cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 35 Arrangement

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 35 Arrangement
Prev
Next

“เอาล่ะ~ ไหนๆ ก็เป็นการสอบรอบพิเศษแล้วทั้งที งั้นก็ขอใช้เขตสนามหญ้าทั้งหมดเลยก็ละกัน~”

 

หลังจากที่เอริซาเบธเดินออกมาจากห้องธุรการแล้ว เธอก็กวักมือเรียกนักเรียนทั้งสามคนที่เดินนำออกมาก่อนให้ตามเธอไปทางสนามหญ้าขนาดใหญ่ด้านนอกตัวอาคาร

 

ซึ่งนักเรียนชายที่มีผมสีม่วงเข้มกับนัยน์ตาสีฟ้าก็กอดอกมองดูสนามหญ้าเบื้องหน้าอยู่ข้างๆ เอริซาเบธด้วยสายตาไม่ไว้วางใจสักเท่าไหร่นัก

 

“ฉันขอเดาว่าเธอคงจะไม่ได้กะให้พวกฉันทดสอบพวกนั้นในสนามหญ้าโล่งๆ แบบนี้ใช่หรือเปล่าล่ะ?”

 

“แน่นอนอยู่แล้ว~ จะสอบรอบพิเศษทั้งทีให้ใช้สนามหญ้าโล่งๆ แบบนี้มันก็ธรรมดาเกินไปใช่มั้ยล่ะ! เพราะงั้นพิเน๊ะมาทางนี้หน่อยจ้า~”

 

ซึ่งเอริซาเบธที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็ตอบเขากลับไปอย่างร่าเริงก่อนจะหันกลับไปมองทางอาคารเรียนและร้องเรียกชื่อของคนคนหนึ่งขึ้นมา

 

“…ว่าไงคะอาจารย์?”

 

แต่ว่ายังไม่ทันที่จะสิ้นเสียงของเธอก็ได้มีเสียงของเด็กสาวคนหนึ่งพูดขึ้นมาจากข้างๆ ของเอริซาเบธทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่มีวีแววว่าจะมีใครอยู่เลยซะด้วยซ้ำ

 

“—–!? ก็บอกแล้วไงว่– เอาเถอะ ฉันเรียกเธอให้มาช่วยเตรียมสนามสอบให้หน่อยน่ะ …ว่าแต่ท่าทางอารมณ์ดีเป็นพิเศษเลยนี่ เจออะไรดีๆ เข้าหรือไงน่ะพิเน๊ะ?”

 

เอริซาเบธที่สะดุ้งไปเล็กน้อยทำท่าเหมือนกับจะบ่นใส่เจ้าของเสียงซึ่งมานั่งกอดเข่าอยู่ข้างๆ ตัวเธอตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ แต่ว่าเธอก็หยุดไปกลางคันและหันไปพูดถึงสาเหตุที่เธอร้องหาเด็กสาวข้างๆ ขึ้นมา

 

ซึ่งเด็กสาวที่มีเส้นผมสีเหลืองสว่างจ้าแต่ว่าด้านในกลับแซมไปด้วยสีเขียวอย่างน่าประหลาดในชุดเครื่องแบบนักเรียนสีขาวขนาดใหญ่เกินตัวที่มีกระโปรงสีเขียวคนนั้นก็ได้ลุกขึ้นมายืนและส่งเสียงหัวเราะเบาๆ ชวนขนหัวลุกออกมา

 

“คิกคิกคิก… สี่คนที่เข้าไปในห้องเมื่อกี้คือคนที่จะมาสอบใช่มั้ยคะ?”

 

“แค่สามน่ะ คุณเอริกะ… ผู้หญิงผมสีแดงคนนั้นแค่พาพวกเขามาส่งเฉยๆ ”

 

ทันทีที่ได้ยินแบบนั้นเด็กสาวก็เอียงคอเล็กน้อยและเผยรอยยิ้มที่ดูน่าขนลุกออกมาก่อนจะก้มหน้าลงไปหัวเราะคิกคักกับตัวเองอยู่สักครู่หนึ่ง

 

“คิกคิกคิก…แค่สามคนนั้นก็พอแล้วค่ะ…หวังว่าจะได้เป็นเพื่อนกันนะ~”

 

“ฮึ้ย— อะไรของยัยสับปะรดนี่เนี่ย”

 

เสียงหัวเราะของเด็กสาวที่ชื่อว่าพิเน๊ะนั้นถึงกับทำให้นักเรียนชายผมสีม่วงที่ยืนกอดอกอยู่ข้างๆ เอริซาเบธต้องหันไปขมวดคิ้วมองดูด้วยสายตาหวาดระแวง ซึ่งเอริซาเบธที่เห็นแบบนั้นก็อดที่จะพูดขึ้นมาไม่ได้

 

“เอาน่าอัลเบิร์ต ปีนี้พิเน๊ะเขาอยู่ห้องเดียวกับนายด้วยนะ เพราะงั้นสนิทกับเธอไว้ก่อนก็ไม่เสียหายหรอก”

 

“หา!? นี่ล้อกันเล่นหรือเปล่า!? เธอไม่รู้หรอว่าคนอื่นเขาเรียกยัยนี่กันว่าอะไรน่ะ!?”

 

“คิกคิก…ยินดีที่ได้รู้จักนะอัลเบิร์ต ถึงจะไม่เท่าหนึ่งในสามคนนั้น แต่อัลเบิร์ตเองก็ดูน่าสนใจอยู่พอสมควรเหมือนกันนะ…”

 

อัลเบิร์ตที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังพูดชมหรือว่าดูถูกเขาอยู่กันแน่นั้นก็ได้มองเด็กสาวท่าทางประหลาดๆ ตรงหน้ากลับไปด้วยสายตารังเกียจ

 

แต่ดูเหมือนว่าพิเน๊ะจะไม่ได้สนใจในท่าทีรังเกียจของเขาเลยแม้แต่น้อย เธอทำเพียงแค่ยืนยิ้มเอียงคอมองดูอัลเบิร์ตอยู่สักพักก่อนจะหันกลับไปหาเอริซาเบธอีกครั้งหนึ่ง

 

“ว่าแต่อาจารย์จะให้หนูช่วยเตรียมสนามสอบหรอคะ~?”

 

“อื้อ เดี๋ยวเธอใช้เจ้านี่เตรียมสนามหญ้าให้เหมาะกับการใช้เป็นสนามสอบหน่อยสิ”

 

เอริซาเบธตอบกลับไปพร้อมกับหยิบเอาคริสตัลสีเหลืองก้อนหนึ่งออกมาเพื่อที่จะส่งให้กับพิเน๊ะ

 

แต่ว่าในจังหวะเดียวกันนั้นเองพวกเธอก็ได้เห็นเอริกะวิ่งออกมาจากตัวอาคารและพุ่งตรงไปยังทางออกทางทิศใต้ของโรงเรียนอย่างรีบร้อน

 

“เดี๋ยวนะ—นั่นมันคุณเอริกะไม่ใช่หรอน่ะ?”

 

“เอ๋? นั่นสิ? เห็นบอกว่าวันนี้จะโดดงานนี่นา? ทำไมถึงรีบกลับไปแบบนั้นล่ะนั่น อ๊ะ…”

 

เมื่อพวกเขาเห็นเอริกะวิ่งออกจากโรงเรียนไปด้วยท่าทีรีบร้อนแบบนั้นอัลเบิร์ตก็ได้ถามขึ้นมาอย่างสงสัย ซึ่งเอริซาเบธก็ได้ตอบกลับไปอย่างงงๆ เช่นกัน แต่ว่าทันใดนั้นเองพิเน๊ะที่ไม่ได้สนใจหญิงสาวผมแดงที่วิ่งออกไปเลยนั้นก็ได้คว้าเอาก้อนคริสตัลสีเหลืองในมือของเอริซาเบธไป

 

“ฮื๊ม~ เรื่องนั้นช่างมันเถอะค่ะ~ แล้วอาจารย์จะให้หนูเปลี่ยนสนามเป็นยังไงดีล่ะคะ~?”

 

พิเน๊ะที่คว้าเอาก้อนคริสตัลสีเหลืองมาถือเอาไว้นั้นได้เอ่ยปากถามเอริซาเบธขึ้นมา พร้อมๆ กับที่เธอได้ส่งพลังวิซเข้าไปจนมันส่องแสงสว่างจ้าออกมา

 

“ตามใจเธอเลย ขอแค่ไม่ใช่สนามโล่งๆ แบบนี้ก็พอ แล้วก็อย่าให้คริสตัลก้อนนั้นพังล่ะ”

 

“…ขอแค่อย่าให้คริสตัลพังงั้นหรอคะ? งั้นหนูทำตามใจเลยก็ละกันนะ …คิกคิกคิก”

 

เมื่อได้ยินคำอนุญาตจากเอริซาเบธแล้วพิเน๊ะก็ยิ้มกว้างพร้อมกับหัวเราะด้วยน้ำเสียงสยองขวัญออกมาอีกครั้งและชูก้อนครัสตัลที่กำลังเรืองแสงอยู่นั้นขึ้นสูงเหนือหัวของเธอ ก่อนที่เธอจะปักก้อนคริสตัลอันนั้นลงใส่สนามหญ้าเบื้องหน้าในทันที

 

ซึ่งอัลเบิร์ตที่เห็นท่าทีประหลาดๆ ชวนขนหัวลุกของพิเน๊ะแบบนั้นก็เหลือบไปมองนักเรียนหญิงอีกสองคนที่กำลังยืนดูกันอยู่อย่างเงียบๆ ด้านหลังของเขา

 

“เห็นแบบนั้นแล้วพวกเธอคิดว่าไงล่ะ ยัยสับปะรดเนี่ย?”

 

ครึก! ครึก! ครึก!

 

แต่ว่ายังไม่ทันที่พวกเธอจะได้ตอบอะไรกลับมา สนามหญ้าเบื้องหน้าของพวกเขาก็ได้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงก่อนที่มันจะขยับไปมาราวกับว่าเป็นของเหลว

 

และทันใดนั้นเองพื้นหญ้าบางส่วนของสนามก็ได้ยกตัวขึ้นมาเป็นแท่นสี่เหลี่ยมสูงเหนือหัวจำนวนมากที่ตั้งอยู่ติดๆ กันโดยเว้นระยะห่างจากกันเอาไว้เล็กน้อยโดยและยังเว้นพื้นที่ตรงกลางเบื้องหน้าของเธอเอาไว้เป็นทางยาว

 

เมื่อพวกเขามองดูสภาพของสนามหญ้าที่ถูกพิเน๊ะใช้พลังของทำให้เปลี่ยนสภาพไปแล้ว พวกเขาก็คิดว่าสนามสอบที่พิเน๊ะเลือกสร้างขึ้นมานั้นดูราวกับเมืองรีมินัสส่วนนอกที่ไร้ซึ่งหลังคาราวกับว่ามันโดนตัดส่วนบนออกให้เหลือเพียงแค่แท่งสี่เหลี่ยมอย่างไรอย่างนั้น

 

“โฮะโห~ ถึงจะเป็นแค่แท่งดินเปล่าๆ ก็เถอะ แต่ก็พอจะมองออกนะว่ามันคือเมืองจำลองน่ะ ส่วนที่ว่างยาวๆ สองเส้นที่ตัดกันนั่นก็คือถนนสินะ”

 

“เมืองหรอ? เมืองที่ไหนมันจะมีแต่แท่งหินสี่เหลี่ยมทื่อๆ แบบนี้ล่ะ? อย่างน้อยก็ทำประตูทางเข้าซะบ้างสิ”

 

“คิกคิกคิก~ นั่นสิ~ มันคือที่ไหนกันนะ~”

 

พิเน๊ะนั้นไม่ได้สนใจคำเหน็บแนมของอัลเบิร์ตเลยแม้แต่น้อย เธอทำเพียงแค่สะบัดตัวและเอียงหัวไปมาเล่นเล็กน้อยก่อนจะยื่นก้อนคริสตัลสีเหลืองในมือคืนให้เอริซาเบธไป

 

“เอาหน่าๆ ถึงจะเป็นแค่แท่งหินธรรมดาๆ ก็เถอะ แต่ว่าในแง่สนามสอบแล้วมันก็ใช้ได้เลยนะ แล้วยิ่งมีที่กำบังเยอะแบบนี้พวกนายก็ยังได้เปรียบด้วยนี่นา~”

 

“หึ ถ้าแค่เสียเปรียบนิดๆ หน่อยๆ แบบนี้แล้วเจ้าพวกนั้นยังรับมือไม่ได้ล่ะ ก็คงจะเสียทีที่คุณเอริกะรับเข้าทีมไปจริงๆ ”

 

“จ้าๆ ถึงนายจะอิจฉาที่พวกเขาได้พักอยู่ที่บ้านของคุณเอริกะก็เถอะ แต่ยังไงก็อย่าเอาจริงจนเลือดตกยางออกมากเกินไปก็แล้วกันนะพ่อคนเก่ง~”

 

“อุ– หุบปากไปเลยนะยัยจิ้งจอก! ใครจะไปอิจฉาเจ้าพวกนั้นกันหะ!?”

 

ทันทีที่อัลเบิร์ตได้ยินเอริซาเบธพูดหยอกล้อใส่แบบนั้น หน้าของเขาก็แดงก่ำขึ้นมาและหันไปตะโกนใส่เอริซาเบธโดยไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าอีกฝ่ายนั้นจะเป็นอาจารย์ของตน

 

แล้วหลังจากนั้นก็เหมือนว่าเขาจะตั้งสติขึ้นมาได้ว่าตัวเองพูดอะไรออกไป จึงได้แอบเหลือบไปมองเพื่อนนักเรียนหญิงอีกสองคนที่เอริซาเบธตามตัวมาให้ร่วมทีมกับเขาในการทดสอบพวกนากาในทันที

 

แต่เขาก็พบว่านักเรียนหญิงคนที่มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าเด็กผู้หญิงทั่วๆ ไปนั้นกำลังพูดอยู่ด้วยท่าทีประหม่า ในขณะที่อีกคนนั้นกำลังยืนทำหน้านิ่งๆ ฟังอีกฝ่ายอยู่โดยไม่ได้สนใจทางเขาเลยแม้แต่น้อย

 

“เฮ้อ… ถ้าเกิดมีข่าวลืออะไรแปลกๆ ออกไปล่ะก็ ฉันจะตัดหางเธอไปทำผ้าพันคอให้ดู!”

 

“เห~ น่ากลัวจังเลย~ ถ้างั้นก็พยายามเข้าก็ละกันนะจ๊ะ~”

 

แต่เอริซาเบธที่ถูกนักเรียนของตนข่มขู่มาแบบนั้นก็ได้ยิ้มตอบกลับไปพลางสะบัดหางฟูๆ ของเธอไปมาอย่างไม่เกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย ก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปในดงหินจำลองที่พิเน๊ะสร้างขึ้นมาเพื่อตรวจดูสภาพด้านในของมัน

 

“เฮ้อ… ให้ตายสิทำไมฉันต้องได้ยัยนี่เป็นอาจารย์ด้วยเนี่ย…”

 

“บ้านของคุณเอริกะหรอ~”

 

“ใช่… เฮ้ย!?”

 

อัลเบิร์ตถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจก่อนที่เขาจะสะดุ้งสุดตัวเมื่อได้ยินเสียงของพิเน๊ะที่เดินเข้ามายืนเบิ่งตาจ้องหน้าเขาในระยะประชิดด้วยนัยน์ตาสีมรกตของเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

“มองอะไรของเธอหะยัยสับปะรด! เด็กประหลาดอย่างเธอต่อให้ไปพูดให้ใครฟังก็ไม่มีใครที่ไหนเขาเชื่อหรอก!!”

 

“คิกคิกคิก~”

 

ถึงแม้ว่าจะโดนพูดใส่อย่างโหดร้ายแต่ดูเหมือนว่าพิเน๊ะนั้นจะไม่ได้สนใจอะไรเลยแม้แต่น้อย เธอทำเพียงแค่หัวเราะออกมาอย่างน่าสยองก่อนจะหันไปยิ้มกว้างมองเอริซาเบธที่กำลังเดินกลับมาจากด้านในของสนามสอบนั้น

 

“เท่าที่ดูทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยดีนะ พวกแท่งหินที่เธอสร้างก็ทนทานดีคงจะไม่ถล่มลงมาทับจนบาดเจ็บกันได้ง่ายๆ หรอก แถมด้านบนแท่งหินพวกนั้นก็ยังเป็นพื้นหญ้าอยู่เหมือนเดิมด้วย พอสอบเสร็จแล้วคงจะจัดการทำให้กลับมาเป็นสนามหญ้าเหมือนเดิมได้ไม่ยากเท่าไหร่ล่ะ ทำได้ดีมากจ้ะพิเน๊ะ”

 

“ฮะฮะฮะฮะ~~”

 

เมื่อได้ยินคำชมของเอริซาเบธเข้าไปพิเน๊ะก็ตีแขนของตัวเองเข้ากับข้างลำตัวเบาๆ ก่อนจะชูแขนขึ้นและหมุนตัวไปมาด้วยขาข้างเดียวแถมยังหัวเราะออกมาอย่างร่าเริงอีกด้วย ถึงแม้ว่าเมื่อคนอื่นมองดูแล้วจะรู้สึกว่าน่ากลัวมากกว่าก็ตามที

 

ตึกตึกตึกตึก—

 

ทันใดนั้นเองพวกเขาก็ได้ยินเสียงเหมือนกับว่ามีคนกำลังวิ่งเข้ามาใกล้ และเมื่อพวกเขาหันไปดูก็พบว่าเอริกะนั้นกำลังวิ่งผ่านพวกเขาไปยังตัวอาคารเรียนอีกครั้ง

 

โดยที่เธอได้สะพายปืนหน้าตาแปลกๆ ที่พวกเขาไม่เคยเห็นไว้บนหลังถึงสองกระบอก และในมือข้างหนึ่งของเธอก็มีปืนยาวแบบที่หาได้ทั่วไปอยู่อีกกระบอกหนึ่งด้วย

 

“…หา? อย่าบอกนะว่าพวกนั้นจะมาสอบแต่ว่าดันลืมอาวุธของตัวเองไว้ที่บ้านกันน่ะ!? แล้วเล่นใช้ปืนกันทั้งสามคนแบบนั้นจะไปรอดเรอะ?”

 

อัลเบิร์ตที่เห็นแบบนั้นก็พูดขึ้นมาอย่างไม่สบอารมณ์ เพราะเขาคิดว่าที่เอริกะต้องรีบวิ่งออกไปจากโรงเรียนนั้นก็เพื่อกลับไปหยิบอาวุธของพวกนากามาให้จากที่บ้านของเธอ ซึ่งเอริซาเบธที่พอจะคาดเดาอะไรได้แล้วพูดขึ้นมาอย่างอารมณ์ดี

 

“ไม่หรอกมั้ง~ ฉันว่าคุณเอริกะน่าจะยุ่งๆ หลังจากที่ห้องทำงานของเธอระเบิดขึ้นมาจนลืมบอกว่าต้องสอบกันวันนี้เลยมากกว่าน่ะ~”

 

“ให้ตายสิ… สรุปว่านี่คุณเอริกะเขาเผลอทำห้องทำงานระเบิดขึ้นมาตามที่พ่อของฉันบอกไว้จริงๆ หรอเนี่ย?”

 

ทันทีที่ได้ยินคำพูดของเอริซาเบธ อัลเบิร์ตก็ได้พูดถามขึ้นมาอย่างสงสัย เพราะว่าเหตุระเบิดบนหอคอยเมื่อวันก่อนนั้นได้ถูกลือกันไปซะทั่วเมืองแล้วแต่ว่าก็ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการออกมาสักที

 

“อื้ม… เอาจริงๆ เดี๋ยวอีกไม่นานทางวังก็น่าจะประกาศออกมาแล้วล่ะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของขุนนางยศบารอน เวก้า รีวิซ… คนที่เป็นคู่แข่งของคุณเอริกะนั่นน่ะ เขาเกิดอิจฉาที่งานของคุณเอริกะมีความก้าวหน้ามากกว่าขึ้นมา ก็เลยแอบลอบเข้ามาวางระเบิดห้องเก็บผลงานของคุณเอริกะ แถมยังแอบขโมยอุปกรณ์รุ่นต้นแบบไปด้วยอีกน่ะ”

 

“เวก้า รีวิซ…? บารอนที่เป็นหัวหน้าฝ่ายค้นคว้าอะไรสักอย่างที่รับเจ้าคอนแนลเข้าไปเป็นอัศวินส่วนตัวนั่นน่ะนะ?”

 

“ใช่… แต่ว่าโชคดีที่คุณเอริกะเขาไหวตัวทัน ก็เลยส่งคนเข้าไปจัดการเวก้าแล้วก็ทำลายอุปกรณ์รุ่นต้นแบบได้ทันเวลาก่อนที่เวก้าจะได้ใช้มันก่อเรื่องไปมากกว่านั้นน่ะ แต่ว่าพอห้องเก็บอุปกรณ์โดนระเบิดไปแบบนั้นคุณเอริกะเขาก็เลยต้องซ่อมนู้นซ่อมนี่จนลืมวันลืมคืนเลยน่ะ”

 

“อื้มๆ ต้องแบบนี้สิถึงจะสมกับเป็นคุณเอริกะ ทั้งสืบหาตัวคนร้ายแถมยังจัดการได้ก่อนที่ปัญหาจะลุกลามอีกต่างหาก”

 

ทันทีที่อัลเบิร์ตได้ยินว่าที่เอริกะต้องรีบกลับไปเอาอาวุธมาให้พวกนากานั้นเป็นเพราะว่าเธอลืมบอกวันสอบไปเอง ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือและพูดขึ้นมาโดยพยายามทำเป็นไม่สนใจพิเน๊ะที่ได้กลับมายืนจ้องเขาด้วยแววตาสยองขวัญอีกครั้งหนึ่งแล้ว

 

“อ่ะจริงด้วยสิ~ คนที่คุณเอริกะส่งไปจัดการกับเวก้านั่นก็คือพวกนากาเขาเองล่ะ เพราะงั้นถึงฉันจะบอกว่าให้ออมมือก็เถอะ แต่นายก็อย่าประมาทเกินไปละกันนะ~”

 

“หึ! ยังไงซะเจ้าเวก้านั่นก็คงจะไม่ได้เก่งอะไรอยู่แล้วนี่นะ ไม่งั้นก็คงจะไม่ได้มียศแค่บารอนหรอก”

 

“คิกคิกคิก~”

 

อัลเบิร์ตยักไหล่กลับมาอย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนักเมื่อได้ยินว่าพวกนากานั้นเป็นคนที่จัดการกับเวก้าได้ เพราะยังไงซะเวก้าก็เป็นแค่ขุนนางยศบารอนคนหนึ่ง แถมยังอยู่ฝ่ายค้นคว้าและวิจัยอีกซะด้วยซ้ำ ต่อให้เป็นเขาก็คงจะจัดการได้ง่ายๆ เช่นเดียวกัน

 

“จ้าๆ ถ้างั้นฉันจะรอดูผลการสอบก็ละกันนะ~ อ่ะ—พิเน๊ะมานี่หน่อยสิ”

 

ซึ่งเอริซาเบธที่ได้ยินแบบนั้นเข้าไปก็ทำหน้ายิ้มๆ ตอบเขากลับไป ก่อนที่เธอจะหยิบเอากระดาษแผ่นเล็กๆ ออกมาใบหนึ่งและกวักมือเรียกพิเน๊ะที่กำลังยกชายเสื้อของเธอขึ้นมาป้องปากหัวเราะคิกคักอยู่ให้เดินเข้าไปหาเธอ

 

“เธอเอาตั๋วอาหารนี่ไปแลกอะไรกินก่อนละกัน เดี๋ยวไว้พอสอบเสร็จแล้วฉันจะเรียกเธอมาจัดการสนามสอบนี่อีกทีละกันนะ”

 

“ค่า~~~”

 

พิเน๊ะที่ได้รับตั๋วอาหารไปนั้นเธอก็ชูมันขึ้นเหนือหัวด้วยมือทั้งสองข้าง ก่อนจะออกเดินไปยังอาคารอีกหลังที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของอาคารเรียนในทันที

 

“เอาล่ะอัลเบิร์ต ถ้าพวกนายพร้อมแล้วก็ส่งอาวุธมาเลย ฉันจะได้ตรวจสอบแล้วก็ใช้วิซเคลือบส่วนที่เป็นคมให้น่ะ เพราะยังไงก็เป็นแค่การสอบนี่นะ ไม่ใช่สู้จริงซะหน่อย~”

 

ซึ่งอัลเบิร์ตที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็ส่งอาวุธของตนไปให้เอริซาเบธ โดยอาวุธที่อัลเบิร์ตส่งให้ไปนั้นก็คือมีดเล่มหนึ่งที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติเล็กน้อย แต่ว่าก็ไม่ถึงขั้นที่จะเรียกมันว่าดาบสั้นได้ และที่ตรงปลายของมันนั้นก็มีรูขนาดเล็กเหมือนกับว่าเอาไว้ยิงอะไรบางอย่างออกมาอีกด้วย

 

และเมื่อส่งอาวุธของตนไปแล้ว เขาก็หันไปเรียกนักเรียนหญิงทั้งสองคนที่ดูเหมือนว่าจะหยุดพูดคุยกันไปแล้วให้ส่งอาวุธของพวกเธอไปให้เอริซาเบธบ้าง

 

“เฮ้พวกเธอ! เอาอาวุธไปให้ยัยจิ้งจอกเขาสิ”

 

“ค—ค่ะ!”

 

“…..”

 

ทันทีที่นักเรียนหญิงร่างใหญ่ที่มีท่าทีกระอักกระอ่วนหลังจากนักเรียนหญิงอีกคนเอาแต่ฟังที่เธอพูดอย่างเดียวโดยไม่ตอบอะไรกลับมาเลยนั้นได้ยินเสียงของอัลเบิร์ตเข้า เธอร้องตอบกลับมาและรีบคว้าเอาขวานศึกขนาดยักษ์ที่มีความสูงพอๆ กับตัวเธอเองส่งให้กับเอริซาเบธอย่างลนลานในทันที

 

ในขณะที่นักเรียนหญิงร่างสูงโปร่งที่มีผมสีน้ำตาลเข้มซึ่งยังไม่ได้ปริปากพูดอะไรขึ้นมาเลยนั้นก็ส่งดาบคาตานะไปให้เอริซาเบธด้วยท่าทีเหมือนไม่ชอบใจที่มีคนอื่นมายุ่งกับอาวุธของตนสักเท่าไหร่นัก

 

“อื้ม… รีซาน่า กับ เซซิล แล้วก็อัลเบิร์ตหรอ… ตอนแรกฉันก็ลืมคิดไป แต่ว่าทีมของพวกเธอมีแต่คนใช้อาวุธระยะใกล้เป็นหลักทั้งนั้นเลยนี่ ทางฝั่งนากาเขาใช้อาวุธระยะไกลกันตั้งสองคนเลยนะ แบบนี้พวกเธอจะไหวหรือเปล่า…”

 

“หึ… ถ้ายัยพวกนี้หาทางรับมือไม่ได้เดี๋ยวฉันก็แค่จัดการทั้งสามคนด้วยตัวคนเดียวนั่นล่ะ”

 

“พูดมากน่า…”

 

ทันทีที่ได้ยินอัลเบิร์ตพูดขึ้นมาแบบนั้นนักเรียนนักเรียนหญิงร่างสูงโปร่งที่มีผมสีน้ำตาลเข้มยาวเลยบ่าลงมาเล็กน้อยก็ได้เหลือบมองอัลเบิร์ตด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์

 

ซึ่งก็ทำให้เอริซาเบธที่เห็นแบบนั้นต้องรีบพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาก่อนที่ทีมของนักเรียนตรงหน้าจะได้เริ่มทะเลาะกันเองในทันที

 

“จ้าๆ พ่อคนเก่ง~ แล้วนี่เซซิล ทำไมเธอไม่ใส่ชุดนักเรียนมาล่ะ? ถึงจะยังเป็นช่วงปิดภาคเรียนอยู่ก็เถอะ แต่ว่าถ้าต้องเข้ามาในโรงเรียนก็แต่งตัวให้เรียบร้อยหน่อยสิ”

 

เมื่อได้ยินเอริซาเบธพูดเรื่องการแต่งกายของเธอขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนเรื่อง นักเรียนหญิงที่ชื่อเซซิลก็หันไปมองเอริซาเบธด้วยสายตาดุร้ายในทันที

 

แต่ว่าเธอก็ไม่ได้พูดอะไรขึ้นมาและทำเพียงแค่จับเอาตราของโรงเรียนที่ติดอยู่บนเสื้อโค๊ทกันลมที่เธอสวมใส่ทับเสื้อยืดแขนกุดรัดรูปกับกางเกงขาสั้นขึ้นมาให้อีกฝ่ายดูราวกับจะบอกว่าก็ใส่เสื้อโค๊ทของทางโรงเรียนแล้วยังไม่พออีกหรือไง

 

“อ—อีกฝ่ายใช้อาวุธระยะไกลตั้งสองคนเลยหรอคะ? หว๊าย…”

 

ทันใดนั้นเองนักเรียนหญิงร่างใหญ่ที่มีเส้นผมสีน้ำเงินยาวและดวงตาสีเขียว อีกทั้งยังมีเขาขนาดใหญ่สีดำงอกออกมาจากด้านข้างของศีรษะนั้นก็ได้พูดขึ้นมาด้วยท่าทีประหม่าและลังเลที่ไม่เข้ากับร่างกายสูงใหญ่ของเธอเลยแม้แต่น้อย

 

ซึ่งเมื่อเอริซาเบธหันไปมองก็พบว่านักเรียนหญิงที่ชื่อว่ารีซาน่านั้นได้สวมใส่เครื่องแบบนักเรียนเป็นระเบียบเรียบร้อยดี แต่ติดอยู่ตรงที่ว่าชุดเครื่องแบบของเธอนั้นเหมือนจะเล็กกว่าขนาดตัวของเธออยู่มาก จนทำให้หลายๆ ส่วนแทบจะปริออกมาอยู่แล้ว

 

“ใส่เครื่องแบบได้เรียบร้อยดีนี่ …แต่ว่าชุดมันไม่เล็กเกินไปหน่อยหรอรีซาน่า?”

 

“ช… ชุดนี้มันก็ใหญ่ที่สุดเท่าที่สหกรณ์เขาจะมีขายแล้วนะคะ! ส่วนชุดที่ฉันสั่งตัดไปก็ยังไม่เสร็จ… ฉ… ฉันก็เลย…”

 

“ก็หวังว่าชุดนี้มันจะทนได้จนกว่าจะสอบเสร็จล่ะนะ… เอาเป็นว่าดึงวิซที่ตกค้างในอาวุธของพวกเธอออกไปให้หน่อยสิ ฉันจะได้จัดการส่วนที่เป็นคมของอาวุธให้”

 

เอริซาเบธที่ได้ยินแบบนั้นก็มองไปยังเสื้อผ้าของรีซาน่าตรงส่วนที่ดูเหมือนจะปริแตกออกมาให้ได้ ก่อนที่เธอจะหยิบเอาก้อนคริสตัลสีขาวขุ่นๆ ออกมาจากเสื้อกาวน์ของตัวเอง

 

และทันทีที่ทั้งสามได้ยินแบบนั้นพวกเขาก็รับอาวุธคืนมาจากเอริซาเบธและดึงเอาพลังวิซที่ตกค้างอยู่ภายในอุปกรณ์ของตนกลับเข้าร่างกายและส่งอาวุธของตนไปให้เอริซาเบธอีกครั้งหนึ่งในทันที

 

เอริซาเบธที่รับอาวุธของทุกคนไปนั้นก็เอาคริสตัลไร้สีในมือของเธอไปถูกับส่วนที่เป็นคมของอาวุธทั้งสามชิ้นจนทำให้มันส่องแสงขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะดับลงไป และเธอก็ได้ลองทดสอบดูด้วยการเอามีดของอัลเบิร์ตมาปาดใส่แขนของตัวเอง

 

ซึ่งคมมีดของอัลเบิร์ตที่ถูกเธอใช้พลังวิซผ่านก้อนคริสตัลไร้สีไปนั้นก็ไม่สามารถที่จะเฉือนแขนของเธอได้ ราวกับว่ามีกำแพงอากาศหรืออะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นเคลือบมันเอาไว้

 

ทันใดนั้นเองเอริซาเบธก็ได้สังเกตเห็นรูตรงบริเวณปลายมีดของอัลเบิร์ต จึงได้พูดขึ้นมาก่อนจะโยนมีดหน้าตาแปลกๆ ในมือกลับคืนไปให้เขา

 

“อัลเบิร์ต นายได้เปลี่ยนกระสุนในมีดนี่เป็นกระสุนสำหรับฝึกซ้อมหรือยังน่ะ”

 

“เออ จริงด้วยแฮะ งั้นฉันฝากกระสุนจริงนี่ไว้กับเธอหน่อยละกัน”

 

ซึ่งเขาก็คว้ามันไว้กลางอากาศก่อนจะใช้นิ้วโป้งของเขาดันให้แผ่นที่ปิดอยู่ตรงด้านล่างของด้ามจับจนมันเปิดออก และเขย่าๆ ตัวมีดเล็กน้อยให้ตลับยาวๆ ที่ใส่คริสตัลสีเขียวขนาดเล็กจำนวนมากหลุดออกมาจากด้านใน

 

ก่อนที่เขาจะหยิบเอาตลับที่หน้าตาเหมือนกันแต่ว่ามีคริสตัลคนละสีออกมาและใส่มันเข้าไปแทน

 

“อื้มส่งมาสิ แล้วถ้าอาวุธของพวกเธอทั้งสองคนมีระบบวิซอะไรพิเศษก็อย่าลืมเปลี่ยนเป็นคริสตัลสำหรับฝึกกันด้วยล่ะ”

 

ซึ่งเอริซาเบธที่ยื่นมือไปรับตลับกระสุนจริงของอัลเบิร์ตมานั้นก็ได้เอ่ยปากเตือนนักเรียนหญิงอีกสองคนด้วยเช่นกัน

 

“ไม่มี…”

 

“ข…ของฉันมันถูกผสมลงไปในตอนที่สร้างอาวุธเลยน่ะค่ะ… แบบนั้นจะมีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ…?”

 

เซซิลนั้นตอบกลับมาสั้นๆ พลางคว้าเอาคาตานะของเธอกลับมาจากมือของเอริซาเบธและลองจับตรงส่วนคมของมันดูด้วยท่าทีไม่ชอบใจ ในขณะที่รีซาน่านั้นก็รับขวานศึกของเธอมาถือไว้และถามออกมาด้วยน้ำเสียงกล้าๆ กลัวๆ

 

“ถ้าเป็นแบบนั้นเวลาใช้พลังเธอก็ยั้งๆ มือหน่อยละกัน ถึงถ้าเกิดพลาดขึ้นมาจริงๆ ฉันน่าจะหยุดเอาไว้ได้ก็เถอะนะ~ อีกอย่างตัวขวานศึกของเธอต่อให้ไม่ต้องใช้พลังอะไรแค่ฟาดๆ ไปให้โดนก็น่าจะเจ็บหนักแล้วล่ะมั้งนั่น~”

 

“ขวานศึกอันขนาดนั้นมันจะแค่ ‘น่าจะ’ ได้ยังไงกันหะ!? ต่อให้ลบคมไปแล้วเผลอๆ ก็ยังจะตัวขาดครึ่งอยู่ดีเลยมั้งนั่นน่ะ!!”

 

“นั่นสิ…”

 

“เอาน่าๆ เรื่องนั้นไม่ต้องเป็นห่วงหรอก พวกเธอสู้ให้เต็มที่ได้เลย มีฉันอยู่ด้วยทั้งคนต่อให้พลาดขึ้นมาก็รับรองว่าไม่เจ็บหนักแน่นอน~ อ้ะ… คู่ต่อสู้ของพวกเธอเดินมากันแล้วนั่น~”

 

ในระหว่างที่เอริซาเบธกำลังพูดตอบอัลเบิร์ตและเซซิลที่กำลังมองขวานศึกในมือรีซาน่าด้วยสายตาหวาดระแวงอยู่นั้น เธอก็เหลือบไปเห็นพวกนากาที่กำลังตรงมาหาพวกเธอจากทางอาคารเรียนเข้า

 

“มาแล้วๆ ขอโทษที ทำให้พวกเธอรอนานหรือเปล่า?”

 

นากาที่เดินมาถึงนั้นรีบเอ่ยปากขอโทษที่ทำให้ทุกคนเสียเวลาออกมาทันที โดยโมโกะที่สะดุ้งไปกับสายตาไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่นักของอัลเบิร์ตได้พยายามพูดอธิบายเพิ่มเติมขึ้นมาด้วยเช่นกัน

 

“พ–พอดีเอริกะเขาไม่ยอมให้พวกฉันใช้อาวุธที่ทางโรงเรียนเตรียมไว้ให้น่ะ แถมยังวิ่งกลับไปหยิบอาวุธของพวกฉันมาให้จากที่บ้านโดยไม่ฟังกันอีกต่างหาก”

 

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ พวกฉันก็เพิ่งจะเตรียมสนามกับอุปกรณ์เสร็จเหมือนกัน จะว่าไปนากาคุงเป็นคนเดียวที่ใช้อาวุธระยะประชิดสินะ? ถ้างั้นส่งดาบของเธอมาให้ฉันจัดการเรื่องความปลอดภัยก่อนสิ”

 

“หืม? เอาสิ”

 

เมื่อนากาได้ยินแบบนั้นเขาก็หยิบเอาดาบของตนที่เขาเรียกมันมาเตรียมไว้ตั้งแต่อยู่ในอาคารเรียนตามคำสั่งของเอริกะออกมาแล้วยื่นมันให้กับเอริซาเบธไป ซึ่งทุกคนก็มองดูเลือดที่เบื้อนบนใบดาบของนากาด้วยสีหน้าต่างๆ กันไป

 

“เลือดนั่นคงจะเป็นของเวก้างั้นสินะ แต่ว่าถ้าใช้งานอาวุธของตัวเองเสร็จแล้วก็หัดทำความสะอาดซะบ้างสิ หรือว่ากะจะเก็บไว้อวดใครกันหะ”

 

ทันใดนั้นเองอัลเบิร์ตที่จ้องนากาเขม็งตั้งแต่เห็นเขาเดินออกมาจากอาคารก็ได้พูดขึ้นมาอย่างดูแคลน เมื่อเขาเห็นว่าดาบของนากานั้นยังคงเปื้อนคราบเลือดอยู่เหมือนกับว่าไม่ได้เอามันไปทำความสะอาดมาเลยซะด้วยซ้ำ

 

“เอ่อ… คือว่าเลือดนั่นมันล้างไม่ออกน่ะ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน… ว่าแต่เตรียมอาวุธกันมาพร้อมแบบนี้ หมายความว่าพวกนายคือคนที่จะมาเป็นคู่ต่อสู้ของพวกฉันสินะ”

 

“หึ ใช่แล้ว! ฉันชื่อว่า อัลเบิร์ต จะเป็นคู่ต่อสู้ให้พวกนายเอง เตรียมตัวเอาไว้ได้เลย!”

 

เมื่ออัลเบิร์ตได้ยินคำถามที่นากาถามกลับมาเหมือนกับไม่ใส่ใจในคำดูถูกของเขาเลยแบบนั้น เขาก็กอดอกพูดแนะนำตัวกลับไปโดยไม่สนใจนากาที่ยื่นมือออกมาเพื่อหวังจับมือทักทายเขาเลยแม้แต่น้อย ทำให้นากาได้แต่หดมือกลับไปเกาแก้มของตัวเองแบบเก้อๆ

 

“ฉ–ฉันรีซาน่าค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก…”

 

“ม–โมโกะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน…”

 

“เซซิล…”

 

“ส่วนหนูพรีมูล่าอ่ะ~ ยินดีที่ได้รู้จักพวกพี่ๆ น๊า~”

 

นากานั้นมองดูเหล่าสาวๆ ที่จับไม้จับมือทักทายกันตามธรรมเนียมปฏิบัติที่ทำกันเวลาแนะนำตัว ก่อนจะหันมามองดูอัลเบิร์ตที่ยืนกอดอกเชิดหน้าจ้องเขาเขม็ง พลางคิดในใจว่าพวกผู้ชายในโรงเรียนนี้คงจะมีธรรมเนียมปฏิบัติเวลาแนะนำตัวต่างจากที่เขารู้มา

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาตัดสินใจที่จะยกมือขึ้นมากอดอกและเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ ตามแบบที่อัลเบิร์ตกำลังทำอยู่และพูดแนะนำตัวกลับไปบ้าง

 

“อัลเบิร์ต รีซาน่า แล้วก็เซซิลงั้นสินะ ฉันนากามูระ ขอฝากตัวด้วยนะ!”

 

ซึ่งท่าทางของนากานั้นทำให้อัลเบิร์ตถึงกับคิ้วกระตุก ในขณะที่รีซาน่านั้นมองดูนากาด้วยแววตาประหลาดใจ ส่วนทางด้านเซซิลนั้นก็เหลือบไปมองดูอัลเบิร์ตโดยไม่ได้พูดอะไรออกมา

 

ทันใดนั้นเองเอริซาเบธที่ยืนดูพวกเขาทำความรู้จักกันอยู่ก็ได้ส่งเสียงประหลาดๆ ออกมา และพยายามกลั้นเสียงหัวเราะของตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

“อุ๊บ!! อุ… พ…. พวก… พวกเธออย่าเพิ่งทำความรู้จักกันแบบนั้นสิ เดี๋ยวก็สู้กันไม่ล… ฮะฮะฮะฮะฮะ!!”

 

แต่ว่าสุดท้ายแล้วเธอก็หลุดหัวเราะออกมายกใหญ่พลางพยายามยื่นดาบของนากากลับคืนมาให้เขาทั้งๆ ที่กำลังกุมท้องหัวเราะอยู่แบบนั้น จนทำให้ส่วนที่เป็นคมดาบนั้นทิ่มเข้าใส่นากาอย่างแรง

 

“โอ๊ย!! …อ้ะ ไม่เจ็บแฮะ เธอเอาดาบของฉันไปทำอะไรมาล่ะเนี่ย”

 

“หา… ก็ใช้วิซเคลือบไปบนอาวุธเพื่อป้องกันอันตรายไง เรื่องพื้นฐานแบบนี้ก็ไม่รู้หรือไง”

 

อัลเบิร์ตชิงพูดขึ้นมาก่อนด้วยความแปลกใจ เพราะว่าการใช้พลังวิซผ่านคริสตัลไร้สีเคลือบไปบนอาวุธเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอันตรายในการฝึกซ้อมต่อสู้นั้นเป็นเรื่องปกติที่ใครๆ ก็ทำกันอยู่แล้ว

 

ซึ่งนากาที่ได้ยินแบบนั้นเข้าไปก็หันไปมองเขาอย่างงงๆ ทำให้เอริซาเบธที่รู้ว่านากานั้นไม่มีความรู้เรื่องวิซเลยต้องรีบตั้งสติเพื่อหยุดเสียงหัวเราะของตนและรีบพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาในทันที

 

“เอาล่ะ! ในเมื่อพวกเธอทำความรู้จักกันเสร็จแล้ว งั้นก็มาเริ่มกันเลยดีกว่า! อัลเบิร์ต พวกนายทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีเสียสละไปเตรียมตัวที่อีกฝั่งหนึ่งละกันนะ แล้วเดี๋ยวพอฉันให้สัญญาณเมื่อไหร่พวกนายก็เริ่มออกตัวกันได้เลย”

 

“อ่า นั่นสินะ ถ้างั้นพวกเราเองก็ไปกันเถอะ!”

 

“ค—ค่ะ!”

 

“…..”

 

เมื่ออัลเบิร์ตได้ยินแบบนั้น เขาก็หันไปมองสองสาวเพื่อนรวมทีมและเรียกให้พวกเธอเดินตามเขาไปกัน ส่วนเอริซาเบธนั้นก็หันมาพูดกับนากาก่อนที่เธอจะออกเดินไปยังตัวอาคารเรียนในทันที

 

“เดี๋ยวฉันต้องไปรวมกลุ่มกับอาจารย์คนอื่นเขาข้างบนนั่นน่ะ เอาเป็นว่าพอขึ้นไปถึงแล้วฉันจะส่งสัญญาณเริ่มการต่อสู้ออกมาละกันนะ พวกเธอก็เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ~”

 

“อาจารย์คนอื่นงั้นหรอ?”

 

เมื่อพวกเขาได้ยินเอริซาเบธพูดสิ่งที่ไม่ได้คาดเอาไว้ขึ้นมาก็ทำให้พวกเขาหันขึ้นไปมองด้านบนของอาคารเรียนที่เอริซาเบธชี้ให้ดูในทันที และพวกเขาพบว่าที่หน้าต่างของชั้นห้าซึ่งเป็นชั้นบนสุดของอาคารเรียนนั้นได้มีเงาคนจำนวนหนึ่งยืนมองมาทางสนามสอบอยู่

 

“ต่อให้มีจดหมายแนะนำจากวังหลวง แต่ว่าการคุมสอบก็ยังต้องใช้อาจารย์หลายคนมาช่วยกันตัดสินอยู่ดีล่ะมั้งเนี่ย…”

 

“หว๊าๆๆ ”

 

ซึ่งโมโกะที่เห็นแบบนั้นเข้าก็พูดขึ้นมาด้วยความกังวล ในขณะที่พรีมูล่านั้นก็ส่งเสียงร้องประหลาดๆ ออกมา เพราะเธอคิดว่าเอริซาเบธจะเป็นคนเดียวที่ตัดสินผลการสอบซะอีก

 

ถึงแม้ว่าโมโกะกับพรีมูล่าจะเผยท่าทีกังวลออกมา แต่ว่านากานั้นกลับยิ้มออกมาอย่างชอบใจ เพราะในเมื่อมีคนคุมสอบหลายคนแบบนี้ คนก็คงจะพูดกันไม่ได้ว่าเอริซาเบธที่รู้จักกับพวกเขานั้นแอบลำเอียงให้พวกเขาผ่านการสอบมาได้โดยที่ไม่มีความสามารถพอ

 

“เอาล่ะ ถ้างั้นก็ต้องแสดงฝีมือให้ดีที่สุดสินะ!!”

 

“ก็คงต้องเป็นอย่างงั้นแหละ…”

 

“น—หนูจะพยายาม!!”

 

ทั้งสองคนพูดตอบนากากลับไปพร้อมกับกำชับอาวุธในมือของพวกเธอแน่น ซึ่งพรีมูล่านั้นก็ได้เอาปืนยาวของเธอออกมาถือเอาไว้ในมือและห้อยดาบน้ำแข็งที่เธอได้รับมาจากคุณแม่ไว้ที่ข้างเอว ส่วนทางด้านโมโกะนั้นก็ถือปืนทั้งสองกระบอกของเธอไว้ในมือทั้งสองข้างพร้อมๆ กัน

 

“เอาล่ะ!! ถ้างั้นก็เริ่มการทดสอบได้เลย!!”

 

ปั้ง!!

 

ทันใดนั้นเอง หน้าต่างของอาคารเรียนชั้นห้าก็ได้เปิดออก พร้อมๆ กับที่เอริซาเบธได้ชะโงกหน้าออกมาตะโกนและลั่นไกปืนสั้นในมือที่เธอถือเอาไว้ให้มันยิงควันสัญญาณสีแดงออกมา โดยไม่ให้ทั้งหกคนในสนามสอบได้มีเวลาตั้งหลักเลยแม้แต่น้อย

 

“ยัยจิ้งจอกนี่—!!”

 

“เฮ้อ…”

 

“หว๊าๆๆ ”

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้อัลเบิร์ตสบถออกมาก่อนจะรีบออกวิ่งไปทางฝั่งหนึ่งของสนามเพื่อหาทำเลเหมาะๆ ในทันที ในขณะที่เซซิลนั้นก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อยและเดินตรงไปตามถนนเส้นหลักทิ้งให้รีซาน่ายืนลนลานอยู่กับที่สักพักก่อนที่เธอจะตั้งสติได้และเดินไปอีกทางหนึ่งที่ยังไม่มีใครเดินไปด้วยตัวคนเดียว

 

“นี่ไม่กะจะให้ฉันได้เตรียมใจอะไรจนวินาทีสุดท้ายจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย!?”

 

“สมกับเป็นเอริซาเบธจริงๆ ให้ตายสิ!”

 

“อ่ะ— พี่นาการอหนูด้วย!!”

 

ทางด้านทีมของนากานั้นก็พูดบ่นเอริซาเบธขึ้นมาเช่นกัน แต่ว่าพวกเขาก็เลือกที่จะจับกลุ่มกันเดินเข้าไปในซอกเล็กๆ ระหว่างแท่งหินโดยไม่มีใครคิดจะแยกตัวออกไปคนเดียวเลยแม้แต่น้อย

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 35 Arrangement"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved