cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗] - บทที่ 102 ข้ากำลังหาความสมดุลในยมโลก (1)

  1. Home
  2. All Mangas
  3. ฉันนี่แหละจ้าวนรก [我要做阎罗]
  4. บทที่ 102 ข้ากำลังหาความสมดุลในยมโลก (1)
Prev
Next

บทที่ 102: ข้ากำลังหาความสมดุลในยมโลก (1)

ฉินเย่ตกตะลึงเป็นอย่างมาก

เขามองไปยังโต๊ะลงทะเบียนที่ยาวพอที่จะรองรับผู้ตรวจสอบอดีตกรรมได้มากกว่า 100 ตน จากนั้นจึงหันไปมองความมืดที่อยู่ล้อมรอบ ร่างของเด็กหนุ่มสั่นเทาอย่างรุนแรง “ถอนตัวตอนนี้ยังทันหรือเปล่า?”

โครม!!

ทว่าก่อนที่เขาจะเอ่ยจบ หนึ่งในต้นไม้ที่อยู่ใกล้ ๆ ก็โค่นลงกับพื้น อาร์ทิสสะบัดมือของตนเองและแย้มยิ้มอย่างงดงาม “เจ้าคิดว่าอย่างไรล่ะ?”

ดูเหมือนว่า…มันคงจะเป็นไปไม่ได้แล้วสินะ….

“ถ้าเช่นนั้น…อันดับแรก ข้าคงต้องหาวิญญาณที่ไว้ใจได้มาทำหน้าที่ผู้ตรวจสอบอดีตกรรมก่อนใช่หรือไม่?” ฉินเย่ลูบคางและเอ่ยออกมา

ทันใดนั้น ตู้ม! เสียงบางอย่างพลันดังก้องไปทั่วทั้งพื้นที่

“หืม…ดูเหมือนว่าลูกค้าคนแรกของเจ้าจะเพิ่งก้าวเท้าผ่านประตูมานะ” อาร์ทิสเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะที่มองดูแถวของวิญญาณจำนวนมากที่กำลังเดินทางมายังพระราชวังผ่านเส้นทางยาวไกลอย่างสนใจ

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน….ฉินเย่มองวิญญาณพวกนั้นและขมวดคิ้วเข้าหากัน

ลูกไฟวิญญาณจำนวนมากลอยออกมาจากกลุ่มก้อนพลังหยินที่อยู่รอบ ๆ ราวกับหิ่งห้อยที่บินอยู่ในท้องฟ้ายามค่ำคืน จากนั้น ทันทีที่ลูกไฟวิญญาณดังกล่าวกระทบลงกับที่พื้น มันก็กลายร่างเป็นวิญญาณที่ตกตะลึง

สิ่งที่เพิ่งได้เห็นนั้นแตกต่างจากสิ่งที่เขาคิดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างไม่เป็นระเบียบ วิญญาณมากกว่าพันตนเป็นอย่างต่ำ ปะปนกันทั้งชายหญิง บางตนสวมชุดสูทพนักงานและถือกระเป๋าเอกสาร ในขณะที่ส่วนมากล้วนเป็นคนชราที่มีผมขาวหมดทั้งศีรษะ พวกเขาต่างมองไปรอบ ๆ อย่างอยากรู้อยากเห็น ชี้นั่นชี้นี่ไปทั่ว มันมีแม้กระทั่งวิญญาณที่เอื้อมมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อของตัวเองขณะที่ยืนคุยกับวิญญาณตนอื่นด้วยซ้ำ

มีอะไรในกระเป๋ากัน?

ฉินเย่กุมขมับอย่างปวดหัว เมื่อรู้ว่าวิญญาณพวกนี้ยังมีความคิดถ่ายรูปสภาพแวดล้อมโดยรอบและโพสต์ลงออนไลน์ ทั้ง ๆ ที่ตายไปแล้วอยู่อีกเหรอ?

วิญญาณเหล่านี้ไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยสักนิด!

ในจินตนาการของเขา เขาคาดว่าจะได้เห็นแถวของวิญญาณถูกมัดมือเท้าด้วยเชือก ก้มหน้า เดินตามยมเทพและนักล่าวิญญาณเงียบ ๆ… เห็นได้ชัดว่าใบไม้สีแดงเข้มและธนบัตรนรกที่ปลิวว่อนไปทั่วท้องฟ้านั้น ยังไม่เพียงพอที่จะสร้างความหวาดกลัวในจิตใจของดวงวิญญาณพวกนี้ได้ นี่เราควรจะชื่นชมพวกเขาที่ใช้ชีวิตสมกับชื่อวิญญาณรุ่นใหม่แห่งแผ่นดินจีนหรือเปล่านะ?

“นี่มัน…เหตุใดพวกเขาถึงไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักนิดล่ะ?” ฉินเย่ส่ายหน้าอย่างไม่เข้าใจ “นี่ข้าออกแบบบรรยากาศของยมโลกออกมาได้ไม่ดีพออย่างนั้นหรือ?”

อาร์ทิสหยิบท่อยาสูบออกมาและสูบมันพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “หากพูดกันตามตรง มันออกมาค่อนข้างดี แต่ยมโลกก่อนหน้านี้ถูกล้อมรอบไปด้วยระบบเสียงรอบทิศทางจากสนับสนุนของ ‘บริษัทเฮ่ยซาน’ อุปกรณ์ทั้งหมดถูกติดตั้งไปทั่วทุกมุมของประตูนรก และค่าใช้จ่ายสำหรับการติดตั้งอุปกรณ์ดังกล่าวก็เป็นจำนวนเงินหลายสิบล้านหยวน นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์ส่องแสงของ ‘บริษัทฮว่าผี’ ซึ่งเป็นจำนวนเงินหลายสิบล้านเช่นกัน นอกจากนี้มันยังมีทางเดินที่ถูกสร้างขึ้นโดยกลุ่มก่อสร้างเอ้อล๋ายด้วย…”

ฉินเย่กุมขมับ “เข้าใจแล้ว…ตอนนี้ข้ามีฉากแล้ว แต่บรรยากาศของนรกที่แท้จริงยังขาดหายไปเพราะว่าข้ายังไม่มีแสงสี เอฟเฟกต์เสียงและนักแสดงสมทบใช่หรือไม่?”

“ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น” อาร์ทิสพ่นควันสีเขียวออกมาขณะที่ปรายตาไปมองฉินเย่ “หากปราศจากยมบาลและการปราบปรามด้วยวิญญาณอยู่โดยรอบ วิญญาณพวกนี้จะรู้ได้อย่างไรว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน? ในความไม่รู้นั้น พวกเขาอาจจะคิดด้วยซ้ำว่าตัวเองคือผู้ถูกเลือกใน Infinity Games[1]”

“…นี่ท่านอ่าน Infinity Games ด้วยอย่างนั้นหรือ…ข้าควรจะจำกัดการใช้อินเทอร์เน็ตของท่านดีหรือเปล่า…”

“เงียบแล้วฟัง…อย่าพูดแทรกข้าด้วยเรื่องไร้สาระพวกนั้น” นางเคาะศีรษะของเด็กหนุ่มด้วยท่อยาสูบและกลอกตาใส่ “แหล่งที่มาหลักของแต้มกุศลสำหรับยมบาลไม่ใช่การปัดเป่าวิญญาณชั่วร้าย กลับกัน มันคือการประเมินในทุก ๆ สิบปีของการมอบหมายงาน ในการประเมินนั้น ยมบาลทุกคนจะได้รับแต้มกุศลเป็นจำนวนหนึ่งในสิบของแต้มกุศลที่จำเป็นต้องใช้ในการเลื่อนขั้นของพวกเขา ทีนี้เจ้าเข้าใจหรือยัง?”

ฉินเย่ขมวดคิ้วและพยักหน้า

อาร์ทิสไม่จำเป็นจะต้องอธิบายทุกสิ่งอย่างละเอียด ความหมายของสิ่งที่นางพูดมาก็คือแม้แต่เจ้านรกผู้สูงส่งเองก็ล้วนเริ่มตั้งแต่การเป็นแค่เจ้าหน้าที่ระดับหมู่บ้านมาก่อนทั้งนั้น

ในเมื่อเขาตกลงรับคำสั่งในการสร้างยมโลกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง เขาจึงต้องทำทุกอย่างไปทีละขั้น

และสิ่งแรกที่เขาด้วยทำก็คือพยายามติดต่อกับวิญญาณพวกนั้น

อาร์ทิสกระโดดขึ้นไปบนหลังคา ฉินเย่สูดหายใจเข้าช้า ๆ และคลื่นพลังหยินที่น่าสะพรึงกลัวก็ระเบิดออกมาจากร่างของเขา เด็กหนุ่มเปลี่ยนไปอยู่ในร่างยมทูตขั้นนักล่าวิญญาณและนั่งลงบนเก้าตัวหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของโต๊ะยาว

“เจ้าจะรับมือกับสิ่งนี้อย่างไรกันนะ?” อาร์ทิสเคาะนิ้วยางที่ถูกทาสีอย่างสวยงามลงบนเปลือกตาเบา ๆ รอยยิ้มบางประดับอยู่บนใบหน้า นางพึมพำเบา ๆ ว่า “เมื่อปราศจากการปราบปรามที่ยำเกรงของเหล่ายมบาล วิญญาณพวกนี้ก็จะไร้ซึ่งความหวาดกลัวใด ๆ…”

ฉินนั่งอยู่ในโถงหลังด้วยความหวั่นใจขณะที่มองดูกลุ่มวิญญาณหลั่งไหลเข้ามาหาตน จากนั้นจึงสูดหายใจเข้าช้า ๆ

“ใจเย็น ๆ…ใจเย็น ๆ!” เขายกมือทาบอกตัวเอง “มันเป็นแค่การแสดงอย่างที่ทำประจำไม่ใช่หรือไง? นายทำได้หน่า…ถ้าเป็นเรื่องการแสดงล่ะก็ นายไม่เป็นสองรองใครแน่นอน!”

หลังจากผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมง วิญญาณทั้งหมดก็มาถึงหน้าประตูวัง ทั้งหมดได้รับคำทักทายด้วยคำสองคำบนป้ายขนาดใหญ่ทันที ทันทีที่พวกเขาได้อ่านโครงเบื้องหน้าแล้ว แววตาของวิญญาณทั้งหมดก็เปลี่ยนเป็นซับซ้อน ความเงียบปกคลุมไปทั่ว

ถึงแม้ว่าใบหน้าของฉินเย่ในตอนนี้จะเรียบเฉย… แต่ภายในเขากลับร้อนรนอย่างน่าเหลือเชื่อ

ให้ตายเถอะ….นี่คืองานที่ยมบาลมือใหม่เอี่ยมจะต้องทำอย่างนั้นหรือ?!

พื้นที่โดยรอบไม่มีการส่งเสียงใด ๆ เสียงเดียวที่ดังขึ้นมีเพียงเสียงของธนบัตรนรกที่ปลิวว่อนไปในอากาศ ไม่นานหลังจากนั้น เสียงพูดคุยก็เริ่มดังขึ้นจากกลุ่มก้อนวิญญาณตรงหน้าอีกครั้ง และในที่สุด วิญญาณชายสูงวัยคนหนึ่งก็ถูกเลือกให้เป็นตัวแทนคนทั้งหมด เขาค่อย ๆ ก้าวออกมาด้านหน้าด้วยความช่วยเหลือของไม้เท้าในมือ

เมื่อทั้งสองฝ่ายสบตากัน หัวใจของชายชราก็พลันรู้สึกเย็นเฉียบ

ผู้ที่อยู่เบื้องหน้าของเขาในเวลานี้ไม่ใช่มนุษย์ ม่านตาสีดำ รูม่านตาเป็นสีขาว พร้อมกับผมขาวทั้งหัว ชายชรานึกถึงคำสองคำบนป้ายที่ทางเข้า เขาตัวสั่นและคุกเข่าลง “นายท่าน…ที่นี่…คือนรกอย่างนั้นหรือ?”

“ใช่” ฉินเย่เอ่ยตอบเสียงเรียบ แต่มันก็ยังดังก้องไปทั่วอยู่ดี “พวกเจ้าทุกตนได้ตายไปแล้ว”

ชายชราตัวสั่นขณะที่คลานไปด้านหน้าอีกสองก้าว เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ผมสีขาวของเขาก็ยุ่งเหยิง ริมฝีปากสั่นเทาราวกับผู้ที่เป็นโรคหลอดเลือดสมองอักเสบและสะอื้นไห้ “นายท่าน…ฉะ…ฉันมีนามว่าหวางเจิ้งเหวิง ชายที่ร่ำรวยเป็นอันดับที่ 35 ในมณฑลอันฮุ่ย หาก…หากท่านยอมปล่อยให้ฉันกลับไปที่แดนมนุษย์…ฉันยินดีที่จะมอบทุกอย่างให้ท่าน ไม่ว่าจะต้องจ่ายเงินมากแค่ไหนก็ตาม!”

“ใช่แล้ว! นายท่าน! ขอร้องล่ะ! ฉันยังไม่อยากตาย!”

“นายท่านโปรดไว้ชีวิตเราด้วย! ลูกสาวของผมกำลังรอผมอยู่ที่บ้าน!”

“นายท่านโปรดเมตตาด้วย!”

“เงียบ!!!” เสียงร้องมากมายที่ดังขึ้นไปทั่วบริเวณ สร้างความน่ารำคาญจนฉินเย่ปวดขมับ

แต่ทันทีที่เขาเอ่ยออกไป วิญญาณทั้งหมดต่างก็เงียบเสียงลงอย่างรวดเร็ว

“เกิดแก่เจ็บตายนั้นเป็นเรื่องของธรรมชาติ นรกของข้าไม่มีวันผ่อนผันให้มันผู้ใดก็ตาม พวกเจ้าคิดว่าตัวเองอยู่ที่ใด? ตลาดสดอย่างนั้นหรือ?!”

อาร์ทิสเลิกคิ้วสูงขึ้นอย่างสนใจแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา

“นายท่าน….” ชายผู้มีแผลเป็นก้าวออกมาจากกลุ่ม ใบหน้าของเขาถูกฉาบไปด้วยความโศกเศร้า “ที่นี่…คือนรกจริง ๆ เหรอครับ?”

“เจ้าคิดว่าอะไรเล่า? คิดว่าตัวเองอยู่บนสวรรค์อย่างนั้นรึ?” ฉินเย่แค่นเสียงหัวเราะหยัน

ชายร่างใหญ่กัดฟันแน่นและเอ่ยลอดไรฟันว่า “เป็นเรื่องจริงหรือไม่ที่…ผู้ที่กระทำผิดในแดนมนุษย์…จะต้องลงไปชดใช้ในขุมนรกทั้ง 18 ก่อนแล้วจึงจะเข้าสู่เส้นทางแห่งสังสารวัฏได้?”

ขณะที่เขาพูด วิญญาณตนอื่น ๆ ที่ยืนอยู่โดยรอบต่างอ้าปากค้างและก้าวถอยหลังไปหลายอีกก้าว

ฉินเย่จ้องอีกฝ่ายด้วยสายตาเย็นยะเยือก ไม่เอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา

นี่เป็นคำถามธรรมดา ๆ แต่เป็นคำถามซึ่งยากที่จะตอบ

ตอนนี้เขาไม่มีผู้ภายใต้บังคับบัญชาสักคน! ว่าที่จ้าวนรกต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเองไม่รู้ว่าควรต่อจัดการกับ วิญญาณไม่ได้อยู่ภายใต้การปราบปราม แถมยังมีความคิดเป็นของตัวเองแบบนี้

ในสภาพที่กงล้อแห่งสังสารวัฏ พระตำหนักทั้งสิบ และขุมนรกทั้ง 18 ก็ยังไม่ถูกสร้างขึ้น เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสมุดแห่งความเป็นตายอยู่ที่ไหน แล้วเขาจะตรวจสอบความดีและความชั่วของวิญญาณตรงหน้านี้ได้ยังไง?

วินาทีนั้นเองที่เขาเริ่มจะเข้าใจความหมายที่แท้จริงที่อาร์ทิสได้กล่าวเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว

นี่คือบททดสอบเจ้าหน้าที่มือใหม่อย่างเขา ว่าจะสามารถจัดการกับสถานการณ์จากวิญญาณที่มาพร้อมกันทั่วที่สารทิศได้อย่างไร

“นายท่าน…” ชายร่างใหญ่ดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชั้น แต่น้ำเสียงแหบแห้งที่เอ่ยออกมากลับเจือไปด้วยความบ้าคลั่งเล็กน้อย “จริงหรือไม่ครับ?”

“ตอนนี้นรกได้ตกอยู่ในสถานการณ์พิเศษ” หลังจากครุ่นคิดเป็นเวลานาน ฉินเย่ก็ตัดสินใจว่าเขาจะเปิดเผยความจริงให้กับวิญญาณทั้งหมดได้รู้ แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะเก็บเรื่องทั้งหมดเป็นความลับ

ยิ่งกว่านั้นกลุ่มวิญญาณตรงหน้าก็มีจำนวนมากถึงพันตน…แม้แต่เขาเองก็ไม่มีความมั่นใจว่าตัวเองจะสามารถจัดการอีกฝ่ายได้ทั้งหมด

เด็กหนุ่มจึงเอ่ยต่อว่า “นรกในตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติ เราต้องการความร่วมมือของพวกเจ้าทุกตนในการสร้างนรกขึ้นมาใหม่”

เหนือขึ้นไปบนหลังคา อาร์ทิสถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน

เขาพูดตรงเกินไปแล้ว

เห็นได้ชัดว่ายายเมิ่งได้เลือกตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับงานนี้อย่างไม่ต้องสงสัย ฉินเย่คือผู้เดียวที่มีความหวังที่จะทำตามคำสั่งในการสร้างนรกขึ้นมาใหม่ตั้งแต่ต้น แต่ในเวลาเดียวกัน เขาก็มีข้อบกพร่องที่ร้ายแรงอยู่

เป็นเพราะเขาได้ทานเห็นเทียนสุ่ยเข้าไป ทำให้เขาต้องใช้ชีวิตแบบไร้ตัวตนในสังคมมนุษย์ ดังนั้นอย่าคาดหวังเลยว่าฉินเย่จะเข้าใจวิธีการบริหารแม้กระทั่งระดับหมู่บ้าน แล้วนับประสาอะไรกับความรู้เกี่ยวกับการปกครองของทั้งอาณาจักร!

ดั่งเช่นในตอนนี้ เขาเพิ่งจะเปิดเผยข้อมูลทั้งหมดออกไปอย่างไร้สมอง อาร์ทิสสามารถคาดการณ์ได้แล้วว่าทุกอย่างคงไม่ราบรื่นเท่าไหร่นักในวันนี้

“เจ้าไปพูดกับวิญญาณที่ยังมีความทรงจำเกี่ยวกับชาติที่ผ่านมาอย่างนั้นได้อย่างไร? มันเหมือนเจ้ากำลังเจรจาต่อรองกับมนุษย์อยู่นะ…” อาร์ทิสเอ่ยออกมาเบา ๆ

“จิตใจมนุษย์นั้นยากสุดหยั่ง มันอาจจะเป็นเรื่องง่ายในการที่จะรับมือกับคนเพียงคนเดียว แต่เมื่อพวกเขารวมกลุ่มหลายสิบหรือหลายร้อยคน ทุกอย่างก็จะคาดเดาไม่ได้อย่างสิ้นเชิง…ข้าหวังว่าเจ้าจะจดจำบทเรียนที่แสนเจ็บปวดในวันนี้ไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจของเจ้า…”

“สร้างใหม่? วิกฤติ?” เมื่อชายร่างใหญ่ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ชายวัยกลางคนที่สวมแว่นตาคนหนึ่งก็เอ่ยขึ้นว่า “สร้างใหม่…หมายความว่าไม่มีนรกแล้วอย่างนั้นเหรอ? แล้วพวกเราจะไปอยู่ที่ไหน? แล้วพวกเรา…จะต้องมีส่วนร่วมในการก่อสร้างด้วยหรือเปล่า?”

“นายท่าน” วิญญาณผู้หญิงตนหนึ่งเอ่ยขึ้นเสียงดัง “ฉันไม่เคยทำบาปแม้แต่ครั้งเดียว เช่นนี้ฉันต้องมีส่วนร่วมในงานก่อสร้างด้วยไหม?”

“มันเกิดอะไรขึ้นที่นี่?” “ไม่ใช่ว่านรกควรจะเป็นสถานที่ซึ่งความดีและความชั่วได้รับผลตอบแทนอย่างนั้นหรือ? แต่ฉันเป็นผู้บริสุทธิ์นะ!”

“อวดดี!!” ฉินเย่ตะโกน เสียงของเขาดังก้องไปทั่วทางเดินราวกับเสียงฟ้าร้อง เขารู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นพระเจ้าของโลกนี้อย่างแท้จริง

พรึ่บ…วิญญาณทั้งหมดคุกเข่าลงราวกับลูกนกตัวน้อยทันที แต่หากสังเกตอย่างละเอียดจะพบว่าวิญญาณแต่ละตนนั้นมีสีหน้าที่แตกต่างกันออกไป

วิญญาณทั้งหมดล้วนมีความหวาดกลัวอยู่ในแววตาเหมือนกัน แต่นอกเหนือจากนั้น มันยังมีความรู้สึกอื่น ๆ ผสมปนเปกันซ่อนอยู่ บางคนดูมีความสุขกับความทุกข์ยากของนรก บางคนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ในขณะที่คนอื่น ๆ ลอบมองฉินเย่ และมันก็มีแม้กระทั่งวิญญาณบางตนที่กำลังกัดฟันกรอด

ความตึงเครียดและความหวาดกลัวนั้นเหมือนกับเชือกเส้นหนึ่ง สิ่งเดียวที่ฉินเย่ต้องทำก็คือรักษาความตึงเครียดดังกล่าวให้เพียงพอและต่อเนื่องโดยที่ไม่มากเกินไป

“พวกเจ้ากล้าดีอย่างไรถึงส่งเสียงดังเช่นนี้ในนรก! คงไม่อยากจะใช้ชีวิตกันแล้วสินะ?” ฉินเย่กวาดสายตามองวิญญาณทั้งหมดอย่างช้า ๆ ขณะที่กระบี่ของเขาสั่นเทาอย่างรุนแรง ไม่มีใครกล้าตอบเด็กหนุ่มเลยสักคน

ทันใดนั้นเสียงของอาร์ทิสก็ดังขึ้นเบา ๆ อย่างเสนอแนะ “เจ้าสามารถสั่งให้พวกเขาไปสำรวจพื้นที่ ป่า หรือแม้แต่สร้างสิ่งก่อสร้างได้ เจ้าหนู ที่เป็นเพียงวิญญาณกลุ่มแรกเท่านั้น และมันจะมีมากขึ้นอีกในภายภาคหน้า หากเจ้าปล่อยพวกเขาไว้เฉย ๆ แบบนี้…ไม่ช้าก็เร็วมันจะต้องเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแน่ ๆ”

ฉินเย่เริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดีเกี่ยวกับสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะพูด “ยกตัวอย่างเช่น?”

อาร์ทิสหัวเราะคิดคัด “คิก ๆ…เจ้าคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากมีการรวมตัวกันของวิญญาณที่ยังมีความทรงจำของอดีตชาติ โดยไร้ผู้ปราบปราม?”

ฉินเย่สูดหายใจเข้าลึก ๆ

การก่อจลาจล…

การก่อจลาจลของวิญญาณ!

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเป็นยมบาลคนเดียวในที่แห่งนี้!

ในกรณีที่ร้ายแรงที่สุด นรกที่เพิ่งถูกก่อตั้งใหม่อาจจะได้ประสบกับความวุ่นวายและการก่อจลาจลของเหล่าวิญญาณจำนวนมากที่ต้องการจะโค่นล้มเขา และแต่งตั้งผู้นำคนใหม่แทน!

[1] นิยายจีนที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับโลกคู่ขนาน

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "บทที่ 102 ข้ากำลังหาความสมดุลในยมโลก (1)"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved