cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 465 แปะหนังสือพิมพ์

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 465 แปะหนังสือพิมพ์
Prev
Next

ตอนที่ 465 แปะหนังสือพิมพ์

เหรินเป่าจูช่วยหลินม่ายแปะหน้าหนังสือพิมพ์ การกระทำของพวกเธอดึงดูดให้ลูกค้าและผู้ค้าหลายคนที่กำลังซื้อขายสินค้ากันอยู่หันมาสนใจ และชะลอความเร็วลงในขณะที่พวกเขากำลังเดินผ่าน

ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นช่วงพีคของการซื้อขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นถนนสายไหนต่างก็มีผู้คนสัญจรพลุกพล่าน

เจ้าของร้านค้าแค่มองพวกเธออย่างอยากรู้อยากเห็นก่อนจะผละจากไป แต่ฝูงชนกลับให้ความสนใจกับมันเป็นพิเศษ ในไม่ช้าผู้คนจำนวนมากก็มารวมตัวกันอยู่หน้าประตูร้านค้าส่งเสื้อผ้าUnique

เจ้าของร้านคนอื่น ๆ เริ่มสงสัยแล้วว่าทำไมผู้คนจำนวนมากถึงได้มารวมตัวกันที่นั่น ดังนั้นพวกเขาจึงเบียดเสียดกันเข้ามาบ้างเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้ฝูงชนหน้าร้านยิ่งแน่นขนัด

ทุกคนอ่านเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในหน้าหนังสือพิมพ์ จากนั้นก็หันไปมองป้ายร้านของหลินม่าย ถึงรู้ว่าเสื้อผ้าของร้านค้าส่งเสื้อผ้าแห่งนี้ถูกคู่แข่งลอกเลียนแบบ

เจ้าของร้านคนหนึ่งพูดขึ้นว่า “ถึงเสื้อผ้าร้านคุณจะถูกลอกเลียนแบบก็จริง แต่ต่อให้คุณแปะหนังสือพิมพ์หน้าร้านตัวเองต่อไปก็ไม่มีประโยชน์ คนที่ลอกเลียนแบบไม่ได้เสียหายอะไร แถมยังทำเงินต่อไปได้”

หลินม่ายยิ้มพลางตอบกลับ “ฉันคิดว่ามันน่าจะมีประโยชน์อยู่บ้าง”

ว่าแล้วเธอก็ชี้ไปที่ร้านฝั่งตรงข้าม “ผู้ประกอบการที่ลอกเลียนแบบสินค้าของเราเปิดร้านค้าส่งเสื้อผ้าในนามของตัวแทนจำหน่ายที่ร้านฝั่งตรงข้าม ที่เราทำแบบนี้ อย่างน้อยคนที่ผ่านไปผ่านมาจะได้รู้ว่าพวกเขาเล่นไม่ซื่อ!”

พอทุกคนหันหน้ามองตาม ก็เห็นว่าร้านฝั่งตรงข้ามแขวนป้าย ‘ตัวแทนจำหน่ายเสื้อผ้าซีม่านสาขาเจียงเฉิง’

ถึงอย่างนั้นพ่อค้าแม่ค้าที่รับสินค้าไปขายต่อไม่มานั่งสนใจหรอกว่าใครลอกใครกันแน่ ตราบใดที่สินค้าที่พวกเขาขายมีราคาถูกและซื้อง่ายขายคล่อง พวกเขาก็ได้รับผลกำไรกันทั้งนั้น

ข้อบาดหมางระหว่างร้านUniqueกับร้านซีม่านแทบไม่เกี่ยวอะไรเลย!

แน่นอนว่าหลินม่ายเองก็รู้เรื่องนี้ดีแก่ใจ เธอไม่คาดหวังว่าใครจะให้ความยุติธรรมกับตัวเองอยู่แล้ว

เธอทำแบบนี้ลงไปก็เพื่อเล่นงานซีม่าน ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งสำคัญกว่าก็เพื่อดึงดูดลูกค้าบางส่วนให้สนใจอุดหนุนกิจการค้าส่งของตัวเอง

เธอจงใจเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น “พ่อค้าแม่ค้าทุกคนคะ พวกคุณคงเห็นชัดแล้วว่าร้านฝั่งตรงข้ามเป็นแค่ตัวแทนจำหน่ายของร้านซีม่านอีกทีหนึ่ง แต่เสื้อผ้าของร้านเราส่งตรงจากโรงงาน ดังนั้นราคาจึงจะถูกกว่านิดหน่อย”

สำหรับกิจการค้าส่ง ถึงของชิ้นหนึ่งจะมีราคาถูกกว่าแค่ไม่เท่าไi แต่เมื่อบวกรวมกันแล้วถือว่าลดไปมากโข

ทุกวันนี้ธุรกิจเสื้อผ้าเป็นกิจการที่สร้างผลกำไรงาม คงไม่มีผู้ค้ารายย่อยคนไหนรับซื้อเสื้อผ้าไปขายต่อแค่ชิ้นสองชิ้น

ต่อให้ต้องการซื้อแค่ไม่กี่ชิ้น ร้านค้าส่งก็ใช่ว่าจะยอมขายให้ง่าย ๆ

มีผู้ค้าคนไหนบ้างรับซื้อสินค้าไปน้อยกว่าสิบชิ้น

เสื้อตัวหนึ่งอาจมีราคาถูกลงแค่ไม่กี่เหมา แต่พอซื้อทีละหลายสิบชิ้น พวกเขาจะประหยัดเงินไปหลายสิบหยวน ซึ่งเป็นจำนวนเงินเทียบเท่ากับเงินเดือนของพนักงานบางคนเลยทีเดียว

หลังจากได้ยินคำพูดของหลินม่าย คราวนี้ผู้ค้ารายย่อยหลายคนก็เริ่มให้ความสนใจ ถามหลินม่ายว่าเธอกำหนดราคาขายส่งไว้ที่เท่าใด

หลินม่ายยิ้มแล้วตอบกลับ “ไม่ว่ายังไงก็ถูกกว่าร้านฝั่งตรงข้ามแน่นอนค่ะ ถ้าพวกคุณมาซื้อแล้วไม่พึงพอใจในราคา สามารถคืนสินค้าได้เลย”

ผู้ค้ารายย่อยคนหนึ่งเย้ยหยัน “มีบริการดีแบบนี้อยู่ในโลกด้วยเหรอ แค่ไม่พอใจในราคาก็รับคืนเนี่ยนะ! ฉันไม่เชื่อหรอก”

ผู้ค้ารายย่อยหลายคนพากันหัวเราะ “อย่าว่าแต่เจอเสื้อผ้าราคาแพงแล้วรับคืนเลย ต่อให้เสื้อผ้าที่เราซื้อมามีปัญหาด้านคุณภาพ พวกคุณก็คงไม่รับคืนหรอก!”

หลินม่ายตอบกลับอย่างใจเย็น “สิ่งที่พวกคุณคิดว่าเป็นไปไม่ได้ล้วนเป็นไปได้สำหรับฉัน ไม่เชื่อพวกคุณก็ลองไปที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำแล้วสอบถามดูสิว่าร้านUniqueของฉันรับคืนเสื้อผ้าที่มีปัญหาด้านคุณภาพภายในเจ็ดวันจริงหรือเปล่า ต่อให้คุณไม่พอใจในตัวสินค้า ก็สามารถขอเงินคืนได้เหมือนกัน”

พอผู้ค้ารายย่อยได้ยินแบบนั้น คราวนี้พวกเขาต่างก็ถูกล่อลวงอย่างสมบูรณ์

พวกเขาชะเง้อมองเข้าไปในตัวร้านที่ว่างเปล่าของหลินม่าย แล้วถามว่าร้านของเธอจะเปิดอย่างเป็นทางการเมื่อใด

หลินม่ายตอบ “ร้านของเราจะเปิดอย่างเป็นทางการภายในเที่ยงวันนี้ค่ะ”

ผู้ค้ารายย่อยเหล่านั้นจำเป็นต้องกลับไปทำธุระหลังจากซื้อสินค้าเสร็จ เป็นไปไม่ได้ที่จะอยู่รอจนถึงเที่ยงวัน ดังนั้นพวกเขาจึงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า “งั้นเดี๋ยวพวกเราค่อยแวะมาดูใหม่”

ไม่ว่าหลินม่ายจะเปิดร้านทันตามกำหนดจริงไหม ก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาเสียผลประโยชน์

หลินม่ายส่งยิ้มหวานเป็นการโน้มน้าว “วันพรุ่งนี้ ร้านเรามีของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ แจกด้วยนะคะ”

ทุกคนถามว่า “ของขวัญอะไรเหรอ?”

นี่ถือเป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินว่าร้านค้าส่งเสื้อผ้ามีการจัดโปรโมชั่นแจกของขวัญด้วย

ทุกครั้งที่พวกเขามาที่ถนนฮั่นเจิ้งเพื่อรับซื้อสินค้า หลายครั้งไม่พ้นถูกเจ้าของร้านขึ้นเสียงใส่บ้าง หรือแม้กระทั่งถูกด่าเพราะเอาสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพไปขอเปลี่ยน

ผู้ค้ารายย่อยคิดเสมอว่าตัวเองถูกบรรดาเจ้าของร้านค้าส่งบนถนนฮั่นเจิ้งแบ่งแยกชนชั้น เนื่องจากไม่เคยได้รับการบริการที่ดีเลย

หลินม่ายตอบคำถาม “เป็นอุปกรณ์เครื่องเขียนค่ะ”

หลังจากได้ยินคำตอบของเธอ เหรินเป่าจูก็แทบจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

เธอว่าจะถามอีกฝ่ายอยู่พอดี ว่าจะทำยังไงกับเครื่องเขียนกองโตที่รับซื้อมา แต่ไม่สบโอกาสถามเสียที ที่แท้หลินม่ายก็เตรียมการไว้แล้วนี่เอง

ถึงแม้เครื่องเขียนพวกนี้จะมีมูลค่าไม่สูงมาก แต่ก็ยังใช้เป็นของขวัญแจกฟรีได้

ผู้ค้ารายย่อยเหล่านี้ต่างก็มีอายุเข้าวัยกลางคนกันทั้งนั้น ใครบ้างไม่มีลูกหลานอยู่ที่บ้าน?

ต่อให้พวกเขาไม่มีลูกมีหลาน อย่างน้อยในบรรดาญาติ ๆ ก็ต้องมีลูกหลานสักครอบครัวหนึ่ง ชุดเครื่องเขียนที่ว่าถือเป็นสิ่งจูงใจชั้นดี

แต่คำถามที่หลายคนยังสงสัยก็คือ คำพูดของสาวน้อยคนนี้สามารถเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน?

ใครคนหนึ่งถาม “สาวน้อย เธอเป็นแค่พนักงานของร้านนี้ ทำไมถึงได้ตัดสินใจเรื่องใหญ่โตแบบนี้ล่ะ! ถึงเธออยากแจกของขวัญให้เรา แต่ถ้าเจ้านายของเธอไม่เห็นด้วยจะทำยังไง”

เหรินเป่าจูโพล่งขึ้นมาจากด้านข้าง “หล่อนเป็นผู้จัดการโรงงานตัดเสื้อของฉันเองค่ะ แถมยังเป็นเจ้าของร้านนี้ด้วย คุณสามารถวางใจในคำสัญญาของหล่อนได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”

ทุกคนต่างประหลาดใจไปตาม ๆ กัน เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้พบเจอกับผู้จัดการโรงงานที่ยังอายุน้อยแบบนี้

สองสาววางมือจากหนังสือพิมพ์แล้วเดินเข้าไปในร้าน เหรินเป่าจูถามหลินม่าย “จะให้ฉันจัดเซตเครื่องเขียนสำหรับแจกยังไงดีคะ?”

หลินม่ายคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ปากกาหนึ่งด้าม สมุดปกหนาหนึ่งเล่ม ดินสอห้าแท่ง สมุดจดการบ้านสำหรับนักเรียนชั้นประถม หนังสือภาษาจีนและคณิตศาสตร์อย่างละสามเล่ม ยางลบหนึ่งอัน กบเหลาดินสออีกหนึ่ง”

ถ้าคิดตามราคาขายปลีก เครื่องเขียนพวกนี้มีมูลค่ารวมกันถึงสามหยวน

แน่นอนว่าถ้าคิดตามราคาลดสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่เถ้าแก่เนี้ยขายให้ เซตเครื่องเขียนนี้จะมีมูลค่าแค่หนึ่งหยวนต่อชุด

เหรินเป่าจูคิดคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว “ต่อให้วันพรุ่งนี้จะมีลูกค้ามาซื้อสินค้าจากเราหนึ่งพันคน เราก็ระบายเครื่องเขียนพวกนี้ออกไปได้แค่หนึ่งพันชุดเท่านั้นเอง แบบนี้จะทำยังไงกับเครื่องเขียนที่เหลือดีคะ?”

หลินม่ายส่ายหน้า “ไม่จำเป็นต้องแจกให้หมดหรอก คุณช่วยแบ่งเครื่องเขียนที่เหลือทั้งหมดออกเป็นสามพันชุดแล้วแยกใส่ถุงไว้ ฉันวางแผนว่าจะเอาพวกมันไปแจกให้เด็ก ๆ ที่มีฐานะยากจนหรือพิการ”

ถึงขึ้นชื่อว่าเป็นของแจกฟรีก็จริง แต่เหรินเป่าจูรับรู้สถานการณ์ปัจจุบันในโรงงานอยู่บ้าง เมื่อคิดว่าการแจกเครื่องเขียนมูลค่าหลายพันหยวนโดยเปล่าประโยชน์ยังอยู่ในจุดที่พอรับได้ หล่อนจึงไม่ได้คัดค้านอะไร

ตอนนี้ร้านค้าส่งเสื้อผ้าไม่มีปัญหาอะไรที่ต้องกังวลอีกต่อไปแล้ว หลินม่ายจึงเข็นจักรยานออกมา ตั้งใจจะไปทำธุระอื่นต่อ

พอเหลือบไปเห็นคุณป้าชาวกวางสีมาตั้งแผงตามปกติก็นึกแปลกใจเล็กน้อย “คุณป้ามาตั้งแผงที่นี่อีกแล้ว เจ้าหน้าที่เทศกิจเขตนี้ไม่ค่อยมาตรวจเหรอคะ?”

คุณป้าชาวกว่างสีส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม “เจ้าหน้าที่เทศกิจไม่มาหรอก”

จากนั้นหล่อนก็โน้มตัวไปกระซิบกับหลินม่าย “ฉันยอมควักเงินจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับเจ้าหน้าที่เทศกิจน่ะ ถ้าไม่มีเหตุพิเศษอะไร พวกเขาก็ไม่มาไล่ฉันหรอก”

หลินม่ายพยักหน้า “ดีจังเลยค่ะ”

คุณป้าชาวกว่างสีพูดต่อ “เช้าวันนี้ร้านฉันขายดีกว่าทุกวันเสียอีก ซุปถั่วเขียวสองหม้อใหญ่หมดไปตั้งนานแล้ว ฉันต้องกลับไปต้มซุปมาเพิ่มอีกสองหม้อ เพราะแบบนี้ถึงต้องตั้งแผงขายใหม่”

หลินม่ายเดาว่าคงเป็นเพราะเมื่อกี้นี้มีคนจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่ที่หน้าร้านของหล่อนเพื่ออ่านเนื้อหาในหน้าหนังสือพิมพ์ หลายคนจึงถือโอกาสอุดหนุนซุปถั่วเขียวร้านคุณป้า ทำให้ซุปถั่วเขียวของหล่อนขายหมดอย่างรวดเร็วตั้งแต่ช่วงเช้า

ถนนฮั่นเจิ้งมีผู้คนพลุกพล่านเกินไป ท้องถนนวุ่นวายเกินกว่าจะขี่จักรยานผ่าน

หลินม่ายจึงใช้วิธีเข็นจักรยานแล้วเดินเลียบไปจนสุดถนนฮั่นเจิ้ง รอให้ปลอดคนถึงกล้าควบปั่น

เธอไม่ได้รีบกลับบ้านหรือวกกลับไปที่โรงงาน แต่ปั่นจักรยานวนสำรวจรอบถนนฮั่นเจิ้ง

ตั้งใจว่าจะตระเวนหาที่ทางเพื่อสร้างตลาดค้าส่งเสื้อผ้าด้วยตัวเอง

รูปแบบในปัจจุบันของถนนฮั่นเจิ้งยังคงห่างไกลจากอุดมคติของเธอนัก

ถนนตลอดสายขายทั้งเสื้อผ้าและสินค้าประเภทอื่น ๆ ปะปนกัน แทบไม่ต่างอะไรจากร้านขายของชำ ซึ่งไม่เอื้อต่อการพัฒนาถนนฮั่นเจิ้งเลยแม้แต่นิด

ในชาติที่แล้วของหลินม่าย รัฐบาลเริ่มวางแผนปฏิรูปถนนฮั่นเจิ้งสักประมาณกลางทศวรรษที่ 1990

โดยมีข้อกำหนดว่าย่านไหนควรขายเฉพาะเสื้อผ้า และย่านไหนที่สามารถขายได้เฉพาะสินค้าขนาดเล็ก

การจัดประเภทย่านการค้าโดยมีแบบแผน ช่วยให้ผู้ค้ารายย่อยสามารถประหยัดเวลาไปได้มาก

ถ้าอยากได้อะไร ก็แค่ตรงไปยังย่านที่ขายสินค้าประเภทนั้น

ไม่จำเป็นต้องวิ่งวนไปทั่วถนนฮั่นเจิ้งเพื่อหาซื้อเสื้อผ้าเหมือนกับในตอนนี้ นอกจากจะใช้เวลานานแล้ว ยังเปลืองพลังงานโดยใช่เหตุ

แต่หลังจากขี่วนไปมาหลายรอบ เธอก็ยังไม่เจอทำเลที่เหมาะสมในการจัดตั้งตลาดค้าส่งเสื้อผ้า

ถึงเจอสถานที่ซึ่งมีทำเลดี แต่บริเวณนั้นก็มีหลายสิบครัวเรือนอาศัยอยู่

บ้านพักอาศัยของหลายสิบครัวเรือนที่ว่านั้นอยู่ตรงปากทางเข้าถนนลี่จีเหนือ ซึ่งอยู่ห่างจากถนนฮั่นเจิ้งแค่หนึ่งร้อยเมตร

แทบทุกหลังมีสภาพทรุดโทรมไม่น่ามอง แถมด้านหลังชุมชนยังมีขยะเป็นกองพะเนิน สภาพแวดล้อมค่อนข้างแย่

ถ้าหลินม่ายต้องการสร้างอาคารบนที่ดินผืนนี้จริง ๆ คงต้องไปเจรจากับหลายสิบครัวเรือนเพื่อขอรื้อถอนที่อยู่อาศัย แต่เธอไม่มั่นใจว่าจะเป็นทางเลือกที่ดีหรือเปล่า

ชาติที่แล้ว การเจรจาขอรื้อถอนที่อยู่อาศัยกับผู้อาศัยเดิมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย อาจเสี่ยงต่อการเจอคนหัวหมอที่เรียกค่าชดเชยจากการรื้อถอนเป็นเงินจำนวนมาก ถ้าเป็นแบบนั้นเธอคงเดือดร้อนแย่

แต่หลินม่ายก็ตัดสินใจว่าจะลองดู

สภาพความเป็นอยู่ของครัวเรือนหลายสิบหลังที่นั่นยากจนมาก ตราบใดที่พวกเขาได้รับผลประโยชน์ที่พอสมน้ำสมเนื้อ พวกเขาก็อาจเต็มใจให้รื้อถอนก็ได้

เธอลงจากจักรยาน แล้วไล่สอบถามพวกเขาไปทีละครอบครัว

เงื่อนไขก็คือถ้าเธอยินดีให้พวกเขาย้ายไปอาศัยอยู่ในห้องชุดที่มีขนาดเท่ากันกับบ้านที่พวกเขาอาศัยอยู่ในตอนนี้ พวกเขาจะยอมไหม

ครึ่งหนึ่งของหลายสิบครัวเรือนเหล่านี้อยู่ในบ้านที่ทรุดโทรมก็จริง แต่พวกเขายากจนมาก ไม่มีเงินเพียงพอจะรื้อบ้านแล้วสร้างใหม่ ดังนั้นจึงได้แต่ซุกหัวนอนต่อไปด้วยความจำยอม

ส่วนครัวเรือนอีกครึ่งหนึ่งหลังจะมีสภาพบ้านดีกว่าคนกลุ่มแรกนิดหน่อย แต่ทุกครั้งที่นอกบ้านฝนตกหนัก ในบ้านก็ต้องเผชิญปัญหาน้ำรั่วซึมจากหลังคาทั่วทุกจุด ถึงฤดูกาลดังกล่าวเมื่อใด วันไหนที่พวกเขาได้นอนหลับอย่างสงบสุขคือวันอันแสนล้ำค่า

ถึงอย่างนั้น ด้วยความที่ภูมิประเทศของหมู่บ้านซั่งเฉวียนอยู่ต่ำกว่าพื้นที่โดยรอบ ทำให้น้ำฝนไหลเข้าไปในบ้านจนเกิดน้ำท่วมขัง ชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างลำบากมาก

ดังนั้นความคิดของหลินม่ายที่จะโน้มน้าวให้พวกเขาย้ายไปอยู่ในห้องชุดซึ่งมีพื้นที่ใช้สอยเท่ากับบ้านหลังเดิมจึงถือเป็นอันตกไป

ทดแทนด้วยแรงจูงใจใหม่ คือห้องชุดในอาคารที่เธอเสนอให้พวกเขาย้ายไปอยู่ จะมีพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกับบ้านหลังเดิม ค่อนไปทางมากกว่า

หลินม่ายยิ้ม เสนอพวกเขาอย่างจริงใจ “รับรองได้เลยว่าที่อยู่ใหม่ของพวกคุณไม่เลวแน่นอนค่ะ แต่ฉันไม่รู้ว่ามันมีพื้นที่ใช้สอยใกล้เคียงกับบ้านที่พวกคุณอาศัยอยู่ในตอนนี้มากแค่ไหน กลัวว่าถ้ายืนยันว่าใกล้เคียงกันแล้ว บางทีพวกคุณอาจจะไม่เห็นด้วย”

คุณป้าคนหนึ่งถามอย่างใจร้อน “งั้นบอกหน่อยสิว่าอาคารที่เธออยากให้พวกเราย้ายไปตั้งอยู่แถวไหน?”

“บนถนนชิงเหนียนค่ะ”

ทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่าทำเลที่ตั้งไม่เลว อยู่ห่างจากห้างสรรพสินค้าเจียงเฉิงแค่สามช่วงถนน และห่างจากถนนฮั่นเจิ้งแค่นิดหน่อย ประมาณห้าช่วงถนน

ผู้อาศัยบางคนถามอย่างกระตือรือร้น “พวกเราสามารถย้ายไปที่นั่นได้เมื่อไหร่?”

หลินม่ายตอบ “ตัวอาคารเพิ่งจะเริ่มสร้างได้ไม่นานเองค่ะ ฉันรับปากไม่ได้ว่าพวกคุณจะสามารถย้ายไปที่นั่นได้ตอนไหน แต่ถ้ามันสร้างเสร็จเมื่อไหร่ ฉันจะรีบติดต่อพวกคุณทันที”

พูดจบแล้ว เธอก็ยื่นนามบัตรของตัวเองให้กับพวกเขาทุกคน

แววตาของทุกคนฉายชัดถึงความเสียดาย

พวกเขาหวังว่าตัวเองจะได้ย้ายไปอยู่ในพื้นที่ที่หลินม่ายเสนอในเร็ว ๆ นี้

ทุกคนต้องทนอาศัยอยู่ในบ้านที่มีสภาพทรุดโทรม แถมยังมีสภาพแวดล้อมย่ำแย่แบบนี้มานานพอแล้ว

ขณะที่หลินม่ายกำลังจะจากไป ชาวบ้านหลายคนย้ำกับเธอครั้งแล้วครั้งเล่า ว่าเธอจะต้องรักษาคำพูด

หลินม่ายยืนยันกับพวกเขา “มั่นใจได้เลยค่ะ”

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

หาทางระบายเครื่องเขียนที่ไม่รู้จะขายยังไงออกไปได้แล้ว หัวหมอจริงๆ ค่ะ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 465 แปะหนังสือพิมพ์"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved