cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 432 หนิวลี่ลี่สัมภาษณ์แม่หรง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 432 หนิวลี่ลี่สัมภาษณ์แม่หรง
Prev
Next

ตอนที่ 432 หนิวลี่ลี่สัมภาษณ์แม่หรง

แม่หรงรีบตรงดิ่งไปที่โรงงานตัดเสื้อซีม่านด้วยความกระวนกระวาย ตั้งท่าจะบุกเข้าไปในออฟฟิศส่วนตัวของกวนหย่งหัว แต่เลขาหน้าห้องพยายามห้ามหล่อนไว้

ทันทีที่แม่หรงบุกเข้าไปในออฟฟิศของกวนหย่งหัวได้สำเร็จ หล่อนก็ตะโกนเสียงดังด้วยความตื่นตระหนก “แย่แล้วค่ะ! คุณกวน ผู้หญิงหน้าเลือดแซ่หลินคนนั้นจะยื่นฟ้องคุณ!”

หลังจากนั้นหล่อนก็พ่นประโยครัว ๆ เล่าให้กวนหย่งหัวฟังถึงที่มาที่ไปของเรื่องทั้งหมด ก่อนจะมองเขาด้วยสายตาเป็นกังวล

หลินม่ายยื่นฟ้องเขาต่อศาล เรื่องนี้กวนหย่งหัวรู้ข่าวก่อนแล้ว

ไม่เพียงแต่เขาไม่ตื่นตระหนกเท่านั้น ยังแสดงความขบขันกับท่าทางของอีกฝ่ายอีกด้วย ตอบแม่หรงอย่างใจเย็นว่า “หล่อนอยากทำอะไรก็ปล่อยให้หล่อนทำเถอะครับ โรงงานผมไม่ได้ลอกเลียนแบบเสื้อผ้าจากโรงงานหล่อน หล่อนฟ้องไปก็เท่านั้น สุดท้ายศาลก็ตัดสินไม่ได้อยู่ดีว่าใครแพ้ชนะ!”

หัวใจของแม่หรงที่เดิมจุกตื้นขึ้นมาถึงลำคอก็ได้หล่นลงไปกองอยู่ในจุดที่ควรอยู่ตามเดิม

ในฐานะคนท้องถิ่น สิ่งที่หล่อนกลัวที่สุดคือกฎหมายความมั่นคงสาธารณะ

หล่อนกลัวว่ากวนหย่งหัวอาจได้รับโทษจากการทำผิดกฎหมาย ทำให้ครอบครัวของหล่อนต้องสูญเสียเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งคนนี้ไป

แต่ในเมื่อกวนหย่งหัวบอกว่าไม่เป็นไร ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

แม่หรงเยาะเย้ยอย่างได้ใจ “นังคนแซ่หลินนั่นกล้าพูดมาได้ว่าแบรนด์ซีม่านของคุณลอกเลียนแบบเสื้อผ้าแบรนด์ Unique ของหล่อน ฉันเองก็ลืมคิดไปซะสนิทว่ากระบวนการทำงานภายในของโรงงานหล่อนนั้นล้าหลังและเรียบง่ายแค่ไหน จะออกแบบเสื้อผ้าที่ทันสมัยแบบนั้นได้ยังไงกัน เรื่องโกหกทั้งเพ! ทั้งหมดเป็นความผิดของฉันเอง ฉันตื่นตูมเกินไป พอได้ยินหล่อนพูดแบบนั้นก็อดกลัวไม่ได้ ตอนแรกกลัวซะจนขาอ่อนปวกเปียกไปหมด”

กวนหย่งหัวปลอบโยนหล่อนอย่างลวก ๆ จากนั้นก็ส่งหล่อนกลับไป

เขากลับมานั่งบนเก้าอี้ผู้บริหาร ก่อนจะหันกลับมาแล้วยิ้มเยาะในใจ “อยากฟ้องร้องฉันข้อหาหมิ่นประมาทนักใช่ไหม? ฉันจะทำให้เธอเดือดร้อนจนนั่งไม่ติด!”

เขาสั่งให้เลขาสาวสวยเรียกดีไซเนอร์ตู๋เข้ามา

ดีไซน์เนอร์ตู๋ย้ายมาจากโรงงานตัดเสื้อของรัฐที่เพิ่งปิดตัวลงได้ไม่นาน ในที่สุดเขาก็ผ่านการคัดเลือกได้ทำงานในโรงงานตัดเสื้อซีม่านในตำแหน่งเดียวกันกับก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าเขารักในวิชาชีพของตัวเองมาก

เขาถามด้วยความหวาดหวั่น “คุณกวน มีอะไรจะเรียกใช้ผมเหรอครับ?”

ตั้งแต่เข้ามาทำงานให้กับโรงงานตัดเสื้อซีม่าน เขายังไม่ได้ออกแบบเสื้อผ้าเลยสักชิ้น ดังนั้นจึงกลัวมากว่าตัวเองอาจถูกไล่ออก

กวนหย่งหัวเชิญให้ดีไซน์เนอร์ตู๋นั่งลง แล้วถามอย่างใจดี “ผมได้ยินว่าบ้านของคุณค่อนข้างคับแคบ?”

พอพูดถึงเรื่องนี้ ดีไซน์เนอร์ตู่ก็ทำหน้าเครียดขึ้นมาทันที

เขามีแม่อายุเจ็ดสิบปีที่ต้องเลี้ยงดู ลูก ๆ อีกสามคนของเขาก็ไม่ใช่เด็กน้อยแล้ว ทุกคนกำลังเติบโตเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น

ถึงอย่างนั้นบ้านที่เขาอาศัยอยู่กลับเป็นแค่ห้องชุดเดี่ยวในอาคารขนาดสิบสองตารางเมตร รวมเขากับภรรยาเข้าไปด้วยสมาชิกในครอบครัวก็มีกันถึงหกชีวิต การอยู่อาศัยไม่ค่อยสะดวกนัก

ดีไซน์เนอร์ตู๋พยักหน้า รู้สึกสับสนเล็กน้อยว่าทำไมจู่ ๆ คุณกวนถึงได้ถามเรื่องนี้ขึ้นมา

กวนหย่งหัวแสดงความจริงใจต่อเขา “ผมจะซื้ออพาร์ตเมนต์แบบหนึ่งห้องนอนให้คุณ เผื่อจะช่วยบรรเทาปัญหาด้านที่อยู่อาศัยของครอบครัวคุณได้บ้าง”

ดีไซน์เนอร์ตู๋ตกตะลึง

ถึงแม้ในสายตาของคุณกวน อพาร์ตเมนต์แบบหนึ่งห้องนอนอาจไม่ทำให้ขนหน้าแข้งของเขาร่วง แต่การที่เขาเสนอว่าจะซื้อบ้านให้ตัวเองแบบไม่มีเหตุผล ก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจ

เขาถามเสียงอ่อน “คุณกวน ทำไมถึงคิดจะซื้อบ้านให้ผมล่ะครับ?”

กวนหย่งหัวยกยิ้มมุมปาก “แน่นอนว่าเพราะอยากให้คุณช่วยทำงานบางอย่างให้ผมน่ะสิ”

ดีไซน์เนอร์ตู๋อดคิดในใจไม่ได้ พายชิ้นโตคงไม่ตกลงมาจากท้องฟ้าโดยไม่มีสาเหตุ

เขาถามด้วยความลังเล “งานอะไรเหรอครับ?”

เมื่อกวนหย่งหัวบอกว่าต้องการให้เขาไปทำอะไร ดีไซน์เนอร์ตู๋ก็เงียบไป

กวนหย่งหัวที่เห็นแบบนั้นจึงพูดเสริม “ไม่เพียงแต่ผมจะซื้ออพาร์ตเมนต์แบบหนึ่งห้องนอนให้คุณ ผมจะเพิ่มโบนัสให้คุณอีกหนึ่งพันหยวนด้วย ถ้าคุณไม่ตกลง ผมก็แค่ไปหาคนอื่น”

ดีไซน์เนอร์ตู๋ลังเลก่อนจะถามอีกครั้ง “ถ้าผมทำแบบนั้นจริง คุณกวนจะแสดงละครตบตาโดยการฟ้องร้องผมทีหลังหรือเปล่าครับ? ผมไม่อยากติดคุก…”

กวนหย่งหัวหัวเราะในลำคอ “ผมไม่ทำเรื่องประเภทข้ามแม่น้ำแล้วรื้อสะพานทิ้ง(1)แน่ เลิกกังวลเรื่องนั้นไปได้เลย เราสองคนเป็นตั๊กแตนสองตัวบนเชือกเส้นเดียวกัน(2) ถ้าผมฟ้องคุณ คุณมั่นใจหรือเปล่าล่ะว่าตัวเองจะไม่รับสารภาพ? เพื่อประโยชน์สำหรับตัวผมเอง เป็นไปไม่ได้เลยที่ผมจะลากคุณขึ้นศาลให้ไปรับโทษใด ๆ ทางกฎหมาย”

ในที่สุดดีไซน์เนอร์ตู๋ก็ยอมพยักหน้าเห็นด้วย

ไม่ว่าอย่างไรอพาร์ตเมนต์หนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น รวมถึงโบนัสล่อใจหนึ่งพันหยวนก็เป็นผลประโยชน์ชิ้นใหญ่

ตอนเที่ยง หลินม่ายแวะไปที่คฤหาสน์เพื่อกินอาหารมื้อกลางวัน

พอฟางจั๋วหรานกับคุณปู่ฟางเห็นเธอ ก็ถามไถ่ทันทีด้วยความเป็นห่วง “เรื่องโรงงานตัดเสื้อซีม่านนี่มันยังไงกัน? เขากล่าวหาว่าโรงงาน Unique ของเธอลอกเลียนแบบเสื้อผ้าแบรนด์ซีม่านลงหนังสือพิมพ์เชียวเหรอ? บอกทีว่านั่นเป็นแค่เรื่องไร้สาระ?”

“คู่แข่งจงใจใส่ร้ายเพื่อทำลายธุรกิจของเราเท่านั้นเองค่ะ” หลินม่ายพูดอย่างเรียบเฉย “ฉันยื่นฟ้องกวนหย่งหัว เจ้าของโรงงานตัดเสื้อซีม่านต่อศาลเรียบร้อยแล้ว เขาจะชดใช้ค่าเสียหายที่ตัวเองปากพล่อยให้กับเราในไม่ช้านี้ คุณปู่คุณย่าไม่ต้องกังวลนะคะ”

ได้ยินแบบนั้นคุณปู่ฟางและคนอื่น ๆ ก็สบายใจ

แต่คุณย่าฟางอดไม่ได้ที่จะต่อว่าพฤติกรรมสกปรกของกวนหย่งหัว

ด่าว่าเขาขัดขาคู่แข่งด้วยวิธีน่ารังเกียจ วิสัยทัศน์ต่ำตม ธุรกิจไม่มีวันเจริญก้าวหน้า

หลินม่ายรอจนกว่าคุณย่าฟางจะบ่นจนจบ จากนั้นจึงหันไปถามฟู่เฉียงว่าแม่ของเขาฟื้นแล้วหรือยัง อาการเป็นอย่างไรบ้าง จำเขาได้ไหม

ฟู่เฉียงพยักหน้า “แม่ผมฟื้นแล้วครับ ดูเหมือนท่านจะจำผมได้ ผมเองก็ไม่แน่ใจ เพราะมองท่านผ่านทางกระจกหน้าต่างอีกที”

ฟางจั๋วหรานบอกว่า “รอให้แม่เธอออกมาจากห้องไอซียูก่อนเถอะ พอแม่ลูกได้ใกล้ชิดกัน ไม่นานเธอก็จำลูกชายได้เอง”

หลังจากกินเสร็จและล้างจานเรียบร้อยแล้ว หลินม่ายก็ขอตัวกลับ

คุณย่าฟางร้องเรียกเธอไว้ก่อน “อย่าเพิ่งไป อีกสองวันก็จะถึงวันอาทิตย์แล้ว ตรงกับวันที่เธอจะจัดงานเลี้ยงขอบคุณอาจารย์พอดี จืออวิ๋นตัดเสื้อไว้ให้เธอกับพวกฉันไว้สวมใส่ในวันงานเรียบร้อยแล้ว เธอจะได้เอากลับบ้าน”

หลินม่ายตอบรับ จากนั้นก็เดินตามอีกฝ่ายขึ้นไปยังห้องส่วนตัวที่อยู่ชั้นบน

คุณย่าฟางเปิดตู้เสื้อผ้า ก่อนจะหยิบเสื้อผ้าออกมาหลายชุด

หลินม่ายประหลาดใจมาก “พี่เถาทำชุดไว้ให้ฉันเยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ?”

ใบหน้าเหี่ยวย่นของคุณย่าฟางแดงเรื่อขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะตอบด้วยความเก้อเขิน “จืออวิ๋นตัดชุดให้เธอแค่ตัวเดียว ที่เหลือเป็นของฉันทั้งหมด”

หลินม่ายนิ่งคิดไปครู่หนึ่ง ในไม่ช้าก็เข้าใจความหมายของคุณย่าฟาง

อีกฝ่ายหยิบเสื้อผ้าทั้งหมดที่เถาจืออวิ๋นตัดให้ออกมา เพื่อให้เธอช่วยชื่นชมความสวยของพวกมัน

สำหรับผู้หญิง ต่อให้อายุมากแค่ไหน ความสนใจก็ไม่หลีกไม่พ้นเรื่องเสื้อผ้า

ถึงแม้คุณย่าฟางจะเป็นหญิงแกร่ง แต่ลึก ๆ แล้วก็ชื่นชอบการแต่งตัวไม่น้อย

หลินม่ายพิจารณาเสื้อผ้าทั้งหมดที่เถาจืออวิ๋นลงมือตัดเองให้คุณย่าฟาง

มีทั้งชุดกี่เพ้าผ้าซาตินสีเขียวเข้ม ชุดสูทพร้อมกระโปรงสีน้ำเงินเข้ม และชุดแฟชั่นที่เหมาะกับหญิงวัยกลางคนค่อนไปทางสูงอายุ

เสื้อผ้าทุกแบบตรงหน้าล้วนเป็นแบบที่ฮิตมากในยุคนี้

พอเห็นดวงตาที่เปล่งประกายของคุณย่าฟาง หลินม่ายก็พอเดาออกว่าอีกฝ่ายคงชื่นชอบเสื้อผ้าพวกนี้มาก

เธอแสดงท่าทีตื่นเต้น “พี่เถาทำเสื้อผ้าให้คุณย่าได้สวยทุกแบบเลยค่ะ ชักอยากเห็นคุณย่าสวมใส่เสื้อผ้าพวกนี้แล้วสิ!”

ใบหน้าของคุณย่าฟางยิ่งแดงเรื่อกว่าเก่า พูดจาตะกุกตะกัก “ฉันอายุปูนนี้แล้ว จะใส่เสื้อผ้าพวกนี้ได้ยังไงกัน?”

หลินม่ายเข้าใจคำพูดที่แฝงด้วยจิตวิทยาของคุณย่าฟาง คุณย่าชอบเสื้อผ้าพวกนี้มาก แต่ก็รู้สึกเขินอายเกินกว่าจะสวมใส่

นางทำงานในแวดวงราชการ สวมเสื้อผ้าแบบเรียบง่ายมาเกือบทั้งชีวิต จู่ ๆ ต้องเปลี่ยนมาสวมใส่เสื้อผ้าสไตล์ชนชั้นกลางของยุคสมัยนี้ คุณย่าฟางจึงไม่คุ้นชิน และกลัวว่าอาจถูกคนอื่นตัดสินไปในทางลบ

อาจเป็นเพราะยุคสมัยนี้คนส่วนใหญ่ยังมีความอนุรักษ์นิยมสูง ถ้าผู้สูงวัยสวมใส่เสื้อผ้าแบบนี้ อาจโดนมองว่าไม่เหมาะสมได้

หลินม่ายเข้าไปโอบไหล่คุณย่าฟางพลางพูดว่า “ทำไมถึงจะใส่ไม่ได้ล่ะคะ แบบเสื้อทุกตัวกำลังฮิตในหมู่ผู้สูงอายุเลยนะ!”

คุณย่าฟางยังคงลังเล “พูดน่ะมันง่าย แต่ว่า… ฉันยังไม่เคยเห็นผู้สูงวัยคนไหนใส่เสื้อผ้าแบบนี้เลยสักคน…”

หลินม่ายพยายามให้กำลังใจ “คุณย่าก็กลายเป็นผู้นำแฟชั่นซะเลยไงคะ”

หลังจากนั้น เธอก็สนับสนุนให้คุณย่าฟางลองสวมเสื้อผ้าพวกนั้นทุกชุด

เมื่อเห็นผลลัพธ์แล้วก็เอาแต่ปรบมือเชียร์ไม่หยุด ทำให้คุณย่าฟางมั่นใจขึ้นมาก ถามเธอว่า “เธอว่าฉันควรใส่ชุดไหนไปร่วมงานเลี้ยงขอบคุณอาจารย์ของเธอดีล่ะ?”

“กี่เพ้าค่ะ” หลินม่ายตอบโดยแทบไม่ต้องคิด

ตอนที่คุณย่าฟางกำลังผลัดเปลี่ยนลองชุด นางใช้เวลาในการยืนอยู่หน้ากระจกแต่งตัวนานที่สุดเมื่อสวมชุดกี่เพ้า หลินม่ายจึงเดาว่าอีกฝ่ายคงชอบชุดนี้เป็นพิเศษ

ไม่ต้องพูดถึงว่าคุณย่าฟางเป็นคนยุคเก่า แน่นอนว่าคุ้นชินกับการสวมกี่เพ้ามาตั้งแต่สมัยสาว ๆ แล้ว ไม่แปลกที่จะเทใจให้กี่เพ้ามากกว่าชุดอื่น

แม้แต่หลินม่ายที่เป็นคนหนุ่มสาวในยุคนี้ยังชอบกี่เพ้ามาก ๆ เมื่อใดที่สวมกี่เพ้าบนร่างกาย ตัวชุดจะสะท้อนความสง่างามในแบบฉบับของสาวชาวจีนออกมาได้ดีที่สุด

คุณย่าฟางยังรู้สึกกระดากอายอยู่บ้าง “ถ้าฉันใส่ชุดกี่เพ้า คนอื่นจะเรียกฉันว่าปีศาจสาวเฒ่าหรือเปล่า?”

หลินม่ายยิ้มแล้วพูดว่า “แน่นอนค่ะ พวกเขาเรียกคุณว่าปีศาจสาวเพื่อยกย่องความงามของคุณไงคะ!”

คุณย่าฟางลังเลอยู่นาน จนในที่สุดก็ยอมคล้อยตามหลินม่ายว่าจะสวมชุดกี่เพ้าในงานเลี้ยงขอบคุณอาจารย์

หลังจากเกลี้ยกล่อมคุณย่าฟางให้มีความมั่นใจสำเร็จแล้ว หลินม่ายก็เดินลงมาชั้นล่างพร้อมกับชุดสีขาวที่เถาจืออวิ๋นเป็นคนตัดให้

ฟางจั๋วหรานส่งเธอออกจากคฤหาสน์ด้วยตัวเอง ไม่ลืมกำชับว่า “ถ้ามีปัญหาอะไรก็ตามที่คุณไม่สามารถจัดการด้วยตัวเองได้ ให้บอกผมทันที ผมยินดีช่วยคุณหาทางแก้ไข อย่าลืมล่ะว่าผมเป็นแฟนคุณ พร้อมที่จะใช้ชีวิตที่เหลือร่วมกับคุณนับจากนี้ จะเป็นคนที่คุณสามารถพึ่งพาไปได้ตลอด อย่าแก้ปัญหาตามลำพังไปซะทุกเรื่อง”

หลินม่ายส่งยิ้มให้เขาอย่างอบอุ่น ตอบกลับว่า “รู้แล้วค่ะ”

ระหว่างที่หลินม่ายขี่จักรยานกลับบ้าน แล้วผ่านหน้าร้านเซาเข่าของตัวเอง เธอเห็นว่าหน้าประตูห้างสรรพสินค้าเจียงเฉิงซึ่งอยู่ไม่ไกลคลาคล่ำไปด้วยลูกค้าจำนวนมาก บรรยากาศค่อนข้างมีชีวิตชีวา

ตอนแรกเธอไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

ท่ามกลางย่านที่เป็นศูนย์กลางความเจริญ เธอมองเห็นภาพแบบนี้จนชินตาแล้ว

ในขณะที่กำลังจะเลี้ยวโค้งเพื่อกลับไปที่ลานหลังบ้าน

ทันใดนั้นพนักงานส่งเสริมการขายประจำร้านหันมาเห็นเธอเข้า ก็วิ่งตรงเข้ามาหาเธอทันที รายงานสถานการณ์ด้วยสีหน้าโศกเศร้า “ผู้จัดการหลินคะ มีคนพยายามใส่ร้ายแบรนด์ Unique ของเราในที่สาธารณะ ฉันพยายามห้ามแล้ว แต่อีกฝ่ายไม่ยอมฟังฉัน”

หลินม่ายรีบเดินตามเธอเข้าไปยังสถานที่ที่ฝูงชนกำลังรวมตัวกันในห้างสรรพสินค้าเจียงเฉิง

พอมองเข้าไปในวงล้อม ปรากฏว่าแม่หรงกำลังถือป้ายที่มีใจความใส่ร้ายป้ายสีเสื้อผ้าแบรนด์ Unique ว่าลอกเลียนแบบเสื้อผ้าแบรนด์ซีม่าน

หลินม่ายถึงกับขมวดคิ้ว

ยายป้านี่ไม่รู้จักเข็ดหลาบหรือยังไงกัน? ไม่กี่ชั่วโมงก่อน เธออุตส่าห์เปิดโปงหล่อนไปซะขนาดนั้น ตอนนี้ยังมีหน้ากลับมาชูป้ายประท้วงอีกเหรอ?

หลินม่ายหันกลับไปหาพนักงานส่งเสริมการขายที่แสดงสีหน้ารู้สึกผิด “ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้ เดี๋ยวฉันจัดการเอง”

พนักงานขายสาวพยักหน้า

หลินม่ายตรงกลับบ้าน โทรศัพท์หาหนิวลี่ลี่ เล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในห้างสรรพสินค้าเจียงเฉิงให้ฟัง และขอให้หล่อนช่วยไปสัมภาษณ์อีกฝ่ายโดยทันที

การใส่ร้ายป้ายสีแบรนด์ Unique ของแม่หรง ถือว่ามีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับคดีความที่หลินม่ายฟ้องร้องกวนหย่งหัว ซึ่งเป็นข่าวที่หนิวลี่ลี่กำลังติดตามอยู่พอดี

หนิวลี่ลี่ขี่จักรยานส่วนตัวไปที่ห้างเจียงเฉิง โดยที่ในใจไม่มีข้อกังขาอะไรทั้งนั้น

แม่หรงพยายามอย่างเต็มที่ที่จะอธิบายให้ฝูงชนเข้าใจว่าความจริงเป็นอย่างไรกันแน่ และยังยืนกรานคำเดิมว่าเสื้อผ้าแบรนด์ Unique ลอกเลียนแบบเสื้อผ้าแบรนด์ซีม่าน

ขอให้ทุกคนอย่าหลงเชื่อเนื้อหาในใบปลิวที่พนักงานส่งเสริมการขายของร้าน Unique เป็นคนแจกจ่าย

หนิวลี่ลี่แทรกตัวผ่านฝูงชนเข้ามาถึงตัวหล่อน แนะนำตัวเองภายในชั่วอึดใจเดียว จากนั้นก็เริ่มสัมภาษณ์แม่หรง

แม่หรงแอบดีใจที่มีนักข่าวสนใจมาขอสัมภาษณ์ หล่อนจะได้อาศัยโอกาสนี้โจมตีหลินม่ายและธุรกิจของเธอให้ยิ่งย่ำแย่ลงไปอีก

หล่อนยอมให้สัมภาษณ์ด้วยความยินดียิ่ง

หนิวลี่ลี่ถาม “ทำไมคุณถึงมั่นใจว่าแบรนด์ Unique ลอกเลียนแบบเสื้อผ้าแบรนด์ซีม่านคะ?”

แม่หรงแสดงสีหน้าเหยียดหยาม “กระบวนการผลิตของโรงงานในประเทศเราออกจะล้าหลังและยากจนซะขนาดนี้ คุณคิดว่าพวกเขามีปัญญาออกแบบแฟชั่นที่ทันสมัยขนาดนั้นด้วยตัวเองได้ไหมล่ะ?”

ในฐานะที่เป็นชาวเจียงเฉิง หล่อนย่อมให้เกียรติบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองเหนือสิ่งใด

พอหนิวลี่ลี่ได้ยินว่าแม่หรงที่เป็นคนเจียงเฉิงเหมือนกันดูถูกเมืองที่ตัวเองอาศัยอยู่อย่างไม่ไว้หน้าแบบนั้นก็รู้สึกขยะแขยงมาก แทบอยากเตะโด่งส่งหล่อนไปยังทางช้างเผือก

ในเมื่อเกลียดบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองมากนัก อย่างนั้นก็ออกไปซะ!

หนิวลี่ลี่พูดจาเย้ยหยันทันที “ทำไมพวกเขาจะออกแบบเสื้อผ้าแฟชั่นที่ทันสมัยไม่ได้กัน? ประธานาธิบดีของต่างประเทศท่านหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่าจนกว่าเขาจะตาย พวกเราชาวจีนคงไม่มีวันสร้างระเบิดปรมาณูได้ ผลกลับกลายเป็นว่าตอนนี้ประเทศของเขายากจนกว่าที่เป็นอยู่ในอดีตเสียอีก แถมยังสร้างระเบิดปรมาณูไม่ได้เลยสักลูก! คุณดูถูกแผ่นดินเกิดของตัวเอง แต่กลับเทิดทูนนายทุนต่างชาติ ถ้าเกิดสงครามอีกรอบ คุณคงเป็นคนทรยศต่อชาติอย่างไม่ต้องสงสัย!”

ฝูงชนโดยรอบมองไปที่แม่หรงด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม

รอยยิ้มมั่นใจบนใบหน้าของแม่หรงค่อย ๆ หายไป หล่อนแทบอยากหนีออกไปจากที่นี่ด้วยสีหน้ามืดมน

หนิวลี่ลี่หยุดหล่อนไว้เสียก่อน “ฉันได้ยินมาว่าคุณเป็นว่าที่แม่ยายของกวนหย่งหัว เจ้าของโรงงานตัดเสื้อซีม่าน กวนหย่งหัวว่าที่ลูกเขยคุณเคยให้สัมภาษณ์ในทางชี้นำเพื่อใส่ร้ายคู่แข่งผ่านสื่อจริงหรือเปล่าคะ?”

แม่หรงตะคอกด้วยความโมโห ถุยน้ำลายใส่หน้าหนิวลี่ลี่ “ฉันไม่ได้ใส่ร้ายแบรนด์ Unique หยุดพล่ามไร้สาระได้แล้ว! ฉันไม่ได้ถูกใครจ้างมาทั้งนั้น ฉันแค่พูดความจริง!” จากนั้นหล่อนก็ผลักหนิวลี่ลี่ไปให้พ้นทาง ก่อนจะวิ่งหนีออกไปด้วยความสิ้นหวัง

ถึงอย่างนั้นหล่อนก็ยังไม่ละความพยายามที่จะทำลายชื่อเสียงของหลินม่ายและร้าน Unique

หล่อนแค่เปลี่ยนสถานที่ประท้วงใหม่ ไปที่ห้างสรรพสินค้าลิ่วตู้เฉียวแล้วชูป้ายใส่ร้ายหลินม่ายกับโรงงานตัดเสื้อของเธอตามเดิม

แม่หรงทุ่มเทถึงขนาดนี้ เพียงเพราะอยากให้กวนหย่งหัวพึงพอใจ

บางทีว่าที่ลูกเขยของหล่อนอาจมองเห็นความจงรักภักดี แล้วโยนกระดูกหมูให้หล่อนสักสองสามชิ้น

แม่หรงหนีไปที่ห้างสรรพสินค้าลิ่วตู้เฉียวเพื่อทำลายธุรกิจของหลินม่าย หนิวลี่ลี่ก็รู้ข่าวในไม่ช้า จึงเดินทางไปขอสัมภาษณ์หล่อนอีกครั้ง

แต่คราวนี้แม่หรงไม่ยอมให้สัมภาษณ์อีกต่อไป แถมยังวิ่งหนีเมื่อเห็นหล่อน

หนิวลี่ลี่กลับมาที่สำนักหนังสือพิมพ์โดยคว้าน้ำเหลว โทรศัพท์หาหลินม่าย บอกว่าตัวเองไม่สามารถห้ามปรามแม่หรงไม่ให้ใส่ร้ายธุรกิจของเธอได้

หลินม่ายที่อยู่อีกด้านหนึ่งของปลายสายส่ายหน้า “ฉันไม่ได้ขอให้คุณห้ามไม่ให้ยายป้านั่นทำลายธุรกิจของฉันซะหน่อย ฉันแค่อยากให้คุณไปสัมภาษณ์หล่อน”

หนิวลี่ลี่งงงวย “สัมภาษณ์แล้วมีประโยชน์ยังไงกัน? เธอห้ามหล่อนให้หุบปากไม่ได้ซะหน่อย”

รอยยิ้มปรากฏขึ้นตรงมุมปากของหลินม่าย “ฉันทำให้หล่อนหุบปากไม่ได้ก็จริง แต่ฉันทำให้หล่อนเสียเงินจนหมดตัวได้”

หนิวลี่ลี่ได้ยินแบบนั้นแล้วก็นิ่งงันไป

………………………………………………………………………………………………………………

ข้ามแม่น้ำแล้วรื้อสะพานทิ้ง เป็นสำนวน หมายถึงได้รับผลประโยชน์แล้วถีบหัวส่ง

ตั๊กแตนสองตัวบนเชือกเส้นเดียวกัน ความหมายเดียวกันกับลงเรือลำเดียวกัน เปรียบเทียบกับสองคนที่ตกอยู่ในสถานการณ์เดียวกัน เกิดเรื่องขึ้นมาทั้งนายทั้งข้าก็หนีไม่พ้น

สารจากผู้แปล

จะได้เห็นคุณย่าฟางแต่งตัวสวย ๆ บ้างแล้ว น่าจะเป็นคุณย่าที่สวยสับที่สุดแห่งยุคเลย

ยัยป้าหรงนี่ได้สิ้นเนื้อประดาตัวจริงๆ ก็ตอนนี้แหละ มาเล่นกับไฟแบบไม่ดูตัวเองเลย

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 432 หนิวลี่ลี่สัมภาษณ์แม่หรง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved