Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ) - บทที่ 605 ลมหนาว (ปลาย)
- Home
- All Mangas
- Bringing The Farm To Live In Another World (ไปสร้างฟาร์มอีกโลกกันเถอะ)
- บทที่ 605 ลมหนาว (ปลาย)
บทที่ 605 – ลมหนาว (ปลาย)
เมื่อได้ยินเรื่องที่วาเลียพูด เจ่าไห่ก็ไม่ได้เป็นกังวลอะไรเลย เขามองไปที่วาเลียและพูดว่า “เจ้ากําลังจะบอกว่าเจ้าสามารถติดตามสิ่งต่าง ๆ ผ่านทางน้ําได้งั้นเหรอ?”
ร่างกลม ๆ ของวาเลียสั่นขึ้นและลง ขณะที่พยักหน้าและพูดว่า “นายน้อย ข้าคิดแหล่งน้ําที่เป็นแห่งใหญ่มาก ๆ เมื่อไหร่ที่เกี่ยวกับน้ําข้าก็สามารถครบคุมมันได้
เจ่าไห่มองไปที่วาเลีย เขาไม่คิดว่าสิ่งที่ตัวไม่ใหญ่มากจะมีความสามารถมาขนาดนี้ ดูเหมือนว่าวาเลียจะไม่ใช่สิ่งที่ควรดูถูกเลย
ในเวลนี้จู่ ๆ วาเลียก็พูดว่า “นายน้อย เรามาถึงแล้ว” เจ่าไห่หันหน้าไปทันทีและมองออกไปรอบ ๆ เจ่าไห่เห็นเพียงลมหมุนเล็ก ๆ เท่านั้น ตรงหน้าของเจ่าไห่มีพายุที่ไม่ใหญ่มากอยู่ และมีลูกปัดสีเขียวอยู่ด้วย เมื่อเจ่าไห่เห็นเขาก็คิดขึ้นมาทันทีว่ามันเล็กเท่ากับลูกวอลนัท ไม่ใช่ลูกบอลแน่นอน
เจ่าไห่มองไปที่ลูกปัดสีเขียวและพูดว่า “ที่อยู่ตรงหน้าคืลลูกบอกแห่งลมใช่ไหม? มันสามารถครบคุมลมได้จริง ๆ หรือทําไมดูอ่อนแอจัง”
วาเลียพยักหน้า และพูดว่า “นายน้อย ลูกบอกนี้อาจดูเหมือนเป็นคนดี แต่ถ้ามันโกรธมันน่ากลัวมาก”
เจ่าไห่มองไปที่ลูกปัดสีเขียว เขานึกไม่ออกจริง ๆ ว่าลูกปัดนี้จะน่ากลัวยังไง? แต่เพื่อให้แน่ใจ เจ่าไห่และวาเลียก็กลับไปยังมิติ ลอร่าและคนอื่น ๆ อยู่ในมิติและมองดูสถานการณ์ผ่านจอ เมื่อพวกเธอเห็นเจ่าไห่เข้ามา ลอร่าก็วิ่งเข้าไปกอดวาเลียทันทีจากนั้นเธอก็หันไปหาเจ่าไห่ และพูดว่า “พี่ไห่ พี่จะเอาเข้ามาจริง ๆ ไหม? มันสามารถครบคุมลมได้จริงไหม?”
เจ่าไห่มองไปที่วาเลียที่อยู่กับลอร่า และรู้สึกไม่ค่อยพอใจ เจ่าไห่จิ้มไปที่วาเลียซ้ําแล้วซ้ําอีก ก่อนที่ลอร่าจะปัดมือของเจ่าไห่ออก ในขณะที่มองเขาด้วยสายตาที่ดุลูก
เจ่าไห่ยิ้มและพูดว่า “อย่างไรก็ตามมันก็เป็นสิ่งที่วาเลียพูด ข้าเลยไม่รู้อะไรเลยจริง ๆ ข้าจะลองจับมันมา” จากนั้นเจ่าไห่ก็นั่งบนโซฟาและสั่งไม้เท้าของเขา
ไม้เท้าของเจ่าไห่หนยุดนิ่งและพุ่งไปทางลูกปัดทันที ขณะที่เจ่าไห่และคนอื่น ๆ มองผ่านจอ เจ่าไห่ต้องการดูว่าลูกปัดจะมีท่าทียังไงออกมา?
เมื่อรู้สึกว่าไม้เท้ากําลังจะตี ลูกปัดก็ทําหน้าที่ทันที มันหมุนอย่างรางเร็งและเมื่อมันหมุน มันก็รวมรวมลมมากขึ้นเรื่อง ๆ ไม่นานลมก็พัดขึ้นจนกลายเป็นพายุทอร์นาโด
ไม้เท้าเจอผลของลมที่แรงมาก ๆ ทําให้ไม่สามารถไปต่อได้ เจ่าไห่ตกใจก่อนที่เขาจะให้ไม้เท้ากลับมาในมิติ ลอร่าและคนอื่น ๆ รู้สึกประหลาดใจกับลูกปัดเล็ก ๆ พวกเธอไม่คิดว่ามันจะมีพลังมากขนาดนี้
หลังจากนั้นไม่นาน ลมก็หยุดเมื่อพายุทอร์นาโดเบาลง เหมือนว่ามันกําลังมองหาอะไรอยู่ก็ได้ เจ่าไห่เช็คเหงื่อของเขา สิ่งเล็กน้อยนี้ช่างเป็นอะไรที่เขาไม่เคยเห็นเลย ด้วยความตั้งใจทันใดนั้นมิติก็ถูกเปิดออกข้างลูกปัด จากนั้นก็มีมือขนาดใหญ่ออกจากมิติมาและนําลูกปัดเข้าไป เมื่อลูกปัดเข้าไปในมิติ ก็มีเสียงแจ้งเตือนทันที “พบวิญญาณแห่งลม เป็นภัยกับอากาศ สิ่งมีชีวิตถูกจัดการ”
จากนั้นเจ่าไห่ก็ให้ลูกปัดออกมาอยู่ในห้อง ลูกปัดยังเป็นสีเขียวและค่อนข้างโปร่งใส ลุกปัดนี้ ยังคงต้องหมุนอยู่อย่างต่อเนื่อง จากที่เห็นอาจจะทําให้มีพายุมาอยู่เรื่อย ๆ
เจ่าไห่มองไปที่ลูกปัดและพูดว่า “เจ้าพูดได้ไหม?”
เสียงเด็กเบา ๆ ดังขึ้น “ข้ายินดีที่ได้พบท่านนายน้อย ข้าพูดได้ด้วย”
เมื่อได้ยินเสียง เจ่าไห่ก็พยักหน้าและพูดว่า “ดี จากนี้ไปเจ้าจะถูกเรียกว่าสายลมบาร์ซา จ่าไว้ว่าเจ้าต้องฟังคําพูดของเจ้าฉินอี้ เพราะเขาจะเป็นคนดูแลพวกเจ้าทั้ง 2”
เจ่าฉินอี้ยิ้มและพูดว่า “นายน้อยมั่นใจได้เลย ข้าจะดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี” เจ่าไห่พยักหน้า แม้ว่าเจ่าฉินอี้จะแปลกมาก แต่เธอก็รู้ว่าเจ่าไห่ไม่เคยพูดเล่น ดังนั้นเธอจึงดูเหมาะสมทีเดียว แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นเจ่าไห่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงเวลาที่กําลังขี่หลังของเจ่าเหวิน
ลอร่าและคนอื่น ๆ ไม่คัดค้านการตันสินใจของเจ่าไห่ แม้ว่าลอร่าจะชอบวาเลียมาก แต่เธอก็มีหลายเรื่องที่ต้องทํา เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะอยู่กับวาเลียตลอด การให้เจ่าฉินอี้เล่นกับวาเลียน่าจะเป็นความคิดที่ดีมาก
อันที่จริง ลอร่าและคนอื่น ๆ อุ้มผู่เอ๋อและไคเอ๋ออยู่ตลอดอยู่แล้ว แม้ว่าความสามารถของพวกเขาจะแข็งแกร่ง แต่ลอร่าก็ทําเหมือนพวกเขาเป็นเด็กตัวเล็ก ๆ เมื่อพวกเธอไม่มีอะไรทําพวกเธอก็จะมาเล่นกับมู่เอ๋อและไคเอ๋อ นั่นเป็นช่วงเวลาที่ทําให้พวกเธอมีความสุขด้วย
เจ่าไห่ชอบที่จะไปกับเจ่าฉินอี้ ความจริงแล้วเจ่าไห่ให้ความสําคัญไปกับมิติและพื้นที่ของเขามาก มันเป็นสิ่งเดียวที่ทําให้เจ่าไห่เดินทางไปไหนก็ได้
ตั้งแต่มาที่จักรวรรดิอาร์ค เจ่าไห่ก็พบว่าตัวเองเป็นเหมือนคนเมืองมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เขาไม่อยากเป็นแบบนี้ แต่ก็ไม่มีทางอื่นให้เลือก ถ้าเขาอยากจะอยู่รอด เขาต้องปรับตัว เมื่อเจ่าไห่อยากจะหนีเขาเพื่อเข้ามาในมิติแห่งนี้ มันเป็นสถานที่ที่ทําให้เขารู้สึกเหมือนว่าเขากําลังอยู่บนโลกโดยเล่นเกมจําลองฟาร์มของเขา เขารู้สึกเหมือนตัวเองธรรมดาบนโลก และทั้งหมดนี่เป็นเพียงความฝัน