cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 571 ประชุมก่อนสิ้นปี

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 571 ประชุมก่อนสิ้นปี
Prev
Next

ตอนที่ 571 ประชุมก่อนสิ้นปี

อู๋เสี่ยวเถาต่อรองอย่างกล้าหาญ “ถ้าฉันยอมสารภาพความจริงทั้งหมด พี่จะยอมปล่อยฉันไปไหม?”

หลินม่ายชำเลืองมองหล่อน “แน่นอน”

ดวงตาอู๋เสี่ยวเถากลอกกลิ้งไปมา หลงเหลือเพียงความซื่อสัตย์ ยอมสารภาพด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก

หล่อนอ้างว่าตัวเองจ้างนักเลงให้มาพ่นสีแดงและเขียนคำแช่งตัวใหญ่ที่ประตูโรงงานจริง แต่ทั้งหมดเป็นเพราะถูกอาเขยยุยงมาอีกที

หลินม่ายถามกลับ “อาเขยเธอเป็นใคร?”

อู๋เสี่ยวเถาตอบติด ๆ ขัด ๆ “เขา… เขาเป็นสามีของอู๋ซู่เฟิน แม่บ้านที่ถูกตัดสินจำคุกโทษฐานลักขโมยของในโรงงาน”

เมื่อชาติที่แล้วหลินม่ายไม่ค่อยได้ติดต่อกับญาติฝั่งตระกูลอู๋สักเท่าไร อีกทั้งอู๋เสี่ยวเจี๋ยนก็ไม่เคยเล่าให้เธอฟังว่าเขามีญาติห่าง ๆ คนไหนบ้าง เธอรู้จักแค่ญาติสนิทของครอบครัวเขาแค่ไม่กี่คน

ดังนั้นเธอจึงค่อนข้างประหลาดใจเมื่อได้ยินว่าอู๋ซู่เฟินก็เป็นญาติห่าง ๆ ของอู๋เสี่ยวเถา

เธอค่อนแขวะเย้ยหยันทันที “คนประเภทเดียวกันถึงอยู่ด้วยกันได้สินะ? คนตระกูลอู๋ของเธอคงถ่ายทอดความเลวกันทางพันธุกรรมกระมัง ไม่มีใครเลยที่เป็นคนดี”

อู๋เสี่ยวเถาโดนกระทบกระเทียบอย่างแรง แต่หล่อนกลับไม่แสดงท่าทีโกรธเคืองเลย

ตราบใดที่หลินม่ายเชื่อว่าอาเขยของหล่อนเป็นคนอยู่เบื้องหลัง ด้วยนิสัยของหลินม่าย เธอต้องตามไปล้างแค้นอาเขยของหล่อนอย่างแน่นอน

ส่วนอาเขยของหล่อนก็คงไม่นั่งอยู่เฉย ๆ รอคอยความตายคืบเข้ามาหา ทีนี้พอพวกเขาสองคนฉีกหน้ากันไปมา เป้าหมายของหล่อนในการฆ่านกสองตัวด้วยหินก้อนเดียวก็จะสำเร็จ

ในขณะที่หล่อนกำลังกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ภายในใจ หลินม่ายก็หันไปพูดกับติงไห่เฟิง “พาตัวยัยลูกหมานี่ไปหาอาเขยของหล่อนซะ อย่าลืมบอกอาเขยหล่อนด้วยล่ะว่าหล่อนทรยศเขายังไงบ้าง”

อู๋เสี่ยวเถาตกใจสุดขีดจนลืมทุกสิ่งอย่าง “พี่สัญญากับฉันแล้วไม่ใช่เหรอว่าถ้าฉันสารภาพทุกอย่าง พี่จะยอมปล่อยฉันไป?”

หลินม่ายแสยะยิ้มดูถูก “แล้วคนอย่างเธอคู่ควรกับคำสัญญาของฉันหรือเปล่าล่ะ?”

ติงไห่เฟิงพาตัวอู๋เสี่ยวเถาไปที่บ้านของอู๋ซู่เฟินพร้อมกับสหายน้องชายอีกสองคน จากนั้นก็แจ้งให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวของอู๋ซู่เฟินรู้ว่าอู๋เสี่ยวเถาทรยศอาเขยตัวเองอย่างไร

อาเขยของอู๋เสี่ยวเถาโกรธมากจนอกแทบระเบิด เขาบอกติงไห่เฟิงว่าตัวเองไม่ได้เป็นคนสั่งให้อู๋เสี่ยวเถาไปจ้างคนมาพ่นสีแดงและเขียนคำแช่งตัวใหญ่ที่ประตูโรงงานตัดเสื้อจิ่นซิ่ว เป็นอู๋เสี่ยวเถาต่างหากที่ใส่ร้ายเขา

ติงไห่เฟิงพูดยิ้ม ๆ “ถ้าอย่างนั้นคุณกับหลานสาวก็ไปไกล่เกลี่ยกันเอง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับเรา” หลังจากพูดจบเขาก็เดินจากไป

หลินม่ายขอให้เขาส่งตัวอู๋เสี่ยวเถากลับไปให้อาเขยของหล่อน ก็เพราะอยากให้สุนัขหันมาแว้งกัดกันเอง ส่วนเธอจะรอดูหมากัดกันอยู่ห่าง ๆ

ติงไห่เฟิงและคนอื่น ๆ เดินจากไปไกล ปล่อยให้อาเขยของอู๋เสี่ยวเถาปิดประตูตีแมวอยู่ข้างหลัง พวกเขาทุบตีอู๋เสี่ยวเถาอย่างรุนแรง พร้อมกับโยนสัมภาระทั้งหมดของหล่อนออกไปจากตัวบ้าน

แค่นั้นยังไม่หนำใจ เขาปล่อยข่าวลือว่าอู๋เสี่ยวเถาไม่ใช่หญิงสาวใสซื่อมือสะอาด หลอกล่อผู้ชายมาแล้วนับไม่ถ้วน

ข่าวลือเหล่านี้ไปถึงหูนายจ้างของอู๋เสี่ยวเถาและภรรยาของเขาอย่างรวดเร็ว

ฝ่ายชายไม่คิดเล็กคิดน้อย แต่ฝ่ายหญิงกลับมองเห็นหล่อนเป็นศัตรู จึงไล่อู๋เสี่ยวเถาให้ออกจากงานไปทันที

อู๋เสี่ยวเถาต้องเดินร่อนเร่ไปตามถนนเหมือนสุนัขจรจัด เตร็ดเตร่อยู่ข้างทางเป็นเวลานาน

ท้ายที่สุดพอเสบียงสำหรับยังชีพไม่หลงเหลืออีกต่อไป หล่อนจึงต้องแบกหน้ากลับไปชนบทอย่างไม่มีทางเลือก

ก่อนวันขึ้นปีใหม่ หลินม่ายได้เรียกประชุมสรุปงานช่วงสิ้นปี

ในการประชุมครั้งนี้ เธอเชิญโจวฉายอวิ๋นและหลี่หมิงเฉิงให้เข้าร่วมเป็นพิเศษ

โจวฉายอวิ๋นและหลี่หมิงเฉิงเดินเข้าไปนั่งข้างกัน พร้อมกันนั้นก็กระซิบกระซาบไปด้วยว่าตัวเองไม่มีคุณสมบัติที่จะเข้าร่วมการประชุมแบบนี้ด้วยซ้ำ แล้วหลินม่ายเรียกพวกเขามาทำไม?

เมื่อถึงเวลานัดหมาย หลินม่ายก็เดินเข้ามาในห้อง

เธอหันไปพูดประโยคแรกกับเฉินเฟิง บอกเขาว่าวันนี้อย่ารีบร้อนกลับไปก่อน

หลังจากนั้น ทุกคนก็รายงานเกี่ยวกับงานที่ตัวเองรับผิดชอบตามปกติ

เฉินเฟิงรายงานความคืบหน้าของแต่ละโครงการอย่างรวบรัดภายในไม่กี่ประโยค

หลินม่ายถาม “ชาวบ้านที่ถูกรื้อถอนจากหมู่บ้านซั่งเฉวียนพอใจบ้านหลังใหม่หรือเปล่า?”

“พวกเขาต้องพอใจแน่อยู่แล้ว ทางเราจัดหาที่อยู่ใหม่ให้ แถมยังรับผิดชอบด้านการขนย้ายด้วย พวกเขาจะยังจู้จี้จุกจิกอะไรอีก”

หลินม่ายถามต่อ “มีเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบบ้างไหม?”

“มีสิ เมื่อวานนี้คณะกรรมการพรรคของเทศมณฑลลงพื้นที่มาตรวจสอบ พวกเขาต่างก็ชื่นชมการทำงานของเรา”

หลินม่ายพยักหน้าด้วยความโล่งใจ ตราบใดที่คณะกรรมการพรรคของเทศมณฑลพึงพอใจ นั่นหมายความว่าพวกเขาสามารถดีลโครงการก่อสร้างของรัฐได้อีกในอนาคต

เขตชุมชนบนถนนชิงเหนียนไม่ได้มีแค่อาคารหนึ่งถึงสองตึกที่ชาวบ้านเหล่านั้นเพิ่งย้ายเข้าไปอาศัยอยู่ ยังมีอาคารชุดอีกหลายตึกที่ต้องขายเป็นที่อยู่อาศัยเพื่อการพาณิชย์

หลินม่ายจึงถามเรื่องการขายอาคารชุด

เฉินเฟิงส่ายหน้า “มีคนแวะมาดูบ้าง แต่ยังไม่มีใครตัดสินใจซื้อ”

หลินม่ายเคาะโต๊ะสองสามครั้ง “หรือว่าเรายังประชาสัมพันธ์ไม่มากพอ?”

เธอหันหน้าไปหาซุนอวิ้นหงแล้วมอบหมายงาน “คุณคงต้องทำงานร่วมกับคุณเฉินในการทำโฆษณาแล้วล่ะ”

ซุนอวิ้นหงพยักหน้าแล้วพูดว่า “แต่ฉันคิดว่าต่อให้เราจะประชาสัมพันธ์กันอย่างหนักแค่ไหน ก็คงไม่ส่งผลเท่าไหร่นักหรอกค่ะ”

“ทำไมล่ะ?” หลินม่ายถาม

“คุณลองคิดดูสิคะ หน่วยงานของรัฐที่ไหนไม่มอบสวัสดิการที่อยู่อาศัยให้พนักงานของพวกเขา แถมที่อยู่ที่พวกเขาจัดสรรให้ก็ไม่ต้องเสียเงินเช่าซื้อ ผู้ที่ได้รับสวัสดิการบ้านพักจากหน่วยงานคนไหนจะยอมควักเงินซื้อบ้าง? นอกจากนี้ ห้องชุดขนาดหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่นที่เล็กที่สุดของเรายังมีราคาถึงสามพันหยวน จะมีสักกี่ครอบครัวที่สามารถซื้อห้องชุดด้วยเงินสามพันหยวนได้?”

ทันทีที่เธอเสนอความคิดเห็นแบบนั้นออกมา หัวหน้าฝ่ายปฏิบัติงานหลายคนต่างก็พยักหน้า เพราะสิ่งที่หล่อนพูดมาก็มีเหตุผล

หลินม่ายพยักหน้า “หลักการวิเคราะห์ของคุณถูกต้อง แต่คุณคงลืมพิจารณาไปว่าห้องชุดหลายแห่งแออัดยัดเยียดแค่ไหน คุณไปดูสถิติได้เลย แปดสิบเปอร์เซ็นต์จากพนักงานรัฐทั้งหมดได้รับสวัสดิการห้องพักกันคนละหนึ่งห้อง แต่ห้องเล็ก ๆ นั้นกลับอาศัยอยู่กันทั้งครอบครัว แค่ขยับตัวยังลำบาก คนเหล่านี้จะไม่อยากซื้อบ้านเพื่อพัฒนาคุณภาพที่อยู่อาศัยของตัวเองเชียวเหรอ? ต่อให้หน่วยงานจะจัดสรรบ้านเป็นหลังให้ แต่ใช่ว่าจะทุกคนจะได้มาง่าย ๆ ซะเมื่อไหร่? ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพนักงานอาวุโสหลายคนที่อายุเกินสามสิบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรแม้แต่ห้องพัก คนประเภทนี้หรือจะไม่อยากซื้อบ้าน?”

จากนั้น เธอก็หยิบยกกรณีตัวอย่างทางการตลาดอันแสนคลาสสิกจากชาติที่แล้วมาเล่า

บริษัทหนึ่งมอบหมายให้พนักงานขายสองคนเดินทางไปยังเกาะเขตร้อนเพื่อขายรองเท้าพร้อมกัน

พนักงานขายคนหนึ่งเห็นสถานการณ์ในท้องถิ่นแล้ว ก็ย้อนกลับมาที่บริษัทด้วยความสลดใจ

หัวหน้ารีบถามเขาทันทีว่าทำไมถึงได้กลับมาเร็วนัก

พนักงานขายคนนั้นตอบว่าชาวบ้านที่นั่นเดินเท้าเปล่ากันหมด ไม่สวมรองเท้า จึงตีตลาดขายรองเท้าไม่ได้

แต่พนักงานขายอีกคนกลับส่งโทรเลขมาหาหัวหน้าของตัวเองทันที รายงานด้วยความปลาบปลื้มว่า ชาวบ้านที่นี่ไม่สวมรองเท้ากันเลยสักคน ถือเป็นตลาดขนาดใหญ่

ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งปี ชาวบ้านเกือบทุกคนที่นั่นต่างก็สวมใส่รองเท้าที่พนักงานคนนั้นหอบไปเสนอขาย

หลังจากเล่าเรื่องแล้ว หลินม่ายก็กวาดสายตามองทุกคน “จากกรณีนี้แสดงให้เห็นอะไร?”

ทุกคนรีบตอบ “เราจะต้องมีสายตาที่เฉียบแหลมถึงจะสามารถเจาะกลุ่มตลาดได้”

หลินม่ายพยักหน้าเห็นด้วย “เป็นคำตอบที่ถูกต้อง”

ซุนอวิ้นหงเป็นคนเดียวที่คิดไปอีกทางหนึ่ง “แต่การซื้อบ้านไม่เหมือนการซื้อรองเท้านะคะ การซื้อบ้านต้องใช้เงินจำนวนมาก”

หลินม่ายอธิบายยิ้ม ๆ “อย่าลืมว่าผู้คนเองก็มีความต้องการที่ไม่เหมือนกัน ต่อให้บ้านจะราคาแพงแค่ไหน คนที่อยากได้ก็จะพยายามทำทุกทางแม้แต่ยืมเงินคนอื่นมาซื้อ ถึงคนแบบนี้จะมีไม่มากแต่ใช่ว่าไม่มี ตราบใดที่การประชาสัมพันธ์ทำได้ดี คนที่อยากปรับปรุงคุณภาพที่อยู่อาศัยจะต้องมาซื้อบ้านกับเราแน่ ตั้งแต่มีการปฏิรูปและเปิดประเทศ มีแรงงานอิสระจำนวนมากเกิดขึ้น ผู้ประกอบอาชีพอิสระเหล่านี้มีเงินเก็บ ทั้งยังเป็นลูกค้าที่มีศักยภาพของเราอีกด้วย ดังนั้นแทบไม่ต้องกังวลเลยว่าบ้านจะขายไม่ออก ควรกังวลว่าบ้านจะไม่พอขายดีกว่า”

ในใจซุนอวิ้นหงไม่ค่อยเห็นด้วยกับคำพูดของหลินม่าย แต่ก็พยักหน้าอย่างเชื่อฟัง รับปากว่าหล่อนจะทำงานด้านประชาสัมพันธ์ให้ดีที่สุด

หลินม่ายสั่งให้หล่อนทำโฆษณา โดยจะต้องเน้นย้ำให้ตรงจุดว่าการซื้อบ้านนั้นคุ้มค่าแค่ไหน และราคาสมเหตุสมผลอย่างไรบ้าง

ขืนรอต่อไปอีกสักสองสามปีค่อยซื้อบ้าน คราวนี้ราคาบ้านจะไม่ได้อยู่ที่ตารางเมตรละหนึ่งร้อยหยวนอีกต่อไป

ซุนอวิ้นหงแอบค่อนแขวะในใจไม่ได้ ถ้าราคาบ้านยังสูงขึ้นกว่านี้ คงไม่มีใครอยากซื้อกันพอดี

พอถึงคราวของจ้าวเลี่ยงที่ต้องรายงาน เขาก็รายงานสถานการณ์สำคัญ ๆ ให้หลินม่ายทราบ

หลายหมู่บ้านในเมืองซื่อเหม่ยที่ไม่ได้รับการว่าจ้างจากหลินม่าย เริ่มหันมาปลูกผักเรือนกระจกกันด้วยตัวเองแล้ว

จ้าวเลี่ยงเป็นกังวลว่าถ้าหมู่บ้านอื่น ๆ แห่แหนกันปลูกผักเรือนกระจกเสียหมด อาจจะส่งผลกระทบต่อยอดขายผักเรือนกระจกของหลินม่าย

แต่หลินม่ายไม่ได้ใจแคบขนาดนั้น “ถ้าใครอยากปลูกผักเรือนกระจกก็ปล่อยให้พวกเขาปลูกเถอะ”

การปลูกผักเรือนกระจกในพื้นที่เมืองหูไม่จำเป็นต้องใช้เทคนิคพิเศษมากนัก

อีกทั้งเรือนกระจกยังสามารถสร้างขึ้นได้อย่างรวดเร็ว ง่ายกว่าการสร้างกระท่อมมุงจากเสียอีก

ที่นี่ไม่เหมือนทางเหนือที่มีอากาศหนาว การปลูกผักเรือนกระจกจึงจำเป็นต้องขุดฝังเครื่องทำความร้อนไว้ใต้พื้นเพื่อทำให้อุณหภูมิร้อนขึ้น ไม่ต้องพูดถึงต้นทุนที่สูง ยังต้องมีการสนับสนุนทางเทคนิคด้วย

ด้วยเหตุนี้เธอเลยไม่คิดจะห้ามให้หมู่บ้านอื่นปลูกผักเรือนกระจก

ในเมื่อห้ามไม่ได้ งั้นก็ถือโอกาสเปลี่ยนเรื่องร้ายให้กลายเป็นเรื่องดีเสียเลย

ตอนนี้โรงเรือนปลูกผักของเธอเริ่มผลิตผักไม่เพียงพอต่อปริมาณการขายของตลาดสดทั้งสองแห่ง

ดังนั้นก็ให้คนของจ้าวเลี่ยงไปตระเวนรับซื้อผักเรือนกระจกที่ชาวบ้านเหล่านั้นปลูกเอง เพื่ออุดช่องว่างในส่วนนี้

หลินม่ายถามจ้าวเลี่ยงถึงเหตุความวุ่นวายที่อดีตพนักงานของตลาดสดถนนต้าซิงมาสร้างปัญหา

จ้าวเลี่ยงขมวดคิ้วและพูดว่า “โอ้! อย่าพูดถึงมันเลย คนพวกนั้นดูไม่เหมือนพนักงานที่เพิ่งจะถูกเลิกจ้างตรงไหน พวกเขาเป็นตั้งใจมาสร้างปัญหาชัด ๆ วันนั้นพอพวกเขาเห็นว่าคุณไม่ยอมออกมาพบง่าย ๆ พวกเขาก็วิ่งกรูเข้าไปพังข้าวของในตลาด ทำให้ลูกค้ากลัวจนเตลิดหนีไป พนักงานจากหน่วยงานรัฐอื่นที่เราเพิ่งจ้างมาเห็นแบบนั้นก็ไม่อยู่เฉย เพราะกลัวตลาดจะถูกพังราบจนพวกเขาต้องตกงานอีกรอบ ก็เลยต่อสู้กับคนพวกนั้น ผมกับสหายน้องชายทั้งหลายเกือบระงับสถานการณ์ไว้ไม่ได้ โชคดีที่ตำรวจมาทันเวลา จับกุมผู้ก่อเหตุได้ทั้งหมด

“ผมคิดว่าเรื่องจะจบลงแค่นั้น ไม่คาดคิดว่าสมาชิกในครอบครัวของอดีตพนักงานของตลาดสดต้าซิงจะตามมาสร้างปัญหาอีกครั้งในช่วงบ่าย กล่าวหาว่าเราทำให้คนของพวกเขาถูกจับ และทำให้ครอบครัวของพวกเขาสูญเสียแหล่งรายได้ ก็เลยเรียกร้องให้เรารับผิดชอบดูแลพวกเขา”

เถาจืออวิ๋นแค่นเสียงด้วยความดูถูกเหยียดหยาม “อดีตพนักงานที่ถูกเลิกจ้างพวกนั้นไม่มีงานทำด้วยซ้ำ แล้วพวกเขาจะกลายเป็นแหล่งรายได้ยังไง? นี่ไม่ใช่การขู่กรรโชกเอาจากเราหรอกเหรอ?”

จ้าวเลี่ยงตอบกลับ “ไม่ว่าคนพวกนั้นจะมาขู่กรรโชกเราจริงไหม แต่ผมแจ้งตำรวจให้มาจับกุมพวกเขาทั้งหมดไปแล้ว เรื่องก็เลยจบลงง่าย ๆ”

หลินม่ายถาม “หลังจากนั้นพวกเขายังมาสร้างปัญหาอีกหรือเปล่า?”

“พวกเขาทั้งหมดถูกควบคุมตัวอยู่ในศูนย์กักกันสองถึงสามวัน ถูกอบรมข้อกฎหมายอีกสองวัน ถ้ายังกล้ามาสร้างปัญหาอีกก็เกินไปแล้ว!”

หลังจากคุยเรื่องงานเสร็จแล้ว หลินม่ายก็กำชับให้เฉินเฟิง เถาจืออวิ๋น โฮ่วซินอี้ เหรินเป่าจู เจิ้งซวี่ตง โจวฉายอวิ๋น และหลี่หมิงเฉิงรออยู่ในห้อง

จากนั้นก็ยกกล่องขนาดเล็กที่สามารถเข้าถือได้ด้วยมือข้างเดียวออกมาวางบนโต๊ะประชุม

แล้วพูดกับทุกคนว่า “ในกล่องนี้มีกุญแจบ้านอยู่ทั้งหมดเจ็ดดอก กุญแจบ้านแต่ละดอกคือกุญแจของห้องชุดขนาดเล็กแบบสองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่นในอาคารทั้งสามตึกของเขตชุมชนถนนชิงเหนียน มีตั้งแต่ชั้นที่หนึ่งถึงชั้นที่ห้า พวกคุณลองสุ่มดวงเอาแล้วกัน ไม่ว่าพวกคุณจะได้กุญแจดอกไหม ห้องชุดหลังนั้นจะเป็นของพวกคุณทันที”

ทุกคนโห่ร้องและขอบคุณหลินม่าย ที่เธอใจกว้างแจกโบนัสเป็นห้องชุดคนละหลัง

หลินม่ายโบกมือ “นี่ไม่ใช่ของขวัญ แต่เป็นรางวัล เป็นการขอบคุณทุกคนสำหรับการอุทิศตนเพื่อบริษัท พวกคุณสมควรได้รับมันแล้ว ตอนแรกฉันอยากมอบรางวัลนี้ให้พวกคุณก่อนช่วงปีใหม่ แต่เพราะยังติดปัญหาด้านการตกแต่งภายใน ฉันจึงมอบรางวัลให้พวกคุณล่วงหน้า ทุกคนจะได้ใช้ประโยชน์จากช่วงเวลานี้ในการตกแต่ง แล้วย้ายเข้าภายในปีนี้ ถือเป็นของขวัญชิ้นใหญ่ในวันปีใหม่”

แต่ละคนเริ่มล้วงมือเข้าไปควานหากุญแจ หลายคนต่างหลีกทางให้กัน

ให้สุภาพสตรีเป็นคนสุ่มก่อน

หลังจากเถาจืออวิ๋นและสาว ๆ อีกสามคนสุ่มกุญแจเสร็จ ก็ถึงคิวของสุภาพบุรุษ

ทุกคนต่างมีความสุขมาก ไม่ว่าพวกเขาจะสุ่มได้กุญแจห้องชุดที่ถูกใจหรือไม่ถูกใจก็ตาม

พนักงานส่วนใหญ่ในโรงงานของรัฐไม่ได้รับสวัสดิการเป็นห้องชุดแบบสองห้องนอน หนึ่งห้องนั่งเล่นด้วยซ้ำ มีเหตุผลอะไรที่พวกเขาต้องจู้จี้จุกจิกด้วย?

…………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

แจกโบนัสพนักงานโหดมากบริษัทนี้ อยากได้บ้างจังเลยค่ะ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 571 ประชุมก่อนสิ้นปี"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved