cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

Carefree Path of Dreams - ตอนที่ 105

  1. Home
  2. All Mangas
  3. Carefree Path of Dreams
  4. ตอนที่ 105
Prev
Next

Chapter 105: เพาะปลูก

“ผู้อาวุโสฮั่น!”

ขณะที่หลินเหลยเยว่เดินออกมาจากหุบเขาสันโดษ ก็มีเงาร่างหนึ่งตามนางมา

แต่ว่า ดูเหมือนว่านางจะรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว และดังนั้น สีหน้าของนางจึงไม่เปลี่ยน “ขอบคุณท่านที่มาธุระเรื่องนี้ด้วยตนเอง!”

“เหอเหอ…”

ผู้อาวุโสฮั่นส่ายหน้า เขาฟื้นตัวสมบูรณ์แล้วตอนนี้และกลับมาเยือกเย็นในแบบที่ผู้ฝึกยุทธ์ (ประตูทองที่ 11) ควรมี แต่เขารู้ว่าเขาไม่สามารถเผชิญหน้าตรง ๆ กับหุบเขาสันโดษได้ “หุบเขาสันโดษมีความลับมากมาย โดยเฉพาะตัวฟางหยวนเอง ทั้งสำนัก ข้าเกรงว่าคงจะมีเพียงตัวเจ้าสำนักเองแล้วที่จะแทรกซึมเข้าไปได้สำเร็จ…”

“ถ้าที่ท่านพูดเป็นความจริง เช่นนั้นระดับการฝึกฝนของฟางหยวนก็คงเป็น… 4 ประตูสวรรค์?”

มีความตกใจในดวงตาของหลินเหลยเยว่

หลังจากเข้าร่วมกับลู่เหรินเจีย จ้าวแห่งการเล่นแร่แปรธาตุก็จำต้องรับความเจ็บปวดหัวใจและมอบยาเม็ดวิญญาณออกมาจำนวนหนึ่งเพื่อเพิ่มระดับความสัมพันธ์ของพวกเขา ผู้อาวุโสฮั่นและหลินเหลยเยว่ทั้งคู่ล้วนได้ประโยชน์ ผู้หนึ่งฟื้นตัวเรียบร้อย ส่วนอีกผู้หนึ่งก็ทะลวงด่านไปที่ประตูถัดไปได้

แต่ว่า เทียบกับฟางหยวน การพัฒนาไปของฟางหยวนนั้นยังคงน่าตกตะลึงยิ่งกว่า

“แม้แต่ข้าก็ต้องยอมรับว่าฟางหยวนผู้นั้นมีพรสวรรค์… ข้าก็ไม่รู้อีกต่อไปแล้วว่าในหุบเขาสันโดษนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป และยังมีสัตว์วิญญาณนั่นอีก!”

ผู้อาวุโสฮั่นส่ายหน้าอย่างท้อแท้ หลังจากกำจัดฝ่ายตรงข้ามที่แข็งแกร่งได้แล้ว หุบเขาสันโดษก็เทียบเทียมกับสำนักกุยหลิงจริง ๆ

จากตกใจ ก็กลายเป็นหวาดกลัว

“สำนักกุยหลิงยังคงเก็บงำฝีมือเอาไว้ ซึ่งทำให้อีกฝ่ายก็พัฒนากำลังช้าเช่นกัน… พวกเราควรจะฉวยโอกาสนี้สั่งสอนบทเรียนพวกมันและกำจัดพวกมันเสีย!”

เขาไม่พยายามปิดบังความตั้งใจ

ในสนามรบ ทั้งหมดที่ทำได้คือรับคำสั่งและเขาสามารถปล่อยให้เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ตายตกไปได้โดยไม่ต้องใช้วิธีต่ำช้าด้วยซ้ำ

มีเพียงเมื่อฝ่ายตรงข้ามในมณฑลกลายเป็นผู้แพ้ สำนักกุยหลิงจึงจะมีอิสระที่จะทำทุกอย่างได้ตามที่ต้องการ

ส่วนหุบเขาสันโดษนั้น ต้องรอปาฏิหาริย์แล้วจริง ๆ  เพียงแค่ไม่ทันสังเกต มันก็พัฒนาขึ้นมาถึงเพียงนี้ในระยะเวลาอันสั้น

แต่ว่า มันก็ยังไม่สำคัญถึงเพียงนั้น เมื่อเจ้าสำนักลงมือเอง ด้วยความสามารถของนางที่จุดสูงสุดของประตูทองที่ 12 มันก็ง่ายราวกับกระโดดข้ามกำแพง

ความแตกต่างระหว่างอู่จงกับผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดานั้นเกินจะวัดได้ มันเหมือนระยะห่างระหว่างท้องฟ้ากับผืนดิน!

“อาจารย์จะจัดการกับสถานการณ์นี้อย่างไร…”

หลินเหลยเยว่หยุดและมองกลับไปที่หุบเขาสันโดษอีกครั้ง จู่ ๆ หัวใจนางก็เต้นเร็วขึ้น นางไม่ต้องการเห็นพี่ฟางไปถึงจุดที่ถอยกลับไม่ได้ แต่ในเวลาเดียวกัน นางก็รู้สึกโล่งอกอย่างเหลือประมาณ นางไม่ลังเลและเดินต่อไป

ทั้งสองคนนั้นเร็วมากและหายเข้าไปในป่าในเวลาเพียงไม่นาน

ความเงียบและสงบของป่ากลับมา

หลังจากนั้นเป็นนาน ฟางหยวนก็ปรากฏตัวขึ้นและมีสีหน้านิ่งเฉย “พวกเขากระทั่งส่งผู้อาวุโสฮั่นมาสอดแนมในหุบเขา ดูเหมือนว่าในสำนักจะไม่มีผู้มีความสามารถเพียงพอแล้ว!”

“นอกจาก… สืออวี้ถง?”

…

หลังจากฟางหยวนกลับมาที่หุบเขาสันโดษ ก็มีข่าวใหม่หลายข่าว

การกบฏครั้งนี้ใหญ่โตขึ้นแล้ว ไม่เพียงมณฑลชิงเหอ มณฑลซางฉุย และมณฑลจูชื่อออกจากการปกครองของอี้ซานฝู พวกเขานำโดยสำนักกุยหลิง สำนักสลายกระดูก และสำนักพี่น้องเสื้อเหลืองนั้นมารวมกันเป็นกองทัพขนาดใหญ่กว่า 10,000 คน และยังมีกลุ่มกำลังจากภายนอกมาร่วมด้วย ลู่เหลินเจียขึ้นเป็นหัวหน้ากองกำลังโดยไม่มีผู้คัดค้าน เขาท้าทายหลิวเอี๋ยนโดยตรงอย่างไม่คำนึงถึงชื่อเสียงหน้าตา

ส่วนราชวงศ์เซี่ย และอีกสองเมืองมณฑลนั้น พวกเขาแค่รอดู หรืออย่างมากก็ส่งจอมยุทธ์ระดับสูงสักคน ปลอมตัวเข้าไปคอยสืบข่าวเท่านั้น

ฟางหยวนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในอีกสองมณฑล แต่ในมณฑลชิงเหอ สำนักกุยหลิงนั้นจัดการกำจัดศัตรูและตระกูลที่ยังภักดีกับอี้ซานฝู เป็นไปตามที่คาดเอาไว้

มีข่าวว่าสามตระกูลถูกกำจัด และยังปล้นชิงเอาทรัพยากรจำนวนมากไป ส่วนตระกูลอื่นที่รู้เรื่องนี้ก็ตกอยู่ในความหวาดกลัว เกรงว่าจะเป็นตระกูลถัดไปที่ถูกจัดการ

จากทั้งหมดนี้ ฟางหยวนก็เดาได้ว่าเขาเหลือเวลาไม่มากนักแล้ว

แต่ว่า มีข่าวหนึ่งที่ทำให้ฟางหยวนกังวล

“ลู่เหรินเจียขอความช่วยเหลือจากนักรบศักดิ์สิทธิ์ปริศนาผู้หนึ่ง และนักรบผู้นั้นมีเลือดสีแดงสดอาบร่าง เขาน่าจะได้รับความช่วยเหลือจากโลหิตมังกร ซึ่งอธิบายได้ว่าเหตุใดเขาจึงสามารถสูบเลือดจากจอมยุทธ์ระดับ 4 ประตูสวรรค์ 3-4 คน และยังจอมยุทธ์ระดับกำลังภายในอีกห้าคนได้พร้อมกัน และนั่นน่ากลัวมาก…”

“ที่บรรยายออกมานี้… เหตุใดจึงคล้ายกับเคล็ดโลหิตเวทย์ เป็นไปได้ไหมว่าคนผู้นี้มีความเกี่ยวข้องกับโลหิตสังหาร?”

คิดถึงตรงนี้ เขาก็สรุปที่เขาสงสัยเกี่ยวกับลู่เหรินเจีย

“ถ้าข้าสร้างปัญหาให้สำนักกุยหลิงตอนนี้ ข้าน่าจะทำลายความสามารถในการรบของพวกเขาได้อย่างมาก สืออวี้ถงจะควบคุมทั้งมณฑลและรวมกำลังเข้าด้วยกันได้ยากขึ้น… การส่งผู้อาวุโสฮั่นและศิษย์ผู้อื่นของนางมาล้อมที่นี่ไว้ล้วนเผยความคิดของนางออกมาหมดแล้ว แต่…”

ถ้าฟางหยวนอยากจะฆ่าจริง ๆ ต่อให้มีผู้อาวุโสฮั่นสองคนก็คงไม่สามารถรักษาชีวิตพวกมันไว้ได้

แต่ว่า สังหารอย่างโหดเหี้ยมไม่ได้เป็นเรื่องดีสำหรับเขาและไม่ใช่สิ่งที่เขาจะทำ

“ปล่อยให้พวกมันมีชีวิตอยู่ซื้อเวลาให้ข้าได้อย่างน้อยอีก 5 วัน…”

สำหรับผู้ฝึกยุทธ์ธรรมดา มันเป็นไปไม่ได้ที่จะรวมตัวกันต่อต้านสำนักกุยหลิงในเวลาที่เหลือเพียง 5 วัน แต่สำหรับฟางหยวนนั้นยังพอเป็นไปได้มากกว่าเล็กน้อย เขาแค่ต้องฝัน

…

ยอดเขาชอุ่มดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ในกระท่อมฟาง

ฟางหยวนวางอ่างหินใบหนึ่งเอาไว้ตรงหน้าเขา ในนั้นเติมน้ำไว้จนเต็ม และยังมีจุดสีแดงละลายอยู่ในน้ำอีกหลายจุด

เมื่อมองไปใกล้ ๆ จึงจะเห็นว่าจุดแดง ๆ เหล่านั้นอันที่จริงคือข้าวหยกเพลิง หมุนอยู่ในอ่างน้ำ และมันดูเหมือนจะมีชั้นสีทองที่ยังไม่แผ่ออกมา

“ไป!”

เพียงแค่โบกนิ้ว เขาใส่พลังลงไปและน้ำผสมกับสีแดงเพลิงก็ลอยออกมาตกลงบนกระดาษเยื่อไผ่ที่วางไว้ด้านหนึ่ง มันซึมหายไปอย่างรวดเร็วเหลือแต่คราบสีแดงเป็นประกาย

ฟางหยวนหยิบกระดาษขึ้นมาตรวจสอบดู

“ตามวิธีการจำแนกพิษที่บันทึกไว้ใน <<บันทึกของวิเศษ>> ตอนนี้ข้าสามารถยืนยันได้แล้วว่าข้าววิญญาณนี้ไม่มีพิษ ใช้วิธีตรวจสอบด้วยน้ำบริสุทธิ์ ข้าเห็นได้ชัดว่ากระดาษนั้นมีประกายสีทองซ่อนในสีแดง คุณสมบัติธาตุไฟแข็งแกร่งที่สุด แต่ในนั้น ยังซ่อนธาตุโลหะเอาไว้ด้วย ไม่คิดเลย… และสุดท้าย รอยนี้ยาวหนึ่งนิ้วกับหกกระเบียด บ่งบอกว่าพลังวิญญาณของมันนั้นสูงกว่าระดับสีเหลือง เพราะว่ามันเป็นข้าววิญญาณ บางทีอาจจะนับว่าอยู่ในระดับปริศนาได้?”

วิธีการประเมินที่อธิบายไว้ใน <<บันทึกของวิเศษ>> นั้นคิดค้นโดยจ้าวแห่งการเล่นแร่แปรธาตุที่พบว่าของวิเศษที่ปรากฏบนโลกนั้นมีมากมายและหลากหลายนัก

และในนั้น ของวิเศษแยกออกเป็น ดิน ฟ้า ปริศนา และเหลือง

ตามที่อธิบายใน <<บันทึกของวิเศษ>> ข้าวหยกแดง หญ้ามรกต และกระทั่งลูกไผ่และผลเปลวไฟยะเยือก ล้วนแต่อยู่ระดับเหลือง และมีระดับสูงกว่ามาตรฐานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนข้าวหยกเพลิง ชาชำระจิต และผลหยกแดง ล้วนพิเศษและสามารถจำแนกอยู่ในระดับปริศนา

“ผลของข้าวหยกเพลิงนั้นไม่ได้ดีไปกว่าผลเปลวไฟยะเยือกและสูงกว่าระดับเหลืองเพียงไม่มาก แต่เพราะว่าสามารถเก็บเกี่ยวได้ทุกฤดูกาลและยังเก็บสะสมไว้ได้ในปริมาณมาก คุณค่าของมันจึงสูงขึ้น ดังนั้นจึงจำแนกอยู่ในระดับปริศนา… ส่วนชาชำระจิตและผลหยกแดงนั้น อยู่ในระดับปริศนาอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง…”

“หลังจากประเมินระดับของข้าวหยกเพลิงและรู้คุณสมบัติของมันแล้ว ตอนนี้ข้าก็สามารถปลูกมันในจำนวนมากและเริ่มกินเป็นอาหารได้แล้ว…”

ฟางหยวนพยักหน้า เก็บเปลือกข้าวหยกเพลิงขึ้นมา เดินออกไปข้างนอกแล้วป้อนให้อินทรีดำหางเหล็กกิน

ขณะที่อินทรีดำหางเหล็กกิน มันก็ร้องครางแหลมยาวอย่างมีความสุข

“ข้าวหยกเพลิงเป็นพืชธาตุไฟ ถ้าหลิวเอี๋ยนหรือนักรบศักดิ์สิทธิ์ธาตุไฟผู้ใดรู้ว่ามีพืชชนิดนี้อยู่ พวกมันก็คงทำทุกอย่างที่ทำได้ในขอบเขตอิทธิพลของพวกเขาเพื่อให้ได้มันไปและได้กินทุกวัน มันมีประโยชน์อย่างประเมินค่าไม่ได้ แต่สำหรับข้า มันก็เพียงแค่ช่วยเหลือถ้าข้าเลือกที่จะฝึกเคล็ดธาตุไฟในอนาคต…”

ข้าวหยกเพลิงที่เขานำมาประเมินนี้ยังเหลืออยู่อีกเล็กน้อย และฟางหยวนก็คร้านเกินกว่าจะเอาไปหุง เขาจึงยกให้อินทรีดำหางเหล็กไปทั้งหมด

หลังจากนั้น เขาก็ไปดูสวนพืชวิญญาณที่เพิ่งยกแปลงใหม่ และปลูกลงไปทีละเมล็ด

[การดูแลพืช (ระดับ 4)] ช่างน่าประทับใจ เพียงท่าทางตามธรรมชาติของฟางหยวนในการปลูกเมล็ดนั้นก็ยังดูปราณีตขึ้นมาได้

“ถ้าเจ้ายังอยากกินข้าวดี ๆ เช่นนี้อีกในฤดูถัดไป จำไว้ว่าต้องเฝ้าดูแลไร่นี้ให้ดี และอย่าปล่อยให้ใครมาทำลายไปได้ เข้าใจหรือไม่?”

ฟางหยวนลูบหัวอินทรีดำหางเหล็กขณะบอกกล่าวแก่มัน

หลังจากได้ลองกินด้วยตัวเองแล้ว แน่นอนว่ามันต้องให้ความสนใจดูแลไร่พืชวิญญาณนี้อย่างแน่นอน

มองขึ้นฟ้าไปเขาก็พบว่า เป็นเวลาบ่ายแล้ว

ฟางหยวนหยุดมือแล้วหุงข้าวหยกแดงหนึ่งหม้อใหญ่ เขายังให้อินทรีดำหางเหล็กไปจับปลาสด ๆ มาสองตัว รมควันกินเป็นมื้อกลางวัน

คุณภาพของน้ำในดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้ยอดเยี่ยมมาก และปลาที่มาจากแหล่งน้ำเช่นนั้นก็อ้วนท้วนและสด เพียงแค่รมควันเพื่อลบกลิ่นคาวปลาออก เนื้อปลาก็กรอบนอกนุ่มใน ขณะที่เขาแกะกิน เนื้อและก้างก็แยกออกโดยง่าย และอร่อยยิ่งนัก เป็นมื้อกลางวันที่ยอดเยี่ยม

“แกว๊ก! แกว๊ก!”

ฟางหยวนกำลังอร่อยกับมื้อกลางวันของเขาขณะที่อินทรีดำหางเหล็กกระพือปีกอย่างไม่พอใจ ราวกับต้องการเพิ่ม

หลังจากได้ลองข้าวหยกเพลิง มันก็รู้สึกว่าการกินข้าวหยกแดงนั้นเป็นการทรมานมันยิ่งนัก

“ฮ่าฮ่า…”

เห็นกิริยาคล้ายมนุษย์ของอินทรีดำหางเหล็กแล้ว ฟางหยวนก็หัวเราะอย่างอดไม่ได้

หลังจากกินอิ่มแล้ว ฟางหยวนก็กลับไปที่ไร่ แล้ววางแผน “เอาตามนี้ ข้าจะมุ่งไปที่การปลูกข้าวหยกเพลิง! ข้าวหยกดำและข้าวริ้วขจีนั้นเป็นรสชาติใหม่ ขณะที่บุปผาป่นกระดูกและผลสามดารานั้นไม่ได้มีประโยชน์นัก บางทีข้าอาจจะส่งให้คนรับใช้สักคนปลูกมันก็ได้ แล้วก็ ที่สำคัญที่สุดยังคงเป็นหญ้าวงเดือนและบุปผากงจักร!”

ฟางหยวนนั้นหวังกับพืชที่ร้ายกาจทั้งสองเอาไว้มาก เขายังบอกอินทรีดำหางเหล็กไว้เป็นการเฉพาะให้ล่าสัตว์ป่ามาและเริ่มเตรียมเลือดให้พืชพวกนี้

“พืชวิญญาณอื่นรดด้วยน้ำและปุ๋ยวิญญาณ แต่พืชวิญญาณทั้งสองนี้กลับไม่ต้องการดินวิเศษแบบใด เพียงต้องการเลือดมารดต้องการเนื้อกับกระดูกมาเป็นปุ๋ย…”

ฟางหยวนยังตั้งใจเลือกตำแหน่งที่ห่างไกลจากไร่สวนบริเวณเดิมแล้วยกแปลงดินแคบยาวแปลงหนึ่งขึ้นมาใหม่

นี่ไม่เพียงเพื่อพืชเดิมในสวนแต่ยังเพื่อปลูกพืชวิญญาณทั้งสองนี้

“อย่างไรเสีย พืชวิญญาณพวกนี้ก็นับเป็นนักล่าและดังนั้นน่าจะต้องการพื้นที่กว้างเพื่อให้สามารถล่าเหยื่อได้ด้วยตัวเอง นั่นจะลดปัญหาข้าไปได้มาก!”

ในดินแดนนี้มีสัตว์ป่าอยู่มากและยังเพียงพอแก่การเติบโตของพืชวิญญาณทั้งสอง

“ซ่า!”

ฟางหยวนคนในถังไม้และใช้กระบวยตักเลือดออกมารด และไร่สวนตรงนี้ก็กลายเป็น ‘สวนโลหิต’ หลังจากนั้น เขาก็ปลูกเมล็ดพืชลงไปทีละเมล็ด

“เพราะว่าข้าใช้เนื้อสัตว์เป็นปุ๋ย พวกมันน่าจะเติบโตขึ้นมาเป็นสัตว์ประหลาดร้ายกาจ!”

เขามีความรู้สึกรุนแรงว่านี่จะช่วยเพิ่มโอกาสการวิวัฒน์ไปเป็นสายพันธุ์พิเศษด้วย [การดูแลพืช (ระดับ 4)] ของเขา ไร่แปลงนี้น่าจะทำให้เขาประหลาดใจได้มากทีเดียว

 

 

Prev
Next

YOU MAY ALSO LIKE

The-Dark-King
The Dark King – กษัตริย์แห่งความมืด
5 กรกฎาคม 2022
600
หฤโหดโคตรนักเวทย์ (Mage are too Op)
5 กรกฎาคม 2022
chongshengzhi
Rebirth of the Thief Who Roamed the World
20 พฤษภาคม 2021
สกรีนช็อต 2021-05-20 162623
Great Demon King – กำเนิดราชันย์ปีศาจ
5 ตุลาคม 2021
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 105"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved