cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 463 บนโต๊ะอาหารมื้อเย็น

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 463 บนโต๊ะอาหารมื้อเย็น
Prev
Next

ตอนที่ 463 บนโต๊ะอาหารมื้อเย็น

ในเวลาประมาณห้าโมงครึ่ง รถแท็กซี่คันหนึ่งก็แล่นเข้ามาจอดตรงหน้าไซต์งานก่อสร้างสะพานต่างระดับ

ชายหญิงวัยกลางคนคู่หนึ่งซึ่งไม่เป็นที่คุ้นเคยก้าวลงมาจากรถ

ผู้หญิงคนนั้นคือแม่เฉิน ส่วนผู้ชายอีกคนชื่อถังโหย่วเหลียง เป็นสามีของหล่อน

ทันทีที่ทั้งสองปรากฏตัวขึ้น ก็ดึงดูดความสนใจจากคนงานจำนวนมากทันที

ถังโหย่วเหลียงก้าวลงจากรถ บอกคนขับว่าอย่าเพิ่งจากไปไหน จากนั้นก็เดินตามแม่เฉินเข้าไปที่ห้องทำงานของเฉินเฟิง

เฉินเฟิงพาดขาสองข้างไว้บนโต๊ะ กำลังอ่านหนังสือพิมพ์

เมื่อแม่เฉินเปิดประตูเดินเข้ามา หล่อนก็ยิ้มพร้อมกับแนะนำว่า “อาเฟิง แม่พาพ่อเลี้ยงของลูกมาด้วย เราไปกินอาหารมื้อเย็นด้วยกันเถอะ”

เฉินเฟิงมองไปทางถังโหย่วเหลียงทันทีที่ได้ยินแบบนั้น

ชายคนนี้ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี ภายนอกเขาดูเหมือนเป็นชายที่มีอายุเพียงห้าสิบปีเท่านั้น แต่นั่นเป็นเพราะเขายังไม่ทราบอายุที่แท้จริงของอีกฝ่าย

เฉินเฟิงคาดเดาอย่างลับ ๆ ว่าคนคนนี้คงมีอายุไม่ต่ำกว่าหกสิบ

คนที่มีฐานะร่ำรวยมักจะมีรูปลักษณ์อ่อนเยาว์กว่าอายุจริงเสมอ

เหมือนกับแม่ของเขา หล่อนอายุตั้งห้าสิบกว่าแล้ว แต่ยังสวยเช้งเหมือนอายุแค่สามสิบต้น ๆ

ถึงแม้ผู้ชายคนนี้จะดูแลสุขภาพร่างกายของตัวเองเป็นอย่างดี แต่รอยยับย่นรอบดวงตาของเขาก็ยังคงบ่งบอกอายุอย่างชัดเจน

เฉินเฟิงเลื่อนสายตาไปทางผู้เป็นแม่ทันที

ผู้หญิงคนนี้มีความอดทนอดกลั้นสูงจริง ๆ หล่อนยอมแต่งงานกับผู้ชายคนนี้เพื่อที่ตัวเองจะได้มีชีวิตที่หรูหราสุขสบาย กินดื่มแต่อาหารชั้นดี ไม่รู้เลยว่าหล่อนยินยอมโดยที่ตัวเองมีความสุขจริง ๆ หรือเปล่า

กลัวว่าจะไม่ใช่อย่างนั้น

ผู้หญิงบางคนถึงกับยอมขายศักดิ์ศรี เพื่อแลกกับการที่ตัวเองจะมีชีวิตที่ดีขึ้น

ตอนที่เฉินเฟิงมองถังโหย่วเหลียง ถังโหย่วเหลียงก็มองเขาอย่างพิจารณาเช่นเดียวกัน

ความประทับใจแรกที่มีต่อลูกเลี้ยงของเขาค่อนข้างดี

ถึงชายหนุ่มคนนี้จะเติบโตมาบนเส้นทางอันดำมืดตั้งแต่เด็ก แต่ตอนนี้เขาก็ยังคงมีราศีจับ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็นลูกขุนนางตกอับทำนองนั้น

แค่รูปลักษณ์ภายนอก ก็มีคุณสมบัติเพียงพอแล้วที่จะสืบทอดมรดกตระกูลถังของเขา

ด้วยเหตุนี้ถังโหย่วเหลียงจึงกระตือรือร้นมาก ปฏิบัติต่อเขาในระหว่างมื้ออาหารเป็นอย่างดี

พอรับประทานอาหารกันไปได้สักพักหนึ่ง ถังโหย่วเหลียงก็พูดกับเฉินเฟิงว่า “แม่เธอกลับมาตามหาเธอที่ประเทศจีนในครั้งนี้ ก็เพราะอยากพาเธอไปอยู่ที่อเมริกาด้วยกัน ตอนนี้ไหน ๆ เราก็รู้จักกันแล้ว อีกไม่กี่วันเธอก็ไปลาออกจากงานเสีย จะได้กลับอเมริกาไปพร้อมพวกเราเลย”

แม่เฉินกลัวว่าเฉินเฟิงอาจไม่เห็นด้วย จึงรีบพูดขึ้นว่า “ลูกไม่ต้องไปอยู่ร่วมบ้านกับเราที่อเมริกาก็ได้ แม่เป็นคนรักษาคำพูด ก่อนหน้านี้แม่เคยรับปากว่าจะปล่อยให้ลูกอยู่คนเดียว ฉะนั้นแม่จะไม่พยายามตื๊อให้ลูกย้ายไปอยู่ด้วยกันเด็ดขาด”

ถังโหย่วเหลียงยอมคล้อยตามคำพูดของภรรยา “ถ้าอย่างนั้นฉันจะซื้อวิลล่าเล็ก ๆ สักหลังไว้ให้เธอ ทุกวันหยุดก็แค่แวะมาเยี่ยมฉันกับแม่ของเธอบ้าง”

เฉินเฟิงกลอกตาด้วยความเบื่อหน่าย หันไปพูดกับแม่เฉินว่า “ก่อนหน้านี้คุณไม่เห็นบอกผมเลยว่าผมต้องย้ายไปอยู่อเมริกา”

สีหน้าของถังโหย่วเหลียงและภรรยาของเขาแข็งทื่อทันที

ตอนนั้นแม่เฉินคิดแค่ว่าตัวเองต้องพยายามสานสัมพันธ์กับเฉินเฟิงให้ได้ จึงไม่กล้าพูดอะไรมาก

เฉินเฟิงยืนกรานว่าจะไม่ไปอยู่กับพวกเขา ดังนั้นเธอจึงตกลงว่าจะซื้อบ้านพักตากอากาศในเจียงเฉิงไว้ให้เขาสักหลังหนึ่ง

แต่เมื่อเอาเรื่องนี้กลับไปคุยกับสามี ถังโหย่วเหลียงกลับคัดค้านอย่างหนักแน่น

เฉินเฟิงไม่ต้องเข้าไปอยู่ร่วมบ้านกับพวกเขาก็ได้ แต่ต้องย้ายไปอยู่อเมริกาพร้อมกับพวกเขา

ไม่อย่างนั้นทั้งสองฝ่ายจะสร้างไมตรีต่อกันได้อย่างไร แล้วเขาจะสอนวิธีการบริหารจัดการบริษัทได้อย่างไร?

ความจริงเฉินเฟิงเข้าใจเจตนาของสองสามีภรรยาคู่นี้เป็นอย่างดี

แต่เขาไม่อยากพัฒนาความสัมพันธ์กับอีกฝ่าย จึงปฏิเสธว่าจะไม่ย้ายไปอเมริกา

ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาควรเป็นเรื่องของธุรกิจแค่อย่างเดียว ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นสนิทสนม!

แม่เฉินและสามีของหล่อนไม่เข้าใจเฉินเฟิงเลย

ภายในประเทศจีน มีกี่คนที่อยากย้ายไปอยู่ที่สหรัฐอเมริกา แต่กลับติดปัญหาจนความฝันไม่ลุล่วง

ตอนนี้ถังโหย่วเหลียงอุตส่าห์ปูถนนทองคำไว้ให้เฉินเฟิงเดินแล้ว แต่เขากลับไม่สนใจ

แม่เฉินถามด้วยความงงงวย “ทำไมลูกถึงไม่อยากย้ายไปอเมริกาล่ะ?”

ทันใดนั้นสีหน้าของหล่อนก็เหมือนจะกระจ่างขึ้น “หรือเป็นเพราะลูกมีแฟนแล้ว ก็เลยไม่อยากไปจากที่นี่ใช่ไหมล่ะ?”

เธอยิ้มกว้าง “ไม่ต้องกังวลนะ ลูกจะพาแฟนไปอยู่ที่อเมริกาด้วยกันก็ได้”

ถังโหย่วเหลียงพยักหน้าหงึกหงัก

เฉินเฟิงตอบกลับเบา ๆ “ผมยังไม่มีแฟน”

แม่เฉินพูดด้วยความประหลาดใจ “สาวน้อยหน้าตาน่ารักที่แม่เดินสวนกับหล่อนหน้าประตูห้องทำงานถึงสองครั้งคนนั้นไม่ใช่แฟนลูกหรอกเหรอ?”

เฉินเฟิงส่ายหน้า “เปล่า หล่อนเป็นเจ้านายของผมเอง”

แม่เฉินทำตาโตเพราะรู้สึกเหลือเชื่อ “ไม่น่าเชื่อเลยว่าสาวน้อยคนนั้นจะเป็นเจ้านายของลูก?”

จากนั้นก็ถามอย่างอดไม่ได้ “ในเมื่อลูกไม่มีแฟน แล้วทำไมถึงไม่ยอมไปอยู่ที่อเมริกากับเราล่ะ?”

เฉินเฟิงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “ไม่ใช่ว่าผมไม่อยากย้ายไปอเมริกากับพวกคุณหรอก แต่ผมวางแผนว่าจะย้ายไปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้าต่างหาก”

แม่เฉินรีบถาม “ทำไมต้องรออีกหลายปี?”

“เพราะว่า ผมยังอยากอยู่จีนต่ออีกสักสองสามปี”

เฉินเฟิงมีเหตุผลว่าทำไมถึงอยากอยู่จีนต่อไปอีกสองสามปี นั่นก็เพราะเขาอยากอยู่ช่วยหลินม่ายอีกสักระยะ

ธุรกิจทุกสายงานของเธอเพิ่งจะอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น บวกกับเธอยังต้องเรียนให้จบ เป็นธรรมดาที่เธอยังต้องการใครสักคนมาช่วยแบ่งเบา

เฉินเฟิงตั้งใจว่าจะรอจนกว่าหลินม่ายจะจบการศึกษาในระดับปริญญาตรี ถึงเวลานั้นเขาจะได้ส่งมอบโครงการอสังหาริมทรัพย์ให้เธอดูแลต่อ แล้วย้ายไปที่อเมริกาโดยไม่ต้องกังวลอะไรอีก

แม่เฉินคิดว่าพ่อเลี้ยงของเขาอายุมากเกินไปที่จะบริหารบริษัทด้วยตัวเอง เธอจึงหวังว่าเขาจะยอมติดตามตัวเองกลับไปที่สหรัฐอเมริกาเพื่อรับช่วงต่อ เธอพยายามเกลี้ยกล่อมอยู่นาน แต่เฉินเฟิงไม่มีท่าทีว่าจะเปลี่ยนใจ

ถังโหย่วเหลียงกลัวว่าถ้าตัวเองรีบร้อนเกินไป ลูกเลี้ยงคนนี้อาจจะหันหลังให้กับพวกเขา

เฉินเฟิงไม่ได้มีความผูกพันใด ๆ กับพวกเขามาตั้งแต่ต้น หน้าที่การงานของเขาในจีนก็ค่อนข้างดี แถมยังไม่มีนิสัยเห็นแก่เงิน เห็นได้ชัดลูกเลี้ยงคนนี้แทบไม่สนใจพวกเขาเลยด้วยซ้ำ

เป็นเขาเองต่างหากที่ไม่อยากปล่อยลูกเลี้ยงคนนี้ให้หลุดมือไป

อย่างน้อยผู้ชายคนนี้ก็มีสายเลือดของภรรยาเขาอยู่ในตัวครึ่งหนึ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ตามลูกไม้ย่อมหล่นไม่ไกลต้น

ถ้าเฉินเฟิงหันหลังให้พวกเขาเมื่อใด เขาจะสูญเสียลูกเลี้ยงคนเก่งไปอย่างถาวร ดังนั้นเขาจึงเป็นฝ่ายเกลี้ยกล่อมแม่เฉินเสียเอง “อาเฟิงยังอยากอยู่จีนต่ออีกสักสองสามปี ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่เขาเถอะ การย้ายถิ่นฐานจากบ้านเกิดเมืองนอนไม่ใช่เรื่องง่าย”

จากนั้นก็หันไปถามเฉินเฟิงอย่างใจกว้าง “เธอวางแผนว่าจะอยู่จีนอีกสักกี่ปี?”

เฉินเฟิงตอบ “อย่างมากก็เจ็ดปี”

ผ่านเจ็ดปีนี้ไป หลินม่ายคงจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยพอดี ถึงเวลานั้นเขาคงเกษียณตัวเองได้

…

หลินม่ายออกจากบ้านพักข้าราชการ กว่าจะกลับมาถึงวิลล่าก็เป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว

ทันทีที่เดินเข้าไปในตัวบ้าน เธอเห็นครอบครัวสามคนของฟู่เฉียงนั่งรออยู่อย่างสงบเรียบร้อยบนโซฟา กำลังพูดคุยกับคุณปู่ฟางและภรรยาของเขา หลินม่ายประหลาดใจมาก “พวกคุณออกจากโรงพยาบาลได้แล้วเหรอ?”

พ่อฟู่เฉียงตอบกลับอย่างอาย ๆ “พวกเราอาการดีขึ้นมากแล้ว คุณหมอเลยอนุญาตให้กลับบ้านได้”

หลินม่ายขอโทษพวกเขา “ช่วงนี้งานฉันยุ่งมาก ต้องขอโทษด้วยที่ไม่มีเวลาแวะไปเยี่ยมพวกคุณที่โรงพยาบาลเลย”

พ่อฟู่เฉียงถูมือตัวเองพร้อมกับพูดว่า “ผมกับแม่ของลูกเข้ามาในเมืองเพื่อเข้ารับการรักษา เท่านี้ก็สร้างภาระให้กับคุณไม่น้อยแล้ว พวกเรารู้สึกซาบซึ้งใจและเกรงใจมาก ไม่สำคัญว่าคุณจะมาเยี่ยมพวกเราได้หรือเปล่า”

คุณปู่ฟางพูดอย่างร่าเริง “ถึงขั้นนี้แล้วยังต้องเกรงใจอะไรกันอีก? มาเถอะ มาเถอะ มากินข้าวมื้อเย็นด้วยกัน โต้วโต้วของเราท้องร้องใหญ่แล้ว”

หลินม่ายรีบวางกระเป๋าลง เดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อล้างมือ จากนั้นเธอกับฟางจั๋วหรานก็ช่วยกันยกจานอาหารเย็นฝีมือคุณย่าฟางออกมาวางเรียงบนโต๊ะ

ระหว่างมื้ออาหาร หลินม่ายคอยสังเกตอาการแม่ฟู่เฉียงอย่างใกล้ชิด

เห็นว่าหล่อนพอจะจดจำผู้คนได้บ้างแล้ว ไม่มีอาการประสาทหลอนอีกต่อไป แค่นี้เธอก็ดีใจแทนฟู่เฉียงเอามาก ๆ

อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์ คุณย่าฟางอยากให้ครอบครัวของฟู่เฉียงฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยกันที่นี่ก่อนแล้วค่อยเดินทางกลับ

แต่ทั้งสามคนปฏิเสธ

ข้อแรก พวกเขารู้สึกว่าตัวเองรบกวนคุณย่าฟางและคนอื่น ๆ มานานเกินไป จึงละอายเกินกว่าจะอยู่ต่อ

ข้อที่สอง ที่บ้านของเขายังมีเด็กผู้หญิงที่อยู่ตามลำพังตั้งสองคน ดังนั้นฟู่เฉียงกับพ่อแม่จึงไม่สบายใจ

พวกเขาอยากรีบกลับไปดูเต็มทีว่าเด็ก ๆ ยังสบายดีอยู่ไหม อาหารการกินและเครื่องนุ่งห่มเพียงพอหรือเปล่า

พอรู้เหตุผลแล้ว คุณย่าฟางก็ไม่ได้บังคับให้พวกเขาอยู่ต่อ

ในขณะที่หลินม่ายและคนอื่น ๆ เพิ่งจะรับประทานอาหารเย็น ครอบครัวของผอ.เขตโอวหยางก็เพิ่งจะกินข้าวเสร็จพอดี

พอผอ.เขตโอวหยางเห็นว่าวันนี้ภรรยาของเขาทำแฮมผัดพริกหยวกมาเสิร์ฟ เขาก็อดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ “คุณไปหาซื้อแฮมกระป๋องมาจากไหนกัน?”

ถึงแม้ฐานะทางการเงินของเขาค่อนข้างดี แต่ใช่ว่าจะหาซื้อวัตถุดิบพิเศษแบบนี้ได้ง่าย ๆ

โดยเฉพาะแฮมกระป๋องที่มีวางขายเฉพาะในช่วงปีใหม่เท่านั้น

เป็นธรรมดาที่เขาจะรู้สึกแปลกใจเมื่อเห็นว่าบนโต๊ะอาหารมีเมนูที่ทำจากของหายากแบบนี้อยู่ด้วย

ภรรยาของเขาเล่าให้ผอ.เขตโอวหยางฟังว่า ตอนห้าโมงเย็นหลินม่ายแวะมาหาพวกเขาถึงที่บ้าน ทั้งยังมอบถุงของขวัญที่มีแฮมกระป๋องนำเข้า ลูกกวาด บิสกิต และผลไม้หายากอีกจำนวนหนึ่งให้

ผอ.เขตโอวหยางได้ยินจากปากภรรยาว่าหลินม่ายแค่แวะมาส่งของขวัญเท่านั้น ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝง ดังนั้นจึงกินเมนูที่ทำจากแฮมกระป๋องต่อไปอย่างสบายใจ

เขาไม่ชอบให้ใครมาหาถึงหน้าประตูบ้านแล้วขอร้องให้เขาช่วยจัดการบางอย่าง

เก้าในสิบของคนที่ไม่ยอมไปพบเขาที่สำนักเขต แต่กลับมาหาเขาที่บ้าน ต่างก็ต้องการให้เขาช่วยทำเรื่องที่ผิดระเบียบวินัยทั้งนั้น

คนอย่างเขาไม่มีนิสัยทุจริตฉ้อฉลจนยอมทำผิดวินัยเพื่อใคร

ระหว่างมื้ออาหาร โอวหยางหรงถือโอกาสถามผอ.เขตโอวหยางเกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวของหลินม่ายทันที

ผอ.เขตโอวหยางเป็นคนฉลาด ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่สามารถนั่งอยู่ตำแหน่งสูงแบบนี้ได้

พอได้ยินหลานชายอ้าปากถามแค่ไม่กี่คำ เขาก็พอจะเดาเจตนาของอีกฝ่ายได้แล้ว

เขายิงสองคำถามติดต่อกัน “เธอเพิ่งเจอเสี่ยวหลินครั้งแรกไม่ใช่เหรอ? เกิดสนใจในตัวหล่อนขึ้นมาล่ะสิ?”

คุณนายโอวหยางพูดเสริมขึ้นมาจากด้านข้าง “ลบความคิดนั้นทิ้งไปซะ ก่อนหน้านี้เธอก็ได้ยินเสี่ยวหลินพูดไม่ใช่เหรอว่าเขามีแฟนแล้ว?”

มุมปากโอวหยางหรงกระตุกเล็กน้อย “หล่อนไม่มีแฟนซะหน่อย”

คุณนายโอวหยางถามด้วยความประหลาดใจ “แล้วเธอรู้ได้ยังไง?”

โอวหยางหรงจึงเล่าให้ลุงกับป้าสะใภ้ของเขาฟังว่าเมื่อกี้นี้เขาเห็นหลินม่ายปั่นจักรยานออกไปจากบ้านพักข้าราชการตามลำพัง

ผอ.เขตโอวหยางทำเสียงขึงขังขึ้นมาทันที “การที่เสี่ยวหลินไม่มีแฟน แต่โกหกเธอว่าตัวเองมีแฟนแล้ว นั่นถือเป็นการขีดเส้นอย่างชัดเจนว่าไม่อยากสานสัมพันธ์กับเธอ เพราะฉะนั้นล้มเลิกความคิดว่าจะจีบหล่อนเถอะ!”

โอวหยางหรงตอบกลับอย่างเสียไม่ได้ว่า “เข้าใจแล้ว” จากนั้นก็ก้มหน้าก้มตากินต่อ

………………………………………………………………………………………………………………………..

สารจากผู้แปล

จะจีบม่ายจื่อเหรอ ล้มเลิกความคิดซะเถอะ ม่ายจื่อมีพี่หมอแล้วนะ

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 463 บนโต๊ะอาหารมื้อเย็น"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved