cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 15 เรียกวิญญาณ

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 15 เรียกวิญญาณ
Prev
Next

บทที่ 15 เรียกวิญญาณ

ฉินเย่พยักหน้า เขาค่อย ๆ เก็บค่าธรรมเนียมจากอาร์ทิส

ประสบการณ์อันมั่งคั่งไร้เทียมทานของนางเป็นหลักสำคัญต่อการมีชีวิตรอดของเขาท่ามกลางมหากลียุคที่กำลังคืบคลานมายังโลกมนุษย์!

“ถ้างั้น…ก็รอเถอะ” เขาทอดสายตาออกไปไกลทางหน้าต่าง คืนนี้จะเป็นคืนแห่งการเตรียมการ

วันพรุ่งนี้ และวันมะรืน จะเป็นวันชี้ชะตา

ต่อให้มีผีคลานออกมาจากทีวี ฉินเย่ก็จะรอถีบมันกลับไปที่ที่มันมา

กลางวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว หวังเฉิงห่าวทุกข์ทรมานเสียจนไม่กล้าอยู่คนเดียวอีกต่อไป เขาใช้เวลาที่เหลือในวันนั้นติดตามฉินเย่ไปทั่วราวกับเงา กระทั่งถึงเวลาเลิกเรียนหวังเฉิงห่าวก็รีบเกาะติดฉินเย่ไว้ทันทีและมุ่งหน้าไปสู่ชานเมืองของย่านอาศัย

อากาศในวันฤดูร้อนช่างเหมือนกับใบหน้าของเด็กน้อย ที่เปลี่ยนแปลงและคาดการณ์ไม่ได้ ท้องฟ้าตอนกลางวันยังแจ่มใสอยู่ แต่เมื่อพวกเขามาถึงถนนของผู้ล่วงลับในตอนหกโมงเย็น ท้องฟ้าก็มืดขมุกขมัวแล้ว พวกเขาเห็นแม้กระทั่งแสงเจิดจ้าวูบวาบอยู่เป็นระยะ

ปรากฏการเหนือธรรมชาติที่เกิดขึ้นในตอนนี้เพิ่งจะเริ่มต้น หลายครอบครัวต่างรีบเข้าในบ้านปิดประตูแน่นหนา ถนนของผู้ล่วงลับที่ดูเก่าแก่บางสายร้างผู้คนแล้วในตอนนี้ เมื่อสายลมยามเย็นพัดผ่าน มันก็หอบเอากองเงินกระดาษบนพื้นปลิวกระจายว่อน แต่ละบ้านมีแม้กระทั่งยันต์กระดาษแปะไว้ที่กรอบประตู ทั้งถนนของผู้ล่วงลับดูอึมครึมไปถนัดตา

หวังเฉิงห่าวไม่อาจขยับตัวแม้แต่กระดิกนิ้ว

“เฮ้ออ…” มีแค่ตอนที่ฉินเย่ดันประตูร้านเล็ก ๆ ของเขาเข้าไปแล้วเปิดไฟทุกดวงเท่านั้นที่หวังเฉิงห่าวถอนหายใจอย่างโล่งอกได้ในที่สุด ฉินเย่วางกระเป๋านักเรียนลงแล้วนวดแขนทั้งสองข้างที่ปวดหนึบ จากนั้นเขาก็ดึงตัวหวังเฉิงห่าวแล้วจ้องมองตรงเข้าไปในดวงตาพลางเอ่ยเสียงแข็ง “หลังจากนี้ ไม่ว่านายจะเห็นอะไร นายต้องเก็บทุกอย่างไว้กับตัวและห้ามพูดออกไปเด็ดขาด หากนายปากพล่อยบอกเรื่องที่นายเห็นวันนี้ออกไปแม้แต่นิดเดียวละก็….”

เขาจงใจพูดไม่จบประโยค

หวังเฉิงห่าวพยักหน้าหงึก ๆ อย่างบ้าคลั่ง เขาเองก็สังหรณ์ใจขึ้นมาเหมือนกันว่าคืนนี้…จะเป็นคืนที่เขาจะได้เห็นในบางสิ่งที่แม้แต่วิทยาศาสตร์ก็ไม่อาจอธิบายได้

หลังจากนั้น ฉินเย่ก็เมินเขาแล้วเริ่มง่วนอยู่กับการเตรียมตัว อาร์ทิสติดต่อกับฉินเย่เมื่อก่อนหน้านี้แล้ว นางบอกเขาว่าเขาไม่สามารถเรียกวิญญาณได้ด้วยพลังที่มีอยู่ในตอนนี้ได้ เขายังต้องการตัวช่วยบางอย่างมาช่วยในพิธีนี้

ธูปแห่งความตาย เป็นธูปที่ปั้นจากกระดูกป่น เป็นกระดูกของสัตว์ทั่วไปนับว่าใช้ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นกระดูกที่ป่นมาจากกระดูกมนุษย์

หน้าที่ของยมทูตขาวดำคือการเชิญวิญญาณหยินสู่นรก ดังนั้นภาพวาดของพวกเขาจึงสามารถใช้เป็นสื่อและหนทางหลักในการติดต่อระหว่างโลกนรกกับโลกมนุษย์ได้ ตัวช่วยนี้นับว่าเป็นสิ่งจำเป็น

ข้าวหนึ่งชาม และมันไม่ใช่ข้าวธรรมดา ต้องเป็นข้าวหยินที่เตรียมจากการนึ่งข้าวเหนียวแล้วผึ่งในที่มืด ปิดกั้นพลังหยาง ใด ๆ ก็ตามจนหมด

อย่างสุดท้ายคือเลือดไก่หนึ่งชาม และตะเกียบที่ทำจากไม้หลิวหนึ่งคู่

ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มแล้ว นับจากเวลาที่ฉินเย่ใช้เตรียมงานทั้งหมด หลังจากนั้นเขาก็หลับตาลงและนั่งพักบนเก้าอี้ครู่หนึ่ง ไม่นานนักเข็มนาฬิกาก็ตีที่เลขสิบสอง

จากคำแนะนำของอาร์ทิส ขั้นแรกคือต้องแขวนรูปภาพของยมทูตขาวดำไว้บนแท่นบูชาทั้งสองข้าง เมื่อม้วนกระดาษคลี่ลงด้วยเสียงฟึ่บเบา ๆ มันก็เผยให้เห็นรูปวาดสีดำและสีขาวของยมทูตขาวดำ ทั้งคู่มีผิวซีดขาวน่าขนลุก มีลิ้นยาวหนึ่งเมตรแลบออกมาจากปาก ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือภาพด้านหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดยาวสีขาว ขณะที่อีกภาพหนึ่งแต่งตัวด้วยชุดยาวสีดำ

กระถางธูปถูกตั้งไว้บนแท่นบูชา ธูปคือของสำคัญอย่างหนึ่งในการเตรียมงานศพใด ๆ ก็ตาม

อักษรตัวใหญ่สองคำถูกเขียนไว้เหนือศีรษะของภาพวาดยมทูตชุดดำว่า ‘โลกสงบ’ เช่นเดียวกับอักษรตัวใหญ่สองคำที่เขียนไว้เหนือภาพวาดของยมทูตชุดขาวว่า ‘โชคดี’

หลังจากที่ตั้งธูปไว้บนโต๊ะแล้ว ฉินเย่ก็วางชามข้าวหยินไว้บนแท่นบูชาและปักตะเกียบไม้หลิวในแนวตั้ง นี่เสมือนกับการอ้อนวอนให้ยมทูตขาวดำเมตตาปล่อยวิญญาณหยินให้มีโอกาสสื่อสารกับโลกมนุษย์เป็นครั้งสุดท้าย

หากการตอบสนองประสบผล ตะเกียบจะร่วงตกลง

หากไม่เป็นผล ตะเกียบจะยังคงตั้งอยู่เป็นเวลาสามก้านธูป ถึงตอนนั้นก็เป็นการฉลาดที่จะไม่ดำเนินพิธีเรียกวิญญาณต่อไป

ใครก็ตามที่พยายามเรียกวิญญาณจะเป็นฝ่ายถึงฆาต

หากจ้าวนรกประกาศิตแล้วว่าคนคนนั้นต้องตายในตอนเที่ยง ก็ไม่มีใครกล้ากล่าวเป็นอย่างอื่น

อาร์ทิสอธิบายต่อว่าต่อให้นรกจะไม่มีอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็ยังเป็นส่วนหนึ่งและกลไกหนึ่งของทัณฑ์สวรรค์ที่ยังคงอยู่เพื่อวัฏจักรธรรมชาติของโลกนี้ ไม่อย่างนั้นโลกนี้คงตกอยู่ในความวุ่นวายไปแล้ว

ฉินเย่เมินหวังเฉิงห่าว เขาหลับตาลงและสูดหายใจลึก ก่อนริ้วพลังหยินจะเริ่มแผ่ออกจากกาย เมื่อหวังเฉิงห่าวเห็นฉากนี้ เขาก็แหกปากร้องในทันที แต่โชคดีที่เขาอุดปากตัวเองไว้ทันเพื่อปิดเสียงไม่ให้เล็ดลอดออกจากปาก จากนั้นเขาก็ตัวสั่นงันงกขณะถอยกรูดไปอยู่ที่มุมหนึ่งของเตียง

วูบบบ! เมื่อพลังหยินรวมตัวในอากาศ ฉินเย่ก็อยู่ในชุดเครื่องแบบยมทูตทันที เขาเพิ่งสละตัวตนที่เป็นมนุษย์ธรรมดา และตอนนี้กำลังสวดอ้อนวอนสวรรค์ด้วยความสามารถของยมทูต

จากนั้นฉินเย่ก็ถือธูปแห่งความตายขึ้นมาจุด เมื่อพวกมันเผาไหม้ส่งควันเขียวน่าขนลุกออกมา กลิ่นอายของมันก็เริ่มอวลไปรอบด้าน ทั้งห้องตกอยู่ในความประหลาดพิกลที่อธิบายไม่ได้ ในที่สุดฉินเย่ก็โค้งคำนับรูปวาดของยมทูตขาวดำและกระซิบสวดตามที่อาร์ทิสบอก “ข้าน้อยขอคำชี้แนะจากพวกท่าน ยมทูตปฏิบัติการฉินเย่ ขอความกรุณาให้ท่านยมทูตขาวดำที่เคารพทั้งสองจงเบิกเนตรด้วย”

เมื่อเขาพูดจบ เขาก็วางธูปทั้งสามดอกไว้บนเตาเผา และวางลูกบอลผนึกวิญญาณของหวังเจ๋อหมินไว้บนชามข้าวหยิน

“นี่คือวิญญาณหยินที่ท่องไปในโลกมนุษย์ ก่อการอาละวาดและทำร้ายมนุษย์ ข้าน้อยขอให้สวรรค์ช่วยต่อเส้นชะตาและปล่อยให้ชายแซ่หวังได้มีลมหายใจ ต่อพลังหยางในร่าง ข้าน้อยสัญญาว่าจะตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้”

ชายแซ่หวัง? เขาหมายถึง…พ่อของฉันเหรอ?

หวังเฉิงห่าวขดตัวเองเป็นก้อนกลมอยู่ตรงมุมห้อง เขารู้สึกสยองพองเกล้าเสียจนวิญญาณแทบจะหลุดจากร่าง เขายังคงเงียบไม่ส่งเสียงอะไรขณะที่เหงื่อเย็นผุดจากขุมขนทุกเส้นบนร่าง

หลังจากนั้นเอง ยมทูตขาวดำก็พลันเคลื่อนไหว

สายลมกวาดผ่านห้องมาวูบหนึ่งเกือบจะในทันที ภาพวาดทั้งคู่เริ่มสะบัดไหวเบา ๆ พร้อมเพรียงกัน

หวังเฉิงห่าวขนลุกชันและเกือบจะกรีดร้องดังลั่น

เพราะ…หน้าต่างและประตูทุกบานถูกปิดตาย! ไม่มีเหตุผลที่จะเกิดลมพัดวูบไหวไปทั่วทั้งบ้านแบบนี้!

มันขยับได้อย่างไร? เกิดบ้าอะไรขึ้นที่นี่?!

ฉินเย่ไม่พูดอะไร เขากลับคุกเข่าลงข้างหนึ่งตรงหน้าแท่นบูชาและมองธูปแห่งความตายถูกเผาไหม้ช้า ๆ ห้านาที…สิบนาที…เวลาที่ก้านธูปก้านหนึ่งเผาไหม้จนหมดคือสิบห้านาทีเต็ม

จากนั้นเมื่อถึงนาทีที่สิบสาม ดวงตาของฉินเย่ก็เป็นประกายเจิดจ้า

คู่ตะเกียบไม้หลิวที่ปักตั้งตรงอยู่บนชามข้าวหยินได้ขยับไหวเล็กน้อย

จากนั้นไม่นาน มันก็ร่วงลงมาอยู่ข้างชามเงียบ ๆ !

ขณะเดียวกัน ข้าวพลังหยินก็เริ่มพร่องลงและหายไปในอากาศ! กระบวนการนี้เกิดขึ้นช้า ๆ จนเห็นได้ชัด และมันก็ดูราวกับว่ามีสิ่งที่มองไม่เห็นกำลังทานข้าวอย่างช้า ๆ !

“เร็วเข้า!” อาร์ทิสตะโกน “เจ้ามีโอกาสเรียกวิญญาณได้แค่รอบเดียวเท่านั้น! ไม่มีทางที่จะแก้ตัวรอบที่สอง! เจ้าต้องยืมลมหายใจพลังหยางจากสวรรค์ และการที่ยมทูตทานข้าวพลัง หยินก็คือสัญญาณว่าพวกเขาไว้หน้าเจ้าอยู่ วิญญาณหยินจะหายไปในทันทีที่ข้าวพลังหยินหมด ไม่ว่าเจ้าจะถามคำถามเสร็จแล้วหรือไม่!”

ฉินเย่รู้สึกร้อนใจอย่างไม่น่าเชื่อ แม้จะอยู่อาศัยมานานแล้ว แต่นี่ยังเป็นครั้งแรกที่เขาเจอกับอะไรแบบนี้ เขาประสานมือเข้าด้วยกันและพึมพำเบา ๆ “แสงไฟจากประภาคารขอเรียกวิญญาณจากนรก ขอให้ดวงดาวยาวราตรีฉายแสงยังที่พำนักแห่งนรกภูมิ เปิดได้!”

เมื่อเขาพูดจบ ลูกบอลผนึกวิญญาณก็เปิดด้วยเสียงดัง แกร๊ก! และเปลี่ยนเป็นยันต์เผาไหม้ตัวในอากาศโดยธรรมชาติ จากนั้นวังวนพลังหยินสีเขียวก็เริ่มก่อตัวตรงกลางห้อง เงาน่าขนลุกฉายออกมาจากใจกลางของวังวนช้า ๆ ราวกับว่าเขากำลังปรากฏตัวบนผิวของกายน้ำ

“อึก…” หวังเฉิงห่าวส่งเสียงอู้อี้และปิดปากตนเองไว้ก่อนจะสลบไม่ได้สติไป

ฉินเย่ถอนหายใจอย่างโล่งอกและเริ่มถามคำถาม “หวังเจ๋อหมิน?”

“อ๊ากกกก!!!” หวังเจ๋อหมินตอบรับด้วยเสียงกรีดร้องเย็นเยือกจนเลือดจับตัวเป็นก้อนแข็ง มันเป็นเสียงร้องที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน หวังเจ๋อหมินแต่งตัวในชุดสูทลายทางตรง เมื่อเขาปรากฏตัว เขาก็พลันฟุบนั่งคุกเข่าลงและกุมศีรษะ กรีดร้องออกมาจนสุดเสียง

ฉินเย่อึ้งไป “แม้ว่าข้าจะเห็นใจกับสิ่งที่คุณกำลังเผชิญ…แต่คุณไม่คิดว่าการกระทำตอนนี้ของคุณมันเกินไปหรือ? คุณควบคุมตัวเองสักหน่อยได้ไหม?”

“มีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับวิญญาณของเขา” อาร์ทิสแย้งขึ้น “ยึดตัวเขาไว้เสีย”

ขมับของฉินเย่เต้นตุบ ความรู้สึกนี้มันอะไรกัน? เขาเพิ่งนึกขึ้นมาได้ในทันทีที่เขาส่งปิกาจูออกไปจัดการกับโปเกมอนปีศาจร้าย

โฮกกกก!! ก่อนที่เขาจะลงมือ หวังเจ๋อหมินพลันสะบัดศีรษะเงยหน้าขึ้น และลำเพลิงสีเขียวสูงสองเมตรก็พุ่งออกจากปาก เสียงของเขาฟังดูไม่เหมือนเสียงมนุษย์อีกต่อไป มันเป็นกลางคืนที่มืดและลมแรง และฉินเย่ก็อยู่ในพิธีเรียกวิญญาณ เมื่อไฟนรกแผดเผาในความมืด ภาพวาดของยมทูตขาวดำก็ลอยไปในอากาศ เงาสีเขียวหม่นรอบด้านได้ลอยไปในเวลาเดียวกันพร้อมกับไฟเป็นประกาย เพียงพอที่จะทำให้คนมองรู้สึกหนาวเยือกไปตามไขสันหลัง!

เคร้งง…ทันทีที่ลำเพลิงพุ่งตรงสู่ท้องฟ้า โซ่ล่ามวิญญาณรอบเอวของฉินเย่ก็พุ่งตรงไปที่หวังเจ๋อหมินและเจาะที่กะโหลกของเขา เสียงร้องน่าเวทนาดังขึ้น ลำเพลิงสีเขียวน่ากลัวก็ถูกสยบลงและหายไปในปากของหวังเจ๋อหมินอีกครั้ง

“บทลงโทษโคมฟ้า” อาร์ทิสรู้สึกประหลาดใจไม่น้อย “เปิดปากของเขาสิ เจ้าจะเจอกับสิ่งที่น่าประหลาดใจข้างใน บทลงโทษโคมฟ้าเป็นวิธีทรมานที่เลวร้ายที่สุดสำหรับวิญญาณ ใด ๆ เหยื่อจะถูกกันไม่ให้เข้าวังวนวัฎสังสาร เขาจะถูกบังคับให้ได้รับความทรมานจากความเจ็บปวดกรีดแทงที่เกิดจากการตรึงวิญญาณ อี๋…ข้าล่ะอยากรู้นักว่าใครกันนะที่เกลียดชังเขามากขนาดนี้?”

ฉินเย่บีบขากรรไกรของหวังเจ๋อหมินไว้ มันเย็นเยือกราวกับน้ำแข็งแม้ว่าจะเป็นภาพเงาก็ตาม จากนั้นก็เห็นเทียนไขสลัวรางตั้งตรงอยู่ในปากของเขา

ฉินเย่ดึงเทียนไขออกมาพิจารณา เทียนนั้นมีสีเทาอมขาว ส่งกลิ่นอายความตายเน่าเหม็นออกมาคละคลุ้ง ไส้เทียนของมันเป็นสีดำสนิท ร่างของหวังเจ๋อหมินสั่นเทิ้มเหมือนได้รับการปลดปล่อยครั้งใหญ่ ในทันทีที่ฉินเย่ดึงเทียนออกไป แสงไฟสองดวงพลันลุกไหม้ในส่วนลึกของดวงตาและเริ่มเรืองแสงแรงกล้าอย่างน่าขนลุก

“เทียนไขน้ำมันพราย นี่คือเทียนที่เกิดจากการกรอกน้ำมันพรายผ่านปากลงไปในท้องคนคนหนึ่งหลังจากที่เขาตาย แล้วก็ใส่ไส้เทียนทำมาจากผมคนตายไปที่ปากของเขาแล้วจุดไฟ ไฟนี้จะลุกไหม้อย่างต่อเนื่องไม่มีวันดับเป็นเวลาหลายร้อยปี ไม่มีทางที่จะดับลงได้ เทียนไขน้ำมันพรายมีชื่ออีกอย่างหนึ่งว่า ตะปูตรึงวิญญาณ เนื่องจากมันจะยื้อวิญญาณผู้ตายไว้และป้องกันศพของเขาไม่ให้เน่าเปื่อย เทียบเท่ากับเทคนิคการทำมัมมี่ของอียิปต์โบราณ” อาร์ทิสอธิบาย

ฉินเย่เล่นเทียนไขหักในมือของเขา “เรื่องนี้เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมกายเนื้อของหวังเจ๋อหมินจึงยังมีชีวิตอยู่แม้ว่าเขาจะตายไปแล้วงั้นหรือ?”

“เรื่องนี้ยากที่จะบอกภายในเวลาอย่างน้อยหนึ่งเดือน”

“ท่านคือ…ยมทูตงั้นหรือ?” ทันใดนั้นเองเสียงสะท้อนเจือแววไม่อยากเชื่อก็ดังข้างเขา วิญญาณของหวังเจ๋อหมินสั่นเล็กน้อยขณะพูดออกมาเป็นครั้งแรก “ท่าน…ท่านคือผู้ช่วยชีวิตผมงั้นหรือ?”

“ใช่ เวลาเป็นสิ่งสำคัญ ดังนั้นฉันจะพูดเร็ว ๆ คุณน่ะตายไปแล้ว แต่กายเนื้อของคุณยังอยู่ ตอนนี้มีวิญญาณร้ายหลอกหลอนในบ้านของคุณอยู่ หากเราไม่รีบแก้ไขเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ก็เป็นไปได้ว่าลูกชายของคุณอาจจะตายในวันพรุ่งนี้ก็ได้”

“อาห่าว…อาห่าว? หล่อน…หล่อนพยายามจะทำอะไรกับอาห่าว?” หวังเจ๋อหมินหยุดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยความร้อนรนมากขึ้น

โชคร้ายที่ฉินเย่เป็นคนเดียวเท่านั้นที่ได้ยินเสียงของเขา

“คุณเห็นชามข้าวตรงนั้นไหม? คุณต้องบอกฉันว่าตัวคุณตายอย่างไรก่อนที่มันจะหายไปจนหมด บอกสิ่งที่คุณรู้มาเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้น…คุณจะต้องเผชิญยถากรรมของตัวเองในทันทีที่ยมทูตทานอาหารเสร็จ จนถึงตอนนั้นแม้แต่ฉันก็ไม่อาจช่วยเหลือลูกชายของคุณได้อีก”

“ก็ได้…” หวังเจ๋อหมินหลับตา เขาผู้เป็นชายที่ร่ำรวยที่สุดในย่านนี้เอ่ยเสียงดังเกี่ยวกับความเด็ดขาดของเขา อย่างน้อยที่สุดเขาก็ไม่ใช่คนใจคอหวั่นไหวหรือโลเลอะไร วิญญาณของเขาสั่นระริกเล็กน้อย แล้วเขาก็ลืมตาโพลงอีกครั้ง แล้วก็เริ่มพูดออกมาพร้อมกับขบฟันกรอด “ทุกอย่างเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้น…”

เขาสูดหายใจลึกปรับอารมณ์ของตัวเอง และเริ่มอธิบาย “บริษัทของผมชื่อว่าไฮแอตต์ ไฮแอตต์ คอร์ป แม้มันจะไม่ใช่เครือบริษัทใหญ่โตอะไร แต่ก็มีโอกาสที่ท่านอาจจะได้ยินชื่อนี้มาก่อน…”

“ไฺฮแอตต์?” ฉินเย่เลิกคิ้วอย่างประหลาดใจ “เป็น ไฮแอตต์ที่ฉันคิดไว้หรือเปล่านะ?”

หวังเจ๋อหมินแค่นหัวเราะขมขื่น “กฎหมายตราการค้าป้องกันไม่ให้สองบริษัทใช้ชื่อเดียวกัน ไฮแอตต์ที่ท่านคิดคือบริษัทที่มีอยู่เพียงหนึ่งเดียวนั่นแหละ”

อาร์ทิสถามเสียงดัง “มีชื่อเสียงมากไหม?”

“ค่อนข้าง” ฉินเย่ตอบแบบตลกร้าย “ไม่ได้มีชื่อมากมายหรอก แต่ชื่อเสียงที่เริ่มโด่งดังก็เป็นเหตุผลที่ว่าทำไมมันย้ายมายังพื้นที่นี้”

“ดูเหมือนท่านจะเคยได้ยินมาก่อนนะ…” หวังเจ๋อหมินเอ่ยต่อด้วยรอยยิ้มขมขื่น “ตอนนั้น…ทันทีที่ไฮแอตต์คอร์ปกำลังเติบโตรุ่งเรืองอย่างมั่นคง โพสต์ข่าวพิเศษโพสต์หนึ่งก็ปรากฏในฟอรัม ฉันยังจำชื่อแฝงของคนโพสต์ที่โพสต์ข่าวนั้นได้เลย ชื่อแฝงของเธอคือ ชู้รักคนนั้น”

“เป็นชื่อที่ไม่เลวเลย” อาร์ทิสให้ความเห็นกับฉินเย่ “แต่เขาต้องรีบพูดหน่อยล่ะ ไม่มีเวลาที่เขาจะมาดื่มด่ำกับช่วงเวลาแสดงความเห็นอกเห็นใจแล้ว”

ฉินเย่เอ่ยแย้ง “คุณหวัง คุณกำลังจะใช้อารมณ์อยู่นะ ทำไมไม่ให้ข้าสรุปเรื่องทั้งหมดแทนล่ะ และบอกให้ฉันรู้ว่ามีเรื่องไหนที่คุณอยากเสริมบ้าง”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 15 เรียกวิญญาณ"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved