cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 103 ข้ากำลังหาความสมดุลในยมโลก (2)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 103 ข้ากำลังหาความสมดุลในยมโลก (2)
Prev
Next

บทที่ 103: ข้ากำลังหาความสมดุลในยมโลก (2)

“มันจะเป็นเช่นนี้อีกในภายภาคหน้าหรือไม่?” ฉินเย่เอ่ยลอดไรฟัน

“ไม่…เมื่อโถงสื่อสารถูกสร้างขึ้น พวกเขาจะสร้างยันต์ชนิดพิเศษขึ้นมาและแปะมันลงที่หน้าผากของวิญญาณเมื่อยมทูตไปเก็บเกี่ยวดวงวิญญาณมา ด้วยวิธีนั้น วิญญาณที่มาถึงยมโลกจะไม่สามารถจดจำเรื่องราวเกี่ยวกับชาติแล้วของพวกเขาได้” อาร์ทิสยังคงเอ่ยต่อเสียงเรียบ

“แต่แทนที่จะสนใจเรื่องในอนาคต เจ้าจำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาที่อยู่ตรงหน้าของตนเองตอนนี้เสียก่อน”

“วิญญาณพวกนี้…พวกเขาทั้งความกังวลและหวาดกลัว หากคำตอบของเจ้าอยู่เหนือขอบเขตความอดทนของพวกเขา…เจ้าไม่กลัวว่าตัวเองจะได้เป็นจ้าวนรกเพียงแค่วันเดียวหรืออย่างไร?”

ฉินเย่มองวิญญาณทั้งหมดด้วยเส้นเลือดที่เต้นตุบ ๆ จนปวดหัว เราจะทำยังไง? ตอนนี้เราจะทำยังไงดี?

เขายังไม่มีสถานที่ให้วิญญาณพวกนี้อยู่ และนี่ก็เป็นเพียงวิญญาณกลุ่มแรกเท่านั้น!

“ยังมีอะไรอีกหลายอย่างในนรกที่กำลังรอให้เราจัดการ วิญญาณทั้งหมดที่เข้ามาที่นี่ล้วนต้องมีส่วนร่วมในงานก่อสร้างทั้งสิ้น แต่ไม่ต้องห่วง ทันทีที่งานก่อสร้างนี้สิ้นสุดลง พวกเจ้าทุกตนจะได้รับรางวัลที่เหมาะสมกับแรงงานและเวลาที่เสียไปอย่างแน่นอน”

ไม่มีวิญญาณตนใดเอ่ยอะไรออกมา ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี ฉินเย่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “โดยรางวัลนั้น ข้าไม่ได้พูดถึงธนบัตรนรกอะไรนั่น แต่ข้ากำลังพูดถึงผลประโยชน์ที่จับต้องได้ซึ่งเป็นของประชากรวิญญาณที่ได้ช่วยในการสร้างนรกขึ้นมาโดยเฉพาะ ยกตัวอย่างเช่น สิทธิ์ในการเลือกที่อยู่อาศัยของตนเองในเขตก่อสร้างแห่งใหม่ หรืออย่างเช่นสิทธิ์ในการสอบเข้าหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐ….”

“เฮ้อ~…” อาร์ทิสถอนหายใจออกมาและลุกขึ้นนั่ง

ฉินเย่ยังคงเอ่ยถึงผลประโยชน์ทั้งหมดต่อไป อย่างไรก็ตาม ยิ่งเขาพูดมาเท่าไหร่ แววตาของพวกเขาก็ยิ่งเย็นชามากขึ้นเท่านั้น

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าแววตาของเหล่าวิญญาณตรงหน้าแทบจะไม่แสดงถึงวี่แววของความขอบคุณเลยแม้แต่น้อย อันที่จริง เมื่อสบตากัน เด็กหนุ่มมองเห็นเพียงความไม่เชื่อถือเท่านั้น

“…นรกกำลังเผชิญหน้ากับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด และมีสิ่งก่อสร้างอีกมากมายหลายอย่างที่จำเป็นจะต้องถูกสร้างขึ้น…” เขาเอ่ยต่อเสียงเข้ม แต่ถึงกระนั้น เขาก็เริ่มถามตัวเองในใจแล้วว่า นี่เราพูดอะไรผิดหรือเปล่า? มีตรงไหนที่ผิดพลาดไปหรือไม่?

“นายท่าน” ทว่าก่อนที่เขาจะเอ่ยจบ ชายวัยกลางคนที่สวมแว่นก็ยืนขึ้นและถามอย่างเคารพ “ประตูที่ใช้เดินทางมาสู่นรกทุกบานจำเป็นจะต้องถูกสร้างขึ้นมาใหม่อย่างนั้นหรือ?”

“ใช่” ฉินเย่ไม่มีเหตุผลอะไรให้ต้องโกหก ตอนนี้เขาต้องการกำลังคน

“…ถ้าเช่นนั้น…เจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ เล่า? พวกเขาจะไม่เข้ามาช่วยเลยเหรอ?” ชายสวมแว่นเผยรอยยิ้มที่กว้างมากกว่าเดิมและเอ่ยต่อ “ฉันเคยเป็นข้าราชการอยู่ที่เมืองล๋ายตง พอดีคำพูดของท่านเมื่อครู่นั้นทำให้ฉันนึกสงสัยขึ้นมา”

ริมฝีปากของฉินเย่สั่นเทา เขาไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาล หรือบริหารคนมาก่อน เขายังใหม่กับงานนี้และทำได้เพียงลอกเลียนแบบจากสิ่งที่เคยเห็นมาเท่านั้น

ถึงแม้ว่าเขาจะผ่านประสบการณ์ชีวิตมามากมาย แต่เรื่องการบริหารบ้านเมืองจริง ๆ นั้น เขาไม่เคยทำมาก่อนเลย

“ที่ประตูนรกแห่งนี้มีเจ้าหน้าที่เพียงผู้เดียวเท่านั้น และข้าเองก็คือผู้ที่รับผิดชอบทุกอย่างที่นี่”

“อ๋า…มีแค่ท่านผู้เดียว…” ชายร่างใหญ่จากก่อนหน้านี้ลุกขึ้นยืนพร้อมกับรอยยิ้มที่น่ากลัวประดับบนใบหน้า “ให้ตายเถอะ! ฉันก็อุตส่าห์เป็นกังวลเรื่องกงล้อแห่งสังสารวัฏ แล้วก็ขุมนรกทั้ง 18 ทำไมวะ…ฉันไม่สนแล้วเว้ย!!”

แววตาของฉินเย่ลุกโชนขึ้น ฝ่ามือกำเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว

ขณะที่ชายร่างใหญ่พูด วิญญาณอีกประมาณร้อยตนก็ลุกขึ้นยืนเช่นกัน สายตาของพวกเขาเป็นประกายสดใส แต่ก็ยังมีความลังเลอยู่เล็กน้อย

“ในอีกความหมายหนึ่งก็คือ นรกที่ฉันหวาดกลัวนักหนา ในเวลานี้ไม่ได้ต่างอะไรไปกับเปลือกหอยที่ว่างเปล่าเลยสินะ?” ชายร่างใหญ่เลียริมฝีปากของตนอย่างถือดี

“ท่านผู้อาวุโส รอบข้างของท่านเต็มไปด้วยเก้าอี้ว่างมากมาย….ไม่ใช่ว่ามันหมายความว่าพวกเราสามารถนั่งบนเก้าอี้พวกนั้นและโอ้อวดอำนาจของตัวเองเหมือนอย่างที่ท่านทำก็ได้เหมือนกันใช่ไหมล่ะ?”

“บางที่พวกเราอาจจะทำได้ดีกว่าเขาก็ได้” วิญญาณวัยรุ่นผมทองตนหนึ่งมองไปยังพระราชวังเบื้องหน้าด้วยสายตาตื่นเต้น และถูกฝ่ามือทั้งสองข้างเข้าด้วยกันอย่างละโมบ

กร็อบ…กร็อบ…ชายกล้ามโตคนหนึ่งลุกขึ้นยืนและดัดคอของคนเอง “นรกแตกต่างจากที่ฉันคาดคิดเอาไว้มาก ตอนเราฉันก็กลัวแทบตาย ใครไปคิดว่านรกจะดีกว่าที่คิดเอาไว้ตั้งหลายร้อยเท่า ให้ตายเถอะ…. ท่านแทบจะประเคนเก้าอี้ไว้ให้พวกเรานั่งด้วยซ้ำ”

“จะรออะไรกันอยู่อีกล่ะ?!” ชายร่างใหญ่ชี้ไปที่พระราชวังและตะโกนอย่างน่ากลัว “ไม่เห็นหรือว่าตอนนี้ไม่มีเจ้าหน้าที่หน้าไหนอยู่ในนรกอีกแล้ว?! เราไปจับจองที่นั่งกันเถอะ! พวกเราทั้งหมดจะได้เป็นยมทูตแบบที่เห็นในทีวีแล้ว!! ยังจะกลัวอะไรอีก!?”

“ใช่แล้ว! เรามีกันพันกว่าคนแต่อีกฝ่ายมีแค่คนเดียวเท่านั้น! มีอะไรให้ต้องกลัว?!!”

“เก้าอี้ว่างพวกนั้นกำลังรอเราอยู่! เปิดประตู!!”

“ถอยไป! ข้าจะเข้าไปในนั้น!!”

ทั่วทั้งพื้นที่ตกอยู่ในความวุ่นวายขึ้นมาทันที

วิญญาณนับร้อยต่างลุกขึ้นยืนและพุ่งตัวเข้ามาในโถงพระราชวังด้วยดวงตากระหายอยาก ฉินเย่หลับตาลงและถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย “ข้าพลาดอะไรไป?”

“เจ้าอ่อนข้อเกินไป” อาร์ทิสไล่ขาที่ทำจากยางซิลิโคนของตนไปตามหลังคาของวัง “เจ้าไม่เข้าใจในความคิดของวิญญาณพวกนี้เลยสักนิด แต่ไม่เป็นไร นี่คือสถานการณ์ที่ยมบาลทุกตนในนรกเคยพบเจอมาก่อนทั้งนั้น”

“พวกเขาลงมาจากแดนมนุษย์ด้วยความหวาดกลัวในจิตใจ เพียงเพื่อที่จะพบว่านรกนั้นแตกต่างไปจากสิ่งที่ตนคิด และพบว่ามันได้กลายเป็นสถานที่ที่ไร้ซึ่งกฎเกณฑ์และข้อบังคับ ไม่มีกฎหมาย ไม่มีตำรวจ ไม่มีรัฐบาล และสิ่งเดียวที่อยู่ในห้องโถงของพระราชวังก็คือรูปแกะสลักและรูปปั้นมากมาย และพวกเขาก็ถูกล้อมรอบด้วยดินแดนรกร้าง ความปรารถนาและความทะเยอทะยานในจิตใจของพวกเขายิ่งขยายใหญ่ขึ้น ขอเพียงมีคนเริ่ม วิญญาณนับพันก็พร้อมที่จะก่อจลาจลทันที”

“นี่นับว่าเป็นการก่อการจลาจลของดวงวิญญาณ แต่มันก็ยังถือว่ามีขนาดเล็กมาก หากมันขยายใหญ่ขึ้นอีก เราก็จะเรียกว่าการปฏิวัติของวิญญาณ และหากมันยังขยายใหญ่ขึ้นอีก มันก็จะเรียกว่าการก่อกบฏของเหล่าวิญญาณ ตลอดเวลาที่ผ่านมาในประวัติศาสตร์ของนรก เราเคยมีการก่อกบฏแค่สองครั้ง และการปฏิวัติแค่ห้าครั้งเท่านั้น ส่วนการก่อจลาจลมักจะเกิดขึ้นเป็นประจำทุก ๆ ร้อยปี….”

“สิ่งที่เจ้าต้องทำก็คือการสู้กับวิญญาณพวกนี้เพื่อซื้อเวลา ทันทีที่เจ้าไม่สามารถควบคุมการก่อจลาจลได้…เวลาของเจ้าในฐานะของจ้าวนรกก็จะต้องจบลง”

“จงอย่าลืมว่านี่เป็นเพียงเริ่มต้นเท่านั้น เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยก่อนที่อาหารจานหลักจะถูกนำมาเสิร์ฟ เมื่อวิญญาณบนแผ่นดินจีนทั้งหมดสัมผัสถึงการมีอยู่ของที่นี่ และเจ้ายังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้…เมื่อถึงเวลานั้นต้องเกิดเรื่องใหญ่แน่”

ตูม!!!

ตอนนี้มีวิญญาณประมาณ 700 ตนที่เริ่มเคลื่อนไหวแล้ว ทั้งหมดต่างมีดวงตาสีแดงก่ำอย่างน่าหวาดกลัว แต่ทันทีที่เข้ามาถึงบริเวณทางเข้าของพระราชวัง ม่านพลังสีขาวอ่อน ๆ ก็ปรากฏขึ้น ปิดกั้นประตูไว้ด้วยข้อความที่อ่านไม่ออก

“เปิดเดี๋ยวนี้!! ให้พวกเราเข้าไป!!”

“ยังไงมันก็ไม่มีใครอยู่ในนั้นอยู่แล้ว! เหตุใดท่านจึงไม่ให้พวกเราช่วยล่ะ?!”

“ท่านไม่มีความรับผิดชอบ ท่านจะต้องถูกไล่ออกจากการเป็นยมทูตเดี๋ยวนี้!! เปิด!”

ฉินเย่มองดูใบหน้าบิดเบี้ยวของเหล่าวิญญาณที่อยู่ตรงหน้า ทั้งหมดเกาะกลุ่มกันอย่างแน่นหนาจนแทบจะไม่เห็นร่างของพวกเขาแล้ว ถึงกระนั้น ฉินเย่ก็ยังสัมผัสได้ถึงประกายไฟลุกโชนบนใบหน้าของชายวัยกลางคน ใบหน้าพึงพอใจของชายร่างใหญ่ และรอยยิ้มที่ดุร้ายบนใบหน้าของชายกล้ามโตที่มองมายังกลุ่มวิญญาณทั้งหมด

“ความกลัวที่หายไป และกฎเกณฑ์ที่หละหลวม ก่อให้เกิดความโลภผุดขึ้นมาในใจของพวกเขา” ฉินเย่พึมพำกับตัวเองเบา ๆ และพยักหน้าอย่างครุ่นคิด “ข้าจะจำบทเรียนครั้งนี้เอาไว้”

“ไม่ต้องห่วง ประตูนรกคือหน้าตาของยมโลก และมันไม่มีทางที่มันจะถูกทำลายได้นอกเสียจากมีวิญญาณล้านตนขึ้นไปมาทำลาย ในฐานะของผู้สร้างยมโลกแห่งใหม่ เจ้าสามารถควบคุมสิ่งปลูกสร้างทั้งหมดในพื้นที่นี้ได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยสถานการณ์ตอนนี้ เจ้าคิดจะทำสิ่งใดต่อ??” อาร์ทิสเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้นและอยากรู้

ฉินเย่แย้มยิ้มบางและดีดนิ้ว ด้วยเสียงนั้น ม่านพลังแสงสีขาวก็สลายไปทันที

ทันทีที่บาเรียเปิดวิญญาณทั้งหมดก็หลั่งไหลเข้าไปในเขตห้องโถงของพระราชวังอย่างรวดเร็ว ทว่าในเสี้ยววินาทีต่อมา วิญญาณที่นำอยู่ด้านหน้าก็ร้องออกมาอย่างหวาดกลัวและตะเกียกตะกายเพื่อถอยหนี ในขณะที่กลุ่มที่อยู่ด้านหลังก็ยังคงดันมาด้านหน้า กลุ่มที่อยู่ด้านหน้ากลับพยายามที่จะถอยหลัง วิญญาณทั้งหมดติดอยู่กึ่งกลางอย่างไม่สามารถขยับตัวได้

เสียงกรีดร้อง เสียงตะโกน และเสียงโวยวายหายไปอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงความเงียบที่ปกคลุมไปทั่ว จากนั้นวิญญาณที่เหลืออยู่ทั้งหมดก็ค่อย ๆ ถอยหลังออกมาอย่างหวาดกลัว

ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าฉินเย่กำลังยืนอยู่เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งหมด และในเวลานี้ เขาก็ดึงกระบี่ปีศาจออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ใบมีดสีเงินกำลังลุกโชนไปด้วยเปลวไฟนรกสีเขียวหยก เขาตบโต๊ะและกระโจนไปด้านหน้า

“ทำยังไงดีล่ะ?” ฉินเย่ยิ้มบาง “พวกเจ้าทำให้ข้าได้สติ….”

“ข้าคง…อ่อนข้อให้พวกเจ้ามากเกินไป”

ทันทีที่เอ่ยจบ เขาก็วาดกระบี่ปีศาจไปด้านหน้าของตนในแนวขนาน

ฟึ่บ!! ผลของมันในตอนนี้แตกต่างจากตอนที่เขาใช้มันในแดนมนุษย์เป็นอย่างมาก ฉินเย่เพียงวาดกระบี่เบา ๆ ก็สามารถทำให้เกิดเสียงดังกระหึ่มไปทั่วทั้งดินแดน

ในขณะที่วิญญาณนับไม่ถ้วนถูกดึงเข้ามาสู่กระบี่ปีศาจราวกับคลื่นสึนามิของพลังหยิน แสงสีเข้มของใบมีดที่สูงประมาณสิบเมตรพุ่งออกมาจากห้องโถงและพุ่งตรงไปที่ทางเข้า

ตูม!! เศษหินบนพื้นกระจัดกระจายไปทั่ว เหลือไว้เพียงรอยแยกขนาดใหญ่ที่ลึกลงไปหลายเมตร วิญญาณจำนวนมากที่อยู่รอบด้านต่างกระเด็นออกไปจากผลของการโจมตีดังกล่าว ในขณะที่เหล่าวิญญาณที่ถูกโจมตีนั้นสลายหายไปอย่างสมบูรณ์

วิญญาณร้อยตนเป็นอย่างน้อยถูกกำจัดไปด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว

“หืม?” อาร์ทิสม้วนผมของตัวเองเล่นขณะเอ่ยถาม “เจ้ารู้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

“เมื่อครู่นี้” ฉินเย่ยิ้มขณะที่เดินไปข้างหน้าอย่างช้า ๆ ไม่ว่าเขาจะเดินไปที่ไหน วิญญาณทั้งหมดที่อยู่บริเวณนั้นก็จะมองเขาด้วยสายตาที่เหลือเชื่อก่อนจะหันไปมองรอยแยกบนพื้น ดวงตาของพวกเขาเบิกกว้างขึ้น ปากอ้ากว้างอย่างตกตะลึงและเปิดทางให้อีกฝ่าย

เงียบ….

ไม่มีแม้แต่เสียงใด ๆ

วิญญาณทั้งหมดถอยห่างจากยมทูตตรงหน้า ในขณะที่ฉินเย่ยังคงเดินไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งหยุดอยู่ตรงหน้ากระถางธูปสี่ขา

“ท่านเป็นคนพูดเองไม่ใช่หรือว่าวิญญาณจะยังมีความทรงจำเกี่ยวกับชาติที่ผ่านมาหากปราศจากยมทูตนำทางพวกเขามายังนรก? แต่…ข้าเป็นยมทูตเพียงตนเดียวที่นี่ไม่ใช่หรือ?” ฉินเย่พาดกระบี่ปีศาจไว้บนไหล่และมองไปรอบ ๆ ไม่มีวิญญาณตนไหนกล้าสบตาเขาเลยสักนิด ไม่ว่าเขาจะมองไปทางไหน วิญญาณทั้งหมดจะหลุบตาลงทันที

อาร์ทิสลอยออกมาจากโถงพระราชวัง วิญญาณที่อยู่โดยรอบต่างสังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของตุ๊กตายางที่แสนประหลาดนี้ แต่ไม่มีใครกล้าแย้มยิ้มเลยแม้แต่คนเดียว

“จำไว้ ยมโลก…คืออาณาจักร และเจ้า…ในฐานะของผู้ที่สร้างนรกขึ้นมา ย่อมสามารถพูดได้อยู่แล้วว่าเจ้าคือผู้สร้างอาณาจักรทั้งหมดนี้”

“ชีวิตของเจ้าเริ่มเปลี่ยนไปแล้ว แต่ดินแดนแห่งนี้จะสามารถอ่อนแอหรือแข็งแกร่งก็ได้ ชีวิตของเจ้าจะจบลงตรงไหนนั้นก็ขึ้นอยู่กับว่าเจ้าจะสามารถทำให้ยมโลกพัฒนาไปได้ไกลแค่ไหน”

“หากเจ้ามีความสามารถมากพอ เจ้าก็อาจจะสามารถทำสงครามศักดิ์สิทธิ์กับโลกใต้พิภพอื่น ๆ และปราบปรามพวกเขาให้อยู่ใต้อาณัติของเจ้าด้วยก็ได้ ในเวลานั้น เจ้าก็จะเทียบได้กับเทพเจ้าในตำนานต่าง ๆ อย่างพระเยซู หรือเทพผานกู่ [1] เลยด้วยซ้ำ”

“ในสถานที่แห่งนี้ เจ้าคือพระเจ้า พระเจ้าเพียงหนึ่งเดียวในโลกนี้ ไม่มีใครสามารถทำร้ายเจ้าได้”

ฉินเย่พยักหน้า เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว

ใช่แล้ว ‘ไม่มีใครสามารถทำร้ายเจ้าได้’ ไม่ได้มีความหมายเหมือนกับ ‘เจ้าคือผู้ปกครองของภพนี้’

เหล่าวิญญาณที่เบื่อหน่ายกับวิธีการคิดของตนเองมีแต่จะเพิ่มมากขึ้น หากมันถึงจุดที่ตัวเลขของวิญญาณพวกนี้เพิ่มขึ้นเร็วกว่าจำนวนตัวเลขที่ฉินเย่สามารถกำจัดได้ พวกเขาก็อาจจะตั้งตนเองขึ้นมา และเมื่อถึงเวลานั้น ผู้ที่เป็นเจ้าผู้ปกครองของภพนี้ตัวจริงคือใครกัน?

ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบหน้าที่ของนรก?!

“ดูเหมือนว่าจะมีอีกหลายอย่างให้ต้องเรียนรู้สินะ…” เขาก้าวไปด้านหน้าช้า ๆ และทำท่าคล้ายกับต้องการจะคว้าบางอย่าง ชายสวมแว่นลอยมาด้านหน้าและร่วงลงในท่านั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าของฉินเย่

“ท่าน…ท่านกำลังจะทำอะไร…” เสียงที่เอ่ยออกมานั้นสั่นเทา “ฉัน…ฉันจะร้องเรียนเรื่องนี้! พะ พวกเราต่างก็ถือว่าเป็นประชากรวิญญาณ…พะ พวกเราต่างมีสิทธิ์ของตัวเองเช่นกัน…”

ฉินเย่หัวเราะ

จากนั้นจึงแกว่งกระบี่ในมือของตน

ฟึ่บ….กระบี่ผ่านร่างของชายตรงหน้า โดยที่อีกฝ่ายไม่สามารถขัดขืนได้เลย

ร่างของชายสวมแว่นสลายไปอย่างรวดเร็วราวกับสายลม ลูกไฟวิญญาณลอยขึ้นและลอยเข้าไปในโถงหลักของพระราชวังก่อนจะไปจุดไฟของโคมไฟโบราณที่ถูกถือโดยรูปแกะสลักของรากษส

“มีใครอีกไหม?” เขาค่อย ๆ หันหลังกลับไปและไล่สายตามองฝูงชน วิญญาณทุกตน รวมถึงชายร่างใหญ่ต่างมีสีหน้าหวาดกลัว และแม้แต่ชายกล้ามโตเองก็ปากสั่นระริกอย่างไม่สามารถควบคุมได้

ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ…หลังจากผ่านไปประมาณห้าวินาที เสียงอู้อี้ก็ดังขึ้นติดต่อกัน และวิญญาณ 900 กว่าตนที่เหลืออยู่ต่างก็คุกเข่าลงและก้มหน้าจนหน้าผากแนบติดกับพื้นอย่างยอมจำนน ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

“ผู้ใดเป็นคนบอกว่าพวกเจ้าสามารถต่อรองกับยมบาลอย่างข้าได้กัน?”

[1]เทพผานกู่ ตามความเชื่อของตำนานจีนเชื่อว่าเป็นเทพแห่งการสร้างโลก

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 103 ข้ากำลังหาความสมดุลในยมโลก (2)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved