จอมเวทอหังการ - ตอนที่ 174
บทที่ 174: หน่วยล่าฉิงเทียน
หญิงสาวคนนี้ค่อนข้างมีความช่ำชองและเป็นมืออาชีพอย่างมาก เธอใช้เวลาเพียงไม่นานในการค้นหาองค์กรนักล่าส่วนตัวสำหรับโม่ฝาน
“มีทีมหนึ่งชื่อว่าหน่วยล่าฉิงเทียน เป็นหนึ่งในองค์กรณ์ของเอกชนซึ่งมีอายุยาวนานหลายปีแล้ว พวกเขาล้วนแต่เป็นที่รู้จักดีในวงการนี้ แต่ไม่รู้ว่าทำไมพวกเขาจึงต้องประกาศหานักเวทใหม่ๆเข้าร่วมอยู่เสมอ อีกทั้งนักเวทที่เป็นมืออาชีพก็ไม่ค่อยจะเต็มใจอยากร่วมงานกับพวกเขานัก” หญิงสาวพนักงานกล่าวออกมาอย่างอิดออดเล็กน้อย
“ทีมที่มีชื่อเสียงเช่นนั้น ก็ควรจะเต็มไปด้วยนักเวทที่เก่งกาจไม่ใช่เหรอ?” โม่ฝานขมวดคิ้วแน่นพร้อมถามออกไป
“ฉันก็ไม่เข้าใจเช่นกัน บางทีหัวหน้าทีมของพวกเขาอาจจะเรียกร้องความสามารถมากเกินไปหรือไม่? อีกอย่างหน่วยล่าฉิงเทียนนั้นไม่ได้เปิดเผยข้อมูลให้กับเรามากนัก ถ้าหากว่าคุณต้องการที่จะเข้าร่วมทีมนี้ เราสามารถให้เบอร์ติดต่อกับบุคคลภายในเพื่อที่จะนัดสัมภาษณ์ส่วนตัวได้โดยตรง” พนักงานตอบออกมาอย่างหมดหนทาง
“อืมก็ได้ ฉันสงสัยจริงๆว่านามสกุลของหัวหน้าทีมนี้คืออะไรกันนะ?” โม่ฝานได้แต่พยักหน้าพร้อมกับพึมพำกับตัวเองเบาๆ
หลังจากที่ชำระค่าธรรมเนียมต่างๆทั้งหมดเรียบร้อยแล้ว โม่ฝานมุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของหน่วยล่าฉิงเทียนอย่างรวดเร็ว
—
สิ่งที่เขารู้สึกแปลกใจอย่างมากคือทีมนี้ตั้งอยู่ใกล้กับสถาบันมาก มันเป็นสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดสำหรับโม่ฝานในตอนนี้
เพียงแค่คิดภาพนครเซี่ยงไฮ้ที่กว้างใหญ่นี้ ถ้าหากว่าเขาจำเป็นจะต้องใช้เวลามากมายสำหรับการเดินทางไปกลับระหว่างการเรียน การทำงาน เช่นนี้เขาจะต้องเสียเวลาไปมากแค่ไหนกัน?
หลังจากเดินมาได้สักพัก เขาพบกับวัดจิงอั่นบนถนนสายเก่าพร้อมกับค่อยๆเดินผ่านหมู่แมกไม้เข้ามาด้านในเรื่อยๆ
เมื่อมาถึงสุดทางของถนนเขามองเห็นป้ายเก่าๆที่พริ้วไหวไปกับสายลมพร้อมกับจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ
หน่วยล่าฉิงเทียน!
ช่างเป็นชื่อที่ยอดเยี่ยมอะไรเช่นนี้ล่ะ! โม่ฝานคิดในขณะที่มองดูป้ายนี้อย่างรู้สึกหลากหลาย ขนาดป้ายยังมากถึงขนาดนี้ คงไม่มีอะไรที่พวกเขาจะทำไม่ได้อีกแล้วหละ!
โม่ฝานเดินเข้ามาด้านในที่รกร้างว่างเปล่า มันคล้ายกับร้านค้าเก่าๆดูคล้ายกับโรงแรม
หน้าประตูทางเข้ามีเด็กหญิงรูปร่างน่ารักกำลังนั่งอ่านนิทานอยู่อย่างสนุกสนาน อารมณ์ของเธอค่อนข้างดี ดูได้จากการแกว่งขาไปมาบนเก้าอี้ชิงช้าของเธอ
โม่ฝานจ้องมองเข้าไปผ่านกระจกด้านหน้า เขาไม่เห็นสิ่งอื่นใดภายในนั้น ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อยและว่างเปล่า…
“คุณมาที่นี่เพื่อจะจ้างงานใช่หรือไม่? เป็นนายหน้าหรือเปล่าล่ะ? ถ้าเป็นเช่นนั้นฉันจะบอกไว้ตรงนี้เลยว่าค่าแรงขั้นต่ำของพวกเราคือสามแสนหยวนและราคาจะผกผันไปมาตามความยากของงาน อีกทั้งพวกเราจะไม่ยอมรับงานที่มีค่าจ้างน้อยกว่าที่บอกไปตอนแรกเด็ดขาด” หญิงสาวกล่าวออกมาอย่างเย็นชาในขณะที่เธอยังคงก้มหน้าต่อไป แม้ใบหน้าของเธอจะเต็มไปด้วยความสดใสแต่ทว่าน้ำเสียงของเธอกลับให้ความรู้สึกที่เยือกเย็น
สามแสนหยวนงั้นเหรอ!
ฉับพลันเร็วเท่ากับความคิด โม่ฝานกำลังรู้สึกยากลำบากและกระอักกระอ่วนอย่างยิ่ง เขารีบปล่อยมือจากอมยิ้มที่คิดจะยื่นให้เด็กหญิงก่อนหน้านี้ลงในกระเป๋ากางเกงเช่นเดิม
“อืม…. เอ่อ… ฉันมาที่นี่เพื่อสัมภาษณ์น่ะ อีกทั้งสมาคมนักล่าได้เขียนจดหมายแนะนำตัวของฉันส่งให้พวกคุณแล้ว คุณเป็นเจ้าของที่นี่รึเปล่าล่ะ?” โม่ฝานถามออกไปอย่างเคอะเขิน
ปึก!
เด็กหญิงปิดหนังสือเล่มโปรดของเธอเสียงดังพร้อมกับกระแทกมันลงบนเก้าอี้ ใบหน้าที่สวยงามและสายตาเฉียบแหลมเงยขึ้นมาพร้อมจ้องมองที่โม่ฝานอย่างไม่วางตา “คุณแน่ใจงั้นเหรอว่าจะสามารถทำงานได้? คุณอายุน้อยมากเกินไป!”
เอ่อ….
ขากรรไกรของโม่ฝานอ้าออกอย่างไร้การควบคุมเมื่อได้ยินประโยคนั้น
ฉันยังเด็กเกินไปงั้นเหรอ?
ทำไมคุณถึงไม่จ้องมองกระจกบ้างล่ะสาวน้อย! อายุของคุณน่ะไม่ถึงสิบสองด้วยซ้ำรึเปล่า?!?
“หลิงหลิง มีลูกค้างั้นเหรอ?” ฉับพลันเสียงชายชราจากด้านในของร้านดังขึ้นมา
“คุณปู่ เขาบอกว่ามาเพื่อสัมภาษณ์ แต่ฉันดูแล้วว่าเขายังเด็กเกินไป ฉันแนะนำให้ปฏิเสธเขาไปเถอะ” หลิงหลิงตอบกลับชายชราคนนั้นพร้อมก้มลงอ่านหนังสือของเธอต่ออย่างไร้เยื่อใย
“….” โม่ฝานมองเด็กน้อยคนนี้ด้วยแววตาที่หดหู่ เขาไร้คำพูดกล่าวใดๆ ในสถานการณ์เช่นนี้เขาควรจะทำอย่างไรล่ะ? หัวเราะหรือร้องไห้ดี?
“เด็กหนุ่มไฟแรงนั้นยอดเยี่ยมเสมอ! พวกเขาจะไม่เกรงกลัวอันตรายและชอบที่จะเผชิญกับปัญหา แต่ถ้าพวกเขาต้องตายในภารกิจมันก็คงจะน่าเสียดายเกินไปที่เขาเหล่านั้นยังไม่มีโอกาสที่จะได้สนุกสนานกับโลกที่ยิ่งใหญ่ใบนี้” ชายชรากล่าวออกมา
“…” เมื่อได้ยินประโยคนั้น โม่ฝานรู้สึกกระอักกระอ่วนมากยิ่งขึ้นเป็นเท่าทวี
แต่เนื่องจากในตอนนี้เขาได้เดินมาถึงจุดหมายแล้ว เขาไม่อยากถูกปฏิเสธในการสัมภาษณ์ครั้งแรกนี้
โม่ฝานกำลังขยับขาเพื่อที่จะก้าวเข้าไปในร้านเพื่อสัมภาษณ์ แต่ทันใดนั้นเองมีหญิงสาวคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นตรงทางแยกของถนน ท่าทางของเธอช่างเร่งรีบและดูวุ่นวายอย่างมาก เห็นได้ชัดเจนว่าเธอกำลังมองหาหน่วยล่าฉิงเทียนอยู่ อย่างไรก็ตามดูเหมือนว่าเธอคงจะล้มเหลวในการค้นหา สายตาของเธอมีปัญหากับการมองหาป้ายชื่ออย่างแน่นอน
“คุณปู่ มีแกะอ้วนโผล่มาน่ะ” เด็กหญิงชื่อหลิงหลิงกล่าวออกมากับชายชรา
“ยังไงกัน?”
“หญิงสาวที่ร่างกายเต็มไปด้วยเครื่องประดับราคาแพง พร้อมกับเสื้อผ้าที่หรูหราของเธอปรากฏตัวขึ้นหน้าร้าน ท่าทางของเธอเต็มไปด้วยความประหม่าน่ะนะ”
โม่ฝานที่ยืนฟังอยู่ตรงนั้นรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?! มันคือองค์กรณ์นักล่าหรือว่ากลุ่มลับซ่องสุ่มโจรกันแน่?!
เป็นไปตามที่คาดเดาไว้ หญิงสาวร่ำรวยคนนั้นเดินเข้าไปในร้านด้านในภายใต้การนำของหลิงหลิง เธอเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าชายชราผู้ที่กำลังคาบไปป์อยู่อย่างสบายอารมณ์
โม่ฝานซึ่งเดินตามเข้ามาด้วยกำลังงุนงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น จากนั้นเขาย้ายก้นของตนเองไว้แถวๆนั้นอย่างไม่รู้จะทำอย่างไร อีกทั้งเขาต้องการจะฟังหญิงสาวคนนั้นพูดเรื่องราวต่างๆด้วยเช่นกัน
‘โธ่ ใครจะไปคาดคิดว่าองค์กรณ์เช่นนี้จะมีหญิงสาวรูปร่างโดดเด่นงดงามหมดจดเข้ามาแวะเวียนล่ะ? เห็นไหม? เพียงฉันมาที่นี่วันแรกก็ได้พบกับดอกไม้งามเสียแล้ว นี่แค่วันแรกเท่านั้น! เอาล่ะ ฉันตั้งใจแล้วว่าฉันจะเข้าร่วมหน่วยล่าฉิงเทียนนี้ให้ได้….’
“คุณกำลังจะบอกว่าสามีของคุณกลายเป็นอสูรร้ายและออกไปฆ่าคนในทุกค่ำคืนงั้นเหรอ?” สายตาของชายชรานั้นดูเหมือนจะเหล่เล็กน้อย แม้ว่าท่าทางของเขาจะดูจริงจังในการรับฟังปัญหา แต่ทว่าโม่ฝานมองออกอย่างชัดเจนว่าเขากำลังจ้องมองลำธารลึกคับแคบที่ตรงกลางของภูเขาใหญ่สองลูกนั้น!
“ใช่ ใช่แล้ว! ในคราวแรกฉันไม่เคยคิดจะเชื่อมาก่อน จนกระทั่งเมื่อเช้านี้… เมื่อเช้าฉันหยิบเสื้อของสามีไปซัก เศษชิ้นเนื้อหล่นลงมาจากกระเป๋าเสื้อของเขา มันเต็มไปด้วยเลือดชุ่มฉ่ำ… ฉันเคยทำงานเป็นพยาบาลมาก่อนและสามารถแยกได้ว่ามันเป็นเนื้อหนังของคนหรือสัตว์…” หญิงสาวคนนั้นเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในตอนเช้าให้ชายชราฟังด้วยใบหน้าซีดขาวไร้โลหิต
โม่ฝานที่นั่งอยู่ใกล้ๆรู้สึกตกใจทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น
ย้อนกลับไปที่เหตุการณ์ภายในเมืองบ่อ โม่ฝานนั้นเคยพบเจอแต่อสูรเวทที่ปะปนมากับมนุษย์ หลบซ่อนอยู่ตามมุมมืดต่างๆ ทั่วทั้งซอกหลืบของเมือง แต่ทว่าเขาไม่เคยเจอกรณีอย่างเช่นสามีของหญิงสาวคนนี้มาก่อนเลย
เขาไม่เคยได้ยินเรื่องราวของอสูรเวทที่สามารถแปลงกายเป็นมนุษย์ได้มาก่อน!
“ถ้าหากว่าสามีของคุณเป็นอสูรเวทจริงๆ ผมบอกได้เลยว่าคุณก็คงจะไม่ได้มานั่งเล่าเรื่องราวของเขาอยู่ตรงนี้แน่” ชายชราตอบกลับ
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะทำอย่างไร! เขาดูปกติอย่างมากในตอนกลางวัน อีกทั้งตอนนี้ฉันโกหกเขาว่าจะออกไปร้านเสริมสวยและพุ่งมาที่นี่ในทันที คุณจะต้องช่วยเหลือฉัน! ฉันได้ยินมาว่าพวกคุณสามารถจัดการกับพวกสัตว์ประหลาดได้! ตอนนี้ฉันไม่สามารถเชื่อใจเขาได้อีกต่อไป อีกทั้งฉันไม่สามารถแยกแยะได้ว่าเขาเป็นมนุษย์หรือสัตว์ประหลาด ตอนนี้ลูกวัยสี่ขวบของฉันนอนอยู่ที่บ้าน! ฉันพยายามเกลี้ยกล่อมเขาเพื่อให้ลูกกลับไปอยู่กับพ่อแม่สักพัก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่ฉันพูดประเด็นนี้ออกมา ดวงตาของเขาจะแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงด้วยความโกรธจัดและมันจะกลับเป็นปกติเมื่อฉันยอมไม่พาลูกไปไหน ในคืนนี้ฉันต้องกลับไปที่บ้าน… ฉันกลัวว่าฉันกับลูกจะไม่สามารถรอดพ้นคืนนี้ไปได้…” หญิงสาวกล่าวออกมาด้วยดวงใจที่แตกสลาย น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองของเธออย่างอัดอั้น
“คุณบอกเรื่องนี้กับตำรวจหรือยัง?” ชายชราถามออกไป
“ไม่ ฉันรู้ว่าพวกเขาจะปฏิเสธทันทีที่ฉันเล่าจบ”
หลิงหลิงที่นั่งอยู่อีกด้านหนึ่งกล่าวขึ้นมาอย่างใจเย็นพร้อมกับความเห็นใจ “สิ่งที่คุณพูดในตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะกล่าวหาว่าสามีของคุณเป็นสัตว์ประหลาดหรอกนะ ลองคิดในอีกแง่มุมดูไหม? สามีของคุณอาจจะเป็นแค่ฆาตรกรโรคจิตที่ชื่นชอบการฆ่าหั่นศพหรือสะสมของแปลกๆอย่างเช่นผิวหนังของมนุษย์อะไรทำนองนั้น”
หลังจากที่ได้ยินเด็กหญิงกล่าวออกมาเช่นนั้น โม่ฝานรู้สึกตื่นตระหนกในทันทีพร้อมกับหลุดโพล่งเสียงของตนเองออกมาเล็กน้อยอย่างไม่อาจกักเก็บไว้ได้
‘บ้าเอ๊ย เธอควรจะพูดให้เป็นเชิงบวก ไม่ใช่ย่ำแย่ไปมากกว่าเดิมไม่ใช่เหรอ!!!’
••••••••••••••••••••