Almighty Coach – โค้ชอหังการ - ตอนที่ 142
ถึงแม้ว่าจะมีคนมากกว่า50คนที่จะถูกประเมินผล แล้วก็จะมีมากกว่าครึ่งที่ต้องออกไป แต่ประเด็นอยู่ที่ว่า เขาจะประเมินด้วยอะไรและยังไงเนี่ยยังคงเป็นคำถามที่ใหญ่ที่สุดอยู่ แล้วตอนที่ครูฝึกเฉินพูดถึงเรื่องนี้ ทุกคนเลยฟังอย่างตั้งใจ
ครูฝึกเฉินพูดช้าๆ “ก่อนหน้านี้พวกเราได้ทดสอบร่างกายของตำรวจในเมืองลำดับ1 แต่กลับกลายเป็นว่าได้ผลที่ไม่น่าพอใจเท่าไร มีตำรวจจำนวนหนึ่งไม่ผ่านการทดสอบด้วย เราจึงหยิบเอาตำรวจประมาณ60กว่าคนที่มีผลการทดสอบแย่ที่สุดมา หน้าที่ของพวกนายก็คือ ฝึกพวกเขาแบบตัวต่อตัว และนี้คือวิธีการที่เราจะใช้ประเมินผล
โค้ชทุกคนโล่งอก
“อ้า อย่างน้อยก็ได้ฝึกตำรวจ ตกใจหมดเลย นึกว่าเราจะได้ไปฝึกเป็นตำรวจซะเอง!”
“การทดสอบร่างกายของตำรวจ ฉันละอยากรู้จริงๆว่าเราจะได้ฝึกแบบไหน? การทดสอบมันจะคล้ายๆกับที่เจอในทีวีปะ แบบว่าวิ่งแบกยองข้ามจังหวัดหรือแบบไต่กำแพง คลานลอดรั้วหนามไรเงี่ย”
จะบ้าหรอ! ฝึกตำรวจนะโว้ยไม่ใช่ฝึกหน่วยรบพิเศษ! ได้ยินที่ครูฝึกเขาบอกไหมละ แค่ทดสอบร่างกายเฉยๆ ทดสอบร่างกายบ้าอะไรมีการฝึกโหดๆวะ อย่างมากสุดก็คงแค่วิ่ง1กิโลเมตรมั้ง!”
ครูฝึกเอากองเอกสารออกมาแล้วพูด “พวกนายคงสงสัยว่าการฝึกแบบไหนที่จะใช้ในการทดสอบร่างกายตำรวจ ในฉันได้อธิบายเถอะ พวกเรามีทั้งหมด4รายการสำหรับผู้ชาย ประกอบไปด้วยการการวิ่งไปกลับ4*10เมตร การยืนกระโดดไกล การดึงข้อ แล้วก็การวิ่ง1กิโลเมตร สำหรับผู้หญิงนั้นประกอบไปด้วยการซิตอัพ1นาที การวิ่ง800เมตร แต่ยังไงซะผู้หญิงส่วนมากของเราจะทำงานอยู่ในกองบัญชาการ เพราะงั้น คนที่นายจะฝึกด้วยทั้งหมดจะเป็นผู้ชาย”
การยืนกระโดดไกล ดึงข้อ แล้วก็วิ่ง1000เมตรมันเหมือนข้อสอบสมรรถนะของโรงเรียนม.ปลายทั้งนั้น สิ่งที่ต่างออกมาคือวิ่งไปกลับ10*4เมตรเฉยๆ หลี่ไต้ผ่อนคลายขึ้น เขาเคยจัดการสอนคลาสฝึกสำหรับสอบพวกนี้อยู่แล้ว เพราะงั้น เขามีประสบการณ์ในด้านการฝึกกิจกรรมพวกนี้อยู่แล้ว เขาทำได้สบายมาก
ครูฝึกเฉินส่งเอกสารในมือไปให้แถวหน้าแล้วพูด “นี้เป็นแบบฟอร์มการประเมินของการทดสอบร่างกายของเรา 60แต้มถือว่าผ่านเกณฑ์ คะแนนเต็ม100 ทุกคนหยิบไปแผ่นนึงแล้วส่งต่อให้คนข้างหลังนะ
เอกสารถูกส่งไปเรื่อยๆ หลี่ไต้ก็หยิบมาแผ่นนึงแล้วดู เขาก็คิดทันที มันง่ายไปเปล่าวะ!
หลี่ไต้ไม่ใช่คนเดียวที่คิดอย่างนั้น โค้ชคนอื่นๆนั้นดูผ่อนคลายเหมือนกัน โดยเฉพาะคนที่เข้ามาด้วยเส้นสายทั้งหลาย
การวิ่งไปกลับ4*10เมตรนั้นจำกัดต่ำสุดอยู่ที่12.20วินาที ยืนกระโดดไกลนั้นต่ำสุดอยู่ที่2.20เมตร ดึงข้อผู้ฝึกต้องทำให้ได้อย่างน้อย10ครั้ง ส่วนการวิ่ง1กิโลนั้น ต้องวิ่งให้ได้ไม่เกิน4.05นาที นี้มันง่ายเกินไปแล้ว แม้แต่เด็กม.ต้นยังทำได้เลยแบบนี้ 2อาทิตย์กับการฝึกแบบตัวต่อตัว นี้มันเรื่องกล้วยๆชัดๆ ฉันยังเคยฝึกคน20 แม้แต่30คนให้ผ่านทุกคนยังได้เลย!ฉวงซูฉีคิดอย่างมั่นใจ
ถึงแม้ว่าฉวงซูฉีจะไม่ได้มีความสามารถอะไรมาก แต่เขาก็ยังคงเป็นโค้ชทีมเยาวชนเขตอยู่ ในทีมแบบนั้น คนที่อยู่ข้างในก็นับว่าเก่งอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เก่งเท่าหลี่ไต้ แต่เขาก็ยังมีความสามารถที่จะช่วยตำรวจธรรมดาๆให้ผ่านการทดสอบได้ง่ายๆ
แต่ตอนนั้นเอง ผู้นำจากทีมชาติก็เครียร์ลำคอกระแอมแล้วพูด “พวกคุณเป็นโค้ชมืออาชีพ มีเป้าหมายที่จะไปทีมชาติ พวกคุณจะได้ฝึกให้นักกีฬาที่เก่งที่สุดในประเทศ รวมถึงแชมป์ประเทศ ผู้ถือครองสถิติประเทศรวมไปถึงนักกีฬาระดับโลกด้วย พวกคุณคิดว่าแค่ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำมันจะเพียงพอเหรอ? คิดว่าแค่ผ่านเกณฑ์จะช่วยให้พวกคุณได้อยู่ต่อรึยังไง!”
ครูฝึกเฉินก็พูดต่อ “ในตารางการประเมินนั้น จะแบ่งออกเป็นหลายระดับ ตั้งแต่5-100 ทุกๆ5คะแนนคือ1ระดับ นายสามารถดูรายละเอียดได้ในเอกสารพวกนั้นละ พวกนายจะถูกประเมินด้วยคะแนนรวม การผ่านทั้งหมดถือเป็นสิ่งที่ต้องทำให้ได้ แล้วหลังจากผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำแล้วก็ต้องมาตัดสินกันที่คะแนนอีกที คนที่ได้คะแนนสูงสุด30คนแรกจะได้อยู่ต่อ เพื่อเป็นการการันตีที่นั่งของพวกนาย การได้คะแนนเต็มคือสิ่งที่ควรจะทำ ถ้าคนที่นายฝึกด้วยได้คะแนนเต็ม นายได้อยู่ต่อแน่นอน”
พอได้ยินอย่างนั้นแล้ว โค้ชทุกคนก็พลิกหน้ากระดาษไปดูตารางการให้คะแนนทันที
“ดึงข้อ 10ครั้งคือ60คะแนน 11ครั้งคือ65 12ครั้งคือ70 ทุกๆการดึงข้อจะเท่ากับ5คะแนน เพราะงั้นต้องดึงข้อให้ได้20ครั้งถึงจะได้คะแนนเต็ม!”
“การวิ่ง1กิโลเมตรขั้นต่ำอยู่ที่4.05นาที แต่คะแนนเต็มจะอยู่ที่3.25นาที!”
“คะแนนเต็มของยืนกระโดดไกลอยู่ที่2.52เมตร! ถ้าจะให้ได้ซัก85คะแนน ต้องกระโดดให้ได้อย่างน้อย2.40เมตร!!”
“วิ่งไปกลับ4*10เมตร ต้องเสร็จภายในเวลา10.60วินาทีถึงจะได้คะแนนเต็ม”
พออ่านแบบนี้แล้วหลายๆคนก็ขมวดคิ้ว มาตรฐานพวกนี้มันง่ายต่อนักกีฬามืออาชีพ แต่สำหรับคนธรรมดาที่ไม่ได้ฝึกมาเป็นปีแล้วคงต้องใช้เวลาและความพยายามมากขึ้นถึงจะประสบความสำเร็จได้
สิ่งที่สำคัญที่สุดเลยคือสภาพร่างกายของผู้ฝึก ถ้าสภาพร่างกายของผู้ฝึกแย่ เขาอาจจะทำได้แค่ดึงข้อ2-4ครั้ง กระโดดไกลได้แค่2เมตร วิ่ง1กิโลได้5นาที มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะได้คะแนนเต็มใน2อาทิตย์ของการฝึก อีกอย่าง วันหยุดก็ไม่นับด้วย หมายความว่าพวกเขามีเวลาเหลืออีกแค่10วันในการเตรียมตัว
โค้ชทุกคนเริ่มรู้สึกตัวกันแล้ว บางคนถามขึ้นมาทันที”ครูฝึกเฉินครับ ช่วยบอกคะแนนที่ตำรวจที่เราจะฝึกให้ทำได้ในการทดสอบหน่อยได้ไหมครับ?”
“น้อยกว่า100แต้ม”ครูฝึกยิ้ม “ฉันหมายถึง100แต้มที่คะแนนเต็ม400แต้มนะ 4อย่างรวมกัน400แต้ม”
“ถ้าพวกเขาได้คะแนนรวม100แต้หมายความว่าเฉลี่ยนแล้ว25แต้มต่อรายการ ไหนลองเทียบบัญญัติไตรยางศ์ซิ”
ทุกคนรวมถึงหลี่ไต้นั่งเทียบกันอีกรอบ
“วิ่งไปกลับ4*10เมตร 25แต้มคือ13.60วินาที คะแนนเต็มคือ10.60วินาที นั้นมันความห่างตั้ง3วิ!”
“การะโดดไกล1.92เมตรคือ25แต้ม คะแนนเต็มคือ2.52เมตร นี้มันห่างกันตั้ง2ไม้บรรทัดเลยนะ!”
ดึงข้อ25แต้มคือ3ครั้ง 18ครั้งถึงจะได้1000คะแนน นี้พวกเขาต้องทำให้ได้อีก15ครั้งใน10วันเนี่ยนะ!”
วิ่ง1กิโล 25แต้มเท่ากับ4.40นาที นั้นหมายถึงนานกว่าคะแนนเต็มถึง1.15นาที!”
“ถ้าตัดวันหยุดออกไปเรามีเวลาเหลือแค่10วันเท่านั้น แล้วในเวลาแค่นั้นเราต้องเพิ่มความเร็วถึง3วินาทีในการวิ่งไปกลับ4*10เมตร 60เซนติเมตรของการกระโดดไกล ดึงข้ออีกมากกว่า15ครั้ง แล้วก็ทำเวลาให้เร็วขึ้นถึง1.15นาทีในการวิ่ง1กิโลเหรอ!”
“ใครมันจะไปทำได้วะ? 10วันมันยังน้อยไปในการพัฒนาเลย ถ้าเทียบกับสภาพร่างกายของพวกเขาในตอนนี้แล้ว พวกเขาทำได้มากสุดแค่ผ่านเกณฑ์ใน10วัน แต่ไม่มีทางได้คะแนนเต็ม”
“ในวงการกีฬา ยิ่งความสามารถเยอะเท่าไรก็ยิ่งท้าทายเท่านั้น ไม่มีใครทำคะแนนเต็มได้เร็วขนาดนั้นหรอก”
หลี่ไต้ขมวดคิ้วเขารู้แล้วว่าการประเมินผลครั้งนี้มันทำยังไง
ตำรวจทุกคนนั้นคะแนนต่ำกว่า100หมด ซึ่งหมายความว่าพวกเขามีสภาพร่างกายที่แย่มาก โดยปรกติแล้วมันไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะทำให้พวกเขาได้คะแนนเต็มใน10วันของการฝึก โดยเฉลี่ยนแล้วแค่80แต้มในแต่ละกิจกรรมก็ถือว่าดีมากแล้ว และความต่างมันจะเกิดขึ้นตรงนั้นละ การประเมินคัดออกนี้มันไม่ง่ายอย่างที่คิดไว้ซะแล้ว