cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล - ตอนที่ 35

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Endless Path : Infinite Cosmos, อนันตวิถีจักรวาล
  4. ตอนที่ 35
Prev
Next

วาห์นเริ่มเสียใจกับการตัดสินใจของตัวเอง สมองของเขาเริ่มทำงานหนักขึ้นขณะที่พยายามนึกเรื่องที่ดูน่าเชื่อถือ

“คุณปู่เสียไปเมื่อหลายเดือนก่อน ท่านเป็นนักล่าที่ป่าตะวันตกแล้วนั่นก็เป็นที่ที่ท่านเลี้ยงดูผม ตอนผมยังเด็ก ปู่มักจะเล่าเรื่องในวัยหนุ่มและการผจญภัยให้ผมฟัง ผมมานี่หลังจากที่ปู่เสียเพื่อเจริญรอยตามเส้นทางของท่าน”

ก่อนที่เขาจะได้เล่าต่อ เฮเฟสตัสก็เริ่มถามเขาอีกครั้ง

“เห? แล้วปู่เธอได้ไปผจญภัยที่ไหนบ้างล่ะ? เรื่องเกิดขึ้นมานานแค่ไหนแล้ว? แล้วเธอเคยใช้ดาบเล่มนี้หลังจากที่ปู่ทิ้งมันไว้ให้เธอเท่านั้นเองเหรอ?” เธอยังคงถามเชิงกดดันเพื่อหาช่องโหว่ในเรื่องที่เขาเล่า

วาห์นเริ่มรู้สึกปั่นป่วนอย่างเห็นได้ชัด และ [จิตแห่งราชัน] ของเขาก็เริ่มทำงานอย่างไม่รู้ตัว เฮเฟสตัสสัมผัสถึงมันได้และเผยรอยยิ้มราวกับเธอได้รับชัยชนะไปแล้ว

“เรื่องพวกนี้น่าจะตอบได้ไม่ยากนะวาห์น นอกเสียจากว่า เธอวางแผนที่จะโกหกและไม่ได้เตรียมตัวมาดีกว่านี้”

เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น วาห์นก็มองเข้าไปในดวงตาของเธอ

“คุณเฮเฟสตัส ทุกคนล้วนมีสิ่งที่ตัวเองอยากจะปกป้อง ผมคิดว่าคุณอยากถามเรื่องดาบซะอีก ไม่ใช่เรื่องครอบครัวหรือพื้นเพของผม ผมคิดว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่เราตกลงกันไว้แต่แรกนะ”

เขาตัดสินใจที่จะเล่นไม้แข็งเพื่อปกป้องตนเองจากการเผยข้อมูลมากเกินไป [จิตแห่งราชัน] ดูเหมือนต้องการจะสนับสนุนเขาพร้อมกับที่มันเริ่มปลดปล่อยแรงกดดันอ่อนๆ เข้าใส่ร่างกายและจิตใจของเฮเฟสตัส

เธอหรี่ตาลงและมองเด็กหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าอย่างจริงจัง บางทีเธออาจจะทำเกินเหตุจากถามคำถามส่วนตัวมากเกินไป เธอไม่สามารถตอบโต้อะไรได้หากเขาจะโกรธที่เธอพยายามขุดคุ้ยความลับ เธอถอนหายใจเพื่อผ่อนคลายสีหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ

“ฉันผิดเองแหละ ฉันไม่ควรถามเรื่องอดีตของเธอ แต่ฉันก็ยังอยากรู้ว่าเธอเคยใช้ดาบเล่มนี้นานแค่ไหนแล้วตั้งแต่ที่ได้รับมันมา นี่น่าจะเป็นคำถามที่พอจะตอบได้นะ”

วาห์นรู้สึกดีขึ้นและเริ่มลด [จิตแห่งราชัน] ลงเล็กน้อย เขาครุ่นคิดเรื่องคำถามข้อนี้ก่อนตัดสินว่ามันไม่ได้ออกนอกเรื่องจากที่พวกเขาตกลงกันไว้มากนัก

“ใช่ครับ ผมใช้ดาบเล่มนี้ภายในดันเจี้ยนมาสองสามวันแล้ว”

เมื่อได้ยินคำพูดของเขา เฮเฟสตัสรู้สึกว่าความอยากรู้ของตนก็เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว เธอพิจารณาว่าแร่เหล็กที่เป็นส่วนประกอบของดาบนั้นถูกตีซ้ำกว่า 100 ครั้งโดยใช้เทคนิคพิเศษหลากหลายแบบ แม้ว่าดาบจะถูกสลักอาคมเสริมพลังโจมตี แต่เธอก็คาดเดาได้ว่ามันช่วยเสริมแค่ความคมของใบมีดแต่ไม่ได้ช่วยเสริมเรื่องความทนทานเลย เนื่องจากวัตถุดิบมีคุณภาพต่ำ จึงไม่มีทางที่มันจะคงสภาพของใบมีดจากการใช้งานหลายครั้งได้ แต่ทว่าดาบที่อยู่เบื้องหน้าเธอนั้นมีสภาพที่ดูใหม่เอี่ยม… ราวกับว่ามันเพิ่งถูกตีขึ้นและขัดเงาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนนี้เอง

“เธอลงดันเจี้ยนไปถึงชั้นที่เท่าไหร่เหรอ? แล้วเลเวลของเธอล่ะ? เพราะเธอใช้บัตรผ่านชั่วคราว ฉันเดาว่าเธอคงเป็นนักสำรวจดันเจี้ยนอิสระใช่ไหม?”

วาห์นสังเกตว่าเธอเริ่มออกนอกประเด็นอีกแล้ว แต่เพราะเธอไม่ได้ถามเกี่ยวกับอดีตของเขาตรงๆ เขาจึงเลือกที่จะตอบมัน เขาไม่อยากทำให้เธออารมณ์เสียโดยเลี่ยงตอบคำถามที่คนส่วนใหญ่สามารถตอบได้ “ผมลงไปถึงชั้นที่ 7 ตามลำพัง และเลเวลของผมคือ 1 เพราะผมไม่เคยเข้าร่วมแฟมิเลียไหนมาก่อนเลย”

คิ้วของเฮเฟสตัสขมวดเข้าหากันหลังจากได้ยินคำตอบ ‘เขายังเป็นแค่เลเวล 1 แต่ไปถึงดันเจี้ยนชั้นที่ 7 เพียงลำพังอย่างนั้นเหรอ?’ นี่เป็นการยืนยันเรื่องที่เธอสงสัยว่าเด็กหนุ่มกำลังปิดบังอะไรบางอย่าง และเธอกำลังคิดจะทำให้เขาเผยมันออกมาก่อนที่ตนเองจะวางแผนขั้นต่อไป

“วาห์น ฉันพอเข้าใจถึงส่วนประกอบของดาบเล่มนี้แล้ว และรู้ว่ามันถูกสร้างมาจากวัตถุดิบที่ไม่ค่อยมีความคงทนเท่าไหร่ เธอสามารถรักษาใบดาบให้อยู่ในสภาพดีแบบนี้ได้ยังไงถ้าหากสิ่งที่เธอพูดเป็นความจริง? ใบดาบควรจะเสื่อมสภาพหลังจากสังหารมอนสเตอร์มากมายขนาดนั้น และของเหลวที่อยู่ในร่างกายของพวกมันน่าจะทำให้ใบดาบทื่อลงหลังจากใช้งานอย่างต่อเนื่อง ฉันบอกได้เลยว่ามีการลงอาคมเสริมพลังโจมตีให้กับดาบ แต่มันไม่สามารถอธิบายเรื่องสภาพของดาบในตอนนี้ได้”

แทนที่จะมองตรงมาทางเขา เธอเริ่มสำรวจอักษรรูนที่อยู่บนใบดาบอย่างใกล้ชิดพร้อมกับแกล้งทำเป็นไม่สนใจสิ่งที่เขาจะพูด

วาห์นไม่คิดว่าคำถามนั้นมีอะไรผิดปกติ ดังนั้นเขาจึงบอกเธอเรื่องการใช้หินลับคมในการดูแลรักษาดาบ

เฮเฟสตัสอดไม่ได้ที่จะคิดว่า ‘เขาดูแลรักษาดาบด้วยตัวเองโดยใช้แค่หินลับคมเนี่ยนะ?’

ในฐานะช่างตีเหล็กมืออาชีพ เธอเคยใช้หินลับคมนับร้อยนับพันในการทำงานของเธอ และไม่มีหินอันไหนเลยที่ทำให้เกิดผลลัพธ์เหมือนดาบที่เธอถืออยู่ได้

“ขอฉันดูหินลับคมที่เธอใช้หน่อยได้ไหม? ฉันสงสัยเหลือเกินว่าวัตถุดิบแบบไหนที่สามารถทำให้ตัวดาบเงางามได้ขนาดนี้”

โดยไม่ได้คิดอะไรมาก วาห์นตัดสินใจส่งหนึ่งในหินลับคมให้ เท่าที่เขารู้มา มันไม่มีความแตกต่างระหว่างหินลับคมที่เขาใช้กับหินลับคมทั่วไป

เมื่อเขาส่งหินแบนๆ ให้กับเฮเฟสตัส ดวงตาของทั้งสองก็เบิกกว้างเมื่อหินกระเด็นออกจากมือของเธอด้วยตัวมันเอง

พวกเขาทั้งคู่มองไปยังหินที่ตกลงสู่พื้นด้วยสีหน้างงๆ เฮเฟสตัสมองอย่างเหลือเชื่อไปทางวาห์นเพื่อขอคำอธิบายขณะที่พี่สาวเริ่มพูดขึ้นในหัวของเขา

(*วาห์น เธอไม่สามารถมอบไอเท็มที่ได้รับผ่านระบบให้กับคนอื่นโดยปราศจากการทำงานของระบบ ‘ของขวัญ’ ได้นะ โดยเฉพาะในกรณีของไอเท็มที่ได้รับมาจากเรคคอร์ดอื่นด้วยแล้วยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย*)

วาห์นลองคิดดูแล้วก็คงเป็นแบบที่ว่าจริงๆ และก้มลงไปเก็บหินจากพื้น เขาหันกลับมายิ้มแห้งๆ ให้กับเฮเฟสตัสผู้ที่ยังคงจ้องมองการเคลื่อนไหวของเขา

“ขอโทษด้วยครับ คุณเฮเฟสตัส ดูเหมือนว่าคนอื่นจะใช้หินอันนี้ไม่ได้”

เฮเฟสตัสอยากรู้ความหมายที่อยู่เบื้องหลังคำพูดนั้นมาก เมื่อเธอแตะต้องตัวหินไม่ได้ เธอจึงขอตรวจสอบหินในขณะที่เขาถือมันอยู่แทน

วาห์นพยักหน้าพร้อมกับยื่นมือที่ถือหินออกมา

เฮเฟสตัสใช้สายตาของเธอในการดูหินที่อยู่ในมือของวาห์นอย่างใกล้ชิดเท่าที่เธอจะทำได้แต่ก็ไม่สามารถเห็นความพิเศษของมันได้เลย ดูเหมือนว่ามันจะทำมาจากโนวาคูไลท์และแร่ธาตุหนาแน่นประเภทอื่นๆ และเธอสัมผัสถึงการเสริมอาคมหรือคำสาปที่ป้องกันไม่ให้คนอื่นถือมันไม่ได้เลย

เพื่อเป็นการทดสอบ เธอลองใช้เครื่องมือสัมผัสกับหินแทน แต่ดูเหมือนว่าจะมีแรงโต้กลับมาเล็กน้อยเพื่อผลักเครื่องมือออกไป เธอยิ่งสับสนหนักกว่าเดิมและเริ่มอยากรู้ที่มาที่ไปของหินก้อนนี้มากขึ้นทุกที

“วาห์น เธอได้หินลับคมนี่มาจากไหนเหรอ? มันดูเหมือนกับหินทั่วไป แต่กลับมีพลังลึกลับที่แม้แต่ ‘นัยน์ตาเทพ’ ของฉันเองก็ไม่สามารถตรวจจับได้”

วาห์นเริ่มรู้สึกเหมือนทำพลาดเข้าให้แล้ว สิ่งที่เขาคิดว่าเป็นหินลับคมทั่วไปกลับกลายเป็นดึงดูดความสนใจที่ไม่จำเป็นจากเทพธิดาที่อยู่เบื้องหน้ามากกว่าเดิม แถมเขายังไม่มีคำอธิบายดีๆ ให้เธอด้วย

ในขณะที่เขากำลังคิด เฮเฟสตัสก็ยื่นมือไปยังหนึ่งในอาวุธที่ถูกตั้งแสดงไว้ใกล้กับโต๊ะของเธอ เธอใช้ผ้าประหลาดถูไปยังพื้นผิวของใบดาบ เพื่อลดความแวววาวของมัน

เธอหันไปหาวาห์นและส่งดาบให้กับเขา

“ฉันอยากเห็นทักษะการลับอาวุธของเธอ ช่วยแสดงวิธีใช้หินลับคมให้ฉันดูหน่อยสิ เพราะฉันไม่สามารถทำด้วยตนเองได้ ฉันเลยอยากจะเห็นว่ามันจะส่งผลต่อไอเท็มคุณภาพสูงยังไง”

เนื่องจากวาห์นไม่รู้ว่าจะหาทางออกจากสถานการณ์นี้ยังไง เขาจึงตัดสินว่าเป็นการดีที่สุดที่จะเดินหน้าต่อแทนการถอยกลับ การถอยตอนนี้คงเป็นอะไรที่น่าสมเพชเอามากๆ แถมเขายังไม่ต้องการสร้างความขัดแย้งระหว่างตัวเขากับเทพธิดาที่แข็งแกร่งเป็นอันดับ 3 ภายในเมืองอีกด้วย เขารับดาบมาและเริ่้มใช้หินลับคมในแบบที่เขาเคยทำมาแล้วหลายครั้งก่อนหน้านี้

เฮเฟสตัสจ้องมองอย่างใกล้ชิด และอย่างแรกที่เธอเห็นคือเขาไม่รู้วิธีใช้หินลับคมที่ถูกต้อง เธอเริ่มสงสัยว่าเขาอาจโกหกเธอมาตลอด แต่เมื่อหินลับคมสัมผัสกับตัวดาบ ความกังวลของเธอก็มลายหายไป ในช่วงเวลาที่หินลับคมสัมผัสกับใบดาบที่ไร้ประกาย มันก็เริ่มส่องสว่างด้วยแสงสีขาวบางๆ ซึ่งมีเพียงแต่เทพเท่านั้นที่จะมองเห็นมันได้ การลับคมแต่ละครั้งค่อยๆ เพิ่มความสว่างออกมาจนถึงการลับครั้งที่สามซึ่งมันทำให้ประกายแสงของดาบส่องสว่างเจิดจ้าก่อนที่จะคืนสู่สภาพใหม่เอี่ยม แม้แต่รอยบากตรงดาบที่เธอเคยทำเอาไว้ก็หายวับไปกับตา

เธอรับดาบที่เขาส่งคืนให้และเริ่มตรวจสอบมันด้วยทุกวิธีที่เป็นไปได้ คมดาบอยู่ในสภาพสมบูรณ์แบบ! ถึงขนาดที่สภาพก่อนหน้านี้ยังเทียบไม่ติดเลย เนื่องจากดาบเล่มนี้ยังไม่ได้ถูกลับคมอย่างเหมาะสมเพราะเป็นแค่อุปกรณ์ที่จัดแสดงไว้เท่านั้น ตอนนี้ใบดาบส่องประกายแหลมคมราวกับจะตัดได้แม้กระทั่งสายตาของผู้ที่จ้องมองมัน

เพื่อเป็นการทดสอบ เธอลองใช้ผลงานจัดแสดงอีกชิ้นมาทดสอบความคมกับดาบที่เพิ่งถูกลับ ดาบเล่มแรกนั้นตัดเข้าไปในดาบเล่มที่สองได้อย่างง่ายดายแม้ว่าวัตถุดิบและกรรมวิธีในการสร้างจะคล้ายกันมากก็ตาม…

เธอมองหินที่อยู่บนมือของวาห์นด้วยความสนใจแต่กลับพบว่ามันกลายเป็นฝุ่นผงไปแล้ว

“หินนั่นทำไมกลายเป็นแบบนั้นล่ะ?” เธอไม่เข้าใจว่าหินลับคมจู่ๆ จะกลายเป็นฝุ่นผงทั้งๆ ที่มันเพิ่งถูกใช้ไป

วาห์นยักไหล่และตอบกลับด้วยสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว “มันไอเท็มที่ใช้ได้ครั้งเดียวครับ”

เธอบอกได้เลยว่าเขาพูดความจริงและเริ่มรู้สึกเสียดายอุปกรณ์ระดับเทพนี่เข้าให้แล้ว แม้ว่าหินลับคมจะใช้งานได้เพียงครั้งเดียว แต่มันอาจเป็นสิ่งที่มีค่ามากสำหรับทุกแฟมิเลียที่เข้าไปสำรวจภายในดันเจี้ยน หากมันสามารถฟื้นฟูสภาวะเสียหายของอาวุธให้อยู่ในสภาพดีที่สุดได้ มันจะกลายเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์อย่างเหลือเชื่อในการสำรวจระยะยาว

“วาห์น เธอพอจะบอกได้ไหมว่าเธอเจอหินนี่ที่ไหน? มันสามารถช่วยชีวิตคนได้มากมายภายในดันเจี้ยนถ้านักผจญภัยไม่ต้องกังวลเรื่องความเสียหายของอาวุธจากการใช้งานหนักเกินไป”

วาห์นส่ายหัวของตนและเลือกที่จะพูดความจริง

“ผมไม่สามารถบอกได้ว่านำมันมาจากไหน เนื่องจากมันเป็นความลับที่สำคัญมากและผมก็ไม่สามารถบอกเรื่องนี้กับใครได้เลย…”

//เริ่มต้นภารกิจเสริม//

[ภารกิจ: โน้มน้าวให้เฮเฟสตัสเผยดวงตาที่ซ่อนอยู่]

ระดับ:(G)

รางวัล: ได้รับสกิล: [ช่างตีเหล็ก], 1x พรจากเฮเฟสตัส

เงื่อนไขความล้มเหลว: เสียชีวิต, ระยะเวลาผ่านไป 30 วินาที เหลืออีก [0 นาที 19 วินาที]

ผลจากความล้มเหลว: แต้มกรรม -100

วาห์นประหลาดใจกับการแจ้งเตือนที่ปรากฏขึ้นในระหว่างการสนทนา และเริ่มตกใจหลังจากเห็นเงื่อนไขความล้มเหลว เขาเหลือเวลาอีกไม่ถึง 20 วินาทีเนี่ยนะ!?

เนื่องจากเขาไม่สามารถคิดอะไรดีๆ ออกภายในเวลาอันสั้น เขาจึงตัดสินใจที่จะพูดประโยคเดิมซ้ำ

“ผมไม่สามารถบอกได้ว่านำมันมาจากไหน เนื่องจากมันเป็นความลับที่สำคัญมาก แต่ผมสามารถใช้มันเพื่อสนับสนุนเฮเฟสตัสแฟมิเลียได้ถ้า…”

แม้ว่าเธอจะผิดหวังที่เขาไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับหินลับคม แต่เธอก็เริ่มอยากรู้เมื่อเห็นท่าทางลังเลของเขาขณะที่ค่อยพูดๆ ใหม่อีกครั้ง

“ถ้าอะไรเหรอ วาห์น?” เธอถาม

“ผมจะใช้หินลับคมเพื่อสนับสนุนแฟมิเลียของคุณถ้าคุณยอมถอดที่ปิดตานั่นออก เพราะว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความลับที่สำคัญมาก มันคงจะเป็นการยุติธรรมหากคุณยอมเผยความลับของตัวคุณเองเช่นกัน…”

เมื่อได้ยินคำพูดถัดมาของวาห์น ความอยากรู้ทั้งหมดของเธอก็หายไปสิ้นเชิง ตอนนี้ความโศกเศร้าและความผิดหวังฉายอยู่บนใบหน้าของเธอแทน

วาห์นเกือบจะหลุดคำขอโทษออกไปแทบทันที เขายังคงพยายามคิดถึงวิธีโน้มน้าวให้เธอถอดที่ปิดตาออก และยิ่งตื่นตระหนกเมื่อระยะเวลาใกล้จะหมดลงแล้ว

เฮเฟสตัสถอนหายใจแต่ก็สังเกตได้ว่าวาห์นเริ่มตัวเกร็งตามอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของเธอ เธอคิดว่าเขาแค่รู้สึกสนใจเฉยๆ และไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอขุ่นเคือง

เขาเองก็พูดถูก เธอพยายามหลายต่อหลายครั้งเพื่อขุดคุ้ยความลับของเขาออกมาโดยไม่มีอะไรมาเปลี่ยนเลย หากเขาต้องการเห็นดวงตาของเธอเป็นการแลกเปลี่ยนกับหินลับคมวิเศษพวกนั้น มันก็เป็นการแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรมเมื่อพิจารณาถึงประโยชน์ที่แฟมิเลียของเธอจะได้รับ

“ก็ได้วาห์น… แต่เธอควรรู้เอาไว้นะว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังที่ปิดตานี่ไม่ใช่สิ่งน่าสนใจหรือน่าพิศวงอะไรเลย ที่จริงแล้ว มันอาจทำให้เธอรังเกียจด้วยซ้ำ… เธอยังยืนยันที่จะดูมันอีกไหม?”

เธอมองเข้าไปในดวงตาขณะที่เขาเริ่มใจเย็นลง เธอสามารถเห็นดวงตาของเขาได้อย่างชัดเจนขณะที่เขามองกลับและทำให้เธอเผยรอยยิ้มอันอ่อนโยน

“ขอร้องล่ะ ผมอยากจะเห็นจริงๆ ครับ”

วาห์นรู้ว่าเธอมักจะโดนดูถูกจากเหล่าทวยเทพที่อยู่บนสวรรค์ และนั่นเป็นสาเหตุที่เธอกลายมาเป็นเพื่อนกับเฮสเทีย เฮสเทียเป็นเทพธิดาเพียงองค์เดียวที่เห็นดวงตาของเธอและไม่มีท่าทีหวาดกลัวหรือแสดงความรังเกียจ แม้ว่าเขาไม่เคยคิดถามเรื่องนี้ก่อนภารกิจจะเริ่ม แต่เขาก็อยากรู้เหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้เหล่าทวยเทพรังเกียจพวกเดียวกันได้มากมายขนาดนั้น โดยเฉพาะเมื่อเธอเป็นถึงช่างตีเหล็กที่มากไปด้วยความสำเร็จ

เฮเฟสตัสเห็นว่าเขายังยืนกรานเหมือนเดิม ดังนั้นเธอจึงถอดที่ปิดตาออก หลังจากลังเลชั่วครู่ เธอก็ค่อยๆ มองดูเด็กหนุ่มเพื่อประเมินท่าทีของเขา แม้เธอจะพยายามทำเป็นไม่กังวล แต่นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เธอหวาดหวั่นมาโดยตลอด ทำให้เธอสูญเสียความมั่นใจแบบไม่รู้ตัวทุกครั้งที่มีคนเห็นมัน เธอมองตรงไปที่เขาพร้อมกับคาดหวังว่าจะได้เห็นสีหน้ารังเกียจหรือดูถูกที่ทุกคนยกเว้นแต่เพื่อนรักของเธอมักแสดงออกมา… แต่มันกลับไม่ใช่แบบนั้น

เขายังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าขณะที่มองตรงไปยังดวงตาที่เสียโฉมของเธอ ไม่มีความรังเกียจหรือการแกล้งทำใดๆ ทั้งสิ้น มีเพียงแค่ความสนใจ ความโล่งอก และแม้แต่… ความกังวลเหรอ?

ขณะที่ความคิดทั้งหลายหมุนวนอยู่ในหัวของเธอ วาห์นก็ยังคงมองดูดวงตาข้างนั้นต่อไป

ส่วนที่เป็นตาขาวนั้นมีสีดำสนิท และกำลังล้อมรอบนัยน์ตาสีแดงเข้มที่ส่องประกายอยู่ตรงกลาง ดวงตาของเธอคล้ายกับตาของปีศาจ แถมผิวตรงส่วนที่อยู่รอบดวงตานั้นยังดูผิดจากคนทั่วไป มันดูเหมือนผิวหนังที่แห้งจนเป็นรอยย่นสีแดงคล้ายกับรอยเลือดรอบๆ ดวงตาของเธอ

วาห์นโล่งอกหลังจากที่เห็นมันแล้วเพราะมันไม่ได้แย่เหมือนกับที่เขาเคยได้ยินจากในเนื้อเรื่อง เขากลับคิดว่ามันออกจะดูเท่ดี… แต่เขาก็พอมองออกจากสีหน้าของเฮเฟสตัสว่ามันคือต้นเหตุที่สร้างความเจ็บปวดมากมายให้กับเธอ เขาเริ่มคิดหาวิธีรักษาและเริ่มสอบถามพี่สาวทันที

เฮเฟสตัสยังคงมองไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่ม และพบว่าเขาสามารถมองดูเธอแบบตรงๆ ได้นานโดยสีหน้ายังคงไม่เปลี่ยนแปลง เธอยิ่งสนใจเด็กหนุ่มคนนี้มากกว่าเดิม เพราะเขาเป็นคนที่สองในรอบหลายล้านปีที่มีปฏิกิริยาแบบนี้ เธอรู้สึกเกือบจะร้องไห้ออกมาขณะที่ยังคงเพลิดเพลินไปกับความอ่อนโยนในสายตาของเขา

“เจ้าหนู เธอไม่กลัวตาของฉันเลยเหรอ? ทั้งๆ ที่มันดูน่ารังเกียจแบบนี้เนี่ยนะ?” นี่เป็นครั้งแรกที่สีหน้าของวาห์นเปลี่ยนไปนับตั้งแต่ที่เธอถอดที่ปิดตาออก ดูเหมือนว่าเขาจะสับสนกับคำถามของเธอ

“เป็นคำถามที่งี่เง่าจริงๆ ถึงดวงตาของคุณจะแตกต่างไปบ้าง แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงตัวตนของคุณ ทำไมผมถึงต้องกลัวด้วยทั้งที่เราทั้งคู่ก็พูดคุยกันมาตั้งนานแล้วแล้ว?”

นั่นเป็นสิ่งที่วาห์นคิดจริงๆ เนื่องจากเขามักเคารพสิ่งที่เฮเฟสตัสทำในอนิเมะอยู่เสมอ เธอมักจะใจดีกับคนที่เธอห่วงใย เธอถึงขนาดสร้างมีดสั้นราคา 200,000,000 วาลิสให้กับเบลล์เพราะเฮสเทียขอร้อง เธอไม่สมควรถูกมองว่าเป็นสัตว์ประหลาดจากคนรอบข้างเพราะแท้จริงแล้วเธอเป็นหญิงสาวใจดีและอ่อนโยนคนหนึ่งเลยทีเดียว

เฮเฟสตัสถึงกับหน้าถอดสี เธอสัมผัสไม่ได้ถึงน้ำเสียงโกหกในคำพูดของเขาและบอกได้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกแย่ที่เห็นดวงตาของเธอ แต่กลับรู้สึกแย่ที่เธอคิดว่าเขาจะรู้สึกขยะแขยงเมื่อได้เห็นมัน เธอตัดสินใจว่าจะประเมินเด็กหนุ่มคนนี้ใหม่และเริ่มตรวจสอบรูปลักษณ์ของเขา

เธอพบว่าที่จริงแล้วเขาเป็นคนที่หล่อเหลาแม้จะยังดูเด็กไปบ้าง… ภายในเวลาไม่กี่ปี เขาจะต้องเติบโตกลายเป็นนักผจญภัยที่มีความสามารถ แถมตอนนี้เขายังไม่มีแฟมิเลียด้วย นอกจากนี้ยังมีออร่าพิเศษที่เขาใช้ซึ่งหมายความว่า “คุณปู่” ของเขาต้องไม่ใช่นักผจญภัยทั่วไปที่ผันตัวไปเป็นนักล่าแน่นอน…

และแล้วเธอก็นึกบางอย่างออกพร้อมกับมองไปทางวาห์นด้วยดวงตาที่ส่องประกาย “วาห์น เธออยากจะเข้าร่วมแฟมิเลียของฉันไหม?”
—————

Prev
Next

YOU MAY ALSO LIKE

ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด
ตกหลุมร้าย! ยากูซ่าพ่อลูกติด
30 กันยายน 2022
ปก-2-696×193
Rise of the White Dragon การตื่นขึ้นของมังกรขาว
5 กรกฎาคม 2022
600-2
World of Beasts I Can See Their Hidden Stats!
22 กันยายน 2021
Fishing-the-Myriad-Heavens
Fishing in the Myriad Heavens
28 สิงหาคม 2021
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 35"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved