cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 40 Last Testament

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 40 Last Testament
Prev
Next

หลังจากนั้นไม่นานเอริซาเบธก็ได้เดินนำนากาและพรีมูล่าไปยังประตูเลื่อนบานหนึ่งที่อยู่ตรงด้านข้างของอาคารเรียนก่อนที่เธอจะเลื่อนมันให้เปิดออก ทำให้พวกเขาทราบว่าบานประตูที่พวกเขาคิดว่ามันคือประตูข้างของอาคารเรียนนั้นแท้จริงแล้วคือประตูของห้องพยาบาลนั่นเอง
 

และที่ด้านในของห้องพยาบาลก็มีอัลเบิร์ตที่กำลังนั่งคุยอยู่กับรีซาน่า ในขณะที่เซซิลซึ่งไม่ได้ไปร่วมวงด้วยนั้นก็กำลังยืนกอดอกจ้องมองโมโกะที่นอนสลบอยู่บนเตียงด้วยสีหน้านิ่งเฉย

 

“เป็นไงกันบ้างทุกคน~”

 

“อ่ะ อาจารย์เอริมาได้จังหวะพอดีเลยค่ะ”

 

“กว่าจะมาได้นะยัยจิ้งจอก”

 

เอริซาเบธที่ได้ยินนักเรียนในห้องเรียกเธอด้วยคำพูดที่ไม่เข้าหูสักเท่าไหร่นักถึงกับคิ้วกระตุกเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะทำหน้ายิ้มๆ และเดินเข้าไปทุบหัวรีซาน่าทีหนึ่งเบาๆ

 

โป๊ก!!

 

“โอ๊ย– อะไรกันล่ะคะ!?”

 

“นี่เธอเมินคนที่เรียกเธอว่ายัยจิ้งจอกแล้วไปทุบหัวคนที่เรียกเธอว่าอาจารย์เนี่ยนะ?”

 

“ที่ฉันเรียกว่ายัยจิ้งจอกก็เพราะว่ายัยนั่นสมควรโดนเรียกแบบนั้นไงล่ะ แล้วอีกอย่างนึงถ้าเป็นนอกเวลาเรียนขอแค่ไม่ใช่คำหยาบคายหรือคำว่าอาจารย์จะเรียกยัยนั่นยังไงก็ได้ทั้งนั้นนั่นแหล่ะ”

 

หลังจากที่นากาได้เอ่ยปากถามเอริซาเบธอย่างมึนๆ อัลเบิร์ตที่กำลังจ้องมองนากาด้วยสายตาไม่เป็นมิตรเท่าไหร่นักก็ได้พูดตอบขึ้นมาแทนให้ ซึ่งรีซาน่าที่ได้ยินคำตอบของเขาเข้าไปก็ได้ร้องโวยวายออกมา

 

“แล้วคำว่ายัยจิ้งจอกมันไม่หยาบคายตรงไหนกันคะ…!?”

 

“หึ อย่างน้อยฉันก็ไม่ได้โดนเขกหัวเหมือนเธอละกัน”

 

อัลเบิร์ตที่โดนรีซาน่าโวยวายใส่นั้นก็ทำเพียงแค่ยักไหล่กลับไปอย่างกวนๆ โดยปล่อยให้เอริซาเบธพูดอธิบายออกมาแทน

 

“ถ้าเป็นนอกเวลาเรียนพวกเธอจะเรียกฉันยังไงก็ได้อยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเป็นในเวลาเรียนหรือว่ามีอาจารย์คนอื่นอยู่ด้วยก็เรียกฉันว่าอาจารย์ละกันนะ เพราะถ้าเกิดว่าอาจารย์คนอื่นได้ยินขึ้นมาพวกเธอนั่นล่ะที่จะซวยเอง~”

 

“เอ๋ แต่อาจารย์ที่หมู่บ้านของหนูต่อให้เป็นนอกเวลาเรียนเขาก็ยังบังคับให้เรียกว่าอาจารย์ทุกครั้งเลยนะ”

 

“นั่นสิ… แล้วเธอโอเคกับการถูกเรียกว่ายัยจิ้งจอกด้วยหรอน่ะ?”

 

คำพูดของสองพี่น้องนั้นทำให้เอริซาเบธยักไหล่ให้พวกเขาตามอัลเบิร์ตไป ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจอะไรนัก

 

“ก็นะ พวกที่ชอบให้นักเรียนเรียกตัวเองอย่างเคารพนับถือมันก็มีอยู่บ้างนั่นล่ะ แต่พวกเธอก็คิดเอาเองละกันว่าคนพวกนั้นเขาทำตัวน่านับถือจริงๆ หรือเปล่าน่ะ ส่วนเรื่องที่จะเรียกฉันยังไงนี่ก็ตามที่อัลเบิร์ตเขาพูดนั่นล่ะ ขอแค่ไม่ใช่คำหยาบก็พอแล้ว~”

 

“เห็นมั้ยล่ะ ขนาดยัยนี่ยังพูดออกมาเองเลย เพราะงั้นฉันไม่ผิดเลยสักนิดเดียว”

 

“เอ๋~ ถ้าพี่เอริพูดแบบนั้น งั้นเวลาอยู่ด้วยกันหนูขอเรียกว่าพี่เอริเหมือนเดิมละกันนะ~”

 

นากาที่ได้ยินพรีมูล่าพูดออกมาอย่างร่าเริงนั้นก็แทบจะกุมหัวตัวเองก่อนจะพูดเตือนในสิ่งที่ไม่น่าจะเข้าหัวน้องสาวของเขาซ้ำไปอีกทีหนึ่ง

 

“เฮ้อ… ไม่ใช่ว่าเธอก็กะจะทำแบบนั้นอยู่แล้วหรือไงน่ะ… แต่ว่าเวลาอยู่ในคาบเรียนหรือว่าเวลาอยู่ในเขตโรงเรียนแล้วมีคนอื่นอยู่ด้วยก็เรียกเอริเขาว่าอาจารย์ด้วยละกัน…. อ่ะ—”

 

ในขณะที่นากากำลังพูดเตือนพรีมูล่าอยู่นั่นเอง เขาก็เหลือบไปเห็นเซซิลที่ยืนกอดอกมองดูอาการของโมโกะอยู่เงียบๆ นั้นได้เงยหน้าขึ้นมาจ้องมองเขาด้วยสายตาอาฆาตตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ซึ่งนากาที่เห็นอีกฝ่ายกำลังจ้องตนแบบตาไม่กะพริบนั้นก็พยายามที่จะยิ้มตอบกลับอีกฝ่ายไป

 

“……”

 

แต่ก็เหมือนกับว่ารอยยิ้มของเขานั้นได้ไปกระตุ้นต่อมอะไรของอีกฝ่ายเข้า จนทำให้เธอหน้านิ่วคิ้วขมวดไปยิ่งกว่าเดิมซะอีก และเมื่อเป็นแบบนั้นนากาก็ไม่มีทางเลือก จึงได้แต่เอาแขนของเขาไปคล้องคอของอัลเบิร์ตที่เป็นผู้ชายอีกคนและเหมือนว่าจะเป็นเพื่อนของอีกฝ่ายเข้ามากระซิบถามใกล้ๆ

 

“น—นี่ ไหงเซซิลเขาจ้องมาทางฉันเขม็งแบบนั้นล่ะ?”

 

“จะเข้ามาใกล้ทำไมฟะ หยะแหยงเฟ้ย!”

 

ถึงแม้ว่าอัลเบิร์ตจะพยายามดันหน้าของเขาให้ออกห่างไปแล้วยังพูดขึ้นมาแบบไม่เกรงใจเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ว่าอัลเบิร์ตก็ยังยอมหันไปมองท่าทางของเซซิลให้นากาอยู่ดี

 

และเมื่อเขาหันไปเห็นเซซิลที่กำลังยืนจ้องนากาที่อยู่ข้างๆ ด้วยสายตาเคียดแค้นก็ทำให้เขาที่ยืนอยู่ระหว่างนากากับเซซิลนั้นเหงื่อไหลพรากและรีบกระซิบตอบกลับไปเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ยอมปล่อยคอของเขาไวๆ

 

“นี่นายไปทำอะไรให้ยัยนั่นโกรธหรือเปล่าน่ะ? ปกติถึงยัยนั่นจะไม่ค่อยพูดก็เถอะ แต่ว่าก็ไม่ถึงขั้นจ้องกันเหมือนจะฟันคอให้ขาดแบบนี้นะ”

 

“ฉันก็เพิ่งจะเจอกับเซซิลวันนี้เนี่ยแหล่ะ!ที่ทำก็มีแค่ประดาบกันแล้วก็เตะเธอให้พ้นจากขวานของรีซาน่า อีกอย่างก็ผละมือจากเธอไปช่วยน้องสาวของฉันน่ะ…”

 

นากาที่พยายามนึกถึงเรื่องที่เขาทำหลังจากที่ได้เจอกับเซซิลก็ค่อยๆ ไล่พูดขึ้นมาตามที่เขาคิดออก และสิ่งที่เขาพูดนั้นก็ทำให้อัลเบิร์ตแทบจะตาเหลือก

 

“นี่นายจะบ้าเรอะ!!ไปเตะยัยนั่นแบบนั้นน่ะ แล้วยังผละมือจากการประลองอีก แบบนั้นยัยนั่นไม่โกรธก็แปลกแล้ว!”

 

“ต—แต่นั่นมันเพราะว่าฉันเห็นเธออยู่วิถีขวานของรีซาน่านะ… แล้วที่ผละมือไปก็เพราะว่าจะหาโอกาสไปช่วยน้องสาวฉันแค่นั้นเอง… —-!?”

 

ในระหว่างที่นากากำลังอธิบายเหตุผลที่เขาทำมันลงไปให้อัลเบิร์ตฟัง เซซิลก็ได้เอื้อมมือไปหยิบดาบของเธอมาถือเอาไว้และเดินตรงมายังพวกเขาโดยไม่พูดไม่จา

 

“ซวยแล้วไง!ยัยนั่นเดินมาทางนี้แล้ว ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ ถ้านายอยากโดนเชือดก็โดนไปคนเดียวสิ!!”

 

“นายน่ะ…ชื่อนากาสินะ…?”

 

“—!? ครับ!! นากาเองครับ!”

 

“รอบหน้าฉันกับนาย…แค่สองคน…”

 

“อ—เอ๋?”

 

ทันทีที่เซซิลพูดจบ เธอก็เดินไปหาเอริซาเบธและพูดอะไรบางอย่างกันเล็กน้อย ก่อนที่เซซิลจะค้อมหัวลงให้กับเอริซาเบธและหันหลังกลับพร้อมกับเดินออกจากห้องพยาบาลไปในทันที

 

ส่วนทางด้านนากาที่ไม่ได้เข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายจะสื่อเลยแม้แต่น้อยก็ได้แต่หันไปมองอัลเบิร์ตที่โดนเขาล็อกคออยู่สีหน้ามึนๆ

 

“จะหันมาทางนี้ทำไมเล่า!”

 

“ที่เซซิลเขาพูดว่า ‘แค่สองคน’ นั่นหมายความว่าไงน่ะ?”

 

“หา? แล้วฉันจะไปรู้มั้ยเล่า!?”

 

ถึงแม้ว่าอัลเบิร์ตจะโวยวายกลับมา แต่ว่าเขาก็ก้มหน้าลงและพยายามช่วยนากานึกถึงสิ่งที่เซซิลต้องการจะสื่อ

 

“…แต่ว่าอย่างยัยนั่น สมองไม่น่าจะคิดอะไรนอกจากเรื่องการฝึกวิชาดาบหรอก ถ้าพูดว่าแค่สองคนก็คงจะหมายถึงคราวหน้ามาสู้กันตัวต่อตัวอะไรแบบนั้นล่ะมั้ง”

 

“นี่หมายความว่าฉันโดนเซซิลท้าดวลกันตัวต่อตัวงั้นหรอ?”

 

“ก็น่าจะเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง แต่ถ้านายอยากรู้จริงๆ ก็ลองไปถามเจ้าตัวดูเองสิ …แล้วก็ปล่อยฉันได้แล้ว”

 

อัลเบิร์ตได้ตอบคำถามนากากลับไป ก่อนจะสะบัดตัวเองให้หลุดจากแขนของนากาที่ล็อกคอของตนอยู่ แล้วจึงเสยเส้นผมสีม่วงของเขาให้เข้าที่เข้าทางและเดินกลับไปนั่งใกล้ๆ รีซาน่าตามเดิม

 

ในขณะที่นากานั้นก็หันไปมองสำรวจดูรอบๆ ห้องพยาบาล และพบว่านอกจากเตียงริมกำแพงที่โมโกะนอนอยู่แล้วก็ยังมีเตียงอีกสองเตียงที่พวกอัลเบิร์ตกับเอริซาเบธแล้วก็พรีมูล่าได้เอามาใช้เป็นที่นั่งคุยกัน

 

และทางด้านกำแพงอีกฝั่งนั้นก็มีตู้ยาขนาดใหญ่สองตู้ตั้งอยู่ติดกัน แล้วใกล้ๆ กันก็ยังมีโต๊ะเขียนเอกสารตั้งอยู่ด้วย

 

“แล้วนี่อาจารย์ประจำห้องพยาบาลหายไปไหนล่ะ? หรือว่าเพราะปิดภาคเรียนอยู่ก็เลยให้นักเรียนดูแลกันเองน่ะ?”

 

“ม… ไม่ใช่แบบนั้นหรอกค่ะนากาคุง เมื่อกี้นี้ผู้ช่วยอาจารย์เขายังอยู่ในห้องเลยนะคะ แต่ว่าเธอเพิ่งจะออกไปหยิบเอกสารก่อนที่พวกนากาคุงจะเข้ามาเองน่ะค่ะ”

 

“ผู้ช่วยอาจารย์หรอ?”

 

“หึหึหึ~”

 

ทันใดนั้นเองเอริซาเบธที่นั่งฟังเหล่านักเรียนของเธอคุยกันอยู่นั้นก็ได้ยกมือขึ้นมาป้องปากและแอบหัวเราะออกมาเล็กน้อย จนทำให้นากาและพรีมูล่าต้องรีบหันไปมองเธออย่างไม่ไว้วางใจในทันที ในขณะที่อัลเบิร์ตนั้นก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“เฮ้อ… ยัยนี่หัวเราะแบบนี้หมายความว่าแอบวางแผนอะไรไว้อีกแหงๆ”

 

“นั่นสิ พี่เอริหัวเราะแบบนี้มันต้องมีประเด็นแน่เลยอ่ะ!”

 

“เปล๊าาาา~ เดี๋ยวพวกเธอก็รู้เองแหละไม่ต้องรีบหรอก~”

 

“เธอพูดแบบนี้ยิ่งไม่น่าไว้ใจเข้าไปใหญ่…”

 

ครืดดดดดด—ปึก!

 

หลังจากที่นากาขมวดคิ้วพูดกับเอริซาเบธได้ไม่นาน ประตูของห้องพยาบาลทางฝั่งด้านในตัวอาคารนั้นก็ถูกดันให้เปิดออก พร้อมๆ กับที่มีเด็กสาวร่างเล็กในชุดเดรสสีขาวคนหนึ่งเดินเข้ามา โดยที่ในมือของเธอก็อุ้มกล่องเอกสารจำนวนหนึ่งที่ซ้อนกันจนสูงท่วมหัวมาด้วย

 

“ล—หลบหน่อยค่ะ ขอทางหน่อยค่าาาา!”

 

เสียงที่ฟังดูคุ้นหูของเด็กสาวตรงหน้าดังขึ้นมาให้นากาได้ยิน ก่อนที่เด็กสาวตรงหน้าจะเดินผ่านเขาไปเพื่อที่จะวางกล่องเอกสารเหล่านั้นไว้บนโต๊ะที่เขานั่งอยู่ โดยเผยให้เห็นเส้นผมยาวสีเทาและใบหน้าที่ดูคุ้นตา

 

“ฟู่ว… นึกว่าจะทำตกซะแล้วสิ… อ๊ะ สวัสดีค่ะพี่นากากับพี่พรีมูล่า มาทำอะไรกันที่นี่หรอคะ?”

 

“อ๊ะ แมร—- คาร์เทียร์จังนี่นา! ยังปลอดภัยอยู่เหมือนกับที่พี่นากาบอกจริงๆ ด้วยอ่ะ!!”

 

“พ—พี่พรีมูล่า!? ด—เดี๋ยวก่อนสิคะ–”

 

ทันทีที่พรีมูล่าสังเกตเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายนั้น เธอก็เกือบจะเผลอหลุดปากชื่อที่แท้จริงของเด็กสาวตรงหน้าออกมา แต่ว่าเธอก็สามารถยั้งปากเอาไว้ได้ทันและพุ่งเข้าไปกอดพร้อมกับเอาแก้มถูกหน้าของอีกฝ่ายไปมาโดยไม่สนเสียงร้องห้ามของเด็กสาวเลยแม้แต่น้อย จนทำให้นากาต้องรีบดึงคอเสื้อของพรีมูล่าออกมาก่อน

 

“นั่นมันคำถามของฉันต่างหากล่ะคาร์เทียร์ พวกฉันน่ะมาเข้าสอบที่นี่ แต่ว่าทำไมรีซาน่าเขาถึงพูดเหมือนกับว่าเธอเป็นผู้ช่วยอาจารย์ประจำห้องพยาบาลเลยล่ะ?”

 

นากาเอ่ยปากถามคาร์เทียร์ออกมาด้วยความประหลาดใจ โดยมีพรีมูล่าพยักหน้าหงึกๆ เสริมอยู่ข้างๆ

 

แต่ว่ายังไม่ที่คาร์เทียร์จะได้ตอบอะไรกลับมา อัลเบิร์ตที่ได้ยินพรีมูล่าหลุดปากอะไรบางอย่างออกมาแถมยังพูดเหมือนกับว่าเด็กสาวที่เพิ่งจะเข้ามาในห้องเคยเจอกับอันตรายอะไรบางอย่างจนทำให้พรีมูล่าต้องเป็นห่วงความปลอดภัย

 

เขาก็คิดว่ากลุ่มคนตรงหน้าคงจะรู้จักกันมาก่อนและอาจจะมีเรื่องอะไรบางอย่างที่อยากเก็บไว้เป็นความลับ เขาจึงได้ตัดสินใจที่จะพูดแทรกขึ้นมาและดึงตัวรีซาน่าให้ตามเขาไปในทันที

 

“ในเมื่อหมดเรื่องแล้วแบบนี้ เดี๋ยวฉันพารีซาน่าไปจัดการเอกสารที่พวกอาจารย์เขาฝากให้ทำก่อนละกัน พวกนายก็คุยกันไปตามสบายเลย”

 

“อ—เอ๋ะ? พวกเรามีอะไรแบบนั้นต้องทำด้วยหร—”

 

“ชู่ว! ยัยเขาทุยนี่ เงียบไว้แล้วตามฉันมาเถอะหน่า!”

 

“อย่ามาพูดเหมือนกับว่าคนอื่นเขาเป็นควายกันแบบนั้นสิคะ!!”

 

รีซาน่าที่ได้ยินว่าพวกเธอต้องไปจัดการเอกสารนั้นก็พูดขึ้นมาด้วยท่าทีสับสน แต่ว่าอัลเบิร์ตก็รีบเอามือมาอุดปากของเธอเอาไว้ในทันทีและรีบลากเธอให้ตามไปด้วยกันอย่างรวดเร็ว

 

“แหม~ เซ้นส์ดีจังเลยนะอัลเบิร์ตเนี่ย แต่ว่าต่อให้พริมจังเผลอหลุดปากออกมาจริงๆ นากาคุงก็น่าจะหาข้ออ้างได้อยู่แล้วนี่นะ~”

 

“น…นั่นสินะคะ”

 

เอริซาเบธที่มองไล่หลังอัลเบิร์ตไปนั้นก็แอบยิ้มออกมาเล็กน้อยและพูดขึ้นมา โดยคาร์เทียร์เองยืนพยักหน้าเห็นด้วยอยู่ข้างๆ ก่อนที่เธอจะหันกลับไปตอบคำถามของนากาที่ถามเอาไว้ก่อนหน้านี้

 

“พอดีว่าก่อนหน้านี้พี่เอริกะเขามาชวนให้หนูเข้าเรียนที่นี่ด้วยน่ะค่ะ เห็นบอกว่าเพราะไหนๆ หนูก็ต้องแวะมาช่วยงานที่ห้องพยาบาลนี่บ่อยๆ อยู่แล้ว”

 

“แล้วเธอก็เลยตอบตกลงไปน่ะนะ?”

 

“ค่ะ แต่ว่าพี่เอริกะเขาเป็นห่วงว่าหนูจะยังควบคุมพลังได้ไม่คล่อง ก็เลยส่งให้หนูมาเป็นผู้ช่วยห้องพยาบาลนี่ไปก่อนน่ะค่ะ”

 

“เห~ แล้วแบบนี้พี่อารอนเขาไม่เป็นห่วงแย่หรอคาร์เทียร์จัง? ปกติเห็นขี้กังวลจะตายนี่นา~”

 

เมื่อพรีมูล่าได้ยินว่าเอริกะได้ส่งคาร์เทียร์มาทำงานอยู่ในห้องพยาบาลของโรงเรียนแบบนี้ เธอก็ถามออกมาอย่างแปลกใจว่าพี่อารอนของพวกเธอนั้นยอมปล่อยเด็กสาวคนนี้มาตัวคนเดียวได้ยังไง

 

“เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอกค่ะ ถ้าเกิดว่าหนูมาเป็นผู้ช่วยห้องพยาบาลแบบนี้ แล้วยังจะมีโอกาสได้เป็นนักเรียนของที่นี่ด้วย เผลอๆ หนูจะได้อยู่กับพี่อารอนเขาบ่อยกว่าอยู่เฉยๆ ที่คลินิกอีกนะคะ”

 

“เอ๋ะ?”

 

“เอ๋?”

 

คำตอบของคาร์เทียร์นั้นทำให้นากาได้แต่ส่งเสียงร้องออกมาเบาๆ ด้วยความสับสนว่าตัวเองฟังอะไรพลาดไปหรือเปล่า แต่ว่าเมื่อคาร์เทียร์เห็นท่าทางของนากาแล้วเธอก็ร้องกลับมาอย่างประหลาดใจเช่นเดียวกัน ในระหว่างที่เอริซาเบธนั้นก็กำลังพยายามกลั้นขำอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่

 

“คิกคิกคิก~”

 

แต่ว่าก่อนที่นากาจะได้หันไปคาดคั้นเอริซาเบธว่าเธอแอบปิดปังเรื่องอะไรเอาไว้เพื่อความสนุกส่วนตัวอีกหรือเปล่า เขาก็เหลือบไปเห็นร่มเก่าๆ สีดำอันหนึ่ง ที่เขามั่นใจว่าเคยเห็นคนคนหนึ่งพกมันไว้แทบจะตลอดเวลาตั้งแต่สมัยเขายังเด็กซะก่อน

 

“เดี๋ยวนะ ร่มคันนั้น— อย่าบอกนะว่าอาจารย์ประจำห้องพยาบาลที่ว่านั่น—”

 

 

“บ้านนนนนน~!”

 

ตุ๊บ!

 

ทางด้านเอริกะที่แอบกลับมาบ้านก่อนโดยไม่รอพวกนากานั้นก็ได้ร้องออกมาอย่างดีใจและโดดลงไปนอนแผ่อยู่บนโซฟาของห้องนั่งเล่นด้วยท่าทีอ่อนแรงในทันที

 

ก่อนที่คอนแนลที่ได้ยินเสียงของเอริกะนั้นจะโผล่หน้าออกมาจากห้องครัวและพูดต้อนรับเอริกะขึ้นมา

 

“อ่ะ— ยินดีต้อนรับกลับมาครับคุณเอริกะ แล้วคนอื่นๆ ล่ะครับ?”

 

“พวกนากาเขาเดินเล่นกันอยู่ที่โรงเรียนน่ะ ส่วนโมโกะก็ร่วงไปอีกรอบแล้วเพราะว่าฝืนตัวเองมากไปในระหว่างสอบ แต่ว่าถึงมือหมอแล้วล่ะ ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงหรอก”

 

“งั้นหรอครับ… อ้อ แล้วก็เมื่อสักครู่นี้เจ้าแผ่นสี่เหลี่ยมสีดำที่คุณเอริกะบอกว่าเป็นอุปกรณ์สื่อสารมันดังขึ้นมาอีกแล้วน่ะครับ ถึงผมจะห้ามไว้แล้วก็เถอะ แต่ว่าอลิซเขาบอกว่าอาจจะเป็นเรื่องด่วนก็ได้ก็เลยเข้าไปรับสายให้แทนน่ะครับ”

 

“หะ…?”

 

ทันทีที่เอริกะได้ยินคำพูดของคอนแนล สีหน้าอันอ่อนเพลียของเธอก็ได้เปลี่ยนกลายเป็นระแวดระวังในทันที ก่อนที่เธอจะยันตัวเองให้ลุกขึ้นมานั่งและถามคอนแนลด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

“เครื่องนั่นมันอยู่ในห้องออฟฟิศของฉันไม่ใช่หรอ? แล้วอลิซเขาเข้าไปได้ยังไงน่ะ?”

 

“เอ๋ะ? ก็เปิดประตูเข้าไปเฉยๆ เลยนี่ครับ ผมเห็นอลิซเขาแค่จิ้มๆ ที่ตัวกลอนประตูเท่านั้นเองนะครับ”

 

“เปิดเข้าไปได้หรอ… ถ้างั้นเดี๋ยวฉันไปถามเจ้าตัวเองเลยก็ละกัน เธอยังอยู่ในห้องของฉันหรือเปล่าน่ะ?”

 

“ครับ ผมยังไม่เห็นเธอออกมาจากห้องออฟฟิศเลยนะครับ”

 

คอนแนลที่กำลังเดินกลับเข้าไปทำอะไรสักอย่างในครัวนั้นไม่ได้เห็นสีหน้าจริงจังของเอริกะเลยแม้แต่น้อย เขาจึงได้ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงสบายๆ เพราะคิดว่าเอริกะคงจะบอกวิธีเปิดห้องออฟฟิศของเธอไว้ให้กับอลิซเผื่อในกรณีฉุกเฉิน

 

แต่ว่าทันทีที่เอริกะได้ยินคำยืนยันจากปากของคอนแนลแล้ว เธอก็ลุกขึ้นจากโซฟาและไปหยิบเอาหนังสือเล่มหนึ่งออกมาจากชั้นหนังสือและยัดมันใส่กระเป๋าเสื้อกาวน์ของตัวเองไป ก่อนที่เธอจะรีบเดินตรงเปิดประตูออฟฟิศของตนอย่างรีบร้อน

 

ปึ้ง!

 

ทันทีที่เอริกะลอดกายเข้าไปในห้องออฟฟิศแล้วเธอก็รีบปิดประตูลงในทันที และหันไปมองยังหญิงสาวร่างเล็กที่กำลังนั่งอยู่บนโต๊ะทำงาน โดยข้างกายของเธอนั้นก็มีอุปกรณ์ที่หน้าตาคล้ายกับยูนิตที่เวก้าขโมยไปจากห้องเก็บอุปกรณ์ในวังหลวงวางเอาไว้

 

ซึ่งเด็กสาวผมสีขาวตรงหน้าเธอก็ได้ละสายตาจากอุปกรณ์บนโต๊ะและเงยหน้าขึ้นมามองเอริกะที่กำลังปิดล็อกประตูอย่างแน่นหนาอยู่โดยไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

“…เธอเข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง”

 

“พอดีว่าฉันรู้รหัสผ่านของห้องนี้น่ะ… รวมถึงรหัสของเจ้าโทรศัพท์นี่ด้วย…”

 

“เธ—”

 

แต่ยังไม่ทันที่เอริกะจะได้พูดอะไรออกมา อลิซก็ได้หยิบเอาแผ่นโลหะสี่เหลี่ยมสีดำขึ้นมาให้เอริกะดู ก่อนที่เธอแตะไปที่ด้านที่เป็นกระจกใสของมันจนมันเรืองแสงออกมา

 

ปิ๊บ

 

ทันทีที่เห็นแบบนั้น เอริกะก็ขมวดคิ้วด้วยท่าทีเคร่งเครียดและพูดถามเธอด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวออกมาในทันที

 

“อลิซ…นี่เธอเป็นใครกันแน่”

 

“เอาเป็นว่าฉันไม่ใช่ศัตรูของเธอก็ละกัน…”

 

“ไม่ใช่ศัตรูงั้นหรอ…”

 

อลิซพูดตอบเอริกะกลับมาสั้นๆ ก่อนที่เธอจะโยนแผ่นโลหะสีดำที่เธอเรียกมันว่าโทรศัพท์กลับคืนไปให้เอริกะและพูดออกมาต่อ

 

“พวกเซซิเรียเขาติดต่อมา… เห็นบอกว่าเสาสัญญาณทางตอนเหนือจะถูกโจมตีน่ะ…”

 

“—!? แล้วพวกนั้นเป็นอะไรหรือเปล่า?”

 

“นอกจากนิลิมที่ถูกปักแขนเอาไว้ด้วยกันตั้งแต่ที่แพนเทร่ากับเรื่องที่ถูกคนไล่ตามมาจนเกือบจะถึงรีมินัสก็ไม่มีอะไรมากหรอก… เหมือนว่าจะได้ชาวบ้านแถวนั้นช่วยเอาไว้พอดีน่ะ”

 

เอริกะที่ได้ยินอลิซตอบกลับมาแบบนั้นก็พอจะโล่งใจขึ้นมาได้บ้าง แต่ว่าเธอก็ยังคงจ้องมองอลิซอย่างระมัดระวังอยู่ดี พร้อมกับพยายามลองถามดูเผื่อว่าอลิซจะเผลอหลุดปากอะไรออกมาให้เธอได้รู้

 

“งั้นหรอ… แล้วตอนที่เธอรับสายเธอตอบพวกนั้นไปว่าอะไรล่ะ? ถ้าเซซิเรียเขาไม่ได้ยินเสียงของฉันก็คงจะถามขึ้นมาอยู่แล้วใช่หรือเปล่าล่ะ?”

 

“ก็พูดไปตามจริงนั่นล่ะ ว่าฉันเป็นสมาชิกคนใหม่ของกลุ่มเธอ แล้วเธอก็ติดธุระอยู่ฉันเลยมารับสายให้แทน… ส่วนเรื่องแขนของนิลิมก็แค่บอกไปว่าให้รีบกลับมาให้อารอนรักษาให้เหมือนกับทุกทีนั่นล่ะ”

 

“รู้เรื่องระหว่างสองคนนั้นด้วยหรอ… ถ้ารู้ขนาดนั้นแล้วเซซิเรียจะไม่สงสัยก็คงไม่แปลกหรอก”

 

เอริกะพูดตอบกลับมาพลางเอามือที่กำลังถือเครื่องโทรศัพท์นั้นใส่เข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์เหมือนกับว่าจะเก็บมันใส่กระเป๋า และทันใดนั้นเองก็ได้มีละอองแสงสีขาวเม็ดเล็กๆ ฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง พร้อมๆ กับที่เอริกะได้เผยสีหน้าเคร่งเครียดออกมาอีกครั้งและเอ่ยปากถามอลิซซ้ำขึ้นมา

 

“แต่ว่าเรื่องของสองคนนั้นเอาไว้ก่อนดีกว่า… ตอนนี้บอกมาได้แล้วว่าเธอเป็นใครกันแน่!!”

 

ถึงแม้ว่าจะเห็นเอริกะมีท่าทีเคร่งเครียดและยังมีละอองแสงแบบเดียวกับตอนที่เธอเรียกดาบของตนออกมาฟุ้งกระจายอยู่เต็มห้องก็ตาม

 

แต่ว่าอลิซก็ทำเพียงแค่ยื่นมือของตนออกมาหงายขึ้นอยู่เบื้องหน้าจนทำให้เกิดละอองแสงขึ้นมาอีกจำนวนหนึ่ง และละอองแสงที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นมานั้นก็ได้พุ่งเข้ามารวมกันอยู่ที่เหนือฝ่ามือของเธอ

 

“ก่อนหน้านี้ฉันก็บอกแล้วไม่ใช่หรอ… ว่าฉันมีของที่จะโชว์ให้เธอเห็นนอกจากดาบนั่นเหมือนกันน่ะ…”

 

ทันทีที่อลิซพูดจบ ละอองแสงที่รวมตัวบนฝ่ามือของเธอนั้นก็ได้กระจายตัวออกไป และเผยให้เห็นหนังสือปกสีน้ำตาลประดับลายบางๆ เล่มหนึ่งที่กำลังลอยหมุนอยู่ช้าๆ อยู่เหนือฝ่ามือของเธอ

 

“หนังสือนั่น—!?”

 

เอริกะที่เห็นหนังสือเล่มนั้นได้เผยสีหน้าตื่นตะลึงออกมา ก่อนที่เธอจะหยิบเอาหนังสือเล่มที่เธอหยิบติดตัวมาด้วยก่อนจะเดินเข้ามาในออฟฟิศออกมา ซึ่งทั้งสี ขนาด และลวดลายบนหน้าปกของมันนั้นก็เหมือนกับหนังสือเล่มที่ลอยอยู่เหนือฝ่ามือของอลิซอย่างไม่มีผิดเพี้ยน

 

“เอริกะ ซิกมอร์… มีคนฝากเจ้านี่มาถึงเธอ…”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 40 Last Testament"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved