cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 78 Rushed Trial

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 78 Rushed Trial
Prev
Next

“ด…ไดเอน่าจัง… ม…มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ…”
 

ในขณะที่เหล่าเด็กนักเรียนหน้าใหม่และหน้าเก่าของโรงเรียนรีมินัสกำลังตั้งแถวกันอยู่นั้น ทางด้านมายะที่อยู่ด้านในตึกเรียนก็ได้เอ่ยปากถามไดเอน่าที่หยุดยืนอยู่ริมหน้าต่างเพื่อมองดูเหล่าเด็กนักเรียนจำนวนมากที่สนามหญ้าขึ้นมาในขณะที่ตัวมายะเองนั้นกลับยืนนิ่งอยู่ที่ส่วนด้านในสุดของทางเดินที่เป็นฝั่งของห้องเรียน

 

“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ พอดีว่าฉันเห็นจำนวนเด็กนักเรียนใหม่ของปีนี้แล้วก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอาจารย์เอริซาเบธกับคุณเอริกะจะหาอุปกรณ์มาให้พวกเขาจนครบทุกคนได้จริงๆ หรือเปล่าน่ะ”

 

“ง…งั้นเองหรอ…คะ…”

 

“ว่าแต่มายะไม่สนใจจะมาดูบ้างหรอ โอกาสที่จะได้เห็นเด็กทั้งโรงเรียนมาตั้งแถวกันที่สนามหญ้าแบบนี้มีไม่ค่อยจะบ่อยหรอกนะ”

 

“ม…ไม่เอาดีกว่าค่ะ!!”

 

มายะรีบพูดปฏิเสธไดเอน่าออกมาพร้อมกับถอยกรูดออกห่างจากทางเดินริมฝั่งหน้าต่างไปอย่างรวดเร็วจนหลังของเธอชนกับกำแพงของห้องเรียนด้วยสีหน้าหวาดผวาราวกับว่าเธอกำลังกลัวอะไรสักอย่างอยู่ ซึ่งนั่นก็ทำให้ไดเอน่าได้แต่ส่ายหน้าและยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยใจเพราะดูท่าทางว่าโรคกลัวคนแปลกหน้าของมายะนั้นจะยังไม่ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

 

“ถ้าอย่างงั้นปีนี้เธอก็คงจะไม่ไปร่วมเข้าแถวกับคนอื่นๆ เหมือนเดิมสินะจ๊ะมายะ?”

 

“ค…ค่ะ… ขอโทษนะคะ…”

 

“ฉันยังไม่ได้ว่าอะไรสักหน่อยนี่จ๊ะ… ถ้าเธอไม่อยากไปเข้าร่วมก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่เพราะงั้นไม่ต้องเครียดไปหรอกนะ แต่ว่าถ้าเป็นไปได้ปีนี้เธอก็พยายามลองทำความรู้จักกับเด็กๆ คนอื่นเอาไว้สักหน่อยก็ดีละกันเนอะ”

 

“ค…ค่ะ…! จ…จะพยายาม…ค่ะ…”

 

ไดเอน่าที่รู้จักนิสัยขี้อายอย่างหนักของมายะดีนั้นได้แต่เผยรอยยิ้มออกมาอย่างเหนื่อยใจก่อนจะหันกลับไปมองด้านนอกหน้าต่างเพราะเธอก็รู้ดีว่านอกจากตัวเธอเองแล้วมายะนั้นไม่มีเพื่อนคนอื่นเลยแม้แต่สักคนเดียวจนทำให้เธออดที่จะเป็นห่วงเล็กน้อยไม่ได้ แต่ถึงอย่างนั้นไดเอน่าก็ไม่อาจจะทำใจแข็งและใช้วิธีตรงๆ เพื่อดัดนิสัยขี้อายของมายะได้จึงได้แต่พยายามค่อยๆ ช่วยเหลือไปทีละเล็กละน้อยนั่นเอง

 

“แต่นักเรียนเยอะขนาดนี้นี่คุณเอริกะกำลังวางแผนอะไรอยู่กันแน่คะเนี่ย…”

 

 

ในขณะเดียวกันทางด้านเอริซาเบธที่ยืนเฉยๆ ปล่อยให้อัลเบิร์ตเป็นคนเรียกรวมพลนักเรียนในห้องที่เธอดูแลนั้นก็ได้เดินปลีกตัวไปทางกลุ่มคณะอาจารย์ที่ยืนรวมกลุ่มกันอยู่ข้างเวทีตรงริมสนามหญ้าพร้อมกับพูดสอบถามอาจารย์ประจำชั้นท่านอื่นๆ ที่เธอสนิทด้วยอย่างอาจารย์เทียและอาจารย์อายะขึ้นมา

 

“นักเรียนของห้องฉันตั้งแถวกันเรียบร้อยแล้วนะคะ~ แล้วของคนอื่นๆ เป็นยังไงกันบ้างคะอาจารย์เทีย อาจารย์อายะ?”

 

“ห…ห้องของฉันก็ครบแล้วล่ะค่ะเอริ…”

 

“ห้องของคนอื่นๆ ก็ตั้งแถวกันเรียบร้อยแล้วล่ะจ้ะ จะเหลือก็แต่ห้องของอาจารย์โนลล่ะมั้งที่ยังตั้งแถวกันไม่เสร็จน่ะ แหม่~ แย่งตำแหน่งอาจารย์ประจำห้องหนึ่งของฉันไปแท้ๆ แต่ดูท่าทางว่าอาจารย์โนลจะรับมือลูกหลานคนใหญ่คนโตที่ถูกจับมานั่งบนสนามหญ้ากันไม่ไหวซะแล้วล่ะมั้งเนี่ย~”

 

อาจารย์อายะ หรือก็คืออาจารย์สาวผมสีม่วงที่เป็นหนึ่งในคณะกรรมการคุมสอบของพวกนากาได้พูดออกมาด้วยสีหน้ายิ้มๆ พร้อมกับยกมือขึ้นมาทาบแก้มของเธอก่อนที่ทันใดนั้นเองอาจารย์หนุ่มสวมแว่นผมสีเทาจะวิ่งมารวมกลุ่มกับพวกเธอพร้อมกับพูดบ่นขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายใจ

 

“ผมมาแล้วครับ! ให้ตายสิ… ทำไมผมถึงต้องมารับผิดชอบห้องหนึ่งแบบนี้กันด้วยครับเนี่ย…”

 

“อ่ะ พูดถึงก็มาพอดีเลยนะคะอาจารย์โนล เป็นยังไงบ้างคะทุกอย่างเรียบร้อยดีมั้ย?”

 

“จะว่าเรียบร้อยมั้ยมันก็เรียบร้อยอยู่นั่นแหล่ะครับ แต่ที่ผ่านมานี่อาจารย์อายะรับมือเด็กๆ พวกนั้นได้ยังไงกันครับเนี่ย…”

 

“แหม่ ถ้าจับจุดได้แล้วการรับมือเด็กๆ พวกนั้นมันก็เป็นเรื่องง่ายๆ นั่นแหล่ะค่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันขอฝากอาจารย์เอริไปเรียนเชิญท่านผู้อำนวยการมาให้หน่อยละกันนะคะ ส่วนอาจารย์โนลรบกวนช่วยไปจัดการบอกให้พวกนักเรียนเบาเสียงลงหน่อยสิคะ ฉันเปลี่ยนคริสตัลด้านในเครื่องขยายเสียงให้เรียบร้อยแล้ว เชิญเลยค่ะ~”

 

“ไม่ใช่ว่าปกติแล้วอาจารย์อายะจะเป็นคนจัดการเรื่องนั้นเองหรอกหรอครับ…”

 

“คิกคิก ไหนๆ ปีนี้อาจารย์โนลก็แย่งตำแหน่งอาจารย์ประจำชั้นห้องหนึ่งไปแล้วทั้งทีก็รับตำแหน่งหัวหน้าอาจารย์ไปด้วยเลยสิคะ… เอาล่ะ ถ้างั้นฉันขอตัวไปตามหาท่านผู้อำนวยการเขาก่อนละกันนะคะ~”

 

เอริซาเบธที่เห็นอาจารย์โนลทำหน้าซีดรับเครื่องขยายเสียงที่มีลักษณะเหมือนกับไม้คทาอันเล็กๆ ที่ตรงปลายเป็นทรงกลมมาจากอาจารย์อายะนั้นถึงกับหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะรีบเดินหนีไปตามหาท่านผู้อำนวยการในทันที

 

ซึ่งอาจารย์โนลนั้นก็ได้กะพริบตามองเครื่องขยายเสียงในมือของเขาอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะเดินไปยืนอยู่หน้าแท่นพิธีบนเวทีขนาดเล็กๆ ทางด้านหน้าของสนามหญ้าและส่งวิซของเขาเข้าใส่เครื่องขยายเสียงในมือพร้อมกับเอ่ยคำพูดใส่มัน

 

“นักเรียนทุกคนช่วยอยู่ในความสงบด้วยครับ!”

 

เสียงของอาจารย์โนลที่พูดเข้าใส่ไม้คทาขนาดเล็กๆ ในมือได้ดังก้องกังวานไปทั่วสนามหญ้าจนนักเรียนที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กับแท่นพิธีถึงกับสะดุ้งไปเล็กน้อยก่อนที่เหล่านักเรียนจะค่อยๆ หยุดพูดคุยกันลงไปทีละคนจนในที่สุดทั้งสนามหญ้าตกอยู่ท่ามกลางเงียบ

 

และหลังจากนั้นอีกไม่นานก็ได้มีเสียงก้าวเท้าหนักๆ ดังขึ้นมาจากทางฝั่งอาคารเรียนก่อนที่จะปรากฏร่างของท่านผู้อำนวยการในชุดเกราะเต็มตัวสีขาวประดับทองที่ในคราวนี้ได้สวมใส่ผ้าคลุมสีแดงมาเต็มยศจนดูราวกับอัศวินผู้สูงศักดิ์

 

“เครื่องขยายเสียงครับท่านผู้อำนวยการ”

 

“ไม่จำเป็น”

 

“ครับ…”

 

อาจารย์โนลที่พยายามจะส่งมอบไม้คทาขยายเสียงในมือของเขาไปให้คนอื่นสักทีนั้นได้แต่หน้าเจือนไปเล็กน้อยและเดินหลบทางให้ท่านผู้อำนวยการได้มายืนอยู่หน้าแท่นพิธีแต่โดยดี ซึ่งในทันทีที่ท่านผู้อำนวยการเดินมาจนหยุดอยู่หน้าแท่นพิธีนั้นก็ได้เกิดความแตกตื่นขึ้นในหมู่เด็กนักเรียนหน้าเก่ากันในทันที

 

‘เฮ้ย… ปีนี้ ผอ.มาเองเลยว่ะพวกเรา…’

 

‘ไม่ใช่ว่าปกติแล้วจะเป็นอาจารย์อายะไม่ก็อาจารย์เอริซาเบธหรอกหรอ…’

 

‘ผู้อำนวยการมาเองแบบนี้หรือว่าปีนี้จะมีอะไรพิเศษกันนะ…’

 

เสียงกระซิบกระซาบพูดคุยกันได้ดังขึ้นมาจากทุกทิศทุกทาง ซึ่งถึงแม้ว่านักเรียนแต่ละคนจะหันไปแอบกระซิบกันเบาๆ แต่ว่าในเมื่อทุกคนได้พร้อมใจกันทำแบบนั้นเสียงของทุกคนก็เลยรวมกันจนเกิดเป็นเสียงพูดคุยเสียงดังที่แทบจะจับใจความอะไรกันไม่ได้ ซึ่งอัลเบิร์ตเองก็เป็นหนึ่งในผู้คนที่แอบพูดขึ้นมาเบาๆ เช่นเดียวกัน

 

“โห… คุณผู้อำนวยการออกมาเองเลยหรอเนี่ย ฉันก็นึกว่าปีนี้เจ้าสี่ตานั่นจะเป็นคนพูดซะอีก”

 

“หือ? คนที่ใส่ชุดเกราะนั่นคือผู้อำนวยการของโรงเรียนหรอน่ะ?”

 

“ครับ เห็นเขาว่ากันว่าท่านผู้อำนวยการเขาใส่ชุดเกราะอันนั้นมาตั้งแต่ก่อนที่จะรับตำแหน่งผู้อำนวยการของโรงเรียนแล้วล่ะครับ”

 

“อื้ม… ถึงชุดเกราะนั่นจะดูเท่ดีก็เถอะนะแต่ว่าใส่เกราะเต็มตัวแบบนั้นไม่อึดอัดแย่หรอนั่น ผู้อำนวยการเขาเคยถอดชุดเกราะนั่นออกบ้างหรือเปล่าน่ะคอนแนล?”

 

“เอ่อ… เหมือนว่าจะไม่เคยมีใครเห็นท่านผู้อำนวยการเขาถอดชุดเกราะออกเลยนะครับ แล้วถ้าจะมีใครที่มีอำนาจมากพอจะสั่งให้เขาถอดชุดเกราะได้ก็คงจะมีแต่ทางวังหลวงนั่นแหล่ะครับ… แต่ว่าถ้าทางวังจะใช้อำนาจสั่งให้คนคนหนึ่งถอดชุดเกราะออกมันก็น่าจะฟังดูไร้เหตุผลเกินไปหน่อยจริงมั้ยล่ะครับ…”

 

“เออ มันก็จริงแฮะ…”

 

นากาหันกลับไปตอบคอนแนลที่พูดตอบคำถามของเขาแทนอัลเบิร์ตที่ไม่มีท่าทีว่าจะหันกลับมาคุยกับนากาเลยแม้แต่น้อยในขณะที่ทางด้านท่านผู้อำนวยการที่เห็นว่าเสียงกระซิบกระซาบพูดคุยกันของเหล่าเด็กนักเรียนเหมือนจะดังขึ้นเรื่อยๆ ทุกวินาทีนั้นก็ได้ขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยปากพูดออกมา

 

“ยินดีต้อนรับนักเรียนทุกคนทั้งเก่าและใหม่เข้าสู่ปีการศึกษาใหม่ของโรงเรียนรีมินัสแห่งนี้”

 

“—!!?”

 

เสียงของท่านผู้อำนวยการที่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงปกติธรรมดานั้นกลับดังก้องกังวานยิ่งกว่าเสียงของอาจารย์โนลในตอนที่เขาพูดผ่านเครื่องขยายเสียงหลายเท่าจนทำให้ทั้งเหล่านักเรียนและคณะอาจารย์ถึงกับสะดุ้งสุดตัวไปตามๆ กัน

 

“ในปีการศึกษาใหม่นี้ทางโรงเรียนมีเรื่องที่จะต้องแจ้งให้กับนักเรียนทุกคนทราบอยู่หลายเรื่องด้วยกัน เรื่องที่หนึ่งก็คือในปีนี้ได้มีอาจารย์ใหม่สองท่านมาเข้าร่วมงานกับทางโรงเรียนเพิ่มเติม ท่านที่หนึ่งคืออาจารย์อารอนที่จะมาเป็นอาจารย์ประจำห้องพยาบาลและสอนสุขศึกษาคนใหม่แทนอาจารย์เอริซาเบธที่จะย้ายไปสอนวิชาอื่น”

 

ท่านผู้อำนวยการที่เห็นว่าเหล่าเด็กนักเรียนได้เงียบลงกันแล้วนั้นได้พูดขึ้นมาด้วยเสียงดังพอประมาณที่จะสามารถได้ยินกันชัดเจนทุกคนแตกต่างจากเสียงดังระเบิดหูเมื่อสักครู่นี้ ซึ่งทางด้านอารอนที่ได้ยินท่านผู้อำนวยการประกาศชื่อของเขาขึ้นมานั้นก็ได้ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้และเดินไปด้านหน้าให้เหล่าเด็กนักเรียนได้เห็นหน้าของเขาในขณะที่ท่านผู้อำนวยการก็ได้เอ่ยปากแนะนำตัวอาจารย์ใหม่อีกคนหนึ่งต่อไปในทันที

 

“ส่วนอาจารย์ใหม่ท่านที่สองคืออาจารย์อลิซที่จะมาเป็นอาจารย์สอนวิชาภาคบังคับวิชาใหม่สำหรับระดับการศึกษาชั้นปลายชั้นปีที่หนึ่งที่เพิ่งจะถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ในปีการศึกษานี้”

 

ทันทีที่สิ้นเสียงของท่านผู้อำนวยการ อลิซก็ได้ลุกขึ้นจากเก้าอี้และเดินมายืนอยู่ที่ข้างๆ อารอน ก่อนที่เธอจะแอบกำหมัดแน่นเมื่อเสียงกระซิบกระซาบของพวกนักเรียนดังแว่วๆ มาให้เธอได้ยิน

 

‘เด็กผู้หญิงนั่นน่ะนะ? นี่ทางโรงเรียนไปจับเอาเด็กที่ไหนมาเป็นครูสอนหนังสือกันเนี่ย?’

‘ผมสีขาวกับตาสีแดงเหมือนกันเลยแฮะ อาจารย์ใหม่ทั้งสองคนนี่เป็นพี่น้องกันหรือเปล่านะ…’

‘ตัวเล็กกว่าน้องสาวที่บ้านของฉันอีกนะนั่น’

 

“ไอ้เด็กพวกนี้…”

 

อลิซกัดฟันพูดขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะเดินกลับไปนั่งรวมกับคณะอาจารย์คนอื่นๆ ตามเดิมพร้อมกับแอบหมายหัวเหล่านักเรียนปากเสียพวกนั้นเอาไว้ก่อนด้วย ซึ่งนั่นก็ทำให้อาจารย์อายะที่นั่งอยู่ติดกับอลิซได้พยายามที่พูดให้เธอใจเย็นลงก่อนบ้าง

 

“หน่าๆ อาจารย์อลิซก็ทำใจเย็นๆ เอาไว้ก่อนนะคะ อย่าไปถือสาพวกเด็กๆ เขาเลย”

 

“เฮ้อ… ตอนที่อาจารย์อายะเข้ามาก็เป็นแบบนี้หรือเปล่าคะ?”

 

“เอาจริงๆ ตอนที่ฉันเพิ่งจะเข้ามาก็ถูกพวกนักเรียนเขาพูดแซวเรื่องส่วนสูงกันอยู่บ้างนะคะเพราะว่าตอนนั้นฉันเองก็เพิ่งจะอายุพอๆ กับอาจารย์อลิซในตอนนี้เนี่ยแหล่ะค่ะ”

 

“ฉันคิดว่าตอนนี้พวกเราก็น่าจะ อายุ เท่า กัน นะคะ…”

 

“อ้าว— อายุเท่ากันหรอกหรอคะเนี่ย แหะๆ …”

 

อาจารย์อายะรีบพูดตอบอลิซที่พูดเน้นย้ำเรื่องอายุของเธอชัดๆ ทีละคำกลับไปแบบเจือนๆ เพราะว่าอลิซนั้นตัวเตี้ยยิ่งกว่าเธอเองในตอนที่เพิ่งจะบรรจุเข้าใหม่ๆ เมื่อหลายปีก่อนอีกซะด้วยซ้ำ

 

และในขณะที่พวกเธอกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเสียงกระซิบกระซาบของเหล่านักเรียนก็ได้ค่อยๆ เบาลงไปเมื่อพวกเขาเริ่มที่จะรู้ตัวกันแล้วว่าท่านผู้อำนวยการกำลังรอให้พวกเขาเงียบกันไปเองอยู่

 

“อีกเรื่องหนึ่งที่เกี่ยวกับอาจารย์อลิซก็คือเนื่องจากว่าทางโรงเรียนเล็งเห็นว่าวิชาเรียนที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่มีความจำเป็นอย่างมากจึงได้อนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้อาจารย์อลิซสามารถที่จะขอคาบเรียนจากอาจารย์ท่านใดก็ได้เพื่อนำมาใช้เป็นชั่วโมงเรียนของวิชาใหม่นี้ อีกทั้งถ้าหากอาจารย์อลิซมีความจำเป็นที่จะต้องเปิดคาบเรียนพิเศษนอกเวลาเรียนนักเรียนทุกคนก็จำเป็นที่จะต้องให้ความร่วมมือด้วยเช่นเดียวกัน”

 

‘อะไรกันเนี่ย? แบบนี้หมายความว่าถ้าเด็กคนนั้นคิดอยากจะสอนในวันหยุดขึ้นมาพวกเราก็ต้องมาเรียนงั้นหรอ’

 

‘มีใครเคยได้ยินเรื่องที่ท่านผู้อำนวยการพูดขึ้นมาก่อนบ้างหรือเปล่า?’

 

‘ฉันก็ไม่เคยเห็นจะได้ยินเรื่องนี้มาก่อนเลยนะคะ…’

 

ในครั้งนี้นอกจากเหล่านักเรียนจะโห่ร้องออกมาด้วยความไม่พอใจที่อาจจะต้องเรียนเพิ่มเติมนอกเวลาเรียนแล้วก็ได้เกิดเสียงพึมพำขึ้นมาในหมู่อาจารย์ด้วยเช่นเดียวกันเพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะรู้มาก่อนว่าอลิซจะมาสอนวิชาเรียนใหม่แต่ก็ไม่มีใครรู้มาก่อนเลยว่าเธอได้รับมอบอำนาจให้ยึดชั่วโมงเรียนของอาจารย์ท่านอื่นได้ด้วย

 

“สุดท้ายนี้!! เนื่องจากว่าวิชาเรียนของอาจารย์อลิซเป็นวิชาเรียนที่เพิ่งจะถูกเพิ่มขึ้นมาใหม่ทางโรงเรียนจึงยังไม่สามารถที่จะจัดหาอุปกรณ์การเรียนส่วนตัวให้กับนักเรียนทุกคนได้ทัน ดังนั้นทางโรงเรียนจึงอยากขอความร่วมให้นักเรียนทุกคนตั้งใจฟังสิ่งที่อาจารย์อลิซสอนและแบ่งปันกันใช้อุปกรณ์เท่าที่มีกันไปก่อนจนกว่าจะสามารถจัดหาอุปกรณ์ส่วนตัวให้กับทุกคนได้”

 

ท่านผู้อำนวยการพูดขึ้นมาด้วยเสียงดังสนั่นอีกครั้งหนึ่งเมื่อเห็นว่าในครั้งนี้ทุกคนไม่มีท่าทีว่าจะเงียบเสียงลงกันได้ง่ายๆ ซึ่งนั่นก็ทำให้เหล่านักเรียนและคณะอาจารย์เงียบเสียงกันลงไปในทันที

 

“ในเมื่อทุกคนได้รับรู้เรื่องที่กล่าวไปกันเรียบร้อยแล้วฉันก็ขอประกาศว่าพิธีเปิดการศึกษาใหม่ของโรงเรียนรีมินัสได้จบลงเพียงเท่านี้ ขอให้ทุกคนโชคดี”

 

ทันทีที่ท่านผู้อำนวยการพูดจบเขาก็หันหลังกลับพร้อมกับเดินลงจากแท่นพิธีเพื่อเดินกลับเข้าไปในตึกเรียนในทันทีโดยไม่คิดจะอธิบายให้เหล่าคณะอาจารย์ฟังเลยแม้แต่น้อยเกี่ยวกับอำนาจในการจัดการคาบเรียนที่อลิซเพิ่งจะได้รับไป

 

และเมื่อท่านผู้อำนวยการเดินจากไปแล้วก็ได้เกิดเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นมาในหมู่นักเรียนอีกครั้งหนึ่งเพราะพวกเขาคิดกันว่าอาจารย์คนใหม่ที่ดูแล้วเป็นเพียงแค่เด็กสาวตัวเล็กๆ คนหนึ่งนั้นดูเหมือนว่าจะได้รับสิทธิพิเศษมากมายเหลือเกิน ซึ่งนากาที่ได้ยินคำนินทาบางส่วนเข้าไปแบบนั้นก็ได้รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาเล็กน้อยเพราะว่าเด็กนักเรียนพวกนี้นั้นได้พูดนินทาอลิซที่พวกเขารู้จักกันดีอย่างสนุกปาก

 

“พวกนี้นี่ก็พูดกันไปเรื่อยเปื่อยจริงๆ นะ อย่างยัยอลิซนั่นน่ะหรอจะสั่งให้มาเรียนกันในวันหยุดน่ะ เห็นบ่นอยู่ทุกวันว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่มีวันจะมาเป็นอาจารย์แบบนั้นน่ะนะ…”

 

“ฮะฮะ นั่นสินะครับ”

 

และหลังจากนั้นอีกไม่นานอาจารย์โนลก็ได้เดินกลับมาที่แท่นพิธีพร้อมกับเครื่องขยายเสียงในมืออีกครั้งหนึ่งและพูดประกาศออกมา

 

“เอาล่ะนักเรียนทุกคน! ในเมื่อจบพิธีเปิดภาคเรียนกันไปแล้วถ้างั้นขอให้นักเรียนทุกคนตั้งแถวกันเดินตามอาจารย์ประจำชั้นของตัวเองไปกันทีละห้องนะครับ ค่อยๆ ไล่ไปจากทางด้านที่ติดกับอาคารเรียนก่อน ห้องของอาจารย์เอริซาเบธเชิญเดินนำไปได้เลยครับ”

 

หลังจากที่อาจารย์โนลพูดจบเขาก็เดินลงจากเวทีไปหยุดอยู่ตรงที่หน้าแถวของนักเรียนที่อยู่กึ่งกลางของสนามหญ้าตรงเบื้องหน้าของเวทีซึ่งเป็นแถวของเหล่าเด็กนักเรียนห้องหนึ่งที่มาจากตระกูลขุนนางนั่นเอง

 

ส่วนทางด้านเอริซาเบธที่ควรจะต้องเดินนำเหล่านักเรียนของเธอไปยังห้องเรียนนั้นก็กลับขยิบตาให้กับอัลเบิร์ตก่อนที่จะเดินหนีจากไปในทันที

 

“ถ้างั้นฝากเธอพาเพื่อนๆ ไปที่ห้องเรียนหน่อยละกันนะอัลเบิร์ตคุง พอดีว่าฉันยังมีงานที่ต้องจัดการเหลืออยู่อีกนิดหน่อยน่ะจ้ะ~”

 

“หา!? มันใช่หน้าที่ฉันมั้— เฮ้อ… ผ่านไปอีกปีนึงแล้วก็ยังชอบโยนงานให้ลูกศิษย์อยู่เหมือนเดิมเลยให้ตายสิ… เอ้า พวกนายรีบๆ ลุกขึ้นได้แล้ว!”

 

อัลเบิร์ตที่ถูกเอริซาเบธโยนงานมาให้นั้นได้แต่ถอนหายใจไล่หลังเธอไปก่อนที่เขาจะหันกลับมาตะโกนบอกเหล่านักเรียนประจำชั้นของเอริซาเบธให้ลุกยืนขึ้นแล้วจึงเดินนำพวกเขาไปยังชั้นสามของอาคารเรียนกัน

 

ซึ่งด้านในห้องเรียนของพวกเขานั้นก็มีโต๊ะเก้าอี้ตั้งเรียงรายกันไปโดยที่ทางด้านหลังห้องนั้นก็มีตู้เก็บของจำนวนมากที่มีป้ายชื่อของแต่ละคนกับพวงกุญแจห้อยเอาไว้ด้วย

 

ส่วนทางด้านหน้าสุดของห้องนั้นก็เป็นกระดานดำขนาดใหญ่ที่ถูกตีตารางเอาไว้และเขียนชื่อของนักเรียนแต่ละคนเอาไว้ในแต่ละช่องและเขียนกำกับเอาไว้ด้านล่างว่า ‘ถ้าอยากจะเปลี่ยนที่นั่งก็ตกลงกันเองแล้วค่อยมาบอกกันทีหลังละกันนะ’ พร้อมกับลงชื่อเอาไว้ปิดท้ายว่า ‘โดยอาจารย์เอริซาเบธ’ อีกด้วย

 

“อาจารย์เอริซาเบธเอาอีกแล้วสินะครับเนี่ย…”

 

“ยัยจิ้งจอกไม่ได้เรื่องเอ๊ย…”

 

คอนแนลที่เห็นข้อความบนกระดานดำนั้นได้พูดออกมาแบบติดตลกนิดๆ ส่วนอัลเบิร์ตนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วจึงเดินไปนั่งตรงที่นั่งของเขาที่อยู่ตรงกลางห้องพอดีอย่างหน่ายๆ ในขณะที่ทางด้านนากานั้นก็ได้แต่กะพริบตามองข้อความที่ถูกเขียนไว้บนกระดานดำอย่างมึนๆ

 

“นี่เอริซาเบธเขาทำแบบนี้มาหลายรอบแล้วหรอน่ะ?”

 

“ตอนที่พวกผมเรียนชั้นต้นปีสามเมื่อปีที่แล้วอาจารย์เอริเขาก็ทำแบบนี้เหมือนกันนั่นแหล่ะครับ ถ้ายังไงก็แยกย้ายกันไปนั่งตามที่เขียนไว้บนกระดานดำก่อนก็ละกันนะครับ”

 

“นั่นสินะ เอาตามนั้นก่อนละกัน”

 

นากาพยักหน้าตอบคอนแนลกลับไปก่อนที่พวกเขาจะแยกย้ายกันไปเก็บอาวุธประจำตัวของตนไว้ในตู้เก็บของของตัวเองแล้วจึงเดินไปนั่งกันตามที่นั่งที่ถูกระบุเอาไว้บนกระดานดำ

 

ซึ่งที่นั่งของนากานั้นอยู่ตรงกลางของแถวสุดท้ายพอดีโดยที่ข้างๆ กันนั้นก็เป็นที่นั่งของพรีมูล่า ในขณะที่ด้านหน้าของเขาและพรีมูล่านั้นก็เป็นที่นั่งของคอนแนลกับโมโกะ

 

ในขณะที่คนอื่นๆ ที่นากาพอจะคุ้นหน้าอยู่บ้างก็อยู่ในห้องนี้กันอย่างพร้อมเพรียงเช่นเดียวกัน อย่างเช่นเซซิลที่นั่งอยู่ถัดไปทางด้านซ้ายของนากา ซิลเวสที่นั่งอยู่ติดกับพรีมูล่า รีซาน่าและมายะที่ถูกจับไปนั่งอยู่ใกล้ๆ อัลเบิร์ต แล้วก็พิเน๊ะที่นั่งเหม่อลอยอยู่ไม่ไกลจากกลุ่มของพวกเขาสักเท่าไหร่นัก หรือแม้แต่กระทั่งซึบากิที่นั่งทำหน้านิ่งๆ อยู่ติดกับประตูแต่ว่ากำลังหันซ้ายหันขวาเหมือนกับกำลังมองตามอะไรที่ขยับไปมาอยู่

 

“เย้~ ได้นั่งติดกันกับทุกคนด้วยล่ะ~”

 

“โชคดีที่ทุกคนได้นั่งใกล้ๆ กันล่ะเนอะ”

 

“ฉันว่าน่าจะเป็นฝีมือของเอริซาเบธเขามากกว่าล่ะมั้ง…”

 

“อยู่ที่โรงเรียนต้องเรียกว่าอาจารย์เอริซาเบธสิครับนากา… แต่ผมว่าก็น่าจะเป็นแบบนั้นจริงๆ นั่นแหล่ะครับ… จะว่าไปในห้องนี้ก็มีคนที่ผมไม่คุ้นหน้าเพิ่มขึ้นมาเกือบจะเกินครึ่งห้องเลยนะครับเนี่ย ท่าทางว่าปีนี้ทางโรงเรียนจะเปิดรับนักเรียนเพิ่มมาเยอะจริงๆ”

 

“หืม? นี่สรุปว่าโรงเรียนนี้เปิดให้สอบเข้าแบบธรรมดาๆ ได้ด้วยหรอกหรอ…. แล้วแบบนี้ทำไมเอริกะถึงต้องไปหาใบรับรองพวกนั้นมาให้พวกฉันใช้สมัครเรียนด้วยล่ะเนี่ย?”

 

นากาที่ได้ยินว่าคอนแนลแทบจะไม่คุ้นหน้าเหล่าเด็กนักเรียนเกือบจะครึ่งห้องนั้นได้กระซิบถามคอนแนลขึ้นมาด้วยความสงสัย เพราะถ้าเกิดว่าคอนแนลที่เคยเรียนผ่านปีการศึกษาชั้นต้นในโรงเรียนนี้มาก่อนแล้วไม่คุ้นหน้าพวกเขาก็น่าจะหมายความว่าเด็กนักเรียนพวกนั้นน่าจะเป็นนักเรียนใหม่อย่างแน่นอน

 

“อันนั้นเป็นเพราะว่าพวกนากามาถึงเมืองหลังจากวันที่พวกเราสอบเรียนต่อกับรับสมัครนักเรียนใหม่เสร็จกันไปแล้วน่ะครับก็เลยต้องใช้วิธีการพิเศษหน่อยนึง เพราะปกติแล้วช่วงนั้นทางโรงเรียนจะไม่รับนักเรียนเพิ่มแล้วน่ะครับ”

 

“อ้าว? แต่ก่อนหน้านี้ฉันยังเห็นทางโรงเรียนจัดการสอบอยู่เลยไม่ใช่หรอ? น่าจะสักสองสามสัปดาห์ก่อนล่ะมั้งตอนที่ฉันมาขึ้นรถไปเมืองกราวิทัสน่ะ”

 

“อ๋อ… การสอบตอนนั้นมันเป็นการสอบเข้าของนักเรียนใหม่ในชั้นการศึกษาชั้นต้นน่ะครับ เหมือนว่าทางโรงเรียนจะอยากจัดการเรื่องของนักเรียนเก่าที่จะเรียนต่อให้เรียบร้อยกันก่อน พวกเด็กๆ ก็เลยต้องมาสอบกันทีหลังพวกผมน่ะครับ”

 

“งั้นหรอ…”

 

ปึ้ง!!

 

ในขณะที่เหล่าเด็กนักเรียนในห้องกำลังเริ่มที่จะจับกลุ่มพูดคุยกันอยู่นั้น อยู่ๆ ประตูของห้องเรียนก็ได้ถูกกระแทกเปิดออกด้วยฝ่าเท้าเล็กๆ ของเด็กสาวที่พวกนากาคุ้นเคยกันดี ซึ่งอลิซนั้นก็ได้ยืนนิ่งทำใจอยู่เล็กน้อยจะลดเท้าลงและเดินเข้ามาในห้องโดยที่ทั้งสองมือของเธอได้อุ้มกล่องกระดาษขนาดใหญ่ที่บรรจุเอกสารจำนวนมากเข้ามาด้วย

 

“เอ่อ… อาจารย์อลิซเข้าผิดห้องหรือเปล่าครับ… อาจารย์ประจำชั้นของพวกผมคืออาจารย์เอรินะครับ”

 

ในตอนที่ภายในห้องเรียนตกอยู่ภายใต้ความเงียบนั้นเด็กนักเรียนชายผมสีน้ำตาลเข้มจนเกือบจะเป็นสีดำที่นั่งอยู่ตรงแถวหน้าสุดก็ได้รวบรวมความกล้าเอ่ยปากถามอลิซที่ท่าทางเหมือนจะหงุดหงิดอยู่ขึ้นมาท่ามกลางความนับถือของเหล่านักเรียนในห้อง

 

ซึ่งอลิซที่ได้ยินแบบนั้นก็ได้สะบัดสายตาไปจ้องมองเขาในทันทีจนทำให้เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้มถึงกับสะดุ้งไปเล็กน้อย แต่ว่าก่อนที่อลิซจะได้พูดอะไรออกมานั้นเอริซาเบธก็ได้ยื่นหน้าออกมาจากขอบประตูและพูดทักทายเหล่าเด็กนักเรียนของเธอด้วยท่าทีร่าเริงขึ้นมาซะก่อน

 

“อาจารย์เอริอยู่นี่เองจ้า มีใครเรียกหาอยู่หรือเปล่าเอ่ย~”

 

“เอ่อ… คือว่าอาจารย์อลิซเขามายึดคาบโฮมรูมไปแล้วนะครับอาจาร์ยเอริ…”

 

“อ๋อ~ ก็พอดีว่าคาบเรียนแรกของพวกเธอจะเป็นวิชาของอาจารย์อลิซเขาอยู่แล้วน่ะ อาจารย์ก็เลยให้ฝากให้อาจารย์อลิซเขาจัดการเรื่องโฮมรูมไปด้วยเลยน่ะ”

 

“ง—งั้นเองหรอครับ”

 

อลิซที่เห็นท่าทางของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่พยายามจะหลบตาเธอและหันไปพูดสอบถามเอริซาเบธแทนนั้นถึงกับหางคิ้วกระตุกเล็กน้อยก่อนที่เธอจะโยนกล่องกระดาษลงบนโต๊ะและพูดถามเขาออกไปตรงๆ

 

“หมดคำถามแล้วหรือยัง?”

 

“หมดแล้วครับ…”

 

“ดีมาก… แล้วถ้าวันหลังมีคำถามอะไรคาใจก็มาถามฉันตรงๆ เลยไม่ต้องหันไปถามคนอื่นเข้าใจมั้ย… แล้วนี่มีใครคนไหนสงสัยอะไรอีกมั้ย?”

 

อลิซพยักหน้าตอบเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลคนนั้นกลับไปก่อนที่เธอจะหันไปสำรวจดูเหล่าเด็กนักเรียนในห้องว่ามีใครคาใจอะไรกับการปรากฏตัวของเธออีกหรือไม่ ซึ่งเมื่ออลิซได้เห็นว่าเด็กนักเรียนแทบจะทุกคนนอกจากพวกนากาแล้วล้วนแต่มีท่าทีเกร็งๆ เหมือนกับว่ากำลังกลัวจนไม่กล้าพูดถามอะไรขึ้นมาซะมากกว่าเธอจึงได้ตัดสินใจที่จะพูดเข้าเรื่องในทันที

 

“ในเมื่อไม่มีใครมีคำถามอะไรแล้วถ้างั้นก็เตรียมใจกันให้พร้อม เพราะเดี๋ยวอีกสิบนาทีพอถึงคาบเรียนของฉันพวกเราจะมีการทดสอบวัดผลกันเป็นอันดับแรกเลย”

 

“หาาาา!!?”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 78 Rushed Trial"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved