cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 86 Validated Falsity

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 86 Validated Falsity
Prev
Next

“แล้วแกเป็นใครถึงกล้าเข้ามาขวางพวกฉันหะ!?”
 

เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มที่เห็นว่ามีเด็กหนุ่มผมสีดำตาสองสีเข้ามาเกะกะเพิ่มเติมนั้นได้พูดขึ้นมาเสียงดังก่อนที่เขาพุ่งเข้าไปเหวี่ยงหมัดใส่นากาในทันที แต่ว่าทางด้านนากาที่มีประสาทสัมผัสดีกว่าเด็กในวัยเดียวกันจากการฝึกฝนมาอย่างหนักนั้นก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไรเลยแม้แต่น้อย

 

“ช้าหน่า…”

 

ฟุ๊บ— ผัวะ!!

 

“โอ๊ย!? ทำบ้าอะไรของแกหะริวโตะ!?”

 

เด็กหนุ่มผมแดงที่ถูกนากาใช้ฝ่ามือรับหมัดเอาไว้ในทีแรกได้ร้องโวยวายใส่เพื่อนของตัวเองเสียงดังเมื่ออยู่ๆ ใบหน้าของเขาก็ถูกกระแทกเข้าด้วยกำปั้นของเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินอย่างแรงเนื่องจากว่านากาได้กระชากมือของเขาจนเสียหลักและพุ่งถลาเข้าไปรับหมัดให้แทนตัวนากาซะเอง ซึ่งเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินที่ถูกต่อว่าขึ้นมาก็รีบพูดเถียงกลับไปในทันที

 

“เอ้า! ก็จู่ๆ นายพุ่งเข้ามาขวางแบบนี้ใครจะไปยั้งมือทันกันเล่า!?”

 

“เจ้าโง่ริวโตะเอ๊ย!! ก็แกเล่นง้างหมัดพุ่งเข้าไปต่อยเข้าแบบนั้นต่อให้เป็นพวกบ้านนอกไร้ความสามารถขนาดไหนเขาก็รู้ทั้งนั้นสิฟะว่าแกจะไปต่อยเขาน่ะ!!”

 

“หา!? นายพูดแบบนี้หมายความว่าไงหะ!?”

 

“เฮ้อ…”

 

ในขณะที่สองหนุ่มผมสีน้ำเงินและสีแดงกำลังหันไปเถียงกันเองอยู่นั้น ทางด้านเด็กหนุ่มผมสีเขียวที่เหมือนกับว่าจะอยู่ในกลุ่มเดียวกับพวกเขาด้วยก็ได้ยกมือขึ้นมากุมหน้าของตัวเองและถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจ

 

ส่วนทางด้านนากาที่เห็นว่าเด็กนักเรียนทั้งสองคนที่เป็นคู่กรณีได้หันไปมีปากเสียงกันเองแทนแล้วนั้นก็ได้กะพริบตาปริบๆ มองดูพวกเขาอยู่สักพักก่อนที่เขาจะหันกลับไปพูดถามโมโกะที่ตกเป็นเป้าหมายในทีแรกขึ้นมา

 

“ไม่เป็นอะไรใช่มั้ยโมโกะ?”

 

“อ…อื้อ… ขอบใจนะนากา… ฉันก็ไม่นึกว่าแค่พูดไปแบบนั้นพวกพวกนั้นจะพุ่งเข้ามาทำร้ายกันเลยน่ะ…”

 

โมโกะที่ดูเหมือนว่าจะขวัญเสียเล็กน้อยได้พูดตอบนากากลับไปด้วยน้ำเสียงเบาๆ จนทำให้นากาต้องรีบยกมือขึ้นไปลูบหัวและปลอบใจเธอในทันที ก่อนที่เขาจะหันไปมองดูเด็กนักเรียนอีกคนที่เขาเห็นว่าเธอพยายามที่จะช่วยปกป้องโมโกะเอาไว้เมื่อสักครู่เพื่อที่จะได้พูดขอบคุณอีกฝ่ายไป ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาได้พบว่าเด็กนักเรียนหญิงคนที่ว่าก็ไม่ใช่ใครคนไหนไปนอกซะจากเซซิลนั่นเอง

 

“อ้าว… เซซิลเองหรอกหรอ นี่เธอจะไปมีเรื่องกับคนอื่นเขาทุกวี่ทุกวันเลยหรือไงเนี่ย? …ว่าแต่คราวนี้โดนเขาต่อยเข้าไปหรือยังน่ะ?”

 

“พูดมาก…”

 

ปึ๊ก!

 

“โอ๊ย— ฉันแค่ล้อเล่นเฉยๆ เอง!”

 

เสียงร้องของนากาที่ถูกเซซิลหวดขาเตะเข้าให้นั้นได้ดึงความสนใจจากเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่เป็นคู่กรณีให้กลับมามอง ซึ่งเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่เห็นว่ากลุ่มของนากาได้หันไปพูดคุยเล่นกันเหมือนกับไม่ได้สนใจเลยว่าเพิ่งจะมีเรื่องกับพวกเขาที่ยืนอยู่ตรงนี้ไปเมื่อสักครู่ก็ได้ตวาดขึ้นมาเสียงดัง

 

“พวกแกยังไม่จบเรื่องกับพวกฉันเลยนะโว้ย!!”

 

“อะไรล่ะ? มันเป็นพวกนายเองไม่ใช่หรือไงที่เป็นฝ่ายเข้ามาหาเรื่องเพื่อนของฉันก่อนน่ะ”

 

นากาที่เห็นว่าเด็กหนุ่มทั้งสองคนได้หันกลับมาสนใจทางกลุ่มของพวกเขาแล้วได้ขึ้นเสียงเถียงอีกฝ่ายกลับไปพร้อมกับก้าวเท้าออกมายืนบังโมโกะกับเซซิลเอาไว้ราวกับว่าไม่ได้เกรงกลัวเห็นหนุ่มทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย

 

ซึ่งเด็กหนุ่มผมสีแดงที่ได้ยินคำพูดของนากาเข้าไปนั้นก็ได้เลิกคิ้วเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพูดตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงดูถูก

 

“นี่แกเรียกตัวเองว่าเป็นเพื่อนของยัยนี่งั้นเรอะ? ยัยนักโทษหลบหนีที่มาทำตัวเป็นกาฝากอยู่ในเมืองของคนอื่นเขาแบบนี้เนี่ยน่ะนะ?”

 

กึก…

 

เซซิลที่ได้ยินคำพูดของดูถูกของเด็กหนุ่มผมสีแดงนั้นได้กระตุกมือของเธอไปสัมผัสกับด้ามดาบคาตานะที่เธอพกเอาไว้ตลอดเวลาด้วยความลืมตัว แต่ว่าก่อนที่เธอจะได้ทำอะไรไปมากกว่านั้นเสียงของนากาที่ดังขึ้นมาให้เธอได้ยินนั้นก็ทำให้เซซิลต้องรีบสงบสติตัวเองไปซะก่อน

 

“หา…? นักโทษ? นี่พวกแกพูดเรื่องอะไรกันเนี่ยหะ?”

 

“ก็ใช่น่ะสิ! นี่แกไม่รู้เลยหรือไงว่ายัยผู้หญิงที่แกยืนขวางอยู่นั่นมีค่าหัวติดตัวอยู่ด้วยน่ะหะ!?”

 

“ค่าหัว…?”

 

นากาที่ได้รับคำตอบมาจากเด็กหนุ่มผมสีแดงนั้นได้พูดถามกลับไปด้วยความสงสัยก่อนที่เขาจะเหลือบกลับไปมองทางเซซิลและพบว่าในเวลานี้เซซิลกำลังเม้มปากแน่นและได้หันหนีไปอีกทางในทันทีที่เธอสังเกตเห็นว่านากาได้แอบหันมามองท่าทีของเธอ ซึ่งถึงแม้ว่านากาที่เห็นแบบนั้นจะรู้สึกสงสัยขึ้นมาบ้างแต่ว่าเขาก็ตัดสินใจที่จะเชื่อใจเซซิลและพูดเถียงเด็กหนุ่มผมแดงกลับไป

 

“เรื่องค่าหัวอะไรนั่นฉันไม่เห็นจะเคยได้ยินมาก่อนแถมไม่เห็นจะมีอะไรมายืนยันคำพูดของพวกแกเลยสักนิด! พวกแกจะเที่ยวใส่ความคนอื่นเขาก็ให้มันน้อยๆ หน่อยเถอะ!!”

 

“นี่แกกล้ามากล่าวหาว่าคนอย่างพวกฉันจะไปเที่ยวใส่ความคนอื่นงั้นหรอวะ!?”

 

“ก็เออสิ! พวกแกเป็นใครมาจากไหนฉันก็ยังไม่รู้เลย แต่ว่าอยู่ๆ ก็มาด่าแถมยังคิดจะต่อยเพื่อนของฉันแบบนี้ถ้าจะให้ฉันเชื่อพวกแกก็ปัญญาอ่อนแล้ว!!”

 

“หา—!?”

 

เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มได้ส่งเสียงร้องขึ้นมาด้วยความประหลาดใจที่เด็กหนุ่มผมดำตรงเหมือนจะไม่รู้จักกับเขาคนนี้และทำท่าเหมือนกับว่าจะพุ่งเข้าไปเหวี่ยงหมัดใส่นากาอีกครั้ง แต่ว่าทันใดนั้นเองเด็กหนุ่มผมแดงก็ได้ยื่นมือออกมาขวางเพื่อนของเขาเอาไว้ก่อน

 

“เดี๋ยวก่อนริวโตะ เจ้าหมอนี่มันอาจจะไม่รู้จักพวกเราจริงๆ ก็ได้ล่ะมั้ง เพราะดูเหมือนว่าปีนี้โรงเรียนรีมินัสจะมาตรฐานตกไปเยอะจนมีพวกบ้านนอกแล้วก็พวกสามัญชนหลุดเข้ามาได้กันเพียบเลยนี่”

 

“ฮะ! นั่นสินะ ถ้าเกิดว่าเป็นพวกบ้านนอกหรือว่าพวกสามัญชนล่ะก็จะไม่รู้จักพวกเราก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไหร่หรอก!”

 

เด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มส่งเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยพร้อมกับเอ่ยคำพูดเยาะเย้ยออกมาท่ามกลางเหล่าเด็กนักเรียนจำนวนมากที่เริ่มเข้ามามุงดูเรื่องสนุกๆ หลังอาหารกัน แต่ว่าในทันทีที่เด็กนักเรียนเหล่านั้นเห็นว่าหนึ่งในสองฝ่ายที่กำลังยืนเถียงกันอยู่มีเด็กสาวร่างสูงโปร่งอย่างเซซิลอยู่ด้วยพวกเขาก็รีบกระจายตัวกันออกไปแอบดูอยู่ห่างๆ กันแทนเหมือนกับว่าไม่อยากจะอยู่ใกล้เพราะอาจจะติดร่างแหไปด้วยอย่างไรอย่างนั้น

 

ซึ่งโมโกะที่สังเกตเห็นท่าทางของเหล่านักเรียนมุงมาได้สักพักแล้วนั้นก็เลือกที่จะไม่สนใจพวกเด็กนักเรียนขี้ขลาดเหล่านั้นและพูดเถียงเด็กหนุ่มทั้งสองคนเบื้องหน้าไปในทันที

 

“คำก็บ้านนอกสองคนก็บ้านนอก แค่พวกฉันไม่ได้เกิดมาในเมืองเหมือนกับพวกนายก็ต้องพูดจาดูถูกกันถึงขนาดนั้นเลยหรือไงกันหะ!?”

 

“หึ! มันก็ตามนั้นนั่นล่ะยัยแมวบ้านนอก! ถ้าเกิดว่าแกไม่พอใจงั้นก็อธิษฐานขอให้ชาติอย่าไปเกิดในหมู่บ้านกันดารแบบนั้นก็แล้วกัน!!”

 

“นี่นาย—!! อุ๊บ—”

 

“…….”

 

ในขณะที่โมโกะกำลังจะชี้นิ้วด่าเด็กหนุ่มปากเสียทั้งสองคนกลับไปนั้นเธอก็โดนเซซิลพุ่งมือมาอุดปากเอาไว้ก่อนพร้อมกับส่ายหน้าให้เธออย่างเงียบๆ

 

ส่วนทางด้านเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่เห็นว่าโมโกะถูกอุดปากจนเงียบเสียงไปแล้วก็ได้ยกนิ้วโป้งคนละข้างกันขึ้นมาชี้อกตัวเองพร้อมกับเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากพูดแนะนำตัวขึ้นมาด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ

 

“ฉันชื่ออากิ ฮิโตะ! เป็นว่าที่เอกอัครรัฐทูตจากเมืองซากิที่จะถูกส่งมาประจำในเมืองรีมินัสแห่งนี้ในอนาคตยังไงล่ะ!!”

 

“ส่วนฉันชื่อริวโตะ ซากิ! เป็นผู้ที่จะมาสืบทอดตำแหน่งเอกอัครรัฐทูตจากเมืองยูกิประจำเมืองรีมินัสต่อจากคุณพ่อของฉันยังไงล่ะ!!”

 

คำพูดแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงอันดังของเด็กหนุ่มทั้งสองคนนั้นถึงกับทำให้ทั่วทั้งโรงอาหารตกอยู่ท่ามกลางความเงียบไปชั่วขณะก่อนที่ทันใดนั้นเองเสียงของนากาและเซซิลจะดังขึ้นมาเบาๆ

 

“แนะนำตัวได้เห่ยชะมัด…”

 

“นั่นสิ…”

 

“เสียมารยาท!! / เสียมารยาท!!”

 

คำพูดพึมพำของนากาได้ทำให้เด็กหนุ่มผมสีแดงที่ชื่อว่าอากิและเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินเข้มที่ชื่อว่าริวโตะต่างพากันแหกปากขึ้นมาเป็นเสียงเดียวกัน แต่ถึงแบบนั้นนากาก็เลือกที่จะเมินพวกเขาไปและหันไปมองดูเด็กหนุ่มผมสีเขียวเข้มที่กำลังยืนกุมหน้าผากตัวเองอยู่อย่างเงียบๆ มาได้สักพักหนึ่งแล้วแทน

 

“แล้วนายล่ะ? จะไม่ไปยืนเก๊กท่ากับสองคนนั้นด้วยหรอน่ะ?”

 

“นั่นสิน๊อกซ์! พวกเราเป็นทีมเดียวกันไม่ใช่หรือไง!?”

 

“ใช่แล้วล่ะ! นายเองก็รีบมาแนะนำตัวบ้างสิน๊อกซ์!”

 

“ไอเจ้าพวกบ้าเอ๊ย… ให้ตายสิ”

 

เด็กหนุ่มผมสีเขียวที่เหมือนจะชื่อว่าน๊อกซ์นั้นได้กัดฟันพูดขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่เขาจะเดินแทรกเข้าไปยืนกอดอกอยู่ตรงกลางระหว่างอากิกับริวโตะและพูดแนะนำตัวขึ้นมาด้วยท่าทางแบบไม่เต็มใจนัก

 

“ฉันชื่อว่าน๊อกซ์ เป็นผู้ที่จะได้รับช่วงต่อตำแแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงการค้าระหว่างเมืองรีมินัสและเมืองซายูกิในอนาต… เอ้า… พอใจหรือยังล่ะอากิ?”

 

“จะแนะนำตัวทั้งทีก็ทำให้มันแข็งขันกว่านี้หน่อยสิ!! แล้วไหนล่ะนามสนุกของนายน่ะน๊อกซ์! บอกชื่อตระกูลของนายออกมาให้เจ้าพวกบ้านนอกพวกนี้ตกตะลึงกันไปเลยสิ! เอ้าไหนลองใหม่อีกครั้งสิ!”

 

อากิที่ถูกพูดถามขึ้นมานั้นได้พูดตอบน๊อกซ์กลับไปพร้อมกับรบเร้าให้เด็กหนุ่มผมสีเขียวเข้มพูดแนะนำตัวขึ้นมาใหม่อีกครั้งโดยไม่ได้สนใจท่าทีบอกบุญไม่รับของอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย ส่วนทางด้านนากาที่ชักจะเริ่มรู้สึกว่ากลุ่มคนเบื้องหน้าน่าจะเหมาะกับการเป็นคณะตลกมากกว่าคณะรัฐทูตตามที่อีกฝ่ายแนะนำตัวมานั้นก็ได้ตัดสินใจที่จะพาโมโกะและเซซิลออกจากบริเวณนี้ในทันที

 

“ถ้ายังไงก็เอาเป็นว่ายินดีที่ได้รู้จักละกัน ส่วนพวกฉันขอตัวไปกินข้าวกันก่อนล่ะ… ป่ะ พวกเราไปกันเถอะ โมโกะ เซซิล…”

 

“เฮ้ย—เดี๋ยวก่อนสิ!”

 

“นี่พวกแกไม่สนใจอยากจะรู้สักหน่อยหรือไงว่าทำไมพวกฉันถึงเรียกยัยนั่นว่ากาฝากน่ะ ทั้งๆ ที่พวกฉันเห็นว่าพวกแกท่าทางบ้านนอกไม่รู้เรื่องรู้ราวก็เลยอยากจะบอกให้เอาบุญนะเนี่ย!”

 

“ไม่ล่ะขอบใจ เพราะถ้าเกิดว่ามันเป็นคำพูดจากปากของพวกลูกหลานขุนนางอย่างพวกนายนี่ฉันคิดว่ามันไม่ค่อยจะน่าเชื่อถือสักเท่าไหร่น่ะ”

 

“พูดแบบนี้มันหาเรื่องกันนี่หว่า!!”

 

คำพูดของนากานั้นทำให้ทั้งอากิและริวโตะตวาดขึ้นมาเสียงดังด้วยความไม่พอใจในทันที แต่ว่าก่อนที่เด็กหนุ่มทั้งสองคนจะได้พุ่งเข้าไปจัดการสั่งสอนนากานั้นน๊อกซ์ที่หลบไปยืนดูอย่างเงียบๆ หลังจากการแนะนำตัวและสังเกตเห็นถึงความสามารถในการป้องกันตัวของนากาในตอนแรกที่เขาโผล่มาก็ได้ก้าวเดินออกมาเบื้องหน้าพร้อมกับเอ่ยปากพูดขึ้นมาซะก่อน

 

“ยัยเซซิลนั่นเป็นถึงผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมทหารยามแล้วก็ยังเป็นผู้ต้องหาที่ทั้งทางเมืองซากิและเมืองยูกิตั้งค่าหัวเอาไว้… ชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างพวกนายคิดดีแล้วหรอที่จะคบคนแบบนั้นเป็นเพื่อนน่ะ?”

 

“หา—? เซซิลเนี่ยนะ—!?”

 

“…..”

 

คำพูดของน๊อกซ์นั้นถึงกับทำให้นากาต้องแอบเหลือบกลับไปมองเซซิลอีกครั้งก่อนที่เขาจะพบว่าเซซิลได้หันหน้าหนีไปทางอื่นเหมือนกับว่าไม่ต้องการที่จะพูดถึงเรื่องนี้เลยแม้แต่สักนิดเดียว ซึ่งนั่นก็ทำให้นากาได้แต่ต้องลองหันไปสอบถามกลุ่มคนเบื้องหน้าดูเพิ่มเติมแทน

 

“ที่ว่าเซซิลเป็นที่ต้องการตัวน่ะฉันก็พอจะรู้อยู่แล้ว แต่ที่พวกนายบอกว่าเซซิลไปฆ่าคนมานี่มันหมายความว่ายังไง? ถ้าเกิดว่าเป็นการกล่าวหากันลอยๆ ล่ะก็ฉันไม่ยอมให้มันจบแค่นี้แน่!”

 

“หึ สามัญชนธรรมดาๆ อย่างพวกแกจะไม่รู้ก็คงไม่แปลก แต่ว่าลูกหลานขุนนางอย่างพวกฉันหรือว่าคนอื่นๆ ในโรงเรียนน่ะเขารู้กันหมดแล้วว่ายัยนั่นเป็นผู้ต้องหาในการขโมยสมบัติร่วมของเมืองของพวกเราไป เพราะงั้นถ้าจะให้ฉันแนะนำพวกแกก็ควรจะเลิกไปยุ่งกับยัยนั่นซะจะดีกว่านะ!”

 

“ก็ตามที่อากิพูดมานั่นล่ะ! ที่พวกฉันยอมลดตัวลงมาเตือนพวกแกก็เพราะว่าเป็นห่วงนะเนี่ย เพราะว่าหน้าที่ของขุนนางอย่างพวกฉันก็คือการปกป้องพวกไพร่สามัญชนอย่างพวกแกต่อให้พวกแกจะทำตัวโสโครกน่าขยะแขยงขนาดไหนก็เถอะยังไงล่ะ!!”

 

“…..”

 

เซซิลที่ได้ยินคำพูดของเด็กหนุ่มทั้งสองคนเข้าไปนั้นได้แต่กำหมัดแน่นอย่างอดทนอดกลั้น ซึ่งนั่นก็ทำให้โมโกะต้องรีบยื่นมือของเธอไปจับมือของเซซิลที่กำแน่นเอาไว้พร้อมกับจงใจพูดขึ้นมาให้พวกอากิได้ยิน

 

“เธอไม่ต้องไปสนใจเจ้าพวกนี้หรอกนะเซซิล ลูกขุนนางพวกนี้ก็มีดีแค่พูดขู่แล้วก็กระดิกนิ้วรังแกคนอื่นไปวันๆ นั่นแหล่ะ พอถึงเวลาเข้าจริงๆ เดี๋ยวพวกมันก็หายหัวไปกันหมดเหมือนกับพ่อแม่ของพวกมันนั่นแหล่ะ พวกเราปล่อยเจ้าพวกนี้แล้วไปหาข้าวกินกันเถอะ”

 

“แกว่าไงนะยัยแมวบ้านนอก!! / เมื่อกี้แกว่าไงนะยัยแมวผี!!”

 

“มันก็ตามที่โมโกะเขาว่ามานั่นแหล่ะเซซิล อีกอย่างนึงพวกเราเองก็เป็นเพื่อนกันไม่ใช่หรือไง เธอไม่ต้องเป็นห่วงว่าพวกฉันจะไปหลงเชื่อคำพูดของเจ้าพวกนั้นหรอกหน่า”

 

“เพื่อน… งั้นหรอ…”

 

เซซิลที่ได้ยินคำพูดของนากาได้แต่ก้มหน้าลงเล็กน้อยอย่างไม่แน่ใจนัก ในขณะที่ทางด้านของน๊อกซ์ที่ได้ยินคำพูดดูถูกของโมโกะเข้าไปก็เริ่มที่รักษามาดใจเย็นของเขาเอาไว้ไม่ไหวบ้างแล้ว

 

“ฉันก็อุตส่าห์หวังดีเพราะเห็นว่าพวกนายคงจะไม่รู้อะไร แต่ว่าถ้าจะมาดูถูกกันขนา—-”

 

ในขณะที่น๊อกกำลังจะพูดจาข่มขู่นากาขึ้นมานั้นเขาก็ได้เหลือบไปเห็นปลายเส้นผมสีเหลืองแซมเขียวของเด็กสาวคนหนึ่งที่ยืนเนียนแอบอยู่ข้างๆ กระถางต้นไม้ประดับที่อยู่ใกล้ๆ กันมาสักพักหนึ่งแล้วโดยที่ไม่มีใครรู้ตัวเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นก็ทำให้น๊อกซ์ถึงกับชะงักไปเล็กน้อยและรีบขยับตัวถอยห่างจากกระถางต้นไม้อันนั้นในทันที

 

“พูดกันถึงขนาดนั้นแล้วอย่าคิดว่ามันจะจบง่ายๆ นะโว้ย!!”

 

“เดี๋ยวก่อนอากิ!”

 

“หุบปากไปเลยน๊อกซ์! ถ้าฉันไม่ได้สั่งสอนยัยนี่ล่—-”

 

หมับ!

 

“ใครกันอีกวะ—!?”

 

อากิที่ถูกจับแขนเอาไว้นั้นได้ร้องตะโกนขึ้นมาด้วยความหัวเสียและหันไปมองดูผู้ที่เข้ามาขัดขวางการลงมือของเขาเป็นคนที่สองก่อนที่เขาจะสะดุ้งเฮือกไปในทันทีที่พบกับรอยยิ้มฉีกกว้างผิดธรรมชาติของเด็กสาวผมสีเหลืองแซมเขียวที่กำลังส่งเสียงหัวเราะชวนสยองขึ้นมาอยู่

 

“ฮิฮิฮิ~”

 

“อึ๊ย—!?”

 

“นั่นมันพิเน๊ะนี่นา”

 

“หืม? พิเน๊ะมาหรอนากา?”

 

โมโกะที่ได้ยินชื่อของพิเน๊ะดังขึ้นมานั้นได้ชะโงกหน้าผ่านตัวของนากาที่ยืนบังอยู่เพื่อที่จะมองหาคนรู้จักของเธอในทันที และเธอก็ได้พบว่าพิเน๊ะที่โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้กำลังจับท่อนแขนของอากิเอาไว้แน่นโดยที่อีกฝ่ายเองก็กำลังพยายามที่จะสะบัดแขนของตัวเองให้หลุดออกจากการจับกุมอยู่แต่ก็ทำไม่สำเร็จสักที

 

“ปล่อยสิยัยผีนี่!”

 

กรึก—

 

“—!?”

 

อากิที่กำลังสะบัดแขนของตัวเองให้หลุดออกจากอุ้งมือของพิเน๊ะนั้นถึงกับสะดุ้งไปด้วยความเจ็บปวดเมื่ออยู่ๆ พิเน๊ะก็ได้เพิ่มแรงบีบของเธอมากขึ้นจนแขนของเขาส่งเสียงดังลั่นขึ้นมาก่อนที่เธอจะยื่นหน้าเข้ามาใกล้เขาและพูดถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงชวนสยอง

 

“ฮิฮิ~ จะรีบไปไหนหรอ~? ไหนเมื่อกี้ใครเป็นคนหันมาพูดด้วยกันก่อนนะ~”

 

“ยัยนี่—”

 

“น—นายรีบเข้าไปช่วยอากิเขาเร็วสิริวโตะ!”

 

“ม—ไม่ไหวล่ะ นายไปเองสิน๊อกซ์”

 

“อ่ะ มาอยู่ตรงนี้เองหรอครับนากา…”

 

ในขณะที่น๊อกและริวโตะกำลังเถียงกันให้อีกฝ่ายเป็นคนเข้าไปช่วยอากิจากอุ้งมือของพิเน๊ะอยู่นั้นก็ได้มีเสียงของคอนแนลพูดถามนากาขึ้นมาเมื่อเขาได้ออกมาเดินตามหาตัวนากาและโมโกะที่หายตัวไปซื้ออาหารเป็นเวลานานจนน่าเป็นห่วง ก่อนที่คอนแนลจะเหลือบไปเห็นอากิ ริวโตะและน๊อกซ์ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ พวกนากาเข้าพอดี

 

“แล้วไหนจะยังมีคุณอากิ คุณริวโตะ กับคุณน๊อกซ์จากห้องหนึ่งอยู่ด้วย นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นมาหรือเปล่าครับเนี่ย?”

 

“ว—ว่าไงเจ้าอัศวิน”

 

“อากิ ฉันว่าพวกเราถอยกันก่อนเถอะ พ่อแม่ของนายคงจะไม่อยากให้นายไปมีเรื่องกับพวกอัศวินหลวงสักเท่าไหร่หรอก ต่อให้ตาแว่นนี่จะยังเป็นนักเรียนเหมือนกับพวกเราอยู่ก็เถอะ”

 

ในขณะที่ริวโตได้พูดทักทายคอนแนลไปด้วยท่าทางเก้ๆ กังๆ นั้น ทางด้านน๊อกซ์ก็ได้เดินเข้าไปพูดเตือนอากิที่กำลังพยายามสะบัดแขนของเขาให้หลุดจากอุ้งมือของพิเน๊ะด้วยเสียงเบาๆ จนทำให้อากิต้องรีบพูดตอบกลับเพื่อนของตนไป

 

“ถ้างั้นนายก็มาช่วยฉันแกะมือของยัยนี่ออ—- เฮ้ย!?”

 

อากิที่ถูกพิเน๊ะจับแขนเอาไว้นั้นได้สะบัดแขนของเขาอย่างแรงอีกทีก่อนที่ตัวของเขาจะเซไปตามแรงของตัวเองเนื่องจากว่าพิเน๊ะที่จับแขนของเขาเอาไว้แน่นเมื่อสักครู่นี้ได้หายไปจากข้างกายของเขาและแอบหลบไปอยู่ด้านหลังกระถางต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ กันตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้แล้ว

 

ซึ่งอากิก็ได้ยกมือขึ้นมาลูบท่อนแขนของตัวเองที่ถูกพิเน๊ะบีบจนแดงก่ำก่อนจะตัดสินใจที่จะรีบออกไปจากโรงอาหารแห่งนี้กันในทันที

 

“อย่าคิดว่าเรื่องมันจะจบแค่นี้ล่ะเจ้าพวกห้องสาม!!”

 

“ใช่แล้วล่ะ! จำเอาไว้เลยว่าพวกฉันเองนี่ล่ะจะเป็นคนจับยัยกาฝากนั่นกลับไปรับผิดที่เมืองของพวกฉันเอง!!”

 

“…..”

 

อากิและริวโตะที่ยืนหันหลังเข้าหากันเพื่อเก๊กท่าพูดออกมานั้นได้นิ่งเงียบไปสักพักก่อนที่พวกเขาจะหันไปดูตรงกลางระหว่างพวกเขาที่ควรจะเป็นที่เก๊กท่าพูดเท่ๆ ของน๊อกซ์และพบว่าเพื่อนของพวกเขากำลังจะเดินไปถึงที่หน้าประตูโรงอาหารแล้ว

 

“เดี๋ยวก่อนสิน๊อกซ์! รอพวกฉันด้วยสิ!”

 

“ฮิฮิฮิ~ พวกนั้นตลกดีจังเนอะ!”

 

พิเน๊ะที่มองไล่หลังเด็กหนุ่มทั้งสองคนที่รีบวิ่งตามน๊อกซ์ไปนั้นได้โผล่มายืนอยู่ข้างกายของโมโกะโดยที่ไม่มีใครได้ทันสังเกตเห็นและส่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ จนทำให้ทั้งนากาและโมโกะถึงกับสะดุ้งเฮือกและรีบพูดตอบเธอกลับไป

 

“อ–อื้อ ถ—ถ้าเธอว่าอย่างงั้นล่ะก็นะ”

 

“ถ้าเกิดว่าพวกฉันไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายก็คงจะดูตลกอยู่จริงๆ ล่ะมั้ง…”

 

ในขณะที่นากายังคงทำตัวไม่ถูกเมื่อต้องมาอยู่ใกล้กับพิเน๊ะที่ใครๆ ก็ต่างเรียกเธอว่าสาวสยองหรือไม่ก็ยัยตัวประหลาดโรคจิตนั้น ทางด้านโมโกะที่ได้บังเอิญไปเจอกับพิเน๊ะบ่อยๆ ในตอนที่ออกไปเที่ยวเล่นในป่ากับรีซาน่าในช่วงปิดเทอมกลับดูเหมือนว่าจะเริ่มที่จะชินกับอีกฝ่ายไปบ้างแล้วจึงได้พูดตอบกลับไปแบบสบายๆ และเอ่ยปากขอบคุณเด็กสาวผมสีเหลืองแซมเขียวคนนี้ไป

 

“ถ้ายังไงก็ขอบใจเธอมากนะพิเน๊ะ ตอนแรกฉันก็แค่กะจะเข้าไปห้ามเฉยๆ แต่ก็ไม่คิดว่าพวกนั้นจะพุ่งเข้ามาต่อยกันเลยน่ะ ว่าแต่นี่เธอก็มากินข้าวที่โรงอาหารเหมือนกันหรอ?”

 

“อื้อ! มาโรงอาหารก็ต้องกินข้าวสิหรือว่าจะให้มาปลูกผักล่ะ!”

 

“อ่า…ฉันผิดเองที่ถามไปแบบนั้นน่ะ…” .

 

“ฮะฮะ ว่าแต่สรุปว่าเมื่อกี้นี้มีเรื่องกันจริงๆ งั้นสินะครับเนี่ย กับพวกคุณอากิเขาน่ะ?”

 

“ก็นิดหน่อยน่ะ แล้วนี่นายรู้จักกับพวกนั้นด้วยหรอน่ะคอนแนล?”

 

นากาเอ่ยปากถามคอนแนลขึ้นมาด้วยความสงสัยโดยปล่อยให้โมโกะเป็นคนรับมือกับพิเน๊ะไปก่อน ในขณะที่ทางด้านเหล่าเด็กนักเรียนที่แอบมุงดูกันอยู่เองก็เริ่มที่จะสลายตัวกันออกไปเมื่อเห็นว่าเรื่องสนุกๆ หลังอาหารได้จบลงไปแล้ว

 

ส่วนทางด้านเซซิลเองก็อาศัยจังหวะนี้แอบเดินเนียนไปกับฝูงคนเพื่อที่จะไปซื้ออาหารกลางวันของเธอจากร้านอาหารของเมืองซายูกิด้วยเช่นกัน ซึ่งท่าทางสบายใจเฉิบของเซซิลที่เหมือนกับไม่สนใจว่าตัวเธอเองนี่ล่ะที่เป็นสาเหตุของความวุ่นวานเมื่อครู่นี้ก็ถึงกับทำให้โมโกะได้แต่พูดบ่นไล่หลังเธอไปเบาๆ

 

“อ่าว ยัยเซซิลนี่ก็เล่นเดินไปซื้อของกินหน้าตาเฉยเลยนะ… อย่างน้อยก็น่าจะขอบคุณกันสักหน่อยสิ”

 

“ฮะฮะ เซซิลเขาก็เป็นแบบนั้นนั่นแหล่ะครับ เอาจริงๆ ถึงเธอจะไม่ได้พูดอะไรแต่ก็คงจะรู้สึกขอบคุณทั้งสองคนอยู่นั่นล่ะ แต่ยังไงก็เอาเป็นว่าทั้งสองคนรีบไปซื้อข้าวกันก่อนเถอะครับเพราะถ้าขืนช้าไปกว่านี้เดี๋ยวอาหารจะขายหมดกันซะก่อน ผมจองโต๊ะเอาไว้ให้ทางด้านนู้นแล้ว”

 

“อื้ม นั่นสินะ พิเน๊ะเธอกินอะไรแล้วหรือยัง—- เอ๋?”

 

โมโกะที่ละสายตาไปจากพิเน๊ะเพียงชั่วครู่เพื่อพูดบ่นเซซิลขึ้นมานั้นได้แต่ส่งเสียงร้องด้วยความประหลาดใจเมื่อข้างกายของเธอไม่มีเพื่อนสาวผมสีเหลืองแซมเขียวยืนอยู่ด้วยกันแล้วจนทำให้คอนแนลที่มองดูทางด้านโมโกะอยู่เมื่อสักครู่ต้องพูดขึ้นมาให้เธอฟัง

 

“ถ้าพิเน๊ะล่ะก็เมื่อกี้นี้เห็นโบกมือให้โมโกะแล้วก็เดินออกไปข้างนอกแล้วล่ะครับ”

 

“มาไวไปไวแบบไม่ให้ตั้งตัวจริงๆ แฮะรายนี้… แล้วนี่เธอไปสนิทกับพิเน๊ะเขาได้ยังไงล่ะเนี่ยโมโกะ?”

 

“เรื่องนั้นฉันก็สงสัยตัวเองอยู่เหมือนกันนั่นแหล่ะหน่า… แล้วนี่พวกเราจะกินอะไรกันดีล่ะนากา?”

 

“เอาเป็นร้านนี้เลยก็ได้ล่ะมั้ง พวกเราเล่นมาก่อเรื่องอยู่หน้าร้านเขาตั้งนาน แถมพวกเราเองก็ยังไม่เคยลองกินอาหารจากเมืองซายูกิกันเลยด้วยนี่นา”

 

“ถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปซื้อข้าวที่ทางด้านนั้นก่อนละกันนะครับ ส่วนโต๊ะที่จองเอาไว้อยู่ทางด้านนู้นนะครับ มีซิลเวสคอยคุมพรีมูล่าเอาไว้อยู่ไม่น่าจะต้องเป็นห่วงอะไรหรอกครับ”

 

คอนแนลที่ได้ยินว่าพวกนากาจะซื้ออาหารของเมืองซายูกิมาลิ้มลองกันนั้นได้พูดบอกพวกเขาออกมาก่อนที่เขาจะเดินไปทางร้านอาหารร้านอื่นแทน ซึ่งทางด้านนากาที่ได้ยินว่าพรีมูล่ามีคนคอยคุมเอาไว้แล้วก็ได้พูดขึ้นมาเหมือนกับไม่รู้ว่าจะโล่งใจหรือว่าเป็นกังวลดีกันแน่

 

“พรีมูล่ากับซิลเวสงั้นหรอ… พวกเรารีบซื้อข้าวแล้วไปคอยคุมพรีมูล่ากันเองเถอะโมโกะ ว่าแต่นี่ยัยตัวแสบซื้ออะไรมากินเป็นข้าวกลางวันกันล่ะเนี่ย…”

 

“เห็นตอนแรกพรีมูล่าบอกว่าเจอซิลเวสอยู่แถวๆ ร้านของแพนเทร่านี่ ถ้างั้นก็คงจะไม่พ้นพวกขนมอบหรือไม่ก็เครปแล้วก็แพนเค้กหรอกล่ะมั้ง”

 

“ให้ตายสิ… ยัยตัวแสบเอ๊ย…”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 86 Validated Falsity"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved