cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 53 Enemy

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 53 Enemy
Prev
Next

ครึก ครึก ครึก
 

บรื่นนนนนนนน—-

 

ในช่วงเย็นของวันเดียวกันนั้นบนถนนเส้นหลักทางทิศใต้ของเมืองรีมินัสอยู่ๆ ก็ได้มีรถกระบะขนาดใหญ่พุ่งผ่านรถม้าคันหนึ่งไปอย่างรวดเร็วจนทำให้คนขับรถม้าคันนั้นต้องรีบเบี่ยงหลบไปข้างถนนและพูดบ่นออกมาเบาๆ

 

“เหอะ… ไอ้พวกหน่วยที่ได้รถมาขับนี่มันดีจริงนะ…”

 

ซึ่งถึงแม้ว่าชายที่ขับรถม้านั้นจะแต่งตัวคล้ายกับทหาร แต่ว่าตราสัญลักษณ์ที่ถูกติดเอาไว้บนชุดของเขานั้นกลับไม่ได้เป็นรูปประภาคารที่กำลังส่องสว่างอันเป็นสัญลักษณ์ของเมืองรีมินัส โดยมันได้เป็นตราสัญลักษณ์รูปโลกครึ่งใบที่โผล่พ้นมาจากขอบด้านล่างของตราสัญลักษณ์นั้นแทน ซึ่งมันก็เหมือนกับตราที่ติดไว้บนรถกระบะที่เพิ่งจะพุ่งผ่านไปไม่ผิดเพี้ยน

 

และหลังจากที่เขามองตามรถกระบะไปจนมันลับสายตาไปแล้ว เขาก็เคาะไปที่ตัวรถม้าที่เขาขับอยู่และพูดขึ้นมา

 

“แถวนี้น่าจะไกลจากเมืองพอแล้วล่ะมั้ง… เฮ้ยเอาพวกมันลงมาได้แล้ว! รีบๆ จัดการให้เสร็จจะได้กลับกราวิทัสกันสักที”

 

“ครับ!”

 

ทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงของชายคนหนึ่งตะโกนตอบเขากลับออกมาจากภายในตัวรถ ก่อนที่ประตูของรถม้าที่ถูกเหล็กดัดครอบเอาไว้เป็นลูกกรงจะถูกเปิดออกและมีทหารที่แต่งตัวแบบเดียวกันกระโดดลงมา

 

ซึ่งหลังจากที่ทหารคนนั้นกระโดดลงมาแล้วเขาก็มองซ้ายมองขวาดูรอบๆ สักพักจนมั่นใจว่าไม่มีใครอยู่แถวนี้แล้ว จากนั้นเขาจึงกวักมือเรียกเด็กผู้หญิงผมสีทองคนหนึ่งที่สวมเสื้อผ้าเก่าๆ โทรมๆ ที่ขาดหลุดลุ่ยให้ตามลงมาจากรถม้าด้วย

 

และหลังจากที่เด็กสาวผมทองที่ถูกเชือกมัดข้อมือเอาไว้คนนั้นได้เดินลงมาแล้ว ด้านหลังของเธอก็มีชายวัยกลางคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ และถูกเชือกมัดเอาไว้เช่นเดียวกันเดินตามหลังเธอออกมา

 

“รีบๆ ลงไปได้แล้ว!!”

 

ในขณะที่ชายวัยกลางคนนั้นกำลังหันไปมามองดูสภาพภายนอกรถม้าที่เขาไม่คุ้นเคยนั้น อยู่ๆ ก็ได้มีเสียงร้องตะโกนดังขึ้นมาและแผ่นหลังของเขาก็ถูกถีบเข้าอย่างจังโดยฝ่าเท้าของนายทหารอีกคนที่ยังอยู่ในรถม้าจนทำให้ร่างของเขากระเด็นลงมาหน้าทิ่มกับพื้นอย่างรุนแรง

 

ผลัก!!

 

“โอ๊ย!?”

 

“คุณพ่อคะ—- โอ๊ย!?”

 

เด็กสาวผมสีทองที่เห็นบิดาของตนถูกเตะจนกระเด็นลงมานั้นรีบหันหลังกลับและวิ่งเข้าไปหาพ่อของเธอในทันที แต่ว่าก่อนที่เธอจะได้เข้าถึงตัวอีกฝ่ายนั้น เส้นผมสีทองยาวของเธอก็ถูกกระชากเอาไว้ก่อนจนทำให้เธอหงายหลังล้มลงไป

 

“ใครสั่งให้แกหันกลับไปหะ!!”

 

“ปล่อยหนูนะ!!”

 

“หยุดนะ!! ซัมเมอร์ทำตามที่พวกมันบอกเถอะ! พ่อไม่เป็นอะไรหรอก!!”

 

ชายวัยกลางคนที่เห็นลูกสาวของตัวเองถูกกระชากเส้นผมจนหงายหลังล้มไปและกำลังพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของอีกฝ่ายนั้นได้รีบร้องห้ามลูกสาวของเขาเอาไว้พร้อมกับพยายามลุกขึ้นมายืนอีกครั้ง แต่ว่าทันใดนั้นเองศีรษะของเขาก็ถูกฝ่าเท้าของทหารคนที่ถีบเขาลงมากระทืบเข้าอย่างแรง

 

ผลัก!!

 

“ใครอนุญาตให้แกพูด!”

 

“คุณพ่—–”

 

เมื่อเด็กสาวที่ชื่อว่าซัมเมอร์เห็นพ่อของตนถูกทำร้ายร่างกายอีกครั้งเธอก็หยุดดิ้นลงในทันทีและร้องเรียกอีกฝ่ายขึ้นมา แต่ว่าคุณพ่อของเธอก็กลับส่งสายตาเตือนเธอกลับมาจนทำให้เธอหยุดพูดไปกลางคัน

 

“รีบลุกขึ้นแล้วเดินตามมา!”

 

ทันใดนั้นเองนายทหารที่เป็นคนขับรถม้าก็ได้พูดขึ้นมาหลังจากที่เขามองดูการกระทำของลูกน้องของตนได้สักพักพร้อมกับเดินนำเข้าไปในแนวต้นไม้ที่อยู่ริมถนน จนทำให้ทหารทั้งสองคนที่กำลังสนุกสนานอยู่ต้องรีบกระชากตัวนักโทษทั้งสองคนให้ลุกยืนขึ้นและเดินตามไปในทันที

 

หลังจากที่สองพ่อลูกเดินตามนายทหารคนนั้นไปได้สักพักและพบว่าอีกฝ่ายกำลังพาพวกเขาออกห่างจากถนนเส้นหลักไปเรื่อยๆ จนแทบมองไม่เห็นตัวถนนอีกต่อไป พ่อของเด็กสาวผมทองก็ได้พูดขึ้นมาอย่างเป็นกังวล

 

“พวกแกคิดจะพาพวกฉันไปที่ไหนกันแน่…?”

 

นายทหารที่เดินนำหน้านั้นไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ก่อนที่เขาจะหยุดเท้าลงและหันกลับมาสั่งสองพ่อลูกที่เดินตามมา

 

“เอาล่ะ คุกเข่าลงซะ”

 

“พ—พวกแกคิดจะทำอะไร—”

 

“…”

 

นายทหารที่เห็นว่าชายวัยกลางคนไม่ยอมทำตามคำสั่งของเขาดีๆ นั้นได้พยักหน้าให้สัญญาณกับทหารอีกคนที่ยืนคุมตัวชายวัยกลางคนอยู่ทางด้านหลัง และเมื่อทหารคนนั้นได้รับคำสั่งแล้วเขาก็ตะคอกใส่อีกฝ่ายเสียงดังและถีบเข้าใส่แผ่นหลังของชายวัยกลางคนเต็มแรงและใช้ฝ่าเท้าเหยียบแผ่นหลังของเขาเอาไว้

 

“บอกให้คุกเข่าลง!!”

 

ผลัก!!

 

“ย…หยุดทำร้ายคุณพ่อนะ!!”

 

เด็กสาวผมสีทองที่เห็นว่าพ่อของตนกำลังถูกทำร้ายร่างกายอีกครั้งนั้นได้ตะโกนขึ้นมาพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาทหารคนนั้นในทันที แต่ว่ายังไม่ทันที่เธอจะได้ขยับออกจากจุดเดิม ทหารอีกคนหนึ่งที่ยืนคุมตัวอยู่ทางด้านหลังก็ได้พูดขึ้นมาพร้อมกับเหวี่ยงขาเตะไปที่ใบหน้าของเธอเต็มแรง

 

“น่ารำคาญจริง!”

 

ผลัวะ!!

 

“—!!”

 

“ซัมเมอร์!!”

 

ร่างของเด็กสาวผมทองที่ถูกเตะเข้าไปจังๆ นั้นได้กระเด็นออกไปไกลนับเมตร แต่ก่อนที่เธอจะได้ยันร่างของตัวเองลุกขึ้นมาอีกครั้งนั้น ทหารคนที่เตะเธอกระเด็นออกมาก็ได้เดินเข้ามาล็อกตัวเธอเอาไว้กับพื้นซะก่อน

 

ส่วนทางด้านนายทหารคนแรกที่เหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าของกลุ่มนั้นได้ก็เดินเข้าไปกระชายผมของชายวัยกลางคนที่ถูกเหยียบไว้กับพื้นขึ้นมาเพื่อพูดใส่หน้าของอีกฝ่าย

 

“รู้มั้ยว่าพวกแกทำเอาพวกฉันวุ่ยวายขนาดไหนน่ะหะ? น่าเสียดายนะทั้งที่อีกนิดเดียวก็จะหนีเข้าเมืองรีมินัสได้แล้วแท้ๆ น่ะ… แต่ถึงจะหนีเข้าไปได้จริงๆ มันก็แค่ทำให้พวกฉันเสียเวลาขึ้นไปอีกแค่นิดหน่อยเท่านั้นล่ะนะ เพราะงั้นตอนนี้ช่วยอยู่นิ่งๆ แล้วก็ยอมรับความผิดที่แกทำไปแต่โดยดีซะเถอะ”

 

“ความผิด!? พวกฉันที่เป็นแค่พ่อค้าธรรมดาๆ ไปทำความผิดอะไรเข้าถึงขนาดทำให้พวกแกต้องมาตามล่ากันขนาดนี้ด้วยเนี่ยหะ!?”

 

“มีสิ ก็อย่างเช่นข้อหายักยอกภาษีของโรงเรียนกราวิทัสแล้วใส่ร้ายว่าเป็นฝีมือของขุนนางคนหนึ่ง แล้วก็เรื่องที่ว่าพวกแกมีส่วนรู้เห็นกับพวกกบฏที่วางแผนโค่นล้มราชวงค์ของเมืองกราวิทัสไงล่ะ”

 

“กบฏ…? —!? อย่าบอกนะว่าพวกแ—-”

 

ปี๊ก!! กร๊อบ!

 

ในขณะที่ชายวัยกลางคนกำลังพูดอะไรบางอย่างออกมานั้น อยู่ๆ ทหารคนที่เหยียบแผ่นหลังของเขาเอาไว้อยู่ก็ได้ยกเท้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะกระทืบกลับลงมาอีกครั้งอย่างรุนแรงทำให้เสียงกระดูกท่อนไหนสักท่อนของชายวัยกลางคนส่งเสียงดังลั่นจนเขาส่งเสียงร้องกรีดร้องออกมา

 

“อ๊ากกกกกกก”

 

“ค—คุณพ่อ—!!”

 

ชายวัยกลางคนหยุดหอบหายใจสักพักก่อนที่เขาจะจ้องนายทหารที่เหมือนว่าจะเป็นหัวหน้าด้วยสายตาโกรธแค้นและเค้นเสียงพูดขึ้นมา

 

“แฮ่ก…แฮ่ก… ข…ข้อหาพวกนั้นมันก็แค่ข้ออ้างที่พวกแกเอาไปยัดเยียดใส่คนอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของพวกแกเองไม่ใช่หรือไง!!”

 

“หึหึ มันก็อาจจะเป็นแบบนั้นก็ได้ล่ะมั้ง แต่ว่าน่าเสียดายนะที่แกคงจะไม่ได้ไปเล่าให้ใครฟังแล้วล่ะ…”

 

นายทหารผู้เป็นหัวหน้านั้นได้หัวเราะออกมาก่อนที่เขาจะชักปืนสั้นออกมาจากซองปืนข้างกายและนำมันมาจ่อศีรษะของชายวัยกลางคนเอาไว้

 

แกร๊ก

 

“เพราะว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่คนอื่นจะได้รับรู้ก็คือว่าแกที่เป็นหนึ่งในขบวนการกบฏที่ได้ถูกวิสามัญโดยผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างพวกฉันไปแล้วยังไงล่ะ…”

 

“ไอพวกสารเลวเอ๊ย!!”

 

“ย—หยุดนะ—!!”

 

“ซัมเมอ—”

 

ปั้ง—!!! เปรี๊ยะ…

 

นายทหารคนนั้นไม่สนใจเสียงร้องห้ามของเด็กสาวและลั่นไกออกไปโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าเลยแม้แต่น้อยราวกับว่าเขาทำเรื่องแบบนี้มาเป็นประจำอยู่แล้ว ทำให้ปืนสั้นในมือของเขาปลดปล่อยกระสุนพลังวิซออกมาอย่างรุนแรง พร้อมๆ กับที่ตัวคริสตัลที่ใช้ปลดปล่อยกระสุนออกมาได้แตกกระจายไปราวกับว่ามันถูกออกแบบมาให้ใช้แล้วทิ้งแบบนี้อยู่แล้ว

 

ซึ่งกระสุนพลังวิซที่พุ่งออกมาจากปากกระบอกปืนนั้นก็ได้พุ่งทะลุเข้าไปภายในศีรษะของชายผู้เป็นบิดาของเด็กสาวผมสีทองต่อหน้าต่อตาเธอ ก่อนที่ร่างของชายวัยกลางคนที่กำลังพยายามขัดขืนอยู่นั้นจะชะงักไปกลางคันและแน่นิ่งไปตลอดกาล

 

“ม๊ายยยยยยยยยยยยยยย!!!”

 

ผลัก!!

 

เด็กสาวผมสีทองที่เห็นร่างของคุณพ่อของเธอล้มลงไปนั้นได้กรีดร้องออกมาสุดเสียงพร้อมกับออกแรงทั้งหมดในร่างเล็กๆ ของเธอเพื่อสลัดให้หลุดจากการจับกุมและรีบวิ่งเข้าไปหาร่างของชายผู้เป็นพ่อในทันที

 

“ม–ไม่จริง…คุณพ่อ! คุณพ่อคะ!!”

 

เด็กสาวพยายามใช้มือของเธอที่ถูกมัดอยู่นั้นเขย่าร่างตรงหน้าไปมา ก่อนที่น้ำตาซึ่งเอ่อล้นขึ้นมาบนดวงตาของเธอจะไหลลงมาอย่างไร้การควบคุม

 

“ตื่นสิคะคุณพ่อ!…ตื่นขึ้นมาเถอะ!!”

 

แต่ไม่ว่าเด็กสาวจะพยายามเขย่าร่างอีกฝ่ายขนาดไหน ชายผู้เป็นพ่อของเธอนั้นก็ไม่มีทางที่จะลุกกลับขึ้นมาได้อีกแล้ว

“เอาล่ะ หมดเวลาโวยวายแล้วแม่หนู!”

 

หมับ!

 

“โอ๊ย!!”

 

ทันใดนั้นเองทหารคนที่ถูกเธอผลักออกไปเมื่อสักครู่นั้นก็ได้เดินเข้ามาและกระชากเส้นผมของเธออีกครั้ง

 

แต่ว่าในคราวนี้เด็กสาวกลับพยายามสะบัดตัวเองออกมาโดยไม่มีท่าทีว่าจะสนใจความเจ็บปวดหรือว่าเส้นผมสีทองของเธอที่ที่หลุดติดมืออีกฝ่ายไปบางส่วนนั้นเลยแม้แต่น้อยพร้อมกับตะโกนใส่ทหารเหล่านั้นอย่างโกรธแค้น จนทำให้ทหารอีกคนหนึ่งต้องรีบเข้าไปช่วยเพื่อนของเขาล็อกตัวเด็กสาวผู้กำลังบ้าคลั่งเอาไว้ในทันที

 

“ฉ…ฉันจะฆ่าพวกแก!! ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมดทุกคน!!”

 

“งั้นก็พยายามเข้าละกัน ถ้าเกิดว่าผีมันมีอยู่จริงน่ะนะ”

 

แกร๊ก

 

ทหารผู้ที่เป็นหัวหน้านั้นได้พูดขึ้นมาอย่างล้อเลียนพร้อมกับยกปืนสั้นที่เปลี่ยนตลับกระสุนเสร็จเรียบร้อยแล้วมาจ่อไว้ที่กลางหน้าผากของอีกฝ่ายเอาไว้ แต่ว่าเด็กสาวที่ถูกปืนจ่อศีรษะเอาไว้ก็เหมือนกับว่าจะไม่สนใจมันและยังคงตะโกนสาปแช่งเขาต่อไป

 

“ฉันจะฆ่าพวกมันให้หมด! ทั้งพ่อแม่ของพวกแก…! ทั้งคนรักของพวกแก…! พวกมันจะต้องตายให้หมดทุกคน!! ไอพวกสารเลว!!”

 

“รู้อะไรมั้ยยัยหนู ถ้าเกิดว่าเธอยอมหุบปากไปสักพักล่ะก็นะพวกฉันก็อาจจะยอมเปลี่ยนเครื่องมือจากปืนนี่เป็นอย่างอื่นก็ได้นะ ฮิฮิฮิ”

 

ทันใดนั้นเองนายทหารผู้เป็นหัวหน้าก็ได้พูดขึ้นมาด้วยแววตาแพรวพราวหลังจากที่เขาได้เห็นผิวกายขาวผ่องภายใต้เสื้อผ้าเก่าๆ ขาดๆ ของเด็กสาวที่ซึ่งกำลังเปิดเผยให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ จากการพยายามสะบัดตัวดิ้นรนให้หลุดจากการจับกุม

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้เด็กสาวชะงักไปสักครู่หนึ่ง ก่อนที่เธอจะเค้นเสียงด่าอีกฝ่ายและถ่มน้ำลายใส่หน้าของเขาไป

 

“ไอ้ขยะเอ๊ย…”

 

“เฮ้อ~ ก็เพราะแบบนี้แหล่ะฉันถึงได้เกลียดเด็กน่ะ… จำไว้นะยัยหนู วันหน้าวันหลังถ้าเกิดคิดว่าหนูไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่จำเป็นต้องกลัวจนหนีมาแบบนี้จริงมั้ยล่ะ? จะได้ไม่ต้องเสียเวลาพวกฉันด้วยน่ะ”

 

หัวหน้าทหารได้ถอนหายใจออกมาพร้อมกับยกมือขึ้นมาเช็ดหน้าตัวเองและเดินออกห่างไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันกลับมาเล็งปืนใส่เด็กสาวที่ถูกล็อกตัวเอาไว้และพูดขึ้นมาอีกครั้ง

 

“เอาล่ะ… ถ้างั้นพอเป็นผีไปแล้วก็อย่าลืมตามมาฆ่าพวกฉันด้วยล่ะ”

 

“ฉันจะฆ่าแก!!”

 

ฟ๊าวววววว—-

 

ปั้ง!!

 

“—!?”

 

ในชั่วพริบตาหลังจากที่หัวหน้าทหารได้ลั่นไกออกไปนั้นเอง จู่ๆ ก็ได้มีร่างของหญิงสาวคนหนึ่งพุ่งลงมาจากฟากฟ้าเข้ามาขวางระหว่างตัวเขากับเด็กสาวเอาไว้ จนทำให้กระสุนวิซที่เพิ่งจะพุ่งออกมาจากปากกระบอกปืนเจาะทะลุหัวไหล่ขาวเนียนของร่างที่เพิ่งจะพุ่งลงมาเข้าไปแทน

 

“….อึ๊ก–!”

 

เปรี๊ยะ— เคร๊งงงง!!

 

หัวหน้าทหารได้แต่เบิ่งตามองดูหญิงสาวผมสีเหลืองทองในชุดสาวใช้สีดำเปิดไหล่ที่มีปีกแสงสีฟ้ารูปทรงคล้ายกับปีกผีเสื้อแผ่ออกมาจากแผ่นหลังคนนั้นอย่างสับสน ก่อนที่ทันใดนั้นเองปีกแสงรูปผีเสื้อของอีกฝ่ายจะแตกร้าวเป็นทางยาวและมีเสียงของเหล็กกระทบกันดังขึ้นมาพร้อมๆ กับที่ภาพเบื้องหน้าของเขาก็ได้กลายเป็นท้องฟ้าสีส้มที่ถูกย้อมไปด้วยสีสันของยามเย็นอย่างกะทันหัน

 

“???”

 

ปึ๊ก!! แกร๊ง—

 

หัวหน้าทหารเกลือกตาไปมาอย่างสับสน ก่อนที่เขาจะสัมผัสได้ถึงแรงกระแทกบางอย่างที่แผ่นหลังและความเจ็บปวดที่ค่อยๆ แล่นขึ้นมาจากสันจมูกและบริเวณปากของเขา พร้อมๆ กับที่หมวกเหล็กที่น่าจะเป็นของเขาเองได้ตกกระแทกพื้นใกล้ๆ กันโดยที่มันมีรอยบุบขนาดใหญ่อยู่ที่บริเวณด้านหนึ่ง

 

ซึ่งหัวที่มึนตื้อของเขาก็พอจะคิดขึ้นมาได้ว่าเขาคงจะถูกหญิงสาวผมสีเหลืองทองที่เพิ่งจะโผล่มาแบบกะทันหันคนนั้นเล่นงานเข้าโดยไม่รู้ตัวอย่างแน่นอน

 

แต่ว่าเมื่อเขาพยายามจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นเพื่อที่จะเข้าไปจัดการอีกฝ่ายนั้นความมึนงงอย่างรุนแรงก็ได้พุ่งเข้ามาจู่โจมจนทำให้เขาเซล้มลงไปอีกครั้งหนึ่ง

 

“อึ๊ก…”

 

“ห—หัวหน้า!?”

 

“ด้านหลังมีศัตรูอีกสองคนจ้ะฮานะ”

 

“…รับทราบค่ะ!”

 

ในขณะที่ทหารอีกสองคนที่เหลือกำลังจะชักดาบที่เอวของพวกเขาออกมานั้น ฮานะที่กำลังหันหลังให้ก็ได้ยินเสียงของร่างเงาของผู้หญิงคนหนึ่งที่ปรากฏตัวขึ้นมาเกาะไหล่ของเธอเอาไว้โดยไม่สนใจพวกทหารทั้งสองคนที่กำลังเข้ามาใกล้เลยแม้แต่น้อย ราวกับว่าหญิงสาวผู้เป็นเจ้าของร่างได้ทราบดีอยู่แล้วว่าพวกเขานั้นไม่สามารถมองเห็นเธอได้

 

ซึ่งในชั่วเวลาเพียงแค่พริบตานั้นเองสาวใช้ผมสีเหลืองทองที่ถูกเรียกว่าฮานะก็ได้เหวี่ยงไม้กระบองเรียวยาวที่ทำจากเหล็กสีเงินกวาดขวางเข้าใส่ทหารทั้งสองคนที่ยืนอยู่ในแนวเดียวกันอย่างรุนแรง

 

เคร๊ง!! ผลั๊ก!

 

ไม้กระบองเหล็กของฮานะนั้นได้ฟาดเข้าใส่ทหารคนแรกที่ยืนอยู่ในวิถีของมันเต็มแรงจนทำให้หมวกเหล็กของเขาหลุดกระเด็นและตัวเขาก็ปลิวกระแทกเข้าใส่ทหารอีกคนหนึ่งอย่างแรงจนหมวกของอีกฝ่ายกระเด็นหลุดออก ส่งผลให้กระบองเหล็กของฮานะที่แทบไม่ลดความเร็วลงเลยนั้นกระแทกเข้าใส่หัวของทหารคนที่สองอย่างรุนแรง

 

กร๊อบ!!

 

ซึ่งเมื่อฮานะเห็นว่าเธอสามารถจัดการทหารไปได้คนหนึ่งแล้ว เธอก็ได้ออกแรงหมุนตัวและเหวี่ยงไม้กระบองเหล็กของเธอเข้าใส่ศีรษะของทหารคนแรกที่ยังคงยืนอยู่อีกครั้งอย่างรวดเร็ว

 

กร๊อบ!!

 

ร่างของทหารทั้งสองคนที่ถูกกระบองเหล็กหวดเข้าใส่จังๆ นั้นได้ลอยกระเด็นออกไปไกลโดยทิ้งหมวกเกราะและอะไรบางอย่างเอาไว้เบื้องหลัง โดยฮานะที่มองตามร่างทั้งสองไปนั้นมั่นใจว่าอีกฝ่ายจะไม่สามารถลุกกลับขึ้นมาได้อีกครั้งในเร็วๆ นี้ หรืออาจจะตลอดไปอย่างแน่นอน

 

“แม่ตรวจสอบดูแล้วเหมือนว่าที่รถม้าจะไม่มีคนอยู่นะจ๊ะเพราะงั้นน่าจะมีแค่ทหารสามคนนี้เท่านั้นแหล่ะจ๊ะ ส่วนความเสียหายที่ไหล่ของหนูไม่ได้ร้ายแรงอะไรมากเพราะงั้นสามารถทำภารกิจต่อได้เลยจ้ะ แต่แม่ขอแนะนำว่าให้หาผ้ามาพันปิดเอาไว้ก่อนน่าจะดีกว่านะ”

 

“รับทราบค่ะ ขอบคุณสำหรับข้อมูลค่ะคุณแม่”

 

สาวใช้ผมสีเหลืองทองได้พูดขึ้นมาพร้อมกับมองดูรอบๆ เพื่อประเมินสถานการณ์อีกครั้ง ซึ่งเธอก็พบว่านอกจากเหล่าทหารทั้งสามคนที่นอนร้องโอดโอยอยู่รอบๆ แล้วก็ยังมีอีกร่างหนึ่งที่นอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นอีกด้วย

 

“ดูเหมือนเราจะมาช้าไปนะจ๊ะฮานะ…”

 

“…นั่นสินะคะ”

 

ร่างเงาจางๆ ที่ถูกเรียกว่าคุณแม่นั้นได้พูดขึ้นมาเมื่อเธอเห็นร่างของชายวัยกลางคนที่นอนแน่นอนอยู่กับพื้นและเด็กสาวผมสีทองที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆ ร่างนั้น ก่อนที่ฮานะจะเดินเข้าไปใกล้ๆ และพูดถามเด็กสาวผมสีทองที่ชื่อว่าซัมเมอร์ขึ้นมา

 

“เธอพอจะจำทางกลับบ้านได้หรือเปล่าจ๊ะ?”

 

“….”

 

“นี่ ได้ยินพี่หรือเปล่า?”

 

ฮานะที่เห็นว่าเด็กสาวไม่ยอมตอบอะไรกลับมานั้นได้จับคางของอีกฝ่ายให้หันมาทางเธอและพูดถามขึ้นมาอีกครั้ง ซึ่งเธอก็พบว่าแววตาของเด็กสาวตรงหน้าเธอนั้นว่างเปล่าเหมือนกับว่าตัวตนของอีกฝ่ายได้สูญสลายไปโดยสิ้นเชิงแล้ว

 

แต่ว่าทันใดนั้นเองนัยน์ตาของซัมเมอร์ก็ได้เผยแววอะไรบางอย่างออกมาก่อนที่มันจะกลายเป็นแววตาที่ดุร้ายราวกับสัตว์ป่ากระหายเลือด เมื่อเธอได้สังเกตเห็นร่างของหัวหน้าทหารที่กำลังพยายามลากร่างของเขาหนีให้ออกห่างจากเด็กสาวทั้งสองคนอยู่ ก่อนที่ซัมเมอร์จะสะบัดตัวเองให้หลุดจากมือของฮานะที่กำลังจับคางของเธอเอาไว้และลุกขึ้นยืนพร้อมกับค่อยๆ เดินเข้าไปหาหัวหน้าทหารอย่างช้าๆ

 

ในขณะที่ทางด้านร่างเงาของคุณแม่ของฮานะนั้นก็ได้พูดขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อเห็นแววตาอันแสนดุร้ายของเด็กสาวตรงหน้าเข้า

 

“ฮ—ฮานะ— แววตาแบบนั้น…”

 

“ค่ะ… ถึงจะยังไม่ขนาดนั้น แต่ว่าก็คล้ายกับแววตาของหัวหน้าเมื่อตอนนั้นไม่มีผิดค่ะ…”

 

ฮานะพูดตอบคุณแม่ของเธอกลับไปเบาๆ ก่อนที่เธอจะลุกขึ้นและเดินตามร่างของซัมเมอร์ที่กำลังเดินเข้าไปหาหัวหน้าทหารคนนั้นอย่างช้าๆ จนทำให้คุณแม่ของเธอเอ่ยปากถามขึ้นมาอย่างสงสัย

 

“นั่นลูกจะทำอะไรน่ะฮานะ”

 

“ทำตามกระบวนการตรวจสอบที่หัวหน้าเคยสั่งเอาไว้ในกรณีที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ค่ะ…”

 

“ด–เดี๋—”

 

หมับ

 

ยังไม่ทันที่คุณแม่ของเธอจะได้พูดห้ามอะไรขึ้นมา ฮานะที่เดินเข้าไปหาซัมเมอร์นั้นก็ได้ยื่นมือเข้าไปคว้าแขนของอีกฝ่ายเอาไว้และพูดถามขึ้นมา

 

“ร่างของผู้ชายที่นอนอยู่ตรงนั้นคือคุณพ่อของหนูใช่มั้ยจ๊ะ…? หนูโกรธแค้นทหารพวกนี้หรือเปล่าที่มาพลัดพรากคุณพ่อของหนูไปแบบนั้นน่ะ?”

 

“มันก็ต้องแค้นอยู่แล้วสิ!! ก็เพราะไอ้สารเลวพวกนี้คุณพ่อถึง… คุณพ่อถึงได้!!”

 

“ถ้าอย่างนั้นหนูก็จดจำและรวบรวมความโกรธแค้นแบบนี้เอาไว้นะจ๊ะ เพื่อที่พอถึงเวลาแล้วหนูจะได้สามารถนำมันออกมาใช้เป็นอาวุธทำลายอุปสรรคหรือศัตรูที่คิดจะเข้าขัดขวางหนูให้สิ้นซากได้…”

 

ฮานะพูดขึ้นมาให้เด็กสาวฟังก่อนที่เธอจะจับมือทั้งสองข้างของซัมเมอร์ให้มากุมไม้กระบองเหล็กที่เธอใช้เป็นอาวุธเอาไว้และดันหลังของซัมเมอร์ไปทางอุปสรรคชิ้นโตที่กำลังพยายามคลานหนีไปอยู่

 

“อุปสรรค…ศัตรู…ศัตรูของคุณพ่อ…”

 

“ย—อย่าเข้ามานะ–!!”

 

“ศัตรูของคุณพ่อ…ศัตรู… อุปสรรค… ศัตรู…”

 

ซัมเมอร์พูดพึมพำซ้ำไปซ้ำมาเบาๆ อย่างน่าขนลุกพร้อมกับค่อยๆ ลากกระบองเหล็กที่หนักกว่าที่ตาเห็นนั้นเข้าไปหาหัวหน้าทหารอย่างช้าๆ โดยไม่กะพริบตา จนทำให้หัวหน้าทหารที่เห็นแบบนั้นได้แต่กรีดร้องออกมาอย่างน่าสมเพช

 

ในขณะที่ทางด้านคุณแม่ของฮานะนั้นก็ลอยมาเกาะที่ไหล่ของลูกสาวของเธอและพูดขึ้นมาเบาๆ

 

“ถึงจะบอกว่ามันเป็นวิธีของหัวหน้าเขาก็เถอะนะ… แต่ว่าการที่มอบไม้เบสบอลให้กับเด็กที่อยู่ในสภาพแบบนั้นนี่มันจะดีจริงๆ หรอจ๊ะฮานะ?”

 

“จะดีหรือไม่ดีมันก็ขึ้นอยู่กับมุมมองเท่านั้นแหล่ะค่ะ ที่หนูทำก็แค่การยื่นโอกาสให้กับผู้ที่ถูกช่วงชิงมันไป ส่วนใครจะตัดสินใจทำอะไรมันก็ขึ้นอยู่กับตัวของพวกเขาเองแล้วล่ะค่ะ”

 

เมื่อได้ยินฮานะตอบกลับมาแบบนั้นคุณแม่ของเธอก็ได้หันกลับไปมองดูปีกแสงสีฟ้ารูปทรงผีเสื้อของลูกสาวของเธอที่ยังคงมีรอยร้าวอยู่เป็นทางยาวพร้อมกับพูดถามขึ้นมาอีกครั้ง

 

“ตาม ‘คำสั่ง’ ของหัวหน้างั้นหรอจ้ะ?”

 

“ค่ะ… ตามคำสั่งของหัวหน้า… ค่ะ…”

 

ฮานะนิ่งไปสักพักเมื่อสังเกตเห็นว่าคุณแม่กำลังจ้องมองปีกแสงของเธออยู่แล้วจึงพูดตอบกลับไปเบาๆ ก่อนที่รอยร้าวบนปีกของเธอจะค่อยๆ สมานเข้าหากันจนกลับมาเป็นปีกแสงทรงผีเสื้อที่ดูสวยงามตามเดิม

 

“ถ้าในเมื่อเป็นคำสั่งของหัวหน้าแล้วก็คงจะช่วยไม่ได้ล่ะจ้ะ…”

 

คุณแม่ของเธอพูดขึ้นมาอีกครั้งในขณะที่ฮานะกำลังเรียกผ้ายาวๆ ผืนหนึ่งออกมาด้วยละอองแสงสีฟ้าที่ลอยออกมาจากปีกของเธอ และพยายามใช้มันในการพันไหล่ข้างที่ถูกยิงไปด้วยความยากลำบาก ซึ่งนั่นก็ทำให้คุณแม่ของฮานะที่เห็นว่าลูกสาวของเธอกำลังพยายามพันแผลอยู่ด้วยมือข้างเดียวนั้นได้ยื่นมือเข้าไปเพื่อช่วยเหลืออีกฝ่าย

 

แต่ว่ามือของเธอที่เป็นเพียงแค่ร่างเงาจางๆ ก็กลับลอยทะลุแผลพันแผลสีขาวไปโดยไม่อาจสัมผัสกับมันได้จนทำให้เธอนิ่งไปสักพักก่อนที่เด็กสาวในชุดเมดจะพูดถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรกันแน่

 

“คุณแม่คะ?”

 

“เปล่าจ้ะ ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวพอหนูทำแผลเสร็จแล้วก็ทำตามหน้าที่ที่หนูได้รับต่อไปได้เลยนะจ๊ะฮานะ…”

 

“รับทราบค่ะ”

 

ฮานะพูดรับคำของคุณแม่ของเธอก่อนจะหันไปทางทหารคนหนึ่งที่กำลังพยายามยันตัวเองลุกขึ้นมาอย่างยากลำบากในขณะที่อีกคนนั้นนอนแน่นิ่งกับพื้นไปตั้งแต่ทีแรกแล้ว พร้อมกับใช้ละอองแสงสีฟ้าเรียกกระบองเหล็กที่คุณแม่ของเธอเรียกว่าไม้เบสบอลขึ้นมาอีกอันหนึ่งและเดินเข้าไปใกล้อีกฝ่ายอย่างช้าๆ

 

“เพื่อทำตามคำสั่งของหัวหน้า ฉันคงจะยอมให้พวกคุณเข้าไปขัดขวางเด็กคนนั้นไม่ได้หรอกนะคะ”

 

และในขณะเดียวกันทางด้านซัมเมอร์เองก็ได้เดินเข้าไปถึงร่างของทหารผู้เป็นหัวหน้าแล้วและกำลังยกกระบองเหล็กในมือของเธอขึ้นสูงเหนือหัวโดยไม่สนใจท่าทีที่พยายามร้องขอชีวิตของเขาเลยแม้แต่น้อย

 

“ฉ—ฉันขอโทษ! ฉันแค่จำเป็นต้องทำตามคำสั่งที่ได้รับมาเพราะว่าฉันขัดอะไรพวกมันไม่ได้เท่านั้นเอง! อย่าทำอะไรฉันเลยนะ ได้โปรดล่ะ!!”

 

“…ถ้าเกิดพวกพี่คิดว่าไม่ได้ทำอะไรผิด งั้นก็ไม่จำเป็นต้องกลัวจนหนีไปแบบนั้นจริงมั้ยล่ะคะ?”

 

ซัมเมอร์พูดตอบกลับไปด้วยประโยคที่อีกฝ่ายเคยพูดใส่หน้าเธอเอาไว้ ก่อนที่ทั้งเธอและฮานะที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งจะเหวี่ยงกระบองเหล็กในมือลงไปพร้อมๆ กันจนเกิดเสียงดังก้องกังวานไปทั่วผืนป่า

 

กร๊อบบ!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 53 Enemy"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved