cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 125 Dimmest Night

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 125 Dimmest Night
Prev
Next

หลังจากที่ครอบครัวอาร์ทิอัสอันประกอบไปด้วยนิลิม นากา และพรีมูล่าผู้จากไป ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกันอีกสักพักใหญ่ๆ ภายในห้องใต้ดินที่ตั้งอยู่ด้านใต้คลินิกของอารอน พวกเขาก็ได้เดินออกมาจากภายในห้องเย็นห้องนั้นมาโดยที่ทิ้งร่างของพรีมูล่าเอาไว้เบื้องหลัง
 

“เป็นยังไงบ้างจ๊ะ… รู้สึกดีขึ้นบ้างแล้วหรือยัง…?”

 

“ครับ…”

 

นากาที่ได้ยินคำถามของนิลิมได้พูดตอบเธอกลับไปสั้นๆ และหันกลับไปเบื้องหลังเพื่อมองดูร่างของพรีมูล่าที่นอนอยู่ในโลงศพน้ำแข็งอีกครั้งหนึ่งก่อนที่เขาจะพูดถามออกมา

 

“ว่าแต่แล้วหลังจากนี้เราจะต้องทำยังไงกับพรีมูล่าเขาต่อล่ะครับ…?

 

“เรื่องนั้น… ถึงจริงๆ แล้วแม่จะอยากเก็บร่างของพรีมูล่าเอาไว้กับพวกเราตลอดไปก็เถอะแต่ว่ามันก็คงจะทำไม่ได้หรอก… เอาไว้เดี๋ยวแม่จะไปถามคุณเอริกะให้เองว่าจะต้องทำยังไงต่อไปก็แล้วกันนะจ๊ะ…”

 

“งั้นหรอครับ…”

 

“จะว่าไปแล้วนี่นากาคุงลงมาหาแม่ถึงข้างล่างนี่ทำไมหรอจ๊ะ?”

 

นิลิมที่เห็นว่านากาได้มีท่าทีเศร้าหมองลงอีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้ยินคำตอบของเธอเข้าไปได้ตัดสินใจที่จะพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาจนทำให้นากาที่เพียงแค่ต้องการคนปลอบใจในตอนแรกเริ่มที่จะรู้สึกเขินอายขึ้นมาและพยายามพูดจาบ่ายเบี่ยงออกมา

 

“ก็… ผมแค่อยากมาหาคุณแม่เฉยๆ น่ะครับ… ถ้ามันรบกวนก็ขอโทษด้วยนะครับ…”

 

“ไม่หรอกๆ ลูกเป็นคนมาหาแม่เองแบบนี้ก็ดีแล้วล่ะจ้ะ”

 

นิลิมที่เห็นท่าทางของนากาได้หลุดยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะปิดประตูห้องใต้ดินลงไปและดันหลังของนากาให้เดินไปตามโถงทางเดินเล็กๆ เพื่อให้เขากลับไปรวมกลุ่มกับทุกคนที่อยู่ในห้องตรวจพร้อมกับเอ่ยปากพูดขึ้นมาด้วย

 

“หลังจากนี้ถ้าลูกอยากจะมาหาแม่ก็มาที่นี่ได้ทุกเมื่อเลยนะ เพราะว่าแม่คงจะต้องอยู่ที่รีมินัสนี่ไปอีกสักพักใหญ่ๆ เลยล่ะ… แต่ถ้าเกิดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงเดี๋ยวแม่จะรีบบอกให้ลูกรู้ก่อนหรือไม่ก็จะฝากคุณเอริกะไปบอกลูกก็แล้วกันนะจ๊ะ”

 

“มาหาที่นี่…? หมายถึงที่คลินิกนี่เลยงั้นหรอครับ?”

 

“อื้อ… ก่อนหน้านี้คุณอารอนเขาเคยบอกเอาไว้ว่าถ้าเกิดแม่ต้องมาที่รีมินัสก็ให้มาพักที่นี่ได้ตามสบาย… แม่ก็เลยว่าจะอยู่เฝ้าคลินิกให้เขาสักพักนึงจนกว่าเขาจะกลับมาน่ะ…”

 

“งั้นหรอครับ… งั้นถ้าเกิดว่าคุณแม่มีอะไรล่ะก็ไปหาผมที่คฤหาสน์ไม่ก็ที่โรงเรียนได้ทุกเมื่อเหมือนกันนะครับ…”

 

“เรื่องนั้นแม่กะจะแอบแว๊บไปดูลูกที่โรงเรียนอยู่แล้วล่ะจ้ะ…”

 

นิลิมพยักหน้าตอบนากากลับไปพร้อมกับเขย่งตัวเพื่อยกมือขึ้นไปลูบหัวของเขาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะโบกมือให้กับเขาและเดินย้อนกลับไปทางเดิม

 

“ถ้างั้นเดี๋ยวขอแม่เข้าไปหาของในห้องเก็บของก่อนก็แล้วกันนะ… ลูกกลับไปหาทุกคนก่อนเถอะจ้ะ”

 

“ให้ผมช่วยหามั้ยครับ…?”

 

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ… ลูกกลับไปหาคุณเอริกะก่อนเถอะ”

 

“ก็ได้ครับ… คุณแม่เองก็อย่าลืมพักผ่อนด้วยนะครับ…”

 

“อื้อ…”

 

นิลิมพยักหน้าตอบนากากลับไปสั้นๆ ก่อนที่เธอจะเดินหายเข้าไปในห้องเก็บของที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลในขณะที่ทางด้านนากาเองก็ได้ยืนหลับตาอยู่สักพักก่อนที่เขาจะลืมตากลับขึ้นมาใหม่ด้วยแววตามุ่งมั่น

 

“เพื่อเพื่อนๆ แล้วก็เพื่อพรีมูล่าด้วยสินะ…”

 

นากาพูดพึมพำออกมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะผลักประตูห้องตรวจคนไข้ให้เปิดออก ก่อนที่ทันใดนั้นเองเขาจะต้องผงะไปกับเสียงตวาดของเอริกะที่ดังลั่นขึ้นมาในจังหวะเดียวกัน

 

“เธอหมายความว่ายังไงที่ว่ามันหายไปน่ะ!!?”

 

“มันก็ตามที่ฉันบอกนั่นแหล่ะค่ะ หลังจากที่เสาแสงนั่นหายไปทุกอย่างมันก็หายไปหมดเลยน่ะ เพราะงั้นฉันก็เลยต้องรีบมาแจ้งข่าวให้เธอไปบอกทางเมืองให้เขาจัดหาที่พักให้กับพวกชาวบ้านให้หน่อยนั่นล่ะค่ะ”

 

หญิงสาวคนที่กำลังพูดตอบเอริกะกลับไปอย่างใจเย็นนั้นก็คือ เรสเนอร์ อัศวินสาวผมสีชมพูที่เป็นผู้ช่วยเหลือนิลิมในการอพยพชาวบ้านออกมาจากหมู่บ้านโมริโกะนั่นเอง

 

ซึ่งหญิงสาวทั้งสองคนในห้องนั้นก็ดูเหมือนว่าจะกำลังพูดคุยกันอย่างเคร่งเครียดจนไม่ทันได้สังเกตเห็นนากาที่เพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาจนกระทั่งเธอได้ยินเสียงของคาร์เทียร์และซึบากิที่เพิ่งจะจัดเก็บขวดยาและอุปกรณ์ต่างๆ เสร็จและกำลังจะเดินสวนนากาออกจากห้องไปเพื่อนำยาต่างๆ ไปเก็บที่เดิม

 

“ขอทางหน่อยค่า~”

 

“อ–อื้อ…”

 

“อ่ะ—นากา—”

 

เสียงพูดตอบของนากาได้ทำให้เอริกะชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่ทั้งเธอและเรสเนอร์จะมีท่าทีกระอักกระอ่วนเหมือนกับว่าไม่ต้องการที่จะให้เขาได้ยินสิ่งที่พวกเธอกำลังพูดคุยกันอยู่สักเท่าไหร่นักพร้อมกับพยายามพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมา

 

“นากาคุงที่เอริกะเขาพูดถึงนี่หมายถึงเธอจริงๆ ด้วยสินะจ๊ะ…”

 

“เอ่อ… เอ้อใช่! นายคุยกับนิลิมเขาเสร็จแล้วหรอนากาคุง”

 

ทันใดนั้นเองเอริกะที่กำลังพยายามหาเรื่องมาเปลี่ยนเรื่องคุยก็ได้โพล่งถามขึ้นมาเสียงดังจนนากาได้แต่หันไปมองเธอและกะพริบตาด้วยความงงงวย

 

“อื้อ… ก็เรียบร้อยแล้วล่ะ”

 

“งั้นหรอ… ถ้าดูจากสีหน้าของนายแล้วหลายๆ อย่างก็น่าจะโอเคขึ้นแล้วล่ะนะ…”

 

“จะว่าแบบนั้นก็ได้ล่ะมั้ง… ว่าแต่คุณคืออัศวินคนที่เป็นหัวหน้าของกลุ่มที่เข้าไปช่วยเหลือหมู่บ้านของพวกผมเอาไว้สินะครับ?”

 

“เอ๋? ฉันหรอคะ? จะว่าฉันเป็นหัวหน้ากลุ่มมันก็คงจะไม่ผิดหรอกล่ะมั้งจ๊ะ… ว่าแต่มันทำไมหรอจ๊ะ?”

 

เรสเนอร์ที่ได้ยินคำถามที่อยู่ๆ นากาก็หันมาถามเธอได้พูดถามเขากลับไปอย่างงงๆ ก่อนที่เธอจะต้องสะดุ้งไปเมื่ออยู่ดีๆ นากาก็ได้ก้มหัวให้เธอด้วยท่าทีสุภาพ

 

“อ—เอ๋?”

 

“ผมต้องขอขอบคุณที่พวกคุณเข้ามาช่วยเหลือหมู่บ้านของพวกผมเอาไว้ด้วยครับ… เพราะถ้าเกิดว่าทุกคนไม่ได้พวกคุณเข้าไปช่วยเหลือเอาไว้ก่อนล่ะก็กว่าพวกผมจะไปถึงมันก็คงจะสายเกินไปแล้วแน่ๆ …”

 

“อ๋อ… เรื่องนั้นเองสินะจ๊ะ”

 

เรสเนอร์ที่ได้ยินแบบนั้นได้เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะยื่นมือไปดันไหล่ของนากาให้เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วจึงเอ่ยปากพูดบอกเขาไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

“ถ้าเรื่องนั้นทางด้านพวกฉันเองก็ต้องขอบคุณที่พวกเธอยอมฝืนตัวเองเพื่อขับรถคันนั้นไปที่หมู่บ้านด้วยเหมือนกันนะจ๊ะ เพราะถ้าเกิดว่าไม่ได้รถของพวกเธอล่ะก็พวกฉันเองก็คงจะพาคนออกมาจากหมู่บ้านได้ไม่ทันเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเธอไม่จำเป็นต้องก้มหัวให้ฉันแบบนี้หรอกนะ”

 

“อ—อ่า…งั้นหรอครับ…”

 

“แล้วก็… ถึงแม้ว่าในตอนนี้มันอาจจะทำได้ยาก… แต่ว่าฉันอยากจะให้เธอเข้มแข็งเอาไว้นะจ๊ะ…”

 

“ครับ…”

 

เรสเนอร์ที่ได้รับคำตอบของนากาแล้วได้ผละมือออกมาจากไหล่ของเขาเพื่อถอดเกราะแขนของเธอข้างหนึ่งออกก่อนจะยื่นมือตรงไปให้นากาเป็นสัญญาณของการทำความรู้จักด้วยการจับมืออันเป็นมารยาททั่วไปนั่นเอง

 

“ฉันชื่อว่า เรสเนอร์ จ้ะ เธอเรียกฉันว่าเรสเนอร์เฉยๆ ได้เลยฉันไม่ถือหรอกนะจ๊ะ… ส่วนผู้ชายคนที่นอนแผ่อยู่ข้างนอกห้องที่เธอน่าจะได้เห็นตอนมาถึงนั่นชื่อว่า อิกนิส แล้วก็ผู้หญิงคนที่เธอเจอที่หมู่บ้านนั่นชื่อว่า นิ๊กซ์ซี่… แล้วก็จริงๆ แล้วฉันมีเพื่อนอยู่อีกสามสี่คนที่ติดงานอยู่ที่อื่นน่ะจ้ะ เอาไว้ถ้าพวกเธอมีโอกาสได้เจอกันฉันจะแนะนำให้รู้จักก็แล้วกันนะจ๊ะ”

 

“ครับ… ผม นากามูระ อาร์ทิอัส ยินดีที่ได้รู้จักครับ… เอ่อ… พี่เรสเนอร์”

 

นากาพูดแนะนำตัวของเขากลับไปให้เรสเนอร์ฟังและเขย่ามือของเธอสองสามครั้ง แต่ว่าในขณะที่เขากำลังจะปล่อยมือออกมานั้นเองเขาก็กลับได้พบว่าเรสเนอร์ได้จับมือของเขาเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อยก่อนที่เธอจะพูดขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มๆ อีกครั้งหนึ่ง

 

“แหม่~ เรียกว่าเรสเนอร์เฉยๆ ก็พอแล้วล่ะจ้ะไม่ต้องนำหน้าด้วยคำว่าพี่หรอก หรือถ้าไม่ไหวจริงๆ จะเติมคำว่าคุณเอาไว้ข้างหน้าฉันก็ไม่ว่าหรอกนะจ๊ะ”

 

“ค—ครับ เรสเนอร์…”

 

นากาที่ถูกเรสเนอร์พูดย้ำขึ้นมาอีกครั้งนั้นได้รีบพูดตอบเธอกลับไปจนทำให้เรสเนอร์ยอมปล่อยมือของเธอออกแต่โดยดีก่อนที่นากาจะหันกลับไปพูดสอบถามเอริกะเกี่ยวกับเรื่องที่ถึงกับทำให้หญิงสาวทั้งสองคนขึ้นเสียงใส่กันในตอนที่เขาเพิ่งจะเปิดประตูเข้ามาในห้องขึ้นมา

 

“ว่าแต่เมื่อกี้นี้พวกเธอกำลังเถียงกันเรื่องอะไรกันอยู่น่ะ? ที่ว่าอะไรมันหายไปแล้วก็อะไรเกี่ยวกับพวกชาวบ้านนั่นน่ะ?”

 

“อ—อ่า เรื่องนั้นมัน…”

 

“บอกเขาไปเถอะค่ะเอริกะ ฉันว่านากาคุงควรที่จะได้รู้เรื่องนี้เอาไว้นะคะ”

 

“น…นั่นสินะ… แต่ว่านายแน่ใจแล้วหรอว่าจะพร้อมฟังเรื่องนี้น่ะนากา…?”

 

เอริกะที่ได้ยินคำพูดของเรสเนอร์ได้หันไปมองดูท่าทีของเด็กหนุ่มเล็กน้อยด้วยความเป็นห่วง เพราะถึงแม้ว่าท่าทีของเขาจะดูดีขึ้นกว่าเมื่อสักครู่นี้ที่ดูเหมือนคนที่กำหมดหมดกำลังใจในการใช้ชีวิตมากแต่ว่าเธอก็ยังอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงเขาอยู่ดี

 

“เธอบอกฉันมาเถอะเอริกะ เพราะจากที่ฟังพวกเธอพูดกันแล้วดูเหมือนว่ามันจะเกี่ยวข้องกับพวกชาวบ้านในหมู่บ้านของฉันด้วยนี่”

 

“อืม…. ถ้างั้นก็… ไอ้ที่เรสเนอร์เขาบอกว่ามันหายไปนั่นมันก็คือหมู่บ้านโมริโกะนั่นแหล่ะ…”

 

“หา…? โทษทีนะ ฉันว่าฉันได้ยินไม่ชัดสักเท่าไหร่… เมื่อกี้นี้เธอบอกว่า ‘หมู่บ้าน’ มันหายไปงั้นหรอ? นี่เธอหมายความว่าไงน่ะ?”

 

“มันก็ตรงตามความหมายเลยนั่นล่ะ… ตอนที่นายนั่งรถหนีออกมาจากหมู่บ้านนายน่าจะได้เห็นเสาแสงที่โผล่ขึ้นมาที่หมู่บ้านแล้วก็ขยายตัวออกมาได้ใช่มั้ยล่ะ… เรสเนอร์เขาบอกว่าหลังจากที่เสาแสงนั่นสลายหายไปแล้วทุกอย่างที่ถูกเสาแสงนั่นกลืนเข้าไปมันหายไปหมดจนเหลือแค่ทุ่งหญ้าโล่งๆ น่ะ…”

 

“หะ—!?”

 

คำตอบของเอริกะได้แต่ทำให้นากาหลุดเสียงร้องด้วยความตกใจออกมาก่อนที่เขาจะหันไปมองทางด้านเรสเนอร์เพื่อพยายามขอคำยืนยันจากเธออีกที

 

“เป็นเรื่องจริงค่ะ… ตรงจุดที่เคยเป็นหมู่บ้านกับป่ารอบๆ มาก่อนมันไม่เหลืออะไรเลยสักนิดเดียว… แถมตอนที่นิ๊กซ์ซี่จังจะลองเข้าไปสำรวจดูเธอก็รีบวิ่งกลับออกมาเพราะรู้สึกได้ว่าพลังวิซกำลังไหลออกจากร่างเหมือนกับตอนที่อยู่ในทะเลมรกตอีกด้วย…”

 

“ก็ตามนั้นแหล่ะ… ตอนนี้หมู่บ้านโมริโกะของนายมันกลายเป็นส่วนหนึ่งของทะเลมรกตไปแล้วน่ะ…”

 

“—–!?”

 

คำพูดของทั้งเอริกะและเรสเนอร์ได้ทำให้นากานิ่งค้างไปด้วยความตกใจ เพราะจากคำที่ว่าตรงจุดที่เคยเป็นหมู่บ้านมาก่อนมันไม่เหลืออะไรเลยของพวกเธอนั้นมันก็คงจะรวมไปถึงร่างของผู้เสียชีวิตทุกคนรวมไปถึงร่างของคุณพ่อของโมโกะที่อยู่ภายในซากบ้านของเธอและอารอนกับปู่แม็กซ์ที่เขาคิดว่าเขาเห็นทั้งสองคนโผล่มาเพื่อช่วยเหลือพวกเขาในตอนท้ายด้วย

 

ซึ่งท่าทีของนากาที่นิ่งค้างไปด้วยความตกใจนั้นก็ได้ทำให้เอริกะผ่อนคลายท่าทีของเธอที่เตรียมพร้อมเอาไว้เผื่อในกรณีที่นากาจะรีบร้อนวิ่งกลับไปที่หมู่บ้านของเขาเพื่อตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยตัวเองลงไปและเอ่ยปากพูดบ่นขึ้นมาเล็กน้อย

 

“แต่ปัญหาจริงๆ สำหรับตอนนี้ก็คือฉันไม่รู้ว่าพวกเอริซาเบธจะช่วยปิดข่าวเรื่องนี้เอาไว้ได้นานสักเท่าไหร่เนี่ยน่ะสิ… ถ้าเกิดว่าทางเมืองต่างๆ รู้เรื่องกันเมื่อไหร่พวกนั้นก็คงจะจัดทีมส่งเข้าไปสำรวจข้างในจนพวกเรากระดิกตัวกันได้ไม่สะดวกกันแน่ๆ ล่ะ…”

 

“เดี๋ยวสิ— เธอพูดแบบนั้นหมายความว่าเธอวางแผนอะไรเอาไว้ในใจแล้วงั้นหรอเอริกะ?”

 

ในขณะที่เอริกะกำลังพูดบ่นออกมาอยู่นั้น ทางด้านนากาที่ได้ยินคำพูดบ่นของเอริกะได้พูดโพล่งขึ้นมาจนทำให้เอริกะที่เห็นว่านากาได้สติกลับมาแล้วหันไปพูดอธิบายแผนการของเธอออกมาให้เขาฟัง

 

“อื้ม… จริงๆ แล้วพรุ่งนี้เช้าฉันกะว่าจะลองไปสำรวจที่นั่นดูสักหน่อยน่ะเพราะว่าเรื่องนี้มันอาจจะเกี่ยวข้องกับ— ไม่มีอะไรหรอก… เอาเป็นว่าพรุ่งนี้นายสนใจจะไปที่นั่นด้ว—”

 

“ไป!!”

 

ในทันทีที่นากาได้ยินเอริกะพูดเป็นทำนองว่าจะชวนเขาเข้าไปสำรวจในจุดที่เคยเป็นหมู่บ้านโมริโกะออกมานั้นเขาก็รีบพูดตอบเธอกลับไปอย่างรวดเร็วโดยไม่รอให้เธอพูดออกมาจนจบก่อน ซึ่งการกระทำของนากานั้นก็ได้ทำให้เรสเนอร์อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

 

“เธอแน่ใจแล้วหรอจ๊ะนากาคุง? ถ้าเธอยังไม่พร้อมก็ยังไม่ต้องไปวันพรุ่งนี้เลยก็ได้นะ ฉันเชื่อว่าเอริกะน่าจะกันคนอื่นออกไปได้อีกสักสัปดาห์นึงล่ะมั้งจ๊ะ เธอไม่จำเป็นต้องรีบไปตั้งแต่วันพรุ่งนี้ก็ได้นะ”

 

“อื้ม… ฉันเข้าใจนะว่าพวกเธอคงจะยังไม่อยากให้ฉันกลับไปที่หมู่บ้านในตอนนี้น่ะ แต่ว่าพอฉันได้ยินว่าหมู่บ้านมันหายไปแบบนั้นแล้วฉันคงจะยอมอยู่เฉยๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะ ให้ฉันได้ไปช่วยตามหาร่างของชาวบ้านคนอื่นๆ ที่ไม่ทันได้หนีออกมาด้วยคนเถอะ…”

 

“บาดแผลของตัวเองเพิ่งจะดีขึ้นมานิดหน่อยก็คิดจะไปเป็นห่วงคนอื่นซะแล้วหรอจ๊ะนากาคุง… ถึงมันจะไม่ใช่เรื่องที่แย่สักเท่าไหร่แต่ก็ระวังว่าตัวเธอจะรับไม่ไหวเข้าซะเองนะจ๊ะ…”

 

“ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับเรสเนอร์… แต่ผมคิดว่าตอนนี้ผมน่าจะช่วยเหลือคนอื่นๆ ไหวแล้วล่ะครับ… คิดว่านะ…”

 

นากาพูดตอบเรสเนอร์กลับไปพร้อมกับยกมือของตัวเองที่ยังคงสั่นเทาอยู่น้อยๆ ขึ้นมาจ้องมองก่อนจะกำมันแน่น เพราะถึงแม้ว่าเขาจะคงรู้สึกเจ็บปวดกับการจากไปของพรีมูล่า แต่ว่าเขาเองก็ต้องเข้มแข็งเข้าไว้เพื่อตัวเขาเองและเพื่อคนอื่นๆ ที่เขารู้จัก

 

ซึ่งท่าทีมุ่งมั่นของนากานั้นก็ได้ทำให้เอริกะได้ตัดสินใจที่จะไม่พูดห้ามปรามอะไรเขาออกมาและหันไปแจ้งกำหนดการการเดินทางให้เขาได้ทราบแทน

 

“ถ้านายว่าอย่างนั้นฉันก็ไม่มีอะไรจะขัดแล้วล่ะ เอาเป็นว่าพรุ่งนี้เช้าฉันจะขับรถไปรับนายที่คฤหาสน์ก็แล้วกันนะ ถ้าเกิดว่าถึงตอนนั้นแล้วนายเปลี่ยนใจหรือว่ามีอะไรเกิดขึ้นก็บอกฉันมาได้เลยล่ะตกลงมั้ย?”

 

“อื้ม…! ตกลงตามนั้นล่ะ!”

 

“ถ้างั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไปพักผ่อนกันก่อนเถอะจ้ะ แล้วเดี๋ยวระหว่างที่ฉันอยู่ที่รีมินัสนี่ฉันจะช่วยดูแลคุณนิลิมเขาให้ก่อนตอนที่พวกเธอไม่อยู่ก็แล้วกันนะ”

 

“ครับ ขอบคุณมากนะครับเรสเนอร์”

 

นากาพยักหน้าพูดตอบเรสเนอร์กลับไปก่อนที่เขาจะเดินตามหลังเอริกะออกจากคลินิกเพื่อเดินทางกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลรีวิสที่นับแต่จากนี้ไปมันคงจะไม่คึกคักสนุกสนานเช่นเดิมอีกต่อไปแล้วตลอดกาลเนื่องจากที่นั่นขาดเด็กสาวผมชมพูตัวป่วนของทุกๆ คนไปเสียแล้ว

 

 

“กลับมาแล้วหรอครับนากา!? เป็นยังไงบ้างครับ ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า!?”

 

ในชั่วขณะที่เอริกะเพิ่งจะเดินนำทางนากามาจนถึงประตูรั้วของคฤหาสน์นั้นคอนแนลที่ยืนถือตะเกียงวิซเฝ้ารอพวกเขาอยู่ก็ได้รีบเอ่ยปากร้องถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วงในทันทีจนทำให้นากาถึงกับสะดุ้งไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะรีบตีหน้ายิ้มและพูดตอบเพื่อนอัศวินของเขากลับไปในขณะที่ทางด้านเอริกะนั้นก็ได้หันหลังกลับและโบกมือให้กับพวกเขาเล็กน้อยก่อนจะเดินจากไป

 

“อ…อื้อ ถ้าเป็นฉันล่ะก็ไม่ได้บาดเจ็บอะไรมากหรอก…”

 

“เอาล่ะ ในเมื่อมาถึงแล้วถ้างั้นฉันก็ขอตัวก่อนก็แล้วกันนะ ฝากเธอดูแลนากาเขาด้วยล่ะคอนแนลคุง”

 

“ได้เลยครับ! รีบเข้าไปนั่งพักด้านในกันก่อนเถอะครับนากา”

 

“ขอบใจที่อุตส่าห์เดินมาส่งกันนะเอริกะ”

 

นากาที่ถูกคอนแนลลากตัวเข้าไปด้านในคฤหาสน์ได้รีบพูดบอกขอบคุณเอริกะกลับไปและมองไล่หลังเอริกะไปสักพักหนึ่งจนกระทั่งร่างของเอริกะหายเข้าไปในความมืดรอบกายแล้วเขาจึงได้ยอมเดินตามคอนแนลเข้าไปนั่งพักในห้องรับแขกแต่โดยดีแล้วจึงพูดถามคอนแนลขึ้นมา

 

“แล้วโมโกะเป็นยังไงบ้างล่ะ…?”

 

“ค่อนข้างจะน่าเป็นห่วงเลยล่ะครับ… ตั้งแต่ตอนที่กลับมาเธอก็ยังไม่พูดอะไรเลยสักคำ แถมยังไม่ยอมกินข้าวที่ผมทำไปให้ด้วย…”

 

“งั้นหรอ…”

 

นากาพูดตอบคอนแนลกลับไปสั้นๆ ก่อนที่เขาจะนิ่งเงียบไปจนทำให้บรรยากาศภายในห้องรับแขกก็มีแต่ความเงียบงันน่าอึดอัดอยู่สักพักหนึ่ง และหลังจากที่ช่วงเวลาแห่งความเงียบงันได้ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ คอนแนลก็ได้กำหมัดแน่นและทุบมันไปที่ขาของตัวเองพร้อมกับพูดขึ้นมาด้วยความอัดอั้น

 

“ถ้าเกิดว่าตอนนั้นผมไม่ได้สลบไปก่อนล่ะก็…!!”

 

“ทั้งฉันทั้งโมโกะไม่มีใครโทษนายหรอกนะคอนแนล…”

 

“ต—แต่ว่าถ้าเกิดผมไปกับทุกคนด้วยล่ะก็—”

 

“ต่อให้ตอนนั้นนายไปด้วยก็ไม่มีประโยชน์หรอก… ยัยเด็กในชุดผ้าคลุมนั่นเก่งซะจนไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเลยซะด้วยซ้ำ… แล้วยิ่งพรีมูล่าพยายามล่อเป้ายัยนั่นออกมาจากคุณแม่ด้วยตัวเองแบบนั้นแล้วด้วยต่อให้นายจะอยู่ด้วยก็คงจะช่วยอะไรไม่ได้หรอกนะ….”

 

“ต—-แต่— แต่ว่า…”

 

คอนแนลที่ได้ยินคำพูดของนากาได้พยายามที่จะพูดหาข้ออ้างออกมาเพื่อพูดเถียงนากากลับไป แต่ว่าเมื่อเขาได้ยินชื่อของพรีมูล่าดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งในหัวของเขาก็ขาวโพลนไปหมดจนแทบจะนึกอะไรไม่ออก เพราะถ้าจะให้พูดกันตามตรงแล้วถึงแม้ว่าเขาจะเพิ่งได้พบกับพรีมูล่ามาเป็นเวลาเพียงแค่หนึ่งเดือนกว่าๆ แต่ว่าเขาก็คิดกับอีกฝ่ายไม่ต่างไปจากน้องสาวแท้ๆ เลยซะด้วยซ้ำจนทำให้เขาได้แต่ยกมือขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเพื่อพยายามกั้นน้ำตาที่กำลังจะหลั่งไหลออกมาเอาไว้

 

“นายอย่าโทษตัวเองเลยคอนแนล… พรีมูล่าเขาไม่อยากให้ใครมาร้องไห้กับทางที่เธอเลือกหรอกนะ เพราะงั้นนายเข้มแข็งเอาไว้เถอะ… ทั้งเพื่อตัวนายเองแล้วก็เพื่อพรีมูล่าด้วยน่ะ…”

 

“……?”

 

คอนแนลที่ถูกนากาพูดปลอบใจขึ้นมาได้ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจพร้อมกับยกแขนขึ้นมาปาดน้ำตาของตนเองไปก่อนที่เขาจะพยายามพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงปกติตามเดิม

 

“…นี่ก่อนหน้านี้ก็มีคนมาพูดปลอบนากาแบบนั้นงั้นหรอครับนั่น?”

 

“ดูออกง่ายขนาดนั้นเลยหรอน่ะ…?”

 

“ก็ปกติแล้วนากาพูดอะไรแบบนั้นเป็นซะที่ไหนกันล่ะครับ…ฮึก…ย…อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในสถานการณ์แบบนี้แน่ๆ ล่ะครับ…”

 

คอนแนลพูดตอบนากากลับไปโดยพยายามกลั้นเสียงสะอื้นของเขาเอาไว้ แต่ว่าเมื่อเขาได้หันไปเห็นโซฟาตัวที่พรีมูล่าชอบลงไปนอนแผ่เล่นอยู่บ่อยๆ ในตอนที่เธอว่างแล้วเขาก็ได้แต่ต้องรีบหันหนีและเอ่ยปากขอตัวออกมา

 

“ฮึก… ถ..ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวก่อนก็แล้วกันนะครับ… นากาเองก็รีบไปพักผ่อนก่อนเถอะครับ…”

 

“ฉันว่าจะแวะไปดูโมโกะเขาก่อนน่ะ…เห็นเมื่อกี้นี้นายบอกว่าโมโกะยังไม่ได้กินข้าวเลยใช่มั้ย? นายเอาไปเก็บไว้ที่ไหนแล้วล่ะ?”

 

“วางไว้บนโต๊ะในห้องครัวน่ะครับ…”

 

“อ่า… ถ้างั้นเอาไว้เจอกันพรุ่งนี้ก็แล้วกันนะคอนแนล”

 

นากาพูดตอบคอนแนลกลับไปก่อนที่เขาจะรีบเดินตรงไปยังห้องครัวเพื่อหยิบเอาจานข้าวผัดที่คอนแนลทำทิ้งเอาไว้ขึ้นมาถือเอาไว้และเดินตรงไปยังห้องนอนของโมโกะที่อยู่ไม่ห่างไปจากห้องนอนของเขาสักเท่าไหร่นักและยื่นมือไปเคาะมันเบาๆ

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

“โมโกะ…นี่ฉันเองนะ…”

 

แกร๊ก แอ๊ด…

 

“ฉันเข้าไปเลยนะ…”

 

นากาที่ลองหมุนลูกบิดประตูดูได้ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเขาได้พบว่าประตูห้องนอนของโมโกะไม่ได้ถูกล็อกเอาไว้อีกทั้งภายในห้องของเธอก็มืดสลัวโดยมีเพียงแค่แสงจากดวงจันทร์ที่สาดส่องเข้ามาให้ความสว่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในขณะที่ตัวเด็กสาวหูแมวผู้เป็นเจ้าของห้องก็กำลังนั่งกอดเข่าจ้องมองรูปภาพรูปหนึ่งที่เธอถือเอาไว้ในมือโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองอะไรกับผู้มาเยือนเลยแม้แต่น้อย ซึ่งสภาพของโมโกะนั้นก็ทำให้นากาได้แต่ต้องเดินเข้าไปนั่งข้างๆ เธอพร้อมกับพยายามพูดถามขึ้นมา

 

“โมโกะ…”

 

“…..”

 

“นี่…ได้ยินฉันหรือเปล่า…”

 

“…..”

 

“ถ้าเธอไม่กินข้าวสักหน่อยเดี๋ยวจะไม่มีแรงเอานะโมโกะ…”

 

“…..”

 

ถึงแม้ว่านากาจะพูดถามเพื่อนสาวหูแมวของเขาไปสักกี่ครั้งแต่ว่าโมโกะก็ยังคงไม่มีการตอบสนองอะไรกลับมาเลยแม้แต่น้อยจนทำให้นากาที่เห็นแบบนั้นได้ตัดสินใจที่จะลุกยืนขึ้นเพื่อนนำจานอาหารไปวางเอาไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือของอีกฝ่ายเอาไว้ก่อน

 

หมับ

 

“ย…อย่า…ไปไหนเลย…นะ…”

 

เสียงพูดอันแผ่วเบาและแรงกระตุกที่ชายเสื้อของนากานั้นได้ทำให้เขาชะงักไปในทันทีก่อนที่เขาหันกลับไปมองดูโมโกะที่นิ่งเงียบไปอีกครั้งแล้วแต่ก็ยังคงจับชายเสื้อของเขาเอาไว้แน่นโดยไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยเลยแม้แต่น้อยและนั่งลงกลับไปที่ข้างๆ ตัวเธออีกครั้งพร้อมกับยกมือขึ้นมาลูบหัวของเธอโดยพยายามเลี่ยงบริเวณใบหูแมวและศีรษะที่ถูกไฟไหม้ของอีกฝ่ายเอาไว้

 

“ไม่ต้องห่วงนะ…ฉันไม่หนีเธอไปไหนหรอก…”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 125 Dimmest Night"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved