cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 62 หลินสงลงไม้ลงมือกับหลินเพ่ย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 62 หลินสงลงไม้ลงมือกับหลินเพ่ย
Prev
Next

ตอนที่ 62 หลินสงลงไม้ลงมือกับหลินเพ่ย

หลินเจี้ยนกั๋วกับลูกชายของเขากลับมาจากในเมืองประมาณช่วงบ่ายในวันชูอู่(1)

เขาตั้งใจพาหลินสงเข้าไปในเมืองก็เพราะหวังให้ลูกชายของตนมีโอกาสได้เห็นโลกกว้าง แต่ไม่ได้บอกเจตนาที่แท้จริงกับอีกฝ่าย

หลังจากเดินทางเข้าเมือง และได้พบเห็นความเจริญของตัวเมืองอย่างเต็มตา หลินสงก็เกิดความกระตือรือร้นที่จะถีบตัวเองให้มีชีวิตที่ดียิ่งกว่าที่เป็นอยู่ พอเขากลับมาเล่าให้เติ้งซิ่วจือผู้เป็นภรรยาฟังว่าในเมืองนั้นเจริญรุ่งเรืองอย่างไรบ้าง หล่อนก็นึกอิจฉาจนน้ำลายไหล

เติ้งซิ่วจือเองก็ใฝ่ฝันอยากมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี แต่รู้ดีว่านั่นคงเป็นแค่ความฝันลม ๆ แล้ง ๆ

ทันทีที่หลินเจี้ยนกั๋วกลับมา เขาก็ถูกซุนกุ้ยเซียงลากเข้าไปในห้อง ก่อนจะปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนา แล้วหันมาถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำ แสดงสีหน้าเคร่งขรึม “เป็นอย่างไร? จะกลับเมืองเอกมณฑลได้ไหม?”

หลินเจี้ยนกั๋วควานหายาเส้นคุณภาพต่ำขึ้นจุดสูบ คิ้วขมวดเข้าหากัน “เรื่องที่เกี่ยวข้องกับความเป็นตายของคนถือเป็นเรื่องใหญ่ ฉันจะสืบข่าวคราวอย่างโจ่งครึ่มไม่ได้ ก็เลยสอบถามจากปากคนแถวนั้นสองสามคน พวกเขาพูดตรงกันว่าคดียังไม่หมดอายุความ”

ซุนกุ้ยเซียงพูดอย่างไม่พอใจ “นี่ก็ผ่านมาตั้งสิบเจ็ดปีแล้ว ทำไมถึงยังไม่หมดอายุความอีก?”

หลินเจี้ยนกั๋วถอนหายใจ “เป็นไปตามที่กฎหมายบ้านเมืองบัญญัติไว้ ตราบใดที่พวกเขาไม่สามารถคลี่คลายคดีฆาตกรรมได้ ก็ถือว่าคดีนั้นยังไม่หมดอายุความ”

ซุนกุ้ยเซียงถามต่อด้วยความผิดหวัง “หมายความว่าพวกเรายังกลับเข้าไปอยู่ในเมืองไม่ได้อย่างนั้นเหรอ?”

นางใช้ชีวิตอย่างลำบากยากแค้นในชนบทมานานเกินพอแล้ว อยากกลับไปอยู่ในเมืองเสียที

หลินเจี้ยนกั๋วครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งพลางพ่นควันยาเส้นที่สูบอยู่ออกมา ก่อนจะโยนก้นทิ้งไปเพื่อไม่ให้ความร้อนไหม้ปลายนิ้ว “เรื่องนั้นเอาไว้ทีหลังเถอะ เราคงต้องรอจนกว่าคดีจะปิดลงเสียก่อน ที่จริงแล้วต่อให้คดีฆาตกรรมยังไม่หมดอายุความก็จริง แต่เวลาผ่านมาตั้งสิบเจ็ดปี ตำรวจไม่มีฝีมือพอที่จะคลี่คลายคดีนี้ได้ด้วยซ้ำ ในเมื่อปิดคดีไม่ได้ก็ไม่ส่งผลกระทบอะไรกับเราซะหน่อย!”

ซุนกุ้ยเซียงคิดตาม ถึงนางจะไม่สามารถกลับไปอยู่ในเมืองได้ แต่ต่อให้วิตกกังวลต่อไปก็ไร้ประโยชน์ จึงลืมความคิดนั้นไป แล้วเรียกหาหลินสงเพื่อขอให้เขายึดเอาเงินขวัญถุงที่หลินม่ายมอบให้กับหลานชายทั้งสองคนมาจากเติ้งซิ่วจือ

ในขณะที่ซุนกุ้ยเซียงกับสามีของนางปิดประตูหารือกันอยู่นั้น เติ้งซิ่วจือก็เรียกสามีของตัวเองเข้าไปในห้องเพื่อพูดคุยอย่างลับ ๆ

หล่อนเล่าให้หลินสงฟังถึงทุกเรื่องที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่หลินม่ายกลับมาที่บ้านในวันชูซื่อ

เมื่อเล่ามาถึงเหตุการณ์ที่ซุนกุ้ยเซียงต้องการเงินห้าเฟินซึ่งหลินม่ายอุตส่าห์มอบให้เด็กชายสองพี่น้อง น้ำเสียงของเติ้งซิ่วจือก็แปรเปลี่ยนเป็นอัดอั้นและไม่พอใจ

“พี่ต้องตัดสินเรื่องนี้แทนฉัน ลูกของเราโตขึ้นทุกวัน แม่ของพี่เคยให้ลูกเรากินอะไรดี ๆ บ้าง? เคยซื้ออะไรให้ฉันบ้างไหม? ทุกครั้งที่ครอบครัวเรามีของกินดี ๆ มีเสื้อผ้าสวย ๆ แม่ของพี่ก็ยกให้น้องสาวคนโตของพี่ไปซะหมด ไม่เคยมีใครในบ้านได้กินใช้ของดี ๆ แม้แต่อย่างเดียว! ที่ผ่านมาฉันได้แต่ยอมแบบไม่มีปากเสียงมา เรื่องอะไรฉันจะยอมให้นางเอาเงินไม่กี่เฟินที่จะเป็นค่าข้าวปลาของลูกฉันไปอีก?! เงินส่วนหนึ่งถูกนางยึดเอาไปแล้วด้วยซ้ำ นางถึงขั้นทุบตีต้าโก่วกับเอ้อโก่วเพื่อชิงเงินเชียวนะ! ทำไมแม่ของพี่ถึงอยากได้เงินสองเฟินนั้นจนตัวสั่นน่ะเหรอ? ก็เพราะจะเอาไปตัดเสื้อตัวใหม่ให้น้องสาวของพี่ไงล่ะ! หลินสง อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน ถ้าพี่กล้าเอาเงินขวัญถุงที่เหลืออยู่ของลูกไปปรนเปรอแม่ของพี่แล้วละก็ ชีวิตคู่ของเราคงจบกันแต่เพียงเท่านี้!”

ถึงแม้การแต่งงานของหลินสงและเติ้งซิ่วจือจะถูกจัดแจงโดยผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่าย แต่ทั้งสองก็ตกหลุมรักกันจริง ๆ หลังจากที่พวกเขาร่วมหอกัน สองสามีภรรยารักใคร่ปรองดอง หลินสงเชื่อฟังเติ้งซิ่วจือตลอดมา

ยิ่งเมื่อได้ยินจากปากภรรยาว่าเด็กสองคนนั้นถูกทุบตีเพื่อชิงเงิน ก็เห็นด้วยว่าซุนกุ้ยเซียงทำเกินกว่าเหตุ

ดังนั้นเมื่อซุนกุ้ยเซียงเรียกเขาให้ไปยึดเอาเงินขวัญถุงทั้งหมดมาจากภรรยาและลูกสองคนของเขา อารมณ์ของหลินสงก็เดือดดาลในทันที

เขาขึ้นเสียงใส่ผู้เป็นแม่ “แม่จะลำเอียงรักน้องสาวแค่ไหนผมไม่เคยว่า แต่เรื่องที่แม่คิดจะยึดเงินปีใหม่ไปจากลูกผมนี่มันหมายความว่ายังไงกันแน่? วันข้างหน้าแม่คิดจะเกาะหล่อนกินไปตลอดชีวิตเลยหรือไง? ถึงได้ปรนเปรอข้าวของเครื่องใช้ดี ๆ ให้หล่อนไปซะทุกอย่าง! ต่อให้แม่ต้องการแบบนั้นก็เถอะ แต่แม่จะทุบตีลูก ๆ ของผมไม่ได้ พวกเขาผิดอะไร?”

ซุนกุ้ยเซียงพยายามงัดเหตุผลอื่นมาโต้เถียง “แล้วฉันเลี้ยงดูแกกับเมียแกไม่ดีตรงไหน? ครอบครัวของเราจะพลิกชีวิตจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ หรือพวกแกสี่คนจะมีชีวิตที่ดีขึ้นหรือเปล่า ก็ขึ้นอยู่กับเพ่ยเพ่ยทั้งนั้น เพ่ยเพ่ยทำให้พวกเรามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้แน่ ตราบใดที่หล่อนได้แต่งงานกับผู้ชายดี ๆ ถ้าไม่ให้หล่อนแต่งตัวสวย ๆ แล้วใครจะหันมามองหล่อนกันล่ะ?”

คดีฆาตกรรมที่ว่าคอยตามหลอกหลอนสองเฒ่าตระกูลหลินอยู่ทุกวันคืน ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ตั้งความหวังไว้ว่าสักวันหนึ่งจะกลับไปตั้งรกรากอยู่ที่เมืองเจียงเฉิงได้อีกครั้งในรอบสิบเจ็ดปี แต่ต้องแลกด้วยความเสี่ยงมหาศาล

ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาทำได้คือพึ่งพาหลินเพ่ยให้หล่อนได้แต่งเข้าตระกูลที่ร่ำรวย เพื่อที่จะได้ย้ายสำมะโนครัวจากบนภูเขาอันห่างไกลนี้ไปอยู่ในตัวอำเภอ

ถึงแม้ตัวอำเภอจะมีความเจริญไม่เท่าเมืองเจียงเฉิง แต่อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ต้องทำไร่ทำนาหลังขดหลังแข็ง

ซุนกุ้ยเซียงเชื่อมั่นเสมอว่าหลินเพ่ยคือความหวังเดียวของครอบครัว ที่จะทำให้ตนเองได้ออกไปจากหมู่บ้านห่างไกลบนภูเขาลูกนี้เสียที เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว จะไม่ให้นางทำดีกับหล่อนอย่างสุดหัวใจได้อย่างไร!

เติ้งซิ่วจือเดินออกมาจากห้อง ยืนพิงกรอบประตูพลางพูดประชดประชันขึ้นมา “คุณแม่อาจจะเชื่อมั่นในตัวของลูกสาวคนโต แต่เราไม่เชื่อ! เท่าที่ฉันเห็น ก่อนหน้านี้ม่ายจื่อทำงานงานรับใช้พวกท่านราวกับเป็นวัวและม้า แต่หลังจากเธอแต่งงานไป พอกลับมาเยี่ยมบ้านอีกครั้งยังมีน้ำใจให้เงินขวัญถุงหลานชายของตัวเองคนละหนึ่งเฟิน ต่างจากลูกสาวคนโตของท่านที่สักแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อ แถมยังไม่เคยทำประโยชน์อะไรให้กับที่บ้าน นับประสาอะไรกับการช่วยชุบชีวิตครอบครัวเรา คนอย่างฉันหรือจะมองไม่ออก มีแต่คนงี่เง่าเท่านั้นแหละที่เชื่อมั่นในตัวหล่อน”

ซุนกุ้ยเซียงโดนลูกสะใภ้เหน็บแนมว่าเป็นคนงี่เง่าก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า ลามไปถึงลำคอจนแดงก่ำ

หลินเพ่ยรู้ว่าผู้เป็นแม่มีปากเสียงกับพี่ชายและพี่สะใภ้เพราะเรื่องของตัวเอง จึงเอาแต่ซ่อนตัวอยู่ในห้องโดยไม่ปริปาก

ในฐานะที่ตัวเองอยู่ในห่วงโซ่สูงสุดของเรื่องทั้งหมด หลินเพ่ยรู้ดีว่าไม่ควรพาตัวเองเข้าไปยุ่งเกี่ยว ปล่อยให้คนอื่นถกเถียงกันถึงผลประโยชน์อะไรนั่นต่อไป

ต่อให้พวกเขาจะเอะอะโวยวายกันคอแทบแตก สุดท้ายแล้วหล่อนก็ยังคงเป็นผู้รับผลประโยชน์สูงสุดอยู่วันยังค่ำ หลังจากนี้เธอก็แค่ทำสีหน้าไร้เดียงสา ให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรเลยแม้แต่น้อย จนกระแสตีกลับไปยังคนที่ตั้งตัวเป็นปรปักษ์กับหล่อน

แต่พอได้ยินว่าซุนกุ้ยเซียงมีแนวโน้มว่าจะพ่ายแพ้ ก็ไม่สามารถหักห้ามใจไว้ได้อีก

หลินเพ่ยจึงต้องออกไปต่อสู้ด้วยตัวเอง

ยังไม่ทันที่หล่อนจะพูดอะไร ดวงตาก็เอ่อล้นไปด้วยหยดน้ำใสที่คลอเบ้า เหมือนถูกใครสักคนทำให้เกิดความคับข้องใจอย่างสุดจะกลั้น

จากนั้นก็ร้องเรียกเติ้งซิ่วจือด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า “พี่สะใภ้!” ต่อด้วยฉากเสแสร้งบีบน้ำตา “ในอนาคตถ้าฉันได้ดีเมื่อไหร่ ฉันจะให้เงินขวัญถุงกับต้าโก่วและเอ้อโก่วให้มากกว่านี้ ฉันสัญญาว่าจะพาครอบครัวของเราออกไปจากที่นี่ให้ได้!”

เติ้งซิ่วจือกลอกตาอย่างนึกดูถูกแล้วตอกหน้ากลับ “เธอคิดเหรอว่าฉันจะหลงเชื่อคำสัญญาไร้สาระพวกนั้น? แม้แต่ตอนนี้เธอยังแย่งเอาอาหารดี ๆ ไปจากลูกชายสองคนของฉันเลย แล้วอีกหน่อยเธอจะทำดีกับพวกเขาได้ยังไง!”

แม้แต่หลินม่ายที่เป็นน้องสาวแท้ ๆ หลินเพ่ยยังหลอกให้เธอไปแต่งงานกับอู๋เสี่ยวเจี๋ยน จากสิ่งที่หลินม่ายเคยบอกไว้ ทำให้เติ้งซิ่วจือยิ่งมองเห็นความเห็นแก่ตัวและความเลือดเย็นของหลินเพ่ยได้ชัดเจนขึ้น

เพื่ออนาคตของตัวเอง ผู้หญิงคนนี้ยอมทำลายได้แม้กระทั่งทั้งชีวิตของน้องสาว ฉะนั้นอย่าได้คาดหวังเด็ดขาดว่าคนที่มีจิตใจเลวทรามแบบนี้จะทำดีต่อคนอื่น หรือฉุดดึงใครให้มีชีวิตที่ดีขึ้นได้

หลินเพ่ยเห็นว่าเติ้งซิ่วจือไม่มีทางลดทิฐิของตัวเองลงง่าย ๆ ก็รู้ตัวว่าคงหลอกใช้อีกฝ่ายไม่ได้อีกต่อไป

ในเมื่อคนคนนี้หมดประโยชน์ ถ้าอย่างนั้นก็ต้องหาทางกำจัดทิ้งไปซะ!

หล่อนยึดถือคตินี้มาโดยตลอด ผู้ที่เชื่อฟังจะเจริญรุ่งเรือง ผู้ที่ต่อต้านจะต้องพินาศ

หลินเพ่ยเหลือบไปเห็นซุนกุ้ยเซียงที่โกรธแค้นเสียจนเจ็บจุกไปทั่วทั้งหน้าอก จึงรีบปราดเข้าไปช่วยพยุงให้นางนั่งลงบนเก้าอี้อย่างกตัญญู

หล่อนขมวดคิ้วพลางหันไปพูดกับหลินสง “พี่ใหญ่… ฉันไม่โกรธหรอกนะที่พี่สะใภ้จ้องแต่จะต่อว่าฉัน ในฐานะที่ฉันเป็นเด็ก ไม่ว่ายังไงก็ควรเคารพพี่สะใภ้ แต่พี่สะใภ้ไม่ควรทำให้แม่ของเราโกรธถึงขนาดนี้ วันปีใหม่ทั้งที จะปล่อยให้แม่ได้อยู่อย่างสงบสุขสักวันสองวันไม่ได้เลยเชียวหรือ? ท่านทำงานอย่างหนักเพื่อครอบครัวเรามาโดยตลอด เราไม่สมควรอกตัญญูต่อท่าน” ว่าแล้วก็ร้องไห้กระซิก ๆ

เติ้งซิ่วจือปรายตามองหลินเพ่ยด้วยสายตารังเกียจระคนโกรธเคือง “เธอกำลังกล่าวหาว่าฉันอกตัญญูอย่างนั้นเหรอ?”

หลินเพ่ยกัดริมฝีปากแน่นไม่ยอมตอบกลับ ก่อนจะหันมองไปทางหลินสงอย่างเชื่องช้า

แววตาคู่นั้นบ่งบอกชัดว่าหล่อนต้องการขอความช่วยเหลือจากเขา ‘ทั้งแม่และน้องสาวของพี่ถูกภรรยาของพี่รังแก พี่ควรทำอะไรสักอย่างได้แล้ว!’

พอเห็นว่าหลินเพ่ยเอาแต่เงียบ เติ้งซิ่วจือก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา พูดต่อไปว่า “ในเมื่อเธอมีจิตใจกตัญญูถึงขนาดนี้ แถมยังเห็นชีวิตและความตายของแม่ตัวเองเป็นใหญ่ แล้วทำไมเธอถึงไม่เคยหยิบจับงานบ้านอะไรช่วยนางเลยล่ะ!”

หลินเพ่ยเม้มริมฝีปากแน่นสนิท

ภายในใจเต็มไปด้วยคำดูถูกเหยียดหยาม ‘แกต่างหากที่ควรเป็นเครื่องรองมือรองเท้าให้แม่ฉัน แกต่างหากที่ควรทำงานรับใช้แม่ของฉันไปจนตาย จะให้ฉันทำงานบ้านงั้นเหรอ? รอให้ถึงชาติหน้าก่อนเถอะ!’

หลังจากเติ้งซิ่วจือต่อปากต่อคำกับหลินเพ่ยจนหมดคำพูด หล่อนก็หันหน้าไปหาหลินสงแล้วต่อว่าเขาด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง “ยืนนิ่งเป็นคนบื้อใบ้อยู่ได้! ไม่ได้ยินเหรอว่าน้องสาวของพี่กล่าวหาว่าฉันเป็นคนอกตัญญู? ทั้งยังส่งสายตายุยงให้พี่จัดการกับฉันอีก เอาสิ ทุบตีฉันตามที่หล่อนต้องการเลย!”

หลินเพ่ยประเมินนิสัยเชื่อฟังภรรยาของหลินสงที่มีต่อเติ้งซิ่วจือต่ำเกินไป

หล่อนอุตส่าห์ส่งสายตากระตุ้นให้หลินสงจัดการกับเติ้งซิ่วจือ ทว่าจนแล้วจนรอดเขาก็ยังไม่ตอบสนอง

แต่เมื่อเติ้งซิ่วจือเปิดโปงเจตนาที่แท้จริงของหล่อน หลินสงกลับหันมาลงไม้ลงมือจนหล่อนเป็นฝ่ายลงไปกองอยู่กับพื้นแทน “ฉันจะจัดการกับเธอเอง ตัวปัญหาอย่างเธอมันสมควรโดนตีตาย!”

หลินสงซึ่งอยู่ในอารมณ์โมโหไม่รู้เลยว่าน้ำหนักมือของตัวเองรุนแรงแค่ไหน

ซุนกุ้ยเซียงและสามีของนางกลัวว่าหลินสงจะขาดสติทำร้ายหลินเพ่ยจนเสียโฉม จึงรีบเข้าไปแยกตัวเขาออกมา

แค่ไม่กี่นาที เหตุการณ์ในบ้านกลับพลิกผันไปจากเดิม ชาวบ้านหลายคนได้ยินเสียงก็กรูกันเข้ามาดู

……………………………………………………………………………………………………………..

(1)วันที่ 5 ของปีใหม่

สารจากผู้แปล

ทุบสั่งสอนน้องสาวเจ้าปัญหานี่ให้หนัก ๆ เลยค่ะ โตมาเป็นผู้หญิงที่มีความคิดน่ากลัวมาก เห็นว่าใครหมดประโยชน์ต่อตัวเองก็พร้อมกำจัดทิ้งหมดโดยไม่สนถึงความสัมพันธ์ก่อนเก่าอะ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 62 หลินสงลงไม้ลงมือกับหลินเพ่ย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved