cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่ - ตอนที่ 114 The Last Decree

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Chronology of Renewal | บันทึกสัญญาแห่งการเริ่มต้นใหม่
  4. ตอนที่ 114 The Last Decree
Prev
Next

“เห~ มาอยู่ที่นี่เองหรอเนี่ยรีมินัส ก็เสียเวลาไปตามหาอยู่ตรงนั้นตั้งนาน… แต่ถึงในรายงานจะบอกว่าหัวหน้าเพิ่งจะมาก่อเรื่องที่นี่แต่ก็ดูเหมือนว่าการเฝ้าระวังจะไม่ได้เข้มงวดสักเท่าไหร่เลยนี่นา…”
 

ในช่วงเช้ามืดของวันเดียวกันนั้น ที่บริเวณหน้าประตูเมืองรีมินัสทางฝั่งตะวันตกเองก็ได้มีเสียงของเด็กสาวผมสีเขียวที่มัดผมเป็นทรงหางม้าผู้ที่มีนัยน์ตาสีเหลืองในชุดเครื่องแบบสาวใช้เดินผ่านประตูเมืองชั้นนอกของรีมินัสที่มีทหารยามเฝ้าอยู่เพียงแค่สองคนมาได้อย่างสบายๆ

 

ซึ่งเด็กสาวก็ได้หันซ้ายหันขวามองสำรวจดูสภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนไปจากที่เธอจำได้ไม่มากก็น้อยอยู่สักพักหนึ่งแล้วจึงออกเดินไปตามถนนหลักทางฝั่งทิศตะวันตกที่ส่วนมากแล้วจะเป็นร้านขายอุปกรณ์ต่างๆ มากมายหลายชนิดด้วยความเพลิดเพลิน

 

“เห… ถึงบ้านเมืองจะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนตั้งเยอะแต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังคงใช้วิซเป็นหลักเหมือนเมื่อก่อนอยู่สินะเนี่ย…”

 

หมับ—

 

“หว๋าาา—”

 

ในขณะที่เด็กสาวผมสีเขียวกำลังเดินชมนกชมไม้อยู่อย่างสบายอารมณ์นั้นอยู่ๆ ก็ได้มีมือเล็กๆ ยื่นออกมาจากตรอกเล็กๆ ที่เธอกำลังจะเดินผ่านไปและคว้าตัวเธอเข้าไปในตรอกที่ว่าอย่างรวดเร็ว ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าของมือที่ว่านั่นก็คือสาวใช้ผมสีดำที่มีแววตาว่างเปล่าที่ชื่อว่านิโคลนั่นเอง

 

“……”

 

“พ–พี่นิโคล—!? นี่พี่มาอยู่ที่นี่ได้ไงน่ะ? ไม่สิ— นี่พี่ทำยังไงให้พี่ฮานะยอมปล่อยให้พี่ออกมาตามหาตัวหนูเนี่ย?”

 

“……”

 

“เอ๋? พี่นูลิสงั้นหรอคะ? ทั้งๆ ที่พี่นิโคลยังอยู่ในสภาพนี้เนี่ยนะ!?”

 

“…….”

 

“เฮ้อ… ถ้าพี่นูลิสเขาอนุมัติแล้วงั้นหนูก็ไม่มีอะไรจะคัดค้านหรอกค่ะ เอาเป็นว่าพี่นิโคลคอยเดินตามหนูมาใกล้ๆ ก็แล้วกันนะคะ แล้วถ้าเป็นไปได้พี่ก็พยายามอย่าแวบไปแวบมาตรงนู้นตรงนี้ก็แล้วกันไม่งั้นเดี๋ยวจะมีคนสงสัยเอาได้น่ะค่ะ”

 

เด็กสาวผมสีเขียว หรือก็คือไอวี่ที่หนีออกมาจากฐานจนทำให้นูลิสต้องส่งคนมาตามตัวนั้นได้พูดตอบนิโคลผู้ที่ไม่เคยมีคำพูดหลุดออกมาจากปากเลยแม้แต่สักครั้งเดียวกลับไปเป็นเรื่องเป็นราว ซึ่งนั่นก็คงจะไม่น่าแปลกใจสักเท่าไหร่นักเพราะว่าที่จริงแล้วเหล่าแฟรี่อย่างพวกเธอไม่จำเป็นจะต้องใช้คำพูดหรือว่าภาษากายเพื่อติดต่อสื่อสารกันเลยซะด้วยซ้ำ

 

“เอ๋? พี่นิโคลอยากรู้ว่าหนูจะไปที่ไหนจะได้ส่งรายงานกลับไปให้พวกพี่ฮานะได้ถูกงั้นหรอคะ? มันก็ต้องแน่อยู่แล้วไม่ใช่หรอคะว่าหนูจะลองไปหาท่านเอริกะกับทุกๆ คนดูน่ะ… ถ้าจำไม่ผิดคนที่อยู่ในเมืองนี้ก็มีท่านเอริกะ ท่านอารอน คุณแม็กซิส คุณแคทเธอรีน แล้วก็คนอื่นๆ อีกสองสามคนใช่มั้ยล่ะคะ ส่วนท่านเซซิเรียน่าจะยังกลับมาไม่ถึงล่ะมั้งเพราะเห็นว่าเพิ่งจะไปเจอกับหัวหน้ามาเมื่อวันก่อนนี้เองนี่คะ”

 

คำพูดของไอวี่ได้ทำให้นิโคลเอียงคอเล็กน้อยเป็นเชิงสงสัยถึงสาเหตุที่เด็กสาวผมสีเขียวรีบหนีออกมาโดยไม่อยู่รอรับการตรวจสภาพจากนัวร์ก่อนมีเพียงเท่านี้จริงๆ หรือไม่ หรือว่าที่จริงแล้วไอวี่มีสาเหตุอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอไม่อยากจะได้รับการตรวจสอบหรือเปล่า

 

“แหม่ ก็ตั้งแต่ที่พวกเราแยกตัวออกไปเวลามันก็ผ่านไปตั้งนานแล้วนี่คะ หนูก็เลยสงสัยว่าท่านเอริกะกับทุกๆ คนจะยังอยู่ดีกันอยู่หรือเปล่าก็แค่นั้นล่ะค่ะ”

 

“…….”

 

“….เรื่องนั้นหนูก็รู้แหล่ะค่ะว่าเวลามันผ่านไปตั้งนานจนพวกเขาอาจจะไม่อยู่บนโลกนี้กันครบทุกคนแล้วก็ได้ แต่ไม่ใช่ว่าหนึ่งในความรู้ที่หัวหน้ามอบให้กับพวกเขาไปมันก็มีวิธีการต่ออายุอยู่ไม่ใช่หรอคะ ถึงแม้ว่าวิธีการมันจะไม่ค่อยน่าพูดถึงสักเท่าไหร่ก็เถอะนะคะ…”

 

“…….”

 

“แหะๆ หนูก็เข้าใจแหล่ะค่ะว่าตอนนี้พวกเราเป็นศัตรูกันแล้วน่ะ แต่ว่าก่อนที่จะเกิดเรื่องนั้นขึ้นมาพวกเราก็เป็นเพื่อนที่ดีของกันและกันไม่ใช่หรอคะ โดยเฉพาะคุณแคทเธอรีนคนนั้นน่ะ เฮ้อ… แต่ว่าเวลามันก็ผ่านไปนานตั้งขนาดนี้แล้วต่อให้พวกเขาจะยังมีชีวิตอยู่ก็ไม่รู้ว่าจะจำหนูได้อยู่หรือเปล่าเหมือนกันนะ…”

 

ไอวี่ถอนหายใจออกมาเบาๆ ในขณะที่ทางด้านนิโคลที่รู้ดีว่าแคทเธอรีนนั้นเพิ่งจะถูกทางเมืองกราวิทัสจัดฉากเพลิงไหม้ไปเมื่อไม่กี่ปีก่อนหน้านี้จนเป็นสาเหตุที่ทำให้พวกเธอต้องออกไปปฏิบัติภารกิจที่เมืองกราวิทัสกันเมื่อไม่ถึงหนึ่งเดือนก่อนนั้นก็ไม่คิดที่จะบอกอีกฝ่ายเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อยและทำเพียงแค่นิ่งเงียบอยู่เฉยๆ จนดูราวกับว่าเธอเป็นเพียงแค่ตุ๊กตาสาวใช้ตัวใหญ่ที่ไร้ซึ่งชีวิตจิตใจอย่างไรอย่างนั้น

 

“ว่าแต่ไหนๆ พี่นิโคลก็อุตส่าห์ตามหนูมาถึงที่นี่แล้วงั้นเดี๋ยวพวกเราก็ออกไปเดินเล่นกันสักหน่อยเถอะค่ะ”

 

ไอวี่ที่เห็นว่านิโคลนิ่งเงียบไปเฉยๆ แบบนั้นได้ตัดสินใจที่จะยื่นมือไปจับมือของพี่สาวของเธอเอาไว้และเดินจูงมือเธอไปตามถนนจนดูราวกับว่าพวกเธอเป็นเพียงแค่สาวใช้ฝึกหัดสองคนที่ถูกสั่งให้ออกมาจ่ายตลาดในยามเช้าอย่างไรอย่างนั้น

 

“ว่าแต่ที่นี่ก็ดูเงียบสงบดีเหมือนกันนี่คะ ไม่เห็นจะมีวี่แววของการประท้วงแบบที่พี่นูลิสเขารายงานเอาไว้เลยนี่นา”

 

“……..”

 

“อ่าว… นั่นมันที่กราวิทัสหรอกหรอคะ? สงสัยหนูจะรีบอ่านรายงานของพี่นูลิสเขาเกินไปหน่อยล่ะมั้งคะเนี่ย แหะๆ”

 

บรื่นนนนนน—

 

“หืม? เสียงรถยนต์นี่นา… นี่เดี๋ยวนี้พวกเขาสร้างอะไรแบบนั้นกันได้แล้วหรอคะเนี่ย”

 

ในขณะที่ไอวี่กำลังพูดตอบพี่สาวของเธอกลับไปอยู่นั้นก็ได้มีเสียงรถกระบะของทางเมืองที่บรรทุกเด็กหนุ่มสาวในชุดนักเรียนกว่ายี่สิบคนกับกล่องอุปกรณ์จำนวนหนึ่งเอาไว้ที่กระบะด้านหลังดังขึ้นมาดึงความสนใจของเธอไป ซึ่งรถกระบะคันนั้นก็ได้วิ่งไปจอดอยู่ที่แถวๆ ด่านตรวจคนเข้าเมืองท่ามกลางสายตาไม่พอใจของทหารยามทั้งสองคน

 

และหลังจากที่รถกระบะคันนั้นดับเครื่องยนต์ลงไปแล้วก็ได้มีเด็กสาวผมสีเหลืองทองทรงทวินเทลกระโดดลงมาจากห้องคนขับก่อนที่เธอจะชะโงกหน้าไปสั่งงานเด็กนักเรียนคนอื่นๆ ที่โดยสารมาด้วยกัน

 

“เอาล่ะ~ อากิคุงกับริวโตะคุงแล้วก็สมาชิกของหน่วยสื่อสารจัดการยกเสาสัญญาณกับกล่องอุปกรณ์ขึ้นไปติดตั้งเอาไว้ที่ด้านบนกำแพงกันได้เลยจ้ะ ส่วนคนอื่นๆ ก็ลงมาตั้งแถวกันก่อนจะได้ไม่เกะกะคนอื่นๆ นะจ๊ะ”

 

“รับทราบครับ!! / ได้เลยครับคุณไดเอน่า!”

 

ทันทีที่เด็กนักเรียนหญิงผมสีทองพูดสั่งออกมาก็ได้มีเสียงพูดตอบรับจากเด็กนักเรียนชายอีกสองคนที่มีเส้นผมสีแดงกับสีน้ำเงินเข้มก่อนที่พวกเขาและนักเรียนอีกคนหนึ่งจะช่วยกันขนย้ายกล่องอุปกรณ์ทรงสี่เหลี่ยมที่มีหน้าปัดต่างๆ เรียงกันอยู่เต็มไปหมดและแท่งโลหะจำนวนหนึ่งที่ดูแล้วน่าถูกนำมาประกอบกันจนกลายเป็นเสาที่มีลักษณะเหมือนกับโครงเหล็กยาวหลายเมตรได้หายเข้าไปด้านในด่านตรวจคนเข้าเมืองโดยที่ไม่ได้สนใจท่าทีไม่พอใจของทหารยามทั้งสองคนเลยแม้แต่น้อย

 

“เสานั่นมันน่าจะเป็นเสาสัญญาณอะไรสักอย่างสินะคะ… พี่นิโคลลองตรวจสอบดูให้หน่อยสิว่ามันคือเสาสัญญาณอะไรกันแน่น่ะ พอดีว่าหนูยังไม่อยากเปิดการเชื่อมต่อเพื่อตรวจสอบดูเองน่ะ…”

 

“…….”

 

“เอ๋? ไม่ตรงกับรุ่นที่พวกเรามีในฐานข้อมูลเลยหรอคะ…? ถ้างั้นแบบนี้มันก็อาจจะเป็นของที่พวกเขาคิดค้นขึ้นมาเองก็ได้สินะคะเนี่ย…”

 

ไอวี่พูดตอบนิโคลกลับไปเบาๆ ในขณะที่ทางด้านเด็กสาวผมสีเหลืองทองทรงทวินเทลนั้นก็ได้หันไปพูดสั่งกับเด็กนักเรียนอีกสองคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ตัวเธอขึ้นมาก่อนจะเดินหายไปตามถนนเส้นหลักของเมือง

 

“ถ้างั้นอัลเบิร์ตคุงกับนากาคุงช่วยพาคนอื่นๆ เข้าไปสำรวจดูเส้นทางด้านในกำแพงกันสักหน่อยสิ เพราะเดี๋ยวทางฉันคงจะต้องขอตัวกลับไปดูสภาพของมายะจังเขาที่ประจำการอยู่ที่โรงเรียนก่อนน่ะ”

 

“ถ้าปล่อยเอาไว้คนเดียวก็คงจะสติแตกเอาได้สินะยัยนั่นน่ะ… เอาเถอะ ถ้าเกิดด้านในมันเหมือนกับประตูทางทิศใต้หรือว่าทิศเหนือฉันก็น่าจะพอรู้ทางอยู่บ้างนั่นล่ะ”

 

“เห… นี่นายเคยเข้าไปดูด้านในกำแพงเมืองด้วยหรอน่ะ?”

 

น้ำเสียงที่ฟังดูคุ้นหูอย่างน่าประหลาดของเด็กหนุ่มผมสีดำที่มีนัยน์ตาสองสีนั้นถึงกับทำให้ไอวี่ชะงักไปในทันทีก่อนที่เธอจะเพ่งมองดูหน้าตาของเขาแล้วจึงเอ่ยปากถามพี่สาวของเธอขึ้นมาด้วยความประหลาดใจปนตกตะลึงราวกับว่าเธอได้เห็นอะไรบางอย่างที่ไม่ควรจะเห็นเข้า

 

“พ—พี่นิโคล เด็กนักเรียนผมดำคนนั้นนั่—”

 

“……..”

 

“ม–ไม่ใช่หรอคะ…. แต่ว่า—”

 

“…….”

 

“งั้นหรอคะ… ถ้าเกิดแม้แต่หัวหน้าก็ยังพูดแบบนั้นงั้นก็คงจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญจริงๆ นั่นแหล่ะค่ะ… แล้วนี่พี่นิโคลคิดว่ายังไงบ้างหรอคะ คิดว่าการที่กลุ่มเด็กนักเรียนพวกนี้มาที่กำแพงเมืองนี่จะส่งผลกระทบอะไรกับแผนการของหัวหน้าเขาหรือเปล่า?”

 

ไอวี่ที่ได้ยินคำยืนยันจากนิโคลได้หันกลับมาสอบถามความคิดเห็นจากพี่สาวของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นเด็กสาวผมสีเขียวเองก็ยังคงเหลือบมองไปทางเด็กหนุ่มผมสีดำอยู่เป็นระยะๆ ด้วยความไม่มั่นใจ

 

“…..”

 

“ถ้าเกิดว่ามันเกี่ยวข้องกับเป้าหมายของหัวหน้าพวกเราก็ต้องรายงานกลับไปอยู่แล้วสิคะ… แต่ว่านี่เรายังไม่มีหลักฐานเลยนี่คะว่าพวกเขาจะเกี่ยวข้องหรือเปล่าน่ะ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจจะแค่มาทัศนศึกษาที่กำแพงเมืองเฉยๆ ก็ได้นะคะ เพราะงั้นพี่นิโคลอย่าเพิ่งรีบรายงานกลับไปน่าจะดีกว่าค่ะ”

 

“…..”

 

นิโคลที่ถูกน้องสาวของตนพูดห้ามเอาไว้ได้พยักหน้ากลับไปให้เป็นคำตอบก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินหลบเข้าไปในตรอกใกล้ๆ กันเพื่อแอบมองดูการกระทำของพวกเด็กนักเรียนเบื้องหน้าต่อไป

 

“แต่ว่าปัญหาจริงๆ น่าจะเป็นเจ้าอุปกรณ์สำหรับรับส่งสัญญาณอะไรสักอย่างนั่นมากกว่าสินะคะ… ถึงในตอนนี้มันจะอยู่ในมือของพวกเด็กนักเรียนก็เถอะ แต่ถ้าเกิดว่าทางเมืองหรือว่าทางการทหารได้มันไปล่ะก็ไม่รู้เหมือนกันว่าพวกเขาจะเอามันไปพัฒนาต่อไปเป็นอะไรบ้างน่ะ”

 

“ถ้าเกิดพวกคุณกลัวว่าทางวังหลวงจะได้มันไปล่ะก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกนะคะ เพราะของพวกนี้มันเป็นทรัพย์สินของโรงเรียนรีมินัส และทางเราจะไม่มีทางปล่อยให้มันตกไปอยู่ในมือของทางวังหลวงอย่างแน่นอนค่ะ”

 

“—!?”

 

เสียงที่ดังตอบมาจากเบื้องหลังนั้นถึงกับทำให้ไอวี่ชะงักไปด้วยความตกใจ ในขณะที่ทางนิโคลที่เหมือนว่าจะสัมผัสได้ถึงตัวตนของเจ้าของเสียงก่อนแล้วแต่ว่ายังไม่ทันจะได้ส่งข้อความเตือนน้องสาวของเธอก็ได้ขยับเดินมาเบื้องหน้าเล็กน้อยราวกับว่ากำลังจะปกป้องเธอ

 

ซึ่งเจ้าของเสียงพูดเมื่อสักครู่นี้นั้นก็คือไดเอน่าที่เดินปลีกตัวออกไปจากกลุ่มของเด็กนักเรียนได้สักพักหนึ่งแล้วนั่นเอง

 

“ถ้าเกิดว่าฉันทำให้ตกใจก็ต้องขอโทษด้วยนะคะ แต่พอดีว่าฉันเห็นพวกคุณกำลังแอบมองเด็กนักเรียนของฉันอยู่ก็เลยเกิดสงสัยขึ้นมาน่ะค่ะ อ๋อ ฉันชื่อว่าไดเอน่าค่ะ เป็นประธานนักเรียนจากโรงเรียนของเด็กพวกนั้นเองค่ะ”

 

“……”

 

“ด—เดี๋ยวหนูคุยให้เองค่ะพี่นิโคล”

 

ในทันทีที่นิโคลได้ยินว่าเด็กสาวผมสีเหลืองทองเบื้องหน้าเป็นใครมาจากไหน เธอก็ขยับมือของตนล้วงเข้าไปด้านในกระเป๋ากระโปรงอย่างรวดเร็วจนทำให้ไอวี่ถึงกับต้องรีบพูดห้ามพี่สาวของเธอเอาไว้ก่อนแล้วจึงค่อยหันไปยิ้มให้กับไดเอน่าอย่างเป็นธรรมชาติ

 

“คือพอดีว่าตอนที่พวกฉันออกมาจ่ายตลาดพวกฉันเห็นรถกระบะขนพวกเด็กนักเรียนผ่านไปก็เลยเกิดสนใจขึ้นมาจนเผลอแอบตามมาดูน่ะค่ะ แหะๆ”

 

“เห… อย่างนั้นเองหรอคะ”

 

ไดเอน่าพยักหน้าตอบไอวี่กลับไปสั้นๆ พร้อมกับเหลือบตาไปมองดูนิโคลที่ยังคงล้วงมือเข้าไปกำอะไรสักอย่างหนึ่งในกระเป๋ากระโปรงอยู่แล้วจึงเอ่ยปากชวนสาวใช้ทั้งสองคนที่ดูมีอายุไม่ได้ห่างไปจากเธอมากนักขึ้นมาด้วยความเป็นมิตร

 

“ถ้าเกิดว่าพวกคุณสงสัยจริงๆ ล่ะก็… สนใจจะเข้าไปดูตัวเสาสัญญาณกันใกล้ๆ มั้ยล่ะคะ? ถือซะว่าเป็นรางวัลให้กับคุณสาวใช้ผมดำคนนี้อุตส่าห์เดินทางมาซะไกลขนาดนี้ก็แล้วกันน่ะค่ะ”

 

“เอ๋? พี่นิโคลรู้จักเด็กนักเรียนคนนี้ด้วยหรอคะ?”

 

“……?”

 

“คิกคิก เอาจริงๆ ฉันก็แค่อยากจะอวดของเล่นใหม่ให้กับสาวใช้จากต่างเมืองอย่างพวกคุณเห็นกันนั่นล่ะค่ะ เพราะว่าก่อนหน้านี้คุณน่าจะได้บังเอิญไปเจอกับกลุ่มเด็กนักเรียนของฉันที่ไปเยือนปราสาทกราวิทัสมากันแล้วใช่มั้ยละคะ… หนึ่งในเด็กนักเรียนของฉันเขาถึงกับเอ่ยปากชมเลยนะคะว่าสาวใช้ของที่นั่นแต่งตัวได้น่ารักเหมือนตุ๊กตาเลยน่ะค่ะ แล้วถ้าดูจากลักษณะที่เด็กนักเรียนอีกคนนึงบอกว่าเป็นสาวใช้ผมสีดำยาวสลวยแต่ว่ามีแววตาแปลกๆ หน่อยนึงแล้วก็นิ่งเงียบไม่พูดไม่จาก็น่าจะเป็นคุณไม่ผิดแน่ๆ แล้วล่ะค่ะ พวกคุณคงจะลำบากเหมือนกันสินะคะที่ถูกสั่งให้มาทำงานตั้งไกลขนาดนี้น่ะ”

 

“……”

 

“อ—อ่า…. มันก็อะไรประมาณนั้นแหล่ะค่ะ”

 

ไอวี่ที่เห็นว่าไดเอน่าเข้าใจผิดไปไกลได้ตัดสินใจที่จะตามน้ำกับอีกฝ่ายไปด้วย ในขณะที่นิโคลที่ในตอนแรกนั้นก็จ้องมองไดเอน่าอยู่ด้วยท่าทีระแวดระวังด้วยแววว่างเปล่าของเธอก็กลับค่อยๆ เบนสายตาของตนเองจากไดเอน่าไปยังร้านขนมที่ตั้งอยู่เบื้องหลังของอีกฝ่ายที่กำลังเตรียมตัวเปิดร้านอยู่ จนทำให้ไดเอน่าที่เห็นแบบนั้นได้เหลือบไปมองทางด้านหลังของตัวเองก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเล็กน้อย

 

“คิกคิก งั้นถ้าเกิดว่าพวกคุณไม่สนใจตัวเสาสัญญาณนั่นล่ะก็สนใจจะให้ฉันพาชมเมืองดูสักหน่อยมั้ยล่ะคะ ถึงจะเห็นแบบนี้แต่ฉันเองก็พอจะรู้จักร้านขนมดีๆ อยู่บ้างเหมือนกันนะคะ”

 

“เอ่อ… ถ้ายังไงพวกฉันขอปรึกษากันก่อนจะได้หรือเปล่าคะ?”

 

“เชิญตามสบายเลยค่ะ แต่ถ้ายังไงก็รีบตัดสินใจสักหน่อยก็ดีนะคะ เพราะว่าอีกสักประมาณชั่วโมงนึงจะได้เวลาเริ่มเรียนแล้วน่ะค่ะ”

 

ไดเอน่าที่ได้ยินไอวี่พูดตอบกลับมาแบบนั้นได้ยิ้มพูดตอบไปด้วยท่าทางใจดีพร้อมกับเดินเว้นระยะออกไปเล็กน้อยเพื่อให้สาวใช้ทั้งสองคนได้มีเวลาพูดคุยปรึกษากันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งนั่นก็ทำให้ไอวี่ได้โน้มตัวเข้าไปพูดคุยปรึกษากับพี่สาวของเธอในทันที

 

“เอาไงดีคะพี่นิโคล ถ้าเราตามไปก็อาจจะได้รู้ข้อมูลอะไรดีๆ ก็ได้นะคะว่าพวกเด็กนักเรียนกำลังวางแผนอะไรกันอยู่น่ะ”

 

“…….”

 

“ในเมื่อยังไม่มีคำสั่งลงมาเพราะงั้นก็เลยให้ทำตามที่คิดว่าจะมีประโยชน์กับแผนของหัวหน้าที่สุดไปเลยงั้นหรอคะ…? เข้าใจแล้วค่ะ… แต่ว่าเวลาคุยกันนี่ต่อให้พี่นิโคลไม่ใช้ปากพูดอย่างน้อยก็ช่วยหันมามองกันสักหน่อยสิคะ”

 

“……”

 

“โธ่เอ๊ย… แค่เห็นรู้แล้วล่ะค่ะว่าพี่อยากจะแวะกินขนมน่ะ เอาเป็นว่าพวกเราลองตามเด็กนักเรียนคนนั้นไปดูก่อนแล้วก็ค่อยขอให้เขาแนะนำร้านขนมอร่อยๆ ให้สักร้านนึงก็แล้วกันนะคะ”

 

ไอวี่ที่เห็นว่าพี่สาวของเธอมีท่าทีสนใจร้านขนมร้านนั้นอย่างออกหน้าออกตานั้นถึงกับอดไม่ได้ที่จะแอบอมยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วจึงออกแรงลากพี่สาวของเธอที่ยังคงจับจ้องร้านขนมอยู่อย่างไม่วางตาให้เดินตามเธอไปหาไดเอน่าที่ยืนรออยู่ด้านนอกตรอกที่พวกเธอแอบหลบอยู่เพื่อตอบตกลงให้อีกฝ่ายพอเธอเดินชมเมืองแต่โดยดี

 

“ปกติแล้วที่นี่จะไม่อนุญาตให้คนทั่วไปขึ้นมาได้หรอกนะคะ แต่ว่าในครั้งนี้เป็นกรณีพิเศษน่ะค่ะ พวกคุณคิดว่ายังไงบ้างล่ะคะ?”

 

หลังจากที่ไดเอน่าได้รับคำตอบรับจากสาวใช้ทั้งสองคนแล้วเธอก็ได้พาสาวใช้ทั้งสองคนขึ้นรถม้าตรงไปยังประตูกั้นเขตเมืองชั้นในของรีมินัสก่อนที่เธอจะลงจากรถม้าเพื่อเดินนำทั้งสองคนขึ้นไปทางด้านบนกำแพงเมืองชั้นที่สองของรีมินัสที่ตั้งอยู่ระหว่างตัวเมืองชั้นในและชั้นนอกพร้อมเอ่ยปากถามทั้งสองคนขึ้นมา

 

ซึ่งไอวี่ที่ได้ยินคำถามของไดเอน่านั้นก็ได้เดินไปหยุดอยู่ที่ริมกำแพงทางฝั่งตัวเมืองชั้นนอกเพื่อมองลงไปยังเบื้องล่างที่มีชาวเมืองจำนวนมากกำลังทำกิจวัตรประจำวันของพวกเขาอยู่อย่างสงบสุขราวกับว่าเหตุวินาศกรรมเมื่อวานนี้ที่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมากเป็นเรื่องโกหกที่ห่างไกลตัวพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น

 

ส่วนทางด้านนิโคลผู้ที่เป็นหนึ่งในตัวการของเหตุโจมตีทั้งสองครั้งที่เกิดขึ้นในรีมินัสในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมาเองก็ได้เดินไปยืนอยู่เคียงข้างไอวี่เพื่อก้มหน้าลงไปมองดูกิจวัตรประจำวันของชาวเมืองอยู่อย่างเงียบๆ ด้วยเช่นกัน

 

และเมื่อไดเอน่าเห็นว่าสาวใช้ทั้งสองคนได้ใช้เวลามองดูบรรยากาศของเมืองรีมินัสในยามเช้ามาได้สักพักหนึ่งแล้วเธอก็ได้เอ่ยปากถามทั้งสองคนขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

 

“พวกคุณคิดว่ายังไงบ้างล่ะคะ? ถึงมันอาจจะดูวุ่นวายไปสักหน่อยก็เถอะ แต่ว่าจริงๆ แล้วมันก็เป็นเมืองที่สงบสุขดีใช่มั้ยละคะ ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีคนมาพยายามทำลายความสงบสุขแบบนี้ไปแล้วถึงสองครั้งด้วยกันก็เถอะ…”

 

“…คุณไดเอน่าแค่อยากจะให้พวกฉันขึ้นมาดูวิวข้างบนนี้แค่นั้นเองหรอคะ?”

 

ไอวี่ที่ได้ยินคำพูดของไดเอน่าได้นิ่งเงียบไปเล็กน้อยก่อนจะพยายามพูดเปลี่ยนเรื่องขึ้นมา เพราะถึงแม้ว่าเธอจะยังอ่านรายงานปฏิบัติการที่เหล่าแฟรี่คนอื่นๆ ไปทำมาไม่ครบทุกเรื่องแต่ว่าเธอก็สามารถมั่นใจได้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดขึ้นมานั้นก็คงจะหมายถึงหนึ่งในแผนการที่หัวหน้ามอบหมายให้กับเหล่าพี่น้องแฟรี่ของเธอไปจัดการอย่างแน่นอน

 

“อ๋อ ไม่ใช่หรอกค่ะ จริงๆ แล้วคนที่อยากจะให้ฉันพาพวกคุณไอวี่มาที่นี่คือเธอคนนั้นต่างหากล่ะค่ะ”

 

คำพูดของไดเอน่านั้นถึงกับทำให้ไอวี่ชะงักไปเล็กน้อยด้วยความแปลกใจ เพราะว่าในตอนที่นั่งรถม้ามาด้วยกันเธอเองก็ยังไม่ได้บอกชื่อของตัวเองให้อีกฝ่ายได้ทราบเลยซะด้วยซ้ำ อีกทั้งสิ่งที่ไดเอน่าพูดออกมานั้นก็หมายความว่ามีใครบางคนอยู่เบื้องหลังของการที่ไดเอน่าเข้ามาเอ่ยปากทักทายพวกเธออีกด้วย

 

“เอ๋ะ? คุณรู้ชื่อของฉัน—”

 

“ว่าไง… พวกเราไม่ได้เจอกันซึ่งๆ หน้าแบบนี้มากันตั้งนานแล้วนะ ไอวี่… นิโคล…”

 

เสียงของหญิงสาวอีกคนหนึ่งที่ดังขึ้นมาจากทางบันไดทางลงกำแพงนั้นถึงกับทำให้ไอวี่เบิ่งตากว้างในทันที เพราะว่าเจ้าของเสียงนั้นคือคนที่ถึงกับทำให้เธอขัดคำสั่งของหัวหน้าของเธอและรีบหนีออกมาก่อนที่จะได้รับการตรวจสภาพร่างกายนั่นเอง

 

“ท่านเอริกะ…”

 

“ถ้างั้นทางด้านฉันขอตัวก่อนก็แล้วกันนะคะคุณเอริกะ เพราะถ้าเกิดช้าไปกว่านี้เดี๋ยวมายะจังเขาจะกังวลจนทำอะไรแปลกๆ ขึ้นมาก็ได้น่ะค่ะ”

 

“อื้อ ถ้ายังไงก็ขอบใจที่อุตส่าห์พาพวกเขามาตามที่ฉันขอนะไดเอน่าจัง”

 

เอริกะที่ถูกไดเอน่าเอ่ยปากพูดคุยด้วยนั้นได้พยักหน้าตอบอีกฝ่ายกลับไป และเมื่อไดเอน่าเดินหายลงบันไดทางขึ้นกำแพงไปแล้ว นักประดิษฐ์สาวจึงได้หันกลับไปมองแฟรี่สาวใช้เจ้าปัญหาทั้งสองคนก่อนจะพบว่านิโคลนั้นได้ล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากระโปรงอีกครั้งหนึ่งแล้ว

 

“ไม่ต้องห่วงไปหรอกนิโคล ถึงฉันจะยังโมโหที่เธอระเบิดทหารพวกนั้นไปเมื่อวานนี้อยู่ก็เถอะ แต่ว่าที่ฉันบอกให้ไดเอน่าจังเขาพาตัวเธอขึ้นมาที่นี่มันเป็นเพราะว่าฉันแค่อยากจะเจอพวกเธอเฉยๆ น่ะ”

 

“ต้องการจะพบพวกฉันงั้นหรอคะ…?”

 

“อื้ม อย่างน้อยก็ในฐานะที่ฉันเคยเป็นเจ้านายของเธอนั่นแหล่ะนะไอวี่”

 

เอริกะเผยรอยยิ้มบางๆ ออกมาพร้อมกับเดินตรงเข้าไปลูบหัวไอวี่ที่ตัวสูงกว่าเธอเล็กน้อยเบาๆ ซึ่งท่าทีเป็นมิตรและน้ำเสียงที่ฟังดูอบอุ่นของเอริกะนั้นก็ได้ทำให้ดวงตาของไอวี่เริ่มที่จะมีน้ำตาไหลคลอออกมาก่อนที่เธอจะทรุดลงไปกับพื้นและคว้าตัวเอริกะเข้ามากอดเอาไว้แล้วจึงร้องไห้ฟูมฟายออกมา

 

“’เคย’ เป็นงั้นหรอคะ…!? ฮึก… ท่านเอริกะน่ะเป็นเจ้านายของฉันตลอดมาแล้วก็จะเป็นตลอดไปนะคะ…!! ทำไมเมื่อตอนนั้นท่านเอริกะถึงต้องทอดทิ้งฉันไปแบบนั้นด้วยล่ะค่ะ… ทั้งๆ ที่ถ้าเกิดว่าเมื่อตอนนั้นขอแค่ท่านเอริกะออกคำสั่งมาล่ะก็… ฉันก็คง…. ฉันก็คงจะ… ฮึก…”

 

“……….”

 

“ไอวี่…”

 

นิโคลที่เห็นว่าน้องสาวของเธอกำลังร้องไห้ออกมาปานจะขาดใจนั้นได้ตัดสินใจที่จะล้วงมือออกมาจากกระเป๋ากระโปรงเพื่อที่จะเข้าไปปลอบใจอีกฝ่าย แต่ว่าก่อนที่เธอจะได้ก้าวเท้าออกไปนั้น เอริกะที่เห็นสาวใช้ผมสีเขียวร้องไห้ออกมาก็ได้ย่อตัวลงเพื่อโอบกอดอีกฝ่ายเอาไว้พร้อมกับลูบหัวของเธอไปด้วยราวกับหญิงสาวที่พยายามปลอบประโลมลูกน้อยของตัวเองจนทำให้นิโคลได้แต่ต้องหยุดเท้าของตัวเองเอาไว้และตัดสินใจที่จะเฝ้าดูอยู่อย่างเงียบๆ แทน

 

“ฉันขอโทษ… แต่ว่าเส้นทางที่ฉันเลือกมันยังไม่ใช่เส้นทางที่แฟรี่อย่างเธอจะก้าวเดินไปด้วยกันได้น่ะ…”

 

“ถ…ถ้างั้นทำไม… ทำไมท่านเอริกะถึงต้องเลือกหนทางแบบนั้นด้วยล่ะคะ…”

 

“ก็เพราะว่าถึงฉันจะไม่เห็นด้วยกับเป้าหมายที่หัวหน้าของเธอตัดสินใจเลือก… แต่ว่าฉันเองก็ไม่สามารถอยู่เฉยๆ ปล่อยให้มนุษย์ของที่นี่ถูกกำจัดไปโดยไม่ลงมือทำอะไรได้เหมือนกันน่ะ…”

 

“ถ้าอย่างนั้นฉันควรจะต้องทำยังไงต่อไปล่ะคะ… ตัวฉันที่มีตัวตนอยู่เพียงเพื่อรับใช้ท่านเอริกะคนนี้จะต้องทำยังไงล่ะคะ… ถ้าเกิดว่าฉันจะต้องไปยืนอยู่คนละฝั่งกับท่านเอริกะแบบนี้น่ะ…”

 

ไอวี่ที่ได้ยินคำพูดของเอริกะได้แต่แหงนหน้าขึ้นมามองเอริกะที่กำลังโอบกอดเธออยู่ด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ ซึ่งนั่นก็ทำให้เอริกะได้แต่เผยสีหน้าลำบากใจออกมาเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะตัดสินใจลูบหัวของอดีตสาวใช้ของเธออีกครั้งหนึ่งเพื่อให้ไอวี่หยุดจ้องหน้าของเธอไปก่อนและฉวยโอกาสนี้มองไปทางด้านนิโคลที่ยังคงยืนนิ่งเงียบมองดูพวกเธออยู่

 

ซึ่งนิโคลที่เห็นว่าเอริกะได้หันมามองทางเธอนั้นก็เหมือนกับว่าจะเข้าใจในสิ่งที่เอริกะต้องการจะสื่อเธอจึงได้พยักหน้ากลับไปให้หญิงสาวผมแดงเล็กน้อยเป็นการตอบรับจนทำให้เอริกะที่เห็นแบบนั้นได้ผละมือออกจากศีรษะของไอวี่เพื่อใช้มือทั้งสองข้างของเธอจับแก้มของไอวี่ให้หันมามองหน้าเธอเอาไว้และพูดบอกเธอไปด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

 

“ไอวี่… ฟังฉันนะ… ไม่ว่าเมื่อไหร่เธอก็จะยังคงเป็นสาวใช้ของฉันไม่มีวันเปลี่ยน…”

 

“ท่านเอริกะ…”

 

คำพูดของเอริกะนั้นได้ทำให้แววตาของไอวี่เปล่งประกายด้วยความยินดี แต่ว่าทันใดนั้นเองแววตาของเธอก็ต้องกลับกลายเป็นตื่นตระหนกเมื่อได้ยินคำพูดถัดไปของเอริกะ

 

“เพราะแบบนั้นในฐานะเจ้านายของเธอ… ฉันขอสั่งให้เธอกลับไปที่นั่นด้วยกันกับนิโคล—”

 

“ไม่ไม่ไม่.. ไม่นะคะท่านเอริกะ…”

 

“—และจนกว่าโลกใบนี้จะกลับมาเป็นโลกที่สงบสุข… จนกว่ามันจะกลับมาเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความฝัน ความรัก หรือแม้แต่น้ำตา—”

 

“ได้โปรดเถอะค่ะท่านเอริกะ…”

 

“—หรือจนกว่าโลกใบนี้จะถูกทำลายลงไปด้วยแผนการของเธอคนนั้น ฉันขอสั่งให้เธอกลับไปทำหน้าที่แฟรี่เคียงข้างเหล่าพี่น้องของเธอซะ…”

 

ไอวี่ที่เห็นว่าการขอร้องของเธอไม่เป็นผลนั้นได้แต่ต้องซุกหน้าของเธอเข้าไปในอ้อมกอดของเอริกะอีกครั้งเพื่อที่จะซึมซับอ้อมกอดที่เธอโหยหานี้เอาไว้เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะพูดถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงท้อแท้

 

“ถ…ถึงแม้ว่ามันจะทำให้ฉันต้องเป็นศัตรูกับท่านเอริกะน่ะหรอคะ…?”

 

“ใช่… ต่อให้เธอจะต้องลงมือสู้กับฉันหรือว่าลงมือจบชีวิตฉันก็ตาม… ถ้าเกิดว่านั่นมันเป็นสิ่งที่หัวหน้าหรือว่าคุณแม่ของพวกเธอมอบคำสั่งให้ล่ะก็ให้ถือว่ามันเป็นเสมือนกับคำสั่งของฉันโดยตรง… เข้าใจแล้วนะไอวี่…?”

 

“ร…รับทราบ…คำสั่ง…”

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 114 The Last Decree"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved