cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 90 Chancy Espouse

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 90 Chancy Espouse
Prev
Next

“อ่ะ— อยู่นั่นไง หลบหน่อยสิพรีมูล่า! ฮึ้บ—”
 

ในช่วงเวลาเดียวกันกับที่อลิซกำลังคุยกับเอริซาเบธอยู่ในห้องพักอาจารย์อยู่นั้น ทางด้านนากาที่เดินนำพรีมูล่ามาจนถึงโกดังเก็บของได้สักพักหนึ่งแล้วก็ได้พูดขึ้นมาเมื่อเขาหันไปเจอหุ่นไม้ติดขาตั้งสำหรับฝึกซ้อมถูกตั้งหมกเอาไว้ที่มุมห้องจนฝุ่นจับหนา

 

ซึ่งนากาก็ได้หิ้วหุ้นไม้สำหรับฝึกซ้อมตัวนั้นออกมาตั้งเอาไว้ที่ด้านนอกของโกดังเก็บของก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าไปเพื่อคุ้ยหาเป้าซ้อมยิงให้กับพรีมูล่าที่ดูเหมือนว่าจะมีกำลังฝึกเป็นพิเศษในวันนี้

 

“รออยู่ข้างนอกนี่ก่อนแป๊บนึงนะพรีมูล่า เดี๋ยวพี่ขอเข้าไปหยิบเป้าซ้อมยิงออกมาให้เธอก่อน”

 

“อ่ะ ไม่ต้องก็ได้มั้งพี่นากา วันนี้หนูอยากลองฝึกดาบดูบ้างอ่ะ”

 

“อ—อ่า ถ้าเธอว่าแบบนั้นมันก็ได้แหล่ะ แต่ไม่ใช่ว่าก่อนหน้านี้เวลาที่เธอโดนบังคับให้ฝึกเธอก็เอาแต่ฝึกยิงปืนอย่างเดียวเลยไม่ใช่หรอน่ะ ทำไมวันนี้ถึงนึกอยากฝึกดาบขึ้นมาล่ะ?”

 

“อื้อ!!”

 

“แล้วไอ ‘อื้อ’ ของเธอนี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่ล่ะนั่น…”

 

นากาที่โดนพรีมูล่ายิ้มพูดตอบกลับมาสั้นๆ นั้นได้แต่ต้องยอมตามน้ำกับน้องสาวของตนไปด้วยก่อนที่เขาจะใช้ความสามารถของตนเพื่อเปลี่ยนท่อโลหะในมือให้กลายเป็นดาบสีขาวเปื้อนเลือดประจำตัวที่ชื่อว่า เฟเบิ้ล ดรีมเมอร์ ในขณะที่ทางด้านพรีมูล่านั้นก็ได้หยิบเอาด้ามมีดสีเงินที่ได้รับมาเป็นของขวัญเรียนจบจากคุณแม่ของเธอออกมาสร้างดาบน้ำแข็งเพื่อเตรียมพร้อมเอาไว้ด้วยเช่นเดียวกัน

 

“จะว่าไปนี่เธอก็ได้ดาบน้ำแข็งของคุณแม่มาได้สักพักนึงแล้วนี่นา แต่พี่ก็นึกไม่ถึงว่าเธอสนใจจะเอามันมาฝึกใช้เหมือนกันนะเนี่ย”

 

“แหะๆ ก็หนูเห็นว่าพี่นากาใช้ดาบเก่งหนูก็เลยอยากลองฝึกใช้บ้างนี่นา แต่ถ้าจะให้พูดถึงของขวัญ… พี่นากาเองก็ได้ถุงมือนั่นมาจากคุณแม่เหมือนกันไม่ใช่หรอ?”

 

“หือ? อ๋อ มันก็ใช่แหล่ะ…”

 

นากาที่ถูกพรีมูล่าพูดทักขึ้นมาแบบนั้นได้เหลือบสายตาลงไปมองถุงมือเปิดนิ้วสีน้ำตาลที่มีตัวคริสตัลสีขาวสารพัดประโยชน์ที่สามารถสร้างโล่ขึ้นมาได้จากพลังวิซทุกธาตุที่นากาสวมใส่ติดตัวเอาไว้แทบจะตลอดเวลาหลังจากที่ได้รับมันมา แต่ว่าตัวเขาเองที่ไม่ค่อยจะดีใจกับของขวัญที่ได้รับมาเท่าไหร่นั้นก็ได้ถอนหายใจออกมาก่อนที่เขาจะหันไปพูดกำกับการฝึกซ้อมของพรีมูล่าขึ้นมา

 

“เฮ้อ… เรื่องนั้นช่างมันก่อน… ไหนเธอลองใช้ดาบนั่นโจมตีใส่หุ่นซ้อมให้พี่ดูหน่อยสิ พี่จะได้ให้คำแนะนำได้ถูกน่ะ”

 

“ค่าาาาา~~~~”

 

แกร๊ก….

 

“แบบนี้อ่ะหรอพี่นากา?”

 

พรีมูล่าที่ถูกนากาพูดสั่งออกมานั้นได้หันกลับมาร้องถามพี่ชายของเธอเสียงใสเมื่อเธอได้ใช้ดาบน้ำแข็งพุ่งเข้าไปจิ้มใส่หุ่นไม้สำหรับฝึกซ้อมเข้าทีหนึ่งก่อนที่เธอจะสั่งให้ตัวใบดาบน้ำแข็งแผ่ไอเย็นออกมาแบบที่เธอทำเป็นประจำจนส่วนหนึ่งของหุ่นไม้กลายเป็นแท่งไอติมไป

 

“แบบนั้นมันเรียกว่าฝึกดาบซะที่ไหนล่ะยัยบ๊องนี่!!”

 

 

“ให้ตายสิ ถ้าผลการทดสอบมันออกมาเป็นแบบนี้แผนที่ฉันคิดเอาไว้ก็เจ๊งหมดน่ะสิ…”

 

“เอ๋? ไม่ใช่ว่าทั้งซิลเวสกับคอนแนลเขาก็สู้กันได้ค่อนข้างจะสูสีไม่ใช่หรอคะคุณเอริกะ?”

 

“ก็นั่นแหล่ะที่เป็นปัญหา ตอนแรกฉันคิดว่าซิลเวสเขาจะไปแพ้ให้กับคอนแนลง่ายๆ ก็เลยวางแผนว่าจะให้เธอไปเป็นหน่วยสนับสนุนที่จะคอยทำงานอยู่เบื้องหลังน่ะสิ แต่ผลดันออกมาสูสีกับคอนแนลเลยแบบนี้ซะได้… ท่าทางว่าฉันจะดูถูกเด็กๆ สมัยนี้เกินไปหน่อยแล้วล่ะมั้งเนี่ย…”

 

หลังจากที่นากาและพรีมูล่าเริ่มฝึกกันไปได้สักพักหนึ่งแล้วนั้นทางด้านเอริกะที่พูดคุยธุระกับท่านผู้อำนวยการเสร็จแล้วก็ได้เปิดประตูเดินออกมาจากห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการและพูดบ่นขึ้นมาให้เอริซาเบธที่เดินตามหลังเธอออกมาด้วยกันฟัง ซึ่งเอริซาเบธที่ได้ยินแผนการของคุณเอริกะของเธอเข้าไปก็ได้รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยและพูดถามเอริกะกลับไป

 

“ไม่ใช่ว่าถ้าพวกเขาสู้กันได้เก่งๆ แบบนั้นก็ดีแล้วหรอคะ เพราะว่าตามที่คุณเอริกะเคยบอกเอาไว้ศัตรูของพวกเราก็ฝีมือใช่ย่อยเหมือนกันไม่ใช่หรอคะ?”

 

“อ่า… แต่การที่ซิลเวสเขาฝีมือดีขนาดนั้นฉันก็เลยส่งซิลเวสไปอยู่หน่วยสนับสนุนตามแบบที่คิดเอาไว้ไม่ได้เนี่ยสิ… เพราะถึงพวกเราจะขาดกำลังคนกันอยู่จริงๆ แต่ฉันก็ไม่ได้คิดว่าพวกเราจะขาดกำลังคนกันหนักถึงขนาดต้องให้เด็กตัวเล็กๆ แบบซิลเวสเขาออกไปสู้อยู่ที่แนวหน้าหรอกนะ”

 

“เอาจริงๆ ถึงซิลเวสเขาจะตัวเล็กแค่นั้นก็เถอะแต่ว่าเธอก็น่าจะอายุเท่ากันกับพวกนากาแล้วก็คอนแนลนะคะคุณเอริกะ… ว่าแต่หน่วยสนับสนุนงั้นหรอคะ? ไม่ใช่ว่าตอนนี้ที่พวกเราขาดแคลนกันหนักจริงๆ น่าจะเป็นคนที่มีฝีมือพอจะต่อกรกับศัตรูได้หรอกหรอคะ?”

 

“ก็ถึงต่อให้พวกเราจะหาตัวเด็กๆ ที่มีฝีมือต่อสู้สูงพอที่จะรับมือพวกนั้นได้บ้างมาได้จริงๆ ก็เถอะ แต่ว่าการใช้ยูนิตในระหว่างการต่อสู้น่ะเป็นคนละเรื่องกันเลยนะ แล้วฉันก็เชื่อว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถแบ่งประสาทสัมผัสมาควบคุมยูนิตพวกนี้ไปแล้วก็สู้ไปด้วยเหมือนกับอลิซเขาได้แน่ๆ ล่ะ”

 

“แล้วเรื่องนั้นมันเกี่ยวข้องยังไงกับหน่วยสนับสนุนที่คุณเอริกะพูดมาด้วยล่ะคะ?”

 

ถึงแม้ว่าเอริซาเบธจะได้เอริกะพูดอธิบายขึ้นมาให้ฟังแล้ว แต่ว่าเธอก็ยังไม่สามารถที่จะเข้าใจในสิ่งที่เอริกะต้องการจะสื่อได้เลยแม้แต่น้อย เพราะว่าเรื่องของความสามารถในการควบคุมยูนิตในการต่อสู้นั้นมันควรจะเป็นเรื่องของตัวบุคคลที่ไม่น่าจะถูกสนับสนุนจากหน่วยสนับสนุนที่ปกติแล้วจะมีหน้าที่ส่งข่าวส่งเสบียงหรือไม่ก็การรักษาบาดแผลในระหว่างการสู้รบได้เลย

 

“ก็หน่วยสนับสนุนที่ว่านั่นมีหน้าที่ในการช่วยรายงานสภาพของยูนิตแล้วก็ส่งข่าวสารในระหว่างการต่อสู้ยังไงล่ะ แล้วถ้าเกิดว่ามีใครคนไหนที่ต่อสู้ได้เก่งๆ แต่ว่าไม่ค่อยจะมีความสามารถในการควบคุมยูนิตสักเท่าไหร่ก็จะได้หน่วยสนับสนุนพวกนี้แหล่ะมาช่วยสนับสนุนเรื่องการควบคุมยูนิตให้ในระหว่างการต่อสู้น่ะ”

 

“นี่คุณเอริกะกำลังจะบอกว่าจะให้พวกเด็กนักเรียนจับคู่กันโดยมีเด็กคนนึงใส่ยูนิตออกไปสู้ในแนวหน้าแล้วก็ให้เด็กนักเรียนอีกคนคอยควบคุมยูนิตของเด็กคนแรกจากแนวหลังน่ะหรอคะ!? นี่พวกเราทำอะไรแบบนั้นกันได้แล้วหรอคะเนี่ย!?”

 

“อื้ม… ก็ต้องขอบคุณเด็กคนที่เซซิเรียพาตัวมาด้วยนั่นแหล่ะฉันถึงได้รู้ว่ามีเมืองที่แอบวิจัยอาวุธวงจรวิซที่สามารถควบคุมจากระยะไกลได้คล้ายๆ กับหอกของเซซิเรียเขาแล้วน่ะ”

 

“เด็กที่คุณเซซิเรียพามา… หมายถึงทีเอร่าจังน่ะหรอคะ?”

 

“ใช่ แล้วในเมื่อพวกเธอมีอุปกรณ์ที่สามารถควบคุมจากระยะไกลได้แบบนี้แล้วล่ะก็ งานของฉันก็เหลือแค่เพิ่มระยะสั่งการของมันแล้วก็นำมันไปติดตั้งเข้ากับยูนิตก็เป็นอันเรียบร้อยแล้ว แล้วถ้าหากมันใช้วิซในการควบคุมพวกเธอก็น่าจะทำความเข้าใจมันได้ง่ายกว่าการเรียนรู้ระบบของฉันหรือว่าเซซิเรียเขาที่เป็นเรื่องแปลกใหม่สำหรับพวกเธอใช่มั้ยล่ะ”

 

เอริกะพูดอธิบายออกมาให้เอริซาเบธฟังพลางเดินไปที่ริมระเบียงทางเดินเพื่อที่จะได้มองลงไปเบื้องล่างที่มีเหล่าเด็กนักเรียนกระจัดกระจายกันไปอยู่ทั่วโรงเรียน ในขณะที่ทางด้านเอริซาเบธที่กำลังพยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เอริกะพูดออกมานั้นก็ได้แต่มองไปยังเจ้านายของเธอด้วยความอึ้งทึ่ง

 

เพราะว่าในขณะที่อลิซเพิ่งจะจัดการสอบของพวกเด็กนักเรียนไปได้เพียงแค่สองคนนั้น ทางด้านคุณเอริกะของเธอกลับเตรียมแผนการสำหรับการแก้ไขปัญหาต่างๆ เอาไว้ล่วงหน้าไปหลายขั้นตอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

“นี่คุณเอริกะเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าถึงขนาดนี้เลยหรอคะเนี่ย…”

 

“ก็นะ… ความผิดพลาดอย่างนึงของพวกเรามันก็หมายถึงชีวิตของผู้คนจำนวนนับไม่ถ้วนเลยนี่นะ แล้วถ้าเกิดศัตรูที่พวกเราต้องรับมือคือพวกนั้นจริงๆ ล่ะก็มันคงไม่มีคำว่าระวังตัวจนเกินไปหรอกนะ… หืม? ตรงนั้นมัน…”

 

ในขณะที่เอริกะกำลังพูดอธิบายออกมาอยู่นั้นอยู่ๆ เธอก็ได้ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเธอเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างสีชมพูๆ ที่ดูคุ้นตาอยู่อีกฝั่งหนึ่งของสนามหญ้า ซึ่งเอริกะนั้นก็ได้ยกมือขึ้นมากดที่ขาแว่นของเธอจนมันส่งเสียงออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาในทันที

 

“นั่นมันนากากับพริมจังนี่นา… กำลังฝึกซ้อมกันอยู่ด้วยแฮะ ขยันกันดีจังเลยนะสองคนนั้นน่ะ~”

 

“อ๋อ หมายถึงที่ตรงโกดังนั่นน่ะหรอคะ นี่คุณเอริกะมองออกได้ยังไงว่าเป็นสองคนนั้นคะนั่นอยู่ห่างออกไปตั้งไกลขนาดนั้น”

 

“หัวชมพูๆ ของพริมจังนั่นมันเด่นจะตายไป จะว่าไปนี่ก็น่าจะใกล้ช่วงเวลาทำกิจกรรมชมรมของทางโรงเรียนแล้วนี่นา? แบบนี้เธอไม่ต้องกลับไปดูแลพวกเด็กๆ นักเรียนหรือไงน่ะเอริ?”

 

“พอดีว่ายังไม่มีชมรมไหนแจ้งมาว่าอยากจะให้ฉันไปเป็นอาจารย์ประจำชมรมน่ะค่ะ ถึงอีกสักพักนึงฉันจะต้องไปแนะแนวเรื่องเกี่ยวกับชมรมให้พวกเด็กนักเรียนใหม่ในปีนี้เขาฟังกันก็เถอะ แต่ว่ามันก็ต้องรอให้ทางประชาสัมพันธ์เขาประกาศเรียกตัวนักเรียนกันก่อนอยู่ดี~”

 

“เพราะแบบนั้นเธอก็เลยมีเวลาว่างมารับฉันถึงที่ชั้นห้าได้แบบนี้งั้นสินะเนี่ย”

 

เอริกะอมยิ้มพูดตอบเอริซาเบธกลับไปก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนที่นั่งที่อยู่ติดกับระเบียงและยกมือขึ้นมาเท้าคางมองดูนากาที่กำลังฟาดฟันใส่หุ่นไม้อย่างคล่องแคล่วก่อนที่เธอจะสังเกตเห็นพรีมูล่าที่กำลังใช้ดาบน้ำแข็งของเธอแช่แข็งสิ่งต่างๆ เล่นอยู่ที่ใกล้ๆ กันจึงได้เอ่ยปากพูดขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

 

“จะว่าไปจนป่านนี้แล้วนากาเขาก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะใช้วิซได้เลยสินะ…”

 

“ค่ะ แถมตัวนากาคุงเองก็ดูท่าทางเหมือนกับว่าจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้สักเท่าไหร่ด้วย ในฐานะอาจารย์แล้วฉันเองก็คิดว่าค่อนข้างจะน่าเป็นห่วงอยู่เหมือนกันนะคะ…”

 

“แต่ถึงแบบนั้นตัวนากาเองก็ไม่ได้มีปัญหาในการใช้ชีวิตสักเท่าไหร่… ไม่สิ… ต้องบอกว่าเป็นเพราะได้ฉันแอบไปเดินระบบน้ำกับไฟในคฤหาสน์ให้จนที่นั่นไม่จำเป็นต้องใช้วิซไปแล้วตัวนากาเขาก็เลยดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาในการใช้ชีวิตซะมากกว่าล่ะมั้ง…”

 

“ก็ถ้าเกิดว่าเขาอยู่แต่ในคฤหาสน์นั่นหรือว่าที่บ้านของคุณเอริกะมันก็ใช่แหล่ะค่ะ แต่ถ้าเกิดว่านากาเขาจำเป็นต้องออกไปอยู่ข้างนอกตัวคนเดียวโดยไม่มีใครตามไปด้วยนี่ฉันเองก็ดูไม่ออกเลยนะคว่าเขาจะเอาชีวิตรอดด้วยตัวเองยังไงน่ะ”

 

“นั่นสินะ… เพราะว่าในโลกใบนี้ใครๆ เขาก็ใช้วิซกันได้อยู่แล้วนี่นะ…”

 

เอริกะพูดตอบเอริซาเบธกลับไปด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยพลางเหลือบสายตาไปมองดวงไฟดวงเล็กๆ ที่ถูกติดตั้งเรียงรายกันเอาไว้เต็มทางเดิน ซึ่งถึงแม้ว่าในตอนนี้พวกมันจะถูกปิดเอาไว้อยู่จนไม่ได้ส่องสว่างออกมา แต่ว่าถ้าเกิดว่ามีใครคนไหนคิดว่าระเบียงทางเดินแห่งนี้มืดเกินไปล่ะก็ขอแค่พวกเขาเดินผ่านและแผ่พลังวิซออกมาเพียงแค่เล็กน้อยเหล่าดวงไฟที่ถูกติดตั้งเอาไว้บนระเบียงทางเดินแห่งนี้ก็จะพร้อมใจกันส่องสว่างออกมาในทันที

 

ซึ่งด้วยความที่โลกใบนี้มีพลังวิซที่แสนจะสะดวกสบายแถมยังไม่ก่อให้เกิดมลภาวะต่างๆ ในการใช้งานเลยนั้นก็แทบจะทำให้โลกใบนี้ไม่มีการพัฒนาวิทยาการทางด้านอื่นๆ เลยแม้แต่น้อย ชนิดที่แทบจะเรียกได้ว่าในโลกใบนี้แทบจะไม่มีใครรู้วิธีการจุดกองไฟตั้งแค้มป์โดยไม่ใช้คริสตัลวิซธาตุไฟเลยซะด้วยซ้ำ

 

“ตอนแรกที่อารอนพานากาคุงมาแนะนำตัวนี่ฉันก็เคยคิดว่าหน้าตากับอาการของเขาน่าสนใจดี… แต่ตอนนี้คงจะต้องเปลี่ยนเป็นบอกว่าน่าเป็นห่วงซะมากกว่าแล้วล่ะมั้งเนี่ย”

 

“ค่ะ… ฉันเองก็เคยบอกให้มีอาเขาไปลองแอบถามพวกคุณหมอที่โรงพยาบาลของเธอมาแล้ว แต่ว่าขนาดคุณหมอพวกนั้นก็ยังบอกมาเองเลยว่าไม่เคยมีคนไข้แบบเดียวกับนากาคุงถูกบันทึกเอาไว้เลยล่ะค่ะ”

 

“หรือก็คือถ้าเกิดว่าพวกเราอยากได้ข้อมูลเรื่องนี้เพิ่มเติมก็คงจะต้องเข้าไปคุ้ยดูในวังหลวงหรือไม่ก็ลองหาข้อมูลจากเมืองอื่นดูเอาแล้วงั้นสินะ…”

 

“ค่ะ แต่ฉันคิดว่าโรงพยาบาลของเมืองอื่นไม่น่าจะมีข้อมูลอะไรมากไปกว่าโรงพยาบาลประจำเมืองรีมินัสนี่หรอกนะคะ ส่วนทางด้านวังหลวง… ด้วยสถานการณ์ในตอนนี้ถ้าเกิดว่าไม่ใช่พวกขุนนางชั้นสูงจริงๆ ล่ะก็พวกเขาคงจะไม่ยอมให้ใครเข้าไปหาข้อมูลอะไรง่ายๆ หรอกค่ะ

 

“ไม่ว่าจะทางไหนก็มีปัญหางั้นสินะเนี่ย…”

 

เอริกะพูดพึมพำออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะละสายตาออกมาจากสองพี่น้องที่กำลังฝึกฝนกันอยู่ที่บริเวณโกดังเก็บของและเหลือบกลับมามองแฟ้มเอกสารที่เอริซาเบธกำลังถือเอาไว้ในมืออยู่สักครู่หนึ่งแล้วจึงพูดถามขึ้นมา

 

“จะว่าไปเมื่อกี้นี้เธอบอกว่าเดี๋ยวจะต้องไปแนะแนวเรื่องชมรมให้กับพวกเด็กนักเรียนในห้องของเธองั้นสินะ ถ้างั้นเอกสารที่เธอถือนั่นก็คือที่เตรียมจะแจกให้พวกนักเรียนใช่หรือเปล่า?”

 

“อ่ะ ใช่แล้วล่ะค่ะ! คุณเอริกะสนใจจะลองเอาไปดูก่อนมั้ยล่ะคะ!?”

 

“ถ้าเธอว่าอย่างงั้นมันก็ได้อยู่แหล่ะ…”

 

เอริกะพูดตอบเอริซาเบธที่กำลังดีใจที่คุณเอริกะของเธอมีท่าทีเหมือนกับว่าจะสนใจในงานสอนหนังสือของเธอและยื่นมือออกไปรับชุดเอกสารของเอริซาเบธมาด้วยสีหน้ายิ้มๆ ซึ่งเอริกะนั้นก็ได้ลองนำมันมาเปิดไล่ดูอยู่สักพักหนึ่งจนกระทั่งสายตาของเธอไปสะดุดอยู่ที่เอกสารแผ่นหนึ่งที่ถูกขีดเขียนสัญลักษณ์จำนวนมากเอาไว้แตกต่างจากแผ่นอื่นที่มีเพียงแค่รายชื่อชมรมต่างๆ เพียงเท่านั้น

 

“หื้ม… แผ่นที่มีสัญลักษณ์เขียนกำกับเอาไว้นี่มันอะไรน่ะเอริซาเบธ?”

 

“อ่ะ— อันนั้นมันคือแผ่นที่ฉันเตรียมเอาไว้ให้นากาคุงเขาน่ะค่ะ คุณเอริกะไม่ต้องไปสนใจก็ได้ค่ะ แหะๆ”

 

“งั้นหรอ…”

 

เอริกะที่ได้รับคำตอบของเอริซาเบธไปแล้วนั้นได้นิ่งเงียบไปเหมือนกับว่าเธอกำลังใช้ความคิดในเรื่องอะไรบางอย่างอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่เธอจะส่งชุดเอกสารกลับไปให้เอริซาเบธและพูดถามอีกฝ่ายขึ้นมา

 

“นี่เอริซาเบธ เด็กผู้ชายผมสีน้ำตาลเข้มๆ ที่มาจับคู่กับซิลเวสตอนที่ฉันเอายูนิตมานำเสนอให้ทางโรงเรียนดูนี่อยู่ห้องของเธอด้วยหรือเปล่าน่ะ? ถ้าฉันจำไม่ผิดเหมือนจะชื่อว่าเนลหรือว่าอะไรสักอย่างนี่ล่ะมั้ง”

 

“อ๋อ ถ้าเกิดว่าเป็นเนลคุงล่ะก็เขาเป็นนักเรียนของห้องฉันเองแหล่ะค่ะ ทำไมหรอคะ?”

 

“อื้ม… ถ้างั้นก็อาจจะได้อยู่แฮะ ถึงมันอาจจะเสี่ยงไปสักหน่อยก็เถอะ…”

 

“เอ๋ะ? เสี่ยงที่ว่านี่หมายถึงเรื่องอะไรหรอคะคุณเอริกะ?”

 

“อ่า พอดีว่าฉันพอจะนึกอะไรขึ้นมาได้นิดหน่อยน่ะถึงฉันจะไม่มั่นใจว่าผลมันจะออกมาทางไหนแล้วตัวนากาเขาจะรับเรื่องนี้ได้สักเท่าไหร่ก็เถอะนะ… ถ้ายังไงก็เอาเป็นว่าเธอไปตามตัวเด็กนักเรียนที่ชื่อว่าเนลมาให้ฉันหน่อยสิ”

 

 

“ย้าาาาาา!!”

 

ปึ๊ก!!

 

“ดีมาก! หยุดมือได้แล้วล่ะพรีมูล่า”

 

ในขณะที่ทางด้านเอริกะกำลังคิดวางแผนอะไรบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของนากาขึ้นมาอยู่นั้น ทางด้านตัวของนากาเองที่ยืนคุมการฝึกของพรีมูล่าอยู่ด้านข้างโกดังก็ได้พูดชมพรีมูล่าที่กำลังใช้ดาบน้ำแข็งฟาดเข้าใส่หุ่นฝึกซ้อมอยู่ออกมาก่อนที่เด็กสาวหัวชมพูจะปาดเหงื่อนบนใบหน้าของตนและรีบวิ่งเข้ามาสอบถามพี่ชายของเธออย่างร่าเริง

 

“เป็นไงบ้างอ่ะพี่นากา! ฝีมือของหนูพอจะดีขึ้นกว่าเมื่อก่อนบ้างหรือเปล่า!”

 

“อื้ม… ถ้าเทียบกับสมัยที่ยังอยู่ที่หมู่บ้านนี่ฝีมือเธอก็ดีขึ้นจริงๆ นั่นแหล่ะ นี่มีแอบไปฝึกดาบมาบ้างตอนที่พี่ไม่เห็นหรือเปล่าเนี่ย?”

 

“แหะๆ หนูก็มีแอบไปฝึกกับพี่คอนแนลมาอยู่บ้างเหมือนกันอ่ะ แล้วนี่พี่นากาคิดว่าไงบ้างอ่ะ! คิดว่าหนูพอจะเปลี่ยนมาใช้ดาบของคุณแม่แทนปืนอันเก่านั่นไหวหรือเปล่าอ่ะ!”

 

“อื้ม….”

 

นากาที่ถูกพรีมูล่าพูดถามขึ้นมาด้วยแววตาคาดหวังนั้นได้ก้มหน้าลงไปคิดอยู่เล็กน้อย เพราะถึงแม้ว่าการใช้ดาบของพรีมูล่าจะดีขึ้นกว่าสมัยก่อนที่สักแต่จะฟาดไปให้โดนอยู่บ้าง แต่ว่าเมื่อดูจากการสอบของคอนแนลและซิลเวสเมื่อเช้านี้ที่คนหนึ่งก็สามารถสร้างระเบิดได้ส่วนอีกคนหนึ่งก็สามารถเหวี่ยงค้อนยักษ์ทุบหน้าดินให้แตกกระจายได้แล้วนั้นสิ่งที่พรีมูล่าสามารถทำได้ก็กลับกลายเป็นเหมือนกับเด็กเหวี่ยงดาบเล่นไปซะแทนจนทำให้นากาได้แต่ตัดสินใจที่จะพูดขึ้นมาตรงๆ ด้วยความเป็นห่วง

 

“พี่ว่า… เธอกลับไปใช้ปืนเหมือนเดิมน่าจะดีกว่านะ”

 

“แอ๋!? ไหงงั้นอ้ะ!? บู่ววววว”

 

“อย่างอแงแบบนั้นสิ ที่ผ่านมาเธอก็ใช้ปืนยาวกระบอกนั้นมาตลอดแถมยังไม่สนใจจะฝึกอย่างอื่นเลยไม่ใช่หรือไง แถมในเมื่อเธอฝึกมาจนยิงปืนได้แม่นขนาดนั้นแล้วจะไปเสียเวลาฝึกอย่างอื่นอีกทำไมล่ะจริงมั้ย? แล้วไหนจะยังมีเรื่องที่ว่าวิธีการใช้ดาบกับปืนมันแตกต่างกันเกินไปจนต้องเริ่มต้นฝึกกันใหม่ตั้งแต่แรกอีก…”

 

“ถ้างั้นพี่นากาก็ช่วยฝึกให้หนูตั้งแต่ต้นเลยสิ!”

 

“ห—หา? แต่ว่าวิธีฝึกการใช้ดาบมันแตกต่างจากวิธีฝึกยิงปืนลิบลับเลยนะ การฝึกแบบนั้นมันจะหนักเกินไปสำหรับเธอที่ปกติใช้แต่ปืนหรือเปล่าเถอะ?”

 

“งั้นพี่นากาก็อย่าทำให้มันหนักเกินไปซะสิ!”

 

“ถึงเธอจะพูดแบบนั้นก็เถอะนะ…”

 

นากาที่ถูกพรีมูล่างอแงกลับมาใส่นั้นได้แต่ยกมือขึ้นมาเกาหัวของตัวเองอย่างจนปัญญา เพราะดูท่าทางแล้วว่าพรีมูล่าคงจะไม่ยอมล้มเลิกความตั้งใจที่จะลองฝึกการใช้ดาบในครั้งนี้ง่ายๆ อย่างที่เขาคิดเอาไว้

 

“เฮ้อ… ถ้างั้นเดี๋ยวเอาไว้พี่จะลองคิดหาวิธีการฝึกแบบที่ไม่หนักเกินไปให้เธอดูละกัน แต่ถึงยังไงพี่ก็ไม่ได้ใช้ดาบได้เก่งเหมือนกับพวกอัศวินแบบคอนแนลเขานะเพราะงั้นเธอเองก็อย่าคาดหวังมากนักละกันล่ะ”

 

“ค่าาา~~”

 

“ว่าแต่แล้วนี่ทำไมอยู่ๆ เธอถึงมาสนใจจะใช้ดาบแบบนี้กันล่ะ ปกติเวลาที่พี่คิดจะจับเธอมาฝึกใช้อย่างอื่นนอกจากปืนบ้างเธอก็แอบหนีไปซะทุกรอบเลยนี่?”

 

“แหะๆ”

 

เสียงหัวเราะของพรีมูล่าที่ดังขึ้นมาแทบคำตอบของเธอนั้นได้แต่ทำให้นาการู้สึกคันไม้คันมืออยากจะทุบหัวน้องสาวตัวแสบของเขาไปสักทีหนึ่งก่อนที่เขาจะหักห้ามใจตัวเองเอาไว้และพูดบอกกับเธอไปดีๆ แทน

 

“เอาเถอะ ถ้าเกิดว่าเธอคิดจะฝึกขึ้นมาจริงๆ พี่ก็จะไม่ห้ามละกัน แต่เอาเป็นว่าตอนนี้เธอไปนั่งพักแล้วก็ดูวิธีการฝึกของพี่ไปก่อนละกันนะ”

 

“เข้าใจแล้วค่า~”

 

พรีมูล่าขานตอบนากากลับไปด้วยท่าทางอารมณ์ดีก่อนที่เธอจะเดินถอยห่างออกไปและนั่งแหมะลงไปกอดเข่าอยู่บนสนามหญ้าที่อยู่เบื้องหลัง ซึ่งท่าทางอารมณ์ดีของพรีมูล่านั้นก็ถึงกับทำให้นากาเกิดความรู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาเล็กน้อย

 

“พอได้พักแล้วก็อารมณ์ดีเชียวนะยัยตัวแสบเอ๊ย… เอาเถอะ…!”

 

ฟวับ—ปึ้ง!!

 

“โหวววว~”

 

เสียงเหวี่ยงดาบของนากาที่ดังขึ้นมาในตอนที่เขาเริ่มต้นการฝึกของตนนั้นได้ทำให้พรีมูล่าหลุดเสียงร้องออกมาเล็กน้อยด้วยความตกตะลึง เพราะว่าเสียงของใบดาบสีขาวเปื้อนเลือดที่ถูกผ้าพันเอาไว้เพื่อความปลอดภัยที่พุ่งแหวกอากาศและเสียงของแรงกระแทกที่เกิดขึ้นในเวลาที่มันกระทบลงบนหุ่นไม้นั้นได้แตกต่างจากในตอนที่เธอเหวี่ยงดาบเข้าใส่มันอย่างสิ้นเชิง

 

โดยเสียงกระแทกหนักๆ ในยามที่นากาฟาดดาบของเขาเข้าใส่หุ่นไม้นั้นฟังดูหนักแน่นบ่งบอกถึงความรุนแรงของดาบที่เขาฟาดเข้าใส่มัน ซึ่งถึงแม้ว่าวิชาดาบของนากานั้นจะเป็นเพียงแค่สิ่งที่เขาฝึกฝนขึ้นมาด้วยตัวเองแบบมั่วๆ โดยไม่มีคนชี้นำจนทำให้มันดูไร้ซึ่งแบบแผนและความสวยงาม แต่ว่านากาก็กลับสามารถฟาดดาบของเขาเข้าใส่หุ่นไม้จากมุมต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องจนก่อให้เกิดเสียงของดาบกระแทกเข้ากับหุ่นไม้ดังลั่นขึ้นมาเป็นจังหวะแบบไม่มีขาดสาย

 

“ฮึ่มฮึฮื้ม~”

 

ซึ่งพรีมูล่าที่นั่งกอดเข่าอยู่ในสนามหญ้านั้นก็ได้ฮัมเพลงออกมาและโยกตัวซ้ายขวาเป็นจังหวะตามเสียงฟาดดาบของนากาโดยที่ไม่ได้แอบลุกหนีไปไหนแบบในทุกครั้งที่ถูกพี่ชายของเธอจับมาฝึกก่อนที่ทันใดนั้นเองจะมีเสียงถอนหายใจของเด็กนักเรียนคนหนึ่งดังขึ้นมาแว่วๆ ให้เธอได้ยิน

 

“เฮ้อ… ให้ตายสิ หือ?”

 

ทันใดนั้นเองเด็กนักเรียนผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบเป็นสีดำที่เป็นเจ้าของเสียงถอนหายใจนั้นก็ได้ส่งเสียงร้องขึ้นมาด้วยความแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเขาได้สังเกตเห็นนากาที่กำลังหวดหุ่นไม้สำหรับฝึกซ้อมอยู่อย่างเมามันจนเกิดเสียงดังขึ้นมาเป็นจังหวะต่ออย่างเนื่องก่อนที่เขาจะนึกขึ้นมาได้ว่าเขาเคยเห็นเด็กหนุ่มผมดำคนนี้จากที่ไหนมาก่อน

 

“นั่นมัน… คนที่ได้อัลเบิร์ตมาเป็นคู่สอบในการสอบรอบพิเศษนี่…”

 

“แอ๋?”

 

พรีมูล่าที่ได้ยินคำพูดของเด็กนักเรียนชายคนนั้นได้ส่งเสียงร้องออกมาด้วยความแปลกใจเล็กน้อย ซึ่งนั่นก็ทำให้นากาที่แอบเหลือบมาดูว่าพรีมูล่ายังอยู่ที่เดิมอยู่หรือเปล่าเป็นระยะๆ นั้นได้รีบเร่งความเร็วในการเหวี่ยงดาบของเขาขึ้นเพื่อที่จะได้ให้มันครบจำนวนครั้งที่เขากำหนดเอาไว้ไวๆ เมื่อเขาสังเกตเห็นว่าพรีมูล่าเริ่มที่จะละความสนใจไปจากเขาแล้ว

 

“ฮึ้บ!!”

 

ปึก-ปึก–ปึก!!

 

“—!”

 

การเหวี่ยงดาบของนากานั้นได้ทำให้เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนเขาจะเดินตรงเข้าไปยืนดูการฝึกซ้อมของนากาอยู่ข้างๆ พรีมูล่าที่กำลังนั่งกองเข่าโยกตัวไปมาตามจังหวะการฟันดาบของนากาอยู่แทน

 

ซึ่งพรีมูล่านั้นก็ได้หันไปจ้องมองเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่เธอจะละความสนใจไปจากเขาและหันกลับไปมองดูการฝึกของพี่ชายของเธอต่อ

 

ปึก-! ปึก–! ปึ้ก!!

 

“ฟู่ว… ก็ราวๆ นี้แหล่ะพรีมูล่า พอจะเข้าใจหรือเปล่าล่ะ?”

 

“เอ๋? หมายถึงว่าฟาดมันให้เร็วขึ้นแล้วก็ฟาดเข้าไปจากทุกทิศทุกทางอะนะพี่นากา?”

 

“อื้ม… ถ้าจะให้พูดง่ายๆ มันก็แบบนั้นล่ะมั้ง… พี่เองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงซะด้วยสิ…”

 

นากาที่ถูกพรีมูล่าพูดถามย้อนกลับมานั้นได้แต่ยกมือขึ้นมาเกาหัวตัวเองและพูดตอบเธอกลับไปแบบส่งๆ เพราะว่าแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายมันออกมาเป็นคำพูดให้คนอื่นเข้าใจได้ยังไงเช่นเดียวกัน

 

ซึ่งในขณะที่นากากำลังพยายามคิดหาคำพูดที่จะพออธิบายให้น้องสาวของเขาที่ท่าทางเหมือนกับว่าจะมีอายุสมองน้อยกว่าคนอื่นอยู่บ้างเข้าใจได้ง่ายๆ อยู่นั้น อยู่ๆ เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่โผล่มายืนดูการฝึกซ้อมของเขาอยู่ข้างๆ พรีมูล่าก็ได้เอ่ยปากพูดขึ้นมา

 

“แต่ว่าการที่จะสามารถใช้ดาบโจมตีได้อย่างคล่องแคล่วและต่อเนื่องแบบนั้นมันก็หมายความว่านายจะต้องมีความคุ้นชินกับอาวุธในมืออยู่ในระดับหนึ่ง แถมถ้าฟังจากเสียงของดาบของนายที่กระแทกกับหุ่นไม้แล้วล่ะก็ฉันมั่นใจว่านายไม่ได้สักแต่จะเหวี่ยงดาบออกไปไวๆ เพื่อเน้นจำนวนครั้ง แต่ว่าทุกๆ ดาบของนายมีพลังมากพอที่จะฝากรอยแผลจริงๆ จังๆ เอาไว้กับคู่ต่อสู้ได้อย่างแน่นอน”

 

“หะ—เอ่อ….”

 

“นายน่ะไม่ใช่มือสมัครเล่นที่เพิ่งจะจับดาบหรืออะไรแบบนั้นสินะ”

 

“…นั่นเพื่อนใหม่ของเธอหรือเปล่าน่ะพรีมูล่า?”

 

นากาที่ถูกคนแปลกหน้าพูดจาแปลกๆ ใส่แบบยาวยืดนั้นได้หันไปกระซิบถามพรีมูล่าแบบไม่มั่นใจนัก พลางเฝ้าจับตามองเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มที่เพิ่งจะเดินเข้าไปสำรวจหุ่นไม้ใกล้ๆ แบบละเอียดยิบอยู่ด้วยสายตาระแวดระวัง

 

“เอ๋ะ? หนูเห็นเขามายืนดูอยู่ใกล้ๆ ได้สักพักนึงแล้วก็เลยนึกว่าเป็นเพื่อนใหม่ของพี่นากาซะอีกอ่ะ— อ้ะ พี่เขาเริ่มแผ่วิซของตัวเองออกมาแล้วอ่ะพี่นากา”

 

“หา—?”

 

คำพูดของพรีมูล่าที่มีพรสวรรค์ด้านวิซนั้นถึงกับทำให้นากาหลุดเสียงร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ ก่อนที่เขาก้าวออกไปบังด้านหน้าของพรีมูล่าเอาไว้และจับจ้องเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มด้วยท่าทีระแวดระวังถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถสัมผัสอะไรจากเด็กหนุ่มตรงหน้าได้เลยก็ตามที

 

แต่ว่าเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มนั้นก็ไม่ได้หันกลับมาสนใจทางด้านนากาและพรีมูล่าเลยแม้แต่น้อยพลางใช้วิซของตัวเองในการตรวจสอบหุ่นไม้ที่ถูกนากาทารุณกรรมไปเมื่อสักครู่นี้อย่างละเอียดยิบพร้อมกับพูดพึมพำออกมาเบาๆ ไปด้วย

 

“มีร่องรอยการใช้วิซหลงเหลืออยู่เยอะมาก… ฟันได้เร็วขนาดนั้นน่าจะเป็นธาตุลม…ไม่ใช่สิสัมผัสแบบนี้น่าจะเป็นธาตุอื่นซะมากกว่า… แถวนี้มีแอ่งน้ำเล็กๆ กระจัดกระจายอยู่เต็มไปหมด… หรือว่าหมอนั่นจะใช้วิซธาตุน้ำคู่กับวิชาดาบ… ไม่สิ วิซธาตุน้ำไม่น่าจะช่วยเสริมความเร็วหรือว่าพลังในการโจมตีได้แบบนั้น… ธาตุน้ำ… น้ำ… แอ่งน้ำ… น้ำแข็ง!?”

 

นักเรียนผมสีน้ำตาลเข้มนั้นได้เบิ่งตากว้างด้วยความตกใจเมื่อเขาได้กวาดตามองไปทั่วบริเวณอีกครั้งหนึ่งและพบเข้ากับแอ่งน้ำจำนวนมากที่เกิดขึ้นจากการที่พรีมูล่าแอบใช้ดาบน้ำแข็งของเธอแช่แข็งสิ่งของต่างๆ อย่างใบไม้ที่ปลิวผ่านมาเล่นไปในระหว่างที่เธอดูนากาตีหุ่นก่อนหน้านี้ ก่อนที่เขาจะรีบเงยหน้ากลับขึ้นมาเพื่อที่จะได้พูดสอบถามเจ้าของวิชาดาบอย่างนากาไปตรงๆ

 

“—-!?”

 

แต่ว่าในทันทีที่เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มเงยหน้ากลับขึ้นมามองนากาอีกครั้งนั้นแววตาประหลาดใจของเขาก็กลับกลายเป็นตกตะลึงแทน

 

“ทั้งๆ มีร่องรอยการใช้วิซกระจัดกระจายไปทั่วบริเวณแบบนี้แท้ๆ แต่ว่ากลับสัมผัสอะไรจากหมอนี่ไม่ได้เลย— อย่าบอกนะว่า— เรื่องแบบนั้นมันเป็นไปไม่ได้หน่า!?”

 

เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มพูดพึมพัมออกมาแบบไม่เชื่อสายตาของตัวเองก่อนที่เขาจะรีบเดินตรงเข้ามาหานากาด้วยท่าทีรีบร้อนราวกับกำลังกลัวว่านากาอาจจะหายตัวไปไหนต่อหน้าต่อตาและร้องเรียกนากาขึ้นมาน้ำเสียงร้อนรน

 

“นี่นายน่ะ!!”

 

“ห—หะ–? / เเอ๋?”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 90 Chancy Espouse"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved