cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 209 กลุ่มวิทยานิพนธ์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 209 กลุ่มวิทยานิพนธ์
Prev
Next

บทที่ 209: กลุ่มวิทยานิพนธ์

“ต้องการอะไร?”

30 นาทีต่อมา หลินฮั่นกำผ้าห่มของเขาแน่นขณะที่มองฉินเย่ที่กำลังเท้าคางมองนอนอยู่ข้างเตียงอย่างหวาดระแวง ในตาของอีกฝ่ายมีเปลวไฟลุกโชนอยู่ หลินฮั่นตะโกนอย่างตกใจ “ผมขอเตือนเลยนะ ตอนนี้ผมไม่ได้ใส่เสื้อผ้าเลยสักชิ้น หากคุณพยายามจะทำอะไรบ้า ๆ อย่ามาโทษผมเด็ดขาด หากผมต่อยเข้าที่หน้าของคุณ!”

ให้ตายเถอะ…หมดคำจะพูด…ฉินเย่กัดฟันกรอด “ในสายคุณผมดูเหมือนพวกชอบที่ทำอะไรแบบนั้นหรือไง?”

หลินฮั่นพยักหน้า “ไม่อย่างนั้น คุณจะทำเรื่องแบบนั้นกับนักเรียนเย่…”

มือข้างหนึ่งคว้าเข้าที่ปากของหลินฮั่น ก่อนที่เจ้าตัวจะทันได้เอ่ยจนจบประโยค บีบมันอย่างแรงจนริมฝีปากของเขายื่นออกมาราวกับจมูกหมู ฉินเย่เอ่ยราวกับนักฆ่าที่เลือดเย็น “หากคุณพูดเรื่องนั้นอีกทีเราได้เห็นดีกันแน่ เข้าใจไหม?”

หลินฮั่นพยักหน้าอย่างแรงภายใต้คำขู่ของอีกฝ่าย

“จะว่าไป…ตอนนี้ก็เกือบจะห้าทุ่มแล้ว ทำไมคุณถึงไม่รอให้ถึงพรุ่งนี้ก่อนล่ะ? ผมกำลังจะนอนแล้ว!” คำพูดมากมายหลุดออกมาจากปากของชายหนุ่มทันทีที่ฉินเย่ละมือออกมา หลินฮั่นหันไปหยิบแก้วน้ำที่อยู่ข้างเตียงของเขามาดื่ม

นี่คุณเป็นคนแบบไหนกัน? นี่มันจะไม่เกินไปหน่อยหรือไง?! หรือว่ามันเป็นเพราะว่าคุณไม่เคยเห็นใครหล่อเหลาเท่าผมมาก่อน?

ฉินเย่นั่งลงข้างเตียงและไขว่ห้าง “ผมคิดหัวข้อวิจัยมาหัวข้อหนึ่ง แล้วตอนนี้ผมก็กำลังทำวิทยานิพนธ์อยู่ เป้าหมายก็คือตีพิมพ์บนหนังสือพิมพ์ผู้ฝึกตนรายสัปดาห์”

พรวดดดด!! หลินฮั่นพ่นน้ำออกมาและมองฉินเย่ราวกับตนเพิ่งเห็นผี

ทำ…ทำไมจู่ ๆ เงาของอีกฝ่ายก็ขยายใหญ่ขึ้น เหมือนกับเรื่องคุณพ่อซื้อส้มที่สถานีรถไฟมาให้ผู้เป็นลูก[1]…

“ขอโทษด้วยหากมันเกือบไปโดนคุณ…แต่คุณ…คุณกำลังทำวิจัยเนี่ยนะ?!”

นี่มันเหลือเชื่อเกินไปแล้ว!

นี่มันไม่เข้ากับภาพลักษณ์ของนายเลย ไอ้หนู!

“คุณมีปัญหา?” ฉินเย่มองชายหนุ่มตรงหน้า ผมบอกเลยนะ หากคุณมองผมด้วยสีหน้าตกตะลึงแบบนี้อีกครั้ง พรุ่งนี้เช้า ผมจะไปบอกให้อาร์ทิสมาแขวนตัวของนางที่หน้าประตูห้องของคุณ!

เอ่อ? ดูเหมือนว่าคำขู่นั้นจะค่อนข้างได้ผลทีเดียว…

ราวกับสัมผัสได้ถึงความโกรธที่เริ่มก่อตัวขึ้นของฉินเย่ หลินฮั่นกระแอมออกมาและเลือกใช้คำพูดอย่างชาญฉลาดแทนที่จะล้อเลียนอย่างตรงไปตรงมา “หนุ่มน้อย…ช่วยตระหนักด้วยว่านี่คือการทำวิจัยของอาจารย์! คุณคิดว่ามันเหมือนกับโครงการวิจัยของเด็กมหาวิทยาลัยหรือไง? ค้นหา คัดลอก แล้วก็วางอย่างนั้นน่ะ? wrong!big wrong best wrong!”

“…ถ้าคำว่าผิดมาก ผิดอย่างมหันต์ถูกคุณแปลจนกลายเป็นแบบนี้มันคงจะร้องไห้ตาย…” หางตาของฉินเย่กระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ ดวงของเขาปีนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ บางทีคืนนี้เขาอาจจะไม่ควรก้าวเท้าเข้ามาในห้องนี้ด้วยซ้ำ…

หลินฮั่นไม่ได้สนใจความคิดในใจของฉินเย่เลยสักนิด เขาพลิกผ้าห่มออกและลุกขึ้นนั่งด้วยความตื่นเต้นทันที

เสี้ยววินาทีต่อมา

“บ้าเอ๊ย!! คุณนอนทั้ง ๆ ที่แก้ผ้าแบบนี้ได้ยังไง?! ไปให้พ้น! ไปให้พ้นจากสายตาผมเดียวนี้!!”

“…ได้…ไปเดี๋ยวนี้แหละ…เดี๋ยวก่อนนะ! คุณมีสิทธิ์อะไรมาตะโกนดังลั่นแบบนี้หลังจากที่พยายามจะใช้ประโยชน์จากผม?! แล้วนี่ก็เป็นห้องของผมด้วย!”

หนึ่งนาทีต่อมา

ทั้งคู่นั่งลงบนเตียงและจ้องหน้ากันนิ่ง ๆ เห็นได้ชัดว่าเต็มไปด้วยความโกรธเคือง หลินฮั่นส่งเสียงฮึดฮัด “คุณกำลังจะบอกผมว่าคุณต้องการให้ผม ผู้ที่หล่อเหลาและชาญฉลาดอย่างน่าอิจฉา มาช่วยยกระดับงานวิจัยของคุณให้สูงขึ้น?”

“…คุณช่วยหยุดใช้ศัพท์มากมายโดยไม่จำเป็นได้ไหม? การใช้คำมากเกินแบบนี้มันจะทำให้ผู้อ่านโมโหเอาได้นะ! นอกจากนี้ มันยังไม่จำเป็นที่คุณจะต้องยกระดับเล่มวิจัยของผม ที่ผมทำแบบนี้ก็แค่เพื่อที่จะยื่นมือช่วยคุณ เพราะผมเห็นใจคุณที่พยายามทำงานอย่างหนักราวกับวัว แต่กลับได้อาหารน้อยยิ่งกว่าไก่เสียอีก เข้าใจไหม?”

“ไม่ ไปซะ!”

ด้วยเหตุนี้ การแข่งขันทางศักดิ์ศรีระหว่างหนึ่งชายหนุ่ม และหนึ่งเด็กหนุ่มจึงได้เริ่มขึ้น

ฉินเย่ถกแขนเสื้อขึ้นในขณะที่หลินฮั่นเองก็สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มอีกครั้ง “ออกไปเลย! แค่ต้องทำรายงานในมหาวิทยาลัยก็มากพอแล้ว! ทำไมผมถึงต้องอยากทำรายงานอีกในตอนที่เป็นอาจารย์ด้วย? ถ้าอยากให้ผมตายคุณก็พูดมาตรง ๆ เลยเถอะ!”

หางตาของฉินเย่กระตุกอย่างไม่สามารถควบคุมได้ “นี่ผมกำลังเสนอตำแหน่งผู้เขียนร่วมให้กับคุณ แล้วคุณก็จะได้คะแนนการสอนด้วย อย่างต่ำ 100 คะแนนเชียวนะ”

หลินฮั่นที่ได้ยินเช่นนั้นนิ่งไปทันที

หูของฮัสกี้ยื่นออกมาจากใต้ผ้าห่ม

ฉินเย่กระแอมเบา ๆ “นอกจากนี้ทางสำนักก็จะให้การสนับสนุนเราด้วยเงื่อนไขและสภาพแวดล้อมที่ดีที่สุด อย่างเช่น…ลดเวลาการสอนลง”

พรึ่บ! หลินฮั่นลุกขึ้นนั่งด้วยสีหน้าจริงจังทันที โดยที่ฉินเย่ไม่รู้ หลินฮั่นได้สวมแว่นโดยที่ไม่ต้องรอคำสั่งและปรับท่าทางให้อยู่ในโหมดวิชาการทันที “คุณนี่เป็นพวกที่ชอบละเลยเนื้อหาใจความที่สำคัญที่สุดเสมอเลย นี่คือสิ่งที่คุณควรจะพูดตั้งแต่แรกสิ…สรุปแล้ว…เราจะเริ่มกันเมื่อไหร่?”

ฉินเย่แทบจะหัวเราะออกมา “ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมคิดว่าคุณมาซู่เฟิงอาจจะเหมาะกับหน้าที่นี้มากกว่า”

เมื่อเอ่ยจบเขาก็ลุกขึ้นยืนเพื่อจะเดินออกจากห้อง ทว่ายังไม่ทันที่จะเดินได้ถึงครึ่งเมตร หลินฮั่นและร่างที่สูง 1.8 เมตรของเขาซึ่งกำลังนอนอยู่บนเตียงก็กำขากางเกงของเขาแน่น “น้องชาย…มันไม่ใช่เรื่องดีเลยนะที่จู่ ๆ จะเผาสะพานทิ้งแบบนี้ กรุณาใส่ชื่ออันต่ำต้อยของผมลงในชื่อของผู้เขียนร่วมด้วยเถอะ”

“ให้ตายเถอะ…คุณแค่กำลังหาเหตุผลในการลดภาระการสอนใช่ไหม?”

“นี่คือการตัดสินใจที่ผมทำเพื่อเกียรติและชื่อเสียงของสำนักต่างหาก!”

“ถ้าอย่างนั้นทำไมคุณไม่ทำแยกด้วยตัวเองเลยล่ะ?”

หลินฮั่นจ้องฉินเย่อย่างโมโห – คุณหมายความว่ายังไง?! แม้ว่าคุณอยากจะเอาชนะใครสักคนแต่คุณก็ไม่ควรตบหน้าพวกเขาแบบนี้! ด้วยคนที่มีสติปัญญาเฉลียวฉลาดแบบผม…ไม่สิ! นี่มันก็แค่งานวิจัยเล็กน้อย ทำไมคนฉลาดแบบผมถึงต้องยอมเข้าไปมีส่วนร่วมกับมันด้วย?

ฉินเย่ยิ้มและนั่งยองๆ จากนั้นด้วยรอยยิ้มบางบนใบหน้า เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหลินฮั่น “เรียกผมว่าป๊าสิ”

“ป๊าครับ!” หลินฮั่นเรียกออกไปโดยไม่ลังเล

“เด็กดี…” ฉินเย่ลูบหัวฮัสกี้ตรงหน้าและลุกขึ้นยืน “เราจะเริ่มกันพรุ่งนี้เช้า เรียกนักเรียนอีกจำนวนหนึ่งมาช่วยด้วย…สักหกคนก็แล้วกัน เจอกัน 9 โมงตรงที่ชั้นบนสุดของห้องสมุด”

………………………………………..

เช้าวันต่อมา เมื่อฉินเย่ไปถึงที่จุดนัดหมาย ทุกคนก็มารอเขาอยู่ก่อนแล้ว

หวังเฉิงห่าวและเย่ซิงเฉินเป็นหนึ่งในกลุ่มนักเรียนที่นำมาโดยฮัสกี้หลิน ผู้ซึ่งใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มบางขณะที่ถูมือไปมาอย่างตื่นเต้น “แล้ว…เราจะเริ่มกันเลยไหม?”

ยิ่งเริ่มเร็วยิ่งดี ฉินเย่เดินนำคนทั้งหมดไปที่ห้องซึ่งเอกสารลับถูกเก็บอยู่ ที่ซึ่งเขาได้อธิบายให้ทุกคนฟังคร่าว ๆ เกี่ยวกับหัวข้อการทำวิทยานิพนธ์ของเขา 30 นาทีต่อมา ทั้งหมดต่างกระจายตัวเพื่อไปทำสิ่งที่ตนได้รับมอบหมาย ในขณะที่ฉินเย่ก็อ่านดูแฟ้มคดีต่าง ๆ อีกครั้ง

ด้วยการอยู่กับอาร์ทิสมาเป็นเวลานานพอสมควร มุมมองของเขาในตรวจดูแฟ้มคดีต่าง ๆ จึงดีกว่าเหล่าผู้ตรวจสอบธรรมดาทั่วไปมาก ดังนั้น แม้ว่าเอกสารพวกนี้จะมีการจดบันทึกเกี่ยวกับคดี ที่ทำให้เหล่าผู้ตรวจสอบหลายคนต้องมึนงง ฉินเย่ก็สามารถเห็นถึงประเด็นของปัญหาได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นเขาจึงเลือกที่จะอ่านแฟ้มคดีทั้งหมดด้วยตัวเองเพื่อทำความเข้าใจถึงสิ่งที่เขาสามารถใช้ได้และใช้ไม่ได้

“มันไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจเลยที่หัวข้อวิจัยพวกนี้จะต้องใช้เวลาหลายปี เล่มวิจัยที่เขียนเสร็จภายในหนึ่งเดือน…อาจจะขาดความเข้มงวดในบางเรื่องไป” ฉินเย่วางแฟ้มลงและลูบคางขณะที่เอ่ยออกมาเสียงดัง “มันอาจจะไม่สำคัญในสาขาอื่น ๆ แต่ในเชิงวิชาการ ความเข้มงวดถือเป็นทุกสิ่ง”

แม้ว่าจะมีการพูดเตือนอยู่บ่อยครั้ง แต่มันก็เป็นธรรมชาติของมนุษย์ที่จะตัดสินหนังสือจากหน้าปก ยกตัวอย่างเช่น คนบางคนนั้นเลือกที่จะเชื่อใจหมอสูงอายุมากกว่าหมอที่ยังหนุ่ม ในแวดวงวิชาการเองก็เช่นกัน เล่มวิจัยที่เสร็จภายในหนึ่งเดือน…อาจจะถูกฉีกทิ้งก่อนที่จะได้ตีพิมพ์เสียอีก

“ถ้าอย่างนั้น…เราจะต้องทำให้แน่ใจว่ามันน่าสนใจ”

เขาหยิบแฟ้มอีกแฟ้มหนึ่งออกมา “ข้อสนับสนุนที่เราใช้เสนอจะต้องไม่มีรูโหว่และสมเหตุสมผล คดีที่เราอ้างอิงจะต้องมีรายละเอียดที่ชัดเจน และจะต้องตรงกับหัวข้อวิทยานิพนธ์ นี่คือหนึ่งในขั้นตอนที่ทดสอบความรอบคอบและการสังเกตรายละเอียดของอาจารย์ผู้สอนอย่างแท้จริง”

โชคดีที่ยังมีคนกลุ่มหนึ่งที่มาร่วมแบ่งเบาภาระนี้กับเขา

ภายในห้องเอกสารมีเพียงเสียงพลิกหน้ากระดาษ และเสียงชัตเตอร์จากกล้องโทรศัพท์มือถือดังขึ้นให้ได้ยินบ้างเป็นครั้งคราว เป็นเช่นนั้นไปจนเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว

ในเช้าวันต่อมาตารางสอนของฉินเย่และหลินฮั่นก็ได้ถูกปล่อยออกมา ทั้งคู่ได้ลดเวลาการสอนเหลือเพียงสองครั้งต่อสัปดาห์เท่านั้น ครึ่งหนึ่งจากตอนแรก และในส่วนของเวลาที่เหลือ…กลุ่มวิจัยของพวกเขามักจะหมกตัวอยู่ภายในห้องเอกสารตลอดเวลา

สองวัน…สามวัน…ในไม่ช้า มันก็ผ่านมาเป็นเวลาห้าวันแล้ว

พวกเขาได้สร้างฐานปฏิบัติงานขึ้นภายในห้องของหลินฮั่น และตอนนี้พวกเขาก็มีกันทั้งสิ้น 3 คน

ฉินเย่ หลินฮั่น และซู่เฟิง

สภาพของพวกเขาในตอนนี้ไม่ได้ดีมากนัก เพราะท้ายที่สุดแล้ว ใครก็ตามที่ทุ่มเททั้งกายใจของตนให้กับงานวิจัยจะสูญเสียการรับรู้ในเรื่องของเวลาไปอย่างรวดเร็ว กลางคืนจะหลอมรวมเข้ากับกลางวัน ชายทั้ง 3 ต่างก็มีรอยดำคล้ำอยู่ที่ใต้ตา และยังรวมถึงหนวดเคราที่ไม่แม้แต่จะมีเวลาโกนออก

ฉินเย่กำลังพิมพ์รายงานบนแล็ปท็อปของตนอยู่ มือของเด็กหนุ่มเร็วเป็นระวิง มีบางครั้งที่เขาต้องใช้เวลาคิดอยู่นาน ก่อนที่จะพิมพ์ประโยค ๆ หนึ่งออกมาได้ แล็ปท็อปสามเครื่องถูกวางเรียงกัน เครื่องทางซ้ายสุดแสดงให้เห็นข้อมูลที่พวกเขาได้ถ่ายมาจากห้องเอกสาร ในขณะที่เครื่องทางขวาแสดงถึงวิทยานิพนธ์ต่าง ๆ ที่ถูกใช้โดยสถาบันวิจัยการบ่มเพาะทั่วประเทศ

กึก…ฉินเย่หยุดมือและขมวดคิ้ว “ผมยังรู้สึกว่าหลักฐานชิ้นที่ 2 มันยังขาดอะไรบางอย่างอยู่ ผมยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับคดีที่เราจะใช้อ้างอิง บางทีเราอาจจะหาข้อสนับสนุนที่ดีกว่านี้ได้…”

“ไม่ใช่แค่นั้น มันยังมีความคลาดเคลื่อนบางอย่างระหว่างข้อสนับสนุนและข้อความในวิทยานิพนธ์ที่พวกเรากำลังพยายามพิสูจน์ด้วย นั่นคือเหตุผลว่าทำไมก่อนหน้านี้ผมถึงคัดค้านที่จะใช้ข้อสนับสนุนนี้” ซู่เฟิงเสยผมที่ตกลงมาปรกหน้าของตัวเอง ผมของเขายุ่งเหยิงจนไม่ต่างอะไรกับรังนกเลยสักนิด

ชายหนุ่มดื่มกาแฟอึกใหญ่จากในแก้วของตัวเองและเอ่ยต่อ “อย่าลืมว่าผมเคยทำงานที่ไหนมาก่อน ที่ศูนย์วิจัย SRC เชียวนะ! การวิจัยเชิงวิชาการจะต้องถูกสร้างขึ้นมาบนพื้นฐานที่เข้มงวด! มันมีความเป็นไปได้สูงว่าข้อสนับสนุนนี้จะถูกปฏิเสธจากนักวิชาการท่านอื่น ๆ!”

“หืม? ผมได้ยินมาว่าหลินฮั่นเอง ก็เคยอยู่ในห้องปฏิบัติการวิจัยด้วยนี่?”

“ใช่ เขาเป็นหนึ่งในทีมวิจัย มันเป็นเรื่องที่หาได้ยากมากที่สติปัญญาของคนคนหนึ่งจะโบราณได้ขนาดนี้….”

“ให้ตายเถอะ! ผมยังอยู่ตรงนี้นะ กำลังหาดูข้อมูลวิจัยที่เรามี แต่พวกคุณกลับมาพูดเรื่องของผมต่อหน้าผมเนี่ยนะ?! มีเล่มวิจัยอย่างน้อย 20 ถึง 30 ฉบับที่มีเนื้อหาเชื่อมโยงกับหัวข้อวิจัยของคุณ! และผมก็กำลังอ่านมันทีละหน้า ๆ!” หลิงฮั่นเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอแล็ปท็อปและกัดฟันกรอด “หยุดพูดเรื่องไร้สาระ! ผมคือคนตัดสินเรื่องข้อสนับสนุน และมันก็จะเป็นข้อสนับสนุนที่เหมาะกับคุณมากที่สุดแล้ว! หรือว่าคุณคิดหาสิ่งที่ดีกว่านี้ได้?!”

รายงานส่วนนี้มุ่งเน้นไปที่ความหลากหลายของวิญญาณผ่านการวิวัฒนาการของพวกมัน เพื่อที่จะพิสูจน์อะไรเช่นนั้น หลักฐานซึ่งอ้างอิงจากคำบอกเล่าและการคาดคะเนนั้นไม่ใช่สิ่งที่สามารถยอมรับได้ ข้อมูลต่าง ๆ จะต้องแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ เวลา และผู้ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้หลักฐานที่มีจะต้องเป็นคดีที่มีเอกสารครบถ้วน โดยอ้างอิงจากเหตุการณ์จริงและสามารถตรวจสอบได้

อาจารย์ผู้สอนไม่สามารถทำวิทยานิพนธ์ของพวกเขาได้อย่างลวก ๆ เพราะหากพวกเขาทำเช่นนั้น ความพยายามของพวกเขาทั้งหมดก็จะได้รับการประเมินแบบลวก ๆ เช่นกัน

หากเขาไม่สามารถตีพิมพ์วิจัยลงในผู้ฝึกตนรายสัปดาห์ได้ภายในหนึ่งเดือน มันก็มีความเป็นไปได้ที่เขาจะสูญเสียโอกาสทั้งหมดเกี่ยวกับถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสี และหัวข้อวิจัยต่อไปของเขาก็อาจจะไม่สามารถได้รับการอนุมัติอีกด้วย!

เขาเพิ่งมาถึงข้อสนับสนุนที่สองในเล่ม แต่เขากลับเจอเข้ากับอุปสรรคเสียแล้ว

ช่องว่างของความคลาดเคลื่อนระหว่างข้อสนับสนุน และข้อสรุปขอวิทยานิพนธ์เป็นเหมือนกับก้างชิ้นใหญ่ที่ติดอยู่ในคอของเขา และนั่นทำให้เขาไม่สามารถเขียนต่อได้

“ผมขอเวลาพักชั่วโมงหนึ่ง!” เมื่อเอ่ยจบเขาก็เดินกลับไปที่ห้องพักของตัวเองอย่างหงุดหงิด หลังจากปิดประตู เด็กหนุ่มก็ถอนหายใจออกมาและล้มตัวลงบนเตียง

“งานของเจ้าไปถึงไหนแล้ว?” ดวงตาของอาร์ทิสผละออกจากหน้าจอ ขณะที่นางพยายามจะฆ่า 3 ตัวติดต่อกัน “ข้ายังจำตอนที่พวกข้าได้รับหน้าที่ให้ร่างรายงานการทำงานสิบปีได้ดี นั่นคือช่วงเวลาที่ทำให้ข้าปวดหัวเป็นอย่างมาก ข้าต้องทำแม้กระทั่งสั่งให้เลขาทั้งสิบตนของข้าเพื่อทำงานนั้นให้สำเร็จ”

ฉินเย่ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน “ให้ตายเถอะ ข้าไม่คิดเลยว่าการวิทยานิพนธ์ของอาจารย์จะยากเย็นขนาดนี้…มันคนละระดับกับรายงานของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยอย่างสิ้นเชิง!”

เขาลุกขึ้นนั่งและเอ่ยออกมาอย่างต้องการระบาย “ข้อเท็จจริง! หลักฐาน! ทุกอย่างจำเป็นจะต้องได้รับการสนับสนุนด้วยอะไรบางอย่าง! ข้าสงสัยด้วยซ้ำว่าข้อสนับสนุนที่ตัวเองพูดออกไป เคยมีคนพูดมันออกไปหรือยัง แล้วข้าต้องอ้างอิงพวกมันแทนหรือเปล่า! ให้ตายเถอะ! สิ่งนี้กำลังจะฆ่าข้าให้ตายอย่างแท้จริง!”

“อดทนไว้” อาร์ทิสมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ และตอบโดยไร้ซึ่งความเห็นใจใด ๆ “เจ้าจะต้องเขียนอะไรแบบนี้อีกหลายครั้งเมื่อเจ้ากลายเป็นจ้าวนรก หรือต่อให้เจ้าไม่ได้เป็นผู้เขียนมันด้วยตัวเอง เจ้าก็ยังต้องแก้ไขเนื้อหาของมันและกำหนดทิศทางของมันด้วยตัวเองอยู่ดี นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง…ไปเถอะ ข้าจะแปลงเป็นนกกระเรียนกระดาษแล้วไปช่วยเจ้าดูเอง เรื่องพวกนี้…บางทีก็ทำให้เจ้ารู้สึกอยากจะฆ่าคนได้จริง ๆ”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 209 กลุ่มวิทยานิพนธ์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved