cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 6

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 6
Prev
Next

ครืดดดดดด…..

 

หลังจากที่รถกระบะที่พวกนากานั่งโดยสารออกมาจากหมู่บ้านได้ออกเคลื่อนตัวมาสักพักใหญ่ๆ อยู่ๆ รถกระบะของพวกเขาก็ได้ค่อยๆ ลดความเร็วลงอย่างช้าๆ แล้วจึงจอดหยุดนิ่งอยู่กับที่จนทำให้ทุกคนได้แต่ต้องหันไปมาสังเกตดูรอบๆ ด้วยความแปลกใจว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า

 

แต่ทว่าก่อนที่ทุกคนจะได้สังเกตเห็นอะไรผิดปกติ กระจกของห้องโดยสารที่อยู่ทางฝั่งคนขับก็ได้ถูกเลื่อนเปิดออกก่อนที่จะมีหญิงสาวผมสีแดงที่มีหูจิ้งจอกฟูฟ่องห้อยหัวออกมาพูดบอกทุกคนด้วยท่าทีอ่อนแรง

 

“ไม่ไหวแล้วค่าาาาา~~ ถ้ายังไงขอฉันพักที่นี่ก่อนได้หรือเปล่าคะคุณอารอน~”

 

“ให้ตายสิ… เดี๋ยวก็เจอคนเจ็บเดี๋ยวก็มีคนบุกเข้ามาแล้วไหนยังจะมีคนหมดแรงเพิ่มอีก… นี่จะอยู่กันแบบสงบๆ สักหน่อยไม่ได้เลยใช่มั้ยเนี่ย…”

 

“อ่ะๆ — ที่ฉันหมดแรงนี่มันเป็นเพราะว่าคุณอารอนเร่งรีบออกเดินทางก่อนกำหนดจนพวกฉันไม่มีเวลาได้พักฟื้นไม่ใช่หรอคะ~”

 

หญิงสาวหูจิ้งจอกผมสีแดงได้พูดเถียงอารอนกลับไปเล็กน้อยแล้วจึงเปิดประตูรถออกมานั่งพิงกับต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ ถนนในขณะที่ทางด้านอารอนนั้นก็ได้คุ้ยหาหลอดยาขนาดเล็กๆ ที่มีของเหลวสีใสถูกบรรจุเอาไว้ภายในออกมาโยนให้กับเธอไป

 

ซึ่งหญิงสาวหูจิ้งจอกที่ได้รับหลอดยาไปจากอารอนก็ได้เปิดจุกฝาของมันออกแล้วจึงนำมันไปจ่อที่จมูกของเธอเพื่อสูดกลิ่นมันเข้าไปจนทำให้นากาที่เคยเห็นยาตัวนี้ของอารอนมาก่อนจนรู้ว่ามันคือยาสำหรับดมแก้วิงเวียนอดไม่ได้ที่จะกระโดดลงมาจากกระบะหลังรถและพูดถามคนขับรถของพวกเขาขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าครับ…เอ่อ…”

 

“หืมมม~~”

 

หญิงสาวหูจิ้งจอกที่ได้ยินคำถามของนากาได้เอียงคอจ้องมองเขาด้วยท่าทีสนอกสนใจอยู่สักพักหนึ่งก่อนที่เธอจะยิ้มแป้นพร้อมกับพูดแนะนำตัวเองขึ้นมา

 

“ฉันชื่อว่า เอริซาเบธ จ้ะ~ แต่ถ้าเธอคิดว่ามันยาวไปก็เรียกฉันว่า เอริ เฉยๆ เลยก็ได้~”

 

“อ่า—ครับ แล้วคุณเอริซาเบธอาการเป็นยังบ้างหรอครับ”

 

“อุ้ยแหม่~ เธอเองก็คิดว่าชื่อของฉันมันยาวไปใช่มั้ยล่ะ จะเรียกว่าเอริเฉยๆ ก็ได้นะ~”

 

“เอ่อ… คุณเอริอาการเป็นยั—”

 

“อ่ะๆ — ฉันบอกว่าให้เรียกฉันว่าเอริเฉยๆ ก็ได้แต่ไม่ได้บอกว่าให้เรียกว่าคุณเอริสักหน่อยนะ~”

 

“อ–เอ่อ….”

 

นากาที่พยายามจะพูดจาสุภาพกับหญิงสาวผมสีแดงหูจิ้งจอกที่มีชื่อว่าเอริซาเบธที่ดูแล้วน่าจะมีอายุมากกว่าเขาเกือบสิบปีได้แต่ทำตัวไม่ถูกเมื่ออีกฝ่ายได้พูดตอบกลับมาน้ำเสียงทีเล่นทีจริงจนเขาดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายอยากจะให้เขาเรียกชื่อของเธอด้วยชื่อเล่นสั้นๆ นั่นจริงๆ หรือไม่

 

ซึ่งท่าทางกระอักกระอ่วนของนากาและท่าทีสนุกสนานของเอริซาเบธนั้นก็ได้ทำให้อารอนที่ดูเหมือนว่าจะรู้จักกับหญิงสาวหูจิ้งจอกคนนี้มาก่อนแล้วอดไม่ได้ที่จะพูดบ่นขึ้นมา

 

“เธอก็อย่าไปแกล้งนากาเขาสิเอริ… ส่วนนากานายก็เรียกเอริซาเบธเขาว่าเอริไปเลยก็ได้นะเอริเขาไม่ถือหรอก… แล้วฉันเองก็ต้องขอโทษที่พวกเราต้องรีบออกเดินทางแบบนี้ด้วยละกันนะเอริ… แต่มันก็อย่างที่เธอเห็นว่ามันเป็นเหตุฉุกเฉินน่ะ…”

 

“แหม่~ ถ้าเกิดว่ามันเป็นเหตุฉุกเฉินทางฉันกับเดรคก็ไม่ว่าอะไรหรอกค่ะคุณอารอน~”

 

“เดรคหรอครับ?”

 

ในขณะที่เอริซาเบธกับอารอนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง ทางด้านนากาที่ได้ยินชื่อที่เขาไม่คุ้นเคยดังขึ้นมาก็ได้พูดถามขึ้นมาด้วยความสงสัย ซึ่งท่าทีของนากาที่ยังคงพูดคำสุภาพออกมาอยู่นั้นก็ได้ทำให้เอริซาเบธเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะพูดตอบเขากลับไปพร้อมกับยื่นมือออกไปขยี้หัวของนากาไปด้วย

 

“ก็หมายถึงพี่เบิ้มที่กระโดดออกไปช่วยพวกเธอที่หน้าคลินิกนั่นไงเขาชื่อว่าเดรคน่ะ แล้วก็เรื่องคำสุภาพนั่นน่ะช่างมันไปเถอะน่า ฉันยังไม่ได้แก่ถึงขนาดที่อยากจะให้คนอื่นมาพูดจาสุภาพใส่ตลอดเวลาหรอกนะ”

 

“โอ๊ยๆ โอเคครับๆ ถ้างั้นจะเรียกว่าเอริเฉยๆ ก็ได้”

 

นากาที่ถูกเอริซาเบธจับไปขยี้หัวเล่นได้แต่ต้องรีบพูดตอบเธอกลับไปก่อนที่ทางด้านอารอนจะเป็นฝ่ายเอ่ยปากถามหญิงสาวหูจิ้งจอกขึ้นมาบ้าง

 

“แล้วตอนนี้พวกเราจะเอายังไงกันต่อล่ะเอริซาเบธ… ถึงเธอจะบอกว่าขอพักก่อนก็เถอะแต่ว่าอีกแค่ไม่กี่ชั่วโมงมันก็จะมืดแล้วนะ…”

 

“เฮ้อ… ฉันก็อยากจะเสนอให้เดรคเขาขับรถให้แทนอยู่หรอกนะคะ แต่ดูท่าทางว่าคุณอารอนจะไม่ยอมอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะคะเพราะว่าเดรคเขาเป็นคนขับรถตอนขามานี่นะ… ถ้างั้นคืนนี้พวกเราก็คงจะต้องพักกันที่นี่ก่อนแล้วล่ะค่ะเพราะถ้าให้ฉันฝืนขับต่อไปเดี๋ยวก็คงจะได้วิซหมดตัวจนล้มพับกันไปพอดี”

 

“เอ๋ะ? วิซนี่มันมีหมดกันได้ด้วยหรอ?”

 

“หืม~? มันก็ต้องมีอยู่แล้วสิ ถึงการเรียนการสอนในโรงเรียนจะไม่มีวิชาอะไรที่ต้องใช้วิซหนักๆ ก็เถอะแต่ว่าพวกเธอก็น่าจะเคยเผลอใช้วิซเล่นสนุกจนหมดแรงอยู่บ้างไม่ใช่หรอ~”

 

เอริซาเบธที่ได้ยินคำถามของนากาได้หันไปพูดถามเขากลับไปด้วยความประหลาดใจเพราะว่าในวัยเด็กนั้นไม่ว่าจะเป็นใครก็มักจะเผลอเล่นสนุกกับคริสตัลวิซจนต้องนอนหมดแรงกันอยู่สักครั้งสองครั้งจนเริ่มที่จะรู้ขีดจำกัดการใช้พลังของตัวเองกันอยู่แล้วทั้งนั้น ซึ่งคำพูดของเอริซาเบธนั้นก็ได้ทำให้นากาผงะไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะพูดตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกัก

 

“อ—เอ่อ… ฉันไม่เคยหรอก…. พอดีว่าฉันใช้วิซไม่ได้…น่ะ…”

 

“หะ…?”

 

คำตอบของนากาได้ทำให้เอริซาเบธหันกลับมาจ้องหน้าของเขาด้วยความประหลาดใจในสิ่งที่เธอได้ยินก่อนที่เธอจะเลิกคิ้วหันไปมองทางอารอนที่ดูเหมือนว่าจะสนิทกับเด็กๆ กลุ่มนี้ดีราวกับว่าอยากจะขอคำยืนยันจากเขา ซึ่งอารอนที่เห็นแบบนั้นก็ได้พยักหน้าให้กับเธออย่างเงียบๆ จนทำให้เอริซาเบธได้แต่ต้องยกมือขึ้นมาเกาหัวของตัวเองและพูดพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะพูดถามนากาขึ้นมาตรงๆ

 

“ถ้าขนาดคุณอารอนก็ยังยืนยันแบบนั้นงั้นก็คงจะเป็นเรื่องจริงงั้นสินะเนี่ย… แต่ถ้าเกิดว่าเธอใช้วิซไม่ได้แบบนี้แล้วทำไมคนพวกนั้นถึงเข้ามาโจมตีพวกเธอถึงข้างในหมู่บ้านล่ะ… คือถ้าจะให้ฉันพูดตรงๆ แล้วพวกทหารรับจ้างแบบนั้นไม่น่าจะมาให้ความสนใจคนที่ใช้วิซไม่ได้แบบเธอเลยนะ”

 

“เธอก็พูดตรงเกินไปแล้วนะเอริซาเบธ…”

 

“โอ๊ยๆๆๆ คุณอารอนอย่าหยิกหูสิคะ!!”

 

คำพูดของเอริซาเบธนั้นได้ทำให้อารอนปีนลงมาจากหลังรถและจับหูข้างหนึ่งของเอริซาเบธบิดอย่างแรงจนทำให้เธอถึงกับต้องร้องโอดครวญออกมา ในขณะที่ทางด้านนากาพอจะทำใจกับเรื่องอะไรแบบนี้ได้แล้วก็ได้พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำเป็นเหมือนกับไม่ได้คิดอะไรมาก

 

“เอาน่าๆ ฉันไม่คิดอะไรมากหรอกน่าอารอน”

 

“ขอโทษเขาซะเอริซาเบธ”

 

ในขณะที่นากากำลังพยายามพูดจาไกล่เกลี่ยออกมาอยู่นั้นก็ได้มีเสียงนิ่งๆ ของชายหนุ่มร่างยักษ์ที่ชื่อว่าเดรคดังออกมาจากห้องโดยสารที่ถูกเปิดประตูทิ้งเอาไว้จนทำให้เอริซาเบธที่กำลังโวยวายอยู่ด้วยท่าทีทีเล่นทีจริงชะงักไปเล็กน้อยแล้วจึงเอ่ยปากพูดขอโทษนากาออกมา

 

“แฮะๆ ขอโทษทีนะนากาคุง”

 

“อื้ม… ไม่เป็นไรหรอกฉันไม่คิดอะไรมากอยู่แล้วล่ะ ส่วนนายก็ปล่อยหูเอริซาเบธเขาก่อนเถอะอารอน”

 

“ฮึ่ม…”

 

อารอนที่ได้ยินคำพูดของนากาได้แต่ต้องยอมปล่อยมือของเขาออกจากหูจิ้งจอกฟูๆ ของเอริซาเบธแต่โดยดีเพราะว่าในเมื่อขนาดเจ้าตัวยังไม่ถือโทษแบบนี้เขาเองก็คงจะทำอะไรไม่ได้เช่นเดียวกัน ส่วนทางด้านเอริซาเบธที่ได้หลุดพ้นออกมาจากการลงโทษของอารอนแล้วก็ได้พูดถามขึ้นมาใหม่ด้วยความสงสัย

 

“แต่ถ้าเกิดว่าทหารรับจ้างพวกนั้นไม่ได้สนใจเธอถ้างั้นเป้าหมายของพวกนั้นก็น่าจะเป็นคนอื่นๆ ในกลุ่มของเธอหรือเปล่าน่ะ?”

 

“อื้ม… ถ้าเกิดว่าจะมีใครที่พวกนั้นให้ความสนใจล่ะก็คงจะเป็นอลิซล่ะมั้ง”

 

“อลิซงั้นหรอ? ใช่เด็กผมสีชมพูคนที่ดูเหมือนว่าสารอาหารจะไหลไปลงที่อื่นนอกจากสมองจนหมดแล้วนั่นหรือเปล่า?”

 

“หนูได้ยินนะ!!”

 

“อุ๊บ—”

 

คำพูดของเอริซาเบธได้ทำให้พรีมูล่าที่มีผมสีชมพูเพียงคนเดียวในหมู่พวกเขาร้องโวยวายขึ้นมาในทันทีในขณะที่ทางด้านโมโกะที่นั่งคุมพรีมูล่าอยู่บนรถนั้นก็ได้แต่ต้องพยายามกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตายจนทำให้พรีมูล่าได้แต่ต้องหันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนของเธอ

 

“ขำอะไรกันหะโมโกะจัง!!”

 

“เด็กผมชมพูนั่นชื่อว่าพรีมูล่าน่ะเป็นน้องสาวของนากาเขา… ส่วนอลิซนั่นคือเด็กผมสีขาวที่ออกไปลุยกับพวกทหารรับจ้างจนแผลฉีกกลับมาแล้วก็มาโวยวายอยู่บนหลังรถตอนที่ฉันทำแผลให้เมื่อกี้นี้… แล้วก็เด็กหูแมวผมสีน้ำตาลอีกคนนั่นชื่อว่าโมโกะน่ะ…”

 

ในขณะที่พรีมูล่ากำลังร้องโวยวายออกมาอยู่นั้นทางด้านอารอนก็ได้พูดอธิบายออกมาให้เอริซาเบธฟังจนทำให้เอริซาเบธพยายามชะเง้อคอขึ้นไปมองดูอลิซที่นอนสลบอยู่ที่หลังรถกระบะอยู่สักพักหนึ่ง แต่ว่าด้วยความที่ตัวรถมีความสูงมากเกินไปนั้นเธอก็เลยมองไม่เห็นเด็กสาวผมสีขาวที่ชื่อว่าอลิซที่อารอนและนากาพูดถึงสักทีเธอจึงได้แต่หันกลับไปหานากาแล้วพูดบอกเขาไป

 

“อื้ม… ถ้ายังไงก็ขอโทษทีนะนากา ดูเหมือนว่าฉันจะเผลอว่าน้องสาวของนายไปซะแล้วสิ”

 

“อ๋อ ไม่เป็นไรหรอก เอาจริงๆ ฉันก็นึกว่าจะมีแต่พวกฉันที่คิดแบบนั้นซะอีกนะนั่น”

 

“พี่นากาาาาาา!!”

 

“ฮ่าฮ่าฮ่า!!”

 

คำพูดตอบของนากาได้ทำพรีมูล่าร้องโวยวายขึ้นมาเสียงดังในขณะที่ทางด้านโมโกะเองก็ได้กลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองเอาไว้ไม่ไหวและระเบิดเสียงหัวเราะของเธอออกมาจนทำให้พรีมูล่าที่ได้ยินแบบนั้นหันกลับไปจัดการเล่นงานเพื่อนสาวหูแมวของเธอในทันที

 

“แล้วทำไมโมโกะจังถึงไปขำกับพวกพี่นากาด้วยกันเล่า!?”

 

“ด–เดี๋ยวก่อนสิพรีมูล่า! ด–เดี๋—กรี๊ดดดดด”

 

เสียงพยายามพูดห้ามของโมโกะนั้นได้เปลี่ยนไปเป็นเสียงกรีดร้องสุดเสียงแทนเมื่อเด็กสาวผมชมพูได้จัดการพุ่งมือไปขยุ้มหูกับหางแมวของเธอแบบไม่ออมแรงเลยแม้แต่น้อย

 

ซึ่งในขณะที่เหล่าเด็กสาวบนหลังรถกระบะกำลังจัดการกลั่นแกล้งกันเองอยู่นั้น ทางด้านนากากับอารอนก็ได้หันกลับไปคุยกับเอริซาเบธต่อด้วยท่าทางเหมือนกับว่าไม่สนใจเรื่องที่มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำแบบนั้นสักเท่าไหร่นักอยู่แล้ว

 

“แต่ว่ามันก็อย่างที่ฉันบอกนั่นแหล่ะเอริซาเบธ ดูเหมือนว่าคนที่ทหารรับจ้างพวกนั้นสนใจน่าจะเป็นอลิซเขาซะมากกว่าน่ะ เพราะว่าตอนที่ฉันเข้าไปเจอตัวอลิซในป่าเองก็มีคนบุกเข้ามาโจมตีอยู่ด้วยเหมือนกัน”

 

“เห… แล้วแม่หนูน้อยคนนั้นไปทำอะไรมาถึงได้มีคนมาตามล่าเยอะขนาดนี้กันล่ะเนี่ย… ว่าแต่ที่พวกเธอพาอลิซจังเขาหนีมาด้วยกันแบบนี้แทนที่จะให้เธอพักฟื้นที่หมู่บ้านก็เพราะเผื่อว่าทหารรับจ้างพวกนั้นอาจจะกลับไปที่หมู่บ้านอีกรอบก็ได้งั้นสินะ อื้มๆ ดีแล้วล่ะๆ”

 

“เอ๋ะ? เอ่อ… มันก็ราวๆ นั้นล่ะมั้ง… แต่เอาจริงๆ แล้วพวกฉันก็แค่มีแผนจะไปเมืองหลวงอยู่แล้วเพื่อเอาจดหมายแนะนำตัวที่อารอนเขียนให้ไปยื่นให้กับเพื่อนของอารอนที่เมืองหลวงน่ะ…”

 

“โห~ จดหมายแนะนำตัวที่คุณอารอนเขียนให้งั้นหรอ ไหนๆ ขอฉันดูหน่อยสิ”

 

คำพูดของนากาได้ทำให้เอริซาเบธดีดตัวขึ้นมาจากต้นไม้ที่เธอนั่งพิงอยู่และพูดขอดูตัวจดหมายที่นากาพูดถึงด้วยความตื่นเต้นจนทำให้นากาได้แต่ต้องหันไปมองดูอารอนที่เป็นผู้ออกจดหมายเล็กน้อยเป็นเชิงขออนุญาตก่อนจะหยิบจดหมายของเขาออกมาส่งให้เอริซาเบธลองอ่านดู

 

“หืมๆ ~~”

 

เอริซาเบธที่ได้รับจดหมายจากนากาไปลองอ่านดูได้ส่งเสียงออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเผยรอยยิ้มที่ดูชั่วร้ายออกมาแล้วจึงเดินไปเคาะที่ตัวรถเบาๆ เพื่อเรียกความสนใจของเดรคที่นั่งอยู่ข้างในและส่งจดหมายของนากาไปให้เขาลองอ่านดูบ้าง

 

“……..ฮึ่ม”

 

เดรคที่ยื่นมือออกมารับจดหมายจากเอริซาเบธไปลองอ่านดูได้พ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อยพร้อมกับส่ายหัวไปมาเบาๆ ก่อนที่เขาจะพับจดหมายกลับลงใส่ซองและยื่นมันกลับออกมาให้เอริซาเบธจนทำให้นากาที่เห็นท่าทางแปลกๆ ของทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะพูดถามขึ้นมาด้วยความสงสัยปนกังวล

 

“เอ่อ… ทำไมทั้งสองคนถึงทำท่าทางแบบนั้นกันล่ะ…?”

 

“เอ๋~ ก็เปล่านี่~ เอาเป็นว่าไม่ต้องเป็นห่วงไปนะคะคุณอารอน เดี๋ยวเอาไว้พอไปถึงเมืองกันแล้วฉันจะพาพวกนากาคุงไปส่งให้ถึงที่เลยล่ะค่ะ~”

 

เอริซาเบธพูดตอบนากากลับไปด้วยความอารมณ์ดีเหมือนกับว่าเธอเพิ่งจะได้อ่านอะไรสนุกๆ มาพร้อมกับส่งจดหมายกลับคืนไปให้นากาในขณะที่ทางด้านอารอนเองก็ได้เอ่ยปากพูดถามขึ้นมา

 

“พูดแบบนี้หมายความว่าเธอขับรถไหวแล้วสินะเอริ… ถ้างั้นเอาเป็นว่าพวกเรารีบออกเดินทางต่อกันเถอะ…”

 

“ไหวก็แย่แล้วล่ะค่ะคุณอารอนนนน~ ถ้าจะให้ฉันขับต่อตอนนี้จริงๆ ก็น่าจะไปได้แค่สักหนึ่งในสี่ของระยะทางที่เหลือก่อนจะร่วงอีกรอบล่ะมั้งคะ”

 

“งั้นหรอ… แต่ว่าจะให้เดรคขับแทนก็คงจะไม่ได้เพราะว่าเขาแทบจะเป็นคนขับคนเดียวตอนขามาเลยนี่นะ… แบบนี้จะเอายังไงดีนะ…”

 

“จุ๊ๆ ถึงฉันจะไม่รู้ว่าทำไมคุณอารอนถึงได้รีบขนาดนั้นก็เถอะนะคะ แต่ว่าเอาจริงๆ แล้วมันก็มีวิธีดีๆ ที่จะทำให้ทั้งฉันทั้งเดรคไม่ต้องฝืนออกแรงขับรถแต่พวกเราก็ไปถึงเมืองรีมินัสกันได้ไวๆ อยู่เหมือนกันนะคะ~”

 

คำพูดพึมพำด้วยน้ำเสียงกังวลเล็กน้อยของอารอนได้ทำให้เอริซาเบธกระดิกหูจิ้งจอกฟูๆ ของเธอเล็กน้อยพร้อมกับพูดเสนอขึ้นมาด้วยน้ำเสียงลับลมคมในจนทำให้อารอนที่ได้ยินแบบนั้นได้แต่ต้องเลิกคิ้วมองเธอด้วยความสงสัยว่ายัยจิ้งจอกสาวผมสีแดงคนนี้คิดแผนการออกอะไรออกมาได้

 

“วิธีที่เธอพูดถึงมันคืออะไรล่ะเอริ…? แล้วถ้าเป็นไปได้ก็ขอให้มันไม่ทำให้เดือดร้อนในภายหลังด้วยก็แล้วกัน…”

 

“ก็ถ้าเกิดว่าทุกคนเงียบๆ เอาไว้แล้วก็ไม่มีใครปากโป้งมันก็ไม่มีใครเดือดร้อนหรอกค่ะ~”

 

“ถ้าเธอพูดแบบนั้นงั้นก็ปัดตกไปก่อนเลยก็แล้วกัน…”

 

“แหม่~ อย่างน้อยๆ ก็ฟังกันก่อนสิคะ~ ที่จริงแล้วมันก็แค่ขอให้คุณอารอนอนุญาตให้ฉันหาอาสาสมัครจากพวกเด็กๆ มาขับรถคันนี้สักพักหนึ่งจนกว่าฉันจะฟื้นตัวแล้วก็ค่อยให้ฉันขับต่อไปจนถึงเมืองก็แค่นั้นเอง~”

 

เอริซาเบธที่ได้ยินคำพูดของอารอนได้รีบพูดแผนการของเธอออกมาให้เขาฟังแบบไม่สนใจคำพูดบอกปัดเลยแม้แต่น้อย ซึ่งคำพูดของเอริซาเบธนั้นก็ได้ทำให้พรีมูล่าที่กำลังกลั่นแกล้งโมโกะอยู่หยุดมือของเธอและพูดอาสาขึ้นมาเสียงดัง

 

“หนูอยากขับ!!”

 

“อื้อ ได้อยู่แล้วสิ~ แต่ยังไงเธอต้องรอให้ฉันขึ้นไปปลดวิซที่คาอยู่ข้างในตัวรถก่อนนะเธอถึงจะติดเครื่องมันได้น่ะ~ อ่ะ—ว่าแต่เธอมีวิซธาตุอะไรหรอพรีมูล่าจัง?”

 

“เอ๋? ก็ธาตุน้ำแข็งอ่ะ ทำไมหรอพี่เอริ?”

 

พรีมูล่าที่ได้ยินคำถามของเอริซาเบธได้พูดตอบกลับไปด้วยความสงสัยจนทำให้เอริซาเบธที่ได้ยินว่าเด็กสาวผมสีชมพูมีวิซธาตุน้ำแข็งที่จัดว่าเป็นธาตุที่น้อยคนนักจะมีมันได้แสดงอาการตกใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะพูดตอบพรีมูล่ากลับไป

 

“เอ๋? ธาตุน้ำแข็ง? เธอพูดจริงหรอน่ะพรีมูล่าจัง!? อ่ะ—แต่ว่ารถคันนี้มันจำเป็นต้องใช้วิซธาตุไฟในการขับน่ะ เพราะงั้นต่อให้เธอจะมีวิซธาตุน้ำแข็งก็เถอะแต่ว่ามันก็คงจะ…”

 

“เอ๋!?!?”

 

“อ้ะ—ถ้าเป็นวิซธาตุไฟล่ะก็ฉันใช้ได้นะ”

 

ในขณะที่พรีมูล่ากำลังแหกปากร้องออกมาด้วยความผิดหวังนั้น ทางด้านโมโกะที่แอบคลานไปหลบอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของตัวรถก็ได้โผล่หัวขึ้นมาจากกระบะหลังรถพร้อมกับร้องบอกขึ้นมาเสียงใสก่อนที่เธอจะกระโดดลงไปจากตัวรถเพื่อยืนเตรียมความพร้อมสำหรับการทดลองขับรถยนต์เป็นครั้งแรกในทันที

 

“ถ้าอย่างงั้นเดี๋ยวฉันจะให้เธอเป็นคนขับสักพักนึงก็แล้วกันนะ… เอ่อ.. โมโกะจังสินะ?”

 

“อื้ม ใช่แล้วล่ะ! แหม่~ ช่วยไม่ได้ล่ะนะพรีมูล่า ถ้างั้นเดี๋ยวเอาเป็นว่าฉันจะไปเล่าให้เธอฟังทีหลังก็แล้วกันนะว่าการขับรถมันสนุกขนาดไหนน่ะ~”

 

“งื๊อออ..!”

 

“อ๊ายย!?”

 

ในขณะที่โมโกะกำลังพูดจาหยอกล้อพรีมูล่าขึ้นมาอยู่นั้น ทางด้านพรีมูล่าที่พลาดโอกาสได้ทดลองขับรถยนต์ก็ได้ส่งเสียงด้วยความไม่พอใจออกมาก่อนที่เธอจะพุ่งมือไปคว้าหางแมวของโมโกะที่กำลังส่ายไปส่ายมาด้วยความอารมณ์ดีเอาไว้และบีบมันอย่างแรงไปทีหนึ่งแล้วจึงสะบัดหน้าหนีไปนั่งกอดเข่าอยู่ที่อีกฝั่งหนึ่งของตัวรถแทน

 

“ไม่รู้ด้วยแล้ว!!”

 

“ยัยบ๊องนี่! บอกไปตั้งกี่ทีกันแล้วหะว่าอย่ามาบีบหางกันน่ะ!?”

 

โมโกะที่ถูกพรีมูล่าคว้าหางไปบีบเมื่อสักครู่นี้ได้พูดต่อว่าพรีมูล่าออกมา แต่ถึงอย่างนั้นทางด้านเด็กสาวผมชมพูก็กลับสะบัดหน้าหนีไปอีกทางหนึ่งจนทำให้เอริซาเบธที่กำลังปีนขึ้นไปไล่เดรคออกมาจากห้องคนขับอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงขำขัน

 

“พวกเธอนี่ก็สนิทกันดีจังเลยนะ~ เอาล่ะ นายย้ายไปนั่งข้างหลังก่อนไป๊ ชิ่วๆ”

 

“……..”

 

เดรคที่ได้ยินเอริซาเบธเอ่ยปากไล่เขาออกมาจากห้องโดยสารได้หันไปจ้องหน้าเอริซาเบธอย่างเงียบๆ อยู่สักพักหนึ่งแล้วจึงยอมเปิดประตูลงมาจากห้องโดยสารแต่โดยดีก่อนที่เขาจะกระโดดขึ้นไปด้านหลังกระบะรถแล้วจึงนั่งลงที่ข้างๆ พรีมูล่าที่กำลังนั่งกอดเข่าทำหน้ามุ่ยอยู่อย่างเงียบๆ

 

“…….”

 

พรีมูล่าที่อยู่ดีๆ ก็มีคนโผล่มานั่งลงข้างๆ ได้เงยหน้าขึ้นมามองดูชายหนุ่มร่างยักษ์ที่มีเขาสีดำขนาดใหญ่งอกออกมาจากที่ข้างๆ หัวเล็กน้อยก่อนที่เธอจะก้มกลับลงไปทำแก้มป่องตามเดิม

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้เดรคที่เห็นแบบนั้นได้ยกมือขึ้นไปลูบหัวของเด็กสาวผมสีชมพูเบาๆ จนพรีมูล่าชะงักไปเล็กน้อยแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังยอมปล่อยให้เดรคลูบหัวของเธอเล่นต่อไปโดยไม่ได้ร้องโวยวายอะไรออกมาแบบที่เธอทำเวลามีคนอื่นนอกจากพี่ชายของเธอหรือว่าอารอนมาลูบหัวของเธอจนทำให้นากาที่ถูกเอริซาเบธไล่ให้กลับขึ้นมานั่งรอบนรถเห็นแบบนั้นถึงกับชะงักไปด้วยอีกคนหนึ่งด้วยความประหลาดใจ

 

“แปลกดีแฮะ… แต่ก็เอาเถอะ…”

 

บรี๊นนนนน—

 

ทันใดนั้นเองเครื่องยนต์ของรถยนต์ก็ได้ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าโมโกะที่นั่งประจำการอยู่ตรงที่นั่งของคนขับสามารถติดเครื่องยนต์ได้เป็นผลสำเร็จเรียบร้อยแล้วพร้อมๆ กับที่เอริซาเบธที่ย้ายไปนั่งอยู่แทนที่เครคจะโผล่หน้าออกมาจากห้องโดยสารและพูดบอกผู้โดยสารเบื้องหลังขึ้นมา

 

“โอ้~ ดูเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไรนะคะ เพราะงั้นคุณอารอนกลับขึ้นไปนั่งรถเตรียมตัวออกเดินทางต่อได้เลยค่า~~”

 

“ถ้ายังไงก็อย่าฝืนตัวเองก็แล้วกันนะโมโกะ… ถ้ารู้สึกเหนื่อยหรือว่ารู้สึกอะไรแปลกๆ ขึ้นมาก็รีบบอกเอริเขาไปเลยล่ะ…”

 

อารอนที่ได้ยินคำพูดของเอริซาเบธได้เดินเข้าไปหาโมโกะที่นั่งอยู่ตรงที่นั่งคนขับพร้อมกับพูดเตือนขึ้นมาสั้นๆ แต่ว่าทางด้านโมโกะที่กำลังรู้สึกตื่นเต้นกับการได้ลองขับรถยนต์เป็นครั้งแรกก็กลับตอบเขากลับไปแบบไม่ใส่ใจอะไรมากนัก

 

“ก็แค่ขับรถเองไม่ใช่หรออารอน ไม่น่าจะถึงขั้นรู้สึกเหนื่อยหรือว่าอะไรแบบนั้นหรอกมั้ง”

 

“เฮ้อ… ตอนแรกเอริเขาก็พูดแบบนั้นเหมือนกันนั่นแหล่ะ…”

 

คำตอบของโมโกะได้แต่ทำให้อารอนถอนหายใจออกมา แต่ว่าเมื่อดูจากท่าทีตื่นเต้นเต็มที่ของโมโกะแล้วเขาก็ไม่อยากที่จะพูดห้ามปรามอะไรออกมาสักเท่าไหร่นักและปีนกลับขึ้นไปนั่งที่ด้านในสุดของกระบะท้ายรถที่มีนางพยาบาลผมบลอนด์ของเขากำลังนั่งเฝ้าอลิซอยู่อย่างเงียบๆ แล้วจึงเคาะไปที่กระจกบานเล็กๆ ที่ติดอยู่ด้านหลังห้องคนขับเป็นสัญญาณว่าทุกคนพร้อมที่จะออกเดินทางกันแล้ว

 

และหลังจากนั้นไม่นานรถกระบะของพวกเขาก็ได้ค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากจุดพักและเร่งความเร็วขึ้นอย่างช้าๆ ก่อนที่เอริซาเบธจะโผล่หัวออกมาจากห้องคนขับอีกครั้งหนึ่งพร้อมกับพูดบอกทุกคนด้วยน้ำเสียงร่าเริง

 

“เอาล่ะ~ ถ้างั้นเราก็เดินทางไปที่เมือง รีมินัส กันเถอะ~”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 6"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved