cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 12

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 12
Prev
Next

ปิ๊บ ปิ๊บ ปิ๊บ

 

ในขณะที่นากา พรีมูล่า และอัศวินหนุ่มคอนแนลกำลังช่วยกันจัดเก็บห้องออฟฟิศของเอริกะกันอยู่นั้น อยู่ๆ อุปกรณ์อะไรบางอย่างของเอริกะที่นักประดิษฐ์สาวผู้เป็นเจ้าของวางทิ้งเอาไว้ในลิ้นชักโต๊ะทำงานก็ได้ส่งเสียงดังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งให้ทุกคนได้ยินจนทำให้พรีมูล่าส่งเสียงร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น

 

“เอ๋? พี่นากาๆ เจ้าแผ่นเหล็กนั่นมันส่งเสียงออกมาอีกแล้วอ่ะ!”

 

เสียงร้องที่แฝงเอาไว้ด้วยความตื่นเต้นของพรีมูล่านั้นได้ทำให้นากาต้องรีบหันกลับไปมองดูน้องสาวของเขาในทันที และเมื่อนากาเห็นว่าพรีมูล่าได้ถือวิสาสะหยิบเจ้าแผ่นเหล็กติดกระจกที่กำลังเรืองแสงและกำลังส่งเสียงเตือนเป็นจังหวะออกมาจากลิ้นชักโต๊ะโดยไม่รอให้ใครอนุญาตแบบนั้นเขาก็ได้แต่ต้องพูดดุว่าเธอออกมา

 

“อย่าซนสิพรีมูล่า”

 

“นั่นสิครับ ถ้าเกิดว่าเผลอไปทำอะไรพังเข้าระวังจะโดนคุณเอริกะดุเอานะครับ”

 

คอนแนลที่ได้ยินคำพูดดุว่าของนากาเองก็ได้เอ่ยปากพูดเตือนเด็กสาวแสนซนขึ้นมาด้วยเช่นกัน แต่ถึงแบบนั้นเด็กสาวผมสีชมพูก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะสนใจคำเตือนของพี่ๆ ของเธอเลยแม้แต่น้อยและใช้นิ้วของเธอจิ้มเข้าไปที่ตัวกระจกเรืองแสงแบบที่เธอเห็นเอริกะทำก่อนหน้านี้ด้วยท่าทีมั่นใจ

 

ปิ๊บ

 

“อ๊ะ… มันเงียบไปแล้วอ้ะพี่นากา แถมแสงก็ดับไปแล้วด้วย”

 

“นี่เธอทำมันพังแล้วหรือเปล่าเนี่ย?”

 

เสียงร้องด้วยความตกใจของพรีมูล่าได้ทำให้นากาต้องรีบจัดเก็บแฟ้มเอกสารที่เขากำลังจัดเรียงอยู่อย่างรวดเร็วและรีบเดินเข้าไปช่วยน้องสาวของเขาดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเครื่องมือของเอริกะใกล้ๆ จนทำให้พรีมูล่าที่ได้ยินนากาพูดเหมือนกับมั่นใจว่ามันพังไปแล้วอย่างแน่นอนต้องพูดเถียงกลับไปเสียงดัง

 

“แต่หนูแค่เอานิ้วจิ้มมันเฉยๆ เองนะ!!”

 

“ของบางอย่างแค่เผลอจิ้มไปโดนมันก็พังได้แล้วนะครับ แถมเจ้านี่ยังเป็นอุปกรณ์อะไรแปลกๆ ของคุณเอริกะที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อนอีกด้วยต่างหาก…”

 

“แต่หนูไม่ได้ทำมันพังสักหน่อยนี่! ถ้าแค่โดนนิ้วจิ้มแล้วพังเลยแบบนี้นี่ งั้นตอนที่พี่เอริกะจิ้มมันไปตั้งหลายทีมันก็ต้องพังไปแล้วสิ!!”

 

คำพูดของคอนแนลที่ผละมือออกมาจากกล่องสี่เหลี่ยมประหลาดๆ จำนวนมากเพื่อเดินมามุงดูด้วยอีกคนหนึ่งได้ทำให้พรีมูล่าหันไปพูดเถียงเขาขึ้นมาในทันทีก่อนที่เธอจะพองแก้มจนป่องและใช้นิ้วจิ้มเข้าใส่ตัวอุปกรณ์ในมือไปอีกหลายๆ ทีจนทำให้คอนแนลถึงกับตกใจตาเหลือก

 

“อ—อย่าไปจิ้มเล่นแบบนั้นสิครับพรีมูล่า ถ้าเกิดว่ามันระเบิดขึ้นมาเดี๋ยวก็ได้ซวยกันหมดหรอกครับ!”

 

คำพูดของคอนแนลที่ฟังดูหวาดๆ นั้นได้ทำให้สองพี่น้องชะงักไปในทันทีก่อนที่นากาจะพูดถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจนัก

 

“นายหมายความว่ายังไงที่ว่าเดี๋ยวมันระเบิดขึ้นมานั่นน่ะคอนแนล…?”

 

“นั่นสิๆ กล่องเล็กๆ แบนๆ แบบนี้ไม่น่าจะระเบิดได้หรอกมั้งพี่คอนแนล!”

 

“เอ่อ… ถ้าเกิดว่ามันเป็นอุปกรณ์ของคุณเอริกะล่ะก็อะไรๆ มันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้นนั่นแหล่ะครับ ผมไม่กล้ายืนยันอะไรหรอก…”

 

“………”

 

คำตอบของคอนแนลได้ทำให้สองพี่น้องนิ่งเงียบไปสักพักหนึ่งก่อนที่พรีมูล่าจะวางอุปกรณ์อะไรก็ไม่รู้ของเอริกะกลับไปที่เดิมและปิดลิ้นชักกลับไปให้เป็นระเบียบเรียบร้อยพร้อมกับพูดขึ้นมาเสียงใส

 

“เอาล่ะ~ ทำความสะอาดๆ ~ ไหนใครจิ้มอุปกรณ์อะไรเล่นกัน ไม่มีๆ เนอะพี่นากา เนอะพี่คอนแนล~”

 

“…เอาเป็นว่าฝากนายไปบอกเอริกะให้หน่อยก็แล้วกันนะคอนแนล”

 

“…ได้เลยครับ”

 

“เอ๋!? ไหงงั้นอ้ะ!?”

 

พรีมูล่าที่เห็นว่าพี่ๆ ทั้งสองคนของเธอเหมือนจะเข้ากันได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยได้ร้องโวยวายออกมาเสียงดัง แต่ว่าก่อนที่เธอจะได้มีโอกาสพูดเกลี้ยกล่อมอะไรทั้งสองคนออกมานั้นประตูห้องออฟฟิศก็ได้ถูกเปิดออกอีกครั้งหนึ่งโดยเอริกะผู้เป็นเจ้าของห้องเข้าเสียก่อน

 

“นี่คอนแนล คุณเวก้าเขาเรียกหาน่ะ~”

 

“เอ๋ะ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าน่ะครับ?”

 

“อ๋อ~ เปล่าหรอกๆ เห็นคุณเวก้าเขาบอกว่าได้เวลากลับกันแล้วเฉยๆ น่ะ”

 

เอริกะพูดตอบคอนแนลกลับไปก่อนที่เธอจะเดินตรงไปที่โต๊ะทำงานของตัวเองและเปิดลิ้นชักเพื่อหยิบเอาอุปกรณ์ของเธอออกมา แต่ทว่าทันใดนั้นเองเอริกะก็ได้ชะงักไปเล็กน้อยและพูดถามพวกเด็กๆ ขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มๆ

 

“นี่มีใครเล่นได้มาเล่นซนอะไรกับอุปกรณ์ของฉันหรือเปล่าเอ่ย~”

 

“เมื่อกี้นี้พรีมูล่าเขาเล่นซนแล้วก็หยิบมันมาจิ้มเล่นน่ะครับ”

 

“ก็ตามนั้นแหล่ะเอริกะ”

 

“งื้อ… ก็หนูเห็นว่ามันส่งเสียงอะไรก็ไม่รู้ออกมาอีกแล้วก็เลยกะจะหยิบมันมาดูแค่นิดเดียวเอง แต่ว่าพอหนูจิ้มใส่มันแล้วมันก็เงียบไปเลยอ้ะ… หนูขอโทษนะพี่เอริกะ…”

 

พรีมูล่าที่เห็นว่าพี่ๆ ของเธอปากโป้งโดยไม่มีท่าทีว่าจะช่วยเธอปกปิดเลยแม้แต่น้อยได้แต่ต้องยอมรับความผิดแต่โดยดี ซึ่งนั่นก็ทำให้แววตาของเอริกะฉายแววเอ็นดูออกมาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นมาลูบหัวของเด็กสาวตัวแสบและพูดบอกเธอไปพร้อมกับถือโอกาสนี้พูดเตือนพวกเด็กๆ ไปด้วย

 

“แหม่~ มันก็แค่เครื่องมือสื่อสารเองน่ะไม่มีอะไรมากหรอก~ อ๊ะ— แต่ถ้าเกิดว่าพวกเธอเห็นของอะไรที่มันดูอันตรายก็อย่าไปจับเล่นล่ะเข้าใจมั้ยเอ่ย โดยเฉพาะพวกของที่เรืองแสงหรือว่าปล่อยความร้อนความเย็นออกมาได้อะไรพวกนั้นน่ะ~”

 

หลังจากที่เอริกะพูดเตือนพวกเด็กๆ ออกมาเสร็จแล้วเธอก็ได้จิ้มไปที่แผ่นโลหะทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่เธอเรียกมันว่าเครื่องมือสื่อสารสองสามทีจนฝั่งที่เป็นกระจกของมันเรืองแสงออกมาอีกครั้งหนึ่งก่อนที่ทันใดนั้นเองเธอจะเลิกคิ้วเล็กน้อยและยกมือขึ้นมาเกาหัวด้วยท่าทียุ่งยากใจจนทำให้นากาต้องรีบพูดถามเธอขึ้นมา

 

“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าน่ะเอริกะ หรือว่าอุปกรณ์ของเธอมันพังไปแล้วจริงๆ น่ะ?”

 

“เปล่าหรอกๆ แค่ว่ามันมีเรื่องอะไรนิดหน่อยน่ะ ถ้ายังไงรบกวนฝากพวกเธอบอกลาคุณเวก้าแทนฉันให้หน่อยสิ พอดีว่าฉันต้องคุยธุระก่อนสักแป๊บนึงน่ะ”

 

“คุยธุระ…? อ๋อ… เธอเรียกเจ้าอุปกรณ์นั่นว่าเครื่องมือสื่อสารนี่นะ ถ้างั้นเดี๋ยวฉันไปบอกเขาให้เองก็แล้วกัน ไปกันเถอะคอนแนล”

 

“ถ้างั้นเอาไว้ค่อยเจอกันใหม่โอกาสหน้าละกันนะครับคุณเอริกะ”

 

“เอ๋~!? พี่คอนแนลจะกลับแล้วหรอ?”

 

พรีมูล่าที่ได้ยินเอริกะและนากาพูดเหมือนกับว่ามันได้เวลาที่เธอจะต้องจากลากับคอนแนลแล้วได้ร้องขึ้นมาเสียงดังด้วยความเสียดาย เพราะว่าที่หมู่บ้านโมริโกะนั้นนอกจากนากาและโมโกะแล้วก็ไม่มีเด็กคนอื่นๆ ที่อายุพอๆ กับตัวเธอเองเลย

 

ซึ่งท่าทางเสียใจของพรีมูล่าที่ดูราวกับลูกสุนัขตัวน้อยนั้นก็ทำให้คอนแนลอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นไปลูบหัวของเธอด้วยความเอ็นดูและพยายามพูดปลอบใจเธอขึ้นมา

 

“มันได้เวลาที่ผมจะต้องกลับไปทำงานแล้วล่ะครับ แต่ว่าถ้าพรีมูล่ากับนาการู้จักกับคุณเอริกะแบบนี้พวกเราก็น่าจะมีโอกาสได้เจอกันอีกบ่อยๆ อยู่เหมือนกันนะครับ เพราะงั้นไม่ต้องเศร้าไปหรอก”

 

คำพูดปลอบใจของคอนแนลได้ทำให้พรีมูล่าพองแก้มของเธอเล็กน้อยจนคอนแนลหลุดยิ้มออกมาแล้วจึงเดินตามหลังนากาออกจากห้องออฟฟิศไป

 

แต่ว่าทันใดนั้นเองคอนแนลก็ได้เดินกลับเข้ามาในห้องออฟฟิศอีกครั้งนึงและลูบหัวตัวเองพูดบอกเอริกะไปด้วยท่าทีเกรงใจ

 

“เอ่อ… คือว่าตอนที่ผมเข้ามาข้างในผมเผลอกระโดดเข้ามาทางหน้าต่างนี่นะครับ แหะๆ ”

 

“อ่ะ—รองเท้าหนูก็อยู่นอกหน้าต่างเหมือนกันนี่นา~”

 

พรีมูล่าที่ได้ยินคำพูดของคอนแนลได้ร้องออกมาเสียงใสก่อนที่เธอจะปีนหน้าต่างตามคอนแนลออกไปใส่รองเท้าของเธอข้างนอกท่ามกลางสีหน้ายิ้มๆ ของเอริกะและสีหน้าเหนื่อยใจของนากา

 

“เฮ้อ… ถ้างั้นก็ไปเจอกันที่หน้าประตูบ้านก็แล้วกันนะ”

 

“ค่าาา~~”

 

เสียงขานรับของพรีมูล่านั้นได้ทำให้นากาถอนหายใจออกมาอีกครั้งหนึ่งและเดินตรงไปเปิดประตูของตัวบ้านออกก่อนที่เขาจะต้องชะงักไปเมื่อมีเสียงร้องโวยวายของอลิซดังขึ้นมาให้เขาได้ยิน

 

“เนี่ย! เอาแค่ตาแว่นที่กำลังเดินมานั่นคนเดียวก็ได้! ฉันได้ยินมาว่าหมอนั่นเป็นอัศวินใหม่เพราะงั้นก็น่าจะยังไม่ได้รับมอบหมายหน้าที่อะไรมากนักไม่ใช่หรือไง!”

 

“เอ่อ… นี่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับเนี่ยคุณเวก้า?”

 

ในขณะที่นากากำลังจะเอ่ยปากพูดถามอลิซขึ้นมาด้วยความสงสัยนั้น คอนแนลที่เดินนำพรีมูล่าอ้อมตัวบ้านมาก็ได้พูดถามเวก้าที่ดูเหมือนว่าจะกำลังมีปากเสียงกับเด็กสาวผมสีขาวที่เขาไม่รู้จักอยู่ขึ้นมาจนทำให้อลิซที่ได้ยินแบบนั้นหันกลับไปพูดต่อว่าเขาขึ้นมาในทันที

 

“นี่นายอยู่ในห้องนั่นตั้งนานไม่เห็นหรือไงว่าหน้าต่างห้องออฟฟิศมันเป็นรูน่ะหะ!? เหมือนว่าเช้านี้ตอนที่เอริกะเขาออกไปข้างนอกแล้วพวกฉันกำลังยืนเถียงกับเจ้าหมอนี่อยู่ที่หน้าบ้านมันจะมีโจรแอบย่องเข้าไปขโมยของข้างในห้องออฟฟิศนั่นน่ะสิ ฉันก็เลยอยากจะขอให้ ท่าน-ขุน-นาง-ยศ-บา-รอน-คุณ-เวก้า-ผู้-สูง-ศักดิ์ช่วยแบ่งอัศวินในหน่วยของเขามาคุ้มครองเพื่อนตัวน้อยของเขาแค่สักคนสองคนแต่เขาก็ขี้เหนียวไม่ยอมอยู่นั่นนั่นแหล่ะ!”

 

คำพูดของอลิซที่ดูเหมือนว่าจะเน้นย้ำตรงชื่อและตำแหน่งของเวก้าเป็นพิเศษจนดูเหมือนเป็นการแดกดันนั้นได้ทำให้พวกอัศวินรุ่นพี่ของคอนแนลที่ยืนเรียงอยู่ด้านหลังเวก้ามีท่าทีฮึดฮัดกันเล็กน้อยราวกับว่าพวกเขารู้สึกไม่ค่อยจะพอใจสักเท่าไหร่นัก

 

แต่ถึงอย่างนั้นคอนแนลที่ดูเหมือนว่าจะให้ความสนใจในประโยคท่อนแรกๆ และท่อนหลังๆ ของอลิซมากกว่าก็ได้พูดถามเวก้าขึ้นมาราวกับว่าอยากจะขอคำยืนยันจากเขา

 

“ที่ว่ามีโจรบุกเข้าไปข้างในบ้านของคุณเอริกะนั่นมันเป็นความจริงหรอครับคุณเวก้า?”

 

“เรื่องนั้นผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันครับ เพราะว่านอกจากกระจกที่แหว่งไปกับคำพูดของคุณหนูอลิซแล้วคุณเอริกะเขาก็ไม่ได้พูดอะไรเลยจริงมั้ยล่ะครับ…”

 

บทสนทนาที่ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องกับเครื่องตัดกระจกที่หายไปนั้นได้ทำให้นากาตัดสินใจที่จะยื่นมือไปอุดปากพรีมูล่าเอาไว้ก่อนเพื่อที่น้องสาวของเขาจะได้ไม่เผลอหลุดปากพูดอะไรออกมา ในขณะเดียวกันทางด้านอลิซที่ได้ยินคำที่เวก้าใช้เรียกเธอนั้นก็ถึงกับคิ้วกระตุกและพูดเถียงกลับไปเสียงดัง

 

“อย่ามาเรียกฉันว่าคุณหนูนะ! แล้วนี่สรุปว่านายเป็นคนรู้จักที่ชอบมาขอคำแนะนำจากเอริกะเขาจริงๆ หรือเปล่าน่ะหะ ดูๆ ไปแล้วขนาดนากาที่เพิ่งจะรู้จักกับเอริกะมาได้ไม่ถึงวันก็ยังทำท่าเหมือนกับว่าจะเป็นห่วงเอริกะมากกว่านายอีกไม่ใช่หรือไง?”

 

คำพูดของอลิซนั้นได้ทำให้เวก้าชะงักไปเล็กน้อยก่อนที่เขาจะแสดงท่าทีลำบากใจออกมา จนทำให้คอนแนลที่ดูเหมือนว่าจะเริ่มรู้สึกเป็นห่วงเอริกะขึ้นมาและกลัวว่าหัวขโมยคนนั้นอาจจะย้อนกลับมาอีกครั้งหนึ่งตัดสินใจที่จะเอ่ยปากพูดขอร้องเวก้าขึ้นมาตรงๆ

 

“คุณเวก้าครับ ถ้าผมจะขออาสาเฝ้าที่นี่ให้คุณเอริกะเขาจะได้หรือเปล่าครับ… อย่างน้อยขอแค่สักคืนเดียวก็ยังดี…”

 

“……..”

 

เวก้าที่ได้ยินคำพูดอาสาตัวของคอนแนลได้นิ่งเงียบมองหน้าคอนแนลอยู่ชั่วขณะเหมือนกับคาดไม่ถึงว่าลูกน้องของตนเองจะกล้าพูดอะไรแบบนั้นออกมาจนทำให้คอนแนลถึงกับแอบเหงื่อตกเล็กน้อย เพราะว่าเอาจริงๆ แล้วตัวเขาเองก็เพิ่งจะได้รับเลือกจากเวก้าให้มาเข้าร่วมหน่วยได้ไม่นานสักเท่าไหร่นักจนไม่อาจจะแน่ใจได้ว่าเวก้าจะคิดยังไงกับการแสดงออกของเขากันแน่

 

ซึ่งหลังจากที่ความเงียบอันน่าอึดอัดของคอนแนลดำเนินผ่านไปสักพักหนึ่งทางด้านเวก้าก็ได้เผยรอยยิ้มออกมา

 

“ความจริงแล้ววันนี้ผมคิดจะมอบหมายหน้าที่ใหม่ในคฤหาสน์ให้กับคุณน่ะครับ แต่ดูท่าทางว่าเรื่องของคุณเอริกะจะกวนใจคุณอยู่ไม่ใช่น้อยสินะครับคอนแนล”

 

“ครับ…”

 

“ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็ไม่เป็นอะไรหรอกครับ วันนี้คุณอยู่เฝ้ายามให้คุณเอริกะไปก่อนดีกว่า เพราะว่าจริงๆ แล้วผมเองก็เป็นห่วงเรื่องนี้อยู่ด้วยเหมือนกัน… ส่วนเรื่องหน้าที่ใหม่ของคุณก็ไม่ต้องกังวลนะครับเดี๋ยวเอาไว้ผมจะหาเวลาเรียกคุณไปคุยเรื่องนี้วันหลังแทนให้เอง”

 

“ครับ! ขอบคุณมากครับคุณเวก้า!!”

 

คอนแนลที่ได้รับคำอนุญาตจากเวก้าได้พูดตอบเจ้านายของเขากลับไปเสียงดังด้วยความดีใจในขณะที่ทางด้านตัวเวก้าเองก็ได้หันกลับไปหาอลิซและพูดบอกเธอไป

 

“แต่ว่าผมคงจะแบ่งให้ได้แค่คอนแนลคนเดียวจริงๆ นะครับเพราะว่าเดี๋ยวหลังจากนี้ผมจะมีงานให้ทุกๆ คนทำน่ะครับ”

 

“เฮ้อ… ได้ตาแว่นนี่มาสักคนก็ยังดีล่ะ ยังไงก็ขอบใจละกัน”

 

เวก้ายิ้มรับคำของอลิซเล็กน้อยก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นไปมองท้องฟ้าที่เริ่มจะเปลี่ยนเป็นสีเทาเพราะเมฆฝนแล้วจึงเอ่ยปากพูดบอกลาเด็กสาวผมสีขาวออกมา

 

“ถ้างั้นพวกผมขอตัวกลับกันก่อนที่ฝนจะเทลงมาก็แล้วกันนะครับ ส่วนคอนแนลเอาเป็นว่าไว้วันพรุ่งนี้สักช่วงบ่ายๆ คุณก็ค่อยกลับไปรายงานตัวกับผมที่คฤหาสน์ก็แล้วกันครับ”

 

“ได้เลยครับคุณเวก้า!”

 

คอนแนลยกมือขึ้นมาทำความเคารพเวก้าและมองไล่หลังเจ้านายกับกลุ่มอัศวินรุ่นพี่ของเขาเดินหายไปตามถนนด้วยความเลื่อมใส เพราะถึงแม้ว่าเวก้าจะได้ยินคำขอร้องที่ฟังดูเห็นแก่ตัวของเขาเข้าไปแล้วเจ้านายของเขาก็ยังไม่มีท่าทีว่าจะโกรธเคืองเลยแม้น้อยแถมยังยอมอนุญาตโดยไม่ต่อว่าเขาอะไรอีกด้วย ส่วนทางด้านที่นากาเห็นว่าเรื่องทุกอย่างจบลงไปแล้วก็ได้ปล่อยมือของเขาออกจากปากของพรีมูล่าและพูดถามอัศวินหนุ่มขึ้นมา

 

“แล้วนายจะเอายังต่อล่ะคอนแนล?”

 

“อันดับแรกก็คงจะต้องไปตรวจสอบที่เกิดเหตุก่อนนั่นแหล่ะครับเผื่อว่าคนร้ายจะทิ้งร่องรอยอะไรเอาไว้บ้าง”

 

“ถ้านายหมายถึงห้องออฟฟิศของเอริกะล่ะก็ไม่เหลืออะไรให้นายตรวจสอบแล้วล่ะมั้ง เพราะว่าก่อนหน้านี้ฉันเพิ่งจะช่วยเอริกะเก็บกวาดไปแล้วเวก้าเขาก็พาพวกนายมาค้นจนต้องทำความสะอาดกันอีกรอบนั่นน่ะ”

 

“ช่ายๆ พวกหนูทำความสะอาดเก็บกวาดหลักฐานจนเกลี้ยงไปแล้วล่ะ!”

 

พรีมูล่าที่ได้ยินคำพูดของพี่ชายได้ยืดอกพูดสนับสนุนขึ้นมาด้วยท่าทางภาคภูมิใจจนทำให้อลิซที่ยังคงหงุดหงิดอยู่เล็กน้อยอดไม่ได้ที่จะยื่นมือไปดึงแก้มนิ่มๆ ของเธอเล่น

 

“ไม่ใช่ว่าเธอเอาแต่เล่นตอนที่คนอื่นเขาทำความสะอาดกันหรือไงน่ะ?”

 

“โอ๊ยๆๆๆ มันเจ็บนะพี่อลิซ! แล้วไม่ใช่ว่ามันก็เป็นหนูเองหรอที่เก็บกวาดเศษแจกันหน้าบ้านซะจนเรียบแบบนั้นอ้ะ!”

 

“เอาน่าๆ ยังไงตอนนี้พวกเราก็รีบกลับเข้าไปข้างในตัวบ้านกันก่อนเถอะ ฝนมันใกล้จะตกเต็มที่แล้วนะ”

 

นากาที่ได้ยินพรีมูล่าพูดทวงผลงานขึ้นมานั้นได้พูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาจนทำให้อลิซต้องยอมปล่อยมือออกจากแก้มของพรีมูล่าแต่โดยดีในขณะที่ทางด้านคอนแนลก็ได้หลุดเสียงหัวเราะออกมาเล็กน้อยโดยไม่ได้สะกิดใจอะไรกับคำพูดของพรีมูล่าเลยแม้แต่น้อยเพราะเขาเห็นว่าพรีมูล่าชอบพูดจาอะไรประหลาดๆ แบบนี้อยู่แล้ว

 

“ฮะฮะ เอาเป็นว่าตอนนี้พวกเราเข้าไปหลบฝนด้านในตัวบ้านกันก่อนเถอะครับ”

 

“อ๋อใช่~ คุณเวก้าแล้วเรื่องที่— อ้าว คุณเวก้าเขากลับไปแล้วหรอ… แล้วไหงคอนแนลยังอยู่ที่นี่อยู่ล่ะ?”

 

ทันใดนั้นเองเอริกะที่ดูเหมือนว่าจะจัดการธุระของเธอเสร็จแล้วก็ได้โผล่มาที่ด้านหน้าบ้านและทำท่าเหมือนกับว่าจะพูดถามเวก้าเกี่ยวกับเรื่องธุระของเขาเมื่อเช้านี้ขึ้นมาก่อนที่เธอจะชะงักไปเมื่อได้พบว่ามีเพียงแค่คอนแนลเท่านั้นที่เหลืออยู่ที่นี่

 

“อ๋อ พอดีว่าคอนแนลเขาเป็นห่วงเรื่องที่ว่ามีโจรมาขึ้นบ้านเธอเมื่อเช้านี้เขาก็เลยจะมาอยู่เฝ้าให้คืนนี้น่ะ”

 

“เห… นี่อย่าบอกนะว่าคุณเวก้าเขาส่งเธอมาเฝ้าบ้านให้ฉันน่ะคอนแนล?”

 

“ม่ายอ่ะ~ หนูเห็นตอนแรกคุณเวก้าอะไรนั่นเขาทำท่าเหมือนว่าจะไม่ยอมซะด้วยซ้ำ แต่ว่าพอพี่คอนแนลลองขอร้องดูคุณเวก้าเขาก็ทนไม่ไหวจนใจอ่อนอ้ะ~”

 

คำพูดของพรีมูล่าที่ชิงพูดตอบขึ้นมาก่อนใครนั้นได้ทำให้เอริกะเผยสีหน้าประหลาดๆ ออกมาจนทำให้อลิซและนากาอดไม่ได้ที่จะพูดถามขึ้นมา

 

“ได้หมอนี่มาช่วยเฝ้าบ้านให้มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไง?”

 

“นั่นสิ หรือว่าถ้าเวก้าเขาเป็นคนสั่งให้คอนแนลมาช่วยเฝ้าบ้านให้เธอมันจะมีปัญหา—อ๊ะ…”

 

ในขณะที่นากากำลังพูดถามเอริกะขึ้นมาอยู่นั้นเขาก็นึกถึงท่าทีแปลกๆ ของเวก้าในตอนที่พวกเขาเจอขุนนางหนุ่มที่หน้าบ้านของเอริกะและท่าทีร้อนรนของอีกฝ่ายในตอนที่อารอนกำลังจะเปิดประตูเข้าไปดูข้างในตัวบ้านรวมถึงท่าทีมั่นใจของเวก้าที่ดูราวกับว่าเขามั่นใจแน่ๆ ว่าเอริกะไม่ได้เป็นคนร้ายที่แอบหยิบเครื่องตัดกระจกออกมาจากห้องเก็บผลงานในวังขึ้นมาได้

 

ซึ่งเอริกะที่เห็นว่านากาเหมือนจะสะกิดใจอะไรขึ้นมาได้แล้วก็ได้ยกนิ้วขึ้นมาจ่อปากเป็นสัญญาณบอกเขาว่าอย่าเพิ่งพูดอะไรออกมา

 

“ชู่วๆ ~”

 

“เอ่อ… นี่มีเรื่องอะไรที่ผมควรจะรู้เอาไว้หรือเปล่าครับเนี่ย…?”

 

ท่าทางลับลมคมในของเอริกะได้ทำให้คอนแนลพูดถามเธอขึ้นมาด้วยความงงงวย ซึ่งนั่นก็ทำให้เอริกะที่ดูเหมือนว่าจะไว้ใจคอนแนลอยู่ไม่ใช่น้อยตัดสินใจที่จะพูดถามเขากลับไปตรงๆ

 

“อื้ม… เอาจริงๆ ถ้าเป็นคอนแนลคุงก็คงจะไม่มีปัญหาอะไรหรอกมั้ง เพราะว่ายังไงพวกเราก็รู้จักกันมาได้ตั้งนานแล้วแถมเธอเองก็เพิ่งจะเริ่มทำงานให้กับคุณเวก้าเขาได้ไม่นานสักเท่าไหร่ใช่มั้ยล่ะ…”

 

“มันก็ใช่นั่นแหล่ะครับ คุณเวก้าเขาเพิ่งจะรับผมไปเข้าร่วมกองอัศวินได้ไม่ถึงอาทิตย์เลยน่ะครับ… ว่าแต่เรื่องนั้นมันเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้หรอครับ?”

 

“เกี่ยวสิ เพราะว่านายเพิ่งจะเริ่มต้นทำงานรับใช้เวก้าได้ไม่ทันไรมันก็หมายความว่าเขาน่าจะยังไม่ไว้ใจนายเต็มที่ยังไงล่ะ”

 

ในขณะที่เอริกะกำลังจะพูดตอบคำถามของคอนแนลออกมาอยู่นั้นเอง อลิซที่ยืนอยู่ข้างๆ เอริกะก็ได้เอ่ยปากพูดขึ้นมาแบบไม่อ้อมค้อมเลยแม้แต่น้อยจนทำให้คอนแนลที่ได้ยินแบบนั้นต้องรีบพูดแก้ต่างขึ้นมาให้กับเจ้านายของเขาในทันที

 

“แต่ว่าคุณเวก้าเขาก็เป็นเจ้านายของผม—”

 

“แค่มีคนรับนายเข้าไปทำงานด้วยกันมันไม่ได้หมายความว่าเขาจะนับนายเป็นพรรคพวกกันในทันทีหรอกนะ ถ้าจะให้ฉันเดาฉันว่าที่ผ่านมาอีตาเวก้านั่นคงจะเอาแต่ให้นายยืนเฝ้าประตูหน้าใช่มั้ยล่ะ”

 

“เรื่องนั้นมันก็…”

 

คอนแนลที่กำลังจะพูดเถียงอลิซกลับไปได้ชะงักคำพูดของเขาไปกลางคันเพราะว่าในช่วงเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์หลังจากที่เขาเริ่มต้นทำงานให้กับเวก้า งานของเขาก็มีเพียงแค่การยืนเฝ้าประตูหน้าคฤหาสน์หรือไม่ก็เป็นการเดินตรวจตราในสวนเท่านั้นราวกับว่าเวก้าไม่ต้องการที่จะให้เขาเข้าไปภายในตัวคฤหาสน์นอกจากในเวลาพักผ่อนสักเท่าไหร่นักอย่างที่อลิซพูดขึ้นมาจริงๆ

 

แต่ถึงอย่างนั้นด้วยความที่คอนแนลยังคงเชื่อมั่นในตัวของเวก้าที่เป็นเจ้านายของเขาอยู่ เขาจึงได้พูดเถียงเธอกลับไปได้อย่างเต็มปากเต็มคำ

 

“เรื่องนั้นมันน่าจะเป็นเพราะว่าคุณเวก้ายังเห็นว่าผมเป็นเด็กใหม่อยู่นั่นล่ะครับ อย่างเมื่อกี้นี้คุณเวก้าเขาก็บอกว่าจะเริ่มต้นมอบหมายหน้าที่ใหม่ให้ผมแล้วไม่ใช่หรอครับ”

 

“หึ ถ้ามันได้อย่างงั้นจริงก็ดีไป แต่นายลองคิดดูให้ดีๆ ก่อนเถอะว่านายจะไว้ใจคนอย่างเวก้าที่ส่งคนมาคอยประกบติดนายตลอดเวลาในตอนที่นายอยู่ในคฤหาสน์ของเขาได้จริงๆ หรือเปล่าน่ะ”

 

“ประกบติด…? เรื่องแบบนั้นมันมีซะที่… ไม่สิ…”

 

คอนแนลที่กำลังจะพูดเถียงอลิซกลับไปได้ชะงักไปอีกครั้งหนึ่งเมื่อเขานึกขึ้นมาได้ว่าในทุกๆ ครั้งที่เขาก้าวเท้าเข้าไปในตัวคฤหาสน์ก็มักจะมีหนึ่งในอัศวินรุ่นพี่ของเขาสักคนหนึ่งอยู่ด้วยกันเสมอ ซึ่งถึงแม้ว่ามันอาจจะดูเหมือนเรื่องบังเอิญแต่ว่าเขาก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่าเขาไม่เคยเดินไปตามโถงทางเดินในคฤหาสน์ด้วยตัวคนเดียวโดยปราศจากรุ่นพี่อัศวินหรือว่าหนึ่งในพวกสาวใช้ที่บังเอิญเดินผ่านมาทางเดียวกันเลยแม้แต่สักครั้งเดียว

 

“พี่อลิซยังไหวมั้ยอ้ะ?”

 

ซึ่งในขณะที่คอนแนลกำลังรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่เขาเพิ่งจะสังเกตเห็นนั้นเองก็ได้มีเสียงใสๆ ของพรีมูล่าร้องถามอลิซขึ้นมาให้เขาได้ยินจนทำให้เขาได้พบว่าในขณะนี้อลิซกำลังยืนโงนเงนไปมาเหมือนกับจะล้มแหล่มิล้มแหล่อยู่แล้ว

 

“ก็อาจจะ…มั้ง…”

 

ยังไม่ทันที่จะสิ้นเสียงของอลิซดีร่างของเธอก็ได้ทรุดล้มลงไปอย่างกะทันหันจนทำให้นากาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ต้องรีบเข้าไปพยุงเอาไว้และร้องถามขึ้นมาในทันที

 

“อลิซ?”

 

“……..”

 

“พี่อลิซเขาหลับไปแล้วอ่ะพี่นากา~”

 

“เอ๋ะ? ไหนเอาอลิซจังเขามานอนที่โซฟานี่ก่อนมานากาคุง เดี๋ยวฉันจะช่วยดูอาการให้ก่อนเอง”

 

คำตอบของพรีมูล่าที่ยื่นหน้าเข้าไปมองดูอลิซใกล้ๆ นั้นได้ทำให้เอริกะพูดสั่งสองพี่น้องขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะว่าปกติแล้วคงจะไม่มีใครที่ไหนผล็อยหลับไปทั้งๆ ที่ยังยืนอยู่แบบนั้นได้ ซึ่งหลังจากที่นากาอุ้มอลิซไปวางลงบนโซฟาแล้วเอริกะก็ได้ก้มลงไปดูอาการของเด็กสาวอยู่สักพักหนึ่งก่อนจะพูดถามขึ้นมาด้วยความแปลกใจกับผ้าพันแผลจำนวนมากที่อลิซซ่อนเอาไว้ภายใต้เสื้อผ้าของตัวเอง

 

“อื้ม… ผ้าพันแผลเนี๊ยบขนาดนี้นี่คงจะเป็นฝีมือของอารอนงั้นสินะ นากาคุง เธอพอจะรู้หรือเปล่าว่าก่อนหน้านี้อารอนเขาได้ให้ยาอะไรอลิซจังไปบ้างน่ะ?”

 

“เอ่อ… เรื่องยานี่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแฮะ แต่ก่อนหน้านี้ฉันเห็นอารอนเขาฉีดยาอะไรก็ไม่รู้ให้อลิซแล้วก็มีให้ยาเม็ดไปกินน่ะ เสร็จแล้วพออลิซออกไปสู้จนแผลฉีกกลับมาอารอนก็ฉีดยาอะไรเพิ่มให้อีกเข็มนึงก่อนจะจับไปทำแผลน่ะ”

 

“อืมมม~ ถ้าทำแผลตั้งสองรอบติดกันแบบนั้นแต่ว่าอลิซจังไม่แสดงอาการอะไรเลยแบบนี้ก็น่าจะเป็นพวกยาชากับพวกยาแก้ปวดล่ะมั้ง… เอาเป็นว่าเธอพักผ่อนให้สบายก็แล้วกันนะอลิซจัง เดี๋ยวฉันจะไล่ต้อนคอนแนลคุงต่อให้เอง~ ไหนๆ เมื่อกี้นี้พวกเธอคุยกันถึงไหนแล้วน่ะ~”

 

“เห็นว่าเกี่ยวกับเรื่องที่อีตาเวก้าเขาไม่ไว้ใจพี่คอนแนลก็เลยส่งคนมาตามประกบตอนที่พี่เขาอยู่ในคฤหาสน์อ้ะ!”

 

“สุภาพหน่อยสิพรีมูล่า…”

 

นากาที่ได้ยินพรีมูล่าหันไปเรียกเวก้าด้วยคำนำหน้าแบบเดียวกับที่อลิซใช้ได้พูดต่อว่าเธอออกมาเล็กน้อยจนพรีมูล่าต้องพุ่งมือทั้งสองข้างไปอุดปากตัวเองเอาไว้ ส่วนทางด้านเอริกะที่ได้ยินแบบนั้นก็พอจะคาดเดาอะไรได้เธอจึงได้พูดอธิบายถึงสิ่งที่อลิซต้องการจะสื่อออกมาให้คอนแนลฟัง

 

“ก็อลิซเขาน่าจะอยากบอกอะไรราวๆ ว่าเพราะเธอเพิ่งจะเข้าร่วมทำงานกับคุณเวก้าเขาได้ไม่ทันไร คุณเวก้าเขาก็เลยยังไม่ยอมให้เธอรับหน้าที่อะไรสำคัญๆ เฉยๆ นั่นแหล่ะ~”

 

“เรื่องนั้นผมก็เข้าใจได้อยู่แล้วล่ะครับว่าคงไม่มีใครไว้ใจให้เด็กใหม่อย่างผมทำหน้าที่สำคัญๆ อะไรอยู่แล้ว… แต่ว่าถึงขั้นส่งคนมาตามประกบตอนที่ผมอยู่ในคฤหาสน์นี่มันก็ออกจะ… เฮ้อ… เอาเถอะครับ… ว่าแต่แล้วนี่สรุปว่าเรื่องที่คุณเวก้าเขายังไม่ไว้ใจผมมันเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องที่มีขโมยขึ้นบ้านคุณเอริกะกันล่ะครับ?”

 

คอนแนลที่พอจะทำใจได้แล้วได้เอ่ยปากพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมาจนทำให้เอริกะที่เห็นแบบนั้นยิ้มอ่อนๆ ออกมาเล็กน้อยแล้วจึงพูดตอบเขากลับไป

 

“เอาจริงๆ ถึงจะยังไม่มีหลักฐานเป็นชิ้นเป็นอันถึงขนาดจะไปกล่าวหาใครเขาได้ก็เถอะ แต่ว่าคนที่รู้จักห้องเก็บผลงานในวังของฉันดีจนน่าจะแอบเข้าไปหยิบของที่ต้องการออกมาได้โดยไม่ต้องเสียเวลาคุ้ยหามันจนดูน่าสงสัยมันก็มีอยู่ไม่กี่คนหรอกน่ะสิ…”

 

“คุณเอริกะกำลังจะบอกว่าเป็นคุณเวก้าเองที่แอบเข้าไปเอาเครื่องตัดกระจกออกมาจากห้องเก็บผลงานเพื่อใช้มันแอบเข้ามาขโมยอะไรบางอย่างออกไปจากบ้านของคุณเอริกะงั้นหรอครับ…?”

 

“มันก็แค่น่าจะมีความเป็นไปได้เฉยๆ นั่นแหล่ะ เพราะว่าเจ้าตัวเครื่องตัดกระจกเนี่ยปกติแล้วคนที่เพิ่งจะเคยเห็นมันเป็นครั้งแรกเขาจะดูกันไม่ออกหรอกนะว่ามันมีเอาไว้ใช้ทำอะไรกันแน่น่ะ เพราะงั้นคนที่รู้จักมันก็น่าจะอยู่ในหมู่คนที่เคยเห็นฉันสาธิตการใช้งานมันให้ดูมาก่อนน่ะ… แล้วยิ่งคนที่รู้ว่ากลอนประตูห้องของฉันมันพิเศษกว่าของทั่วๆ ไป จนรู้ว่าถ้าคิดจะบุกเข้ามาจริงๆ สู้ไปเข้าทางหน้าต่างจะง่ายกว่ามันก็ยิ่งมีจำนวนน้อยจนแทบจะระบุตัวคนร้ายได้แล้วล่ะ…”

 

“งั้นหรอครับ… ถึงผมจะไม่อยากจะเชื่อสักเท่าไหร่แต่ว่าถ้าคุณเอริกะพูดแบบนั้นมันก็คงจะ… เอาเป็นว่าเอาไว้วันพรุ่งนี้ตอนที่ผมไปพบกับคุณเวก้าเดี๋ยวผมจะไปทวงของที่หายไปนั่นคืนมาให้ก็แล้วกันนะครับ”

 

คอนแนลที่ได้ยินข้อสันนิษฐานของเอริกะได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความอับอายที่เจ้านายของเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยแบบนี้ แต่ว่าด้วยความที่คอนแนลเองก็รู้จักเอริกะดีจนเชื่อว่าเธอคงจะไม่กล่าวปรักปรำใครง่ายๆ อีกทั้งความสามารถและมันสมองของเอริกะเองก็เป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งวังหลวงในฐานะนักประดิษฐ์สาวอัฉริยะมันก็ทำให้เขาเชื่อว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดขึ้นมามันเป็นความจริงไปแล้ว

 

“เธอไม่ต้องทำแบบนั้นก็ได้นะ ของที่หายไปนั่นมันไม่ใช่อะไรสำคัญขนาดนั้นหรอก~ ถ้าเกิดว่าเธอไปทำให้คุณเวก้าเขาไม่ชอบหน้าตั้งแต่วันแรกๆ แบบนั้นเดี๋ยวก็ได้โดนเขาไล่ออกเอาหรอก~”

 

“เอ๋ะ แต่ว่ามัน—”

 

“แหม่~ ก็ตัวเจ้าของของมันเขาไม่ได้ติดใจเอาความอะไรนี่นา เพราะงั้นเธอไม่ต้องทำอะไรหรอกนะคอนแนลคุง~ เอาล่ะ ตอนนี้เรามาคิดเรื่องปวดหัวอย่างการแบ่งห้องนอนกันก่อนดีกว่าเนอะ~”

 

“เอ่อ…ถ้าคุณเอริกะว่างั้นมันก็ได้แหล่ะครับ… ส่วนเรื่องที่นอนนี่ถ้าผมจำไม่ผิดที่ชั้นสองน่าจะมีห้องนอนสำหรับแขกอยู่ใช่มั้ยล่ะครับ ถ้างั้นเดี๋ยวให้พรีมูล่ากับคุณอลิซขึ้นไปนอนข้างบนกันก็น่าจะได้นะครับ แล้วเดี๋ยวผมกับนากาจะอยู่นอนเฝ้าข้างล่างให้เอง นากาคิดว่าแบบนี้เป็นยังไงบ้างครับ?”

 

คอนแนลที่ได้ยินคำพูดของเอริกะได้แต่ต้องพูดตกลงตามที่เธอว่ามา เพราะถ้าเกิดว่าผู้เสียหายไม่ได้มีท่าทีว่าจะต้องการลงโทษคนผิดแบบนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดีเหมือนกันเขาจึงได้หันไปพูดปรึกษาเรื่องที่นอนกับนากาที่เป็นเด็กผู้ชายอีกเพียงคนเดียวในบ้านหลังนี้ขึ้นมา แต่ทว่าทางด้านนากานั้นก็กลับนิ่งเงียบไม่ได้พูดตอบอะไรเขากลับมาจนทำให้คอนแนลต้องพูดถามขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งด้วยความสงสัย

 

“นากาว่ายังไงบ้างครับ เรื่องที่นอนน่ะ?”

 

“……..หะ? อ–อ๋อ ฉ….ฉันเองก็ไม่มีปัญหาอะไรนะ นายว่ายังไงฉันก็เอาตามนั้นนั่นแหล่ะ”

 

คำพูดของนากาที่ฟังดูเหม่อๆ เล็กน้อยนั้นได้ทำให้คอนแนลต้องหันไปมองดูนากาด้วยความประหลาดใจก่อนที่เขาจะพบว่านากาเพิ่งจะละสายออกมาจากเบื้องหน้าของเขาหรือว่าก็คือบริเวณที่อลิซนอนสลบอยู่บนโซฟานั่นเอง

 

ซึ่งภาพของอลิซที่ชุดเดรสหลุดลุ่ยด้วยฝีมือการตรวจของเอริกะนั้นก็ทำให้คอนแนลหน้าแดงก่ำและรีบหันหน้าหนีไปอีกทางหนึ่งด้วยอีกคนในทันที

 

“หืมมม? อุ้ยแหม่~ ถ้าเกิดว่าถึงตอนเย็นแล้วอลิซจังยังไม่ยอมตื่นนี่สงสัยว่าพวกเธอสองคนจะต้องออกไปนอนนอกบ้านกันแทนแล้วล่ะมั้ง เพราะว่าฉันคงจะไม่ยอมให้พวกเด็กหนุ่มๆ จอมฉวยโอกาสอย่างพวกเธออุ้มหนูน้อยอลิซที่นอนสลบไสลจนป้องกันตัวเองไม่ได้ขึ้นไปนอนข้างบนหรอกนะ~”

 

“พ–พูดเรื่องอะไรอยู่กันครับเนี่ยคุณเอริกะ!!”

 

“ว๊าย~ พวกหนุ่มๆ เขาโมโหแล้วล่ะพรีมจัง~ พวกเรารีบหนีเข้าไปทำข้าวเย็นในครัวกันดีกว่าเนอะ~”

 

“เย้~~”

 

พรีมูล่าที่ไม่ได้รู้ด้วยซ้ำว่าเอริกะและพวกพี่ๆ ของเธอกำลังพูดเรื่องอะไรกันอยู่นั้นได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างร่าเริงและรีบวิ่งตามเอริกะหายเข้าไปในห้องครัวที่อยู่ติดกับห้องนั่งเล่นในทันที

 

ซึ่งที่ภายในห้องครัวนั้นเอง พรีมูล่าก็ได้พบเข้ากับตู้สี่เหลี่ยมสองประตูขนาดใหญ่พอประมาณที่เอริกะเดินตรงเข้าไปเปิดมันออกเผยให้เห็นวัตถุดิบทำอาหารต่างๆ ที่อัดแน่นอยู่ภายใน

 

“เอ๋? ทั้งๆ ที่ไม่มีน้ำแข็งใส่อยู่แท้ๆ แต่ว่าทำไมเจ้าตู้แช่เย็นนี่มันถึงได้เย็นจังเลยอ่ะพี่เอริกะ?”

 

พรีมูล่าที่ได้พบว่าตู้เก็บวัตถุดิบทำอาหารของเอริกะได้แผ่ไอเย็นออกมาทั้งๆ ที่มันไม่มีน้ำแข็งบรรจุอยู่ภายในได้แสดงท่าทีแปลกใจออกมาโดยไม่เก็บอาการเลยแม้แต่น้อย เพราะว่าตามปกติแล้วการถนอมอาหารในโลกใบนี้ที่มีพลังวิซอันแสนจะสะดวกสบายมันมักจะเป็นการทำอาหารตากแห้งหรือไม่ก็การหมักดองที่ทำให้สามารถเก็บอาหารเอาไว้ได้เป็นเวลานาน

 

หรือถ้าเกิดว่าเป็นใครที่มีฐานะสักหน่อยพวกเขาก็จะสามารถเก็บอาหารสดเอาไว้ได้ด้วยการเก็บรักษาพวกมันไว้ในตู้แช่อาหารที่มีหลักการทำงานก็คือการส่งพลังให้คริสตัลวิซธาตุน้ำแข็งที่ถูกติดตั้งเอาไว้ภายในตัวตู้สร้างก้อนน้ำแข็งขึ้นมาเพื่อใช้ความเย็นในการถนอมอาหาร ซึ่งเจ้าตัวตู้แช่ที่ว่ารวมถึงก้อนคริสตัลวิซธาตุน้ำแข็งและอุปกรณ์สำหรับแปรธาตุวิซเพื่อให้คนทั่วไปสามารถใช้คริสตัสวิซธาตุน้ำแข็งได้ก็มีราคาไม่ใช่น้อยๆ จนไม่ใช่บ้านทุกหลังที่จะยอมตัดใจซื้อมันมา

 

แต่ว่าตัวตู้แช่เย็นของเอริกะนั้นเมื่อดูจากภายนอกแล้วมันก็มีลักษณะที่ไม่เหมือนกับตู้แช่ที่สามารถหาซื้อได้ทั่วๆ ไปตามท้องตลาด อีกทั้งทั้งๆ ที่มันไม่มีวี่แววของก้อนน้ำแข็งเลยแม้แต่น้อยแต่ว่ามันก็ยังมีไอเย็นถูกแผ่ออกมาให้พรีมูล่าสัมผัสได้จนเด็กสาวผมชมพูได้แต่รู้สึกสับสนกับตู้แช่เย็นขนาดใหญ่ที่ไร้ซึ่งก้อนน้ำแข็งเบื้องหน้าของเธอ

 

“อ๋อ~ เจ้าตู้เย็นนี่มันเป็นหนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ของฉันเองน่ะ ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็คือว่าเจ้านี่มันจะใช้พลังวิซธาตุไฟฟ้าที่ฉันเก็บสะสมเอาไว้ในการสร้างความเย็นออกมาน่ะสิ~ แต่ว่านะ ที่เจ๋งจริงๆ สำหรับเจ้านี่ก็คือทางฝั่งด้านบนนี้นี่ต่างหาก~”

 

เอริกะพูดอธิบายตัวอุปกรณ์ที่เธอตั้งชื่อมันว่าตู้เย็นออกมาให้พรีมูล่าฟังก่อนที่เธอจะเอื้อมมือขึ้นไปเปิดฝาด้านบนของมันที่มีขนาดเล็กกว่าฝาชั้นล่างออกเผยให้เห็นไอศกรีมจำนวนหนึ่งที่เธอแช่เก็บเอาไว้ภายในจนทำให้เด็กสาวผมชมพูที่เห็นแบบนั้นถึงกับตาเป็นประกาย

 

“อ้ะ! ไอติมล่ะ!!”

 

“จุ๊ๆ ยังกินไม่ได้นะจ๊ะ ของดีก็ต้องเก็บไว้หลังอาหารสิ~”

 

เปรี๊ยง!!

 

ในขณะที่เอริกะกำลังหยอกล้อพรีมูล่าเล่นอยู่นั้น อยู่ๆ ก็ได้มีแสงสว่างวาบลอดผ่านหน้าต่างของห้องครัวเข้ามาและตามมาด้วยเสียงดังสนั่นที่ถึงกับทำให้พรีมูล่าสะดุ้งตกใจไปเล็กน้อย จนทำให้เอริกะต้องเหลือบตาไปมองดูด้านนอกหน้าต่างที่ในบัดนี้เกือบจะมืดสนิทไปแล้วด้วยเมฆฝนสีดำหนาทึบที่ดูราวกับว่าจะมีพายุเข้าก่อนที่เธอจะพูดพึมพำออกมาเบาๆ

 

“ท่าทางว่าพายุจะเข้าซะแล้วสิเนี่ย… เฮ้อ… ถ้าเกิดว่าคุณเวก้าเขาจะไม่เอาเจ้าของนั่นไปก่อเรื่องอะไรขึ้นมาก็คงจะดีสิ…”

 

 

เปรี๊ยง!! ครืนนน…

 

ในขณะเดียวกันที่ด้านในสวนหน้าคฤหาสน์หลังใหญ่แห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ด้านนอกตัวเมืองรีมินัสเองก็ได้มีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งหักโค่นลงมาด้วยประกายแสงเกรี้ยวกราดที่ถูกส่งลงมาจากท้องฟ้ามืดครึ้มซะราวกับว่ามันคือคำเตือนที่ถูกส่งลงมาจากสรวงสวรรค์อย่างไรอย่างนั้น

 

“ท่านเวก้ารีบเข้าไปหลบฝนด้านในก่อนเถอะครับ”

 

หัวหน้าอัศวินเดเมี่ยนได้เอ่ยปากพูดเร่งรัดเวก้าที่เหลือบหันไปมองต้นไม้ในสวนของเขาที่หักโค่นลงมาอยู่ด้วยท่าทีเสียดายขึ้นมา ซึ่งเวก้าก็ได้เดินตรงไปหยุดที่หน้าประตูของตัวคฤหาสน์แล้วจึงค่อยหันกลับมาพูดสั่งงานกับหัวหน้าอัศวินของเขา

 

“ถ้างั้นฝากคุณเดเมี่ยนไปแจ้งข่าวให้กับคนอื่นๆ ด้วยนะครับว่าพวกเราจะเริ่มต้นทำตามแผนกันในวันนี้เลย… ส่วนตำแหน่งของคอนแนลที่ขาดไปให้บอกคนอื่นๆ ไปว่าผมส่งคอนแนลไปทำธุระด่วนให้กับทางวังหลวงก็แล้วกันนะครับ พวกเขาจะได้ไม่โวยวายกันน่ะ”

 

“เรื่องนั้นผมก็ไม่มีปัญหาหรอกครับ… แต่ว่าพวกเราจะทำตามแผนกันในวันนี้จริงๆ งั้นหรอครับท่านเวก้า… คือผมหมายความว่าในสภาพอากาศแบบนี้เนี่ยนะครับ?”

 

“ก็เพราะว่าสภาพอากาศมันเป็นแบบนี้นี่ล่ะครับพวกเราถึงได้ต้องรีบลงมือทำตามแผนน่ะ… ถึงเมื่อกี้นี้คุณเอริกะจะไม่ได้พูดอะไรก็เถอะแต่ก็ดูเหมือนว่าคุณเอริกะเขาจะรู้ว่ามันเป็นฝีมือของพวกเราแล้วล่ะครับ”

 

“แต่ถึงอย่างนั้นพวกเราก็น่าจะ—”

 

“พายุเข้าแบบนี้มันเป็นโอกาสดีที่สุดแล้วล่ะครับ! ฝนตกหนักแบบนี้น่ะต่อให้จะเป็นคุณเอริกะหรือว่าใครที่ต้องการของนั่นเหมือนกันก็คงจะแอบลอบเข้ามาข้างในโดยที่พวกเราไม่รู้ตัวไม่ได้หรอก เพราะฉะนั้นรบกวนคุณเดเมี่ยนช่วยไปแจ้งให้ทุกคนเริ่มทำตามแผนด้วยครับ!”

 

“รับทราบครับ!!”

 

คำพูดขึ้นเสียงของเวก้าได้ทำให้เดเมี่ยนชะงักไปเล็กน้อยด้วยความตกใจก่อนจะรีบพูดตอบเจ้านายเขากลับไปแล้วจึงเดินแยกไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมา เพราะว่าโดยปกติแล้วเวก้าจะดูเป็นคนที่ดูสุภาพและใจเย็นที่ไม่ค่อยจะได้แสดงออกทางอารมณ์อย่างรุนแรงแบบนี้บ่อยครั้งสักเท่าไหร่นัก

 

ส่วนทางด้านเวก้าที่เผลอหลุดตวาดออกมาก็ได้พยายามที่จะทำใจให้เย็นลงและปรับสีหน้าของเขาให้กลับเป็นปกติก่อนแล้วจึงเปิดประตูเข้าไปด้านในตัวคฤหาสน์หลังใหญ่ของเขาเอง

 

“ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะท่านเวก้า”

 

คำพูดต้อนรับที่ดังมาจากหญิงสาวผมสีทองในชุดเครื่องแบบสาวใช้สีดำประดับด้วยผ้ากันเปื้อนสีขาวที่ถือผ้าเช็ดตัวผืนหนึ่งเอาไว้ในมือได้ทำให้สีหน้าของเวก้าฉายแววอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่เขาจะมองตรงไปยังเธอและพูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

“ว่าไงครับเจน หวังว่าที่บ้านคงจะไม่มีปัญหาอะไรนะครับ”

 

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีค่ะนายท่าน ฉันสั่งให้คนเตรียมอ่างอาบน้ำกับเสื้อผ้าเอาไว้ให้แล้ว เชิญใช้งานได้ตามสะดวกเลยค่ะ”

 

“ขอบคุณครับ ว่าแต่แล้วนี่ ‘ของ’ มาถึงแล้วหรือยังน่ะครับ”

 

“ถ้าหมายถึงของที่มีคนเอามาวางไว้ที่ด้านหน้าคฤหาสน์ล่ะก็ฉันจัดการไปตามที่ท่านเวก้าสั่งแล้วก็ ‘ให้รางวัล’ คนส่งของเขาไปแล้วล่ะค่ะ”

 

“ดีมากครับสาวใช้คนเก่งของผม…”

 

เวก้าพูดตอบเจนกลับไปและดึงร่างบอบบางของเธอเข้ามาสวมกอดเบาๆ จนทำให้ใบหน้าของสาวใช้คนเก่งขึ้นสีแดงระเรื่อก่อนที่เขาจะปล่อยเธอออกจากอ้อมแขนและเดินตรงลึกเข้าไปข้างในตัวคฤหาสน์พร้อมกับเอ่ยปากพูดสั่งงานทิ้งท้ายเอาไว้

 

“ถ้างั้นระหว่างที่ผมไปอาบน้ำ ผมฝากคุณเจนไปแจ้งคนรับใช้ทุกคนให้เริ่มทำตามระเบียบปฏิบัติเวลาที่มีพวกคุณหมอจากวังหลวงมาที่นี่ด้วยก็แล้วกันนะครับ…”

 

คำสั่งของเวก้าได้ทำให้ใบหน้าของเจนเปลี่ยนไปเป็นซีดเผือดก่อนที่เธอจะรีบเอ่ยปากรั้งตัวเขาเอาไว้ก่อน

 

“ท่านเวก้าคะ!”

 

“หืม… ว่าไงครับ?”

 

ถึงแม้ว่าเวก้าจะยอมหยุดฝีเท้าลงตามเสียงร้องเรียกของเธอแล้วก็ตาม แต่ว่าเจนก็กลับก้มหน้าลงราวกับว่าเธอกำลังรู้สึกลำบากใจที่จะเอ่ยปากพูดขึ้นมาจนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักหนึ่งเจนจึงได้เงยหน้ากลับขึ้นมาอีกครั้งพร้อมกับพูดถามเวก้าขึ้นมาตรงๆ

 

“ท่านเวก้าแน่ใจแล้วหรอคะว่าจะทำมันทั้งๆ ที่สภาพอากาศเป็นแบบนี้น่ะคะ… มันจะดีกว่าหรือเปล่าถ้าเกิดว่าพวกเรารอ—”

 

คำพูดของเจนได้ขาดห้วงไปกลางคันเมื่อเวก้าได้เดินตรงกลับเข้ามาโอบกอดเธอเอาไว้อีกครั้งหนึ่งก่อนที่เขาจะเอ่ยปากพูดขึ้นมาเบาๆ

 

“พวกเราควรจะรีบลงมือก่อนที่จะมีใครจับได้หรือมีคนได้ข่าวว่าพวกเรามีของนั่นอยู่กับตัวนะครับ… แล้วอีกอย่างนึง… ถ้าเกิดว่าพวกเราไม่ยอมทำมันสักทีล่ะก็พวกเราก็จะต้องทำตามที่พวกเขาสั่งไปเรื่อยๆ ไม่จบไม่สิ้นนะครับ”

 

“ต…แต่ว่า—”

 

เสียงของเจนได้เงียบหายลงไปอีกครั้งหนึ่งเมื่อเวก้าได้ช้อนคางเธอให้เงยหน้าขึ้นและประกบริมฝีปากของเขาเข้ากับริมฝีปากของเธอเพื่อห้ามไม่ให้เธอพูดอะไรออกมาอีก ซึ่งถึงแม้ว่าในทีแรกเจนจะยังมีท่าทีขัดขืนเพื่อพยายามที่จะพูดในสิ่งที่เธอต้องการออกมาอยู่ก็ตาม แต่ว่าในไม่ช้าเธอก็กลับเป็นฝ่ายรุกไล่ริมฝีปากของเวก้ากลับไปบ้าง

 

และหลังจากที่เวลาผ่านไปสักพักใหญ่เจนก็ได้ดันตัวเวก้าให้ถอยห่างไปด้วยสีหน้าแดงก่ำและลมหายใจที่สั่นระรัวจนทำให้เวก้าตัดสินใจที่จะยื่นหน้าเข้าไปจุมพิตที่หน้าผากของเธออย่างอ่อนโยนพร้อมกับเอ่ยปากพูดขึ้นมา

 

“เชื่อผมเถอะนะครับเจน… ครั้งนี้มันจะต้องสำเร็จอย่างแน่นอน… แล้วหลังจากนี้พวกเราจะได้เป็นอิสระกันสักที…”

 

“ค่ะ… ดิฉันทราบแล้วค่ะท่านเวก้า…”

 

เจนพูดตอบเวก้ากลับไปก่อนจะเอื้อมมือไปโอบกอดเขาเอาไว้ แต่ว่าใบหน้าของเจนที่เธอพยายามจะซ่อนมันเอาไว้จากเวก้านั้นก็กลับไปเต็มไปด้วยความลำบากใจอีกทั้งมือของเจนเองก็กำลังกำแน่นจนสั่นน้อยๆ ราวกับว่าเธอกำลังอัดอั้นอะไรบางอย่างอยู่

 

“ไม่ต้องเป็นห่วงนะครับเจน… ครั้งนี้มันจะต้องสำเร็จแน่ๆ … ผมสัญญา…”

 

เวก้าที่ดูเหมือนจะรู้ได้ว่าสาวใช้ของเขากำลังรู้สึกลำบากใจเพราะอะไรได้พยายามพูดปลอบเธอขึ้นมาท่ามกลางเสียงของสายฝนที่ตกกระหน่ำลงมารุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่ทันใดนั้นเองจะมีประกายแสงขนาดใหญ่ถูกส่งลงมาจากฟากฟ้าอีกครั้งหนึ่งจนเกิดเสียงดังสนั่นที่ฟังดูน่าหวาดกลัว

 

เปรี๊ยง!!

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 12"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved