cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 94 Weaponizing

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 94 Weaponizing
Prev
Next

ในช่วงเวลากลางดึกของคืนวันเดียวกันกับที่นากาได้เริ่มต้นการฝึกซ้อมของเขาในความฝันกับพาเทียซ์นั้น ทางด้าน เดริค เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินวัยไล่เลี่ยกันกับนากา ผู้ที่เป็นคนขับรถพาพวกนากาหนีกลับไปยังเมืองรีมินัสในระหว่างเหตุการณ์บุกโจมตีปราสาทเมื่อสามสัปดาห์ก่อนเองก็กำลังยืนคุยอยู่กับชายอีกคนหนึ่งอยู่ที่หน้าร้านเหล้าแห่งหนึ่งที่อยู่ในเขตชานเมืองของกราวิทัส
 

ซึ่งถึงแม้ชายวัยกลางคนที่เป็นคู่สนทนาของเดริคที่แต่งกายด้วยชุดบาร์เทนเดอร์นั้นจะมีท่าทีร้อนรนเหมือนกับว่าอยากจะกระโดดขึ้นรถม้าที่จอดอยู่ด้านหลังของเขาและออกเดินทางเต็มแก่แล้วก็ตาม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงเอ่ยปากพูดย้ำกับเดริคขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งอยู่ดี

 

“ถ้างั้นฉันฝากบาร์ของฉันไว้กับเธอด้วยละกันนะเดริคคุง เอาไว้เดี๋ยวเสร็จเรื่องที่รีมินัสแล้วฉันจะรีบกลับมาละกันนะ”

 

“ครับ! คุณน้าไว้ใจผมได้เลย!”

 

“อื้มๆ ถ้างั้นเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนเลยละกันนะ อ๋อ แล้วก็อย่าลืมนะว่าเธอรับกระเป๋าจากลูกค้าคนที่ฉันบอกเอาไว้เอาไปใช้ได้ตามสบายเลยนะ”

 

ชายวัยกลางคนพูดตอบเดริคกลับไปด้วยความกังวลก่อนที่เขาจะโหนตัวขึ้นไปนั่งบนรถม้าที่อยู่ด้านหลังแล้วจึงชะโงกหน้าออกมาพูดย้ำกับเดริคอีกครั้งหนึ่ง

 

“อย่าลืมว่าเธอรับกระเป๋าของลูกค้าคนนั้นไปใช้ได้ตามสบายเลยนะ ไม่ต้องเก็บเอาไว้มารอมอบให้ฉันทีหลังล่ะเข้าใจมั้ย”

 

“ครับผม เข้าใจแล้วครับ”

 

เดริคพูดตอบชายวัยกลางคนที่ยังคงมีท่าทีหวั่นๆ อยู่เล็กน้อยกลับไปก่อนที่ทันใดนั้นเองรถม้าจะออกเคลื่อนตัวและวิ่งหายไปตามถนนในยามค่ำคืน ซึ่งท่าทีกังวลจนเกือบจะถึงขั้นวิตกจริตของเจ้าของบาร์เหล้าก็ได้ทำให้เดริคได้แต่เกาหัวของตนเองด้วยความสงสัย

 

“จะอะไรมากนักกับแค่กระเป๋ากันล่ะเนี่ย… เอาเถอะ คิดมากไปก็เท่านั้นล่ะมั้ง”

 

เดริคพูดกับตัวเองก่อนที่เขาจะยืนบิดยืดเส้นยืดสายและเดินกลับเข้าไปด้านในบาร์เล็กๆ ที่อยู่เบื้องหลัง เพื่อที่จะได้จัดโต๊ะและเก้าอี้ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยรอต้อนรับลูกค้าที่อาจจะเข้ามาใช้บริการกันในคืนนี้

 

แต่ว่าจนแล้วจนรอดเดริคก็ได้แต่นั่งรอจนแทบจะนอนยืดลงไปกับเคาน์เตอร์เพราะว่าผ่านมานับชั่วโมงแล้วก็ยังไม่มีลูกค้าเข้ามาเลยแม้แต่สักคนเดียวจนทำให้เขาได้แต่หันกลับไปมองตรวจดูขวดเครื่องดื่มหลากหลายชนิดและนั่งอ่านทวนส่วนผสมของเครื่องดื่มชนิดต่างๆ ฆ่าเวลาไปเพื่อที่จะได้ไม่เกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาจนทำให้ร้านของผู้ว่าจ้างของเขาในคราวนี้ที่ไม่ได้กดค่าจ้างเอาเปรียบเขาแถมยังอนุญาตให้เขารับทิปจากลูกค้าได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยเสียชื่อเสียงขึ้นมา

 

กรึ๊งกรึ๊ง…

 

“บาร์ที่กลับมาเปิดใหม่… ที่นี่งั้นสินะ ให้ตายสิ นัดสถานที่ได้โหลยโท่ยชะมัด…”

 

“อ่ะ ยินดีต้อนรับครับ!”

 

เสียงของกระดิ่งติดประตูที่ดังขึ้นมาในจังหวะเดียวกับที่ประตูถูกเปิดออกและตามมาด้วยเสียงบ่นของผู้มาเยือนได้ทำให้เดริครีบผุดลุกขึ้นมาและพูดกล่าวต้อนรับลูกค้ารายแรกของเขาในทันที ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาได้พบกับหญิงสาวผมสีแดงนัยน์ตาสีเหลืองที่สวมใส่ชุดผ้าคลุมเหมือนกับนักเดินทางที่หิ้วกระเป๋าเหล็กใบใหญ่สองใบเอาไว้ในมือ

 

“หา…?”

 

หญิงสาวผมสีแดงที่เพิ่งจะเดินผ่านเข้าประตูมาได้เลิกคิ้วด้วยความแปลกใจเมื่อเธอได้พบกับเดริคที่ยืนอยู่ด้านหลังเคาน์เตอร์ ซึ่งท่าทีสงสัยของลูกค้ารายแรกนั้นก็ทำให้เดริคได้พูดถามกลับไปในทันที

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”

 

“ไม่ใช่ว่าเจ้าของร้านนี้มันต้องเป็นตาแก่เงอะงะคนนึงหรือไง?”

 

“อ๋อ ถ้าเกิดว่าเป็นคุณเจ้าของร้านล่ะก็ตอนนี้เขาไปพักร้อนสักสองสามวันน่ะครับ”

 

“หืม? งั้นเธอรู้หรือเปล่าว่าวันนี้จะมีแขกมาหาแล้วก็ขอยืมใช้สถานที่หน่อยน่ะ?”

 

“อ๋อ คุณคงจะเป็นคุณไคเลอร์งั้นสินะครับ คุณเจ้าของร้านบอกผมเอาไว้ก่อนแล้วล่ะครับ ถ้ายังไงก็เชิญเลือกที่นั่งได้ตามสบายเลยครับ”

 

ไคเลอร์ หรือก็คือหญิงสาวผมสีแดงที่เคยโผล่มาให้นากาเห็นแล้วถึงสองครั้งด้วยกันในป่าข้างหมู่บ้านโมริกะและในป่าด้านหลังคฤหาสน์ของเวก้าได้เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยเมื่อเธอได้ยินเดริคพูดชื่อของเธอขึ้นมาได้อย่างถูกต้องก่อนที่เธอจะเดินตรงไปนั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้ตัวที่อยู่เบื้องหน้าของเดริคและวางกระเป๋าเหล็กทั้งสองใบของเธอลงไปบนเก้าอี้ตัวข้างๆ กันแล้วจึงเอ่ยปากถามเด็กหนุ่มที่ทำงานเป็นบาร์เทนเดอร์คนนี้ขึ้นมา

 

“ดูหน้าตาแล้วก็ยังเด็กอยู่เลยนี่… นี่อายุถึงเกณฑ์ที่เขากำหนดเอาไว้เกี่ยวกับการทำงานแบบนี้แล้วหรือยังล่ะ?”

 

“อึ๊ย—”

 

คำถามของไคเลอร์ถึงกับทำให้เดริคแอบสะดุ้งไปเล็กน้อย แต่ว่าไคเลอร์ก็กลับไม่สนใจท่าทีของเด็กหนุ่มและเหลือบตาไปมองยังขวดเครื่องดื่มที่เรียงรายเต็มตู้ด้านหลังของเขาอยู่ชั่วขณะแล้วจึงเอ่ยปากสั่งเครื่องดื่มกับบาร์เทนเดอร์หนุ่มขึ้นมา

 

“เอาเถอะ ยังไงก็ไม่ใช่เรื่องของฉันอยู่แล้ว ไหนลองส่งมาร์ตินี่มาสักแก้วสิ”

 

“ด—ได้เลยครับ อ่ะ–”

 

เดริคที่เพิ่งจะพูดรับคำสั่งเครื่องดื่มของไคเลอร์กลับไปได้ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเขาหันกลับไปมองดูหนึ่งในส่วนผสมของเครื่องดื่มที่ชื่อว่ามาร์ตินี่และพบว่าส่วนผสมสำคัญที่จำเป็นจะต้องใช้เหลืออยู่เพียงแค่ก้นขวดซะแล้ว

 

“อ่า… พอดีว่าส่วนผสมมันหมดน่ะครับ คุณไคเลอร์สนใจจะรับเป็นอย่างอื่นแทนมั้ยครับ?”

 

“เห~ ถ้างั้นก็ช่วยไม่ได้ล่ะนะ”

 

ไคเลอร์พูดตอบเดริคกลับไปด้วยน้ำเสียงลากยาว แต่ว่าสิ่งที่เธอทำก็กลับเป็นการหยิบเอาธนบัตรหนาปึกหนึ่งออกมายื่นให้กับเขาและพูดร้องสั่งขึ้นมา

 

“เอาเงินนี่ไปซื้อส่วนผสมที่ว่ามาไป”

 

“เอ่อ… แต่ว่าในเวลาแบบนี้กว่าผมจะหาร้านที่ซื้อส่วนผสมได้มันก็น่าจะใช้เวลาอีกสักพักเลยนะครับ แถมผมยังต้องอยู่เฝ้าร้านด้วยอีก คุณไคเลอร์ไม่สนใจจะรับเป็นอย่างอื่นจริงๆ หรอครับ…?”

 

“ถ้าฉันบอกว่าอยากจะดื่มมาร์ตินี่ฉันก็ต้องได้ดื่มมาร์ตินี่สิ ส่วนเรื่องเฝ้าร้านนั่นเดี๋ยวฉันเฝ้าให้แทนก่อนก็ได้เพราะยังไงฉันก็มาขอยืมใช้สถานที่อยู่แล้วนี่ เอาเป็นว่าถ้าเกิดนายยอมไปดีๆ แล้วหาส่วนผสมมาได้ไวๆ เงินที่เหลืออยู่หลังจากนายหาซื้อส่วนผสมได้ฉันจะยกให้เป็นทิปเลยเอ้า”

 

“ข—เข้าใจแล้วครับ!”

 

เดริคที่ได้ยินแบบนั้นได้รีบพูดรับคำของหญิงสาวผมสีแดงกลับไปก่อนที่เขาจะยื่นมือไปรับปึกธนบัตรมาจากอีกฝ่าย แต่ถึงอย่างนั้นเดริคก็ดึงธนบัตรออกมาเพียงแค่ใบเดียวและยื่นธนบัตรส่วนที่เหลืออยู่ทั้งหมดกลับคืนไปให้ไคเลอร์ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งออกไปหาซื้อส่วนผสมที่ยังขาดอยู่ในทันทีโดยไม่ทันสังเกตเห็นไคเลอร์ที่แอบยิ้มมองไล่หลังเขาไปอยู่เลยแม้แต่น้อย

 

“เป็นลูกเจี๊ยบที่โชคร้ายจริงๆ เลยนะที่โดนตาแก่นั่นหลอกจ้างมาแบบนี้น่ะ…”

 

ไคเลอร์พูดไล่หลังเดริคออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะเอื้อมมือไปหยิบเอาขวดเครื่องดื่มออกมาจากด้านหลังเคาน์เตอร์และรินมันลงไปในแก้วไวน์ที่ตั้งอยู่ข้างๆ กันด้วยท่าทางอารมณ์ดี แต่ว่าก่อนที่เธอจะได้ยกมันขึ้นมาลิ้มลองนั้นเสียงของกระดิ่งที่ติดอยู่ที่ด้านหน้าประตูก็ได้ดังขึ้นมาซะก่อน

 

กรึ๊งกรึ๊ง….

 

ผู้ที่เดินเข้ามาในบาร์เหล้าแห่งนี้ก็คือชายหนุ่มในชุดเครื่องแบบขุนนางของกราวิทัสที่ถูกรายล้อมเอาไว้ด้วยทหารประจำเมืองสามคน ซึ่งเมื่อขุนนางหนุ่มคนนั้นได้เหลือบมาเห็นไคเลอร์เขาก็ได้รีบเดินตรงบึ่งเข้ามาหาเธอพร้อมกับเอ่ยปากพูดขึ้นมาในทันที

 

“ส่งของที่ว่ามาเดี๋ยวนี้!!”

 

“ใจเย็นๆ สิ ผู้หญิงเขาไม่ชอบผู้ชายอารมณ์ร้อนแบบนั้นกันนะรู้มั้ย~”

 

 

“เฮ้อ… ถึงจะโดนเด้งราคาไปตั้งเยอะแต่ก็ยังจะอุตส่าห์หาซื้อมาได้อีกนะเรา…”

 

ในขณะเดียวกันทางด้านเดริคที่วิ่งไปตามบาร์เหล้าที่อยู่ใกล้ๆ กันเพื่อติดต่อขอซื้อส่วนผสมสำหรับมาร์ตินี่ที่ขาดอยู่ก็ได้พูดบ่นออกมาเบาๆ เพราะว่าบาร์เหล้าสามสี่ร้านแรกที่เขาเข้าไปขอซื้อนั้นต่างพากันปฏิเสธเนื่องจากว่าเขายังอายุไม่ถึง จะมีก็แต่ร้านล่าสุดนี่ล่ะที่ยอมขายให้กับเขาถึงแม้ว่าจะเรียกเงินไปมากกว่าราคาหน้าป้ายเกือบจะสามเท่าก็ตามที

 

“แต่เอาจริงๆ แค่มีร้านที่ยอมขายให้ก็น่าจะเรียกว่าโชคดีแล้วล่ะมั้—-”

 

ตู้ม!!!

 

“เหวอ—!?”

 

แต่แล้วในขณะที่เดริกำลังพูดบ่นกับตัวเองอยู่นั้นก็ได้มีเสียงระเบิดดังลั่นขึ้นมาจากทิศทางที่เขากำลังมุ่งหน้าไป ก่อนที่ทันใดนั้นเองจะมีประกายไฟขนาดใหญ่ลุกโชนขึ้นมาตัดกับสีของท้องฟ้ายามค่ำคืนและตามมาด้วยเสียงปืนที่ดังติดต่อขึ้นมาเป็นชุด

 

ปังปังปังปังปัง!!

 

“เดี๋ยวๆๆๆ นี่ล้อเล่นกันหรือเปล่าเนี่ย!?”

 

เดริคที่รีบวิ่งสวนทางกับเหล่าผู้คนที่กำลังวิ่งหลบหนีออกมาจากจุดเกิดระเบิดได้แต่พูดขึ้นมาด้วยความสับสน เพราะว่าบาร์เหล้าเก่าๆ ที่เขาเพิ่งจะเดินออกมาเมื่อไม่ถึงสิบนาทีก่อนกำลังตกอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงและถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้ดูผิดไปเขาก็ได้เห็นร่างของทหารประจำเมืองคนหนึ่งนอนแน่นิ่งถูกเปลวเพลิงเผาผลาญร่างกายอยู่ในนั้นด้วย

 

“นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!?”

 

“อ้าว กลับมาไวจริง…”

 

ปึ้ง!!

 

“!!?”

 

เสียงของไคเลอร์ที่ดังขึ้นมาก่อนที่หญิงสาวผมแดงจะเตะประตูออกมาจากด้านในจนมันหลุดออกมาทั้งบานนั้นได้ทำให้เดริคต้องรีบหันไปมองในทันที ซึ่งเดริคก็ได้พบว่าไคเลอร์ได้ถือหนึ่งในกระเป๋าเหล็กที่เธอพกเข้าไปในร้านด้วยออกมาเพียงแค่ใบเดียว ในขณะที่มืออีกข้างของเธอได้ถือปืนสั้นสีเงินกระบอกหนึ่งเอาไว้

 

ซึ่งแน่นอนว่าพอเดริคได้เห็นหญิงสาวผมสีแดงเดินออกมาจากบาร์เหล้าที่ลุกเป็นทะเลเพลิงด้วยท่าทีสบายๆ แบบนั้นเขาก็รีบวิ่งตรงเข้าไปหาไคเลอร์พร้อมกับเอ่ยปากถามหาสาเหตุขึ้นมาในทันที

 

“คุณไคเลอร์ นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันครับเนี่ย!?”

 

“หนวกหูน่า! ถ้าเกิดว่าแกอยากรู้ก็ลองเข้าไปถามเจ้าพวกที่นอนตายอยู่ในนั้นดูเองสิ!”

 

“อึ๊ย—!?”

 

เสียงของไคเลอร์ที่ตะโกนกลับมาใส่เขาด้วยสีหน้าเคร่งเครียดต่างกับท่าทางใจดีและขี้เล่นในตอนแรกอย่างสิ้นเชิงได้ทำให้เดริคชะงักฝีเท้าไปในทันที ซึ่งไคเลอร์ที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดบ่นออกมาพลางเอ่ยปากเตือนเด็กหนุ่มถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ถ้าเกิดว่าเขาคิดจะลองเข้าไปด้านในขึ้นมาจริงๆ ไปด้วย

 

“ให้ตายสิ เจ้าพวกนี้มันก็หาเรื่องได้ถูกเวลาจริงๆ ส่วนร้านเหล้านั่นไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ตาแก่เจ้าของร้านนั่นมันน่าจะหนีไปหมกอยู่ที่เมืองอื่นตลอดชีวิตแบบไม่คิดจะกลับมาแล้วล่ะมั้ง ที่เหลือแกก็แค่ภาวนาอย่าให้ไฟมันลามไปติดพวกเหล้าที่ตาแก่นั่นเก็บไว้จนระเบิดขึ้นมาแล้วเปลี่ยนบ้านข้างๆ กลายเป็นลูกไฟไปด้วยนั่นล่ะ”

 

ทันทีที่ไคเลอร์พูดบ่นเสร็จแล้วเธอก็ได้หันหลังกลับและทำเป็นเดินเนียนไปกับฝูงคนที่วิ่งเข้ามามุงดูเพื่อหลบเข้าไปในตรอกเล็กๆ ที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลในทันที แต่ว่าเมื่อไคเลอร์ได้เดินหลบเข้าไปในตรอกนั้นแล้วเธอก็ได้หันหลังกลับมาพูดถามเดริคที่เดินตามเธอมาด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์

 

“จะตามฉันมาทำไม?”

 

“เอ่อ… คือว่า… มันก็…”

 

“เฮ้อ… เอานี่ไป”

 

ตุ๊บ—

 

ไคเลอร์ที่เห็นท่าทีอึกอักของเดริคได้ยกด้ามปืนที่เธอถือเอาไว้ขึ้นมาเกาหัวของตัวเองเล็กน้อยก่อนที่เธอจะโยนกระเป๋าเหล็กในมืออีกข้างออกไปให้เดริครับเอาไว้ ซึ่งด้วยแรงของไคเลอร์และน้ำหนักของกระเป๋าก็ถึงกับทำให้เดริคเซไปด้านหลังเล็กน้อยเพราะคาดไม่ถึงว่ามันจะหนักได้ถึงขนาดนี้ทั้งๆ ที่หญิงสาวผมแดงตรงหน้าของเขาถือมันได้ด้วยท่าทีสบายๆ

 

“ก่อนหน้านี้เจ้าของร้านนั่นมันได้ส่วนของมันล่วงหน้าไปแล้ว แต่ดูท่าทางว่ามันจะได้ข่าวอะไรมาถึงได้รีบหนีไปก่อนแล้วก็จ้างนายมารับส่วนที่เหลือแทนเพราะกลัวว่าถ้าผิดนัดกับฉันแล้วฉันจะตามไปกระทืบมันทิ้งทีหลังล่ะมั้ง เอาเป็นว่าส่วนที่เหลือในกระเป๋านั่นฉันยกให้เป็นทิปกับพนักงานดีเด่นอย่างนายก็แล้วกัน”

 

“ครับ…?”

 

คำพูดของไคเลอร์ได้แต่ทำให้เดริคมึนงงไปชั่วขณะก่อนที่เขาจะนึกขึ้นมาได้ถึงท่าทีของเจ้าของร้านเหล้าที่เหมือนว่าจะเป็นกังวลเรื่องของกระเป๋าของลูกค้ารายหนึ่งเป็นพิเศษและบอกว่าให้เขานำกระเป๋าและของด้านในที่ลูกค้าให้เป็นทิปไปใช้ได้ตามใจชอบโดยไม่ต้องเก็บเอาไว้ส่งมอบให้กับเขาในภายหลัง

 

ซึ่งเดริคที่นึกได้แบบนั้นก็ได้เปิดตัวกระเป๋าออกมาดูสิ่งของด้านในดูในทันทีก่อนที่เขาจะตกตะลึงไปกับปึกธนบัตรจำนวนมากที่ถูกอัดแน่นเอาไว้ด้านใน

 

“จ—จำนวนขนาดนี้ผมรับเอาไว้ไม่—-”

 

“หุบปากแล้วก็รับๆ ไปเถอะน่า! ให้ตายสิ… รู้มั้ยว่าตอนที่นายเป็นบาร์เทนเดอร์พยักหน้าหงึกๆ แล้วก็พูดแค่เท่าที่จำเป็นมันน่ารักกว่าตอนที่มายืนถามอะไรแบบตอนนี้ตั้งหลายเท่าเลยนะ”

 

“อ—เอ๋?”

 

“ให้ตายสิ… ฉันไปล่ะ หวังว่าพวกเราจะไม่ได้เจอกันอีกก็แล้วกัน”

 

ไคเลอร์พูดบ่นขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่เธอจะเดินออกมาจากตรอกเล็กๆ ตรอกนั้นและเดินหลบเข้าไปในตรอกที่อยู่ใกล้ๆ กันเพื่อรอหาจังหวะในการแอบหลบออกจากเมืองโดยทิ้งเดริคที่ยืนกอดกระเป๋าเหล็กในมือแน่นไว้เบื้องหลัง

 

“ไคเลอร์…”

 

ซึ่งในขณะที่ไคเลอร์กำลังเฝ้ารอโอกาสที่จะหลบหนีออกไปจากเมืองกราวิทัสอยู่นั้นก็ได้มีเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเธอจนทำให้ไคเลอร์ต้องรีบหันกลับไปมองพร้อมกับชักปืนพกออกมาเล็งใส่อีกฝ่ายในทันที

 

“อ้าว… คราวนี้ไม่ได้ส่งยัยฮานะหรือว่ายัยนูลิสมาแทนแล้วหรือไง”

 

แต่ว่าเมื่อไคเลอร์ได้หันกลับไปพบกับร่างเล็กๆ ในชุดผ้าคลุมสีดำเธอก็ได้เก็บปืนพกในมือกลับไปและพูดถามขึ้นมาด้วยท่าทีเป็นกันเองราวกับว่าพวกเธอเป็นเพื่อนสนิทที่ไม่ได้พบกันมานาน ก่อนที่เธอจะสังเกตเห็นเด็กสาวผมสีทองที่กอดกระบองเหล็กเอาไว้ในอ้อมแขนกับหญิงสาวผมสีชมพูในชุดผ้าสีขาวที่แบกดาบขนาดยักษ์เอาไว้บนแผ่นหลังแล้วจึงพูดถามขึ้นมาอีกครั้ง

 

“แล้วที่เธอมาหาฉันด้วยตัวเองนี่แสดงว่าถึงเวลาที่พวกเธอจะจัดการเรื่องนั้นแล้ว หรือว่ามีเรื่องอะไรอย่างอื่นที่จะต้องให้ฉันเป็นคนจัดการกันล่ะ?”

 

“ก็อะไรประมาณนั้นล่ะ…”

 

เด็กสาวในชุดผ้าคลุมพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเฉยตามแบบฉบับของเธอก่อนที่เธอจะผงกหัวเป็นสัญญาณให้ซัมเมอร์และอิซานางิที่อยู่ด้านหลังก้าวเดินออกมาเบื้องหน้า

 

“แล้วแม่หนูสองคนนี่คือใครกันล่ะ ของเล่นใหม่ของเธอหรือไง?”

 

“ไม่… สำหรับเธอต่างหาก…”

 

ไคเลอร์ที่ได้ยินแบบนั้นได้หันไปมองสำรวจดูเด็กสาวและหญิงสาวที่เมื่อสักครู่เธอไม่ได้เห็นอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อยด้วยสายตาพิจารณาและเอ่ยปากถามรายละเอียดขึ้นมา

 

“โฮ่… ไหนลองว่ารายละเอียดมาสิ”

 

“ฉันกำลังตามหาอาจารย์… อาจารย์ที่มีฝีมือมากพอจะสั่งสอนจนพวกเขาสามารถทำตามเป้าหมายที่ตัวเองต้องการได้…”

 

“อ่าหะ~ อย่างยัยฮานะนั่นคงจะทำอะไรแบบที่เธอว่ามาไม่ได้อยู่แล้วงั้นสินะ… เท่าที่ฉันดูแล้วยัยหัวชมพูนี่มีแววตาที่นับว่าเข้าขั้นได้อยู่ ส่วนยัยตัวเล็กนี่ยังไม่ถึงขั้นเท่าไหร่แต่ก็ยังพอจะใช้ได้”

 

ไคเลอร์ที่จ้องมองตรงไปยังนัยน์ตาของอิซานางิได้พูดชมหญิงสาวผมชมพูขึ้นมา แล้วจึงหันไปบีบแก้มของซัมเมอร์เพื่อบังคับให้เด็กสาวที่พยายามหลบตาไปทางอื่นหันกลับมาจ้องมองเธอ ก่อนที่ไคเลอร์จะปล่อยมือของตัวเองออกจากแก้มของซัมเมอร์และหันกลับไปพูดถามเด็กสาวในชุดผ้าคลุมขึ้นมา

 

“ฉันพังเด็กพวกนี้ได้แค่ไหน?”

 

“เชิญ…”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 94 Weaponizing"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved