cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 561 ยื่นขอบังคับใช้คดีตามกฎหมาย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 561 ยื่นขอบังคับใช้คดีตามกฎหมาย
Prev
Next

ตอนที่ 561 ยื่นขอบังคับใช้คดีตามกฎหมาย

วันต่อมาหลังกินอาหารเช้าเสร็จ หลินม่ายก็ไปยื่นขอบังคับคดีที่ศาลด้วยตัวเอง ให้แม่หรงชดใช้เงินค่าเสียหายที่ศาลได้ตัดสินมาให้เธอ

เจ้าหน้าที่ที่มาต้อนรับเธอแบมือออกอย่างจนใจ “ผู้ดำเนินการไม่มีทรัพย์สินที่สามารถใช้ดำเนินการได้ จึงไม่สามารถบังคับใช้คดีตามกฎหมายได้ ไม่อย่างนั้นเราคงทำอย่างนั้นไปนานแล้วครับ”

หลินม่ายบอกเหตุการณ์ที่ตนได้ตรวจสอบมาแก่เจ้าหน้าที่คนนั้น

เจ้าหน้าที่พูด “พวกเราเคยไปตรวจสอบอสังหาริมทรัพย์ในชื่อของผู้ดำเนินการแล้ว ภายใต้ชื่อของหล่อนนั้นไม่มีอสังหาริมทรัพย์เลย เหตุการณ์ที่คุณตรวจสอบไม่ถูกต้องอย่างเห็นได้ชัด”

หลินม่ายขมวดคิ้วเล็กน้อย พลางนึกว่าในยุคนี้คงยากที่จะตรวจสอบสินทรัพย์ของคนคนหนึ่งอย่างถี่ถ้วน เพราะไม่มีอินเตอร์เน็ต หากศาลจะตรวจไม่พบอสังหาริมทรัพย์ที่กวนหย่งหัวซื้อให้พ่อแม่หวังหรงก็เป็นเรื่องธรรมดา

แต่ไม่นึกว่าสหายที่ศาลจะไปตรวจสอบสถานะอสังหาริมทรัพย์ของแม่หรงที่สำนักงานอสังหาริมทรัพย์ด้วยตัวเอง

ในเมื่อสหายที่ศาลบอกว่าไม่มี อย่างนั้นก็คงจะไม่มีแน่นอน

แต่เพื่อนบ้านของคุณยายหวังก็บอกว่าเป็นไปได้สูงที่แม่หรงจะมีอยู่นี่นา

หากว่ามีอยู่จริงๆ แต่กลับตรวจไม่พบ งั้นก็ความเป็นไปได้เพียงอย่างเดียว คือบ้านของพ่อแม่หวังหรงนั้นกลายเป็นชื่อของคนอื่นไปแล้ว

“คนอื่น” ที่ว่านี้ คงจะไม่ใช่หวังเหวินฟางแน่

เพราะแม่หรงวางใจหล่อนไม่ได้ กลัวว่าหล่อนจะฮุบทรัพย์สมบัติของตัวเองไป

อย่างนั้น“คนอื่น” ที่ว่านี้ จึงเป็นไปได้แค่คุณยายหวังเท่านั้น

อย่าว่าแต่คุณยายหวังจะไม่ยักยอกทรัพย์สินของแม่หรงเลย อีกร้อยปีต่อมา เรือนสี่ประสานหลังนั้นของตัวนางเองก็จะตกถึงหวังเฉียงหลานชายเพียงคนเดียวด้วยเช่นกัน

ดังนั้นแม่หรงจึงวางใจในตัวนาง

หลินม่ายพูดความเคลือบแคลงในใจออกมา และเสนอให้ยื่นขอตรวจสอบทรัพย์สินของคุณยายหวัง

ผลสุดท้ายสหายที่ศาลก็ไปตรวจสอบที่สำนักงานอสังหาริมทรัพย์ และยังตรวจพบเข้าจริงๆ ว่าวันถัดมาหลังจากที่คุณยายหวังออกมาจากสถานกักขัง นางได้โอนย้ายบ้านหลังหนึ่งในชื่อของลูกชายและลูกสะใภ้ของนางมาเป็นชื่อของตัวเอง

แถมบ้านหลังนี้ก็เป็นอหังสาริมทรัพย์ที่ลูกชายลูกสะใภ้ของนางเพิ่งซื้อมาได้ไม่ถึงสามเดือน

บ้านหลังนี้ยังตั้งอยู่ใกล้กับหมู่บ้านชิงจีในย่านหวังเจียตุนพอดีด้วย ซึ่งสอดคล้องกันกับเหตุการณ์ที่เพื่อนบ้านเหล่านั้นของคุณยายหวังบอกมาพอดี

พ่อแม่หวังหรงสมรู้ร่วมคิดกับคุณยายหวังถ่ายโอนทรัพย์สินด้วยเจตนาร้าย หลักฐานนั้นปรากฎชัดเจน

พ่อหรงแม่หรงไม่เพียงรักษาบ้านหลังนั้นเอาไว้ไม่ได้ พวกเขายังติดร่างแหไปกับคุณยายหวังและไปนั่งแกร่วอยู่ที่สถานีตำรวจอีกหนึ่งสัปดาห์

ศาลได้ขายบ้านหลังนั้นทิ้งไปผ่านการประมูล แลกเป็นเงินสองพันกว่าหยวน เพื่อชดใช้ให้กับหลินม่าย

แม้จะคลาดเคลื่อนไปจากจำนวนเงินที่ศาลตัดสิน แต่หลินม่ายก็พึงพอใจ

อย่างน้อยก็ยึดสมบัติอันน้อยนิดอย่างสุดท้ายของพ่อหรงแม่หรงมาทั้งหมด ทำให้ตอนนี้พวกเขากลายเป็นยาจกโดยสมบูรณ์แล้ว

ผลการสอบประจำเดือนพฤศจิกายนของหลินม่ายออกมาถัดจากวันที่ศาลไปตรวจสอบคุณยายหวังที่สำนักงานอสังหาริมทรัพย์

สิ่งที่ทำให้หลินม่ายยินดีปรีดานั้นคือ ครั้งนี้วิชาภาษาและวรรณกรรมอันเป็นวิชาที่เธอเรียนอ่อนได้มีความก้าวหน้าขึ้นแล้ว อาจารย์หวังเองก็เลิกไม่พอใจเธอที่ไม่ได้เข้าร่วมการสอบประจำเดือนตุลาคมแล้ว และยังชมเชยเธออีกด้วย

ทว่าหลินม่ายมองออก ว่าตอนที่อาจารย์หวังชมเชยเธอ มันขัดกับใจจริงของเขา

คาดว่าเขาคงพะวงอยู่ในใจตลอดเพราะเธอไม่มารับการศึกษาภาคปกติที่โรงเรียน

หลังได้รับผลคะแนนสอบแล้ว หลินม่ายก็เดินออกจากโรงเรียน แล้วตรงไปยังโรงเรียนกีฬาเพื่อหาครูฝึก หากไม่เรียนยูโดก็เรียนวิชาเพลงมวย

ตอนนี้ยังไม่มีโรงเรียนสอนเพลงมวย หลินม่ายอยากจะหาครูฝึก ก็ได้แต่ต้องไปหาที่โรงเรียนกีฬาเท่านั้น

ครูผู้ชายไม่น้อยครั้นเห็นว่าเด็กสาวหน้าตาสะสวยอยากจะเรียนยูโดหรือเพลงมวย ก็เสนอตัวเองกันอย่างแข็งขัน ทั้งยังไม่เก็บค่าเรียนอีกด้วย

หลินม่ายเลือกเฟ้นอยู่นาน ก่อนจะเลือกครูสอนเพลงมวยคนหนึ่งที่หน้าตาดูเข้มงวดกวดขัน อายุราว27-28ปี และมีการเก็บค่าเล่าเรียน

ทั้งสองฝ่ายตกลงเวลาเรียนและค่าเล่าเรียนเรียบร้อย

แม้โรงเรียนกีฬาจะอยู่ค่อนข้างไกลจากที่ที่หลินม่ายอยู่ ถึงอย่างไรแห่งหนึ่งก็อยู่เจียงเป่ย อีกแห่งหนึ่งอยู่เจียงหนาน ต้องข้ามฝั่งกันเลยทีเดียว

ทว่าสินค้าชินใหญ่ที่หลินม่ายและฟางจั๋วหรานซื้อไว้ก่อนจะออกจากอเมริกาก็จะมาถึงในอีกสองวันแล้ว ซึ่งในที่นี้รวมไปถึงรถเมอร์ซิเดสเบนซ์คันนั้นด้วย

ต่อไปให้ฟางจั๋วหรานขับรถเบนซ์ เธอก็ขับรถจี๊ปของฟางจั๋วหรานไปเรียนวิชาเพลงมวยที่โรงเรียนกีฬาได้ ต่อให้ไกลแค่ไหนก็ไม่เป็นไรแล้ว

ในเย็นวันนั้นเอง หลินม่ายไปที่ห้องของฟางจั๋วหราน ใช้โทรศัพท์เครื่องพ่วงโทรหาหนิวลี่ลี่ และถามหนิวลี่ลี่อย่างตรงไปตรงมาว่าเต็มใจจะเป็นคู่รักกับน้องสามีของเธอหรือเปล่า

หนิวลี่ลี่เองก็ไม่เด็กแล้ว อายุ 21 ปี เด็กว่าฟางจั๋วเยวี่ยแค่สองปี อายุช่วงวัยเหมาะสมกันอย่างมาก

พื้นฐานครอบครัว วุฒิการศึกษา……ทุกอย่างล้วนไล่เลี่ยกัน

หลังจากชั่งน้ำหนักดูแล้ว หนิวลี่ลี่ก็พยักหน้าตกลง

ในเมื่อต้องแต่งงาน แถมจนถึงตอนนี้ตนก็ยังไม่เจอคนที่ชอบเลย

อย่างนั้นไม่สู้ยอมรับความจริงสักหน่อย แล้วหาผู้ชายที่ฐานะด้านต่างๆ ไล่เลี่ยกัน และยังหน้าตาหล่อเหลาด้วยมาใช้ชีวิตนี้ร่วมกัน

หลินม่ายตกลงกับหนิวลี่ลี่เสร็จสรรพ ว่าพรุ่งนี้หลังเลิกงานให้หล่อนไปเดินเล่นช้อปปิ้งด้วยกันกับฟางจั๋วเยวี่ย

เธอรีบบอกข่าวดีนี้กับฟางจั๋วเยวี่ยอย่างตื่นเต้นดีใจ

ฟางจั๋วเยวี่ยไม่เพียงไม่ดีใจเท่านั้น กลับมีท่าทางลำบากใจอีกด้วย “หลังเลิกงานก็ต้องไปเดตเหรอ ขอกินข้าวเย็นก่อนค่อยไปไม่ได้เหรอ?”

หลินม่ายกลอกตาใส่เขาทีหนึ่ง “เห็นปกตินายก็ดูฉลาดนะ ทำไมตอนนี้ถึงเหมือนคนโง่ไปได้ล่ะ? ก็ต้องไปเดตหลังเลิกงานสิถึงจะดี จะได้ชวนหนิวลี่ลี่กินข้าวแล้วกระชับความสัมพันธ์ระหว่างกันไงเล่า!”

ฟางจั๋วเยวี่ยทำปากขมุบขมิบ มีอะไรอยากจะพูด แต่คิดไปคิดมาก็ไม่พูด

เมื่อนึกถึงว่าหลังเลิกงานต้องไปเดตกับหนิวลี่ลี่ เขาก็รู้สึกซับซ้อนปนเป ทั้งยังกังวลใจเล็กน้อยอีกด้วย

เขานอนหงายอย่างเหม่อลอยอยู่บนเตียง ก่อนที่ประตูห้องจะถูกเคาะดังขึ้น

เขาหันหน้ามองไปทางประตูแล้วถาม “ใครน่ะ?”

“ไอ้น้องชาย ฉันเอาเงินมาให้นายแล้ว” ข้างนอกมีเสียงของฟางจั๋วหรานดังขึ้น

ฟางจั๋วเยวี่ยผุดลุกขึ้นจากเตียง แล้วเดินลากรองเท้าแตะไปเปิดประตูห้อง

ฟางจั๋วหรานไม่ได้เข้ามา และมอบธนบัตรใบใหญ่ให้เขามาสิบใบ “ไปเดตกับผู้หญิงครั้งแรก อย่าขี้เหนียวเกินไป จ่ายเงินให้ใจป้ำหน่อย” พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินจากไป

ฟางจั๋วเยวี่ยกำธนบัตรสิบใบนั้นเอาไว้ ในใจรู้สึกหงุดหงิดเสียแทบดิ้นตาย

เมื่อกี้นี้ตอนที่พี่สะใภ้มานัดเวลาการนัดพบกับหนิวลี่ลี่ในวันพรุ่งนี้กับเขา เขาน่าจะอ้างว่าตัวเองไม่มีเงิน เพื่อที่จะเลื่อนเวลานัดพบออกไปให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้อย่างเต็มที่

ทำไมตอนนั้นตัวเองถึงคิดไม่ได้กัน? สมองถูกประตูหนีบไว้แล้วหรือไงนะ

……

เมื่อคิดว่าหลังเลิกงานจะต้องไปเดตกับหนิวลี่ลี่แล้ว วันทั้งวันฟางจั๋วเยวี่ยก็ใจลอยอยู่ตลอดเวลา

ก่อนหน้านี้ที่อยากจะคบหาแฟนสาวสักคนนั้น ก็เพราะอยากจะสลัดเถาจืออวิ๋นออกไป

แต่เมื่อกำลังจะมีแฟนสาวอยู่เดี๋ยวนี้แล้ว ตนกลับนึกอยากหนีไปเสียอีก

โชคดีที่ผลประกอบการโรงงานไม่ดีนัก จึงไม่มีงานอะไรให้ทำ ไม่อย่างเขาในสภาพนี้ทำอย่างไหนก็เจ๊งอย่างนั้น

และเวลาเลิกงานก็มาถึงอย่างรวดเร็วราวกับดีดนิ้ว

ฟางจั๋วเยวี่ยไปออกเดตด้วยสีหน้าตายด้านไม่ยี่หระใดๆ

ตอนที่เขามาถึงประตูห้างสรรพสินค้าเจียงเฉิงซึ่งเป็นจุดนัดพบ หนิวลี่ลี่ก็มาถึงแล้ว นอกจากนี้ยังตั้งใจแต่งตัวมาเป็นพิเศษ แต่ฟางจั๋วเยวี่ยกลับมีท่าทางปกติธรรมดา

ในใจเขารู้สึกผิดต่อหนิวลี่ลี่อยู่บ้าง เพราะนี่เป็นการนัดพบกันครั้งแรกของทั้งสองคน

เวลาประมาณสามทุ่ม หลินม่ายที่อยู่ชั้นบนได้ยินเสียงเห่าโฮ่งๆ เสียงดังลั่น ก็รู้ว่าฟางจั๋วเยวี่ยคงกลับมาจากการเดตแล้ว

เธอรีบลงไปชั้นล่าง แล้วถามฟางจั๋วเยวี่ยด้วยรอยยิ้ม ว่ารู้สึกเป็นยังไงบ้าง?

ฟางจั๋วเยวี่ยดูเหมือนจะอึดอัดใจเล็กน้อย เขาพยักหน้า “ก็ไม่เลวนะ ตอนกินข้าว ลี่ลี่เอาขาหมูตุ๋นน้ำแดงที่หล่อนชอบกินให้ผมกินด้วย”

ทุกคนตรงนั้นที่ได้ยินคำพูดนี้ต่างก็มุมปากกระตุกยิกๆ

คุณย่าฟางมองไปที่ศีรษะด้านหลังของฟางจั๋วเยวี่ย “พ่อไก่ไล่ตามแม่ไก่ จับหนอนได้ตัวหนึ่งก็ยังรู้จักเอาให้แม่ไก่กิน ดูแลแม่ไก่อย่างดี ยอดไปเลยนะ หลานให้เด็กผู้หญิงเอาของอร่อยๆ ให้กิน แล้วหน้าแกเล่า?”

โต้วโต้วพูดเสียงเจื้อยแจ้ว “หน้าโยนทิ้งไปแล้ว!”

เดิมทีมีบรรยากาศของการสอบปากคำอยู่พอสมควร แต่ก็พลันทลายลงเพราะคำพูดประโยคหนึ่งของเจ้าตัวน้อย ทุกคนต่างหัวเราะขึ้นมา

ฟางจั๋วเยวี่ยเองก็หลบเลี่ยงคำดุด่าที่เหลือของคุณย่าฟางไปได้ เขาหายกลับเข้าห้องของตัวเองไปอย่างรวดเร็ว

หลินม่ายตบก้นน้อยๆ ของโต้วโต้วเบาๆ “ดึกป่านนี้แล้ว นอนได้แล้วจ้ะ”

จนกระทั่งเธอพาโต้วโต้วเข้านอนเสร็จแล้ว ตอนที่ขึ้นมาชั้นสาม ก็เห็นฟางจั๋วหรานกำลังยืนพิงกรอบประตูห้องของเธอ

เธอยกมือขึ้นดูนาฬิกาปาเต็กฟิลิปป์ประดับเพชรทั้งเรือนที่ฟางจั๋วหรานซื้อให้เธอตอนอยู่อเมริกา “ฉันนอนสี่ทุ่มครึ่ง ตอนนี้ยังไม่ถึงสามทุ่มครึ่ง คุณก็มาแล้วเหรอคะ”

ขณะที่พูดเช่นนั้น ใบหน้าของเธอก็เป็นสีแดงเรื่อ

ก่อนนอนทุกคืน ฟางจั๋วหรานจะมาที่ห้องเธอ แล้วกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเธอก่อน ถึงจะยอมกลับไปนอนที่ห้องของตัวเอง

หลินม่ายนึกว่า ฟางจั๋วหรานมารอที่จะกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับเธอ แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลานอนเลย

ฟางจั๋วหรานมองเธอพลางยิ้ม “เราสองคนใกล้ชิดกันยังต้องเคร่งครัดเวลาอีกเหรอ?”

หลินม่ายหน้าแดงยิ่งขึ้นไปอีก “ฉัน…ยังต้องเรียนหนังสือ ดึกอีกหน่อยคุณค่อยมาเถอะ”

ฟางจั๋วหรานเดินตามเธอเข้ามาในห้อง “คุณรู้สึกว่าจั๋วเยวี่ยกับหนิวลี่ลี่มีหวังบ้างไหม?”

หลินม่ายถามกลับ “คุณรู้สึกว่าไม่มีหวังเหรอ?”

ฟางจั๋วหรานพยักหน้า “กลับมาเร็วเกินไปแล้ว! ถ้าเขาชอบหนิวลี่ลี่ล่ะก็ จะตัดใจวิ่งกลับมาเร็วขนาดนี้ได้ลงที่ไหนกัน?”

ทันใดนั้นหลินม่ายก็เข้าใจเจตนาที่ฟางจั๋วหรานพยายามทุกวิถีทางให้เธอย้ายเข้ามาอยู่ที่วิลล่าขึ้นมาแล้ว

เธอกระแอมในลำคอเบาๆ “ดูไปก่อนเถอะ ไม่แน่ว่าจั๋วเยวี่ยกับลี่ลี่อาจจะเครื่องติดช้าก็ได้นี่นา?”

ฟางจั๋วหรานมีท่าทางปฏิเสธไม่ได้

ราตรีดึกสงัด ทั้งเมืองล้วนอยู่ในการหลับใหล ไม่ได้ยินแม้แต่เสียงแตรรถยนต์สักคัน

ฟางจั๋วเยวี่ยเองก็เข้าสู่ห้วงความฝันแล้วเช่นกัน

ชั่วขณะหนึ่งเขาฝันว่าตนกำลังเล่นว่าวกับสองแม่ลูกเถาจืออวิ๋นอยู่ตรงริมแม่น้ำ อีกสักพักเขาก็ฝันว่าฉีฉีถูกหม่าเทาชิงตัวไปอีก

เขาตกใจจนเหงื่อท่วมร่างเด้งตัวนั่งขึ้นมาบนเตียง หอบหายใจเป็นเวลานานด้วยความตื่นตระหนกที่ยังไม่สงบ ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง

แต่ไม่ว่าจะนอนอย่างไรก็นอนไม่หลับ ทั้งหัวสมองคิดถึงแต่ความปลอดภัยและอันตรายของฉีฉี

หากเกิดเรื่องขึ้นกับฉีฉี เถาจืออวิ๋นคงจะต้องเจ็บปวดใจมากแน่ๆ

เช้าวันต่อมา หลังกินอาหารเช้าเสร็จ ฟางจั๋วเยวี่ยก็หาข้ออ้างออกจากบ้านไปก่อน

เขาซ่อนตัวอยู่ในมุมหนึ่งใกล้กับโรงเรียนอนุบาล มองดูฉีฉีที่กำลังกระโดดโลดเต้นโดยมีเถาจืออวิ๋นและพี่ชายคนโตของหล่อนพามาส่งโรงเรียนอนุบาล และส่งต่อให้กับคุณครู เมื่อนั้นเขาถึงเดินจากไปอย่างวางใจ

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

แน้ ใจเรามันไม่เป็นของเราแล้วล่ะสิจั๋วเยวี่ย หลงรักม่ายลูกติดเข้าแล้ว

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 561 ยื่นขอบังคับใช้คดีตามกฎหมาย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved