cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 59 Ephemeral Concord

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 59 Ephemeral Concord
Prev
Next

“ป—ปีกแห่งแสง—!?”
 

โดตั้นพูดขึ้นมาอย่างตกตะลึงหลังจากที่เขาได้มองไปยังผู้ที่เข้ามาช่วยชีวิตของเขาเอาไว้และพบกับปีกแสงสีฟ้าที่รูปร่างเหมือนกับปีกผีเสื้อที่แผ่สยายออกมาจากกลางหลังของอีกฝ่ายก่อนที่เขาจะรีบเงยหน้าขึ้นไปมองเด็กสาวที่แต่งตัวเหมือนกับสาวใช้ตรงหน้าและพูดขึ้นมาอย่างนอบน้อม

 

“ท—ท่าน—”

 

“ไปซะ…”

 

แต่ว่าก่อนที่โดตั้นจะได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา นูลิสก็เหลือบตาไปมองเขาและพูดสั่งขึ้นมาสั้นๆ พร้อมๆ กับที่ใบดาบคาตานะของเด็กสาวในชุดผ้าคลุมเองก็ค่อยๆ ขยับฝ่ากล่องเหล็กสีดำของนูลิสเข้าไปใกล้โดตั้นอีกครั้งหนึ่งอย่างช้าๆ

 

กรึก—กรึก—

 

“รีบไปสิ…!!”

 

“ค—ครับ!!”

 

นูลิสพูดขึ้นมาเสียงดังจนทำให้โดตั้นที่กำลังเหม่อมองปีกแสงทรงผีเสื้อของเธออยู่รีบคลานออกจากจุดนั้นและพุ่งตรงออกไปจากห้องด้วยความทุลักทุเล ในขณะที่ร่างในชุดผ้าคลุมนั้นกลับจ้องมองนูลิสอยู่อย่างเงียบๆ โดยไม่ได้สนใจขุนนางหนุ่มที่เคยตกเป็นเป้าหมายของเธออีกต่อไป

 

และเมื่อโดตั้นได้วิ่งหนีออกไปจากห้องประชุมแล้ว เด็กสาวในชุดผ้าคลุมก็ได้ออกแรงตวัดดาบคาตานะที่คาอยู่ในกล่องสีดำของนูลิสจนมันขาดครึ่งในพริบตา

 

ฟวับ—โคร๊ม–!!

 

“ไหนอธิบายมาสิ…นูลิส…”

 

“ค่ะ…หัวหน้า…”

 

นูลิสมองดูกล่องเหล็กสีดำของเธอที่ถูกฟันจนขาดครึ่งอย่างเงียบๆ อยู่สักครู่หนึ่งเหมือนกับรับรู้ได้ว่าที่มันกันดาบของอีกฝ่ายเอาไว้ได้ในทีแรกนั้นเป็นเพราะว่าร่างในชุดผ้าคลุมเป็นคนยั้งมือเอาไว้เอง ก่อนที่เธอจะหันไปมองร่างเล็กๆ เบื้องหน้าพร้อมกับถอนสายบัวให้อีกฝ่ายและพูดอธิบายให้เด็กสาวในชุดผ้าคลุมฟัง

 

“ฉันมีความเห็นว่าพวกเราไม่ควรจะเป็นคนฆ่าขุนนางของกราวิทัสที่ชื่อว่าโดตั้นและผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์นั้นด้วยตัวเองค่ะ”

 

“ไม่ควรงั้นหรอ…”

 

ร่างในชุดผ้าคลุมพูดทวนคำของนูลิสขึ้นมาสั้นๆ พร้อมกับละสายตาจากสาวใช้ตัวน้อยที่ยังคงค้อมหัวให้เธออยู่ก่อนที่เธอจะเดินตรงไปยังหน้าต่างบานที่เซซิเรียพาทีเอร่าพุ่งหนีออกไปเมื่อสักครู่เพื่อมองดูเหล่าขุนนางของกราวิทัสที่ยังคงทยอยวิ่งหนีกันออกไปเรื่อยๆ ในขณะที่กองกำลังทหารรักษาการณ์ก็กำลังวิ่งสวนกลับเข้ามาด้านในเขตวังเพื่อช่วยควบคุมสถานการณ์ด้านใน

 

“เหตุผล…?”

 

“ระหว่างที่กำลังปฏิบัติภารกิจก่อนหน้านี้ฉันได้พบคนที่คิดจะจัดการเรื่องนี้อยู่แล้วค่ะ ฉันก็เลยคิดว่าพวกเราไม่ควรยื่นมือเข้าไปช่วงชิงเป้าหมายของคนอื่นเขา… แบบที่หัวหน้าเคยสอนพวกฉันเอาไว้เมื่อตอนนั้น…”

 

“หึ…เป้าหมายงั้นหรอ…”

 

ร่างในชุดผ้าคลุมที่ได้ยินคำพูดของนูลิสนั้นได้หัวเราะในลำคอขึ้นมาเบาๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับไปจ้องมองนูลิสอย่างพิจารณาพร้อมกับพูดถามกลับไป

 

“งั้นถ้าเกิดว่าคนที่เธอไปเจอมาทำมันไม่สำเร็จ… เธอจะเป็นคนจัดการมันเองได้หรือเปล่าล่ะ…?”

 

“ถ้านั่นเป็นคำสั่งฉันก็พร้อมจะทำตามค่ะ… เพื่อโลกที่คุณแม่และหัวหน้าเคยใฝ่ฝันเอาไว้…”

 

“เพื่อโลกที่เคยใฝ่ฝันเอาไว้งั้นหรอ…”

 

ร่างในชุดผ้าคลุมเอ่ยตอบนูลิสกลับไปเบาๆ พร้อมกับเหลือบสายตาไปมองรอยร้าวบนปีกแสงของอีกฝ่ายที่กำลังค่อยๆ ผสานตัวกันอย่างช้าๆ จนทำให้นูลิสที่เห็นแบบนั้นต้องค้อมหัวให้อีกฝ่ายไปอีกครั้งและพูดยืนยันกลับไป

 

“ค่ะ… ทั้งหมดก็เพื่อเป้าหมายของหัวหน้าค่ะ…”

 

“ถ้างั้นก็รายงานความคืบหน้าของภารกิจครั้งนี้มา…”

 

“นิโคลได้นำระเบิดไปติดตั้งเอาไว้ที่ห้องเก็บผลงานตามคำสั่งเรียบร้อยแล้วค่ะ เหลือเพียงแค่รอคำสั่งจุดชนวนของหัวหน้าเท่านั้นค่ะ”

 

“…ถอนกำลังได้”

 

“ค่ะ”

 

นูลิสพยักหน้าให้กับร่างในชุดผ้าคลุมไปทีหนึ่ง แล้วจึงหันไปทางซากกล่องโลหะสีดำที่ถูกฟันขาดเป็นสองท่อนของเธอพร้อมกับยื่นมือเข้าไปหามันจนทำให้มันค่อยๆ สลายกลายเป็นละอองแสงสีขาวฟุ้งกระจายหายไป ก่อนที่ร่างของเธอจะลอยตัวขึ้นเล็กน้อยและพุ่งตัวออกไปจากห้องผ่านทางหน้าต่างบานที่แตกอยู่อย่างรวดเร็ว

 

ส่วนทางด้านร่างในชุดผ้าคลุมก็เดินไปที่หน้าต่างบานนั้นและทอดสายตามองเหล่าขุนนางที่กำลังวิ่งหนีตายกันอยู่ด้านนอกสักพัก แล้วจึงกลับมามองสภาพภายในห้องประชุมที่ถูกแรงระเบิดที่เกิดขึ้นจากในห้องข้างๆ อัดใส่จนพังเละเทะกับร่างของขุนนางคนหนึ่งที่ถูกเธอสังหารไป

 

“หึ…เพื่อโลกที่เต็มไปด้วยความรัก ความฝัน หรือแม้แต่น้ำตางั้นหรอ…”

 

เด็กสาวในชุดผ้าคลุมพูดขึ้นมาเบาๆ พร้อมกับส่ายหน้าไปมาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะล้วงเข้าไปในผ้าคลุมของเธอและหยิบเอาแผ่นเหล็กอันเล็กๆ ที่มีปุ่มสีแดงอยู่ตรงกลางออกมา

 

กริ๊ก—ตู้ม!!

 

ในชั่วพริบตาที่เด็กสาวในชุดผ้าคลุมใช้นิ้วกดลงไปที่ปุ่มเล็กๆ อันนั้นก็ได้มีเสียงระเบิดดังลั่นขึ้นมาพร้อมๆ กับที่ตัวปราสาทได้สั่นสะเทือนไปทั้งหลัง ในขณะที่ตัวของเธอเองก็หันไปกลับทางหน้าต่างและเงยหน้ามองท้องฟ้าสีครามที่แผ่กว้างเบื้องหน้าอย่างเงียบๆ โดยไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

มันเป็นเรื่องโง่งมหรือเปล่าที่ฉันจะเชื่อในคำโกหกพวกนั้น…

 

 

“แฮ่ก—แฮ่ก—”

 

ในขณะเดียวกันทางด้านเดริคที่ทุ่มวิซของเขาในการเร่งเครื่องยนต์ของรถกระบะเพื่อหนีออกมาจากเมืองกราวิทัสนั้นก็เริ่มที่จะหอบหายใจอย่างเหนื่อยอ่อนเป็นสัญญาณว่าวิซในร่างกายของเขากำลังจะหมดลงจนทำให้ทีออสที่นั่งอยู่ด้วยกันภายในห้องโดยสารต้องรีบพูดเตือนเพื่อนของตนขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

 

“น—นี่ นายหยุดรถพักแถวนี้ก่อนก็ได้มั้งเดริค พวกเราออกจากเมืองมาตั้งไกลแล้วผู้หญิงคนนั้นน่าจะตามมาไม่ทันแล้วล่ะ”

 

“อ…อ่า นั่นสินะ…”

 

เดริคที่ทุ่มสมาธิไปกับการขับรถหลบหนีนั้นเหมือนจะได้สติขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนของตน ทำให้เขาค่อยๆ ควบคุมรถให้ลดความเร็วลงอย่างช้าๆ และค่อยๆ เลี้ยวไปจอดที่ริมต้นไม้ข้างทาง

 

“เอ๋? หยุดแล้วหรอ? ”

 

“เหวอ—”

 

ในทันทีที่รถของพวกเขาหยุดนิ่งลงนั้น อยู่ๆ ใบหน้าของพรีมูล่าก็ได้โผล่ยื่นลงมาจากด้านบนหลังคารถจนแทบจะทำให้ทั้งสองหนุ่มที่นั่งอยู่ด้านในห้องโดยสารสะดุ้งตกใจกัน ก่อนที่ทีออสจะรีบเปิดประตูลงไปจากรถและพูดเตือนเด็กสาวผมชมพูไปในทันที

 

“นั่งบนนั้นมันอันตรายนะครับ!!”

 

“เห~ แต่บนนี้มันลมเย็นดีอ่า~”

 

“เอาเถอะหน่าทีออส…ยังไงตอนนี้รถก็ไม่ได้แล่นอยู่น่ะนะ…”

 

ตุ๊บ—

 

เสียงของเดริคดังออกมาจากด้านในห้องโดยสารก่อนที่ตัวเขาจะเปิดประตูลงมาจากรถและหงายหลังแผ่ลงไปนอนกับพื้นพร้อมกับกลิ้งตัวไปหลบอยู่ใต้เงาร่มไม้ที่อยู่ริมข้างทางโดยไม่สนใจว่าเสื้อผ้าของตัวเองจะเปื้อนอะไรเลยแม้แต่น้อย

 

ซึ่งนากาที่เห็นว่าคนขับรถของพวกเขาลงไปนอนแผ่แบบหมดสภาพนั้นก็รีบปล่อยมือจากแขนของพรีมูล่าที่เขากำลังดึงตัวเธอให้ลงมาจากหลังคารถและทำท่าเหมือนจะปีนลงไปดูอาการของอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วงในทันที แต่ว่าก่อนที่เขาจะได้ปีนออกไปจากกระบะหลังรถนั้นทีออสก็ได้พูดขัดเขาขึ้นมาซะก่อน

 

“เขาไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ แค่ใช้วิซมากเกินไปจนหมดแรงน่ะ”

 

“อ่—”

 

“ม่ายเอาาาา!!”

 

ในขณะที่นากากำลังจะพูดตอบทีออสกลับไปนั้นอยู่ๆ พรีมูล่าก็ได้ส่งเสียงดังลั่นขึ้นมาขัดเขาเอาไว้ ซึ่งเมื่อเด็กหนุ่มทั้งสองคนหันกลับไปดู พวกเขาก็ได้พบว่าเด็กสาวผมชมพูเหมือนจะกำลังงอแงอยู่หลังจากที่ถูกมายะพูดเกลี้ยกล่อมให้ลงมาจากบนหลังคารถด้วยอีกคน

 

“เฮ้อ… ขอโทษแทนน้องส—”

 

“อ๊าาาาาาา ปล่อยหนูนะพี่เซซิลลลล!!”

 

นากาที่กำลังจะพูดขอโทษแทนน้องสาวของเขาที่ทำตัววุ่นวายนั้นแทบอยากจะเอามือปิดหน้าตัวเองด้วยความอับอายเมื่อพรีมูล่าได้ร้องโวยวายขึ้นมาขัดคำพูดของเขาไปอีกครั้งเนื่องจากว่าเธอกำลังถูกเซซิลลากตัวลงไปจากหลังคารถกระบะ และเมื่อนากาเห็นว่าน้องสาวของเขาถูกเซซิลคุมตัวไปเรียบร้อยแล้วเขาจึงหันไปทางเดริคที่เป็นคนขับรถและพูดขึ้นมา

 

“อ่า.. ต้องขอโทษแทนน้องสาวของผมด้วยนะครับ”

 

“ไม่เป็นไรหรอก… แต่ว่าก็โชคดีนะที่น้องสาวนายไม่ได้ร่วงลงไประหว่างที่รถกำลังแล่นอยู่น่ะ… ว่าแต่นายไม่ต้องพูดสุภาพแบบนั้นหรอก ดูแล้วพวกเราน่าจะอายุพอๆ กันเลยไม่ใช่หรอ ฉันชื่อเดริค ส่วนหมอนั่นชื่อว่าทีออสน่ะ”

 

เดริคที่นอนแผ่อยู่ยกมือของเขาขึ้นมาโบกไปมาแบบไม่คิดอะไรมากพร้อมกับพูดแนะนำตัวเองกับเพื่อนออกมา ซึ่งนากาที่ได้ยินแบบนั้นก็ตอบตกลงกลับไปและพูดแนะนำตัวกลุ่มของพวกเขาให้อีกฝ่ายฟังด้วยเช่นกัน

 

“อ่า ถ้านายจะว่าอย่างนั้นก็ได้… ฉันนากา ส่วนยัยตัวแสบผมสีชมพูนั่นชื่อพรีมูล่าเป็นน้องสาวฉันเอง แล้วก็อีกสองคนที่เหลือนั่นชื่อว่าเซซิลกับมายะ พวกเราเป็นนักเรียนจากรีมินัสที่ถูกเชิญมาน่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

 

“อื้ม ยินดีที่ได้รู้จัก…ว่าแต่นากา นายพอจะเล่าให้ฟังได้หรือเปล่าว่าที่ปราสาทเมื่อกี้นี้มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่น่ะ?”

 

“นั่นสิ ผู้หญิงผมสีเขียวที่สร้างหอกขึ้นมาบนอากาศได้นั่นคือใครน่ะครับ? แล้วไม่ใช่ว่าหลังจากที่พวกเราขับหนีออกมามันมีเสียงระเบิดดังขึ้นมาจากทางปราสาทหรอน่ะ? ถึงผมจะเคยเห็นเรื่องวุ่นๆ ที่ปราสาทมาบ้างแล้วก็เถอะ แต่ว่าคราวนี้เหมือนจะวุ่นที่สุดเลยนะครับ”

 

ทีออสที่ได้ยินเดริคพูดถามถึงเรื่องที่เกิดขึ้นด้านในเขตปราสาทจากนากานั้นได้พูดถามตามเพื่อนของเขาขึ้นมาด้วยเช่นกันจนทำให้นากาได้แต่ยกมือขึ้นมาเกาหัวตัวเองอย่างจนปัญญาก่อนจะตอบกลับไปเท่าที่เขารู้

 

“ฉันเองก็อยากจะรู้เหมือนกันนั่นแหล่ะ อยู่ๆ ผู้หญิงคนนั้นก็หวดทหารยามกระเด็นมาทางพวกฉันเสร็จแล้วก็พุ่งเข้ามาฟาดหอกใส่กันเลย… แต่เห็นทหารยามคนที่ปลิวมาบอกว่าผู้หญิงคนนั้นอาจจะเป็นคนเดียวกับที่ก่อเรื่องในแพนเทร่าก็ได้ ฉันก็เลยกะจะถ่วงเวลาเอาไว้ให้พวกทหารคนอื่นมาถึงน่ะ…แต่จะว่าไปพวกเราก็สู้กันนานขนาดนั้นแล้วแท้ๆ ทำไมพวกทหารประจำเมืองถึงยังไม่มากันสักทีเนี่ย?”

 

“ช่ายๆ แล้วพี่นากาก็เลยให้พวกหนูวิ่งไปตามพวกพี่เดริคที่เป็นคนขับรถให้ไปรับพี่เขาข้างในนั้นเนี่ยแหล่ะ~! อ้ะพี่มายะอย่าดึงสิ!”

 

ทันใดนั้นเองพรีมูล่าที่กำลังพยายามปีนกลับขึ้นไปบนหลังคารถก็ได้ยื่นหน้าของเธอมาทางพวกเขาและพูดขึ้นมา ก่อนที่เธอจะหันกลับไปวุ่นวายกับมายะที่กำลังพยายามรั้งตัวเธอเอาไว้ไม่ให้ขึ้นไปบนหลังคารถอยู่

 

ในขณะที่นากาก็ได้แต่เกาหัวของตัวเองอย่างลำบากใจ เพราะถ้าว่ากันตามตรงแล้วถ้าเกิดไม่ใช่เป็นเพราะว่าเขาเกรงใจมายะที่เป็นผู้ช่วยประธานนักเรียนเขาก็คงจะไม่ยอมขึ้นรถหนีออกมาก่อนที่ทหารของเมืองกราวิทัสจะเข้ามาเสริมแน่ๆ

 

“แบบนั้นเองหรอ…ถ้างั้นก็ถือว่าพวกนายโชคดีแล้วล่ะที่ฉันรับงานนี้มาแทนทหารพวกนั้นน่ะ เพราะไม่งั้นป่านนี้พวกนายก็น่าจะยังสู้กับผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่หน้าปราสาทนั่นล่ะ แล้วเผลอๆ จะอีกสักชั่วโมงสองชั่วโมงละมั้งกว่าจะมีกองทหารเข้ามาช่วยพวกนายน่ะ”

 

คำพูดของเดริคที่นอนแผ่อยู่กับพื้นนั้นทำให้นากาได้แต่กะพริบตาปริบๆ หันไปมองอีกฝ่ายเหมือนไม่แน่ใจว่าเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินคนนั้นกำลังพูดเล่นหรือว่าพูดจริงอยู่กันแน่

 

แต่ว่าเมื่อนากาสังเกตดูอีกฝ่ายให้ดีๆ แล้ว เขาก็พบว่าทั้งเดริคที่นอนแผ่อยู่กับพื้นและทีออสที่ยืนอยู่ข้างตัวรถนั้นต่างก็แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าธรรมดาไม่ใช่ชุดเครื่องทหารเหมือนกับคนขับรถที่พาพวกเขามาจากรีมินัสจนทำให้นากาต้องลองพูดถามพวกเขากลับไปดู

 

“จะว่าไปพวกนายทั้งสองคนนี่ไม่ใช่ทหารของกราวิทัสงั้นสินะ?”

 

“อื้ม ทีออสเขาเป็นช่างทำนาฬิกาที่เปิดร้านอยู่ในกราวิทัสน่ะ ส่วนฉันก็แค่เด็กรับจ้างทั่วไปที่บังเอิญได้งานนี้มาจากวังหลวงเพราะพวกนั้นเห็นว่าค่าจ้างฉันถูกดีนั่นล่ะ”

 

“มันก็อะไรประมาณนั้นแหล่ะครับ… ส่วนผมตอนแรกแค่กะจะมาลองขอติดรถไปทำธุระที่รีมินัสด้วยน่ะครับ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะต้องรีบออกเดินทางเลยแบบนี้เหมือนกัน”

 

ทีออสได้พูดอธิบายออกมาพร้อมกับแอบเหลือบๆ มองดูผู้โดยสารอีกสามคนที่เหลือว่าพวกเขาจะคิดอะไรมากหรือเปล่าที่มีคนนอกอย่างเขาแอบติดรถมาด้วยโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้าแบบนี้

 

ในขณะที่พรีมูล่าที่ดิ้นจนหลุดออกจากอ้อมแขนของมายะได้สำเร็จแล้วนั้นก็ได้ปีนกลับขึ้นไปบนหลังคารถอีกครั้งและกำลังห้อยหัวลงมาเพื่อแอบส่องเข้าไปในห้องโดยสารด้วยความอยากรู้อยากเห็น ซึ่งเดริคก็มองดูความซนของเด็กสาวผมชมพูอยู่สักพักแล้วจึงหันกลับไปพูดกับนากาต่อ

 

“แต่ก็นั่นแหล่ะ… ถือว่าพวกนายโชคดีแล้วละกันที่ฉันรับงานนี้มาน่ะ เพราะถ้าเกิดว่าเป็นทหารของกราวิทัสโดยตรงเลยล่ะก็พวกนั้นไม่มีทางยอมขับรถเข้าไปรับถึงที่แบบนั้นหรอก แถมยิ่งถ้ากำลังเกิดเรื่องอยู่ด้านในปราสาทแบบนั้นต่อให้ตายพวกนั้นก็ไม่มีวันยอมเข้าไปแน่นอน”

 

“ฮะฮะ ใช่แล้วครับ เผลอๆ พวกเขาคงจะบอกว่าโดนสั่งให้มารออยู่ตรงนี้ เพราะงั้นคงจะขับไปรับที่อื่นไม่ได้หรืออะไรแบบนั้นนั่นแหล่ะ”

 

“งั้นหรอ ถ้างั้นก็ขอบใจพวกนายมากนะ… ว่าแต่พวกทหารของกราวิทัสนี่เป็นถึงขั้นที่พวกนายเล่ามาจริงๆ หรอน่ะ? เพราะตอนขามาคนขับรถที่เป็นทหารของกราวิทัสก็ดูไม่ได้แย่ถึงขนาดนั้นนะ”

 

นากาที่ได้ยินสองหนุ่มพูดนินทาทหารจากเมืองของพวกเขาอย่างไม่เกรงใจเลยนั้นได้พูดถามกลับไปอย่างสงสัย

 

เพราะถึงแม้ว่าเขาจะไม่ชอบหน้าโดตั้นกับพวกขุนนางที่คิดจะหลอกให้เขาเซ็นเอกสารเบิกงบประมาณนั่นสักเท่าไหร่นัก แต่ว่าเหล่าข้ารับใช้ในวังอย่างหญิงสาวที่ชื่อว่าโครน่าที่พวกเขาเจอก่อนจะเข้าไปในปราสาทหรือว่าทหารคนที่ขับรถพาพวกเขามาจากรีมินัสนั้นก็ดูไม่ได้แย่อย่างที่อีกฝ่ายว่ามาเลยแม้แต่น้อย

 

“นายก็แค่โชคดีที่ไม่ได้เจอพวกนั้นก่อนก็เท่านั้นแหล่ะ”

 

“ผมก็อยากจะบอกว่าเดริคเขาแค่คิดมากไปอยู่หรอกนะ… แต่ถ้าจะให้พูดกันตามตรงแล้วคนข้างในนั้นส่วนใหญ่มันก็เป็นไปตามที่เดริคเขาว่ามานั่นล่ะครับ… ถึงจะมีบางคนที่พอจะใช้ได้อยู่บ้างก็จริง แต่ว่าพวกนั้นก็แค่ส่วนน้อยนั่นล่ะครับ…”

 

“โหว~ นี่มันอะไรเนี่ย~”

 

“ฮ—เฮ้ย!?”

 

ในขณะที่พวกเขาทั้งสามคนกำลังคุยถึงเรื่องของทหารของกราวิทัสกันอยู่นั้นอยู่ๆ พรีมูล่าก็ร้องออกมาอย่างตื่นเต้นพร้อมกับพุ่งมือเข้าไปภายในห้องโดยสารและหยิบเอาเอกสารแผ่นหนึ่งออกมาอ่านดูโดยไม่ได้สนใจเดริคที่ร้องออกมาอย่างตกใจเลยแม้แต่น้อยจนทำให้นากาต้องรีบพูดว่าน้องสาวของเขาออกมาในทันที

 

“อย่าซนสิพรีมูล่า!”

 

“นี่ๆ พี่นากา มาดูนี่สิ”

 

พรีมูล่าที่อ่านเอกสารในมือเสร็จแล้วได้ร้องเรียกพี่ชายของเธอให้เข้ามาอ่านเอกสารแผ่นนั้นด้วยกันโดยไม่ได้สนใจคำดุว่าของนากาเลยแม้แต่น้อยแถมเธอยังแอบชำเลืองมองไปยังเดริคที่เป็นเจ้าของเอกสารแผ่นนั้นด้วยแววตาสงสารซะอีกด้วยซ้ำจนทำให้เขาต้องร้องโวยวายขึ้นมา

 

“นี่เธอมองฉันแบบนี้หมายความว่าไงหะ!?”

 

“อย่าไปแอบอ่านเอกสารของคนอื่นแบบนั้นสิพรีมูล่า… ส่งมานี่มา”

 

“นายว่าน้องสาวนายไปแบบนั้นก็อย่าเอาไปอ่านเองสิเฮ้ย!!”

 

เดริคที่ยื่นมือออกมารอรับเอกสารของเขาจากนากานั้นได้แต่ตะโกนว่าเด็กหนุ่มผมดำตรงหน้าไป เพราะว่าหลังจากที่นากาเพิ่งจะเอ่ยปากดุน้องสาวของเขาเรื่องการแอบอ่านเอกสารของคนอื่นไปตัวนากาที่รับเอกสารแผ่นนั้นมาก็กลับเอามันไปอ่านซะเองอีกคนหนึ่ง

 

ซึ่งข้อมูลที่ถูกระบุไว้ในเอกสารนั้นก็ทำให้นากาได้ทราบว่ามันคือเอกสารการว่าจ้างของเดริคที่ถูกออกโดยวังหลวงกราวิทัสทำให้เขาตัดสินใจที่จะส่งมันคืนกลับไปให้เจ้าของในทันที แต่ว่าทันใดนั้นเองนากาก็ชะงักไปและพูดขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อเขาสังเกตเห็นจำนวนเงินค่าจ้างที่อีกฝ่ายได้รับมา

 

“เดี๋ยวสิ— นี่นายได้ค่าจ้างมาแค่นี้เองหรอ!? ร้อยห้าสิบคริสต้านี่มันแทบจะพอๆ กับค่าขนมที่ฉันกะจะให้พรีมูล่าตอนอยู่ในเมืองรีมินัสเลยนะ!?”

 

“นี่ปกตินายเลี้ยงน้องสาวของนายยังไงกันเนี่ย…?”

 

ทีออสที่ได้ยินคำพูดของนากานั้นถึงกับต้องเลิกคิ้วมองเขาด้วยความสงสัย เพราะถึงแม้ว่าเงินหนึ่งร้อยห้าสิบคริสต้าจะเรียกได้ว่าน้อยมากสำหรับงานที่ถูกจ้างจากทางวัง แต่ว่ามันก็มากเกินไปที่จะนับเป็นค่าขนมของเด็กคนหนึ่งได้

 

แต่ถึงแม้ว่าทีออสจะรู้สึกสงสัยถึงวิธีการเลี้ยงดูน้องสาวของอีกฝ่ายอยู่บ้างแต่ว่าเขาเองก็รู้สึกโล่งใจที่เด็กหนุ่มที่เพิ่งจะเคยเจอหน้าก็คิดเหมือนกับเขาว่าค่าจ้างที่เดริคได้รับนั้นน้อยเกินไปจริงๆ จนทำให้เดริคได้แต่โวยวายออกมาอีกครั้ง

 

“เอ้า! แล้วจะให้ฉันทำยังไงล่ะ! ถ้าขืนมัวแต่เรื่องมากมีหวังได้โดนคนอื่นแย่งงานไปหมดสิ ถึงงานนี้จะได้ค่าจ้างน้อยไปหน่อยแต่มันก็ยังดีกว่าไม่ได้อะไรเลยนะ!”

 

“แต่เงินแค่นี้มันก็น้อยเกินไปหน่อยไม่ใช่หรอ!? ร้อยห้าสิบคริสต้านี่แค่ปล่อยพรีมูล่าไว้ในร้านขนมชั่วโมงเดียวก็หมดแล้วนะ!”

 

“ร้อยห้าสิบในชั่วโมงเดียว…”

 

คำพูดของนากานั้นถึงกับทำให้เดริคต้องยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองอย่างทำใจไม่ได้ เพราะว่าสำหรับชาวบ้านธรรมดาๆ อย่างเขาแล้วเงินจำนวนหนึ่งร้อยห้าสิบคริสต้านั้นถ้าใช้แบบประหยัดๆ จริงๆ ล่ะก็สามารถซื้อของกินประทังชีวิตได้เป็นเดือนเลยซะด้วยซ้ำ

 

แต่ถึงแม้ว่าเดริคจะแสดงอาการปลงตกในชีวิตออกมา ทางด้านทีออสที่เหมือนจะคุ้นเคยกับความฟุ้งเฟ้อมาจากภายในวังหลวงอยู่บ้างก็ได้หันไปมองผู้โดยสารอีกสองคนที่เหลืออย่างเซซิลกับมายะเล็กน้อยแล้วจึงพูดถามนากาขึ้นมา

 

“จะว่าไปเมื่อเช้านี้ผมเห็นพวกนายนั่งรถของทางเมืองตรงไปทางวังหลวงสินะครับ ผมขอถามหน่อยได้หรือเปล่าว่าเข้าไปทำอะไรข้างในนั้นน่ะ?”

 

“อ่า…ก็…”

 

นากาที่ถูกทีออสถามขึ้นมานั้นได้แต่เหลือบตาไปมองสามสาวที่มาด้วยกันเหมือนกับพยายามจะถามพวกเธอว่าเขาควรจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นภายในห้องประชุมให้พวกทีออสฟังหรือเปล่า

 

แต่ก็แน่นอนว่าพรีมูล่าที่นอนห้อยหัวอยู่บนหลังคารถนั้นได้ทำตาแป๋วมองเขากลับมาเหมือนกับว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาอยากจะถามเลยแม้แต่น้อย ส่วนทางเซซิลที่ปกติก็ไม่ค่อยจะพูดจาอะไรอยู่แล้วก็กำลังนั่งกอดอกเลิกคิ้วมองเขากลับมาเหมือนกับกำลังสงสัยว่าเขาจะหันมาถามเธอทำไมกัน

 

จะมีก็แต่มายะที่เผลอสะดุ้งไปกับสายตาของนากาจนได้แต่มองสลับไปมาระหว่างสาวๆ อีกสองคนเหมือนกับว่าทำอะไรไม่ถูกอยู่สักพัก ก่อนที่เธอจะหันกลับมาพยักหน้าหงึกๆ ให้นากาแล้วจึงรีบหลบไปนั่งอยู่ข้างๆ เซซิลอย่างรวดเร็ว

 

ซึ่งนากานั้นก็พยักหน้ากลับไปให้เธอแล้วจึงค่อยเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นข้างในห้องประชุมให้เพื่อนใหม่ทั้งสองคนของเขาฟัง

 

“จริงๆ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่พวกฉันถูกเชิญมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นแถวรีมินัสน่ะ”

 

“เรื่องที่รีมินัส…? พอจะบอกได้หรือเปล่าว่านายให้ข้อมูลกับใครไปน่ะ?”

 

เดริคที่ได้ยินทีออสถามถึงเรื่องน่าสนใจนั้นได้รีบลุกขึ้นมาสอบถามนากาเพิ่มเติมดูในทันที ซึ่งนากานั้นก็พยายามจะตอบไปเท่าที่เขาจำได้เช่นกัน

 

“ก็… เห็นมีคนที่แต่งตัวเหมือนขุนนางอยู่ห้าคน รู้สึกว่าหนึ่งในนั้นจะชื่อว่าโดตั้นหรือว่าอะไรสักอย่างนี่แหล่ะ”

 

“หมอนั่นจริงๆ ด้วยแฮะ… ถ้างั้นอีกสี่คนที่เหลือก็คงจะเป็นหน่วยรักษาความมั่นคงล่ะมั้ง…”

 

“ถ้าไม่ใช่คนในหน่วยของมันก็คงจะไม่พ้นพวกขุนนางที่สมรู้ร่วมคิดกับมันนั่นล่ะ…”

 

“เอ่อ…ถึงกับเรียกขุนนางว่า ‘มัน’ กันเลยหรอ…?”

 

คำพูดและน้ำเสียงของสองสหายที่หันไปคุยกันเองนั้นก็แทบจะทำให้นากาสะดุ้งไปเล็กน้อยและถามพวกเขาไปอย่างหวาดๆ ซึ่งเดริคนั้นก็ได้หันกลับมาพูดอธิบายให้นากาที่ไม่รู้เรื่องภายในของเมืองกราวิทัสฟังในทันทีราวกับว่าเขาอัดอั้นมานานแล้ว

 

“หึหึ นายมาจากรีมินัสก็เลยน่าจะไม่รู้สินะว่าพวกมันเคยทำอะไรเอาไว้บ้างน่ะ… พวกมันน่ะวันๆ เอาแต่ออกประกาศว่าทุกอย่างในเมืองเรียบร้อยดีขอให้ประชาชนไว้วางใจ แต่ว่าพอถึงเวลาพวกมันก็เบิกงบประมาณส่วนที่ควรจะเอาไปพัฒนาบ้านเมืองไปซื้อ’ ของเล่น’ จากเมืองอื่นมาเรื่อยๆ ทั้งๆ ที่เรื่องสิ่งประดิษฐ์ของกราวิทัสเราเองก็ไม่เป็นรองเมืองไหนแท้ๆ ! แถมพวกมันยังทำเรื่องเบิกงบไปซื้อของเล่นใหม่เรื่อยๆ ทั้งๆ ที่ของเก่าๆ ก็มีกันอยู่เต็มคลังจนแทบจะไม่มีที่เก็บกันอยู่แล้วอย่างไอเจ้ารถคันนี้เนี่ย!!”

 

ปึ้ง!!

 

“หว๋าาาา~!”

 

เดริคที่พูดอธิบายให้นากาฟังนั้นเหมือนจะหัวเสียขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเขานึกถึงสิ่งที่พวกขุนนางทำกับเมืองของพวกเขาเอาไว้และเผลอทุบไปที่ประตูของรถเข้าเต็มแรงจนทำให้พรีมูล่าที่นอนห้อยหัวอยู่บนหลังคานั้นร้องออกมาด้วยความตกใจ ซึ่งเดริคที่ได้ยินเสียงร้องของพรีมูล่านั้นก็รีบสงบสติและพูดขอโทษเด็กสาวผมชมพูไปในทันที

 

“อ่ะ…โทษที ลืมไปว่าเธออยู่ข้างบนนั้นน่ะ”

 

“มันก็อย่างที่เดริคเขาบอกนั่นล่ะครับ…แต่ว่าพวกนายไม่ต้องใส่ใจมากหรอก เรื่องปัญหาภายในเมืองกราวิทัสนี่ผมมั่นใจว่าสักวันนึงจะมีคนลุกขึ้นมาจัดการพวกมันเองล่ะครับ”

 

“ก็ถ้านายพูดอย่างนั้นล่ะก็นะ….”

 

นากาที่ได้ยินเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองของกราวิทัสนั้นได้แต่พูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง แต่ว่าในเมื่ออีกฝ่ายพูดเหมือนกับว่าไม่อยากให้คนจากต่างเมืองอย่างเขาเข้าไปยุ่งกับเรื่องนี้นากาจึงได้แต่ยอมรับการตัดสินใจของทั้งสองคนแต่โดยดี ก่อนที่เขาจะหันไปถามเรื่องที่เขาสะกิดใจขึ้นมาแทน

 

“จะว่าไปเดริค นายบอกว่ามีของเก่าๆ หมกเต็มคลังไปหมดนี่หมายความว่านายรู้เกี่ยวกับเรื่องกำลังทหารของกราวิทัสด้วยหรอ? คือ… ฉันหมายความว่ามันน่าจะเป็นเรื่องภายในวังที่พวกขุนนางน่าจะพยายามปิดจากคนภายนอกไม่ใช่หรอน่ะ?”

 

“อ่า จะว่าแบบนั้นมันก็ใช่แหล่ะ แต่จะว่ายังไงดีล่ะ…”

 

คำถามของนากานั้นทำให้เดริคได้แต่ยกนิ้วขึ้นมาเกาแก้มตัวเองเหมือนกับไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปยังไงดี และเมื่อทีออสเห็นแบบนั้นเขาจึงได้อาสาที่จะพูดอธิบายให้นากาฟังแทนเอง

 

“ถ้าเกี่ยวกับเรื่องนั้น… ตระกูลของเดริคเขาเป็นช่างทำอาวุธประจำเมืองกราวิทัสน่ะครับ เพราะงั้นเมื่อก่อนเดริคเขาก็เลยต้องเข้าไปติดต่อกับคลังอาวุธของเมืองอยู่เป็นประจำ เขาก็เลยพอจะรู้เรื่องเกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ของเมืองอยู่บ้าง”

 

“เอ๋ะ? ‘เมื่อก่อน’ หรอ? หมายความว่าตอนนี้พี่เดริคไม่ได้เข้าไปติดต่อแล้วหรอ?”

 

พรีมูล่าที่นอนกลิ้งไปกลิ้งมาบนหลังคารถจนเสื้อผ้าเปื้อนฝุ่นไปหมดนั้นก็ได้เอ่ยปากถามขึ้นมาด้วยความสงสัยเมื่อเธอได้ยินคำพูดที่ฟังดูแปลกๆ ของทีออสเข้า

 

“ครับ พอดีว่าเดริคเขา… เอ่อ… ไม่ถูกกับงานด้านนั้นน่ะครับ… เขาก็เลยยกกิจการของครอบครัวให้น้องชายเขาไปน่ะครับ”

 

“สรุปง่ายๆ มันก็ตามที่ทีออสว่ามานั่นแหล่ะ… แต่ว่าจะไป… ตอนที่พวกนายเข้าไปคุยกับไอ้เจ้าโดตั้นนั่นพวกมันได้พูดถึงเรื่องขอเบิกงบเพิ่มหรืออะไรแบบนั้นบ้างหรือเปล่าน่ะ?”

 

เดริคที่ได้ยินเพื่อนของตนพูดอธิบายขึ้นมาแทนแล้วนั้นได้รีบพูดเปลี่ยนเรื่องออกมาในทันทีเหมือนกับว่าเขาไม่อยากจะพูดถึงเรื่องกิจการของตระกูลตัวเองสักเท่าไหร่นัก ซึ่งนากานั้นก็ได้พยักหน้าตอบอีกฝ่ายกลับไปตามตรง

 

“อ่า… ดูเหมือนว่านั่นจะเป็นเหตุผลหลักที่เขาเรียกพวกฉันมาเลยล่ะ เห็นบอกว่าจะขอเบิกงบไปเสริมการป้องกันวังหลวงหรืออะไรสักอย่างเนี่ยแหล่ะ”

 

“อีกแล้วเรอะ!!”

 

คำตอบของนากานั้นถึงกับทำให้เดริคหลุดตะโกนออกมาเสียงดังอีกครั้ง ในขณะที่ทีออสนั้นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เหมือนกับว่าเขาคาดเอาไว้แล้วว่าเรื่องจะเป็นแบบนี้ ส่วนทางด้านนากาที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับเลิกคิ้วและถามเขากลับไป

 

“นายบอกว่าอีกแล้วนี่หมายความว่าก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแล้วหรอ? แบบว่าเรียกคนจากเมืองอื่นเข้ามาถามเพื่อทำเรื่องเบิกงบเนี่ย?”

 

“ก็นั่นแหล่ะ! คราวก่อนที่พวกมันเบิกงบไปก็ไม่เห็นจะมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยแท้ๆ แล้วคราวนี้พวกมันยังจะมีหน้าเรียกพวกนายมาเพื่อขอเบิกงบเพิ่มอีกเนี่ยนะ!!”

 

เดริคพูดอธิบายให้นากาฟังด้วยความหงุดหงิดเมื่อเขาคิดถึงงบประมาณของเมืองที่ถูกพวกโดตั้นล้างผลาญไปโดยไม่เห็นผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลยแม้แต่สักอย่างเดียว ก่อนที่เขาจะหันกลับไปจ้องนากาด้วยสายตาน่ากลัวพร้อมกับพูดสอบถามขึ้นมาเพิ่มเติม

 

“แล้วรอบนี้พวกนั้นเบิกไปเท่าไหร่ล่ะหะ!? ห้าหมื่นคริสต้า? หนึ่งแสนคริสต้า!?”

 

“อ…เอ่อ… ก็…”

 

“ห้าแสน…”

 

ในขณะที่นากากำลังลังเลว่าจะบอกอีกฝ่ายไปตามตรงดีมั้ยนั้น เซซิลที่นั่งกอดอกฟังพวกเขาคุยกันอยู่ก็ได้พูดขึ้นมาสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ ของเธอ ซึ่งจำนวนเงินที่เซซิลพูดขึ้นมานั้นถึงกับทำให้เดริคนิ่งค้างไปสักพักก่อนที่เขาจะแหกปากออกมาเสียงดังกว่าทุกที

 

“ห—ห้าแสนเลยหรอ!!?”

 

“อ—อ่า มันก็อะไรประมาณนั้นแหล่ะ…”

 

“เยอะกว่ารอบก่อนอีกนะครับเนี่ย… คราวก่อนที่พวกเขาเบิกไปเห็นประกาศออกมาว่าเบิกไปแค่แสนเดียวเอง”

 

“ไอ้เจ้าพวกนั้นมันบ้าไปแล้วหรือไงเนี่ยหะ!! ห้าแสนเนี่ยนะ!? ห้าแสน!!”

 

“น่าๆ ห้าแสนนี่อาจจะเป็นยอดรวมจากรอบก่อนด้วยก็ได้นะ ยังไงก็ใจเย็นๆ ก่อนเถอะ”

 

นากาที่เห็นเดริคแหกปากโวยวายออกมาเหมือนกับว่าสติหลุดไปแล้วนั้นได้พยายามที่จะพูดให้เดริคสงบสติลงก่อน ซึ่งมันก็เหมือนว่าจะได้ผลอยู่บ้างเมื่อเด็กหนุ่มผมสีน้ำเงินได้ยกมือขึ้นมาลูบคางตัวเองพร้อมกับพูดพึมพำขึ้นมา

 

“นั่นสินะ… อาจจะเป็นยอดรวมกับที่เบิกรอบก่อนด้วยก็ได้… ซะที่ไหนกันเล่า!! ต่อให้หักจากครั้งก่อนไปแสนนึงแล้วมันก็ยังหมายความว่าพวกมันเบิกเพิ่มไปอีกตั้งสี่แสนไม่ใช่หรือไง!! แล้วดูค่าจ้างที่พวกมันจ้างให้ฉันมาขับรถส่งพวกนายนี่สิ!!”

 

“แต่นั่นมันราคาที่คนจากในวังเขาจ้างนายมาอีกทีไม่ใช่หรอเดริค… ไม่แน่ว่าคนที่จ้างนายมาอาจจะได้งบมาแค่นั้นจริงๆ ก็ได้นะ”

 

“ก็จริงแฮะ…”

 

สิ่งที่ทีออสพูดออกมานั้นทำให้เดริคสงบลงมาได้ในทันที ซึ่งนากาที่เห็นแบบนั้นก็ได้พูดออกความเห็นออกมาบ้างเช่นกัน

 

“ฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นแบบที่ทีออสว่ามานะ พวกที่แย่จริงๆ อาจจะมีแค่พวกขุนนางหรือเจ้าหน้าที่ระดับสูงก็ได้”

 

“เฮ้ออออ… ก็หวังว่าจะเป็นแบบที่พวกนายว่ามาล่ะนะ…”

 

เดริคถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่พร้อมกับยกมือขึ้นมาขยี้หัวตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์จนเส้นผมสีน้ำเงินที่ถูกจัดทรงอย่างเรียบร้อยของเขานั้นยุ่งกระเซิงไปหมด ก่อนที่ทันใดนั้นเองจะมีเสียงของมายะดังขึ้นมาแว่วๆ ให้เด็กหนุ่มทั้งสามคนได้ยิน

 

“น…นี่ พรีมูล่าจัง…ด…เดี๋ยวก็โดนดุอีกหรอก…”

 

“จุ๊ๆ พี่มายะก็เงียบเอาไว้สิ…”

 

หมับ

 

“ซนจังนะเธอน่ะ…”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 59 Ephemeral Concord"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved