cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 208 ผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์ (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 208 ผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์ (2)
Prev
Next

บทที่ 208: ผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์ (2)

ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้า ๆ เพื่อให้จิตใจตนเองสงบลง

ตู้เหล็กมากมายที่เรียงรายอยู่ตรงหน้าของเขา ทำให้ความรู้สึกรับผิดชอบที่อยู่ในส่วนลึกของจิตใจของเขาเอ่อล้นขึ้นมาทันที

ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยปราศจากสัญญาณเตือนใด ๆ ทำให้ใจของเขารู้สึกขมขื่นอยู่สักพักใหญ่

เขารับแฟ้มคดีมาจากมือของโหลวชวยและเริ่มอ่านเนื้อหาของมัน

“ปี 197X เหตุการณ์บ้านตระกูลเหมา นครฉู่อัน”

“หมู่บ้านตระกูลเหมา เมืองช่วนโจว นครฉู่อันตั้งอยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล 500 เมตรและถูกก่อตั้งโดยชนเผ่าไทและฮั่น ตระกูลเหมาเป็นผู้นำหมู่บ้าน จำนวนประชากรทั้งหมดคือ 1,546 คน วันที่ 5 เมษายน 197X ช่วงกลางดึกของเทศกาลเชงเม้งเกิดฝนตกหนัก ศาลบรรพชนสว่างไสวด้วยไฟจากเทียนและธูปที่มีมานานกว่าหลายทศวรรษ แต่เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนตรง ทุกอย่างถูกดับไป ผู้คนในหมู่บ้านตระกูลเหมาเชื่อว่าบรรพบุรุษของพวกเขากลับมาเยี่ยมพวกตน และทั้งหมดต่างก็คุกเข่าลงและสวดไหว้บรรพบุรุษของพวกเขา”

“ในวันที่ 6 เมษายน เวลา 01.00 น. ใครบางคนรายงานว่าเขาได้ยินเสียงฆ้องดังขึ้น แต่การสืบสวนเผยว่าตระกูลเหมาได้หยุดการใช้ฆ้องในเวลากลางคืนมาเป็นเวลา 13 ปีแล้ว 02.00 น. อีกากว่าร้อยตัวบินฝ่าสายฝนที่ตกกระหน่ำมาเกาะอยู่ที่ต้นไทรบริเวณหน้าทางเข้าหมู่บ้านพร้อมกับเลือดที่ไหลไม่หยุด หัวหน้าหมู่บ้านเชื่อว่านี่เป็นลางบอกเหตุร้าย และเขารีบบอกชาวบ้านทุกคน ให้รีบออกจากหมู่บ้านทันที เวลา 03.00 น.ชาวบ้านส่วนใหญ่อพยพออกจากหมู่บ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากคำของผู้รอดชีวิต พวกเขาได้ยินเสียงร้องของคนแบกเกี้ยวดังมาจากศาลบรรพชน”

“7 เมษายน ตระกูลเหมาทั้งหมดหายไปโดยไร้ร่องรอย 8 เมษายน ในช่วงเช้าตรู่ของวัน ภาพที่น่าตกตะลึงถูกพบขึ้นในส่วนลึกของภูเขา ใบหน้าของคนทั้งหมดดูสงบ หัวหน้าหมู่บ้านคือผู้รอดชีวิตจากโศกนาฏกรรมในครั้งนี้แต่สูญเสียสติ ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในโรงพยาบาลจิตเวชชิงหลงซาน รายละเอียดการสืบสวนและรูปถ่ายจากที่เกิดเหตุ….”

“…” ฉินเย่ตกตะลึง ขนบนร่างของเขาลุกชันไปหมดขณะที่ปิดแฟ้มคดี

ภูตผีคลุ้มคลั่ง…นี่จะต้องเป็นฝีมือของภูตผีคลุ้มคลั่งแน่นอน! มันแตกต่างจากวิญญาณขั้นนักล่าวิญญาณอย่างสิ้นเชิง!

ภาพที่น่าตกตะลึงดังกล่าวไม่ใช่ภาพที่น่าชมเลยสักนิด มัน…คือภาพของพีระมิดที่ทำมาจากศีรษะของมนุษย์!

เป็นอย่างที่คิด…เป็นอย่างที่คิดจริง ๆ มันยังมีภูตผีคลุ้มคลั่งตนอื่นอยู่ในจีน และทางรัฐบาลก็ปิดบังเรื่องนี้เอาไว้เพื่อรักษาความสงบภายในชาติ ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาสามารถรักษาความสงบมาได้กว่าหลายสิบปี แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและอิทธิพลอันมากล้นของรัฐบาลได้อย่างดี! แต่มันยังเป็นประเทศที่ปลอดภัยที่สุดอย่างที่ทุกคนว่ากันอยู่หรือเปล่า?

มันมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกกี่ครั้งแล้ว?

เขามองไปยังแถวที่เรียงรายของตู้เหล็ก มณฑลจูเจียง มณฑลตงไห่ มณฑลเป่ยโจว มณฑลกวงอาน…มันเป็นเพียงตู้เหล็กที่ไร้ชีวิตและนิ่งสนิท แต่มันกลับทำให้ฉินเย่รู้สึกชื่นชมยายเมิ่งที่พยายามอย่างหนัก เพื่อที่จะยืดเวลาของตนเองเพื่อมายังแดนมนุษย์ในเวลานั้น

ยมโลกอยู่ไม่ได้หากปราศจากผู้นำ

วัฏจักรแห่งสวรรค์ตั้งอยู่บนการดำรงอยู่ของทั้งหยินและหยาง ยมโลกและแดนมนุษย์

บางครั้ง การตระหนักถึงสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างลึกซึ้ง ก็ไม่จำเป็นต้องใช้ตัวกระตุ้นที่ดีมาก และมันก็อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คาดไม่ถึงที่สุด

“ตกใจเลยใช่ไหม?” ฉินเย่เงียบไป สายตาของเด็กหนุ่มเป็นประกายอย่างเร่าร้อนขณะที่จ้องมองตู้เหล็กทั้งหมดที่เรียงรายกันอยู่อย่างเหม่อลอย โหลวชวนคิดว่าอีกฝ่ายตกตะลึงจากสิ่งที่เพิ่งได้เห็น เขาหยิบแฟ้มคดีจากมือของฉินเย่และเก็บมันเข้าที่เดิม

“เขตไล่ล่าเป็นเพียงเหตุการณ์ทั่วไปที่เราพบเจอเท่านั้น แต่พวกมันก็ยังไม่ใช่ส่วนที่อันตรายมากที่สุด คุณควรเลือกคดีที่เหมาะสมที่สุดคดีหนึ่งมาเป็นตัวอย่างในการทำวิจัยของคุณ ทั้งหมดที่คุณต้องการล้วนอยู่ในนี้หมดแล้ว เหล่าผู้ที่ตรวจงานของคุณเองก็ทราบถึงข้อมูลอ้างอิงพวกนี้เช่นกัน เพราะท้ายที่สุด ผู้ที่สามารถตรวจงานของคุณได้ก็ย่อมต้องมีสิทธิ์ในการเข้าถึงเอกสารพวกนี้อยู่แล้ว”

เขาไล่มองไปตามตู้ทั้งหมดด้วยสายตาซับซ้อน “ผมเชื่อว่าทุกคดีที่อยู่ในตู้เหล่านี้…เพียงพอที่จะทิ้งร่องรอยที่ไม่สามารถลบออกได้ในใจของทุกคนที่ได้อ่านมัน”

เงียบ….

ไม่กี่วินาทีต่อมาฉินเย่ก็พยักหน้าช้า ๆ จากนั้นโหลวชวนก็หันหน้าไปทางชั้นหนังสือที่อยู่ด้านหลัง

“และทั้งหมดนี้ก็คือบันทึกของ ผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์ตั้งแต่เมื่อพันปีก่อน”

ฉินเย่จำได้ว่าครั้งแรกที่เขาได้ยินชื่อนี้ คือตอนที่สำนักฝึกตนแห่งแรกได้เปิดตัวขึ้น ในขณะที่พวกเขาต่างกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มภาคการศึกษาแรก กระบี่เซวียหยวนคือสิ่งที่ถูกเก็บรักษาและส่งต่อโดยผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์ ทุกราชวงศ์และยุคสมัยของจีนต่างมีกลุ่มองค์กรที่คล้ายกันนี้ดำรงอยู่ จนกระทั่งในช่วงปลายของราชวงศ์ชิง การเกิดใหม่ของมันเวลานี้ไม่ได้ใช้ชื่อผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์อีกแล้ว แต่กลับเป็นหน่วยสอบสวนพิเศษและศูนย์วิจัย SRC แทน

“พวกเขาสามารถถือได้ว่าเป็นบรรพบุรุษของเรา คุณจะเจอข้อมูลที่มีประโยชน์มากมายในนี้ ใครจะรู้ บางสมมติฐานและการคาดเดาของพวกเขาอาจจะจุดประกายให้กับงานวิจัยของคุณก็ได้ ทำไม….คุณไม่ลองดูสักหน่อยล่ะว่าพวกเขาคือใครบ้าง?

โหลวชวนแย้มยิ้มแปลกประหลาดบนใบหน้า ฉินเย่มองอีกฝ่ายก่อนจะหันไปมองที่ชั้นบนสุดของชั้นหนังสือ เขาไม่ได้สนใจรายชื่อทั้งหมดอย่างละเอียด ดังนั้นเขาจึงอ่านมันแบบผ่าน ๆ ทว่าทันใดนั้นเขาก็ต้องย้อนกลับไปอ่านชื่อ ๆ หนึ่งอีกครั้ง

หลิว จี…

“นี่มัน…” เขาเอ่ยออกมาอย่างเหลือเชื่อ “หลิว ปั๋วเวิน?!” [1]

หลิว ปั๋วเวินคือผู้ที่เป็นที่เคารพพอ ๆ กับจูกัดเหลียง เขาไม่คิดเลยว่าบุคคลที่น่าทึ่งเช่นนี้จะเป็นหนึ่งใน ผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์!

“ถูกต้อง” โหลวชวนเอ่ย “ตอนที่ผมเห็นชื่อของเขาครั้งแรก ผมตกใจยิ่งกว่าคุณเสียอีก”

“หลิว จี หรือที่รู้จักกันในนามหลิว ปั๋วเวิน เขาเป็นหนึ่งในกุนซือที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุดของจักรพรรดิหงอู่ และหลังจากที่ถึงแก่กรรมไป 9 ปี เขาก็ได้รับพระราชทานยศให้เป็นพระอัครมหาเสนาบดี…แต่ถ้าคุณลองคิดดี ๆ นอกจากบุคคลที่น่าอัศจรรย์เช่นนี้แล้ว…จะมีใครสมควรที่จะมีส่วนร่วมในการบริหารคลังสมบัติของแผ่นดินจีนอีก?”

ฉินเย่พยักหน้าอย่างเห็นด้วย จากนั้นเขาจึงไล่ดูต่อ

และชื่อถัดมาที่เขาเห็นก็ทำให้เขาต้องอ้าปากค้างอย่างตกตะลึงอีกครั้ง

… เจ้าผู่![2]

“บ้าหน่า…” เขาเอ่ยออกมาอย่างตกตะลึง เจ้าผู่…ผู้ทรงอิทธิพลมากที่สุดคนหนึ่งในยุคสมัย มีบทบาทสำคัญในการยึดและรวมอำนาจของจักรพรรดิไทสึและจักรพรรดิไท่จง เขาดำรงตำแหน่งหัวหน้าที่ปรึกษาถึงสามครั้ง และเขายังได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในสิบนักยุทธศาสตร์ยิ่งมีฝีมือมากที่สุดตลอดกาลของจีนอีกด้วย!

นอกจากนี้มันยังมีชื่อที่น่าตกตะลึงไม่แพ้กันอย่าง หลี่ฉุนเฟิง[3] หยวนเทียนกัง[4]…จิวยี่[5] เตียวเหลียง[6] กุ๋ยกู๋จื่อ[7] เจียงจื่อหยา[8]….

ไม่ว่าจะเป็นใคร คนพวกนี้ล้วนเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงเป็นอย่างมากในประวัติศาสตร์จีน!

ใครจะไปคิดว่าพวกเขาทั้งหมดจะเป็นหนึ่งในผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์? และพวกเขายังจดบันทึกถึงความลับอันดำมืดของจีน ตั้งแต่สมัยของตัวเองและส่งต่อมันมาจนถึงทุกวันนี้เนี่ยนะ?!

ฉินเย่ไม่สามารถต้านทานแรงกระตุ้นของตนเองได้ เด็กหนุ่มรีบดึงหนึ่งในบันทึกออกมาและเอ่ยมันอย่างละเอียด

ข้อความทั้งหมดในนั้นได้รับการแปลและปรับแต่งให้เข้ากับยุคสมัยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และที่เขากำลังอ่านอยู่ก็คือบันทึกที่มีชื่อเรื่องว่า “วิญญาณ: การเปลี่ยนแปลงของเวลาและวิวัฒนาการของวิญญาณ”

“…ในราชวงศ์ถังและราชวงศ์ฮั่น เรื่องเกี่ยวกับวิญญาณอาฆาตที่ทรงพลังนั้นมีให้ได้ยินอยู่ทั่วทุกหนทุกแห่ง แต่ในเวลานี้ทุกสิ่งดูจะสลับขั้วกันไปหมด พวกเราไม่ค่อยได้ยินเรื่องพวกนี้บ่อยเหมือนแต่ก่อน แต่เมื่อใดที่ได้ยิน พวกมันจะน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเรื่อย ๆ…ข้าพเจ้าคิดว่านี่เป็นผลมาจากการขยายขอบเขตอำนาจของยมโลก เมื่อสิบปีก่อน ข้าพเจ้านั้นมีวาสนาพอที่ได้พบกับ ยมทูตขั้นนักล่าวิญญาณที่ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับยมทูตหัววัวหน้าม้า เมื่อมองย้อนกลับไปในตอนนั้น เสื้อผ้าและอาวุธของพวกเขาไม่ได้ดูโบราณเลยแม้แต่น้อย ในความเป็นจริง ชุดพวกเขาดูดีกว่าพวกเขาในตอนนี้เสียอีก…”

“…ด้วยเหตุนี้ ข้าพเจ้าจึงสรุปความได้ว่าความสามารถของยมโลกในการตรวจจับการมีอยู่ของวิญญาณร้ายนั้นเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา วิญญาณที่มีสติปัญญาจะสัมผัสได้ถึงการมีอยู่ที่น่าสะพรึงกลัวของยมโลก และการตัดสินใจแรกของพวกมันก็คือซ่อนตัวในเงามืดและหลบหนี ยื้อเวลาจนกว่าตนจะแข็งแกร่งพอที่จะปรากฏตัวขึ้นในแดนมนุษย์อีกครั้ง…”

กว่าที่ฉินเย่จะรู้ตัว เขาก็ตกตะลึงกับสิ่งที่ตนเพิ่งได้อ่านไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

มันไม่ใช่ว่าเขาเป็นผู้เรียนที่ดี แต่มันเป็นเพราะข้อเท็จจริงที่ว่าฮัสกี้อย่างเขาไม่มีทางพลาดโอกาสในการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแดนมนุษย์เป็นอันขาด นี่คือความรู้พื้นฐานที่ผู้ฝึกตนคนอื่น ๆ ต่างรู้ดี แต่อัจฉริยะอย่างเขากลับไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับมัน

นอกจากนี้ ยิ่งเขาอ่านมันมากเท่าไหร่ มุมมองของเขาก็ยิ่งกว้างมากขึ้นเท่านั้น มันสามารถพูดได้เลยว่าบันทึกของเจ้าผู่นั้นเชื่อมโยงกับหัวข้อวิจัยที่เขากำลังสนใจอยู่ตอนนี้อย่างไม่น่าเชื่อ อันที่จริง ทั้งเจ้าผู่และหลิวปั่วเวินต่างมีการคาดเดาของตนเองในเรื่องนี้ น่าเสียดาย ด้วยทัศนคติที่ปิดกั้นของจีนในเวลานั้น การเปิดพื้นที่หรือที่ยืนทางความคิดให้กับผู้คนในสังคมจึงไม่ได้รับความสนับสนุนมากนัก ไม่เช่นนั้นเขามั่นใจเลยว่าผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์ในสมัยราชวงศ์หมิงทั้งสองคงได้หารือเกี่ยวกันกับการวิวัฒนาการของวิญญาณอย่างละเอียดไปแล้ว

ยิ่งเขาอ่านไปเรื่อย ๆ เขาก็เริ่มเข้าใจแล้วว่าเหตุใดมันจึงดูเหมือนว่าจะมีการหยุดชะงักของสิ่งที่ถูกส่งต่อมายังหน่วยสอบสวนพิเศษ บันทึกสมัยราชวงศ์ชิงยังคงอยู่ในภาพที่สมบูรณ์ เริ่มตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิง บางส่วนของบันทึกก็ได้รับความเสียหายและไม่ต่อเนื่องในหลาย ๆ จุด จากนั้นเมื่อถึงในสมัยของราชวงศ์ซ่ง ถัง และฮั่น ความเสียหายของบันทึกก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งเนื้อหาที่เหลืออยู่หลังจากนั้นไม่สามารถใช้ประโยชน์อะไรได้เลย

นี่หมายความว่าข้อสมมติฐานพวกนี้ เป็นเพียงการคาดเดาและข้อสรุปที่ไม่ได้รับการสนับสนุน มีหลายครั้งที่สมมติฐานหรือข้อสนับสนุนบางอย่างถูกเขียนไว้ในหน้ากระดาษหน้าหนึ่ง แต่เมื่อเปิดหน้าถัดไปกลับเป็นการพูดถึงข้อสนับสนุนที่ใช้สนับสนุนสมมติฐานอื่น ๆ เสียแล้ว

ถึงกระนั้นฉินเย่ก็ไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดแต่อย่างใด หลังจากผ่านการเข้ามหาวิทยาลัยมาแล้วหลายครั้ง เขาค่อนข้างมีประสบการณ์ในด้านการเขียนรายงานวิจัย เขารู้ดีว่ารายงานพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่สามารถจะทำให้สำเร็จได้ภายในหนึ่งวัน หลังจากผ่านไปสักพักใหญ่ เขาก็วางบันทึกของผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์ในสมัยราชวงศ์ซ่งลง และยืดหลังของตนพร้อมกับเอ่ยว่า “สรุปว่าทั้งหมดนี้ก็คือการรวบรวมวิทยานิพนธ์ จากตั้งแต่ราชวงศ์ต่าง ๆ ในอดีต…มันมีประโยชน์มาก ด้วยบันทึกและข้อสนับสนุนเกี่ยวกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติระดับสูงที่ถูกเก็บรักษาโดยศูนย์วิจัย SRC สินะ อย่างนี้การเขียนรายงานก็คงจะไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด….”

“อย่างไรก็ตาม การเรียบเรียงและสรุปเนื้อหาทั้งหมดนี้ ก็ยังเป็นสิ่งที่ค่อนข้างยากอยู่พอสมควร ที่นี่มีหนังสือมากเกินไป เราต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะอ่านทั้งหมดจบ…”

มันไม่ใช่ว่าเขาดูถูกบันทึกพวกนี้ ในความเป็นจริง เขายินดีเป็นอย่างมากที่จะอ่านหนังสือทั้งหมดนี้ด้วยตัวเอง น่าเสียดายที่เวลาไม่ได้อยู่ข้างเขา วันนี้คือวันที่ 1 พฤษภาคม หากเขาไม่สามารถไปที่ตงไห่ได้ในปลายเดือนมิถุนายน ถ้วยพระเนตรสวรรค์เปลี่ยนสีก็คงจะหลุดลอยไปจากมือเขาตลอดกาล

“ไม่…เรามีเวลาไม่ถึงสองเดือนด้วยซ้ำ เราจะต้องพิจารณาถึงระยะเวลาที่ใช้ในการส่งเล่มวิจัย ตรวจ และตีพิมพ์อีก…จากนั้นก็ยังระยะเวลาที่แต่ละองค์กรอื่น ๆ จะตอบรับและส่งจดหมายเชิญมาให้ด้วย อย่างดีที่สุดเราก็มีเวลาแค่เดือนเดียวเท่านั้น…นั่นมันน้อยมาก” ฉินเย่คลึงขมับของตนและมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ของตน ตอนนี้เป็นเวลา 22.00 น.แล้ว

โหลวชวนได้เดินจากไปนานแล้ว มันเป็นวินาทีนั้นเองที่ฉินเย่เริ่มรู้สึกง่วงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็ขอตัวและเปิดประตูเพื่อที่จะเดินออกไปด้านนอก

เมื่อเขาเดินออกมาและเหลือบมองไปยังชายสูงวัยหัวโล้น ดวงตาของฉินเย่ก็ต้องวูบไหวด้วยความตกตะลึง

ให้ตายเถอะ…ตกใจหมด…พอกันทีตาแก่! ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ผมอุตส่าห์ชื่นชมคุณที่ขยันและตั้งใจทำประโยชน์ให้กับชาติแม้ว่าจะอายุมากแล้ว!

“คุณจะกลับแล้วหรือ?” ชายสูงวัยเอ่ยถามโดยไม่แม้แต่จะละสายตาจากหน้าจอ “เจ้าหนู หลายสิ่งในนี้ไม่ใช่สิ่งที่เธอจะอ้าปากค้างและเข้าใจมันได้ภายในหนึ่งวันหรอกนะ”

ฉินเย่พยักหน้า ใช่แล้ว เอกสารทั้งหมดนี้บันทึกเนื้อหาที่มอบมุมมองความคิดมากมายให้กับผู้อ่าน แต่มันจะเป็นการดีกว่าหากรู้จักพิจารณาเนื้อหาทั้งหมดจากมุมมองและบริบทของผู้เขียนด้วย ไม่เช่นนั้นความพยายามของเขาคงจะไร้ประโยชน์ และเขาก็คงไม่สามารถเข้าใจสิ่งที่ผู้เขียนต้องการจะสื่อได้ดีพอจนนำไปปรับใช้ในรายงานของเขาเองได้

ขณะที่กำลังมองฉินเย่เดินจากไปพร้อมกับความคิดมากมายภายในหัว ทันใดนั้นชายสูงวัยก็เอ่ยขึ้น “ไม้ที่ผุแล้วไม่สามารถนำมาใช้แกะสลักได้…ผมขอถามอะไรคุณสักข้อนะ ผู้ช่วยของคุณอยู่ที่ไหน? คุณคิดจะเขียนเล่มวิจัยทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวอย่างนั้นหรือ? แล้วก็ตีพิมพ์ลงบนผู้ฝึกตนรายสัปดาห์เนี่ยนะ? ไม่คิดว่าประเมินตัวเองสูงเกินไปหรือไง? หรือว่าคุณกำลังดูถูกผู้ฝึกตนรายสัปดาห์อยู่กันแน่?”

ผู้ช่วย?

ในที่สุดฉินเย่ก็หลุดออกจากอาการมึนงงในวิทยานิพนธ์ของเขา เด็กหนุ่มกะพริบตาถี่รัว และข่มแรงกระตุ้นที่จะตบหน้าตัวเองแรง ๆ สักที

ทุกวันนี้ ในมหาวิทยาลัย นักเรียนส่วนใหญ่จะเข้า Google และเข้าไปใน Google Scholar เพื่อหาวิทยานิพนธ์ระดับบัณฑิตศึกษาที่เกี่ยวข้องจากคณะต่าง ๆ จ่ายเงิน คัดลอก วาง… ซ้ำไปซ้ำมา เอ่อ…เหมือนจะมีบางอย่างไม่ถูกต้องนะ?

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น สิ่งสำคัญก็คือตอนนี้เขาเป็นอาจารย์แล้ว! อาจารย์ของสำนักฝึกตนแห่งแรกที่มีอำนาจมากมาย!

และนั่นแหละประเด็น

เขาจะไปเสียเวลาในนั้นทำไมทั้งวัน! เขาสามารถบอกให้ผู้ช่วยของเขาอ่านเนื้อหาทั้งหมดแทนก็ได้ไม่ใช่เหรอ? เขาสามารถบอกให้ผู้ช่วยจัดการเรื่องใบสมัครก็ได้ไม่ใช่หรือ? ทำไมถึงชอบพึ่งแต่ตัวเอง? หรือว่านี่เป็นผลมาจากการที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเท่าไรนัก?!

เขาหันกลับไปมองชายสูงวัยอย่างไม่พอใจเล็กน้อย ราวกับต้องการจะบอกว่า ทำไมคุณไม่ถามผมให้เร็วกว่านี้?!

ชายสูงวัยจ้องกลับ ผมจะไปรู้ได้อย่างไรว่าจะมีอาจารย์ที่คิดว่าตัวเองไม่ต้องการผู้ช่วยในการทำวิจัย? อันที่จริง ผมคงนึกไม่ได้ด้วยซ้ำหากไม่เห็นว่าคุณอยู่ตัวคนเดียวมาตลอดทั้งวัน!

อีกความหมายหนึ่งก็คือ มันยังมีอาจารย์ที่โง่ขนาดนี้อยู่ได้ยังไง?

ก่อนหน้านี้ฉินเย่รู้สึกว่าหัวใจของเขากำลังร้องไห้ออกมาเป็นสายเลือด แต่ทันทีที่ได้ยินคำแนะนำของชายชรา ทุกอย่างก็ดูชัดเจนขึ้นทันที

การเป็นผู้ช่วยนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ โดยทั่วไปแล้วเล่มวิจัยที่ได้รับการตีพิมพ์ทั้งหมดจะต้องมีผู้เขียนคนที่สอง หรือที่เรียกว่าผู้เขียนร่วมนั่นเอง

หากพูดกันตามจริง มันมีรายงานวิจัยบางเล่มที่ผู้เขียนร่วมและผู้เขียนหลักร่วมมือกันเขียน แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาแบ่งจำนวนคำที่เขียนออกมาอย่างเท่าเทียมกัน กลับกัน มันหมายความว่าทั้งสองต่างมีความสำคัญเท่าเทียมกัน ที่จะแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในบทความ

เพราะอย่างไรแล้ว มันย่อมต้องมีเสียงพูดและความคิดเห็นมากมายในระหว่างการทำวิจัยทั้งหมด และมันก็มักจะมีการหารือเกี่ยวกับความคิดต่าง ๆ ก่อนที่จะตั้งคำถามที่แน่นอน นอกจากนี้ ไม่ว่าคุณจะฉลาดสักแค่ไหน คุณจะสามารถเขียนวิทยานิพนธ์ทั้งเล่มด้วยตัวคนเดียวได้อย่างไร? การทดลอง? แล้วแหล่งข้อมูลหรือแม้แต่การจัดรูปหน้ากระดาษอีก?

หากเขาทำทั้งหมดนี้ด้วยตัวคนเดียว เขาก็อาจจะไม่สามารถจบเล่มวิจัยได้ ต่อให้ใช้เวลาไปถึงปลายภาคการศึกษาหน้าก็ตาม!

นอกจากนี้ เขาก็ได้คะแนนนำในหมู่อาจารย์ด้วยกันอยู่แล้ว ทำไมถึงไม่ลองติดต่อสหายคนอื่น ๆ และยื่นมือช่วยใครนะที่ชื่อหลิน ๆ อะไรสักอย่าง กับซู่ ๆ อะไรสักอย่างที่ยังคะแนนตามอยู่ดูล่ะ?

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 208 ผู้พิทักษ์แห่งสวรรค์ (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved