cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 23

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 23
Prev
Next

ตู้ม!!!
 

“เสียงอะไรน่ะ!?”

 

ในขณะที่นากากับพรรคพวกกำลังนั่งมองดูพรีมูล่ากำลังโดนอลิซสั่งสอนเพราะว่าเธอกดกระดิ่งเล่นรัวๆ อยู่นั้นเอง จู่ๆ พวกเขาก็ได้ยินเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นมาทำให้พวกเขารีบวิ่งออกมานอกตัวบ้านเพื่อมองหาที่มาของเสียงระเบิดนั้นในทันที

 

แต่ว่าพวกเขาก็ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาค้นหาเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าทันทีที่ก้าวขาพ้นประตูบ้านมา พวกเขาก็เห็นหอคอยของปราสาทใจกลางเมืองที่แหว่งเป็นรูและมีควันสีดำจำนวนมากพวยพุ่งออกมาอย่างไม่ขาดสาย

 

“ปราสาทมัน… คุณเอริกะยังไม่กลับมาจากที่นั่นเลยไม่ใช่หรอครับ!?”

 

“ใจเย็นๆ ก่อนสิคอนแนล! เข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าแบบนั้นมีแต่จะโดนลูกหลงเพิ่มนะ!”

 

แน่นอนว่าทันทีที่คอนแนลเห็นแบบนั้น เขาก็ร้องออกมาพร้อมทำท่าจะออกตัววิ่งไป จนทำให้อลิซต้องรีบจับตัวเขาเพื่อห้ามเอาไว้ซะก่อน

 

“แต่คุณเอริกะเขาอยู่ข้างในนั้นนะครับ! ปล่อยผม—”

 

ตู้ม!!

 

ในขณะที่คอนแนลกำลังตะโกนสวนอลิซกลับมานั้นเองก็ได้มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนที่ควันสีดำซึ่งกำลังพวยพุ่งออกมาจากรูที่หอคอยนั้นจะทะลักออกมามากกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด

 

“พรีมูล่า! โมโกะ! จับตัวนากาเอาไว้เร็ว!!”

 

เมื่อเห็นแบบนั้นอลิซก็ก็รีบตะโกนสั่งเพื่อนสาวทั้งสองคนของเธอออกมาในทันทีโดยไม่ต้องหันไปมองทางด้านนากาซะด้วยซ้ำ เพราะถึงแม้ว่าเธอกับเขาจะเพิ่งพบกันได้ไม่นานแต่ว่าเธอก็ดูออกว่าเขานั้นมีนิสัยชอบช่วยเหลือคนอื่นมากขนาดไหน

 

ทันทีที่ได้ยินอลิซพูดออกมาแบบนั้น ทั้งสองก็หันกลับไปมองนากาที่ควรจะยืนอยู่ข้างหลังในทันที ก่อนจะพบว่าเขานั้นได้หายไปจากที่เดิมซะแล้ว

 

และเมื่อทั้งคู่กวาดตามองหาเขา พวกเธอก็พบว่านากานั้นกำลังพยายามที่จะปีนกำแพงบ้านเพื่อออกไปยังหอคอยนั้นอยู่ ทำให้พวกเธอรีบวิ่งตามไปดึงตัวเขาลงมาและช่วยกันล็อกแขนของนากาไว้คนละข้างในทันที

 

“หยุดเลยนะนากา!! / พี่นากาหยุ๊ดดดด!!”

 

“พวกนายทั้งคู่ใจเย็นลงก่อนสิ!!”

 

“ปล่อยฉัน!! / ปล่อยผมเดี๋ยวนี้!!”

 

“ด—เดี๋ยว อย่าสะบัดสินากา—!?”

 

ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ

 

ในตอนที่ทุกอย่างกำลังชุลมุนวุ่นวายอยู่นั้นเอง เครื่องสื่อสารอันแรกที่นากาใส่เอาไว้ในหูตั้งแต่เมื่อเช้าก็ได้ส่งเสียงดังขึ้นมา ทำให้นากาที่กำลังพยายามสะบัดตัวให้หลุดจากสองสาวชะงักไป ก่อนที่จะถูกแรงของพวกเธอที่หยุดมือไม่ทันกระชากจนล้มลงไปกองกับพื้น

 

“แค่ก! แค่ก! ฮัลโหลๆ มีใครได้ยินมั้ย! เอริ! มีอา! เดรค! นากา! ถ้าได้ยินแล้วตอบด้วย!!”

 

ทันใดนั้นเองก็ได้มีเสียงของเอริกะไอค๊อกแค๊กดังขึ้นมาจากเครื่องสื่อสาร ซึ่งมันก็พอจะทำให้นากาโล่งใจขึ้นมาได้บ้างเมื่อเขาได้รู้ว่าอีกฝ่ายนั้นยังคงปลอดภัยอยู่ ก่อนที่เขาจะรีบถามถึงสถานการณ์ของอีกฝ่ายขึ้นมาในทันที

 

“เอริกะเธออยู่ที่หอคอยนั่นใช่มั้ย!? เกิดอะไรขึ้นข้างในนั้นน่ะ!”

 

“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน! ตอนนี้นายมองเห็นตรงจุดที่เกิดระเบิดเมื่อกี้หรือเปล่า!? ถ้าฉันจำไม่ผิดโมโกะกับพรีมูล่าใช้ปืนเป็นอาวุธใช่มั้ย!? ไปตามพวกเธอมาเดี๋ยวนี้เลย!!”

 

แต่ว่าเอริกะก็บอกปัดคำถามของเขาไปและพูดสั่งเขาออกมาอย่างรีบร้อน ทำให้นากาที่ได้ยินแบบนั้นรีบหันไปตะโกนสั่งพรีมูล่าออกมาในทันที

 

“พรีมูล่า! เอาปืนของเธอออกมาเร็วเข้า!”

 

“อ—เอ๋ะ—!? อื้อ!!!”

 

พรีมูล่าส่งเสียงออกมาอย่างสงสัย แต่ว่าเธอก็รีบหยิบปืนยาวประจำตัวที่เธอสะพายไว้ด้านหลังออกมาถือไว้ตามคำสั่งของพี่ชายในทันที

 

ส่วนทางด้านโมโกะเมื่อเธอได้ยินว่าจำเป็นต้องใช้ปืนนั้น เธอก็กระดิกหูของเธอและส่ายหางไปมาอย่างร่าเริงก่อนที่จะแอบย่องกลับไปเข้าในบ้านเพื่อที่จะหยิบปืนกลเบาของเธอออกมาบ้างในทันที

 

หมับ

 

“ว๊าย!?”

 

แต่ว่าการกระทำของเธอนั้นก็ไม่รอดพ้นสายตาของอลิซที่จับตามองดูเธอตั้งแต่ได้ยินคำว่าปืนหลุดออกมาจากปากของนากาแล้ว เธอจึงได้คว้าจับไปที่หางของโมโกะและดึงตัวเธอเข้ามาใกล้ๆ พร้อมพูดใส่โมโกะออกมา

 

“สภาพแบบนั้นอยู่เฉยๆ ไปเลย!”

 

ในขณะที่ทางนากาที่เงียบไปเพื่อฟังคำสั่งต่อไปของเอริกะอยู่สักพักก็ได้พูดสั่งพรีมูล่าออกมาตามที่เอริกะบอกเขาผ่านเครื่องสื่อสาร

 

“พรีมูล่า! ถ้าเธอเห็นอะไรพุ่งออกมาจากรูนั่นก็ยิงมันให้ร่วงได้เลย!”

 

“เอ๋!? หนูยิงได้จริงๆ หรอ!”

 

พรีมูล่าที่ได้ยินแบบนั้นเธอก็ทำตาเป็นประกาย ก่อนที่จะรีบดึงลูกเลื่อนปืนในมือของเธอเพื่อดันกระสุนจากซองกระสุนเข้าใส่ลำกล้องปืนอย่างรวดเร็ว จากนั้นเธอจึงยกมันขึ้นมาเล็งไปทางรูบนหอคอยนั้นในทันที

 

นากาที่เห็นพรีมูล่ามีท่าทีตื่นเต้นหลังจากได้รับอนุญาตให้ยิงอะไรก็ตามที่ออกมาจากรูนั่นได้ เขาก็ทำหน้าเจือนๆ ไปเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยปากถามเธออกมา

 

“นี่เธอไม่คิดจะลังเลสั—–”

 

ตู้ม!!!

 

ยังไม่ทันที่นากาจะได้พูดจบก็เกิดการระเบิดขึ้นที่หอคอยอีกครั้งหนึ่ง พร้อมๆ กับที่มีอะไรบางอย่างกระเด็นตามแรงระเบิดออกมา ซึ่งด้วยระยะที่ไกลเกินไปทำให้พวกเขามองได้ไม่ชัดนักว่ามันคืออะไรกันแน่ แต่ว่าทันใดนั้นเองพรีมูล่าก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงลังเล

 

“น…นั่นมัน… คนหรือเปล่าน่ะพี่นากา…? จะให้หนูยิงเขาจริงๆ หรอ?”

 

เมื่อนากาได้ยินน้องสาวของเขาพูดมาแบบนั้น เขาก็รีบเพ่งตาดูสิ่งที่กระเด็นออกมาอย่างแรงนั้นดูให้ชัดๆ ก่อนที่จะพบว่ามันมีรูปร่างคล้ายกับมนุษย์อย่างที่น้องสาวของเขาพูดขึ้นมาจริงๆ ทำให้เขาเอ่ยปากถามเอริกะผ่านเครื่องสื่อสารขึ้นมาอีกทีหนึ่งอย่างไม่มั่นใจนัก

 

“อ…เอริกะ…?”

 

“ยิงให้ร่วงลงมาเลย!!”

 

แต่ว่าเอริกะก็ได้รีบตะโกนสวนเขาขึ้นมาเสียงดัง ทำให้นากาที่ได้ยินแบบนั้นก็จนปัญญาได้แต่หันมาพยักหน้าให้กับพรีมูล่าเป็นสัญญาณให้เธอยิงมันในทันที

 

ปั้ง!!

 

พรีมูล่าคำนวณวิถีการตกของเป้าหมายด้วยเวลาเพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่จะเล็งล้ำหน้าเป้าหมายไปเล็กน้อยและลั่นไกปืนในมือของเธอทำให้กระสุนน้ำแข็งพุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว

 

แต่ว่าทันใดนั้นเองกลับมีประกายไฟสีเขียวส่องสว่างขึ้นมาจากเอวของร่างที่กำลังลอยเคว้งคว้างอยู่กลางอากาศนั้น ก่อนที่ร่างนั้นจะหยุดชะงักและสะบัดตัวเองหมุนติ้วออกไปจากวิถีเดิมทำให้กระสุนน้ำแข็งที่พรีมูล่าเล็งดักไว้เบื้องหน้านั้นพลาดเป้าไปอย่างเฉียดฉิว

 

ซึ่งเมื่อพวกเขาลองเพ่งมองดูดีๆ ก็พบว่าร่างที่กำลังลอยเป๋ไปมากลางอากาศนั้นมีอุปกรณ์บางอย่างติดไว้ที่เอวของเขา ซึ่งมันกำลังพ่นไฟสีเขียวอ่อนออกมาเล็กน้อย

 

ร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นดูเหมือนจะรู้ตัวว่าเพิ่งรอดจากการถูกยิงตกไปได้อย่างเฉียดฉิว เพราะว่าเขากำลังหันซ้ายหันขวาพยายามมองหาคนที่ลอบยิงเขาอยู่

 

“ยิงอีกทีสิพรีมูล่า!!”

 

“อื้ม!”

 

นากาที่เห็นท่าทางของอีกฝ่ายเหมือนว่าจะยังมองหาคนที่ลอบยิงไม่เจอนั้นเขาก็ได้สั่งให้พรีมูล่ายิงเข้าใส่ร่างกำลังลอยไปมาอยู่กลางอากาศนั้นอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งพรีมูล่าก็พยักหน้าให้เขาและลั่นไกออกไปอย่างรวดเร็ว

 

ปั้ง!!

 

แต่ว่ากระสุนนัดที่สองของเธอก็พลาดเป้าเช่นกันเมื่อร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศนั้นกลับลดความสูงลงอย่างรวดเร็วในชั่วพริบตาเมื่อไฟที่ถูกพ่นออกมาด้วยอุปกรณ์ที่เอวของเขานั้นได้ดับลงไป พร้อมๆ กับที่พวกนากาเหมือนจะได้ยินเสียงร้องอย่างตกใจดังแว่วมา

 

แต่ทว่าก่อนที่ร่างนั้นจะตกลงกระแทกกับพื้น อุปกรณ์ที่เอวของเขาก็ได้พ่นไฟสีเขียวออกมาอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ร่างของเขาค่อยๆ ลอยขึ้นกลางอากาศและกลับเข้าสู่ความสูงเดิม“ตั้งใจยิงหน่อยสิพรีมูล่า!!”

 

“พี่นากามาลองยิงเองมั้ยอ่ะ!! เขาลอยเป๋ไปเป๋มาแบบนั้นจะให้หนูยิงยังไงล่ะ! แล้วตะกี้นี้อยู่ดีๆ เขาก็ร่วงไปแบบนั้นด้วยใครจะไปยิงโดนอ่ะ!!”

 

เมื่อพรีมูล่าที่กำลังขึ้นลำกล้องกระสุนนัดต่อไปอยู่ได้ยินพี่ชายของตนว่ามาแบบนั้น เธอก็หยุดมือลงและหันกลับมายืนเถียงกับพี่ชายของเธอโดยไม่ได้สนใจร่างที่กำลังลอยอยู่กลางอากาศอยู่นั้นอีกต่อไป

 

ร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศซึ่งบังเอิญรอดมาจากกระสุนของพรีมูล่าไปได้อย่างเฉียดฉิวถึงสองครั้งด้วยกันนั้นได้หันมามองทางพวกเขาก่อนที่จะลอยเซไปเซมาเข้ามาหาอย่างช้าๆ

 

ซึ่งเมื่อร่างนั้นได้เข้ามาใกล้ถึงระยะหนึ่ง เขาก็ยื่นมือออกมาเบื้องหน้าก่อนที่เกราะแขนของเขาซึ่งรูปร่างใหญ่กว่าเกราะแขนปกติมากจะเลื่อนเปิดออก และตรงส่วนที่เปิดออกมานั้นก็เผยให้เห็นปากกระบอกปืนซึ่งถูกซ่อนเอาไว้ด้านในก่อนที่มันจะเรืองแสงสีเขียวออกมา

 

วิ๊ง— ปั้งปั้งปั้งปั้ง—!!

 

ทันใดนั้นเองก็ได้มีกระสุนวิซสีเขียวขนาดใหญ่พอๆ กับฝ่ามือถูกยิงออกมาอย่างต่อเนื่องและพุ่งโค้งลงใส่พวกนากาอย่างรวดเร็ว

 

ซึ่งทันทีที่นากาเห็นแบบนั้นเขาก็รีบวิ่งออกมาด้านหน้าของทุกคนก่อนที่จะยื่นแขนของเขาออกมาเบื้องหน้าโดยหันทางหลังมือของเขาออกไป

 

“พรีมูล่าส่งวิซมาเร็ว!!”

 

“ห–เหะ!?”

 

แต่ว่าพรีมูล่าซึ่งเจอของแปลกประหลาดที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนก็กลับหันมามองหน้าของเขาด้วยท่าทีมึนๆ งงๆ จนทำให้คอนแนลที่เห็นแบบนั้นรีบพูดออกมาในทันที

 

“ถ้าแค่วิซล่ะก็ใช้ของผมก็ได้นะครับ!”

 

หลังจากที่คอนแนลพูดจบเขาก็กระแทกโล่ของเขาลงกับพื้นให้มันตั้งตระหง่านป้องกันอลิซและโมโกะที่อยู่ใกล้ๆ

 

ก่อนที่เขาจะรีบวิ่งมายืนอยู่เคียงข้างนากาและปลดปล่อยพลังวิซธาตุน้ำของเขาออกมาอาบร่างของนากาไปทั้งตัวในทันทีเนื่องจากว่าเขาไม่รู้ว่านากานั้นต้องการที่จะให้เขาส่งพลังวิซไปที่ตรงไหนกันแน่

 

และทันทีที่พลังวิซธาตุน้ำของเขาได้สัมผัสเข้ากับถุงมือของนากาที่ยื่นออกไปเบื้องหน้านั้นแผ่นคริสตัลที่ติดอยู่กับถุงมือก็ได้เรืองแสงสีขาวออกมา ก่อนที่มันจะควบแน่นพลังวิซธาตุน้ำของคอนแนลที่ยังคงถูกส่งออกมาอย่างต่อเนื่องก่อให้เกิดสายน้ำพวยพุ่งออกมาจากรอบๆ ตัวคริสตัลในทันที

 

ฟู่ววววววว!!

 

คอนแนลที่เห็นว่าพลังวิซของเขากำลังทำปฏิกิริยากับถุงมือที่นากาสวมใส่อยู่ เขาก็ส่งพลังเข้าไปที่ถุงมือของนากาเพียงอย่างเดียวในทันทีและทำให้แผ่นคริสตัลนั้นได้รับวิซเข้าไปเป็นปริมาณที่มากขึ้นกว่าเดิม

 

และมันก็ได้ปล่อยสายน้ำออกมาเป็นจำนวนมากจนทำให้มันกลายเป็นเหมือนกับแผ่นน้ำที่กำลังไหลออกจากจุดศูนย์กลางอย่างรุนแรง

 

แต่โล่น้ำของพวกเขานั้นไม่ได้รับกระสุนเข้าไปโดยตรง เพราะว่าเมื่อกระสุนของอีกฝ่ายพุ่งเข้ามาตกกระทบกับมันและพยายามที่จะเจาะทะลุเข้ามานั้น มันก็จะโดนมวลน้ำที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างต่อเนื่องผลักออกไปจนหลุดจากวิถีเดิมและตกกระทบกับพื้น

 

ซึ่งพอกระสุนสีเขียวเหล่านั้นกระทบกับพื้นมันก็ได้แตกออกมาเป็นสะเก็ดไฟสีเขียวจำนวนมากกระเด็นไปทุกทิศทาง จนทำให้พื้นดินบริเวณนั้นถูกระเบิดเป็นหลุมขนาดเล็กๆ กระจายไปทั่ว

 

และเมื่อทุกอย่างสงบลง คอนแนลก็ได้เงยหน้าขึ้นไปมองคนที่กำลังลอยตัวอยู่บนฟ้าด้วยอุปกรณ์บางอย่างนั้นก่อนที่เขาจะร้องออกมาด้วยความประหลาดใจในทันที

 

“คุณเวก้า!?”

 

“…คอนแนล!?”

 

เวก้าที่เห็นคอนแนลกำลังยืนอยู่ในกลุ่มของคนที่เพิ่งจะลอบยิงเขาไปถึงสองครั้งนั้นก็พูดขึ้นมาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน ก่อนที่เขาจะรีบทำให้ปืนลับที่ติดอยู่บนเกราะแขนของเขาหดกลับลงไปซ่อนอยู่เหมือนเดิม และรีบโน้มตัวไปข้างหน้าเพื่อที่จะทำให้ตัวเขาพุ่งข้ามหัวพวกนากาไปอย่างรวดเร็ว

 

“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณเวก้า!! ทำไมคุณถึ—–”

 

ปั้ง!!

 

คอนแนลที่เห็นว่าเวก้านั้นเป็นคนที่หลบหนีออกมาจากหอคอยที่ถูกระเบิดก็พยายามที่จะร้องเรียกเขาเอาไว้ก่อน แต่ว่ายังไม่ทันที่เขาจะได้พูดจนจบก็ได้มีเสียงของกระสุนน้ำแข็งนัดที่สามของพรีมูล่าดังขึ้นมาซะก่อน

 

เพล้ง!!

 

“ไงล่ะ! เห็นรึยังพี่นากา! เมื่อกี้นี้เขาแค่โชคดีหลบได้เท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่าหนูยิงไม่แม่นสักหน่อยอ่ะ!!”

 

ซึ่งคราวนี้เธอยิงเข้าใส่เวก้าที่กำลังบินจากไปได้อย่างแม่นยำแถมยังร้องอวดออกมาให้พี่ชายของเธอฟังอีกต่างหาก จนทำให้คอนแนลที่เห็นแบบนั้นได้แต่กะพริบตามองเธอด้วยสีหน้ายากที่จะบรรยาย

 

เวก้าที่ถูกพรีมูล่าลอบยิงเป็นครั้งที่สามนั้นก็พลิกตัวกลับมาทางเธอด้วยท่าทางหงุดหงิด ก่อนที่เขาจะยื่นมือออกมาข้างหน้าและเปิดปืนลับในเกราะแขนออกมาอีกครั้ง

 

แต่ว่าอยู่ดีๆ เขาก็รู้สึกว่าร่างของเขากำลังลดระดับความสูงลงเล็กน้อย ทำให้เขาเหลือบตาไปมองอุปกรณ์พ่นไฟที่ติดอยู่ตรงเอวและพบว่าที่ข้างหนึ่งของมันนั้นถูกน้ำแข็งเกาะเอาไว้จนทำให้อุปกรณ์ข้างนั้นแทบจะไม่พ่นไฟออกมาเลย

 

“…น้ำแข็ง? กระสุนเมื่อกี้นี้งั้นหรอ!?”

 

เวก้าที่เห็นแบบนั้นเขาก็เลิกความคิดที่จะยิงสวนกลับและรีบบินทิ้งระยะห่างหนีไปทางส่วนเหนือของเมืองอย่างรวดเร็ว

 

ปั้ง!!

 

กระสุนน้ำแข็งอีกนัดหนึ่งของพรีมูล่าถูกยิงไล่หลังตามเขาไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าก็เป็นโชคดีของเขาเมื่ออุปกรณ์ข้างที่ถูกน้ำแข็งเกาะนั้นพ่นไฟออกมาได้ไม่สม่ำเสมอ จนทำให้ตัวเขาสะบัดไปทางด้านขวาจนกระสุนน้ำแข็งของพรีมูล่าที่น่าจะโดนเข้าที่กลางหลังกลับพุ่งเฉี่ยวแขนของเขาไปแทน

 

ปิ๊บ

 

“ทำได้ดีมากพรีมูล่า! ถึงเขาจะโชคดีหลบนัดสุดท้ายนั่นได้ก็เถอะ ไม่งั้นคงจะร่วงลงม— แค่ก! แค่ก!”

 

ทันใดนั้นเองก็มีเสียงของเอริกะดังขึ้นมาจากเครื่องสื่อสารของทุกคน ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะยังอยู่ที่หอคอยนั้นและมองดูพวกเขาที่พยายามจะสกัดเวก้าเอาไว้จึงได้สำลักควันไฟออกมาก่อนที่จะได้พูดจบ

 

“ใช่มั้ยล่า~ เรื่องยิงปืนเนี่ยหนูเก่งจะตายไป ขนาดโมโกะยังสู้ไม่ได้เลยนะ ถ้าไม่ใช่นายเวก้าอะไรนั่นโชคดีละก็หนูยิงไม่มีทางยิงพลา— เอ๋~? พี่นากา ทำไมหนูกดแล้วมันไม่มีเสียงดังออกมาอ่ะ?”

 

พรีมูล่าที่ได้ยินคำชมนั้นก็ไม่เกรงใจที่จะยืดอกพูดอวดความสามารถของตนออกมา แต่ว่าในขณะที่เธอพูดอวดไปได้สักพักเธอก็รู้ตัวขึ้นมาว่าตอนที่เธอกดเครื่องสื่อสารเพื่อพูดกับเอริกะไปเมื่อสักครู่นั้นมันไม่ได้ส่งเสียงสัญญาณอะไรออกมา ทำให้นากาที่เพิ่งนึกขึ้นได้พูดอธิบายออกมาอย่างรวดเร็ว

 

“อ้อ… อันที่พวกเธอได้ไปเห็นเอริกะบอกว่ามันคุยกันเองได้แค่สี่เครื่องน่ะ เพราะงั้นเลยติดต่อไปหาเอริกะเขาไม่ได้ล่ะมั้งนะ”

 

“เอ๋~~~ งี้ก็มีแต่พี่นากาที่คุยกับพี่เอริกะเขาได้สิ …ขี้โกงอ่ะ! ขอหนูคุยบ้างสิ!”

 

เมื่อพรีมูล่าได้ยินแบบนั้นเธอก็ร้องโวยวายออกมาทันทีก่อนที่จะเดินเข้าไปพยายามแย่งเครื่องสื่อสารของนากามาลองใช้ดูโดยไม่สนใจว่านากากำลังติดต่อกลับไปหาเอริกะอยู่เลยแม้แต่น้อย

 

“เอริกะ นี่เธอยังอยู่บนหอคอยนั่นอยู่อีกหรอไงน่ะ? ไม่ใช่ว่ามันไฟไหม้อยู่หรือไง รีบๆ ออกม—- โอ๊ย! นี่พรีมูล่าอย่าดึงสิ”

 

“พวกเธอนี่ร่าเริงกันดีจังนะ เพิ่งจะสู้เสร็– แค่ก! แค่ก! อ๊ะ… เหมือนว่าพวกคนในนี้จะรู้ตัวกันได้สักทีว่าเกิดเรื่องขึ้นนะ …เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะติดต่อกลับไปละกันนะ”

 

เอริกะพูดขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะสำลักควันออกมาอีกครั้ง และตามมาด้วยเสียงโวยวายของผู้คนจำนวนมากดังลอดผ่านเข้ามาในเครื่องสื่อสาร ทำให้เธอพูดนินทาออกมาด้วยเสียงที่เบาลง ก่อนที่เสียงเอะอะโวยวายนั้นจะดังขึ้นเรื่อยๆ จนพวกเขาจับใจความอะไรไม่ได้อีกต่อไป

 

หลังจากเวลาผ่านไปสักพักเสียงโวยวายนั้นก็เริ่มที่จะเบาลงเรื่อยๆ ก่อนที่จะเงียบลงไปเหมือนกับว่าเธอปลีกตัวออกมาจากจุดเกิดเหตุได้แล้ว และหลังจากนั้นไม่นานเอริกะก็ได้พูดผ่านเครื่องสื่อสารออกมาให้ได้ยินอีกครั้ง

 

“แล้วนี่ตกลงว่าคนที่หนีไปนั่นเป็นเวก้าอย่างที่ฉันคิดเอาไว้หรือเปล่า?”

 

“หืม… นี่เธอรู้ได้ยังไงว่าคนคนนั้นคือเวก้าน่ะ? อยู่ตั้งไกลขนาดนั้นเนี่ยนะ?”

 

นากาที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็ถามออกมาด้วยความสงสัย เพราะว่ากว่าพวกเขาจะเห็นหน้าของคนที่บินหนีไปได้ชัดๆ ก็เรียกได้ว่าคนคนนั้นได้บินหนีออกมาจากหอคอยค่อนข้างไกลมากทีเดียว และจากมุมที่เอริกะเฝ้าดูอยู่นั้นไม่น่าจะมองเห็นหน้าของเขาได้ด้วยซ้ำไป

 

“เธอถามกลับมาแบบนี้ก็คงจะเป็นเวก้าจริงๆ ด้วยสินะ… ตอนแรกฉันก็ไม่แน่ใจสักเท่าไหร่หรอก แต่ว่าตอนอยู่ข้างในปราสาทมีคนบอกฉันว่าเห็นเวก้ากำลังยืนรอฉันอยู่ที่หน้าห้องน่ะ”

 

นากาที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็พูดออกมาอย่างโล่งอกและลองถามเอริกะเกี่ยวกับห้องทำงานของเธอ

 

“โชคดีนะที่เกิดระเบิดขึ้นมาก่อนน่ะ ไม่งั้นไม่รู้ว่าเขาจะเข้ามาทำอะไรเธอหรือเปล่า… แล้วนี่สรุปว่าตรงนั้นเป็นห้องทำงานของเธอจริงๆ หรอน่ะ?”

 

“เอาจริงๆ ฉันเรียกชอบเรียกมันว่าห้องเก็บของมากกว่านะ… แต่ว่าถ้าเอาเป็นชื่อหรูๆ ที่พวกเขาตั้งไว้ให้มันจะชื่อว่า ‘ห้องเก็บอุปกรณ์รุ่นต้นแบบของเอริกะ ซิกมอร์ ห้องที่หนึ่ง’ น่ะ…”

 

เอริกะพูดอธิบายออกมาก่อนที่จะมีเสียงฝีเท้าจำนวนมากดังแทรกผ่านเครื่องสื่อสารขึ้นมาและตามด้วยเสียงแตกตื่นโวยว่ากำลังมีไฟไหม้ให้รีบหนีออกไป ทำให้เธอต้องเงียบลงรอให้ฝูงคนพวกนั้นเดินผ่านเธอไปก่อน

 

“แล้วทีนี้เวลาพวกเขาเห็นฉันสร้างอะไรขึ้นมาได้ก็บอกว่าจะเอาไปหาคนทดสอบดู แต่สุดท้ายก็เอามากองๆ รวมกันไว้ในห้องนั้นนั่นแหละ… จริงด้วย! ถ้าฉันมองดูไม่ผิดเหมือนว่าอลิซจะตื่นแล้วใช่มั้ย?”

 

“หืม..ก็ใช่นะ ก่อนหน้านี้เธอกำลังดูแลโมโกะที่สู้กับเวก้าจนหมดแรงที่หน้าบ้านของเธออยู่น่ะ …แต่ว่าตอนนี้ท่าทางเหมือนกำลังตั้งสมาธิทำอะไรอยู่ก็ไม่รู้ มีอะไรหรือเปล่า?”

 

นากาที่ได้ยินเอริกะถามหาอลิซก็ถือโอกาสนี้บอกให้รู้ว่าพวกเขาได้เจอกับเวก้าก่อนที่เขาจะได้เข้าไปในวังหลวงและระเบิดห้องเก็บของของเธอทิ้ง พลางหันไปมองอลิซที่กำลังยืนนิ่งหลับตาถือดาบของเธอซึ่งกำลังเรืองแสงสีขาวออกมาอยู่

 

“หน้าบ้านฉันงั้นหรอ? เอาเถอะ… ฝากเธอบอกอลิซเขาว่าถ้าเป็นไปได้ลองแกะรอยพลังวิซของพรีมูล่าที่ยิงโดนอุปกรณ์นั่นไปหน่อย บินไปกลางอากาศแบบนั้นน่าจะพอตามรอยได้อยู่นะ”

 

“เอ่อ…. อลิซเขาทำอะไรแบบนั้นได้ด้วยหรอ? …เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะบอกเธอให้ละกันนะ —-นี่พรีมูล่าอย่าซนสิ!”

 

นากาตอบกลับไป ในขณะที่เขาพยายามดึงตัวพรีมูล่าที่กำลังเดินเข้าไปเอานิ้วจิ้มอลิซดูหลังจากเธอเห็นว่าอีกฝ่ายยืนหลับตานิ่งไปสักพักแล้ว ทำให้เธอหันกลับมาและยื่นหน้าเขามาใกล้เครื่องสื่อสารในหูของเขาเพื่อพยายามที่จะพูดกับเอริกะแทน

 

“นี่พี่เอริกะ เจ้าเครื่องที่คุณเวก้าอะไรนั่นเขาใช้มันคืออะไรหรอ? ใช่ของที่พี่เอริกะสร้างมาหรือเปล่าอ่ะ? ขอหนูลองใช้หน่อยได้มั้ยอ่ะ?”

 

“อืม… จริงๆ แล้วทางวังเขาไม่อยากให้คนรู้สักเท่าไหร่ แต่ว่าพวกเธอเป็นคนของฉันแล้วคงจะบอกได้ล่ะมั้ง…”

 

เอริกะที่ได้ยินพรีมูล่าถามมาแบบนั้นเธอก็ได้พูดออกมาอย่างไม่ค่อยจะแน่ใจสักเท่าไหร่ ก่อนที่เธอจะพูดอธิบายถึงตัวตนของเจ้าอุปกรณ์นั่นออกมา

 

“เครื่องที่พวกเธอเห็นมีชื่อว่า Prototype Lower Part Type F ver.W เป็นอุปกรณ์วิซธาตุลมที่ฉันสร้างขึ้นมาน่ะ พวกวังหลวงเอาไปจากฉันได้สักพักแล้ว แต่ว่าดูเหมือนว่ามันจะโดนโยนมาเก็บไว้ในห้องเก็บของเพราะว่าไม่มีอัศวินคนไหนยอมทดลองลองใช้มันดูน่ะ”

 

“ห–หา—? …โปโตอะไรนะ???”

 

“ขอภาษาคนหน่อยค่า~ พี่เอริก่าา~~”

 

“เอ่อ… ผมเข้าใจแค่ที่ว่าไม่มีคนยอมลองใช้มันแค่นั้นเองครับ…”

 

ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนต่างก็สับสนเป็นเสียงเดียวกัน เมื่อเอริกะเอ่ยชื่อของอุปกรณ์ชิ้นนั้นออกมาทั้งยวง

 

“ถ้าจะให้อธิบายแบบละเอียดตอนนี้คงจะไม่ไหวหรอกนะ… ถ้าจะให้เข้าใจง่ายๆ ก็เอาเป็นว่ามันเป็นภาษาโบราณน่ะ โปรโตไทป์ แปลว่าอุปกรณ์รุ่นทดลอง พาร์ทเป็นคำเรียกสั้นๆ ของอุปกรณ์จำพวกนี้ แล้วพอเอาพาร์ทมากกว่าหนึ่งชิ้นมารวมกันจะเรียกว่ายูนิต ส่วนโลเวอร์ นั่นหมายถึงส่วนล่าง แล้วก็มีตัวอักษรด้านหลังกำกับไว้ว่าเป็นประเภทบินกับสำหรับธาตุลม

 

พอเอามารวมๆ กันแล้วจะออกมาเป็นอุปกรณ์ส่วนล่างประเภทการบินรุ่นทดลองสำหรับธาตุลมน่ะ สั้นๆ ก็ราวๆ นี้ล่ะ พอจะเข้าใจมั้ยพริมจัง?”

 

“แหะ? พี่เอริกะบอกว่าอะไรนะ?”

 

หลังจากที่เอริกะได้อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ แต่ว่ายาวเหยียดจบไปนั้น พรีมูล่าที่เหมือนว่าจะละความสนใจไปตั้งแต่มีคำศัพท์ตัวแรกที่เธอไม่เข้าใจดังมาให้ได้ยินก็ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงมึนๆ เหมือนไม่เข้าใจว่าเอริกะเรียกชื่อของเธอขึ้นมาทำไม ก็ทำให้เอริกะพยายามหาทางอธิบายแบบบ้านๆ ที่สุดเท่าที่เธอจะคิดได้ออกมาอีกที

 

“…เอาเป็นว่ามันคืออุปกรณ์ที่ทำให้คนใช้วิซธาตุลมสามารถบินได้ละกันนะ”

 

“อ๋อ ที่ติดอยู่ตรงเอวของเวก้านั่นงั้นสินะ!”

 

ซึ่งมันก็ทำให้พวกเขาพอจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง แต่ว่าพรีมูล่านั้นก็ยังทำหน้ามึนๆ ออกมาอยู่ดี แล้วจึงละความสนใจก่อนที่จะเดินไปเอานิ้วจิ้มอลิซเล่นอีกครั้งหนึ่ง

 

“แต่เหมือนว่าฉันจะได้ยินเธอพูดอะไรราวๆ ว่าส่วนล่าง แล้วก็เอาพร้า…หรืออะไรสักอย่างนั่นมารวมกันด้วยนี่? หมายความว่ายังมีส่วนอื่นอยู่อีกงั้นหรอ?”

 

“ถ้าเป็นตอนนี้คงต้องบอกว่าเคยมีอยู่มากกว่าแล้วล่ะ แต่เวก้าเขาอาจจะหาไม่เจอ หรือไม่ก็ไม่มีเวลาใส่มากกว่า เพราะตอนที่ฉันไปถึงพาร์ทส่วนอื่นๆ ก็พังกระจุยกระจายเพราะแรงระเบิดไปแล้วน่ะ”

 

“ตกลงว่าเรื่องทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของคุณเวก้าจริงๆ หรอครับเนี่ย…”

 

“ถ้าเป็นเรื่องที่คฤหาสน์ฉันยังบอกอะไรไม่ได้เหมือนกัน แต่ว่าที่แน่ๆ ก็คือเวก้าเขาสนใจการทดลองแล้วก็อุปกรณ์ที่ฉันสร้างมาสักพักแล้ว แถมตอนนี้เขายังฉกอุปกรณ์ของฉันไปด้วย ถึงฉันจะไม่อยากยุ่งกับเรื่องนี้สักเท่าไหร่แต่ว่าก็คงต้องหาทางเอามันกลับคืนมาล่ะนะ”

 

“…หืม? ทำไมเธอไม่ปล่อยให้ทางวังเป็นคนจัดการเรื่องนี้ไปเองล่ะ ไม่ใช่ว่าพวกเขาเป็นคนยึดของพวกนั้นไปจากเธอหรอกหรอ น่าจะเป็นความผิดของพวกนั้นเองสิที่ปล่อยมีคนมาขโมยไปได้น่ะ”

 

นากาที่ได้ยินแบบนั้นเขาก็เอ่ยปากถามขึ้นมาเพราะเขาเห็นว่าในเมื่อทางวังยึดของพวกนั้นไปจากเอริกะแถมยังปล่อยให้มีคนขโมยมันออกไปได้ เขาก็ไม่เห็นว่าจะมีความจำเป็นที่เอริกะจะต้องเป็นคนลงแรงเองเลยแม้แต่น้อย

 

“แหม… ถ้าทางวังเขามีความรับผิดชอบขนาดนั้นก็ดีน่ะสิ แต่นี่เวก้าเขาเล่นระเบิดหอคอยจนเป็นรูซะแบบนั้น แถมยังใส่อุปกรณ์รุ่นต้นแบบออกไปบินเล่นอีกต่างหาก ฉันว่าตอนนี้ทางวังคงจะกำลังโบ้ยกันไปมาโยนความผิดให้กันไม่หวาดไม่ไหวเลยล่ะ”

 

เอริกะพูดอธิบายออกมาด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริงจนเขาได้แต่กะพริบตาปริบๆ ไม่รู้ว่าเธอกำลังพูดเล่นหรือว่าพูดจริงกันแน่ ก่อนที่เธอจะพูดถามคอนแนลออกมาว่าเขาจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อเวก้าที่เป็นหัวหน้าของเขานั้นเพิ่งจะก่อเรื่องใหญ่ไปหมาดๆ

 

“แล้วนายจะเอายังไงล่ะคอนแนลคุง? ฉันขอยืมแรงนายช่วยพวกนากาไล่ตามเวก้าเขาไปจะได้หรือเปล่า? เพราะตอนนี้พวกเอริกับคนอื่นๆ กำลังงานมัดตัวกันอยู่เลยล่ะ”

 

“แน่นอนอยู่แล้วครับ! ผมเองก็มีเรื่องอยากจะถามคุณเวก้าเขาเหมือนกัน เพราะงั้นถ้าคุณเอริกะต้องการให้ผมช่วยละก็บอกมาได้เลยครับ!”

 

คอนแนลตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น เพราะถึงแม้ว่าเวก้าจะเป็นเจ้านายของเขาและอาจจะเป็นคู่แข่งของเอริกะ แต่ว่าในคราวนี้นั้นเขาไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเวก้าเลยแม้แต่น้อย

 

เพราะว่าการที่เวก้าได้ทำลายห้องเก็บอุปกรณ์รุ่นต้นแบบไปแบบนี้นั้น เขาก็เชื่อว่าถึงแม้เอริกะจะยังมีท่าทีสบายๆ อยู่แต่ว่าเธอนั้นก็คงรู้สึกเสียใจมากแน่ๆ ที่อุปกรณ์ของเธอถูกทำลายไปเป็นจำนวนมาก

 

แถมการที่มีสิ่งประดิษฐ์ถูกทำลายไปเยอะแบบนี้ มันอาจจะทำให้ความก้าวหน้าของเมืองรีมินัสที่เขาอาศัยอยู่นี้ได้ชะลอตัวลงไปเป็นเวลาหลายสิบปีเลยด้วยซ้ำ

 

“เข้าใจแล้วล่ะ ขอบใจมากนะคอนแนล”

 

“ว๊ายยย!”

 

ทันทีที่เอริกะพูดตอบกลับคอนแนลมาจบนั้น จู่ๆ ก็ได้มีเสียงร้องของพรีมูล่าที่ดังขึ้นมาอย่างตกใจดึงความสนใจของพวกเขาไปซะก่อน ซึ่งเมื่อพวกเขาหันไปนั้นก็พบว่าสามสาวนั้นกำลังยืนรวมกลุ่มกันอยู่

 

โดยมีอลิซที่กำลังใช้มือของเธอบีบหน้าของพรีมูล่าเอาไว้อย่างแรงเพราะว่าพรีมูล่าเข้ามาใช้นิ้วจิ้มเธอตลอดเวลาที่เธอกำลังตั้งสมาธิอยู่ โดยที่ข้างๆ นั้นก็มีโมโกะที่กำลังพยายามห้ามอลิซเอาไว้

 

แต่ว่าเมื่อเธอเห็นนากาและคอนแนลทำท่าทางเหมือนกับว่าคุยกับเอริกะเสร็จแล้วนั้น เธอก็หันมาพูดกับพวกเขาโดยปล่อยให้อลิซบี้หน้าของพรีมูล่าไป

 

“ตกลงกันเสร็จแล้วสินะ? อลิซเขาบอกว่าสัมผัสได้ถึงวิซธาตุน้ำแข็งของพรีมูล่าลากเป็นทางยาวอยู่บนอากาศน่ะ แต่ว่าร่องรอยพวกนี้มันอยู่ได้ไม่นานนัก ถ้าอยากจะตามไปก็ต้องรีบกันแล้ว”

 

“เอริกะ! อลิซบอกว่าเจอร่องรอยของเวก้าแล้วน่ะ ให้พวกฉันตามไปเลยมั้ย?”

 

นากาที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบพูดให้เอริกะได้ยินเนื่องจากว่าโมโกะนั้นยืนอยู่ห่างเกินไปที่จะทำให้เสียงของเธอลอดเข้ามาในเครื่องสื่อสารในหูเขาได้ ซึ่งเอริกะก็รีบพูดถามออกมาก่อนในทันที

 

“ถ้างั้นพวกเธอยังไหวกันอยู่หรือเปล่า? มันคงจะอีกสักพักก่อนที่ฉันจะออกไปจากวังหลวงได้น่ะ เลยน่าจะต้องให้พวกเธอรีบตามเขาไปกันก่อนแล้วล่ะ”

 

“ไหวอยู่แล้วล่ะ! / ยังไหวครับ! / บู๊~! / ได้เลยค่ะ~!”

 

ทั้งสี่ได้ขานตอบรับออกมาพร้อมกันโดยมีพรีมูล่าที่ส่งเสียงประหลาดๆ ออกมาแทนเนื่องจากเธอกำลังถูกอลิซบีบหน้าเอาไว้อยู่

 

“เดี๋ยวก่อน!!”

 

แต่ว่าทันใดนั้นอลิซก็ได้รีบตะโกนขัดขึ้นมาก่อนที่จะปล่อยมือออกจากหน้าของพรีมูล่าและเข้าไปจับไหล่ของโมโกะเอาไว้

 

“นากาน่ะสบายๆ อยู่แล้ว ส่วนคอนแนลก็ยังมีพลังเหลืออยู่เยอะ แต่โมโกะ! เธอเพิ่งจะฝืนใช้วิซจนหมดแรงตอนสู้กับเวก้าที่หน้าบ้านไปไม่ใช่หรือไงหะ!”

 

“เอ๋~!? จริงหรอโมโกะจัง?”

 

“ค—ใครหมดแรงกัน! ฉันยังไหวอยู่หน่า!!”

 

แน่นอนว่าโมโกะที่โดนอลิซแฉออกมาต่อหน้าทุกคนนั้นเธอก็รีบปฏิเสธออกมาเสียงดังจนเสียงของเธอลอดผ่านไปถึงเอริกะ ซึ่งพอทุกคนดูจากท่าทีของเธอแล้วก็พอจะทำให้พวกเขารู้ได้ว่าสิ่งที่อลิซพูดนั้นมีโอกาสที่จะเป็นความจริงอยู่มากทีเดียว

 

“ถ้างั้นพรีมูล่ากับโมโกะ พวกเธอสองคนอยู่เฝ้าระวังที่บ้านของฉันแทนดีกว่า ถ้าฟังจากที่อลิซพูดออกมามันหมายความว่าก่อนหน้านี้เวก้าเขามีเป้าหมายอยู่ที่บ้านของฉันเหมือนกัน ฉันคิดว่าทิ้งคนอยู่เฝ้าเอาไว้หน่อยก็ดีเผื่อว่าเวก้าเขาอาจจะวนกลับมาที่บ้านของฉันอีกรอบน่ะ ฉันยังไม่อยากให้บ้านฉันระเบิดไปเหมือนกับห้องเก็บของนั่นหรอกนะ”

 

ซึ่งเอริกะนั้นก็ได้หาข้ออ้างขึ้นมาเพื่อที่จะให้โมโกะได้นอนพักอยู่ที่บ้านแทนที่จะออกคำสั่งบังคับเธอออกไปตรงๆ ราวกับรู้อยู่แล้วว่าถ้าเธอสั่งให้โมโกะไปนอนพักนั้น เธอจะไม่มีวันทำตามคำสั่งดีๆ อย่างแน่นอน

 

“ตกลงมั้ยโมโกะจัง? พริมจัง?”

 

“…ถ้าเธอว่างั้นก็ได้แหละ”

 

“หนูได้อยู่เฉยๆ ที่บ้านด้วยล่ะ~ พี่นากา~”

 

ซึ่งพอโมโกะได้ยินแบบนั้นเธอก็ยังทำท่าเหมือนจะไม่เต็มใจนัก แต่ว่าก็ยอมตกลงแต่โดยดี เพราะจริงๆ แล้วตอนนี้เธอก็รู้สึกอ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด ในขณะที่พรีมูล่านั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมาก แถมยังอวดให้พี่ชายของเธอที่จะต้องออกไปวิ่งตามหาตัวเวก้าฟังอีกต่างหาก

 

“ว่าแต่เอริ—”

 

“ท่านเอริกะ! มาหลบอยู่ที่นี่เองสินะคะ!!”

 

“เฮ้อ… โดนเจอตัวจนได้แล้วสิ….”

 

แต่ยังไม่ทันที่นากาจะได้เอ่ยปากถามเสร็จ อยู่ดีๆ ก็ได้มีเสียงของผู้หญิงคนหนึ่งร้องเรียกเอริกะดังลั่นออกมาจากทางฝั่งของเธอให้พวกเขาได้ยิน ก่อนจะตามด้วยเสียงบ่นอย่างเหนื่อยหน่ายของเอริกะดังตามออกมา

 

“นายท่านออกคำสั่งมาว่าให้ท่านเอริกะไปตรวจดูความเสียหายของห้องเก็บอุปกรณ์ แล้วก็เก็บกู้อุปกรณ์ต้นแบบกับข้อมูลทั้งหมดที่ยังเหลืออยู่เดี๋ยวนี้เลยค่ะ เสร็จแล้วก็ให้ทำรายงานไปส่งนายท่านด้วยตัวเองโดยเร็วที่สุดค่ะ”

 

“ถ้าพวกเธออยากให้ฉันเข้าไปในห้องนั้น งั้นก็รีบๆ ไปดับไฟให้เสร็จสักทีสิ หรือว่าคิดจะให้ฉันลุยฝ่—– เฮ้อ… เอาเถอะ ก็สมกับเป็นที่นี่ดีล่ะนะ ใช้เวลาเท่านี้รวบรวมคนมาดับไฟได้ก็เรียกว่าเร็วแล้วล่ะ …เอาเป็นว่าเดี๋ยวฉันจะรีบไปก็แล้วกัน”

 

“ฉ—ฉันจะรีบไปรายงานให้หัวหน้าทราบเพื่อขอกำลังเสริมเดี๋ยวนี้เลยค่ะ!!”

 

เอริกะที่เหมือนจะเหลืออดกับความล่าช้าและระบบสั่งการในวังนี้เต็มทนและกำลังจะต่อว่าสาวใช้คนนั้นออกมาก็ได้หยุดปากเอาไว้ก่อน เมื่อเธอเห็นว่าบ่นกับลูกน้องตัวเล็กๆ แบบนี้ไปก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไร เธอจึงปัดมือไล่สาวใช้คนนั้นไปก่อน

 

“น่าจะได้ยินกันแล้วนะ ท่าทางว่าฉันคงจะกลับไปไม่ได้อีกสักพักใหญ่เลยล่ะ แถมเวก้าเขายังเลือกระเบิดได้ถูกห้องอีกต่างหาก ถึงจะไม่รู้ว่าจงใจหรือเปล่าแต่ว่าเล่นทำห้องเก็บผลงานของฉันระเบิดไปแบบนี้

 

ฉันเองก็คงต้องรีบไปหาหลักฐานยืนยันว่าไม่ใช่ฝีมือฉันก่อนล่ะ ไม่งั้นมีหวังเบื้องบนได้ลากคอฉันไปเข้าห้องสอบสวนแน่ พวกนายคงต้องตามเวก้าไปกันเองแล้วล่ะ ระวังตัวกันด้วยนะ”

 

เอริกะบ่นออกมาซะยืดยาวก่อนที่จะพูดเตือนพวกเขาออกมาด้วยความเป็นห่วง เพราะว่าคราวนี้ถ้าเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นมาเธอก็ไม่มีกำลังเสริมจะส่งไปช่วยพวกเขาได้จริงๆ แล้วเนื่องจากว่าทีมอื่นๆ ของเอริกะนั้นต่างก็ติดธุระกันหมด เลยทำให้เหลือเพียงทีมของพวกนากาที่เธอเพิ่งรับเข้ามาได้เมื่อวานนี้เพียงทีมเดียวเท่านั้น

 

“อ–อ่า เหนื่อยหน่อยนะเธอน่ะ”

 

“เรื่องของคุณเวก้าเดี๋ยวผมจัดการให้เอง! คุณเอริกะไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ!!”

 

แน่นอนว่าเมื่อคอนแนลได้ยินแบบนั้นเขาก็พูดยืนยันออกมาอย่างหนักแน่นเพื่อที่จะให้เอริกะรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง แต่ว่าเขาก็ถูกอลิซเดินเข้ามาตีไหล่ของเขาอย่างแรง

 

เพี๊ยะ!

 

“นายต้องพูดว่า ‘พวกผม’ ไม่ใช่หรือไงน่ะ คอนแนล…?”

 

“นายพูดเหมือนจะไปคนเดียวแบบนี้ฉันไม่ยอมหรอกนะ ถึงจะแค่ชั่วคราวแต่ตอนนี้พวกเราก็เป็นทีมเดียวกันแล้วไม่ใช่หรือไง?”

 

ซึ่งพอคอนแนลได้ยินแบบนั้น เขาก็ยิ้มออกมาแล้วพยักหน้าให้กับทั้งสองคนก่อนที่เขาจะรีบแก้คำพูดของตัวเองและบอกเอริกะไปอีกครั้งหนึ่ง

 

“ฮะฮะ…นั่นสินะครับ ก็ตามนั้นแหละครับคุณเอริกะ เดี๋ยวเรื่องคุณเวก้าปล่อยให้พวกผมจัดการเถอะครับ!”

 

“อื้มๆ ถ้างั้นฉันขอไปรายงานตัวกับพวกเบื้องบนก่อนละกัน พวกนั้นยิ่งรออะไรไม่เป็นอยู่แล้วด้วย พวกเธอก็ระวังตัวกันด้วยล่ะ!”

 

เอริกะพูดตอบทุกคนกลับมาพร้อมกับตัดสายการติดต่อไปในทันที ก่อนที่อลิซซึ่งถือดาบที่กำลังเรืองแสงของเธออยู่นั้นจะรีบเดินนำออกไปตามร่องรอยพลังที่เธอสัมผัสได้

 

“รีบไปกันได้แล้ว! ถ้าเกิดช้ากว่านี้ต่อให้เป็นฉันก็ตามร่องรอยวิซของพรีมูล่าไม่เจอหรอกนะ!!”

 

“เข้าใจแล้วครับ!!”

 

“อื้อ!! ฝากดูแลบ้านกับพรีมูล่าด้วยนะโมโกะ!!”

 

“เอ๋ะ— แต่คนที่ดูแลโมโกะจังมันต้องเป็นหนูไม่ใช่หร๊อ!? พี่นาก๊าาา!”

 

แน่นอนว่านากานั้นก็ไม่อยู่รอฟังเสียงโวยวายของพรีมูล่า และรีบวิ่งตามหลังคอนแนลกับอลิซไปทางทิศเหนือในทันที

 

ซึ่งในระหว่างที่พวกเขาวิ่งตามอลิซออกมาถึงตัวเมืองชั้นนอกนั้น พวกเขาก็พบกับชาวเมืองจำนวนมากกำลังยืนจับกลุ่มกระซิบกระซาบกันพลางชี้ไปทางวังหลวงซึ่งมีหอคอยที่ถูกระเบิดเป็นรูและกำลังลุกไหม้อยู่

 

‘ไฟไหม้ปราสาทหรอ!?’

 

‘หนูเห็นคนบินได้จริงๆ นะ! ทำไมแม่ไม่เชื่อหนูล่ะ!!’

 

‘เฮ้อ.. พวกคนในนั้นทำอะไรแปลกๆ กันอีกแล้วสิเนี่ย’

 

“ดูเหมือนว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ซะแล้วมั้งเนี่ย…”

 

“แน่นอนอยู่แล้วละครับ ถึงปกติจะมีควันดำลอยออกมาบ่อยๆ เพราะฝีมือของคุณเอริกะเขาก็เถอะ แต่ว่าไม่เคยเกิดการระเบิดแบบนี้ขึ้นมาก่อนเลยนะครับ แถมดูเหมือนจะมีคนเห็นคุณเวก้าบินผ่านไปอีก พวกเขาจะตกใจกันขนาดนี้ก็ไม่แปลกหรอกครับ”

 

คอนแนลที่เห็นนากาพูดออกมาแบบนั้นเขาก็ตอบกลับมาพลางมองไปทางทหารยามที่กำลังพยายามตอบคำถามของชาวบ้านที่กำลังแตกตื่นอย่างระมัดระวัง ทั้งๆ ที่พวกเขาก็ยังไม่ได้รับรายงานถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย

 

“แถมปกติที่นี่ก็ไม่ค่อยมีเรื่องอะไรแบบนี้เกิดขึ้นอยู่แล้วด้วย พวกทหารยามเขาก็เก่งเหมือนกันนะครับที่ทำให้ประชาชนยังสงบได้แบบนี้เนี่ย”

 

“หรืออีกความหมายนึงก็คือว่าปิดข่าวกันได้เก่งมากสินะ จนประชาชนคิดว่าที่ผ่านมาไม่เคยเรื่องอะไรเกิดขึ้นน่ะ”

 

“ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ! ผมหมายความว่าในหมู่เมืองหลวงน่ะ เมืองรีมินัสของเราสงบสุขที่สุดแล้วต่างหาก!”

 

แน่นอนว่าเมื่อคอนแนลได้ยินอลิซพูดออกมาแบบนั้นเขาก็รีบเถียงกลับไปในทันที ซึ่งอลิซก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะรู้เรื่องอะไรอยู่แล้วจึงได้ตอบปัดเขากลับไปสั้นๆ

 

“หึ… ถ้านายว่าอย่างงั้นก็เอาตามนั้นละกัน…”

 

ก่อนที่เธอจะพาพวกเขาวิ่งออกมาถึงป้อมยามทางทิศเหนือของเมือง ซึ่งเป็นที่ๆ นากาเคยมาแล้วก่อนหน้านี้ ในตอนที่เขากำลังจะเดินทางไปยังคฤหาสน์ของเวก้าเมื่อตอนเช้านั่นเอง

 

“ชิ… ไม่มีร่องรอยให้ตามต่อแล้ว…”

 

อลิซบ่นออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ เมื่อเธอไม่สามารถสัมผัสกระแสวิซของพรีมูล่าได้อีก หลังจากที่มันมุ่งตรงมาสิ้นสุดอยู่ที่ประตูทางเข้าเมืองนี้ ทำให้เธอหลับตาลงตั้งสมาธิพยายามหาร่องรอยของมันอีกครั้งหนึ่ง

 

ในขณะที่ทางด้านนากาที่ไม่มีความสามารถแบบเดียวกับอลิซนั้นเขาก็พยายามมองหาไปรอบๆ เผื่อว่าจะเจอร่องรอยทางกายภาพบ้าง ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาสะดุดตาเข้ากับร่างร่างหนึ่งที่กำลังยืนอยู่ด้านในสวนหน้าคฤหาสน์ของเวก้าเข้าพอดี

 

“เดี๋ยวนะ ที่สวนของคฤหาสน์นั่นมีคนยืนอยู่รึเปล่า?”

 

อลิซที่ได้ยินแบบนั้นก็ลืมตาขึ้นมาเพื่อมองดูตามที่นากาบอก และพบเข้ากับร่างเล็กๆ นั้นเข้าจริงๆ ทำให้เธอเอ่ยปากถามนากาออกมา

 

“ไหนนายบอกว่าไม่มีใครเหลืออยู่ที่คฤหาสน์นั่นแล้วไม่ใช่หรอ…?”

 

“พวกเราลองเข้าไปถามกันดูเถอะครับ เผื่อว่าเขาอาจจะเห็นคุณเวก้าบินผ่านมาทางนี้ก็ได้”

 

ซึ่งทันทีที่คอนแนลพูดออกมาเขาก็รีบวิ่งนำไปทางตัวคฤหาสน์ในทันที จนทำให้อลิซกับนากาต้องรีบวิ่งตามหลังเขาไปอย่างไม่มีทางเลือก

 

และเมื่อพวกเขาวิ่งผ่านประตูรั้วที่ถูกเปิดทิ้งไว้เข้าไปในคฤหาสน์ นากาก็พบว่าร่างๆ เล็กๆ ที่พวกเขาเห็นจากที่ไกลๆ นั้นก็คือเด็กผู้หญิงผมสีเทานัยน์ตาสีฟ้าในชุดเดรสสีขาว ที่นากาเผลอชนเข้าเมื่อตอนกลางวันนั้นเอง ซึ่งเธอกำลังยืนอยู่กลางสวนและมองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังเฝ้าระวังอะไรบางอย่างอยู่

 

“นี่เธอ! พอจะเห็นผู้ชายผมน้ำตาลติดอุปกรณ์แปลกๆ บินผ่านแถวนี้บ้างมั้ยครั–”

 

“—!? อันตราย!! พวกพี่รีบหนีไปเร็ว!!”

 

“!?”

 

ปั้งปั้ง!!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 23"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved