cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 82 Scramble

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 82 Scramble
Prev
Next

“อ้ะๆ พวกเธอทั้งสามคนน่ะหยุดอยู่ตรงนั้นเลยนะ นี่พวกเธอคิดจะไปที่ไหนกันหือ~?”
 

หลังจากที่การสอบของคอนแนลและซิลเวสที่กินเวลาเกือบจะทั้งคาบเรียนสิ้นสุดลงเอริซาเบธที่สังหรณ์ใจอะไรบางอย่างก็ได้หันไปมองทางกลุ่มของพวกนากาและรีบพูดเรียกตัวพวกเขาเอาไว้ก่อนเพราะว่าทั้งนากาและพรีมูล่านั้นต่างก็กำลังทำท่าเหมือนว่าจะออกเดินไปทางบันไดเพื่อที่จะได้ลงไปยังห้องพยาบาลกันแล้วอีกทั้งพรีมูล่าเองก็ยังลากแขนของโมโกะให้ตามเธอไปอีกด้วย ซึ่งพรีมูล่าที่ถูกเรียกตัวเอาไว้นั้นก็รีบหันกลับมาตอบเอริซาเบธกลับไปในทันที

 

“พวกหนูก็จะไปดูอาการของซิลจังเขาไงล่ะพี่เอริ”

 

“พวกเธอไม่ต้องเป็นห่วงอะไรซิลเวสเขาหรอกมีอาจารย์อารอนคอยดูแลอยู่ทั้งคนแบบนั้นน่ะ เอาล่ะ รีบๆ กลับเข้าไปในห้องกันก่อนได้แล้ว~”

 

“เอ๋ะ— แต่ว่าซิลเว—”

 

“ไม่มีแต่จ้า~ เอาล่ะทุกคนรีบกลับเข้าไปในห้องกันเร็ว เมื่อกี้นี้พวกเธอส่งเสียงดังกันน่าดูเลยนะแล้วนี่ใกล้จะหมดคาบหนึ่งแล้วด้วยถ้าเกิดใครชักช้าจนอาจารย์อายะที่จะสอนคาบต่อไปมาถึงก่อนระวังจะโดนหักคะแนนกันนะจ๊ะ~”

 

“เฮ้ย— ยัยจิ้งจอกเอาคะแนนมาขู่แล้วพวกเรารีบเผ่นเร็ว!”

 

อัลเบิร์ตที่ได้ยินคำขู่ของเอริซาเบธนั้นได้รีบตะโกนบอกเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นที่ไม่ได้สนใจจะฟังเอริซาเบธเพราะนึกว่าเธอกำลังพูดกับพวกนากาอยู่ขึ้นมาซึ่งนั่นก็ทำให้ทุกคนรีบวิ่งไปเบียดกันอยู่ที่ประตูหน้าห้องและหลังห้องกันแทน

 

โดยจะเหลือก็แค่ซึบากิที่ยังคงยืนจับราวระเบียงแน่นและจ้องมองไปยังซิลเวสที่อยู่ในอ้อมแขนของอารอนกับคาร์เทียร์ที่ตามติดอารอนไม่ห่างด้วยแววตาดุร้ายจนพวกเธอกระทั่งหายเข้าไปในห้องพยาบาลแล้วซึบากิจึงได้ยอมเดินกลับเข้าห้องเรียนไปแต่โดยดี

 

แต่ถึงแม้ว่าซึบากิจะยอมเดินกลับเข้าห้องไปแล้วตรงระเบียงหน้าห้องก็ยังมีเด็กนักเรียนสุดดื้อดึงเหลืออยู่อีกสามคนอยู่ดีจนทำให้เอริซาเบธที่พอจะเดาความคิดของพวกเขาได้ต้องพูดเตือนออกมา

 

“พวกเธอเองก็รีบกลับเข้าห้องกันดีกว่านะ เพราะต่อให้พวกเธอคิดจะลองขออลิซดูเขาก็ไม่อนุญาตให้พวกเธอลงไปตอนนี้หรอก”

 

“ฉันก็กะจะกลับเข้าไปในห้องอยู่แล้วแหล่ะน่า แต่ยัยตัวแสบนี่ไม่ยอมปล่อยฉันสักทีเนี่ย!”

 

“ก็ซิลจังเขายังไม่กลับมาเลยอ้ะ!”

 

พรีมูล่าพูดตอบเอริซาเบธและนากากลับไปพร้อมกับกอดแขนของนากาและโมโกะที่เธอจับเอาไว้แน่นขึ้นราวกับจะบอกว่าถ้าเธอไม่ได้ลงไปหาซิลเวสล่ะก็สองคนนี้ก็จะไม่ได้กลับเข้าห้องเรียนด้วยเช่นกันจนทำให้เอริซาเบธต้องตัดสินใจที่จะทำตัวให้สมกับเป็นอาจารย์กับเขาดูบ้างสักทีหนึ่ง

 

“เอาจริงๆ การเป็นห่วงเพื่อนก็ไม่ใช่เรื่องแย่หรอกนะพริมจัง แต่ว่าเธอก็ต้องดูด้วยว่าถ้าเธอลงไปแล้วจะไปช่วยหรือว่าไปเกะกะการรักษาของเขากันแน่น่ะ… ในเมื่อเธอลงไปแล้วก็น่าจะทำได้แค่อยู่ข้างๆ เป็นกำลังใจให้ซิลเวส งั้นสู้เธอเข้าไปนั่งเรียนในห้องแล้วจดเนื้อหาที่เรียนกันไปให้ซิลเวสที่กำลังนอนพักอยู่น่าจะดีกว่าใช่มั้ยล่ะ”

 

“นั่นสิ ซิลเวสเขาคงไม่ดีใจหรอกมั้งถ้าเกิดว่าตัวเองเป็นคนที่ทำให้เธอต้องขาดเรียนจนโดนหักคะแนนน่ะพรีมูล่า”

 

“บู่วววว เอางั้นก็ได้! แต่ถ้าเกิดถึงตอนกลางวันแล้วซิลจังยังไม่กลับมาพวกเราต้องลงไปดูอาการของซิลจังด้วยกันนะ!!”

 

“รู้แล้วหน่า เพราะถ้าเกิดถึงตอนกลางวันแล้วซิลเวสยังไม่กลับมาพี่เองก็กะจะไปดูอยู่เหมือนกันนั่นล่ะ ในเมื่อตกลงกันได้แล้วงั้นพวกเราก็กลับเข้าไปในห้องกันก่อนเถอะ”

 

นากาพูดตอบพรีมูล่ากลับไปก่อนที่เขากับโมโกะจะช่วยกันหิ้วปีกพรีมูล่าที่ยังคงอิดออดมองไปทางบันไดราวกับหวังว่าซิลเวลสจะเดินขึ้นมาพอดีเข้าไปในห้องเรียน ซึ่งทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงฝีเท้าเดินขึ้นบันไดมาจริงๆ อย่างที่พรีมูล่าหวังเอาไว้ แต่ว่าผู้ที่เดินขึ้นบันไดมานั้นกลับเป็นอลิซที่ถือกล่องอะไรบางอย่างมาด้วยและกำลังหรี่ตามองตรงมาทางพวกเธออยู่จนทำให้พรีมูล่ารีบพุ่งนำหน้าพี่ชายและเพื่อนสาวของเธอเข้าไปในห้องเรียนก่อนทันที

 

“ให้ตายสิ… ขนาดอยู่ที่โรงเรียนแล้วก็ยังดื้ออยู่เหมือนเดิมงั้นสินะ…”

 

“ว่าไง~ เหนื่อยหน่อยนะอลิซจัง~ ว่าแต่นี่แบกอะไรมาด้วยล่ะนั่น?”

 

เอริซาเบธพูดทักทายอลิซกลับไปแล้วจึงเอ่ยปากถามถึงกล่องกระดาษที่อลิซแบกมันขึ้นมาด้วยขึ้นมา

 

“ก็ยูนิต… ไม่สิ ต้องบอกว่าเป็นพาร์ทส่วนบนที่เอริกะเตรียมเอาไว้ให้ฉันใช้ในการสอนน่ะ ฉันเห็นว่ายังพอมีเวลาเหลืออยู่อีกหน่อยก็เลยกะจะลองเอามาแนะนำให้พวกนักเรียนรู้จักคำว่าพาร์ทแล้วก็ยูนิตกันก่อน”

 

“ของที่คุณเอริกะเอามาให้เธอใช้ระหว่างสอนงั้นหรอ? ไหนๆ ขอฉันดูหน่อยสิ นะนะ ขอดูหน่อยนะ~”

 

“หือ? อ้อ… ตอนที่ประชุมกันอยู่เธอนอนหลับเป็นตายเลยนี่นะ… เอาเถอะถ้ายังไงก็อย่าทำมันเสียละกัน”

 

อลิซที่ได้ยินคำขอของเอริซาเบธได้แสดงความแปลกใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะนึกขึ้นมาได้ว่าเอริซาเบธนั้นได้นอนหลับยาวตั้งแต่เริ่มประชุมจนได้พวกเธอมาช่วยกันปลุกในตอนหลังนั่นเอง ซึ่งเอริซาเบธที่ได้รับกล่องกระดาษจากอลิซไปนั้นก็ได้เปิดมันออกมาดูด้วยความตื่นเต้นเพราะถ้าเกิดว่ามันเป็นยูนิตสำหรับอาจารย์ล่ะก็มันจะต้องมีอะไรพิเศษกว่ายูนิตชนิดอื่นๆ อย่างแน่นอน

 

“หืม? อะไรกันล่ะเนี่ย ตรงปลายนี่มีเอาไว้เขกหัวเด็กนักเรียนหรือไงน่ะ?”

 

เอริซาเบธที่หยิบตัวพาร์ทส่วนบนหรือก็คือส่วนแขนกลออกมาดูนั้นได้พูดถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจเนื่องจากว่าหน้าตามันไม่เหมือนกับพาร์ทที่เธอกับเดรคช่วยกันขนไปยังบ้านของเอริกะเลยแม้แต่น้อย เพราะถึงแม้ตัวฐานและแขนของแขนกลทั้งสองข้างจะเหมือนกับที่เธอจำได้ แต่ว่าที่ปลายข้างหนึ่งของมันนั้นกลับกลายเป็นกระจกสีดำมันวาวทรงครึ่งวงกลมที่ท่าทางทนทานกว่ากระจกธรรมดาแทน

 

“ตลกมากนักล่ะ… แค่เห็นก็รู้แล้วว่ามันคือกล้องวิดีโอไม่ใช่หรือไง”

 

“วิ-ดี-โอ?”

 

“อ่ะ… พวกเธอยังไม่รู้จักของอะไรแบบนั้นงั้นสินะ ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ มันก็เหมือนกับกล้องถ่ายรูปที่พวกเธอรู้จักกันแค่ว่ามันสามารถบันทึกรูปภาพเป็นภาพเคลื่อนไหวได้นั่นแหล่ะ”

 

“รูปถ่ายที่เคลื่อนไหวได้งั้นหรอ… สมกับที่เป็นคุณเอริกะเขาจริงๆ …”

 

คำพูดอธิบายของอลิซนั้นแทบจะทำให้เอริซาเบธน้ำตาซึมด้วยความปลื้มปีติเพราะถึงแม้ว่ากล้องถ่ายรูปจะถูกผลิตขึ้นมาสักพักหนึ่งแล้วแต่ว่าค่าใช้จ่ายในการใช้งานมันก็แพงหูดับจนมีแต่ทางวังหลวง เหล่าขุนนาง และพวกพ่อค้ารวยๆ เท่านั้นที่สามารถมีภาพถ่ายหรือกล้องถ่ายรูปเป็นของตัวเองได้ แล้วนี่คุณเอริกะของเธอกลับสามารถสร้างกล้องถ่ายภาพที่สามารถถ่ายรูปภาพที่เคลื่อนไหวได้ออกมาด้วยตัวคนเดียวแบบนี้เด็กกำพร้าที่คุณเอริกะเก็บมาเลี้ยงอย่างเธอก็อดไม่ได้ที่จะภูมิใจไปด้วย

 

“ก็ดูเหมือนว่าเอริกะจะอยากเห็นความสามารถของพวกเด็กๆ พวกนี้ด้วยตาของตัวเองด้วยน่ะจะได้คิดหายูนิตแบบที่เหมาะสมที่สุดให้ได้เพราะงั้นเอริกะก็เลยเตรียมเจ้านี่มาให้ฉันใช้ระหว่างจัดการสอบไปด้วย”

 

“หืม…? แต่ตะกี้นี้เธอก็ไม่ได้ใส่มันไปด้วยนี่นา”

 

“ฉันลืม…แถมฉันเองก็ยังไม่แน่ใจว่าการสอบจะกินเวลาขนาดไหนก็เลยต้องรีบมาจัดคู่สอบจนไม่มีเวลาที่จะมานั่งแกะกล่องใส่มันเนี่ย…”

 

“อุ้ยแหม่~ ไม่เป็นอะไรหรอกนะคะอาจารย์อลิซ เริ่มสอนครั้งแรกแบบนี้ใครๆ เขาก็ทำพลาดอะไรสักอย่างกันทุกคนนั่นแหล่ะค่ะ~ แต่จะว่าไป… เมื่อกี้นี้เธอจะไม่ให้ซิลเวสจังเขาฝืนตัวเองเกินไปหน่อยหรอ นี่ถ้าเกิดท่านผู้อำนวยการรู้ว่าเธอสั่งให้เด็กใช้วิซจนเกินตัวแบบนั้นมีหวังถูกดุแน่เลยนะ”

 

“เธอไม่ต้องมาว่าฉันอีกคนหรอกน่า ตอนอยู่ข้างล่างฉันก็โดนอารอนบ่นไปแล้วถึงได้รีบหนีขึ้นมาเนี่ย อีกอย่างนึงถ้าเธออยากจะบ่นก็ไปบ่นกับเอริกะที่เป็นคนสั่งฉันมาเองไป แล้วเธอก็น่าจะรู้นะว่าเอริกะจะตอบว่าทั้งหมดนี่—”

 

“ ‘ทั้งหมดนี่มันก็เพื่อตัวของพวกเขาเอง’ สินะ เฮ้อ…”

 

เอริซาเบธพูดต่อคำพูดของอลิซให้เพราะว่าเธอเองก็ได้ยินมันมาจากคุณเอริกะของเธออยู่หลายรอบแล้วเช่นเดียวกัน แต่ว่าก่อนที่เธอจะได้พูดอะไรมากไปกว่านั้นก็ได้มีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้จนทำให้พวกเธอต้องหันไปมองและพบว่าอาจารย์อายะและอาจารย์เทียกำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเธออยู่

 

“อ…อาจารย์อลิซคะ…”

 

“อาจารย์เทียกับอาจารย์อายะ? มีอะไรหรือเปล่าคะ? ยังไม่ถึงคาบสอนของพวกคุณเลยนี่”

 

“ท…ท่านผู้อำนวยการเรียกอาจารย์อลิซไปพบน่ะค่ะ…”

 

“ซวยล่ะ…”

 

อลิซที่ได้ยินว่าท่านผู้อำนวยการเรียกตัวเธอไปพบนั้นได้หลุดสบถออกมาเล็กน้อย เพราะว่าเอริซาเบธเองก็เพิ่งจะพูดเตือนเธอมาเมื่อสักครู่นี้นี่เอง ซึ่งนั่นก็ทำให้อลิซนั้นต้องรีบหาข้ออ้างเพื่อถ่วงเวลาออกไปก่อนขึ้นมา

 

“แต่ว่าคาบสอนของฉันยังไม่เสร็จเลยนะคะ แล้วเดี๋ยวฉันจะต้องเข้าไปแนะนำเรื่องเกี่ยวกับยูนิตให้พวกนักเรียนได้รู้จักกันที่ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานจนกินเวลาคาบเรียนของอาจารย์อายะไปด้วยหรือเปล่าอีก”

 

“ถ…ถ้าเรื่องนั้นล่ะก็…”

 

“ถ้าเรื่องนั้นท่านผู้อำนวยการบอกว่าให้ฉันรับหน้าที่แนะนำยูนิตให้พวกนักเรียนรู้จักแทนอาจารย์อลิซไปแล้วล่ะค่ะ เพราะว่าไหนๆ คาบต่อไปของห้องสามก็จะเป็นวิชาเรียนของฉันอยู่แล้ว อ้อ… แล้วท่านผู้อำนวยการก็สั่งมาว่าให้ฉันใช้อาจารย์เอริซาเบธเป็นคนสาธิตการใช้งานยูนิตให้พวกนักเรียนดูด้วยนะคะ เพราะเห็นบอกว่าอาจารย์เอริซาเบธน่ารู้วิธีการควบคุมยูนิตพวกนี้ดีเพราะว่าอยู่กับคุณเอริกะอยู่บ่อยๆ น่ะค่ะ”

 

แกร๊ก–แกร๊ก–

 

“เอ๋ะ— ฉันหรอคะ—”

 

เอริซาเบธที่ฉวยโอกาสใช้จังหวะที่อลิซละความสนใจไปจากเธอแอบนำพาร์ทแขนกลมาสวมใส่เอาไว้นั้นได้พูดถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจปนดีใจราวกับว่าเป็นเด็กน้อยที่ได้รับของเล่นชิ้นใหม่พร้อมกับขยับแขนกลข้างที่มีกล้องถ่ายภาพเคลื่อนไหวอยู่ไปมาตามจังหวะการส่ายหางของเธออีกด้วย

 

“ใช่แล้วล่ะค่ะ เห็นท่านผู้อำนวยการบอกว่าเป็นเรื่องด่วนมากก็เลยยอมให้เป็นกรณีพิเศษเพราะว่าเดี๋ยวยังไงฉันก็ต้องสอนห้องสามต่ออยู่แล้วด้วย”

 

“เรื่องด่วนมากงั้นหรอ… ท่าทางว่าจะไม่ใช่เรียกตัวไปว่าเรื่องซิลเวสแล้วล่ะมั้งแบบนี้… แล้วเธอพอจะคุมพาร์ทนั่นไหวหรือเปล่าล่ะเอริซาเบธ?”

 

“อื้ม! ไม่มีปัญหาหรอก เธอไปหาท่านผู้อำนวยการเขาได้ตามสบายเลย~”

 

“เฮ้อ… ถ้าจะดีใจอย่างน้อยก็ช่วยเก็บอาการหน่อยสิ”

 

“ฮิฮิ~ ก็นี่มันคือของที่คุณเอริกะเขาสร้างขึ้นมาเลยนะจะไม่ให้ดีใจได้ยังไงล่ะ~”

 

เอริซาเบธที่กำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ขยับแขนกลไปมาอยู่นั้น ได้พูดตอบอลิซกลับไปด้วยอย่างร่าเริงจนทำให้อลิซได้แต่ส่ายหน้าไปมาแบบปลงๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้กับอาจารย์เทียเพื่อให้อีกฝ่ายเดินนำทางไปหาท่านผู้อำนวยการกัน ในขณะที่ลับหลังของเธอนั้นอาจารย์อายะกับเอริซาเบธก็ได้เข้าไปรวมหัวกันทดสอบพาร์ทส่วนบนกันอยู่อย่างเมามัน

 

“ถ…ถ้างั้นก็ตามฉันมาเลยค่ะอาจารย์อลิซ…”

 

 

แอ๊ด—แอ๊ด—แอ๊ด—!!

 

“แน่ใจหรอว่าฉันไม่ต้องเป็นห่วงหรือว่าเป็นกังวลอะไรกับสัญญาณเตือนนี่น่ะเอริกะ…”

 

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นทางด้านท่านผู้อำนวยการของโรงเรียนรีมินัสก็ได้พูดถามเอริกะซ้ำขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเมื่ออุปกรณ์ฉายภาพของเอริกะที่ดับลงไปตั้งแต่การสอบของพวกเด็กนักเรียนสิ้นสุดลงได้ฉายภาพของตารางที่ถูกสร้างขึ้นมาจากเส้นแสงสีน้ำเงินตัดกันไปกันมาจนเกิดเป็นของแผนที่ทางตอนเหนือของรีมินัสขึ้นมา

 

ซึ่งบนภาพของแผนที่ที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นก็ได้มีเส้นสีฟ้าเส้นหนึ่งได้ส่องสว่างเป็นพิเศษที่ถ้าท่านผู้อำนวยการคาดเดาไม่ผิดมันจะมันก็น่าจะเป็นเส้นแบ่งอาณาเขตระหว่างเมืองรีมินัสกับเมืองแพนเทร่าที่อยู่ทางเหนือนั่นเอง

 

แต่ว่าสิ่งที่ทำให้ท่านผู้อำนวยการเป็นกังวลนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเส้นแบ่งเขตแดนนั้นเลยแม้แต่น้อย แต่ว่ากลับเป็นจุดสีฟ้าจุดหนึ่งที่กำลังเคลื่อนที่ลงมาทางทิศใต้อย่างช้าๆ หรือก็คือว่ามันกำลังเคลื่อนที่เข้ามาใกล้เมืองรีมินัสมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ซึ่งสาเหตุที่ทำให้ท่านผู้อำนวยการเป็นกังวลจนต้องพูดถามขึ้นมานั้นก็เป็นเพราะว่าจุดสีฟ้าอันนั้นมันถูกเขียนกำกับเอาไว้ด้วยเส้นแสงสีเหลืองกับตัวหนังสือที่ถูกใช้เป็นภาษากลางในสมัยโบราณหรือก็คือคำว่า ‘Caution’ ที่แปลว่า ‘ต้องระวัง’ นั่นเอง

 

“ตอนนี้ยังไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ… แค่ตอนนี้น่ะนะ…”

 

ปิ๊บ!

 

เอริกะที่นิ่งเงียบจ้องมองจุดสีฟ้าอันนั้นมาสักพักหนึ่งแล้วได้พูดตอบท่านผู้อำนวยการกลับไปก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมากดตรงปุ่มเล็กๆ ที่ขาแว่นของเธอจนมันส่งเสียงออกมาเล็กน้อยและทำให้เสียงสัญญาณเตือนที่ดังออกมาจากอุปกรณ์ของเธอเงียบลงไป

 

“กลุ่มของทหารรับจ้างที่คุ้มกันขบวนรถอยู่กระจายกำลังกันออกไปตรวจสอบดูแล้วล่ะค่ะ ถ้าเกิดว่ามันเป็นแค่หน่วยสังเกตการณ์ของศัตรูล่ะก็ไม่มีปัญหาอะไรหรอกค่ะ”

 

“แบบนั้นเองสินะ…”

 

ท่านผู้อำนวยการพยักหน้าตอบเอริกะกลับไปก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นไปมองแผนที่สภาพภูมิประเทศทางตอนเหนือของรีมินัสที่ถูกฉายอยู่กลางอากาศพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยความแปลกใจ

 

“แต่ว่าอุปกรณ์ของเธอก็ยังจะอุตส่าห์ฉายภาพแผนที่ละเอียดๆ แบบนี้แถมยังระบุเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเวลาปัจจุบันได้อีกนะ… ถ้าเกิดว่าเป็นพวกฉันล่ะก็น่าจะต้องใช้คนสักร้อยคนแล้วก็เวลาสักเดือนหนึ่งได้ล่ะมั้งกว่าจะได้แผนที่ละเอียดขนาดนี้น่ะ…”

 

“เอาจริงๆ แล้วมันควรจะทำได้มากกว่านี้อีกนะคะ อย่างเช่นการฉายภาพสามมิติแสดงสภาพภูมิประเทศทั้งความกว้างความยาวและความสูงน่ะ ถ้าอยากจะได้แบบนั้นก็ช่วยหาทรัพยากรมาให้ฉันเยอะๆ หน่อยละกัน… แต่ถ้าเป็นไปได้ฉันก็ไม่อยากจะให้พวกเราถึงขั้นจำเป็นจะต้องใช้มันหรอกนะคะ…”

 

“แบบนั้นเองสินะ… แต่เอาเถอะ… ดูท่าว่าเรื่องที่เกิดขึ้นนี่น่าจะเป็นแค่เรื่องของความขัดแย้งระหว่างเมืองมากกว่าเรื่องของศัตรูที่เธอกำลังกังวลอยู่ซะมากกว่าล่ะมั้ง”

 

“ความขัดแย้งระหว่างเมือง? นี่คุณพูดถึงเรื่องอะไรอยู่กันแน่คะ?”

 

เอริกะที่ได้ยินคำพูดของท่านผู้อำนวยการนั้นได้หันขวับไปสอบถามเขาด้วยความสับสนเพราะถึงแม้เธอจะรู้ว่าเมืองต่างๆ มีการแข่งขันหรือว่าแอบลักลอบทำอะไรบางอย่างในอาณาเขตของเมืองอื่นๆ อยู่บ้างแต่เธอก็ไม่เคยคิดว่ามันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่เธอกำลังวางแผนอยู่จนทำให้มันมาปรากฏอยู่บนแผนที่ของเธอแบบนี้ ซึ่งท่านผู้อำนวยการนั้นก็ได้ยื่นมือไปหยิบเอาเอกสารชุดหนึ่งออกมาจากลิ้นชักของเขาและส่งมันไปให้เอริกะลองอ่านดู

 

“เธอยังไม่รู้เรื่องนี้งั้นสินะ… งั้นลองเอาเอกสารนี่ไปอ่านดูก่อนสิ มันเป็นรายงานที่ถูกส่งมาจากทางแพนเทร่าน่ะ”

 

“จากเมืองแพนเทร่างั้นหรอ…?”

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“ฉันอลิซเองค่ะ ขออนุญาตนะคะ”

 

ในขณะที่เอริกะกำลังก้มหน้าอ่านเอกสารที่เธอรับมาอยู่นั้นก็ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาก่อนที่อลิซจะเดินเข้ามาในห้องและชะงักไปในทันทีที่เธอได้เห็นภาพแผนที่ที่มีจุดสีฟ้าถูกเขียนกำกับเอาไว้ว่าต้องเฝ้าระวัง

 

“…สัญญาณเตือนงั้นหรอ? เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าน่ะเอริกะ?”

 

อลิซที่ได้เห็นภาพที่ถูกฉายขึ้นมาจากอุปกรณ์ทรงครึ่งวงกลมสีดำนั้นได้พูดถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจกับสิ่งที่มันกำลังฉายออกมาโดยไม่ได้รู้สึกแปลกใจกับตัวอุปกรณ์ของเอริกะเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าเอริกะที่กำลังขมวดคิ้วอ่านเอกสารอยู่นั้นได้ยกมือขึ้นมาทางอลิซเป็นสัญญาณว่าให้เด็กสาวผมสีขาวเงียบลงไปก่อนแล้วเธอจึงได้เงยหน้าขึ้นมาพูดถามท่านผู้อำนวยการด้วยแววตาจริงจัง

 

“เรื่องในเอกสารนี่เป็นเรื่องจริงงั้นหรอคะท่านผู้อำนวยการ?”

 

“ไม่แน่ใจเหมือนกัน… แต่ว่ามันก็เป็นอย่างที่เธอเห็นในรายงานนั่นว่ามีการค้นพบตราของหน่วยพิเศษของรีมินัสในที่เกิดเหตุ ซึ่งมันก็อาจจะเป็นไปได้จริงๆ ก็ได้เพราะว่าเมืองต่างๆ ก็มีการแอบส่งคนเข้าไปทำการลับในเขตของเมืองอื่นๆ เป็นประจำอยู่แล้ว อย่างก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะมีทหารของกราวิทัสบุกเข้ามาจับพวกที่ถูกอ้างว่าเป็นกบฏที่หนีเข้ามาทางใต้ แล้วก่อนหน้านั้นไปอีกเมืองซายูกิก็เพิ่งจะแอบส่งหน่วยพิเศษเข้ามาจับตัวนักเรียนพิเศษอย่างเซซิลกลับไปเหมือนกันนี่”

 

ตึ้ง!

 

“นี่คุณตั้งใจจะสื่ออะไรกันแน่คะคุณผู้อำนวยการ!?”

 

อลิซที่ทนปิดปากเงียบอยู่ตามคำสั่งของเอริกะนั้นได้เดินเข้าไปทุบโต๊ะของท่านผู้อำนวยการและพูดถามขึ้นมาเสียงดังเมื่อเธอได้ยินคำพูดของเขาที่ฟังดูเหมือนกับว่าเขาอยากจะปัดเรื่องนี้ให้ทางเมืองจัดการกันไปเอง ซึ่งนั่นก็ทำให้ท่านผู้อำนวยการต้องพูดอธิบายออกมาตรงนี้ให้เอริกะและอลิซได้ยินกันชัดๆ ไปเลย

 

“อย่าเข้าใจฉันผิดไป ฉันตัดสินใจไปแล้วว่าจะลงเรือลำเดียวกับพวกเธอด้วย เพราะแบบนั้นฉันไม่มีความคิดที่จะถอนตัวอย่างแน่นอน… แต่ว่าพอดูจากการสอบเมื่อกี้นี้แล้วฉันก็ไม่เข้าใจว่าเพราะอะไรพวกเธอได้เร่งรีบกันถึงขนาดนั้น เพราะว่าเรื่องที่เธออ้างว่าเป็นฝีมือของศัตรูก่อนหน้านี้สุดท้ายแล้วมันก็อาจจะเป็นแค่เรื่องความขัดแย้งของกลุ่มคนหรือว่าผลประโยชน์ที่ไม่ลงตัวของเมืองต่างๆ กันทั้งนั้นก็ได้นี่ แล้วครั้งนี้เองก็ดูท่าทางว่าจะเป็นเรื่องของการเมืองเหมือนเดิมอีกด้วยเหมือนกัน…”

 

“ก็ถ้าเกิดว่ามันเป็นอย่างในรายงานนี่จริงๆ มันก็เป็นเรื่องดีไปค่ะ…”

 

“หืม?”

 

คำตอบของเอริกะนั้นทำให้ทั้งอลิซที่กำลังจะเถียงกลับไปและท่านผู้อำนวยการได้เงียบลงไปด้วยความสงสัยและหันไปมองเอริกะเพื่อรอให้เธอพูดขึ้นมาต่อ

 

“ก็ถ้าเกิดว่าสิ่งที่เขียนในรายงานนี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นน่ะนะคะ… เพราะว่าเซซิเรียที่เข้าไปในสถานที่เกิดเหตุได้พบเจอกับเธอคนนั้นต่อหน้าต่อตา แถมหนึ่งในแฟรี่ของเธอคนนั้นก็ยังเป็นคนที่มาวางระเบิดห้องเก็บผลงานของฉันอีกด้วย… เพราะอย่างนั้นฉันคงจะปล่อยให้รายงานปลอมๆ ที่หวังจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แผ่นเดียวนี่มันมาขัดขวางการเตรียมการพวกนั้นไม่ได้หรอกค่ะ”

 

“เธอคนนั้นกับแฟรี่… เหล่าศัตรูที่เธอเคยพูดถึงนั่นสินะ… นี่หมายความว่าหายนะจะกลับมาเยือนโลกใบนี้อีกครั้งจริงๆ งั้นหรอ…”

 

“ค่ะ… และทุกอย่างที่อลิซทำลงไปในวันนี้ก็เป็นเพราะว่าฉันเป็นคนสั่งให้เธอทำเอง ถ้าเกิดว่าท่านผู้อำนวยการอยากจะตำหนิใครก็ขอให้มาลงที่ฉันคนเดียวเถอะค่ะ”

 

“…..”

 

ผู้อำนวยการที่ได้ยินคำยืนยันจากปากของเอริกะนั้นได้นิ่งเงียบไปสักพักใหญ่ก่อนที่เขาจะหมุนเก้าอี้ของเขาไปทางหน้าต่างและลุกขึ้นเดินไปดูวิวทิวทัศน์ของโรงเรียนรีมินัสอยู่สักครู่หนึ่งแล้วจึงพูดถามทั้งสองคนขึ้นมาเบาๆ

 

“ทำไม… ทำไมถึงต้องเป็นที่นี่… ที่โรงเรียนแห่งนี้… ที่นี่มันควรจะเป็นสถานที่ที่สงบสุขเพื่อให้เหล่าเด็กๆ ได้เรียนรู้การใช้ชีวิตกันอย่างสนุกสนานแท้ๆ … ทั้งๆ ที่ถ้าเป็นเธอล่ะก็การจะตั้งโรงเรียนที่สอนเรื่องเกี่ยวกับยูนิตขึ้นมาเองก็น่าจะทำได้ง่ายๆ เลยนี่…”

 

“เรื่องนั้—-”

 

“เรื่องนั้นนายเองก็รู้ดีอยู่แล้วไม่ใช่หรือไงว่าเบื้องหลังของวังหลวงที่ดูสวยงามนั่นมันเป็นยังไงน่ะ! ถ้าเกิดว่าเอริกะคิดจะตั้งโรงเรียนขึ้นมาเองล่ะก็พวกวังหลวงไม่ปล่อยเธอไปง่ายๆ หรอกนะ เพราะงั้นถ้าจะมีที่ไหนที่เหมาะสมที่สุดมันก็คือโรงเรียนของนายนั่นล่ะ!! อีกอย่างนึงนายเองก็รู้ดีไม่ใช่หรือไงว่าทำไมถึงต้องเป็นที่นี่น่ะ!!”

 

อลิซที่นิ่งเงียบไปสักพักหนึ่งแล้วได้พูดขัดเอริกะขึ้นมาเสียงดัง ซึ่งหลังจากที่สิ้นเสียงตะโกนของเธอไปแล้วห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการก็ได้ตกอยู่ในความเงียบไปอีกสักพักหนึ่งก่อนที่ท่านผู้อำนวยการจะเอ่ยปากพูดขึ้นมาเบาๆ

 

“เพื่อมอบโอกาสให้พวกเขาได้ไขว่คว้าอนาคตด้วยมือของตัวเอง…งั้นสินะ…”

 

“ใช่ค่ะ… เพราะงั้นได้โปรดเชื่อใจฉันเถอะนะคะ… ถ้าเกิดว่าภายในหนึ่งปีการศึกษานี้ฉันหาหลักฐานมายืนยันให้คุณเห็นกับตาไม่ได้จริงๆ ล่ะก็ฉันจะยอมยกเลิกข้อตกลงแล้วก็ชดเชยให้กับทางโรงเรียนอย่างเต็มที่โดยไม่บิดพลิ้วแน่นอนค่ะ”

 

เอริกะพูดยืนยันออกมาอย่างหนักแน่นก่อนที่เธอจะก้มหัวลงไปจนสุดกับโต๊ะที่เธอนั่งอยู่ ซึ่งท่าทางของเอริกะนั้นก็ทำให้ท่านผู้อำนวยการตัดสินใจได้ในทันที

 

“คนอย่างฉันไม่สมควรที่จะได้รับการก้มหัวจากเธอหรอกเอริกะ… ถ้าหากเธอยืนยันว่าทั้งหมดนี่ก็เพื่อตัวของพวกเด็กๆ เองจริงๆ ล่ะก็ฉันเองก็จะพยายามยอมรับมันให้ได้… แต่มีข้อแม้ว่าหลังจากที่พวกเธอให้เด็กนักเรียนฝืนตัวเองกันไปแล้วพวกเขาจะต้องได้รับการรักษาเป็นอย่างดีล่ะ เข้าใจมั้ย…”

 

“อื้อ! ขอบคุณที่ยังเชื่อใจกันนะ เ—”

 

“ตอนนี้ฉันเป็นแค่ผู้อำนวยการของโรงเรียนรีมินัสแล้ว เพราะงั้นอย่าเรียกฉันด้วยชื่อนั้นเลย…”

 

ท่านผู้อำนวยการได้พูดตัดบทเอริกะที่กำลังจะเรียกชื่อของเขาออกมาก่อนที่เขาจะเดินกลับไปนั่งลงบนโต๊ะทำงานอีกครั้งหนึ่งในขณะที่อลิซที่เห็นว่าทั้งสองคนตกลงกันได้ด้วยดีแล้วก็ได้พูดถามถึงสาเหตุที่ท่านผู้อำนวยการเรียกตัวเธอมาที่นี่ขึ้นมา

 

“ท่าทางว่าจะตกลงกันได้แล้วสินะ แล้วนี่ท่านผู้อำนวยการให้อาจารย์เทียไปตามตัวฉันมาทำไมกันล่ะคะ?”

 

“อ่ะ— อันนั้นฉันเป็นคนสั่งให้เทียเขาไปตามตัวเธอมาเองน่ะ เพราะว่ามันมีปัญหานิดหน่อยอย่างที่เธอเห็นบนภาพโฮโลแกรมนั่นน่ะ”

 

แอ๊ด—แอ๊ด—แอ๊ด—!!

 

ทันทีที่สิ้นเสียงของเอริกะเครื่องฉายภาพของเธอที่ตั้งอยู่กลางห้องก็ได้ส่งเสียงสัญญาณเตือนขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่คำว่า ‘Caution’ สีเหลืองที่ถูกกำกับเอาไว้บนจุดสีฟ้าจะกลายเป็นคำว่า ‘Danger’ สีแดงฉานที่แปลว่าอันตรายแทนพร้อมกับมีเส้นแสงที่เป็นกรอบสีแดงพุ่งเข้าไปอย่างต่อเนื่องเพื่อเรียกความสนใจจากทุกคนอีกด้วย

 

“เอริกะ!!”

 

“เอาแล้วไง…”

 

ปิ๊บ–ปิ๊บ–ปิ๊บ–

 

เอริกะพูดขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะกดไปที่ขาแว่นของเธออย่างเอาเป็นเอาตายจนทำให้เครื่องฉายภาพของเธอฉายหน้าต่างข้อมูลต่างๆ ขึ้นมาเป็นจำนวนมาก

 

“ยืนยันการพบเห็นแฟรี่… ระดับสีส้มกับสีแดง… พกพาอาวุธมากันด้วย… จุดที่เห็นล่าสุด สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าราวๆ สองกิโลเมตร… อลิซ! เธอยืนนิ่งๆ แล้วก็กางแขนออกเร็ว!”

 

“หา?”

 

“ทำถามที่บอกเถอะน่า!! ตอนนี้พวกทหารรับจ้างที่ฉันจ้างมากำลังช่วยกันถ่วงเวลาให้นิลิมกับมีอาขับรถหนีออกมากันอยู่ แต่ว่าพวกนั้นรับมือกับพวกแฟรี่กันได้ไม่นานหรอก!!”

 

อลิซที่เห็นท่าทางรีบร้อนของเอริกะนั้นได้แต่ยอมยืนตัวตรงและกางแขนทั้งสองข้างออกตั้งฉากกับพื้นตามที่อีกฝ่ายสั่งแต่โดยดีถึงแม้ว่าเธอจะคิดว่าท่ายืนนี้มันดูงี่เง่ามากก็ตามที ซึ่งทางด้านเอริกะที่เห็นว่าอลิซยอมทำท่าทางตามที่เธอบอกแล้วก็ได้ล้วงมือเข้าไปหยิบหนังสือเก่าๆ เล่มหนึ่งออกมาจากใต้เสื้อกาวน์ของตัวเอง

 

“ถึงจะยังอยู่ในขั้นทดลองแต่ก็เอาไปใช้ก่อนเลยละกัน… อาร์ไคฟ์!!”

 

เอริกะที่หยิบหนังสือของเธอออกมานั้นได้ร้องตะโกนขึ้นมาจนทำให้มีละอองแสงสีขาวผุดขึ้นมากระจายไปทั่วทั้งห้องก่อนที่พวกมันจะพุ่งเข้าไปจับอยู่ตามตัวของอลิซอยู่สักพักหนึ่งแล้วจึงค่อยๆ กระจายตัวกันออกไป

 

ซึ่งหลังจากที่ละอองแสงเหล่านั้นได้ฟุ้งกระจายหายไปกันหมดแล้วก็ได้เผยให้เห็นอลิซที่สวมใส่ยูนิตเต็มรูปแบบโดยมีพาร์ทส่วนล่างที่เป็นโครงเหล็กติดไอพ่นและพาร์ทส่วนบนที่เป็นแขนกลที่ถูกดัดแปลงจากคีมหนีบให้กลายเป็นปืนกลเบาคล้ายๆ กับของโมโกะข้างละหนึ่งกระบอกแทน

 

แกร๊ก–แกร๊ก–

 

อลิซที่ได้พบว่าตัวเองมีปืนกลติดอยู่บนไหล่ถึงสองกระบอกนั้นได้ทดลองหมุนมันไปมาเพื่อตรวจสอบมุมยิงของมันอยู่สักพักหนึ่งพร้อมกับเอ่ยปากบ่นออกมาเบาๆ

 

“ให้เจ้าของเป็นคนใช้งานเองยังไงก็เรียกออกมาได้เยอะกว่าจริงๆ งั้นสินะเนี่ย…”

 

“ใช่เวลาจะมาบ่นมั้ยเนี่ย? ยูนิตนั่นชื่อว่า เชสเชียร์ มันเป็นยูนิตที่ฉันออกแบบมาให้เธอโดยเฉพาะ ถึงจะยังไม่ถึงขั้นบินได้ก็เถอะแต่ว่าฉันก็ปรับแต่งพาร์ทส่วนล่างให้ทนรับแรงกระแทกได้ดีกว่าเดิมแล้วก็เพิ่มเบรกที่ล้อไปให้แล้ว”

 

“รับแรงกระแทกได้ดีกว่าเดิมงั้นหรอ…? ถ้างั้นจากหน้าต่างนั่นจะพอไหวมั้ย?”

 

“ก็สบายๆ … ล่ะมั้ง…”

 

“ถ้าอย่างนั้นรบกวนท่านผู้อำนวยการช่วยหลบไปจากหน้าต่างหน่อยค่ะ”

 

“โอ้…”

 

ท่านผู้อำนวยการที่ได้ยินแบบนั้นก็พอจะรู้ว่าอลิซกำลังคิดอะไรอยู่เขาจึงได้เอื้อมมือไปเลื่อนหน้าต่างให้เปิดออกก่อนที่เขาจะขยับตัวถอยหลบไปข้างๆ พร้อมกับลากโต๊ะทำงานและเก้าอี้ของตัวเองให้พ้นจากเส้นทางของอลิซไปด้วย

 

แกร๊ก—แกร๊ก— ฟู่วว…

 

อลิซที่เห็นว่าเส้นทางของตัวเองโล่งดีแล้วนั้นได้ขยับตัวไปมาเพื่อเป็นการยืดเส้นยืดสายก่อนที่เธอจะลองสั่งให้พาร์ทไอพ่นพ่นเปลวไฟออกมาเบาๆ เพื่อลองทดสอบมันดู ซึ่งเอริกะที่เห็นแบบนั้นก็ได้กดไปที่ปุ่มบนแว่นของเธออีกครั้งจนอุปกรณ์ฉายภาพของเธอแสดงข้อมูลต่างๆ ของยูนิตที่อลิซสวมใส่อยู่ขึ้นมา

 

“ข้อต่อและล้อไม่มีปัญหา ระบบอาวุธทำงานเป็นปกติ ไอพ่นทำงานได้หนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์ ระบบทุกอย่างพร้อม ไปได้เลยอลิซ!”

 

“อลิซ ยูนิตเชสเชียร์ ออกตัว!!”

 

ฟู่ววววววว!!! ตึ้ง!!

 

อลิซที่กระโดดออกมาจากหน้าต่างห้องทำงานของท่านผู้อำนวยการที่อยู่บนชั้นห้าของอาคารเรียนนั้นได้สั่งให้พาร์ทไอพ่นของเธอหันลงไปทางด้านล่างเพื่อใช้แรงดันของมันช่วยลดแรงการแทกจากการตกลงมาจากที่สูงจนสามารถลงสู่พื้นได้โดยสวัสดิภาพ

 

ปิ๊บ…

 

ซึ่งในทันทีที่ขาของอลิซสัมผัสกับพื้นดินนั้นเครื่องสื่อสารขนาดเล็กที่เอริกะเรียกออกมาสวมใส่ให้เธอพร้อมๆ กับยูนิตก็ได้ส่งเสียงดังขึ้นมาเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าเอริกะได้ติดต่อมาหาเธอนั่นเอง

 

“ตอนนี้ขบวนรถเคลื่อนผ่านเขตแดนของเมืองแพนเทร่ากับรีมินัสมาแล้ว เธอตรงไปทางทิศเหนือเรื่อยๆ เดี๋ยวก็น่าจะได้พบกับพวกเขาเอง พอไปถึงแล้วให้มองหารถคันที่นิลิมกับมีอาเป็นคนขับเอาไว้เพราะว่ารถคันอื่นๆ ที่เหลือเป็นแค่ตัวล่อที่ฉันเตรียมเผื่อเอาไว้น่ะ”

 

“จะให้ฝ่ากลางเมืองไปเลยหรือว่าจะให้แอบๆ สักหน่อยล่ะ?”

 

“ฝ่ากลางถนนหลักของเมืองไปเลย ชิ้นส่วนนี้มันสำคัญมากเพราะงั้นต้องปกป้องมันให้ได้โดยไม่ต้องสนใจอะไรนอกจากชีวิตของนิลิมกับมีอาแล้วก็ตัวเธอเองเลยนะเข้าใจมั้ย”

 

“หึ แบบนี้มีหวังพวกวังหลวงได้เจ็บใจที่ปล่อยให้ของแบบนี้หลุดมือไปแน่ๆ ล่ะ… งั้นก็หวังว่าพวกทหารรับจ้างของเธอจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้ได้นานพอละกัน!”

 

อลิซพูดตอบเอริกะกลับไปก่อนที่เธอจะสั่งให้พาร์ทส่วนล่างดีดล้อที่ถูกซ่อนอยู่ออกมาและเร่งไอพ่นที่เอวของเธอให้รุนแรงขึ้นจนมันดันร่างของเธอพุ่งออกไปจากเขตของโรงเรียนอย่างรวดเร็ว

 

ซู่มมมมมม!!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 82 Scramble"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved