cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 42 Never-ending Mishap

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 42 Never-ending Mishap
Prev
Next

“แล้วนี่สรุปว่าอาจารย์เขาสั่งให้พวกเราไปจัดเอกสารกันตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย?”
 

ย้อนกลับมาเมื่อไม่นานก่อนหน้านี้ ทางด้านอัลเบิร์ตที่ดึงตัวรีซาน่าออกมาจากห้องพยาบาลเพื่อเปิดโอกาสให้พวกนากาได้มีโอกาสพูดคุยกันเองนั้นก็ต้องมาปวดหัวกับรีซาน่าที่กำลังโวยวายอยู่

 

“ให้ตายสิ นี่เธอรู้จักคำว่าอ่านบรรยากาศบ้างมั้ยเนี่ย?”

 

“อะไรกันล่ะคะ!? ก็จู่ๆ นายก็พูดขึ้นมาแบบนั้นซะเฉยๆ แล้วฉันจะรู้เรื่องด้วยมั้ยล่ะ!?”

 

“เฮ้อ… เอาเถอะๆ เอาเป็นว่าพวกนั้นน่าจะมีเรื่องอะไรที่ไม่ควรจะพูดกับคนนอกอย่างพวกเรานั่นล่ะ ถ้าเธออยากรู้นักจะกลับไปนั่งฟังดูก็ได้ แต่ฉันขอผ่านดีกว่า ยิ่งเป็นเรื่องที่น่าจะเกี่ยวข้องกับยัยเด็กหัวเทาคนนั้นด้วย…”

 

“หมายถึงเด็กผู้หญิงชื่อคาร์เทียร์นั่นน่ะหรอคะ? ฉันว่าท่าทางเธอก็ดูเรียบร้อยดีไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่คะ”

 

คำตอบของรีซาน่านั้นทำให้อัลเบิร์ตได้แต่เหลือกตามองไปทางอื่น ก่อนที่เขาจะพูดชี้ถึงจุดที่หญิงสาวร่างยักษ์ข้างๆ เขาเหมือนจะคิดไม่ได้

 

“เธออยู่โรงเรียนนี้มาตั้งนานเท่าไหร่แล้วเคยเจอยัยเด็กนั่นบ้างหรือเปล่าล่ะ!? เท่าที่ฉันรู้มาก็คือวันนี้น่ะมีเด็กนักเรียนใหม่มาสมัครกันทั้งหมดสี่คน แต่ว่าคนที่มาเข้าสอบน่ะมีแค่สามเองไม่ใช่หรือไง”

 

“เอ๋ะ? นายจะบอกว่าเด็กคนนั้นเขาไม่ได้ผ่านการทดสอบมางั้นหรอคะ?”

 

ซึ่งรีซาน่าที่ไม่เคยได้ยินว่ามีการรับนักเรียนใหม่เข้ามาโดยไม่ต้องรับการทดสอบก่อนเลยแม้แต่น้อยก็ถึงกับต้องเบิ่งตาถามอัลเบิร์ตกลับมาด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

 

“ก็ใช่น่ะสิ ก่อนหน้านี้ตอนที่คุณประธานนักเรียนเขามาแจ้งให้ฉันรวมทีมจัดการทดสอบรอบพิเศษนี่ฉันก็เคยถามไปแล้ว แต่ว่าทางนั้นก็ยืนยันมาว่ามีผู้เข้ารับการสอบแค่สามคน ส่วนอีกคนนึงนั่นได้ผู้อำนวยการจัดการทำเรื่องให้เรียบร้อยไปแล้ว”

 

“ห—หะ— จากท่าน ผอ. คนที่ได้ชื่อว่าเที่ยงธรรมและโปร่งใสที่สุดในประวัติศาสตร์โรงเรียนรีมินัสคนนั้นนั่นน่ะหรอคะ?”

 

“ก็มีอยู่คนเดียวนั่นล่ะ ส่วนอันนี้เธออาจจะยังไม่รู้นะ… แต่ว่าพ่อของฉันได้ข่าวมาว่าก่อนหน้านี้คุณเอริกะเรียกค่าตอบแทนเป็นจดหมายแนะนำตัวจากทางวังหลวงไปจำนวนนึง ซึ่งเธอก็น่าจะเอามาให้ไอเจ้านากากับอีกสองคนที่เหลือใช้ในการสมัครเข้าเรียนนั่นล่ะ”

 

“เอ๋… จริงหรอคะนั่น? นี่คนที่ชื่อเอริกะเขาไปทำอะไรมาถึงได้ของแบบนั้นเป็นสิ่งตอบแทนคะเนี่ย?”

 

รีซาน่าที่ได้ยินแบบนั้นก็ทำตาโตและร้องออกมาอย่างประหลาดใจ เพราะต่อให้เป็นเธอก็รู้ดีว่าทางวังหลวงนั้นออกจดหมายแนะนำให้กับคนภายนอกยากขนาดไหน

 

“หึ… ก็นั่นคุณเอริกะซะอย่าง เรื่องแค่นี้ไม่เห็นน่าแปลกใจตรงไหน”

 

ทางด้านอัลเบิร์ตที่ได้ยินคนพูดชมคุณเอริกะของเขาขึ้นมาก็รีบพูดยกยอต่อให้ในทันที ก่อนที่เขาจะรู้ตัวและรีบพูดกลับเข้าเรื่องเดิมต่อ

 

“…แล้วทีนี้มันก็อย่างที่เธอเห็น ขนาดพวกเจ้านากานั่นมีจดหมายแนะนำตัวจากวังหลวง ทางโรงเรียนก็ยังตามฉันที่เป็นอันดับต้นๆ ของโรงเรียนมาเพื่อจัดการสอบเลย ไหนจะยังมียัยเซซิลนั่นอีก ดูยังไงก็ไม่กะจะให้ผ่านได้ชัดๆ”

 

“ฝ—ฝีมือฉันไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ…”

 

เมื่ออัลเบิร์ตได้ยินรีซาน่าตอบกลับมาแบบประหม่าๆ เขาก็ได้แต่เหลือบตาไปมองขวานศึกขนาดยักษ์ที่รีซาน่าแบกไว้บนหลังโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา ก่อนที่เขาจะหันไปมองรอบๆ และแอบกระซิบกับรีซาน่าเบาๆ

 

“คิดดูละกันว่าขนาดสามคนนั้นยังต้องเข้ารับการทดสอบแบบโหดๆ เลย แล้วเธอคิดว่ายัยเด็กหัวเทานั่นมีความลับอะไรถึงขนาดทำให้ผู้อำนวยการยอมแหกกฎของโรงเรียนได้กันล่ะ… ถ้าเธออยากรู้ก็กลับเข้าไปฟังได้เลย แต่ฉันไม่ขอยุ่งด้วยดีกว่า…”

 

และทันทีที่อัลเบิร์ตกระซิบบอกรีซาน่าเสร็จ เขาก็ทำเป็นมองซ้ายมองขวาและพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาในทันที

 

“แล้วนี่ยัยเซซิลไปไหนแล้วเนี่ย? ไม่ใช่ว่าออกมาก่อนหน้าพวกเราไม่นานเองไม่ใช่หรือไง?”

 

“เอ๋ะ? นั่นสิคะ? จะว่าไปฉันก็ไม่เห็นเขาตอนระหว่างที่เดินมากันเลยนะ”

 

“ให้ตายสิ… ฉันได้ข่าวมาว่าเมืองเกิดของยัยนั่นมีเรื่องก็เลยกะจะถามสักหน่อยแท้ๆ … งั้นในเมื่อยัยนั่นไม่อยู่แล้วฉันก็ขอตัวกลับก่อนก็ละกัน”

 

“อ่ะ พี่อัลเบิร์ตกลับมาแล้วหรอ~”

 

แต่ว่ายังไม่ทันที่อัลเบิร์ตจะได้หันตัวกลับไปทางหอพัก ชื่อของเขาก็ได้ถูกเรียกด้วยน้ำเสียงอันสดใสของเด็กสาวคนนึงขึ้นมาซะก่อน

 

และเมื่อทั้งสองหันกลับไปก็พบกับเด็กสาวร่างเล็กที่มีหูแมวและเส้นผมสีฟ้ายาวถึงกลางหลังโดยที่เธอได้มัดเส้นผมส่วนหนึ่งเอาไว้เป็นทรงทวินเทลและประดับด้วยริบบิ้นสีแดงอันเล็กๆ

 

ซึ่งเธอก็ได้ใช้นัยน์ตาสีเหลืองสว่างมองตรงมายังพวกเขาและโบกบัวรดน้ำอันเล็กๆ ในมือไปมาด้วยรอยยิ้มร่าเริง

 

“อ่าว พี่รีซาน่าก็อยู่ด้วยนี่นา~ สวัสดีค่ะ~”

 

“ว่าไงจ๊ะซิลจัง กำลังจะออกไปรดน้ำต้นไม้หรอ?”

 

“บัวรดน้ำบ้านเธอใช้ทำกับข้าวหรือไงหะ? เห็นกันอยู่ชัดๆ แบบนี้ยังจะต้องถามอีกเรอะ?”

 

“พี่อัลเบิร์ตอย่าไปแกล้งพี่รีซาน่าแบบนั้นสิ!”

 

ทันทีที่เด็กสาวหูแมวผมฟ้าได้ยินอัลเบิร์ตพูดประชดใส่รีซาน่าแบบนั้น เธอก็รีบพูดดุเขาออกมาพร้อมกับตีแขนของเขาไปเบาๆ สองสามที

 

“เฮ้อ… ฉันแค่พูดเล่นเท่านั้นแหล่ะซิลเวส ไม่ได้กะจะแกล้งอะไรยัยนี่หรอก อีกอย่างรีซาน่าก็ไม่ถือสาอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ?”

 

“ค…ค่ะ ถ้าไม่นับเรื่องที่พูดเหมือนกับว่าฉันเป็นควายเมื่อก่อนหน้านี้น่ะนะคะ…”

 

“พี่อัลเบิร์ต——–”

 

คำตอบของรีซาน่านั้นทำให้เด็กสาวหูแมวผมสีฟ้าที่ชื่อว่าซิลเวสหันไปหรี่ตาจ้องอัลเบิร์ตอย่างดุๆ จนทำให้เขาต้องรีบพูดเปลี่ยนเรื่องในทันที

 

“อ่ะ— จริงด้วย! จะว่าไปเธอเห็นเซซิลรึบ้างเปล่า? ฉันมีเรื่องที่ต้องคุยกับยัยนั่นหน่อยน่ะ”

 

“ถ้าพี่เซซิลล่ะก็หนูเห็นพี่เขายืนอ่านอะไรก็ไม่รู้อยู่สักพักแล้วก็พกดาบเดินออกนอกเขตโรงเรียนไปทางสวนผักน่ะค่ะ คิดว่าน่าจะไปฝึกแถวนอกเมืองเหมือนเดิมนั่นแหล่ะค่ะ”

 

“ถ้าเป็นจุดฝึกแถวนอกเมืองของคุณเซซิลน่าจะเป็นป่าทางทิศตะวันออกไม่ก็ทางเหนือล่ะมั้งคะ เมื่อวันก่อนฉันเคยเห็นคุณเซซิลพกดาบเดินเล่นอยู่แถวนั้นน่ะค่ะ”

 

“เห… รู้ไปถึงขนาดนั้นเลยหรอน่ะ? แต่ก็อย่างว่าล่ะนะ พวกบ้านนอกก็มักจะดึงดูดกันอยู่แล้ว จะสนิทกันถึงขั้นนั้นแล้วก็ไม่แปลกหรอก”

 

เมื่ออัลเบิร์ตพูดจบซิลเวสที่ยืนอยู่ข้างหน้าเขาก็หรี่ตาและพูดออกมาอย่างดุๆ เท่าที่หน้าตาน่ารักของเธอจะสามารถทำได้พร้อมกับยกมือขึ้นมาตีแขนของเขาในทันที

 

“พี่อัลเบิร์ตล้อพี่รีซาน่าเขาอีกแล้วอ่ะ!!”

 

“โอ๊ย— อะไรอีกล่ะยัยแมวนี่!? แล้วถ้าเป็นไปได้ก็ช่วยเลิกเรียกฉันว่าพี่สักทีได้มั้ยหะ เพราะยังไงอายุของพวกเราก็น่าจะห่างกันแค่ปีเดียวไม่ใช่หรอไง!?”

 

“บู่ววววววว~!”

 

“น่าๆ โดนเรียกว่าพี่ก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่คะ… แล้วนี่อัลเบิร์ตจะเอายังไงต่อล่ะ เห็นบอกว่ามีเรื่องต้องคุยกับคุณเซซิลเขานี่นา จะออกไปตามหาตัวเธอกันมั้ยล่ะคะ?”

 

รีซาน่าที่เหมือนจะทำใจกับความปากเสียของอัลเบิร์ตได้แล้วนั้นได้พยายามพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาพร้อมกับหันไปถามความเห็นของอัลเบิร์ตดู แต่ก็เหมือนว่าเขาจะไม่มีความคิดที่จะออกไปตามหาเซซิลที่น่าจะเข้าไปหมกตัวฝึกอยู่ในป่าเลยแม้แต่น้อย

 

“เฮ้อ… นี่เธอคิดว่าป่าแถบนั้นมันกว้างขนาดไหนกันล่ะ ต่อให้ตามไปจริงๆ วันนี้ทั้งวันก็หากันไม่เจอหรอกมั้ง เอาไว้เดี๋ยวยัยนั่นกลับมาฉันค่อยหาเวลาไปคุยดูละกัน”

 

 

ในช่วงเวลาเดียวกันนั้นทางด้านนากาที่เพิ่งจะส่งคาร์เทียร์กลับไปยังคลินิกเสร็จก็ได้เดินกลับมาถึงบ้านของเอริกะพอดี

 

และหลังจากที่พวกเขาเคาะประตูบ้านไปได้ไม่นาน คอนแนลในชุดเสื้อยืดกับผ้ากันเปื้อนที่ถือทัพพีสำหรับคนซุปไว้ในมือก็ได้เปิดประตูออกมาต้อนรับพวกเขา

 

“กลับมากันแล้วหรอครับทุกคน อ่ะ… โมโกะสภาพดูไม่ค่อยได้เลยนะครับเนี่ย”

 

ซึ่งทุกคนที่อยู่หน้าประตูนั้นก็นิ่งกันไปสักพักก่อนที่โมโกะที่ถูกเอ่ยปากแซวขึ้นมาจะตั้งสติได้เป็นคนแรกและพูดกลับไปด้วยสีหน้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

 

“พูดมากหน่า…”

 

และหลังจากนั้นไม่นานสองพี่น้องก็ได้สติและกะพริบตาปริบๆ มองอัศวินคอนแนลในคราบพ่อบ้านที่เหมือนกับว่ากำลังทำอาหารอยู่ก่อนที่พวกเขาจะมาถึง โดยนากาก็ได้พูดขึ้นมาแบบที่เขาพยายามจะถนอมน้ำใจ ในขณะที่พรีมูล่านั้นได้ระเบิดเสียงหัวเราะออกมาชนิดที่ว่าไม่เกรงใจกันเลยแม้แต่น้อย

 

“คอนแนลนี่นาย… เลิกเป็นอัศวินแล้วมาเป็นพ่อบ้านแล้วหรอ?”

 

“ฮะฮะฮะ! ม—ไม่เหมาะกับพี่คอนแนลสักกะนิดเลยอ่ะ!”

 

“ไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อยครับ! แล้วพรีมูล่าเล่นหัวเราะซะขนาดนี้ผมก็เสียใจเป็นเหมือนกันนะครับ!”

 

ถึงแม้ว่าคอนแนลจะพูดปฏิเสธออกมาเสียงดัง แต่ว่าเมื่อดูจากสีหน้าของเขาแล้ว ทุกคนก็คิดว่าเขาค่อนข้างจะมีความสุขที่ถูกเรียกเป็นพ่อบ้านของเอริกะอยู่มาก ก่อนที่เขาจะเดินหลบไปให้ทั้งสามคนได้เข้ามานั่งพักด้านในตัวบ้านกัน

 

“เรื่องอาชีพของผมน่ะช่างมันไปก่อนเถอะครับ พวกนากาเพิ่งกลับมาจากการสอบคงจะเหนื่อยกันสินะครับ เอาเป็นว่าเข้ามานั่งพักกันก่อนแล้วเดี๋ยวผมขอเข้าครัวไปทำอาหารต่อให้เสร็จละกันนะครับ”

 

“เย้~ ขอบคุณค่ะพี่คอนแนล~”

 

“อื้ม ขอบใจนายมากนะคอนแนล”

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นนากาก็เดินอุ้มโมโกะเข้าไปในตัวบ้านและวางเธอลงบนโซฟาตัวใหญ่ ก่อนที่เขาจะหันซ้ายหันขวามองหาเอริกะที่เขาคิดว่าน่าจะกลับมานอนแผ่อยู่ในห้องนั่งเล่นนี่ตั้งนานแล้วซะอีก

 

“แล้วนี่เอริกะเขากลับมาดูอาการของอลิซจริงๆ หรือว่าขึ้นไปนอนอยู่บนห้องแล้วล่ะเนี่ย?”

 

“ถ้าเป็นคุณเอริกะก็กลับมาได้สักพักแล้วนะครับ แต่เห็นเข้าไปหาอลิซในห้องออฟฟิศแล้วก็ยังไม่ได้ออกมากันทั้งสองคนเลยน่ะครับ ไม่รู้ว่าทำอะไรกันอยู่”

 

“อื้ม…แบบนั้นเองหรอ…”

 

นากาที่ได้ยินว่าเมื่อเอริกะกลับมาถึงบ้านแล้ว เธอก็ไม่ได้แอบกลับมานอนอู้อย่างที่เขาคิดเอาไว้แต่กลับไปดูอาการของอลิซเข้าจริงๆ ก็อดที่จะรู้สึกนับถือเธอขึ้นมามากกว่าเดิมเป็นไม่ได้

 

แต่ว่าด้วยความที่เขารู้ว่าเอริกะนั้นโหมงานมาติดต่อกันหลายวันแล้ว เขาก็รู้สึกเป็นห่วงขึ้นมานิดหน่อยจึงได้เดินไปทางออฟฟิศและเคาะประตูเพื่อเป็นสัญญาณว่าขอเข้าไปด้านใน

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“อ่ะ เข้ามาได้เลยจ้ะ~”

 

ทันทีที่ได้ยินเสียงของเอริกะตอบกลับมาจากภายในห้อง เขาก็เปิดประตูเข้าไปแบบไม่รอช้าในทันที

 

“อ่าว นากาเองหรอ ว่าไงๆ ”

 

“คอนแนลเขาทำ— …ทำอะไรกันอยู่เนี่ยเอริกะ?”

 

ยังไม่ทันที่นากาจะได้พูดบอกเรื่องอาหารฝีมือคอนแนลเสร็จเขาก็ชะงักไป ก่อนจะเปลี่ยนไปถามคำถามขึ้นมาแทน เพราะว่าสภาพของสองสาวที่อยู่ในห้องนั้นเป็นอะไรที่เขาไม่เคยคาดคิดว่าจะได้เห็นมาก่อนเลยแม้แต่น้อย

 

โดยอลิซที่ควรจะบาดเจ็บจนยืนแทบไม่ไหวนั้นกำลังยืนอยู่กลางห้องด้วยท่าทีสบายๆ และที่ท่อนล่างของเธอนั้นได้มีโครงเหล็กอะไรบางอย่างครอบเอาไว้ตั้งแต่ช่วงเอวลงมาจนถึงปลายเท้าทั้งสองข้าง ในขณะที่ด้านหลังเอวของเธอนั้นก็มีอุปกรณ์หน้าตาคล้ายๆ กับพาร์ทที่ใช้ในการบินที่เวก้าขโมยไปใช้ติดอยู่

 

และเมื่อเอริกะได้ยินคำถามของเขาเข้าไป เธอก็หยุดไขควงในมือที่กำลังใช้ไขโครงเหล็กบริเวณเข่าของอลิซอยู่และพูดตอบกลับมาแบบไม่ใส่ใจอะไรมากนัก

 

“อ๋อ… ก็พาร์ทส่วนขาแบบเดียวกับที่เวก้าขโมยไปใช้แค่ว่าเป็นคนละประเภทกันก็แค่นั้นแหล่ะ แล้วฉันเห็นว่าอลิซกำลังว่างๆ อยู่พอดีแถมพลังยังเข้ากันได้อีกก็เลยขอให้เธอมาช่วยทดลองใช้มันดูหน่อยน่ะ ไหนอลิซลองขยับดูหน่อยสิ”

 

กรึก กรึก

 

ทันทีที่ได้ยินคำสั่งของเอริกะ อลิซก็ได้ลองส่งพลังเข้าไปเพื่อควบคุมให้มันขยับไปมาดูในทันที

 

“ฝืดๆ อยู่นิดหน่อยแต่ว่าก็ดีกว่าเมื่อกี้แล้วล่ะ”

 

“แล้วเวลาขยับหรือว่ายืนอยู่เฉยๆ นี่รู้สึกเจ็บแผลบ้างหรือเปล่า?”

 

“ไม่ค่อยนะ… เหมือนกับว่าได้ตัวโครงเหล็กพวกนี้พยุงเอาไว้น่ะ ไม่สิ… ต้องบอกว่ารู้สึกประหลาดๆ ซะมากกว่า…”

 

อลิซพูดบรรยายความรู้สึกของเธอออกมาหลังจากที่ได้ทดลองขยับมันดูเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะลองย่อตัวขึ้นลงและหมุนตัวออกแรงเตะขาข้างที่บาดเจ็บอยู่เฉี่ยวหน้านากาไปจนทำให้เขาร้องออกมาอย่างตกใจ

 

“เหวอ!? …ระวังหน่อยสิอลิซ ขยับรุนแรงแบบนั้นเดี๋ยวแผลก็เปิดอีกรอบหรอก”

 

“คิดมากน่า… ฉันไม่ได้เปราะบางขนาดนั้นนะ…”

 

“เหมือนจะไม่มีปัญหาอะไรสินะ งั้นก็เหลือแค่ระบบขับเคลื่อนแล้วก็ส่วนล้อ… ไหนๆ แล้วก็จัดการให้เสร็จไปเลยละกัน… นากา หยิบไขควงบนตู้เอกสารนั่นมาให้ฉันหน่อย”

 

“เอ๋ะ— อันนี้หรอ?”

 

นากาที่อยู่ๆ ก็ได้กลายเป็นลูกมือของเอริกะไปนั้นได้เดินไปหยิบไขควงอันที่เอริกะร้องขอและส่งมันไปให้เธอ ก่อนที่เขาจะเดินถอยออกมามองดูเอริกะที่กำลังจ้องมองโครงเหล็กบริเวณส่วนเท้าของอลิซอย่างครุ่นคิดอยู่

 

แล้วหลังจากนั้นสักพักก็เหมือนว่าเอริกะจะคิดหาวิธีได้ เธอจึงได้หันไปคว้าเอาประแจที่วางอยู่ใกล้ๆ กันขึ้นมาถือไว้คู่กับไขควงและก้มหน้าลงไปใช้พวกมันจัดการบริเวณเกราะเท้าอยู่สักพัก ก่อนที่เธอจะเงยหน้าขึ้นมาปาดเหงื่อเม็ดเล็กๆ และร้องสั่งอลิซอีกครั้ง

 

“เอาล่ะ ไหนเธอลองใช้งานมันหน่อยสิอลิซ”

 

“หือ…? อื้อ”

 

อลิซที่กำลังมึนงงกับความเร็วในการจัดการของเอริกะอยู่นั้นได้ชะงักไปเล็กน้อย และลองส่งพลังลงไปในเกราะส่วนเท้าที่หน้าตาคล้ายๆ รองเท้าบู๊ทขนาดใหญ่ที่ทำจากเหล็กที่ซึ่งบริเวณหลังส้นเท้าทั้งสองข้างนั้นได้มีล้อขนาดเล็กถูกพับติดเอาไว้ข้างละหนึ่งอัน

 

แกร๊ก แกร๊ก!

 

ทันทีที่อลิซส่งพลังของเธอเข้าไป ล้อทั้งสองอันบริเวณส้นเท้าก็ได้ดีดตัวลงมาด้านล่างในทันที พร้อมๆ กับที่มีล้ออีกสองอันยื่นออกมาจากบริเวณส่วนใต้ของพื้นเกราะเท้าจนทำให้ร่างของอลิซถูกดันจนสูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย

 

“ฟู่ว— ระบบเปิดล้อเหมือนว่าจะไม่มีปัญหาอะไรสินะ ติดตรงที่ว่าหน้าตาตลกไปหน่อยแต่คงจะไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง…”

 

เมื่อเอริกะเห็นว่าอุปกรณ์ของเธอสามารถใช้งานได้อย่างไม่มีปัญหาเธอก็ถอนหายใจและพูดติดตลกออกมาเล็กน้อย ในขณะที่นากานั้นกำลังจ้องมองมันอยู่อย่างตกตะลึง

 

“น—นี่มันอะไรเนี่ยเอริกะ!?”

 

“อ่ะ จริงด้วยนายยังไม่รู้นี่เนอะ~ ไอเจ้าเนี่ยมันคือพาร์ทส่วนล่างรุ่นทดลองอีกอันนึง แต่ว่าไม่เหมือนกับอันก่อนหน้านี้ที่เป็นรุ่นสำหรับการบินหรอกนะ อันนี้น่ะมันสำหรับการเคลื่อนที่ภาคพื้นดิน ชื่อของมันก็คือ Prototype Lower Part Type.U ver.F ยังไงล่ะ~”

 

“โปรโ…. เอาเถอะ แล้วนี่มันทำอะไรได้บ้างล่ะ? มีล้อแบบนี้อย่าบอกนะว่าเอาไว้ใช้คู่กับตัวปล่อยไอพ่นที่เอวนั่นน่ะ?”

 

นากาที่ได้ยินชื่อยาวๆ ของมันเข้าก็มึนไปเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะหันไปก้มดูอุปกรณ์สำหรับเคลื่อนไหวภาคพื้นดินอะไรสักอย่างนั่นด้วยท่าทีตื่นเต้นเหมือนกับพรีมูล่าที่เห็นขนมไม่มีผิด

 

แต่ก็เหมือนกับว่าการมองดูมันอย่างเดียวจะไม่พอใจเขา นากาจึงได้ลองยื่นมือเข้าไปลูบๆ ดูจนมือของเขาเผลอไปสัมผัสกับต้นขาของอลิซเข้า ซึ่งนั่นก็ทำให้เธอสะดุ้งเฮือกและเผลอสะบัดขาเตะไปที่ใบหน้าของเขาอย่างจัง

 

ผลัวะ

 

“ท—ทำบ้าอะไรของนายเนี่ยหะ!?”

 

“หึหึ~ จะบอกให้นะว่าเจ้านี่น่ะมันสามาร——–”

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

แต่ว่ายังไม่ทันที่เอริกะจะได้โอ้อวดถึงคุณสมบัติของอุปกรณ์ที่เธอสรรค์สร้างขึ้นมาให้นากาได้ฟัง ก็ได้มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาขัดจังหวะเธอเข้าซะก่อน

 

“ประตูไม่ได้ล็อกเข้ามาได้เลยจ้ะ~”

 

“ผมเองครับคุณเอริกะ”

 

และผู้ที่เปิดประตูออกมานั้นก็คือคอนแนลนั่นเอง โดยเขาได้แง้มประตูเล็กน้อยและโผล่หัวเข้ามาในห้องพร้อมกับเอ่ยปากบอกสาเหตุที่เขาเข้ามารบกวนเธอ

 

“มีคนมาขอพบคุณเอริกะน่ะครับ เขาบอกว่าเป็นเรื่องด่วนที่จะต้องพบให้ได้ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นใครแต่เหมือนว่าจะไม่ได้มาจากทางวังหลวงนะครับ”

 

“…เรื่องด่วนหรอ?”

 

เอริกะที่ได้ยินแบบนั้นก็หรี่ตาลงเล็กน้อยและตัดสินใจที่จะเดินออกจากห้องออฟฟิศไปในทันที

 

ในขณะที่คอนแนลกำลังจะปิดประตูลงไปนั่นเอง เขาก็หันไปเห็นอลิซที่กำลังหมุนตัวไปมาบนล้อที่ติดอยู่ใต้รองเท้าเพื่อทรงตัวหลังจากที่เธอเหวี่ยงขาเตะใส่นากาไปอยู่ เขาจึงได้เอ่ยปากถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

 

“ว่าแต่คุณอลิซทำท่าแบบนั้นไม่เจ็บขาแย่หรอครับ? ให้ผมไปเอาไม้ค้ำมาให้มั้ยครับ?”

 

“ก็ไม่นะ… ก่อนหน้านี้ฉันกินยาที่ได้มาจากอารอนไปแล้วด้วย แล้วยังได้อุปกรณ์นี่ช่วยพยุงเอาไว้จนขาฉันไม่ได้รับน้ำหนักตรงๆ อีกต่างหาก”

 

“อุปกรณ์? อย่าบอกนะครับว่านั่นเป็นอุปกรณ์ใหม่ของคุณเอริกะน่ะครับ ขอผมดูใกล้ๆ หน่อยสิครับ!”

 

ทันทีที่คอนแนลได้ยินคำว่าอุปกรณ์ สายตาของเขาก็สะบัดไปยังโครงเหล็กที่ขาของอลิซในทันที และเมื่อเขาเห็นว่ามันน่าจะเป็นอุปกรณ์ชนิดใหม่ของเอริกะที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน เขาก็ได้รีบพุ่งตัวเข้าไปส่องดูมันใกล้ๆ อย่างรวดเร็ว

 

“ด—เดี๋ยว—!?”

 

ซึ่งถึงแม้ว่าอลิซจะสะดุ้งตกใจและพยายามขยับตัวถอยหลังไป แต่ว่าเธอก็ไม่สามารถทำได้ เพราะว่าขาของเธอถูกนากาที่เธอเตะลงไปนอนกองจับไปสำรวจดูบริเวณล้อที่ใต้พื้นเกราะเท้าซะแล้ว

 

“โอ้… สมแล้วที่เป็นคุณเอริกะ อุปกรณ์อันนี้ดูล้ำหน้ากว่าที่ใช้กันในทางการทหารอีกนะครับเนี่ย”

 

คอนแนลได้พูดขึ้นมาหลังจากที่เขาเห็นล้อบริเวณใต้พื้นเกราะเท้าที่ดูแล้วเหมือนว่าปกติมันจะถูกซ่อนเอาไว้เพื่อให้สะดวกกับการเดินหรือวิ่งในเวลาที่ไม่ต้องการใช้งาน

 

แต่ว่าคำพูดของคอนแนลนั้นก็ทำให้นากาต้องหันไปถามเพื่อนอัศวินของตนอย่างสงสัย

 

“เอ๊ะ? ไม่ใช่ว่าอุปกรณ์พวกนี้เอริกะเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเองหรอกหรอ?”

 

“จะว่าแบบนั้นมันก็ใช่ล่ะครับ… ถึงที่จริงแล้วแนวคิดเรื่องการนำอุปกรณ์เสริมพลังวิซมาใช้ในการต่อสู้นั่นจะมีมากันตั้งนานแล้วก็เถอะ อย่างพวกอาวุธที่ใช้คริสตัลวิซเสริมเข้าไปนั่นเองก็ใช่ แต่ว่าคนที่สร้างอุปกรณ์ชนิดพาร์ทเสริมหลายๆ ส่วนมาประกอบกันเป็นชุดเดียวแบบนี้เนี่ยมีแต่คุณเอริกะเขานั่นล่ะครับ แถมพาร์ทอันนี้ก็ยังถึงขั้นทำให้คุณอลิซที่บาดเจ็บที่ขาอยู่กลับมายืนได้สบายๆ เลยด้วย”

 

“แต่จากที่นายพูดก็หมายความว่าเมืองอื่นเริ่มมีการพัฒนาอุปกรณ์คล้ายๆ กับแบบนี้มาใช้กันแล้วไม่ใช่หรอ?”

 

“การที่เมืองอื่นจะคิดค้นอุปกรณ์ที่ทำได้คล้ายๆ กันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกสักเท่าไหร่หรอกครับ เพราะว่าเรื่องพาร์ทเสริมสำหรับการต่อสู้เนี่ยที่จริงแล้วมันก็อยู่ในตำนานของเทวทูตด้วยนะครับ เขาเล่ากันราวๆ ว่าเป็นชุดเกราะที่สามารถทำให้เคลื่อนที่ไปตามพื้นได้อย่างรวดเร็วหรือไม่ก็ชุดเกราะที่ทำให้สามารถบินบนฟ้าได้อะไรราวๆ นั้นน่ะครับ”

 

ทันใดนั้นเองอลิซที่เอือมกับสองหนุ่มที่เหมือนจะสนใจในตัวอุปกรณ์นั้นซะจนไม่สนใจความเป็นส่วนตัวของเธอเลยแม้แต่น้อยก็ได้ถอนหายใจและพูดขึ้นมาบ้าง

 

“เฮ้อ… แล้วนี่นายพูดว่าเจ้าพาร์ทอันนี้มันดูล้ำหน้ากว่าของที่นายเคยเห็น นี่หมายความว่าผ่านมาเป็นพันปีแล้วไม่มีใครสนใจจะเอามันมาพัฒนาต่อเลยใช่มั้ยเนี่ย?”

 

“เอ่อ… จะว่าแบบนั้นมันก็ใช่ล่ะมั้งครับ… เพราะเท่าที่ผมทราบไอเจ้าอุปกรณ์แบบนี้มันเพิ่งจะโผล่กลับมาอีกครั้งเมื่อไม่กี่สิบปีก่อนเอง แล้วตอนนี้เมืองต่างๆ ก็กำลังพยายามดึงตัวคุณเอริกะที่เชี่ยวชาญด้านนี้ที่สุดกันอย่างหนักเลยล่ะครับ

 

ส่วนหลักฐานก็คงจะเป็นพาร์ทที่มีอุปกรณ์ซ่อนอยู่อย่างที่คุณอลิซหรือคุณเวก้าใช้ แล้วก็พาร์ทส่วนอื่นๆ ที่น่าจะถูกเก็บไว้ในวังหลวงนั่นแหล่ะครับ”

 

“แต่ถ้าพวกนั้นสนใจจริงๆ ก็น่าจะมาติดต่อเอริกะหรือทางวังเอาเลยก็ได้นี่นา? เพราะว่าถ้าเกิดทุกที่สามารถผลิตพาร์ทพวกนี้ได้จริงๆ ก็น่าจะเป็นผลดีกับทุกคนไม่ใช่หรอ?”

 

นากาที่ได้ยินแบบนั้นก็เลิกคิ้วอย่างสงสัยว่าแต่ละเมืองจะพยายามดึงตัวเอริกะไปทำไม เพราะว่าดูจากการที่เอริกะเล่นส่งอุปกรณ์เกือบจะทุกอย่างที่เธอสร้างขึ้นมาไปให้กับทางวังหลวงแบบนั้นแล้ว เขาก็คิดว่าเอริกะคงจะไม่รู้สึกหวงสิ่งประดิษฐ์ของเธอสักเท่าไหร่หรอก

 

และการที่จะมีอุปกรณ์ที่สามารถช่วยให้คนบาดเจ็บหนักอย่างอลิซกลับมาเดินได้เป็นปกติถูกแจกจ่ายไปทั่วทุกเมืองก็ไม่น่าจะมีผลเสียอะไรเลยแม้แต่สักนิดเดียว

 

“งี่เง่าสุดๆ …”

 

ทันทีที่ได้ยินคำพูดของนากา อลิซก็ได้แต่เอามือมาปิดหน้าของตัวเองและพูดออกมาอย่างสมเพชต่อความไร้เดียงสาของเขา จนทำให้นากาที่ได้ยินแบบนั้นต้องหันไปมองเธอตาขวาง

 

“…เธอพูดแบบนี้หมายความว่าไงหะ?”

 

ปึ้ง!

 

“นากา! นายยังพอจะสู้ไหวอยู่มั้ย!?”

 

แต่ว่ายังไม่ทันที่อลิซจะได้ตอบอะไรกลับไปจู่ๆ ประตูห้องออฟฟิศก็ได้ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง พร้อมๆ กับที่เอริกะได้วิ่งตรงไปยังโต๊ะของเธออย่างร้อนรน จนทำให้นากาต้องรีบดีดตัวขึ้นมาจากพื้นและถามเอริกะกลับไปในทันที

 

“ห—ห่ะ? ก็ยังพอไหวอยู่ล่ะ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า?”

 

“มีเรื่องด่วนเข้ามาน่ะ! นายเอาของพวกนี้ไปแล้ววิ่งออกจากเมืองไปทางประตูทิศตะวันออกไม่ก็ทางเหนือเดี๋ยวนี้เลย แล้วก็เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการต่อสู้ด้วย เดี๋ยวฉันจะรีบส่งกำลังเสริมตามไป!”

 

เอริกะรีบพูดตอบกลับมาพลางเปิดลิ้นชักโต๊ะทำงานของเธอเพื่อคุ้ยหาเอาเครื่องสื่อสารขนาดเล็กและเข็มทิศออกมาโยนให้กับนากา

 

ก่อนที่เธอจะหันไปคว้าประแจกับไขควงที่เธอวางทิ้งเอาไว้ใกล้ๆ ขึ้นมาถือเอาไว้และผลักคอนแนลไปให้พ้นทางเพื่อที่เธอจะได้จัดการซ่อมพาร์ทที่อลิซสวมใส่อยู่ให้เร็วที่สุด

 

“ด—เดี๋ยวสิ นี่เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่เนี่ย?”

 

นากาที่เห็นว่าเอริกะไม่ยอมอธิบายอะไรเพิ่มเติมก็ได้พูดถามออกมาอย่างสงสัยโดยไม่มีท่าทีว่าจะเร่งรีบออกไปตามที่เอริกะสั่งเลยแม้แต่น้อย จนทำให้เอริกะต้องเงยหน้ากลับขึ้นมาแกว่งประแจในมือใส่เพื่อไล่ให้เขาออกเดินไปเร็วๆ สักที

 

“รีบๆ ไปได้แล้วน่า เดี๋ยวฉันจะอธิบายผ่านเครื่องสื่อสารอีกที!! เพื่อนของนายท่าทางจะแย่แล้วนะ!”

 

“หะ? เพื่อนฉันงั้นหรอ?”

 

คำพูดของเอริกะนั้นทำให้นากาพูดตอบกลับไปอย่างมึนๆ เพราะว่าเพื่อนๆ และคนรู้จักของเขาในเมืองนั้นส่วนมากก็รวมตัวกันอยู่ในบ้านหลังนี้แล้ว นอกจากนั้นก็มีอารอนที่น่าจะยังอยู่ที่โรงเรียน แล้วก็คาร์เทียร์กับนางพยาบาลที่เขาเพิ่งจะเจอกันที่คลินิกไปเมื่อสักครู่

 

ซึ่งเอริกะที่ได้เห็นความมึนของนากาเข้าไปแล้วก็ถึงกับปลงตกและหันมาอธิบายให้เขาฟังชัดๆ พร้อมกับโบกมือไล่เขาอีกครั้งหนึ่ง

 

“เมื่อกี้นี้มีสายของฉันมารายงานว่าพวกเขาตรวจพบกองกำลังไม่ทราบฝ่ายกำลังรวมกำลังพลกันอยู่แถวตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองน่ะ แล้วเขาก็บอกว่าเห็นเด็กผู้หญิงถือดาบคาตานะที่สวมเสื้อโค๊ทกันลมของโรงเรียนรีมินัสกำลังแอบมองพวกนั้นอยู่แถมทำท่าเหมือนจะเข้าไปสู้กับพวกนั้นด้วย …ในเมื่อรู้เรื่องแล้วก็รีบๆ ไปได้แล้ว”

 

“เสื้อกันลมกับคาตานะ? เซซิลหรอ!? งั้นฉันจะรีบไปเดี๋ยวนี้ล่ะ!!”

 

“เดี๋ยวสิครับนากา! รอผมด้วย!!”

 

ทันทีที่คอนแนลเห็นว่านาการีบวิ่งออกไปแบบนั้น เขาก็ทำท่าเหมือนกับว่าจะวิ่งออกไปด้วยเช่นเดียวกัน แต่ว่าเอริกะก็ได้คว้ามือของเขาเอาไว้และร้องห้ามออกมาซะก่อน

 

“ไม่ได้!! ถึงจะบอกว่าเป็นกองกำลังไม่ทราบฝ่ายก็เถอะแต่ก็มีความเป็นไปได้ว่าพวกนั้นอาจจะเป็นทหารของเมืองไหนสักเมือง เพราะงั้นเบื้องบนคงจะไม่อยากให้อัศวินอย่างนายเข้าไปยุ่งด้วยหรอก ไม่งั้นมันอาจจะกลายเป็นข้อพิพาทระหว่างเมืองเลยก็ได้นะ!!”

 

“ต—แต่ว่า!”

 

“ถ้านายอยากช่วยก็มาช่วยฉันซ่อมเจ้านี่แทนละกัน ยิ่งเสร็จเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี ฉันจะได้แบ่งสมาธิไปอธิบายสถานการณ์ให้นากาฟังได้”

 

ทันทีที่เอริกะพูดจบ เธอก็โยนไขควงและประแจในมือไปให้คอนแนล ก่อนที่เธอจะรีบลุกขึ้นไปหยิบเอาเครื่องสื่อสารอีกเครื่องมาใส่หูของตนเพื่อที่จะติดต่อไปหานากาที่วิ่งออกไปยังจุดเกิดเหตุแล้วในทันที

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 42 Never-ending Mishap"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved