จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 199
บทที่ 199: พิธีมอบรางวัล
ภายในสถาบันเมิงจู่นั้นมีนักเรียนกว่าสามหมื่นคน
ซึ่งทั้งสามหมื่นคนนี้มาจากการสอบเข้าอย่างปกติทั้งสิ้น แต่เมื่อรวมผู้ที่เข้ามาด้วยการคัดเลือกแบบพิเศษแล้ว รวมมีนักเรียนภายในสถาบันแห่งนี้กว่าห้าหมื่นคน
ทันทีที่โม่ฝานเข้ามาเหยียบภายในสถาบันแห่งนี้ เขาได้สร้างชื่อเสียงให้กับตนเองอย่างยิ่งใหญ่ แต่ผลกระทบในคราวนั้นทำให้นักเรียนทุกคนตีตนออกห่างเขาทันที แม้แต่นักเรียนสาขาอัญเชิญด้วยกันก็ยังคงเว้นระยะห่างจากเขาอีกด้วย
โม่ฝานนั้นสามารถรักษาทรัพยากรของสาขาอัญเชิญเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตามเขานั้นได้สร้างปัญหาให้กับสาขาอัญเชิญอย่างมากเช่นกัน นักเรียนจากสาขาอัญเชิญนั้นแทบจะเดินไปไหนไม่ได้เลย พวกเขาทั้งหมดนั้นกลายเป็นหนูสกปรกเมื่อเดินอยู่ในโรงอาหาร!
ทว่าในการประกาศข่าวรายเดือนของสถาบันเมิงจู่แห่งนี้ รองคณบดีลี่ได้ประกาศเรื่องที่น่าประหลาดใจสำหรับทุกคน นั่นก็คือนักเรียนที่เป็นศัตรูกับทุกคนภายในสถาบันนามว่าปีศาจโม่ฝานได้กลายเป็นวีรบุรุษอย่างน่าชื่นชม!
เรื่องราวของปีศาจโม่ฝานได้แพร่กระจายออกไปเป็นวงกว้าง เหล่านักเรียนที่กลับบ้านเพื่อไปพักผ่อนต่างตื่นตระหนกทันทีเมื่อได้รับข่าวใหม่เข้าสมองไป…
อีกทั้งสื่อหนังสือพิมพ์ต่างๆก็ยังตีพิมพ์เกี่ยวกับสถานการณ์ในคราวนั้นอีกด้วย
สิ่งต่างๆที่ได้เกิดขึ้นในสถาบันเมิงจู่แห่งนี้ได้รับความสนใจอย่างมากจากผู้คนมากมาย การแพร่กระจายเชื้อไวรัสของราชินีอสูรกายนั้นไม่มีผู้ใดเป็นคนผิด เพราะการจะจัดการกับพวกมันนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำได้โดยง่ายดายนัก สิ่งที่ทุกคนล้วนแต่สนอกสนใจเป็นอย่างมากก็คือใครเป็นคนรับมือกับสถานการณ์ในครั้งนี้
เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ควรจะมีผู้คนมากมายต้องตาย แต่ทว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตกลับน้อยกว่าสิบคน!
มันไม่เหมือนกับเหตุการณ์แพร่ระบาดของโรคร้ายที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ซึ่งจำนวนผู้เสียชีวิตนั้นอาจจะมากถึงหลักร้อย พัน หมื่นหรือแสนได้อย่างไม่ยากเย็นนัก แล้วในสุดท้ายครอบครัวผู้เสียชีวิตเหล่านั้นจะถูกเยียวยาจากรัฐบาลและการบริจาคเงินมากมายจากมนุษย์ร่วมโลกด้วยกัน
แต่ทว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย ในสื่อไม่ได้บอกเล่าในส่วนที่ทุกคนอย่างจะรู้มากที่สุด เหตุผลที่มีคนตายไม่ถึงสิบคนในคราวนี้เพราะว่ามีคนสังหารราชินีอสูรได้ทันเวลายังไงล่ะ!
ในการประชุมใหญ่ของโรงเรียนคราวนี้ รองคณบดีลี่ต้องการที่จะเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มากที่สุด โดยเฉพาะ….
นักเรียนทั้งหมดกว่าสามหมื่นคนล้วนแต่ประหลาดใจกับข่าวที่ได้รับ บุคคลที่จัดการกับราชินีอสูรได้นั้นเป็นเพียงนักเวทธาตุแสงเท่านั้น แต่ทว่าเพื่อนร่วมทีมในการช่วยเหลือภารกิจครั้งนี้คือโม่ฝานนักเวทอัญเชิญผู้มีชื่อเสียงโด่งดังนั่นเอง!
ก่อนที่มู่หนิวเจี่ยวจะบริจาคทรัพยากรจำนวนมากให้กับสถาบัน ในคราวนั้นนักเรียนทุกคนล้วนแต่คอยสาปแช่งโม่ฝานเช้ากลางวันเย็นและก่อนนอน
แต่ในวันนี้กลับมีการประกาศให้เรียกเขาว่าวีรบุรุษงั้นเหรอ… สีหน้าของทุกคนเผยความไม่เชื่อถือพร้อมด้วยท่าทางแปลกๆอย่างไม่รู้จะทำตัวอย่างไรออกมาแทนที่!
—
“แปลกมาก เขาจะเป็นคนที่สังหารราชินีอสูรได้อย่างไรกัน?” ในกลุ่มคนจำนวนมาก หญิงสาวธาตุรักษาโพลงขึ้นมาด้วยความไม่เข้าใจ
“มีอะไรงั้นเหรอ?” เพื่อนสาวร่วมห้องเอ่ยปากถาม
“มะ-ไม่มีอะไร เขาคนนั้นชื่อโม่ฝานสินะ” หญิงสาวธาตุรักษาไม่ได้กล่าวอะไรมากกว่านั้น แต่ทว่าสายตาของเธอจับจ้องไปที่ชายหนุ่มผู้ที่ยืนอยู่ข้างๆพระเอกของวันนี้อย่างมั่นคง
ทางสถาบันใช้ความพยายามอย่างหนักเพื่อที่จะประกาศว่านักเวทธาตุแสงคนนี้คือคนที่จัดการอสูรร้ายตนนั้น แต่อย่างไรก้ตามในสายตาของหญิงสาวคนนี้คือจ้าวหม่าหยันเป็นเพียงคนที่คอยสนับสนุนในภารกิจเท่านั้น! บุคคลที่สังหารราชินีอสูรกายเกล็ดหนาที่แท้จริงคือโม่ฝาน!
“พูดก็พูดเถอะนะ สถานการณ์ในตอนนั้นน่ะวุ่นวายมาก อย่างไรก็ตามฉันเห็นกับตาว่าอสนีบาตมรุธาฟาดลงที่ร่างกายของปีศาจเกล็ดเขียวนั่นอย่างแน่นอน! ฉันคิดว่าไอ้ตัวนั่นคือราชินีอสูรนะ” ในเวลานั้นเองกลุ่มนักเรียนเริ่มทำการซุบซิบกันอย่างหนัก
ในเวลานั้นผู้คนไม่ได้ยืนอยู่ในเหตุการณ์มากนัก แต่ทว่าการต่อสู้ของโม่ฝานกับราชินีอสูรบนเวทีนั้นโดดเด่นมากเกินไป มันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะไม่สามารถมองเห็นได้
“ใช่ ฉันก็จำได้ว่าเป็นนักเวทสายฟ้าระดับมัชฌิมที่สังหารอสูรกายเกล็ดเขียวนั่น!”
“หรือว่าจ้าวหม่าหยันไม่ใช่นักเวทธาตุแสงระดับมัชฌิม แต่ทว่าเขาเป็นนักเวทธาตุสายฟ้าระดับมัชฌิมล่ะ?!”
“ไม่จริง พวกเราเห็นพลังของธาตุไฟระดับมัชฌิมด้วย… แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนร่ายเวทอัคคีระดับมัชฌิมออกมา?”
เสียงซุบซิบแพร่กระจายไปทั่วบริเวณลุกลามรวดเร็วเสียยิ่งกว่าไวรัส แม้ว่าสถาบันจะพยายามประกาศว่าจ้าวหม่าหยันคือผู้ที่สังหารราชินีอสูร แต่ทว่านักเรียนจำนวนไม่น้อยได้บอกเล่าสถานการณ์ในตอนนั้นว่ามีชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งไม่สวมเสื้อและเขาหล่อมาก… ผู้ชายคนนั้นใช้เวทธาตุไฟและสายฟ้าสังหารราชินีอสูร
แต่ทว่านักเรียนหลายคนจดจำได้ว่าโม่ฝานเป็นนักเวทธาตุสายฟ้าและครอบครองธาตุอัญเชิญ เช่นนี้เขาจึงถูกปัดตกไปทันทีเพราะเขาไม่ได้เป็นนักเวทธาตุไฟ…
“เชื่อฉันเถอะ ในเวลานั้นฉันอยู่ใกล้กับเวทีมากที่สุด ฉันเห็นโม่ฝานต่อสู้กับราชินีอสูร เขาเรียกหมาป่าเวทออกมาพร้อมกับใช้อสนีบาตมรุธาเพื่อสังหารราชินีอสูร! ให้ตายเถอะสวรรค์ ราชินีอสูรตัวนั้นอยู่ในระดับนักรบอย่างแน่นอน โม่ฝานจัดการมันด้วยตัวคนเดียว ฉันเห็นใบหน้าของเขามีแต่คราบเลือด!” เด็กคนหนึ่งตะโกนออกมาอย่างแจ่มชัด
“นายจะบ้าหรือไง? เขาเป็นนักเวทระดับมัชฌิมเท่านั้น มันจะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะมีธาตุทั้งหมดนั้นอยู่ในตัว?! อีกอย่างนายบอกว่าหน้าของเขามีแต่โลหิตเปรอะเปื้อน แล้วนายรู้ได้อย่างไรล่ะว่าเป็นเขา?”
“บัดซบ ทำไมพวกนายถึงได้พูดยากพูดเย็นอย่างนี้นะ? โม่ฝานกับราชินีอสูรน่ะร่วงหล่นลงมาจากลิฟท์ไฮดรอลิกนั่น ใบหน้าของเขานั้นถูกเฉือนไปแล้วครึ่งหนึ่ง แน่นอนว่าฉันเห็นมันอย่างชัดเจน แล้วฉันคนนี้จะสามารถลืมใบหน้าของศัตรูตัวฉกาจที่ขโมยทรัพยากรของตนเองได้อย่างไรล่ะ? ฉันจำได้แม้กระทั่งหมาป่าเวทของเขา! เขานั่นแหละคือคนที่สังหารราชินีอสูร!” ชายคนเดิมกล่าวออกมาอย่างโจ่งแจ้งและเริ่มมีอารมณ์
“นายคงจะกลัวจนสายตาเลอะเลือนน่ะสิไม่ว่า อีกทั้งในตอนนี้เรื่องทั้งหมดนี้ได้ถูกประกาศออกมาแล้ว นายจะพูดให้มันได้อะไรขึ้นมาล่ะ?”
“ฉันเชื่อว่าความจริงจะต้องถูกปกปิดไว้อย่างแน่นอน! เป็นเช่นนั้นไม่ดีแน่! ฉันต้องการจะรู้ว่าความลับนั่นคืออะไรและฉันอยากจะทวงคืนความยุติธรรมให้กับผู้กล้าในครั้งนี้!”
น่าเสียดายที่ความจริงนั้นมีคนเห็นเหตุการณ์เหล่านี้ทั้งหมด แต่น่าเสียดายที่ในขณะโม่ฝานกำลังต่อสู้นั้น เลือดได้ย้อมใบหน้าของเขาโดยสมบูรณ์ เช่นนี้จึงไม่มีใครรู้ว่านั่นคือโม่ฝานแต่อย่างใด อีกทั้งในตอนนี้สถาบันได้ประกาศชื่อของวีรบุรุษซึ่งก็คือจ้าวหม่าหยัน แน่นอนว่าทุกคนก็คงจะไม่โต้แย้งมากนักกับข่าวในคราวนี้ สำหรับความลับที่นั้น….
แน่นอนว่ามันเป็นความลับระหว่างจ้าวหม่าหยันกับโม่ฝานเท่านั้น
ทั้งสองได้ตกลงกันตั้งแต่แรกเริ่มภารกิจในคราวนี้แล้ว
คนหนึ่งต้องการเงิน อีกคนหนึ่งต้องการชื่อเสียง เรื่องราวเป็นเช่นนี้ไม่ถูกต้องงั้นเหรอ?
——
หลังจากที่การประชุมทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว โม่ฝานรีบหลีกหนีชั่วโมงเร่งด่วนเหล่านี้ทันที เขาต้องการที่จะกินข้าวแล้ว…
หลังจากที่คิดเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนโม่ฝานคิดว่าเขาควรจะจัดการตนเองให้เรียบร้อยเสียที ไม่ว่าอย่างไรการช่วยเหลือชีวิตผู้อื่นนั้นย่อมเป็นเรื่องที่ดีแน่นอน แต่ทว่าเขาไม่จำเป็นจะต้องแบกรับทุกสิ่งอย่างเหล่านี้ไปตลอด
โม่ฝานและจ้าวหม่าหยันนั้นได้พูดคุยกันเล็กน้อยจากนั้นทั้งสองคนพากันไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งค่อนข้างมีระดับเล็กน้อย แน่นอนว่าทั้งสองจะมีมื้อที่ดีร่วมกัน
“โม่ฝาน นายรู้ใช่ไหมว่าเมล็ดอสนีวิญญาณนั้นไม่ได้วางขายอยู่บนตลาดทั่วๆไป พวกเราทั้งหมดวางแผนไว้ว่าจะไปร่วมประมูลที่ศูนย์การค้าโลก ซึ่งเมื่อเวลานั้นมาถึงงตระกูลของฉันจะเข้าร่วมประมูลและจัดซื้อเมล็ดพันธ์อสนีวิญญาณมาให้ได้ หลังจากที่ซื้อมันมาได้แล้วพวกเราจะมอบมันให้กับนายทันที อย่างนี้นายโอเคไหม?” จ้าวหม่าหยันกล่าวกับโม่ฝานอย่างเกรงใจ
“ประมูลงั้นเหรอ? มันจะมียอมที่ยอดเยี่ยมบ้างไหม?” โม่ฝานถามออกมา
“แน่นอน! ถ้าหากว่านายมีของที่อยากจะซื้อหรือขาย นายสามารถไปที่นั่นได้เสมอ อย่างไรก็ตามในวันอาทิตย์นี้ฉันจะพานายไปที่นั่นด้วย” จ้าวหม่าหยันกล่าว
“อืมได้ พาฉันไปดูแล้วกัน!” โม่ฝานหยักหน้ารับ
ในมือของโม่ฝานนั้นมีแก่นแท้จิตวิญญาณของอสูรระดับนักรบอยู่ แน่นอนว่ามันไม่อาจขายให้กับพ่อค้าทั่วไปได้ สิ่งของเช่นนี้มันควรจะเริ่มต้นที่หนึ่งล้านหยวน!
โม่ฝานวางแผนว่าเขาจะขายแก่นแท้จิตวิญญาณชิ้นนี้เพื่อที่จะเอาเงินไปซื้อโล่ห์เวทมนตร์ที่ดีกว่าเดิม
โล่ห์เคียวกระดูกที่เขาได้รับจากจ้านคงนั้นแทบจะไร้ประโยชน์ในตอนนี้ โม่ฝานจำเป็นจะต้องทำทุกทางเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าของเขาให้เร็วที่สุด เขาจำเป็นจะต้องใช้อุปกรณ์เวทมนตร์ดีๆบ้าง ถ้าหากเขายังไม่มีอุปกรณ์ดีๆ คงไม่มีใครรู้นอกจากพระเจ้าว่าถ้าหากเขาต้องเผชิญหน้ากับอสูรระดับนักรบอีก เขาจะสามารถเอาชีวิตรอดได้ไหม!
ถ้าหากเขาไม่สามารถหาโล่ห์ที่เหมาะสมให้กับตนเองได้ เขาก็ยังคงมีแผนสำรองที่จะหาสิ่งอื่นมาทดแทนเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับตนเอง
ต่อไปอีกไม่นานนักจะมีการสอบของสถาบัน ซึ่งในวันนั้นเขาเกรงว่าเขาจะต้องได้พบเจอกับบุคคลที่เกลียดชังและหมายหัวของเขาเอาไว้… ถ้าหากวันนั้นมาถึงเขาจะสามารถเอาชนะการต่อสู้คราวนั้นได้อย่างไรกัน?