จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 176
บทที่ 176: รายรับที่รวดเร็วเสียยิ่งกว่าปล้น!
“ฉันอ่านจดหมายแนะนำตัวของเธอเรียบร้อยแล้ว มาจากเมืองบ่อสินะ ชื่อว่าฝานโม่สินะใช่ไหม?” ชายชราถามออกมาพร้อมหัวเราะ
“ครับ”
“หลานสาวของฉันน่ะรู้มากกว่าคนปกติหลายเท่าไปหน่อย เป็นธรรมดาที่เธอจะรู้สึกเย่อหยิ่งมากกว่าปกติ ถ้าหากว่ารู้สึกถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมล่ะก็ได้โปรดอย่าใส่ใจเลยนะ” ชายชรากล่าวออกมา
“ผมไม่ต้องการมีเรื่องกับเด็กน้อยอยู่แล้ว” โม่ฝานกล่าว
“เยี่ยม ลูกค้าจ่ายเงินมาแล้วจำนวนหนึ่งแสนหยวน ซึ่งอีกสองแสนหยวนจะตามมาหลังจากภารกิจเสร็จสิ้น หน่วยล่าฉิงเทียนของเรานั้นแตกต่างจากหน่วยอื่นๆ หลังจากทำภารกิจเสร็จสิ้นและได้รับค่าตอบแทนแล้วพวกเราจะแบ่งปันกันเองภายในทีมเท่านั้น ซึ่งหมายความว่าจะมีเพียงเธอและหลิงหลิงสองคนที่จะได้รับเงินส่วนนั้น สรุปได้ว่าถ้าหากทำภารกิจสำเร็จเธอจะได้รับเงินจำนวนหนึ่งแสนห้าหมื่นหยวน เราจะจ่ายโดยการโอนเข้าบัญชีธนาคารของเธอ”
“หนึ่งแสนห้าหมื่นหยวน!?” โม่ฝานโพล่งออกมาด้วยดวงตาเป็นประกาย
ภารกิจการปกป้องในหนึ่งคืน หัวใจสำคัญของภารกิจในครั้งนี้คือการปกป้องเด็ก สำหรับนักเวทระดับมัชฌิมคงจะไม่ยากเย็นเกินไปหรอกมั้ง!
หนึ่งแสนห้าหมื่นหยวนในคืนเดียว นี่มันเร็วเสียยิ่งกว่าการปล้นซะอีก!
“หน่วยล่าฉิงเทียนของเราไม่เพียงแต่จะมีชื่อเสียงโด่งดังในนครเซี่ยงไฮ้เท่านั้นนะ ชื่อเสียงของทีมเราดังไกลไปทั่วประเทศ ค่าตอบแทนสามแสนหยวนนี้เป็นจำนวนที่ต่ำที่สุดที่เราสามารถรับได้และยอมทำภารกิจให้ เธอและหลิงหลิงยังเด็กอยู่ ควรจะเริ่มต้นภารกิจเล็กๆไปก่อน วันหนึ่งเมื่อพวกเธอทั้งสองแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น หากเวลานั้นมาถึงแล้วฉันจะมอบหมายภารกิจที่ยิ่งใหญ่ให้พวกเธอทำ” ชายชรากล่าวออกมาพร้อมกับหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
“ภารกิจที่ใหญ่กว่านี้งั้นเหรอ?!?” โม่ฝานตื่นตระหนกทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ถ้าหากว่าสามแสนหยวนนั้นเป็นระดับที่ต่ำที่สุด แล้วสิ่งใดกันเล่าที่จะเรียกว่ายิ่งใหญ่?
ชายชรายิ้มออกมาอย่างลึกลับแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรโต้ตอบ เขาแค่ใช้สายตาบอกกับโม่ฝานว่า “จงทำมันให้ดีที่สุดเถอะ หลังจากนี้รายรับของเธอจะไม่มีวันสิ้นสุด!”
“หลิงหลิงกำลังไปหาข้อมูลอยู่ เธอควรจะนั่งลงเพื่อคอยสักครู่หนึ่ง ภายภาคหน้าสถานที่แห่งนี้จะเปรียบเสมือนบ้านของเธอด้วยเช่นกัน ดังนั้นเธอไม่จำเป็นจะต้องเกรงใจอะไรมาก นอกจากนี้ห้องใต้หลังคายังคงว่างอยู่ เธอสามารถอยู่ตรงนั้นถ้าหากว่าชอบมัน… โอ้ โอ! บ้าจริง ฉันพล่ามมาเนิ่นนานจนลืมแนะนำตัวเองงั้นเหรอเนี่ย ฉันคือหัวหน้าหน่วยล่าฉิงเทียนแห่งนี้ นามสกุลของฉันคือแซ่เปา เธอสามารถเรียกฉันว่าตาเฒ่าเปาก็ย่อมได้ แล้วแต่สะดวกเถอะ”
“จริงๆด้วย คุณแซ่เปาจริงๆ” โม่ฝานกล่าวออกมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เขาไม่รู้ว่าชายชราคนนี้น่ะดูทีวีมากเกินไปรึเปล่า หรือทว่าเขานั้นเป็นคนในตระกูลเปาปุ้นจิ้งจริงๆ? โลกใบนี้บันทึกประวัติศาสตร์ของเขาไว้มากมาย อีกทั้งใบหน้าของเขายังแอบคล้ายคลึงกันเล็กน้อย โม่ฝานจดจำเรื่องราวของบุคคลผู้นั้นได้ทั้งหมด เขาเป็นแฟนพันแท้ของรายการนี้ด้วยเช่นกัน
ตอนนี้โม่ฝานไม่จำเป็นจะต้องสุภาพอีกต่อไป ในร้านค้าเก่าๆแห่งนี้มีทุกสิ่งที่เขาต้องการ
สถานที่แห่งนี้มีชารสเลิศ เครื่องทำกาแฟที่ยอดเยี่ยม แล้วทำไมเขาจะไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้ล่ะ?
โม่ฝานเดินไปชงชาอย่างสบายใจพร้อมกับหยิบหนังสือเกี่ยวกับอสูรเวทติดมือมาอ่านขณะจิบชา
——
ในขณะที่โม่ฝานกำลังนั่งรอข้อมูลจากหลิงหลิง อาวุโสเปาได้ขึ้นไปที่ชั้นสองแล้ว
ที่ชั้นสองของร้านแห่งนี้นั้นเปรียบได้กับห้องสมุดขนาดย่อม บางเล่มนั้นราวกับว่าเป็นคัมภีร์โบราณซึ่งถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนาอีกด้วย หนังสือส่วนมากเต็มไปด้วยฝุ่นหนาแน่นราวกับมันไม่เคยถูกเปิดออกเลยในหลายช่วงปีที่ผ่าน
โลลิน้อยหลิงหลิงกำลังนั่งจดจ้องหนังสือในมือของเธอด้วยดวงตาใสแจ๋วอย่างน่ารักน่าชัง
ความเร็วในการอ่านหนังสือของเธอเรียกได้ว่าเร็วเกินไป เพียงระยะเวลาแค่สิบวินาทีเธอสามารถกวาดสายตาทั่วทั้งกระดาษได้อย่างหมดจด
“ปู่… ทำไมคุณถึงยอมให้ไอ้โง่นั่นเข้าร่วมทีมล่ะ?” หลิงหลิงยังไม่ละทิ้งความพยายามที่จะตั้งคำถามกับอาวุโสเปาผู้ที่กำลังเดินขึ้นบันไดมา
“ความแข็งแกร่งของเด็กคนนั้นไม่ได้แย่เลย อีกอย่างเขาก็เป็นคนดีนะ”
“แม้ว่าความแข็งแกร่งของเขาจะไม่ได้ย่ำแย่นัก แต่เขาก็เป็นเพียงนักเวทระดับมัชฌิมเท่านั้น” หลิงหลิงโต้แย้ง
“ถ้าเธอคิดอย่างนั้น ฉันเชื่อว่าเขาจะทำให้เธอประหลาดใจอย่างแน่นอนเชียวล่ะ” ชายชรากล่าวออกมาพร้อมรอยยิ้มและไม่ได้พูดสิ่งใดต่อ
“ปู่… จากจดหมายแนะนำตัวเขาบอกว่ามาจากเมืองบ่องั้นเหรอ” หลิงหลิงเอ่ยปากถามออกมาในขณะที่เธอยังคงอ่านหนังสือต่อไปอย่างไม่ลดละ ขณะพูดคุยกันเช่นนี้เธอไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาแม้แต่น้อย
“อืม เล้งฉิงนั้นร่วมมือกับสมาพันธ์นิติบัญญัติเพื่อจัดการกับพวกศาสตร์มืด ถ้าฉันจำไม่ผิด เขาน่าจะเป็นคนที่ช่วยเหลือเมืองบ่อแห่ง… โอ้ ไม่จริงหรอก ความแข็งแกร่งของฝานโม่นี้ถ้าหากออกไปสู้รบกับภัยพิบัติคราวนั้นล่ะก็ เขาก็ตายอย่างอนาถเหมือนกับเซียวถิงแน่นอน” ชายชราตอบกลับ
“ฉันรู้เรื่องนั้นดี ไม่ว่าอย่างไรฉันก็จะตามหาคนที่สังหารเซียวถิงให้ได้!” หลิงหลิงกล่าวลอดไรฟันออกมา มือของเธอกำหมัดไว้แน่นหนาด้วยความโกรธ
“เอาล่ะ ปล่อยให้เรื่องเหล่านั้นเป็นเรื่องของผู้ใหญ่จะดีกว่า อย่าแตะต้องกับเหตุการณ์ในวันนั้นในขณะที่เธอยังไม่แข็งแกร่ง เธอกับโม่ฝานมีหน้าที่จัดการกับสิ่งแปลกประหลาดภายในนครเซี่ยงไฮ้แห่งนี้ นครกว้างใหญ่นี่เต็มไปด้วยปัญหามากมายรอให้พวกเธอจัดการกับมันอยู่” ชายชรากล่าวพร้อมกับลูบหัวของหลิงหลิงอย่างปลอบโยน
——
ขณะนี้เวลาล่วงเลยมาถึงยามบ่าย อาวุโสเปานั้นเป็นมิตรอย่างมาก เขาเชิญโม่ฝานร่วมทานอาหารกลางวันที่ร้านค้าอย่างอารมณ์ดี
ซึ่งจริงๆแล้วร้านค้าเก่าแก่แห่งนี้เป็นที่อยู่อาศัยของเขาและหลานสาวตัวน้อยนี่ หลิงหลิงนั้นอาศัยอยู่ที่ชั้นสามของตึก
ที่ชั้นสี่นั้นก็มีห้องพักด้วยเช่นกัน ดูเหมือนว่ามันจะเป็นห้องของทีมคนหนึ่งที่มีความสามารถโดดเด่นอย่างมาก ซึ่งฟังจากน้ำเสียงบอกเล่าของอาวุโสเปาแล้ว โม่ฝานรู้สึกได้ถึงความชื่นชมในนั้นอย่างล้นหลาม
ภายในสมาคมนักล่าคนส่วนใหญ่นั้นมักจะออกล่าอสูรเวทเป็นทีม สิ่งนี้แตกต่างจากหน่วยล่าฉิงเทียนอย่างมาก พวกเขามักจะสำเร็จภารกิจเดี่ยวหรือเป็นคู่เท่านั้น ซึ่งนอกจากนี้พวกเขายังไม่ได้ทำภารกิจต๊อกต๋อยอีกด้วย มูลค่าของงานเหล่านั้นคือหลักล้านหยวน!
หลังจากที่รับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว โม่ฝานอดไม่ได้ที่จะถามออกไปว่า “แล้วช่วงบ่ายนี้เราจะทำอะไรกันต่องั้นเหรอ?”
“นายกลับไปที่สถาบันได้แล้ว เราจะเจอกันในสวนหย่อมตอนค่ำ” หลิงหลิงกล่าว
“เธอรู้ได้ยังไงว่าฉันเป็นนักศึกษา?” โม่ฝานรู้สึกตกใจกับคำพูดของเด็กตัวน้อยนี้อย่างมาก
หลิงหลิงจิ๊ปากเล็กน้อยอย่างรำคาญและไม่คิดจะอธิบายอะไรเพิ่มเติม
สิ่งนี้ทำให้โม่ฝานรู้สึกอึดอัดใจอย่างบอกไม่ถูก
เด็กน้อยคนนี้สามารถมองเขาออกได้ทะลุปรุโปร่งเลยงั้นเหรอ?
เฮ้อ ลืมมันไปเถอะนะ ฉันก็ไม่ได้อยากจะเอาชนะเด็กหรอก!
โม่ฝานทำตามที่หลิงหลิงบอกพร้อมเดินทางกลับไปที่สถาบันของตน
——
พลบค่ำ โม่ฝานรับประทานอาหารและจัดการตัวเองให้เสร็จเรียบร้อยพร้อมกับเดินทางไปยังสวนหย่อมที่หลิงหลิงได้นัดหมายไว้
เมื่อพ้นประตูออกมา โม่ฝานเรียกแท็กซี่ทันที
ในขณะที่เขากำลังจะเดินขึ้นรถไป เขามองเห็นหญิงสาวสามคนกำลังพูดคุยอย่างออกรสภายในรถคันนี้ เห็นได้ชัดว่าคนขับแท็กซี่คนนี้ตั้งใจที่จะรับโม่ฝานไปด้วยเช่นกัน
ความเงียบสงัดเกิดขึ้นภายในรถทันที เห็นได้ชัดว่าคนขับแท็กซี่คนนี้พยายามจะสร้างรายได้โดยที่จะส่งผู้โดยสารหลายคนไปพร้อมๆกัน
“พวกเราจะไปที่สวนหย่อมนะ” หนึ่งในหญิงสาวกล่าวออกมา
“พี่ชายคนนี้ก็จะไปที่นั่นด้วยเช่นกัน พวกคุณทั้งสามก็แค่นั่งข้างหลังเท่านั้น เอาล่ะไปกันเถอะ” คนขับแท็กซี่กล่าวออกมาด้วยรอยยิ้มพร้อมกับรอให้หญิงสาวย้ายก้นของตนเองให้เสร็จสิ้น เมื่อทั้งหมดจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วเขาก็เหยียบคันเร่งพุ่งทะยานออกไปทันที
—
พวกเขาทั้งหมดแทบจะมาถึงที่นี่ในทันที เหตุเพราะจุดหมายของทั้งสี่คนไม่ได้อยู่ไกลมากนัก
ตลอดระยะทางที่โม่ฝานนั่งมา เขารู้สึกได้ว่าหญิงสาวทั้งสามนั้นไม่ขัดสนเรื่องเงินแต่อย่างใด ดูได้จากการพูดคุยและน้ำเสียงที่สดใสเหล่านั้น อีกทั้งพวกเธอยังไม่ต้องการที่จะอยู่หอพักร่วมกับผู้ใด เช่นนี้จึงเอาเงินมาโปรยเพื่อเช่าอพาร์ทเมนต์ที่ดูดีกว่าภายในสวนแห่งนี้
“เฮ้ นายที่นั่งอยู่ด้านหน้า นายพักอยู่ที่นี่ด้วยงั้นเหรอ?” หญิงสาวผมสั้นรีบถามโม่ฝานทันทีที่พวกเขาทั้งหมดลงจากรถ
“เปล่า ฉันแค่มาธุระแถวนี้เท่านั้น” โม่ฝานตอบกลับ
“โอ้ งั้นเหรอ เธอเป็นนักเรียนใหม่รึเปล่า? ทำไมฉันรู้สึกคุ้นหน้าจังเลยล่ะ?” หญิงสาวยังคงถามต่ออย่างไม่ยอมแพ้
“ไอหย๋า เจียหวันเฉียน… นั่นไม่ใช่วิธีที่เก่าเกินไปหน่อยงั้นเหรอ? ใครจะสนใจกันว่าคุ้นหน้าตาไหม ถ้าเธอชอบก็แค่ขอเบอร์โทรศัพท์เขาสิ” หญิงสาวอีกคนกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เย้าแหย่
“ใช่ ฉันเห็นว่าเธอจ้องเขามาตั้งแต่นั่งอยู่ในรถแล้ว” หญิงสาวอีกคนซึ่งทาลิปสีแดงเริ่มแซวด้วยเช่นกัน
“อยากตายงั้นเหรอ!?!”
หญิงสาวทั้งสามส่ายหัวอย่างรู้สึกช่วยไม่ได้ พวกเธอไม่ได้คิดอะไรมากนักเกี่ยวกับเรื่องนี้ โม่ฝานก็รู้สึกปวดหัวกับเหตุการณ์ที่เกิดนี้ด้วยเช่นกัน เขารีบเดินออกไปเพื่อค้นหาผู้นัดพบของตนเองทันที….
ความจริงก็คือในฐานะนักสืบผู้เก่งกาจควรที่จะมีหญิงสาวที่งดงามยืนอยู่ข้างกายสิ แต่ในตอนนี้น่ะเหรอ… ชายรูปงามมีสาวน้อยโลลิยืนอยู่ด้านข้าง… มันเรื่องอะไรเนี่ย!?!
••••••••••••••••••••