cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 38 Chance to Redemption

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 38 Chance to Redemption
Prev
Next

หลังจากที่นากาได้วิ่งไล่ตามเอริซาเบธไปตามถนนริมสนามหญ้าสักพัก อยู่ดีๆ เอริซาเบธที่วิ่งนำเขาอยู่นั้นก็ได้หยุดฝีเท้าลงอย่างกะทันหันจนทำให้นากาแทบจะชนเข้ากับเธอ
 

แต่ว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากถามหาสาเหตุที่เธอหยุดวิ่งลง เขาก็ได้สังเกตเห็นตัวอาคารขนาดใหญ่ที่ถูกสร้างขึ้นมาจากอิฐสีขาวตรงหน้าเข้าซะก่อน

 

ซึ่งถึงแม้ว่าตัวอาคารสีขาวเบื้องหน้าเขานั้นจะดูค่อนข้างเล็กกว่าตัวอาคารเรียนอยู่บ้าง แต่ว่ามันก็ทอดยาวไปจนเกือบจะสุดเขตสนามหญ้าที่กว้างนับร้อยเมตร

 

“โหโฮวววว~”

 

“อย่าบอกนะว่าตึกหลังนี้คือโรงอาหารน่ะ? มันจะไม่ใหญ่เกินไปหน่อยหรือไงน่ะ?”

 

ในระหว่างที่พรีมูล่าส่งเสียงออกมาอย่างตื่นตาตื่นใจนั้น นากาเองก็พยายามเก็บอาการตกตะลึงของตัวเองและเอ่ยปากถามเอริซาเบธขึ้นมา เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเห็นตัวอาคารสีขาวนี้ตั้งแต่ทีแรกที่เดินเข้ามาในโรงเรียนแล้ว แต่ว่าด้วยขนาดที่ใหญ่โตของมันนั้นก็ทำให้เขาไม่ได้คิดว่ามันจะเป็นโรงอาหารเลยแม้แต่น้อย

 

“เห็นเขาว่ากันว่าก่อนที่มันจะถูกเปลี่ยนมาเป็นโรงอาหารมันเคยเป็นคลังแสงสำหรับเก็บอาวุธขนาดใหญ่หรืออะไรพวกนั้นมาก่อนน่ะ แต่ฉันก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงแค่ไหนเหมือนกันสิ”

 

“เดี๋ยวก่อนนะ… เห็นเอริกะเขาบอกว่าโรงเรียนนี้เคยเป็นโบสถ์มาก่อนไม่ใช่หรอ”

 

นากาที่ได้ยินว่าตัวโรงอาหารนั้นเคยเป็นคลังแสงมาก่อนก็ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะถามเรื่องที่คาใจเขาอยู่ออกมา

 

“โบสถ์… อ้อ ถ้าหมายถึงอาคารเรียนที่เธอเข้าไปยื่นเอกสารก่อนจะเริ่มสอบนั่นก็น่าจะตามนั้นแหล่ะ”

 

“แล้วถ้าเป็นแบบนั้นทำไมในโบสถ์ถึงมีคลังเก็บอาวุธด้วยล่ะ?”

 

“เอ๋ะ? แล้วมันทำไมอ่ะพี่นากา? ขนาดในบ้านของพี่เอริกะยังมีห้องเก็บอุปกรณ์เลยนะ ทำไมในโบสถ์ถึงจะมีคลังเก็บอาวุธบ้างไม่ได้อ่ะ?”

 

เมื่อนากาได้ยินคำถามของพรีมูล่าที่ถามขึ้นมาด้วยความไร้เดียงสานั้น เขาก็กะพริบตามองเธอเล็กน้อยโดยไม่ได้พูดอะไรขึ้นมา ก่อนที่จะหันไปฟังคำตอบของเอริซาเบธแทน

 

“เอาจริงๆ ทั้งเรื่องโบสถ์ทั้งเรื่องคลังเก็บอาวุธนี่มันเป็นเรื่องที่คนเขาเล่าต่อๆ กันมาเฉยๆ น่ะ เรื่องจริงจะเป็นยังไงฉันก็ไม่รู้เหมือนกันนะ~”

 

เอริซาเบธพูดตอบขึ้นมาพลางเดินเข้าไปลูบเสาอิฐสีขาวบริเวณประตูหน้าของตัวอาคาร ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อค้ำยันหลังคาที่ยื่นออกมาด้านหน้า

 

“อีกอย่างหนึ่ง ถึงจะบอกกันว่ามันเคยเป็นนู้นเป็นนี่มาก่อนก็เถอะ แต่ว่าตัวอาคารพวกนี้มันก็ถูกดัดแปลงไม่ก็บูรณะมานับครั้งไม่ถ้วนแล้วล่ะ ไม่แน่ว่าที่จริงมันอาจจะเคยเป็นโรงพยาบาลหรือห้องสมุดก็ได้นะใครจะไปรู้ล่ะ”

 

“เอ๋… แบบนี้ก็หมายความว่าที่พี่เอริกะเขาเล่ามาไม่เป็นความจริงหรอ?”

 

“ก็ไม่รู้สินะ~ ทางโรงเรียนเขาก็ไม่ได้เที่ยวป่าวประกาศซะด้วยสิ อีกอย่างหนึ่ง ต่อให้อาคารนี้จะเคยเป็นคลังแสงมาก่อนจริงๆ มันก็อาจจะเป็นของทางวังก็ได้นี่ เพราะว่าแถวนี้ก็ไม่ได้อยู่ห่างจากวังหลวงสักเท่าไหร่ด้วยนะ”

 

“เอ๊ะ… แต่ว่าเอริกะเขา…”

 

เมื่อนากาได้ยินเอริซาเบธพูดขึ้นมาแบบนั้นเขาก็เลิกคิ้วมองเธออย่างแปลกใจในทันที เพราะว่าในสายตาของเขาแล้ว เอริกะนั้นดูเหมือนจะเป็นผู้รอบรู้ที่เก่งกาจไปในทุกด้าน ทำให้เขานึกว่าทุกอย่างที่เธอพูดขึ้นมานั้นจะเป็นเรื่องจริงซะอีก ซึ่งเอริเซเบธที่เห็นท่าทางสับสนของนากาก็ได้เผยรอยยิ้มออกมา

 

“อ้ะใช่แล้ว~ ถ้าเป็นพวกเรื่องที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์นี่ เป็นไปได้อย่าไปถามคุณเอริกะเขาจะดีกว่านะ เพราะว่าคุณเอริกะเขาไม่สนใจเรื่องอะไรพวกนั้นเลยน่ะ~”

 

“เอ๋? ไม่ใช่ว่ารู้เรื่องพวกนี้ไว้สักหน่อยก็ไม่เสียหายไม่ใช่หรอ?”

 

“นั่นสิ? ตอนอยู่ที่หมู่บ้านพวกอาจารย์เขายังบังคับให้หนูเรียนเลยอ้ะ”

 

“…ก็เพราะว่าฉันไม่สนใจเรื่องที่มันปนเปื้อนได้ง่ายยิ่งกว่าเชื้อโรคแบบนั้นยังไงล่ะ”

 

ในระหว่างที่นากาและพรีมูล่ากำลังถามเอริซาเบธกลับไปอยู่นั่นเอง ก็ได้มีเสียงของเอริกะดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของสองพี่น้อง

 

และเมื่อเอริซาเบธเห็นว่าเอริกะที่มายืนฟังพวกเธอคุยกันได้สักพักแล้วนั้นเอ่ยปากพูดขึ้นมา เธอก็เลยรีบแกล้งทำเป็นโบกมือทักทายไปในทันที

 

“ว่าไงคะคุณเอริกะ~ เมื่อกี้เห็นวิ่งซะวุ่นเลยไม่ใช่หรอคะ เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าคะ?”

 

“อื้อ ก็พอดีจำวันผิดนิดหน่อยน่ะ แต่ได้นั่งพักสักหน่อยก็ดีขึ้นแล้วล่ะ”

 

“เล่นทำเอาพวกฉันหัวใจแทบวายเลยนะ!/ ช่าย!ขนาดหนูเองยังตกใจแทบแย่เลย!”

 

“อ่ะ—”

 

เอริกะที่ได้ยินทั้งสองคนโวยวายมาแบบนั้นก็ถึงกับทำให้เธอชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะรีบกระแอ่มคอออกมาเบาๆ พร้อมพูดเปลี่ยนประเด็นกลับไปทันที

 

“ฮะแฮ่ม— เรื่องวันสอบนั่นมันผ่านไปแล้วก็ช่างมันไปละกันเนอะ ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมฉันถึงไม่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์ก็เพราะว่ามันน่ารังเกียจน่ะสิ”

 

“น่ารังเกียจหรอ…?”

 

“อื้ม… แต่ก่อนอื่นต้องอธิบายให้ฟังก่อนสินะ สำหรับฉันแล้วคนที่ทำหน้าที่บันทึกประวัติศาสตร์น่ะมันมีอยู่สามประเภทด้วยกัน”

 

เอริกะพูดขึ้นมาพร้อมกับเหลือบตาไปมองเอริซาเบธเล็กน้อย ซึ่งเอริซาเบธที่ดูเหมือนจะรู้ว่าเอริกะกำลังจะพูดอะไรขึ้นมาก็ส่ายหางจิ้งจอกไปมาพลางลูบหัวของตนอย่างเขินๆ

 

“ประเภทแรกเป็นคนที่เขียนประวัติศาสตร์ขึ้นมาเพื่อบอกเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้คนรุ่นหลังได้รับรู้ พวกเขาสามารถยอมรับและเข้าใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้และบันทึกมันลงไปอย่างเที่ยงธรรม… ต้องบอกว่ากลุ่มคนพวกนี้แหล่ะที่มีส่วนช่วยให้พวกเราสามารถหยุดปัญหาเดิมๆ ได้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นซ้ำสองน่ะ”

 

“หือ? ไม่ใช่ว่าปกติแล้วเขาก็ทำกันอย่างงั้นอยู่แล้วหรอกหรอ”

 

“ถ้านักประวัติศาสตร์ทุกคนเป็นแบบนั้นก็ดีน่ะสิ… แต่ว่าโลกนี้ยังมีคนประเภทที่สองอยู่อีกด้วย คนประเภทนี้จะเป็นพวกที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับประวัติศาสตร์และอยากให้ชื่อของตัวเองถูกเล่าต่อๆ กันไป

 

พวกเขาจะเขียนประวัติศาสตร์จากมุมมองของตัวเองและสอดแทรกเรื่องที่พวกเขาทำลงไปเพื่อที่จะทำให้คนรู้สึกเคารพนับถือน่ะ เอาจริงๆ ฉันก็ไม่มีปัญหาอะไรกับคนประเภทนี้หรอกนะ… ขอแค่พวกเขาไม่มาบังคับให้ฉันอ่านก็พอแล้ว”

 

“อ่าหะ ราวๆ ว่าตระกูลของตัวเองได้สร้างวีรกรรมอะไรไว้บ้างแบบนั้นสินะ”

 

“อื้มๆๆ ~”

 

นากาที่ได้ยินเอริกะอธิบายมานั้นก็พอจะทำความเข้าใจได้ ในระหว่างที่พรีมูล่านั้นก็ได้พยายามทำสีหน้าจริงจังและพยักหน้ารัวๆ จนทุกคนไม่แน่ใจว่ามีอะไรเข้าหัวเธอไปบ้างหรือเปล่ากันแน่

 

“แต่ว่าที่ฉันเกลียดที่สุดน่ะมันคือคนประเภทสุดท้ายนี่ต่างหาก… พวกมันพยายามที่จะเปลี่ยนประวัติศาสตร์เพื่อกลบเกลื่อนสิ่งที่พวกมันได้ทำลงไป โดยการสร้างเรื่องโกหกขึ้นมาบังหน้าแล้วก็เอาไปเที่ยวป่าวประกาศให้คนรับรู้ แถมยังพยายามที่จะปิดบังเรื่องที่พวกมันได้ทำลงไปทุกวิถีทางอีกต่างหาก”

 

“หะ—”

 

ซึ่งพอนากาได้ยินแบบนั้นเขาก็เบิ่งตามองเอริกะอย่างประหลาดใจก่อนจะรีบถามเธอกลับไปในทันที

 

“ไม่ใช่ว่าปกติแล้วเรื่องพวกนั้นมันต้องมีการตรวจสอบแล้วก็ค้นคว้าก่อนถึงจะอนุญาตให้เผยแพร่หรอกหรอ?”

 

“ก็ใช่ แต่ว่าถ้าเธอมีกำลังคนหรืออำนาจมากพอก็ไม่เห็นจะต้องไปสนใจอะไรแบบนั้นเลยใช่มั้ยล่ะ~”

 

“น—นี่เธอกำลังหมายความว่ายังไงน่ะ”

 

นากาที่ได้ยินอะไรบางอย่างที่น่าสงสัยจากปากของเอริกะก็ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนัก แต่ว่าเอริกะก็ทำเพียงแค่ยักไหล่และเปลี่ยนเรื่องไปคุยกับเอริซาเบธแทน

 

“นั่นสิน๊า~ จริงด้วยสิเอริ วันนี้โรงอาหารเปิดอยู่ใช่มั้ย? ถ้าได้กาแฟเพิ่มสักแก้วน่าจะดีมากเลยล่ะ~”

 

“อ–เอ๋ะ— เดี๋ย—”

 

“อ๋อ! เปิดสิคะ~ ถึงจะไม่ครบทุกร้านเพราะว่าปิดภาคเรียนอยู่ก็เถอะ แต่ว่าร้านกาแฟกับร้านขนมน่าจะยังเปิดอยู่นะคะ”

 

“เอ่ะ มีขนมด้วยหรอ~ พี่นากาไปกันเถอะ!!”

 

และเมื่อพรีมูล่าได้ยินคำว่าขนมเธอก็รีบหันมามองเอริซาเบธตาเป็นประกาย โดยที่ไม่ได้สนใจพี่ชายของตนที่กำลังอ้าปากอึ้งกับความเร็วในการเปลี่ยนประเด็นของเอริกะอยู่เลยแม้แต่น้อย

 

“ถ้างั้นเราก็เข้าไปด้านในกันเถอะพริมจัง~ แล้วไหนๆ พวกเธอก็เพิ่งจะสอบเสร็จกันทั้งที เดี๋ยวฉันเลี้ยงขนมให้เป็นรางวัลดีมั้ยเอ่ย~”

 

“เย้~ ไปกันเถอะพี่นากาาาา~”

 

“ด—เดี๋ยว—”

 

เมื่อพรีมูล่าได้ยินคำว่าเลี้ยงขนม เธอก็ร้องขึ้นมาอย่างดีใจและคว้าแขนของนากาเพื่อที่จะให้เขาเดินเข้าไปในโรงอาหารทันที แต่ว่านากาก็ยังยืนอึ้งอยู่กับที่จนทำให้เอริซาเบธที่เห็นแบบนั้นเดินเข้าตบไหล่เขาอย่างเห็นใจ

 

“เหนื่อยหน่อยนะนากาคุง แต่ว่าคุณเอริกะเขาก็แบบนี้แหละ ถ้าเกิดว่าเธอคิดจะไม่บอกอะไร ต่อให้เอาขนมมาล่อเธอก็ไม่พูดหรอก”

 

“ไอเอาขนมมาล่อนี่คิดว่าน่าจะใช้ได้ผลแค่กับยัยพรีมูล่าคนเดียวนะ…”

 

“ฮะฮะ แต่ถ้าเป็นคุกกี้ก็ไม่แน่หรอกมั้ง~ ว่าแต่พอจะเข้าใจสาเหตุที่คุณเอริกะเขาไม่สนใจเรื่องประวัติศาสตร์รึยังล่ะนากาคุง?”

 

“จะว่าเข้าใจมันก็เข้าใจแหล่ะ… แต่ว่าที่เอริกะเขาพูดขึ้นมาตอนท้ายสุดนั่นหมายความว่าไงกันแน่น่ะ…”

 

ทันทีที่ได้ยินนากาพูดขึ้นมาแบบนั้น เอริซาเบธก็ยักไหล่ด้วยท่าทางเดียวกับเอริกะ ก่อนจะหันไปลูบหัวของพรีมูล่ากำลังพยายามลากนากาให้เดินเข้าไปในโรงอาหารอยู่

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้นากาถอนหายใจออกมาเพราะดูท่าว่าเอริซาเบธก็คงจะไม่พูดอธิบายให้เขาเข้าใจเหมือนกัน เขาจึงได้หันไปชะโงกหน้ามองดูด้านในโรงอาหารนั่นแทน

 

“ใหญ่เอาเรื่องเหมือนกันแฮะ…”

 

นากาพูดขึ้นมาหลังจากที่เขาเห็นห้องโถงขนาดใหญ่ที่ทางฝั่งหนึ่งของมันมีโต๊ะโลหะยาวเหยียดนับสิบตัวตั้งเรียงรายกันไปเป็นทางยาว ในขณะที่ทางฝั่งซ้ายมือนั้นก็ถูกแบ่งเป็นล็อกๆ ให้ร้านขายอาหารได้จับจองที่ ถึงแม้ว่าในขณะนี้จะมีแค่บางร้านเท่านั้นที่เปิดให้บริการก็ตาม

 

“ก็นะ โรงเรียนนี้มีนักเรียนตั้งหลายร้อยคนนี่นา แถมเผลอๆ บางปีก็ยังทะลุหลักพันเลยซะด้วยซ้ำ ถ้าโรงอาหารไม่ใหญ่ขนาดนี้ก็คงเอาไม่อยู่หรอก~”

 

“บู่วววววว พี่นากาช้าอ่ะ!!หนูเข้าไปเองก่อนก็ได้ แบร่!”

 

ในระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง อยู่ดีๆ พรีมูล่าก็ได้เป่าปากเสียงดังและปล่อยมือของเธอออกจากแขนของนากาก่อนจะเดินนำเข้าไปหาเอริกะก่อนในทันที เพราะว่าการที่เอริซาเบธมาลูบหัวของเธอนั้นเทียบไม่ได้กับการที่เอริกะบอกว่าจะเลี้ยงขนมเธอเลยแม้แต่น้อย

 

“อ่าว พรีมูล่าเขางอลหนีไปแล้วนะ ไม่ต้องรีบตามไปง้อหรอ?”

 

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวขนมเข้าปากเมื่อไหร่ก็กลับมาซนเหมือนเดิมเองแหล่ะ ว่าแต่เธอบอกว่าจะมาตามใครไปซ่อมสนามไม่ใช่หรอเอริซาเบธ?”

 

“ช่าย~ น่าจะอยู่ในโรงอาหารเนี่ยล่ะ งั้นเดี๋ยวฉันเข้าไปเดินหาข้างในก่อนละกันนะ~”

 

และเมื่อเอริซาเบธพูดจบเธอก็เดินเข้าไปด้านในโรงอาหารทันที โดยปล่อยให้นากาไม่อยากกินอะไรสักเท่าไหร่นักยืนชมบรรยากาศอันเงียบสงบของโรงอาหารอยู่คนเดียว

 

“หือ…?”

 

ในระหว่างที่เขากำลังมองไปรอบๆ โรงอาหารอยู่นั้นเอง สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกระจกอันเล็กๆ ที่ถูกแขวนประดับเอาไว้ในล็อกขายอาหารอันหนึ่ง ซึ่งมันก็สะท้อนภาพของเขาที่กำลังยืนอยู่หน้าทางเข้า โดยมีอะไรสักอย่างสีเขียวๆ เหลืองๆ กำลังโยกไปมาอยู่ที่ด้านหลังของเขา

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาต้องรีบหันกลับไปมองในทันที แต่ว่าเขาก็ไม่พบอะไรเลยแม้แต่น้อย มีเพียงถนนที่ว่างเปล่ากับนักเรียนบางคนที่กำลังเดินอยู่ไกลๆ

 

และในขณะที่เขากำลังจะหันกลับไปเพื่อดูกระจกบานนั้นให้ชัดๆ ว่าเขาตาฝาดไปเองหรือเปล่านั้น อยู่ดีๆ ก็มีใบหน้าของเด็กสาวผมสีเหลืองแซมเขียวที่กำลังฉีกยิ้มกว้างพุ่งเข้ามาใช้นัยน์ตาสีเขียวมรกตของเธอจ้องมองใบหน้าของเขาในระยะประชิดโดยที่นากานั้นไม่ได้รู้สึกตัวเลยแม้แต่น้อยว่าเธอเข้ามาใกล้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

“เหวอ!!?”

 

 

ปึ้ง!!

 

“แฮ่ก…แฮ่ก…”

 

ในขณะเดียวกันที่โบสถ์หลังเล็กๆ สภาพเก่าทรุดโทรมซึ่งตั้งอยู่ในป่าลึกทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองรีมินัสนั้น อยู่ดีๆ ประตูไม้ผุๆ ของมันก็ได้ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงจนแทบจะหลุดออกมา

 

ซึ่งผู้ที่ใช้ฝ่าเท้าเตะประตูให้เปิดออกและรีบวิ่งเข้ามาหลบด้านในนั้นก็ไม่ใช่ใครซะจาก นิลิม หญิงสาวผมสีชมพูร่างเล็กที่เคยพยายามติดต่อหาเอริกะผ่านแผ่นเหล็กสี่เหลี่ยมสีดำในวันแรกที่พวกนากาเพิ่งจะมาถึงเมืองนั่นเอง

 

โดยสภาพของนิลิมตอนนี้นั้นก็ยังมีแท่งเหล็กสีดำปักยึดแขนทั้งสองข้างของเธอให้ติดกันอยู่ถึงแม้ว่าเวลาจะผ่านมาถึงสามวันแล้วก็ตาม ซึ่งนั่นก็เป็นสาเหตุให้เธอต้องยกเท้าขึ้นถีบบานประตูให้เปิดออกนั่นเอง

 

“ให้ตายสิ… การเดินทางก็ล่าช้าจะตายอยู่แล้วยังจะมีคนมาตามล่าอีก… หวังว่าเซซิเรียจะไม่เป็นอะไรนะ…”

 

เธอบ่นออกมาเบาๆ ก่อนที่จะรีบใช้ไหล่ของตนดันประตูขึ้นสนิมขนาดใหญ่นั่นให้ปิดกลับไปตามเดิม

 

และเมื่อเห็นว่าตัวเองน่าจะปลอดภัยแล้ว เธอจึงได้หันไปมองดูรอบๆ สถานที่ที่เธอเข้ามาหลบอยู่ด้านใน ซึ่งเธอก็พบว่ามันคือโบสถ์ขนาดเล็กที่มีสภาพเหมือนถูกทิ้งร้างเอาไว้นานแล้ว

 

โดยเก้าอี้ไม้แถวยาวที่ถูกตั้งเรียงกันไว้กลางห้องนั้นก็ได้ผุพังลงไปตามกาลเวลา รวมถึงกำแพงและเพดานเองก็พังถล่มลงมาบางส่วนและถูกปกคลุมด้วยไม้เลื้อย และยิ่งไปกว่านั้น รูปปั้นอะไรบางอย่างที่เหมือนจะเป็นเทพีที่โบสถ์นี้นับถือนั้นได้ก็หักกลางและถล่มลงมาทับเก้าอี้บางส่วนไปอีกด้วย

 

“เป็นสถานที่ที่ทำให้รู้สึกสงบดีใช่มั้ยล่ะคะ ถึงตอนนี้จะเหลือแค่ซากไปแล้วก็เถอะ~”

 

“—!?”

 

ทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังของฐานรูปปั้นที่หักครึ่งนั้น ทำให้นิลิมที่กำลังมองสำรวจดูรอบๆ ต้องรีบหันไปทางต้นเสียงทันที

 

ซึ่งเธอก็พบกับเด็กสาวหูแมวผมสีดำตาสองสีในชุดเดรสสีชมพูอ่อนประดับด้วยลูกไม้ซึ่งสวมผ้าคลุมหัวสีขาวโปรงใสคล้ายๆ กับที่พวกแม่ชีสวมใส่กัน

 

“ยินดีต้อนรับสู้โบสถ์ของหนูค่ะ~ แฮะๆ ถึงมันจะเป็นแค่สถานที่ชั่วคราวก็เถอะ…”

 

“ท—ที่นี่มีคนอยู่หรอ…!? ขอโทษทีฉันนึกว่ามันเป็นโบสถ์ร้างน่ะ!เดี๋ยวจะรีบออกไปเดี๋ยวนี้แหละ!”

 

“อ่ะ เดี๋ยวสิคะพี่สาว!”

 

ทันทีที่เด็กสาวได้ยินนิลิมขอโทษขอโพยและทำท่าเหมือนกับจะวิ่งกลับออกไปทันทีแบบนั้นเธอก็รีบร้องห้ามอีกฝ่ายเอาไว้ ก่อนจะเดินเข้าไปสำรวจดูเหล็กสีดำที่ปักแขนทั้งสองข้างของอีกฝ่ายไว้ด้วยกันใกล้ๆ

 

“นี่พี่สาวไปทำอะไรมาถึงได้บาดเจ็บขนาดนี้เนี่ย? ไหนๆ ก็ได้พบกันแล้วทั้งทีแล้ว พอจะเล่าให้ฟังหน่อยได้หรือเปล่าว่ากำลังหนีอะไรมาอยู่น่ะ?”

 

เด็กสาวตาสองสีพูดขึ้นมาหลังจากจ้องมองบริเวณปากแผลของนิลิมที่มีน้ำแข็งสีแดงจากเลือดของเธอคอยช่วยห้ามเลือดเอาไว้ไม่ให้ไหลทะลักออกมา

 

“เอาเป็นว่ามีคนกลุ่มนึงไล่ตามฉันมาอยู่น่ะ… ถึงเพื่อนของฉันจะช่วยถ่วงเวลาไว้ให้ก็เถอะ แต่ดูเหมือนว่าจะมีพวกมันหลุดรอดมาได้บางส่วน… ถ้าเธอไม่อยากติดร่างแหไปด้วยก็เปิดประตูให้ฉันออกไปเร็ว!”

 

นิลิมที่เห็นว่าเด็กสาวตรงหน้าท่าทางจะไม่ปล่อยเธอไปไหนง่ายๆ ก็พยายามอธิบายอย่างรวบรัดที่สุดเท่าที่จะทำได้ และทำท่าเหมือนกับว่าจะถีบประตูให้เปิดออกอีกครั้งเพื่อที่จะออกไปหาที่หลบที่อื่นจะได้ไม่ทำให้เด็กสาวตรงหน้าต้องโดนลูกหลงไปด้วย

 

ซึ่งเด็กสาวตาสองสีที่เห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งมาขวางประตูเอาไว้และร้องห้ามเธอออกมาทันที

 

“เดี๋ยวสิคะ พี่สาวไม่ต้องหนีไปไหนหรอก”

 

แต่ทันใดนั้นเองเด็กสาวก็กลับพูดออกมาพร้อมดึงตัวของนิลิมกลับออกมาจากประตู ก่อนที่เธอนั้นจะนำตัวเองมาขวางระหว่างนิลิมและประตูโบสถ์เอาไว้

 

“ท–ทำอะไรของเธอน่ะ–!? ถ้าเกิดว่าพวกนั้นเห็นเธออยู่กับฉันแบบนี้มีหวัง—”

 

“พี่สาวไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ!เดี๋ยวพวกหนูจัดการให้~”

 

ถึงแม้ว่าจะได้ยินนิลิมพูดขึ้นมาอย่างกังวลใจ แต่ว่าเด็กสาวตรงหน้าเธอก็กลับยิ้มออกมาและหันไปทางบันไดทางลงห้องใต้ดินที่อยู่ไม่ไกล

 

“ได้ยินแล้วใช่มั้ยคะ~ ถ้าอยากจะชดเชยในเรื่องแย่ๆ ที่คุณเคยทำลงไปล่ะก็ การช่วยเหลือคนอื่นก็นับว่าเป็นการทำความดีเหมือนกันนะคะ”

 

ทันทีที่เธอตะโกนไปทางบันไดนั้นก็ได้มีร่างของชายคนหนึ่งที่สวมใส่ผ้าคลุมปิดหน้าปิดตาเดินขึ้นมาจากห้องใต้ดิน พร้อมกับพูดตอบเธอกลับมาเบาๆ

 

“ได้ยินแล้วครับ…คุณหนูทีเอร่า…”

 

“น—นี่เดี๋ยวสิ!? พวกเธอคิดจะทำอะไรน่ะ!?”

 

“หน่าๆ คนที่ตามพี่สาวมาปล่อยให้เพื่อนของหนูจัดการไปเถอะ ส่วนพวกเรารีบไปช่วยเพื่อนของพี่สาวกันดีกว่า~”

 

ทีเอร่าหันกลับมายิ้มตอบนิลิม ก่อนที่เธอจะหันไปกำชับกับชายในชุดคลุมว่าอย่ากระทำการรุนแรงเกินไปนัก

 

“อย่าลืมว่าแค่ไล่พวกเขากลับไปเฉยๆ ก็พอแล้วนะคะ~”

 

“แน่นอนอยู่แล้วครับ…”

 

เขาพูดตอบกลับมาสั้นๆ ก่อนจะเลื่อนมือเข้าไปด้านใต้ผ้าคลุม และทันใดนั้นเองก็ได้มีแท่งเหล็กอะไรบางอย่างดีดตัวออกมาจากด้านหลังเอวของเขาจนทำให้ผ้าคลุมนั้นสะบัดเปิดออกและเผยให้เห็นอุปกรณ์ที่มีหน้าตาเหมือนกล่องสี่เหลี่ยมที่ติดอยู่กับตัวแท่งเหล็กนั้น

 

ซึ่งถึงแม้ว่าแท่งเหล็กและอุปกรณ์เหล่านั้นจะเต็มไปด้วยรอยไหม้และร่องรอยของการซ่อมแซมเหมือนกับว่ามันเพิ่งจะพังยับเยินมาก็ตามที

 

แต่ว่าเมื่อชายตรงหน้าได้ส่งพลังวิซของเขาเข้าไปแล้ว ตัวอุปกรณ์นั้นก็ได้พ่นไฟสีเขียวอ่อนออกมาเล็กน้อยจนทำให้ร่างของเขาลอยขึ้นเหนือพื้นดินได้อย่างน่าประหลาดใจ

 

“เครื่องนั่น—น—นี่พวกเธอ… เป็นใครกัน…”

 

นิลิมที่เห็นอุปกรณ์ของชายในผ้าคลุมนั้นก็ได้รีบหันไปร้องถามทีเอร่าในทันที แต่ว่าเด็กสาวตรงหน้าทำเพียงแค่หันไปมองชายในชุดคลุมที่กำลังลอยตัวเหนือพื้นอยู่เล็กน้อย และเมื่อเขาได้พยักหน้าให้กับเธอ ทีอาร่าจึงได้หันกลับมาตอบนิลิมกลับไป

 

“พวกหนูก็เป็นแค่กลุ่มคนที่ติดอยู่ในอดีตแล้วบังเอิญได้มาพบกันเท่านั้นแหละค่ะ แต่ว่าเรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะค่ะ ตอนนี้ที่สำคัญคือการไปช่วยเหลือเพื่อนของพี่สาวต่างหากล่ะคะ”

 

“คุณหนูทีเอร่า…พร้อมกันแล้วใช่มั้ย…?”

 

“อื้อ!เดี๋ยวหนูฝากพี่สาวบอกทางที่พี่วิ่งมาหน่อยนะ!”

 

“อ…อ่า”

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นเข้าไปนิลิมก็ได้แต่พยักหน้าให้กับเด็กสาวอย่างไม่มีทางเลือกมากนัก เพราะเธอรู้ดีว่าอุปกรณ์ของชายในชุดผ้าคลุมนั้นสามารถทำอะไรได้บ้าง และเธอก็มั่นใจว่าอุปกรณ์ของชายเบื้องหน้านั้นจะทำให้เธอสามารถช่วยเหลือเซซิเรียที่กำลังถ่วงเวลาศัตรูอยู่ได้อย่างแน่นอน

 

และเมื่อได้ยินว่านิลิมยอมตกลงที่จะทำตามแผนของทีเอร่าแล้ว ชายในชุดผ้าคลุมที่กำลังลอยตัวอยู่เหนือพื้นนั้นก็ได้ดึงผ้าคลุมที่เขาสวมอยู่นั้นทิ้งไป เผยให้เห็นเส้นผมสีน้ำตาลและดวงตาสีฟ้าที่มีผ้าพันปิดเอาไว้ข้างหนึ่งพร้อมกับพูดขึ้นมาก่อนจะเตะประตูไม้บานใหญ่เบื้องหน้าให้เปิดออกในทันที

 

“ถ้างั้นไปกันเถอะครับ…!”

 

ปึ้ง!!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 38 Chance to Redemption"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved