหน้ากับปัญหานั่นน่ะหรือ ?!”

“ข้าไม่เชื่อ… ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด !!!”

………

ฟึ่บ… กลุ่มก้อนพลังหยินสั่นเทาเล็กน้อย และเมื่อฉินเย่ลืมตาขึ้นอีกครั้ง เขาก็พบว่าตนกลับมาที่ยมโลกแห่งใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มันเป็นตอนนั้นเองที่เขารู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่ไล่ไปตามกระดูกสันหลังของตัวเอง เด็กหนุ่มสูดหายใจเข้าช้า ๆ และเริ่มตบปากของตัวเองเบา ๆ “เจ้าปากนี่ ! ใครบอกให้แกพูดออกไปแบบนั้น ! มันอาจจะรู้สึกดีอยู่ครู่หนึ่ง แต่แกจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต ! ทีนี้เราจะหนีไปไหนได้เมื่อตี้ทิงตื่นและออกมาจากลิมโบ ? อ๊ากกกก ทำไมถึงรู้สึกเหมือนนาฬิกาแห่งความตายกำลังเริ่มนับถอยหลังแล้วแบบนี้ !”

“รู้ตัวแล้วหรือว่าพูดอะไรออกไป ?” อาร์ทิสเอ่ยหยอกอีกฝ่ายจากกลุ่มก้อนเมฆสีดำด้านบน “กล้าดีจริง ๆ …จากตลอดหลายปีที่ข้าอยู่ในยมโลกแห่งเก่า นี่คือครั้งแรกที่ข้าเห็นคนพูดกับท่านตี้ทิงแบบนั้นและยังรอดชีวิต”

มือของฉินเย่ชะงักไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะถามออกมาด้วยความไม่แน่ใจนัก “แล้วถ้า… ถ้าข้ามอบเลือดจำนวนมหาศาลให้กับท่านตี้ทิงและขอให้อีกฝ่ายยกโทษให้ ท่านคิดว่ามันจะได้ผลหรือไม่ ?”

“ให้ตายเถอะ…” กลุ่มก้อนพลังหยินด้านบนนั้นหนาจนปิดบังสีหน้าของอาร์ทิสไปจนหมด แต่ถึงอย่างนั้นฉินเย่ก็สามารถเดาสีหน้าของอีกฝ่ายได้จากน้ำเสียงที่เอ่ยออกมา อาร์ทิสสูดหายใจเข้าช้า ๆ และข่มความโกรธภายในใจของตน “ไม่ต้องห่วง ตั้งใจทำหน้าที่ของเจ้าในฐานะจ้าวนรกต่อไป มัน… ยังไม่กล้าทำอะไรกับยมโลกแห่งใหม่ในตอนนี้แน่”

“จริงหรือ ?”

“จริง”

“ท่านแน่ใจหรือไม่ ?”

“…ข้าแน่ใจ !!!” อาร์ทิสกัดฟันกรอด ให้ตายเถอะ… ช่วยรักษาท่าทางยิ่งใหญ่ของเจ้าให้นานกว่านี้สักนิดได้หรือไม่ ? …ทั้ง ๆ ที่หัวใจของข้ายังเผลอเต้นเร็วขึ้นกับท่าทีพวกนี้ไปครู่หนึ่ง ข้านี่งี่เง่าจริง ๆ!

ฉินเย่ลูบอกของตัวเองและถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ทันใดนั้นเอง แสงสว่างก็ส่องออกมาจากกลุ่มก้อนหนาทึบ

“เตรียมตัวให้ดี” เสียงของอาร์ทิสเคร่งขรึมขึ้น “การขยายตัวครั้งแรกของยมโลกเสร็จสมบูรณ์แล้ว จงดูบ้านหลังใหม่ของเจ้าด้วยตัวเอง…”

ก่อนที่อาร์ทิสจะเอ่ยจบ ลำแสงดังกล่าวก็ขยายตัวออกเป็นวงกว้าง จากนั้น ราวกับวินาทีที่ความสว่างของดวงอาทิตย์ทะลุผ่านกลุ่มเมฆที่บดบัง ฉินเย่ปิดตาของตนครู่หนึ่ง วู่บบบ… เมื่อเขาลืมตาขึ้นอีกครั้ง กลุ่มก้อนพลังหยินทั้งหมดก็หายไปแล้ว

ประตูนรกยังคงตั้งอยู่ที่เดิมของมัน

และประชากรวิญญาณนับแสนก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิม

แต่… ทุกอย่างโดยรอบเปลี่ยนไป !

“นี่มัน…” ฉินเย่มองขึ้นไปบนฟ้าด้วยความดีใจอย่างมาก ตอนนี้เขาเห็น…ดวงอาทิตย์ที่ส่องสว่างจ้าอยู่บนฟ้า !

ไม่… มันไม่ใช่ดวงอาทิตย์ แต่มันคือลูกไฟดวงใหญ่ นอกจากนี้ มันยังมีดวงจันทร์ขนาดเล็กที่ลอยอยู่เบื้องหลัง ห่างไกลออกไปจากดวงอาทิตย์อีกด้วย

ตอนนี้ยมโลกมีกลางวันและกลางคืนแล้ว !

“ไม่น่าเชื่อ…” เขาแย้มยิ้มออกมาขณะที่จ้องมองไปยังพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไป

มันเปลี่ยนไป… ทุกอย่างเปลี่ยนไป !

พื้นที่บริเวณห่างออกไปที่เคยถูกปกคลุมด้วยหมอกพลังหยินได้ถูกเปิดเผยอย่างสมบูรณ์! หมอกพลังหยินที่ไร้ที่สิ้นสุดได้ลดลงราวกับกระแสน้ำ เผยให้เห็นโลกที่ซ่อนอยู่ภายใน

มันยังไม่มีน้ำหรือสัตว์ให้เห็น แต่เขามองเห็นพื้นที่สีขาวเงินที่กว้างใหญ่ !

มันคือต้นไม้

แต่มันเป็นพันธุ์ต้นไม้ที่แตกต่างจากไม้ฮวงหัวลี่อย่างสิ้นเชิง !

มันยังคงมีป่าไม้ฮวงหัวลี่ให้เห็นอยู่ใกล้ ๆ กัน แต่เมื่อส่วนป่าขยายไกลออกไป ใบไม้ของมันก็เริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงและขาวผสมกัน และเมื่อมองออกไปไกลกว่านั้น ต้นไม้ทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นสีขาวเงินโดยสมบูรณ์ แทบจะเหมือนกับว่าพวกมันถูกปกคลุมไปด้วยหิมะ

“งดงามมาก…” ฉินเย่เอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัว

บางทีคำว่างดงามที่ฉินเย่เอ่ยออกมานั้นอาจไม่ได้หมายถึงทัศนียภาพในยมโลก แต่หมายถึงความพยายามที่มาพร้อมความยากลำบากของเขา

“พระเจ้า…ไอ้สีเงิน ๆ นั่นมันอะไรกัน ?”

“หิมะหรือ ? ใช่หิมะหรือเปล่า ?”

“ไม่น่าใช่… มันดูเหมือนกับต้นไม้มากกว่า…”

“ต้นไม้สีขาวเนี่ยนะ ? มันมีของแบบนั้นด้วยหรือ ?”

“ทุกคน ดูนั่น ! ดูตรงนั้น ! นั่นน่ะ ! นั่น !!”

“นั่น… ภูเขาหรือ ? ภูเขา !! มันคือภูเขา !!”

เสียงพูดคุยของวิญญาณกว่าแสนตนดังขึ้น

ในที่สุดโลกสีดำแดงของพวกเขาก็มีสีใหม่ปรากฏขึ้นเสียที ประชากรทั้งหมดรู้สึกราวกับว่าพวกเขากำลังมองไปที่โลกใบใหม่ ! ภาพเหล่านี้ทำให้ความสุขแผ่ซ่านไปทั่วหัวใจ ! และมันก็ทำให้พวกเขาอดไม่ได้ที่จะร้องตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น !

อันที่จริง มีวิญญาณบางตนที่กรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงด้วยซ้ำ

ภูเขาหรือ ? ฉินเย่รู้สึกได้ว่าหัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้นขณะที่เหลือบตามองไปยังทิศทางดังกล่าว รอยยิ้มบนใบหน้ากว้างขึ้นเรื่อง ๆ จนกระทั่งเขาได้ยืนยันมันด้วยตาของตัวเอง

ภูเขา ! มันคือภูเขาจริง ๆ!!

ถึงแม้ว่าขอบของพื้นที่จะยังถูกกั้นด้วยกำแพงพลังหยิน แต่เขาก็สามารถบอกได้ว่าตีนเขาที่โผล่พ้นออกมานั้นยื่นยาวเข้ามาในพื้นที่บางส่วนของยมโลก !

ตีนเขาที่ยืนออกมาค่อนข้างสั้น สูงประมาณร้อยเมตรเท่านั้น แต่มัน… การมีอยู่ของมันก็เพียงพอที่จะทำให้พวกเขาทั้งหมดตื่นเต้นได้ !

“บริษัทก่อสร้างหยินอยู่ที่ไหน ?!” ฉินเย่ปรบมืออย่างตื่นเต้นและหัวหน้าแผนกทั้งเจ็ดก็รีบก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับเอ่ยตอบอย่างรวดเร็ว “ข้ารับใช้ของท่านอยู่ที่นี่แล้ว !!”

“ส่งทีมสำรวจออกไปและค้นหาว่ามันคืออะไ ร! อันที่จริง คิดดูอีกที ข้าจะมุ่งหน้าไปที่นั่นก่อน พวกเจ้าตามไปที่นั่นโดยเร็วที่สุด ! ซูตงเซวี่ย จัดการพิธีการที่เหลือและสรุปความคืบหน้าทั้งหมดที่นี่ซะ ส่วนคนอื่น ๆ รอการยืนยันว่ามันไม่มีอันตรายใด ๆ ในพรมแดนใหม่ พวกเราจะประกาศให้ทราบในอีกสามวัน !”

ทันทีที่เอ่ยจบ เด้กหนุ่มก็เปลี่ยนร่างเป็นกลุ่มก้อนพลังและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ดังกล่าวทันที

“ไม่มีอสูรวิญญาณ” อาร์ทิสที่บินขนาบข้างฉินเย่เอ่ย “ยมโลกยังไม่สมบูรณ์ มันยังไม่มีพืชผัก และเราก็ยังไม่มีแม่น้ำด้วย แต่ถึงว่ามันจะไม่น่ามีสิ่งใดที่เป็นอัตรายต่อเราได้ มันก็ยังเป็นการดีกว่าที่จะระมัดระวังตัวเองไว้ก่อน เพราะอย่างไรแล้ว พืชในยมโลกก็ไม่ได้มีความอ่อนโยนเสมอไป… นี่ เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบขนาดนั้นก็ได้”

แม้จะได้ยินคำเตือนจากอาร์ทิส แต่ดวงตาของฉินเย่กลับยังเป็นประกายวาววับขณะที่เขาเอ่ยเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “อาร์ตี้ ข้าขอถามอะไรท่านอย่าง ท่านเคยเห็นต้นไม้สีขาวมาก่อนหรือไม่ ?”

“ไม่” อาร์ทิสตอบออกไปโดยไม่ลังเล “อย่างที่ข้าเคยพูดก่อนหน้านี้ มันมีความเป็นไปได้มากมายในการขยายตัวครั้งใหญ่ของนรกแต่ละครั้ง สิ่งที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ยกตัวอย่างเช่นความหนาแน่นของจำนวนประชากรและพลังหยินโดยรวมของยมโลก อิทธิพลของจ้าวนรกที่ปกครองในขณะนั้น รวมถึงสภาพพื้นที่ของยมโลกเองด้วย”

ฉินเย่ยังคงจ้องไปยังต้นไม้สีขาวตรงหน้าขณะที่เลียริมฝีปากของตน “ถ้าเช่นนั้น… หากแม้แต่ตัวท่านก็ยังไม่เคยเห็นต้นไม้สีขาวเหล่านี้ มันก็ไม่ได้หมายความว่า…มันคือผลผลิตพิเศษชิ้นแรกของยมโลกหรอกหรือ ?”

อาร์ทิสกะพริบตาปริบ ๆ จากนั้นก็อ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง ทว่าในเสี้ยววินาทีถัดมา ฉินเย่ก็รู้สึกราวกับว่าเขาถูกบางสิ่งบางอย่างคว้าร่างของตนเอาไว้ และเขาก็พุ่งตรงไปยังป่าต้นไม้สีขาวตรงหน้าทันที !!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 304 การขยายตัวครั้งใหญ่ครั้งแรกของยมโลก (3)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved