cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 14 ยังมีชีวิตอยู่

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 14 ยังมีชีวิตอยู่
Prev
Next

บทที่ 14 ยังมีชีวิตอยู่

ตามตำนานกล่าวไว้ว่าทุกคนจะมีตะเกียงสามดวงฉายแสงอยู่บนร่างของพวกเขา แต่ละดวงเป็นตัวแทนของวิญญาณในแต่ละส่วน คือแสงแห่งกำเนิด วิญญาณแห่งชีวิต และแก่นแท้ของชีวิต

สิ่งเหล่านี้เรียกกันว่าโคมไฟวิญญาณทั้งสาม…

เมื่อใดที่ตะเกียงสามดวงนี้…หรือไฟในตะเกียงทั้งสามดับสนิท วิญญาณของคนคนนั้นจะออกจากร่างและพวกเขาจะเสียชีวิตโดยแท้จริง คนธรรมดาควรมีไฟลุกโชนในตะเกียงแต่ละดวง หากไฟดวงใดดวงหนึ่งอ่อนกำลังลงหรือดับไป ก็จะเป็นที่รู้กันว่าคนคนนั้นมีพลังหยินมากเกินไป หรือปนเปื้อนพลังหยิน หากปล่อยไว้โดยไม่ทำอะไร คนคนนั้นก็จะพบกับประสบการณ์ไม่น่าอภิรมย์ติดต่อกัน รวมถึงการถูกถอดถอน การสิ้นเนื้อประดาตัว การงานมีปัญหา และอื่น ๆ อีกมากมาย

หากหนึ่งในเสาชะตาทั้งสี่ ของคนคนนั้นเอนสู่ขุมพลัง หยิน เขาก็จะเริ่มสัมผัสได้ถึงสิ่งลี้ลับสิ่งอสุภะ ตำนานอื่นกล่าวว่าเมื่อใดที่คนคนนั้นเดินไปบนถนนตอนเที่ยงคืนหรือแม้แต่การเดินไปในเส้นทางเปลี่ยวในยามค่ำ เขาจะต้องไม่หันหน้าตอบรับเสียงเรียกใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเสียงนั้นไม่คุ้นหู เมื่อใดที่คนคนนั้นหันหน้าไป ผีก็จะดับไฟดวงหนึ่งบนไหล่ของเขา

นี่เป็นเหตุที่ทำให้เกิดคำพูดที่ว่า “คนจุดไฟ ผีดับไฟ” เป็นคำกล่าวที่กล่าวขวัญกันมากในหมู่ทหารเช่นกัน

บางทีนี่อาจเป็นผลที่ฉินเย่ได้เดินทางท่องไปในนรกสำเร็จครั้งหนึ่ง แต่ทั้งหมดที่เขาต้องทำก็คือคิดว่าทำอย่างไรที่จะยื้อตะเกียงสามดวงเหนือร่างของหวังเฉิงห่าวไว้ ตอนนี้เขาไม่เข้าใจเลยว่าเพียงวันเดียวที่ไม่เจอหน้ากันนับตั้งแต่ครั้งล่าสุด ตะเกียงที่ลอยอยู่เหนือร่างของเขาจะถูกดับเกือบหมดเช่นนี้

นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีเลย ความจริงที่ว่าเด็กหนุ่มร่าเริงเลือดร้อนคนหนึ่งสามารถมีสภาพหม่นหมองน่าอนาถได้ถึงขนาดนี้ในวันเดียวมันหมายความว่าผีตนนี้จะต้องมีฝีมือไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน!

“โลกนรกกับโลกมนุษย์คือสองมิติแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง วิญญาณทั่วไปจะไม่สามารถมีผลกระทบกับมนุษย์ได้มากขนาดนี้” ฉินเย่แขวนลูกบอลผนึกไว้บนกระเป๋าราวกับเครื่องประดับน่ารัก ๆ ชิ้นหนึ่ง อาร์ทิสเอ่ยเสริมอย่างระมัดระวัง “ครั้งหนึ่งข้าเคยแกล้งทำหน้าที่ในโลกมนุษย์เมื่อหลายร้อยปีที่แล้วเหมือนกัน ผีพวกนั้นถูกบรรยายเอาไว้ในหนังสยองขวัญของมนุษย์โลก เช่นซาดาโกะ จูเหรินเหมย และเจสันต่างเป็นผีที่อยู่ในระดับอย่างน้อยห้าสิบปี”

“ตอนนี้ข้าสามารถบอกได้อย่างแน่ใจมากว่าผีที่เรารับมือกันอยู่จะต้องมีชิ้นส่วนผนึกเหยียนลั่วหวังไม่เกินครึ่งปีที่แล้ว ไม่อย่างนั้นมนุษย์ธรรมดาอย่างเพื่อนของเจ้าก็คงจะถูกกำจัดไปแล้ว”

“นี่เป็นข่าวดีสำหรับเจ้าเลยล่ะ”

ฉินเย่พยักหน้าขณะมองหวังเฉิงห่าวที่ดูใจลอย จากนั้นทันทีที่หวังเฉิงห่าวเริ่มเหงื่อแตกพลั่กอีกครั้ง ฉินเย่ก็เริ่มพูดเสียงเรียบ “นายรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”

หวังเฉิงห่าวกัดริมฝีปากล่าง เขาเปิดโทรศัพท์มือถือและโชว์รูปที่ปรากฏอย่างลึกลับให้ฉินเย่ดู

สายตาของเขาจับจ้องที่ฉินเย่ พินิจดูทุกสีหน้าของเขา เมื่อฉินเย่หันกลับไปมองโทรศัพท์ของหวังเฉิงห่าว และก่อนที่เขาจะเริ่มพูดอะไรออกมา หวังเฉิงห่าวก็ได้ยึดแขนของฉินเย่ไว้แน่นพลางอ้อนวอนเสียงสั่นพร่า “ก่อนหน้านี้…ฉันขอโทษกับสิ่งที่ทำต่อนายทั้งหมด! ฉันจะไม่ทำมันอีกแล้ว…ได้โปรด…ช่วยฉันด้วยแค่ครั้งนี้ครั้งเดียว!”

นี่คือเด็กหนุ่มร่างสูงกำยำคนหนึ่งที่เคยวางท่าอวดเบ่งพลังของตัวเองต่อหน้าคนอื่น แต่ตอนนี้กลับมีแข้งขาอ่อนปวกเปียกอย่างเห็นได้ชัด และยังมีแผลที่ริมฝีปากที่บอกชัดเจนว่าเมื่อคืนเขากัดปากตัวเองแรงขนาดไหน ถ้าไม่ใช่เพราะความจริงในตอนนี้เขาอยู่บนถนนสาธารณะ เขาก็คงคุกเข่าอ้อนวอนขอความช่วยเหลือจากฉินเย่ไปแล้ว หากเพื่อนร่วมชั้นเรียนคนอื่นๆมาเห็นหวังเฉิงห่าวเกาะติดฉินเย่ราวกับปลิงและอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ พวกเขาก็คงจะพากันตะลึงงันไป

“เราไปคุยกันที่อื่นเถอะ” ฉินเย่เงยหน้าขึ้นและเอ่ยอย่างเฉียบขาด

ทันทีที่ฉินเย่พูดจบ หวังเฉิงห่าวก็ลากเขาออกจากรถจักรยาน “ไปกันเถอะ…นายยังไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนี่นะ? ฉันเลี้ยงเอง! ฉันจะซื้อทุกอย่างที่นายอยากได้! ทิ้งจักรยานไว้ที่นี่เถอะ เมื่อไหร่ที่เรากลับมา ฉันจะให้จักรยานพินาเรลโลกับนายเลย!”

นักเรียนทั้งสองเรียกแท็กซี่ เมื่อพวกเขาขึ้นรถแล้ว อาร์ทิสถึงกับเอ่ยเยาะ “มีเมตตาขึ้นมางั้นเหรอ? นี่เป็นความรู้สึกที่มีแค่คนอ่อนแอเท่านั้นถึงจะมีนะ”

“ท่านคิดว่าผมจะมีความรู้สึกไร้สาระแบบนี้กับคนที่เพิ่งร่วมทางเดียวกันน้อยกว่าสามปีหรือไง?” ฉินเย่มองไปทางหน้าต่างพลางเอ่ยเสียงเรียบ “เขาเป็นได้ไม่มากไปกว่าคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตผมเท่านั้นแหละ นั่นก็คือ ในเมื่อเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเขา มันก็…ไม่เห็นเป็นไรหากจะช่วยเขา”

นักเรียนสองคนมุ่งตรงไปที่ร้านเล็กๆ ในย่านนี้ที่เต็มไปด้วยเหล่านักเรียนมัธยมที่ใช้มันเป็น “สรวงสวรรค์แห่งการนัดพบ” ดีไซน์ของร้านเห็นชัดว่าได้แรงบันดาลใจมาจากซีรีส์อนิเมะยอดนิยมหลายเรื่อง แม้ร้านนี้จะยืนหยัดมาได้มากกว่าสิบปีแล้ว แต่ก็ยังรักษาราคาสบายกระเป๋าไว้และคงคุณภาพสินค้าไว้ได้อย่างคงที่ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือที่นั่งภายในคาเฟ่แห่งนี้ที่ออกแบบเป็นบูธไว้อย่างชาญฉลาด และความเป็นส่วนตัวนี้ก็ดึงดูดความสนใจของคู่รักหลายคู่ โดยเฉพาะคู่ที่เพิ่งอยู่ในช่วงเริ่มต้นของความสัมพันธ์

เมื่อพวกเขานั่งลง หวังเฉิงห่าวก็ยื่นเมนูมาให้ฉินเย่และเอ่ยกุลีกุจอ “สั่งตามที่นายอยากกินได้เลยนะ”

ฉินเย่สั่งอาหารทอดเสียบไม้คู่กับเครื่องดื่มเย็น มันเป็นเวลาเช้าตรู่ที่ร้านยังไม่คึกคักนัก อาหารที่เขาสั่งจึงมาเสิร์ฟถึงโต๊ะในทันที ฉินเย่จิบชามะนาวเย็นแล้วก็เอ่ยขึ้น “เล่าให้ฉันฟังมากกว่านี้สิ”

เขาบอกอย่างเป็นธรรมชาติ แต่ในขณะเดียวกันก็ให้ความรู้สึกฟังดูก้าวร้าว

รูปลักษณ์ของฉินเย่แตกต่างจากที่เขาเป็นเมื่อตอนอยู่ในโรงเรียนอย่างชัดเจน แต่หวังเฉิงห่าวก็ไม่คิดว่าจะมีอะไรผิดแผกไป เขากุมแก้วชานมไว้แน่นขณะที่ดวงตาของเขาสั่นระริกและเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เขาใช้เวลาสูดหายใจนานหลายครั้งก่อนจะเรียบเรียงความคิดได้และอธิบายสถานการณ์ออกมาในที่สุด

หวังเฉิงห่าวเริ่มอธิบายด้วยเสียงสั่นเครือ “นายสังเกตไหม ว่าไม่กี่เดือนมานี้ฉันกินข้าวที่โรงเรียนทุกวัน?”

ฉินเย่คิดตามก่อนจะพยักหน้า

หวังเฉิงห่าวหดตัวกลับไปเล็กน้อยพลางเอ่ยพึมพำ “มันก็เพราะว่า…อาหารที่บ้านฉันกินไม่ได้เลยสักอย่าง! ฉันไม่รู้ว่าเรื่องนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันแน่ แต่ล่าสุดพ่อฉันเกิดมีความชอบกินของดิบขึ้นมา ตอนแรกเขาชอบกินอาหารญี่ปุ่น ฉันก็ชอบความสดใหม่ของมันเหมือนกัน แต่พฤติกรรมการกินของเขาเริ่มย่ำแย่ลงเรื่อย ๆ เหมือนเสียสติไปแล้ว! เขาเริ่มชอบ สเต๊ก จากสุกพอดี เป็นสุกกลาง จากนั้นก็เป็นค่อนข้างดิบ…แล้วในที่สุดก็กลายเป็นดิบโคตร ๆ”

“เนื้อทุกอย่างที่บ้านมันดิบชนิดที่กัดเข้าไปทีเลือดสาดเลย! กินไม่ได้เลยล่ะ! ยังไม่แค่นั้นนะ พ่อฉันยังดูแปลกไปมาก เมื่อสิบวันที่แล้วหรือประมาณนั้น ฉันเริ่มได้กลิ่นโคโลญจน์ฉุนจัดจากตัวเขา แต่…ที่แปลกที่สุดก็คือเขาไม่เคยใช้โคโลญจน์มาก่อนเลย! ใช่แล้ว…ใช่แล้วล่ะ! ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว พ่อฉันถึงกับไม่ได้ทานข้าวด้วย!”

เรื่องพวกนี้เป็นเรื่องที่สามารถมองได้ไม่มากไปกว่านิสัยเฉพาะตัวอันพิกลเท่านั้น แต่ภายใต้อิทธิพลความระแวงของหวังเฉิงห่าว เขาก็เริ่มจับพวกมันมายำรวมกันแล้วเอ่ยอย่างเปิดใจ

“ก่อนหน้านี้ฉันไม่เคยคิดมากเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ฉันแค่คิดว่ามันเป็นเรื่องประหลาด ไม่มีอะไรเกินเลยไปมากกว่านั้น จนกระทั่งเมื่อคืนนี้…เมื่อคืนนี้…” ร่างกายของเขาเริ่มสั่นเทิ้มอย่างควบคุมไม่อยู่พร้อมกับกุมมือฉินเย่ไว้แน่น มือของเขาชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ “ฉันล็อกประตูห้องนอนของฉันแล้ว แต่ยังมีผู้หญิงนั่งอยู่ นั่งอยู่ที่ปลายเตียงของฉันตอนตีสาม! ตอนที่เธอเดินออกไป รอยเท้าของเธอมีเลือดด้วย! มะ…มากกว่านั้น”

เขาตัวสั่นสะท้านอีกครั้งพร้อมกับน้ำเสียงแหบพร่ามากขึ้น “ฉัน…ฉัน…ฉันเห็นเธอ…เธอกินหมาลาบราดอร์ของครอบครัวฉัน! ตอนที่ฉันออกจากบ้านเมื่อเช้านี้ ฉันก็ลองเหลือบมองบ้านหมา แล้วฉันก็เห็นว่ามันว่างเปล่า! ว่างเปล่า!”

ทั้งร่างของเขาสั่นราวกับเครื่องสีข้าว และเสียงของเขาก็แตกพร่า “เธอเป็นผี…เธอไม่ใช่มนุษย์! เธอต้องเป็นวิญญาณร้ายแน่!”

ฉินเย่หยิบช้อนในถ้วยขึ้นแล้วคนเครื่องดื่มของเขาเบา ๆ พร้อมกับเอ่ยแทรก “พ่อนายอยู่ที่ไหน?”

หวังเฉิงห่าวอึ้งไป

“งานศพของเขาเป็นอย่างไรบ้าง?” ฉินเย่ย่นคิ้ว

หวังเฉิงห่าวจ้องมองฉินเย่ด้วยความประหลาดใจ “นายพูดเรื่องอะไรน่ะ?”

ฉินเย่ดูผิดหวังเล็กน้อย “ฉันพูดถึงงานศพพ่อนายน่ะ แม่นายเป็นคนจัดงาน หรือว่านายจัดงานให้เขา?”

“งานศพ…พ่อฉันเหรอ?” ริมฝีปากของหวังเฉิงห่าวสั่นระริกขณะที่เขาบีบมือฉันเย่แน่น “ฉ…ฉ…พี่ฉิน อยะ…อยะ…อย่าทำให้ฉันกลัวแบบนี้สิ…”

“พะ…พ่อฉัน…น่าจะมีชีวิตอยู่อย่างปกติสุขสิ…”

ฟึ่บ…ดวงตาของฉินเย่เป็นประกายวับวาวขณะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของหวังเฉิงห่าว

ในตอนนี้เสียงที่ได้ยินมีเพียงเสียงใบไม้ปลิวเบา ๆ ในสายลมอ่อนยามเช้า

มันเงียบงัน

เงียบงันเสียจนรู้สึกขนลุกขึ้นมาเล็กน้อย

หวังเฉิงห่าวเหงื่อแตกท่วมตัวและหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาต่อสายไปหาพ่อของเขา หวังเจ๋อหมิน

“เฮ้ อาห่าว…ตอนนี้พ่อกำลังยุ่งอยู่น่ะ…อืม…ตั้งใจเรียนนะ…พ่อวางสายล่ะ…”

มันเป็นบทสนทนาสั้น ๆ แต่ชัดเจนว่าเป็นเสียงของหวังเจ๋อหมิน

แต่นั่นก็ยังมีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับเสียงของเขา คำพูดของเขาฟังดูขาดตอน และเนื้อความก็ดูไม่เป็นไปในทางเดียวกัน เหมือนคำพูดของคนที่ไม่ได้พูดมาเป็นเวลานาน

ริมฝีปากของหวังเฉิงห่าวสั่นระริกรุนแรง คำพูดของฉินเย่สร้างความตกตะลึงมากนัก คำพูดของเขาหมายความว่าอย่างไรกันแน่?

สายตาของเขาจับจ้องที่ฉินเย่ ขณะที่ฉินเย่ย่นคิ้วเล็กน้อยยามคนชามะนาวในแก้ว

นี่เป็นครั้งแรกที่เขารับมือกับสิ่งเหนือธรรมชาติในฐานะยมทูตปฏิบัติการเต็มตัว แต่ว่าเขากลับตกอยู่ในสถานการณ์พิกลเช่นนี้

หวังเจ๋อหมินยังไม่ตายงั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางที่ผีตนนี้จะทรงพลังอย่างยายเมิ่ง วิญญาณของหวังเจ๋อหมินถูกยายเมิ่งสยบด้วยตัวเองตั้งแต่ที่สะพานกระดูกแล้ว มันไม่มีเรื่องผิดพลาดเกี่ยวกับเรื่องนี้!

ดังนั้นแล้ว…ฉินเย่สูดลมหายใจเย็น ดังนั้นแล้ว…ใครคือคนที่แอบอ้างเป็นพ่อของหวังเฉิงห่าวในบ้านของเขากันแน่? เขามีชีวิตอยู่งั้นหรือ? หรือว่า…เขาเป็นอะไรบางอย่างด้วยเหมือนกัน?

“ฉันเข้าใจแล้ว ไปกันเถอะ มันไม่กล้าปรากฏตัวตอนกลางวันหรอก มาที่ร้านฉันคืนนี้หลังหกโมงเย็น”

ลูกกระเดือกของหวังเฉิงห่าวเคลื่อนที่เล็กน้อย แผ่นอกของเขาสะท้อนขึ้นลงอย่างแรงยามเขาพยักหน้าอย่างแข็งขัน แต่เขาไม่ได้ลุกจากไป เขากลับจ้องมองฉินเย่ด้วยอาการร้อนรนต่อ

“กลัวที่จะออกไปเหรอ?” ฉินเย่ชี้ไปที่บูธที่อยู่ติดกัน “งั้นนั่งตรงนั้นนะ”

“ฉัน…” หวังเฉิงห่าวขอร้องด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “ฉัน…ฉันจะไม่รบกวนสิ่งที่นายจะทำหรอก…อย่าจากฉันไปนะ…”

“ไปนั่งตรงนั้น!”

หวังเฉิงห่าวขบฟันอย่างจนใจขณะลุกขึ้นเตรียมจะจากไป แต่ทันใดนั้นฉินเย่พลันกุมที่หัวใจและเอนพิงเก้าอี้อย่างอ่อนแรงด้วยใบหน้าซีดเผือด

“ฉินเย่! พี่ฉิน! เกิดอะไรขึ้น? เกิดอะไรขึ้นกับนาย?!” หวังเฉิงห่าวเกือบจะสะดุ้งเมื่อเห็นดังนั้น ในช่วงเวลาวิกฤต เขาไม่ทันรู้ตัวเลยว่าเขาได้ยกระดับฉินเย่ไว้สูงขึ้นในใจโดยไม่รู้ตัวขนาดไหน

ฉินเย่ไม่ตอบ ใต้ฝ่ามือของเขา หัวใจของเขา…ค่อย ๆ หยุดเต้นไปแล้ว!

นี่คือความรู้สึกที่กายเนื้อของเขารับรู้ได้อย่างชัดเจน มันเป็นความรู้สึกที่เส้นด้ายชีวิตดำเนินมาถึงจุดจบอย่างช้า ๆ

รอบตัวของเขาพลันเงียบสงบ ตึก ๆ ๆ ๆ เสียงเดียวที่เขาได้ยินก็คือเสียงหัวใจที่สูบฉีดเลือดเข้าสู่เส้นเลือดทุกสายในร่างของเขาด้วยความยากเย็นขณะมันใกล้หยุดนิ่งเพียงนิดเดียว

นาฬิกาชีวิตของเขาเริ่มนับถอยหลังแล้ว

“ไป…” ใบหน้าของฉินเย่ซีดเผือดอย่างยิ่ง แต่เขายังยืนยันคำสั่งเมื่อก่อนหน้านี้กับหวังเฉิงห่าว

“ฉัน…” หวังเฉิงห่าวทั้งหวาดกลัวทั้งละล้าละลังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

“ไปซะ!!” ฉินเย่ตวาดเสียงทุ้มขณะที่เส้นเลือดปูดโปนบนหน้าผากของเขาเริ่มเต้นตุบ ๆ

ครั้งนี้หวังเฉิงห่าวคว้ากระเป๋านักเรียนของเขาแล้ววิ่งไปโดยไม่จำเป็นต้องกล่าวคำใด ๆ “ถ้านายต้องการอะไรก็บอกฉันได้นะ”

ทั้งร้าน ตกอยู่ในความเงียบในที่สุด ฉินเย่รู้สึกได้ว่าอาร์ทิสกำลังเรียกเขา แต่การได้ยินของเขาอ่อนด้อยลงในทุกขณะ

ช่วงเวลาแห่งความอ่อนแอคงอยู่ห้านาทีเต็ม ก่อนที่หลังจากนั้นหัวใจของเขาจะค่อย ๆ กลับมาเต้นตามปกติ และใบหน้าของเขาก็กลับมีสีเลือดฝาดอีกครั้ง

“ฮ่า…” หลังจากห้านาทีต่อมา เขาก็ถอนหายใจอย่าง โล่งอกและจิบชา

นั่นมันแย่มากเลย…

เขาเพิ่งจะประสบกับความรู้สึกกำลังจะตาย และเขาก็ไม่เคยอยากที่จะประสบความรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งที่สอง

“จิตสำนึกก่อนตาย” เสียงของอาร์ทิสขรึมลง “ความไม่สมดุลในนรกทำให้แหล่งความเป็นอมตะของเจ้าสลายลง ชื่อของเจ้า…ปรากฏอีกครั้งบนสมุดแห่งความเป็นความตาย แม้นรกจะล่มสลายและสมบัติพื้นฐานจะแตกออกเป็นเศษเสี้ยว แต่บางสิ่งบางอย่างเหล่านี้ยังคงทำหน้าที่ของมันอยู่ อย่างเช่นหนังสือแห่งความเป็นความตาย”

“ไม่อย่างนั้นแล้วโลกนี้คงเต็มไปด้วยปีศาจอมตะนับไม่ถ้วน เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับทัณฑ์จากสวรรค์แล้ว”

ฉินเย่พยักหน้า ความตายมาเยือนตรงหน้าเขาแล้ว เวลาของเขา…กำลังหมดลง

“เจ้าแน่ใจได้เลยว่าทุกคนในบ้านของเขาล้วนเป็นปริศนา” อาร์ทิสไม่แจงรายละเอียดต่อไป และให้คำแนะนำอย่างรวบรัด “สิ่งที่เรายังไม่รู้ตอนนี้ก็คือปัญหานี้เริ่มสำแดงออกมาอย่างไร ไม่ว่าการเป็นเจ้าของ…หรืออย่างอื่น สิ่งที่เรารู้ก็คือพ่อของหวังเฉิงห่าวเป็นกุญแจไขความลี้ลับนี้ เขาตายแล้วอย่างแน่นอน แต่มันเป็นแค่วิญญาณของเขาเท่านั้นที่ตายไป แต่ร่างของเขายังคงมีชีวิตอยู่ ซึ่งมันก็มีทางเป็นไปได้ไม่กี่ทางสำหรับสถานการณ์นี้”

“ให้ข้าบอกกฎถาวรข้อแรกของเหล่ายมทูตนรกให้เจ้าฟังในตอนนี้เถอะ ไม่ว่าสถานการณ์จะดูพิกลขนาดไหนก็ตาม ทุกสิ่งล้วนเกี่ยวข้องกับอัตตาของผีตนนั้นก่อนที่เขาหรือเธอจะตาย”

“ผีทุกตนล้วนเกิดจากอัตตา ไม่ว่าคนคนนั้นจะตายอย่างอนาถ หรือตายอย่างไม่ยุติธรรม หรือเป็นจากหลาย ๆ อย่างรวมกัน มันเป็นอัตตาก่อนตายที่ยึดติดอยู่ที่เป็นตัวทำให้วิญญาณของพวกเขายังคงอยู่และรั้งไม่ให้พวกเขาได้ไปผุดไปเกิด นานวันเข้าวิญญาณเหล่านี้ก็จะกลายเป็นผีร้าย เมื่อเกิดเรื่องเช่นนั้น เจ้าก็แน่ใจได้เลยว่าทุกความผิดปกติหรือเรื่องประหลาดในพื้นที่หรือบุคคลที่มันหลอกหลอนนั้นสามารถอธิบายได้ด้วยอัตตาของผีในชีวิตก่อนหน้าของมัน เพราะว่าผีจะกระทำเรื่องสนองอัตตาของตัวเองซ้ำไปซ้ำมาโดยสัญชาตญาณหลังตายไปแล้ว

“รายละเอียดเหล่านี้อาจเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่พวกมันจะเป็นกุญแจสำคัญที่สุดในการปลดปล่อยวิญญาณนี้ให้ได้ไปผุดไปเกิด” นางสรุปอย่างหนักแน่น “คืนนี้ เมื่อเข็มนาฬิกาตีที่เลขสิบสอง ข้าจะสอนเจ้าเกี่ยวกับวิธีเรียกวิญญาณ เราจะปลุกวิญญาณของหวังเจ๋อหมินขึ้นมา และคงจะได้รับความกระจ่างจากเขา”

[1]วิธีปรุงอาหารที่ดิบยิ่งกว่าค่อนข้างดิบ ซึ่งก็คือโคตรดิบ

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 14 ยังมีชีวิตอยู่"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved