cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 397 เพิ่มเบี้ยเลี้ยง

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 397 เพิ่มเบี้ยเลี้ยง
Prev
Next

ตอนที่ 397 เพิ่มเบี้ยเลี้ยง

หลินม่ายรีบไปที่โรงงานตัดเสื้อ

คุณลุงยามเฝ้าประตูยิ้มกว้างทันทีเมื่อเห็นหลินม่าย “คุณหลิน เมื่อคืนผมเห็นคุณออกทีวีด้วย คุณพูดได้ดีมากเลยครับ!”

หลินม่ายพูดกับเขาอีกสองสามคำ จากนั้นก็ตรงไปที่ห้องทำงานของเถาจืออวิ๋น

ในห้องทำงานของหัวหน้าฝ่ายปฏิบัติการทั้งสาม มีเถาจืออวิ๋นอยู่แค่คนเดียว

หลินม่ายถาม “หัวหน้าเหรินกับหัวหน้าโฮ่วล่ะ?”

“หัวหน้าเหรินออกไปสำรวจตลาด ตอนนี้หัวหน้าโฮ่วต้องดูแลโรงงานสองที่ที่มีพนักงานรวมกันมากกว่าร้อยชีวิต เขาเลยต้องเดินทางไป ๆ มา ๆ เพื่อตรวจสอบสถานการณ์ ป้องกันไม่ให้คนงานบางคนเผลอละเลยเรื่องคุณภาพ”

ว่าแล้วก็หยิบโปสเตอร์ปึกหนึ่งออกมาแล้วส่งให้หลินม่าย

“บ่ายเมื่อวาน กว่าฉันจะขอร้องให้เธอยอมถ่ายโปสเตอร์จนได้ เธอเอาแต่อิดออดท่าเดียว ดูให้เห็นกับตาตัวเองเถอะว่าโปสเตอร์ที่มีเธอเป็นนางแบบมันสวยแค่ไหน!”

หลินม่ายหยิบโปสเตอร์ขึ้นมาพลิกดูทีละแผ่น

ในโปสเตอร์ ไม่ว่าเธอจะมัดผมหางม้าหรือถักเปีย พร้อมกับสวมใส่เสื้อผ้าที่เธอเป็นคน ‘ออกแบบ’ และรับช่วงดัดแปลงต่อโดยเถาจืออวิ๋น ทุกรูปต่างออกมาสดใสสมวัย สวยงาม และน่ารักมาก

อีกทั้งหมวกจากร้านไป๋เหอโถวซื่อที่เธอใส่อยู่ก็กลมกล่อมเข้ากันไปหมด

เถาจืออวิ๋นเดินมายืนอยู่ข้างหลัง ชื่นชมโปสเตอร์พวกนั้นไปพร้อม ๆ กับเจ้าตัว “สวยใช่ไหมล่ะ? ช่างภาพก็เก่งมาก ออกแบบท่าโพสต์ของเธอได้เด่นสะดุดตา เธอนี่ช่างสมบูรณ์แบบจริง ๆ เลย!”

หลินม่าย “ถ้าฉันบอกว่าฉันเป็นคนออกแบบท่าโพสต์เอง พี่จะเชื่อหรือเปล่า?”

เถาจืออวิ๋นตบหลังเธอเบา ๆ “ทำไมจะไม่เชื่อล่ะ ทุกอย่างที่เธอออกแบบมีรสนิยมเสมอ”

หลินม่ายหัวเราะร่า จากนั้นก็วางโปสเตอร์ลง “โรงงานเก่าของพี่ที่ชื่อ… โรงงานอะไรนะ?”

เถาจืออวิ๋นตอบย้ำ “โรงงานตัดเสื้อชุนเหล่ย”

“ใช่ๆๆ พี่ได้ติดต่อทางโรงงานตัดเสื้อชุนเหล่ยแล้วหรือยัง เขามีท่าทีตอบรับยังไงบ้าง? เขาตกลงผลิตสินค้าให้เราไหม?”

เถาจืออวิ๋นพยักหน้า “เมื่อวานเย็นฉันแวะไปหาผู้จัดการโรงงานมาแล้ว เพื่อเจรจากับเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาดูดีใจมากเลยนะ แถมยังเล่าให้ฟังด้วยว่าช่วงนี้เสื้อผ้าที่ผลิตจากโรงงานตัดเสื้อของรัฐแล้วส่งไปขายตามห้างสรรพสินค้า ยอดขายในแต่ละเดือนตกต่ำมาก พอของค้างสต็อกเยอะเกินไป การผลิตก็ชะลอตัวจนเกือบต้องปิดโรงงาน การที่เราจ้างพวกเขาให้ช่วยผลิตสินค้า ถือเป็นการต่อชีวิตในเวลาที่เหมาะเจาะ ไม่อย่างนั้นทางโรงงานคงไม่มีเงินมาจ่ายค่าแรงของเดือนถัดไป ผู้จัดการนัดหมายให้คนงานเริ่มทำงานล่วงเวลาตั้งแต่เมื่อคืน และจะส่งเสื้อผ้าล็อตแรกให้เราในเช้าตรู่ของอีกวัน”

“แล้วเรื่องของคุณภาพล่ะ”

หลินม่ายกังวลเรื่องนี้มากที่สุด

ปกติแล้วคุณภาพของเสื้อผ้าที่ผลิตจากโรงงานรัฐโดยทั่วไปไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ถ้าเป็นงานเร่ง เกรงว่าจะยิ่งควบคุมคุณภาพได้ยากกว่าเดิม

ในเมื่อเธอต้องการขยายฐานการผลิตเสื้อผ้าแบรนด์ Unique ให้ใหญ่ขึ้น ย่อมต้องใส่ใจเรื่องคุณภาพเป็นหลัก

เถาจืออวิ๋นพยักหน้า “ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลย ฉันเป็นคนกำชับด้วยตัวเอง คุณภาพมาเป็นอันดับหนึ่ง ฝีเข็มต้องเท่ากัน ด้ายที่ใช้ต้องไม่ขาดง่าย กระดุมต้องแน่น”

หลินม่ายเพิ่งสังเกตว่าดวงตาของอีกฝ่ายแดงก่ำ ถามว่า “เมื่อคืนพี่ได้นอนบ้างไหม?”

เถาจืออวิ๋นลูบหน้าตัวเอง “นอนสิ แต่แค่นอนดึกไปหน่อย ฉันต้องอยู่คุมงาน ตราบใดที่คนงานของเรายังทำงานล่วงเวลาไม่เสร็จ ฉันก็ไม่ได้หนีกลับบ้านไปนอนหรอก”

หลินม่ายขมวดคิ้ว “ตอนที่พี่เซ็นสัญญา OEM กับโรงงานตัดเสื้อชุนเหล่ย พี่ได้ระบุในสัญญาหรือเปล่า ว่าถ้าคุณภาพของสินค้าออกมาไม่ได้มาตรฐานตามที่เราวางไว้ เราจะไม่ยอมรับสินค้าล็อตนั้น และทางโรงงานต้องจ่ายค่าชดเชยที่ผิดสัญญา?”

“ระบุแล้ว แต่จุดประสงค์ของเราไม่ใช่การรับเงินค่าชดเชยจากพวกเขา เราต้องการให้พวกเขาทำงานให้เราต่างหาก เพราะแบบนี้ฉันถึงต้องคุมคนงานด้วยตัวเอง เพื่อที่พวกเขาจะได้ผลิตเสื้อผ้าในปริมาณมากออกมาแบบมีคุณภาพ”

“ช่วงนี้พี่วางแผนว่าจะอดหลับอดนอนทุกคืนเลยหรือไง?”

เถาจืออวิ๋นโบกมือ “ไม่ขนาดนั้นหรอก เมื่อคืนที่ผ่านมา ฉันควบคุมคุณภาพสินค้าเข้มงวดมาก ระหว่างที่ตรวจสอบเป็นรายชิ้น ฉันถึงขั้นโยนเสื้อผ้าหลายสิบชุดที่ไม่ได้มาตรฐานของเราทิ้งเลยนะ จากนั้นก็ขู่พวกเขาด้วยว่า ถ้ายังมีเสื้อผ้าไม่ได้คุณภาพแบบนี้หลุดมาถึงมือฉันอีก ฉันจะย้ายไปจ้างโรงงานตัดเสื้อที่อื่นแทน ปล่อยให้พวกเขาดิ้นรนเลี้ยงปากท้องกันเอง ไม่ว่าผู้จัดการหรือพนักงาน ทุกคนต่างก็รู้จักฉันดี ไม่มีใครกล้าทำงานชุ่ยแน่”

หลินม่ายได้ยินแล้วก็โล่งใจ

ถึงอย่างนั้นก็ยังมีข้อสงสัยบางอย่าง “ทำไมเสื้อผ้าที่ผลิตจากโรงงานชุนเหล่ยถึงส่งไปขายที่ห้างสรรพสินค้าของรัฐไม่ได้แล้วล่ะ?”

เถาจืออวิ๋นแค่นเสียงเยาะเย้ย “เธอคิดว่าการส่งเสื้อผ้าไปขายในห้างเป็นเรื่องง่ายนักเหรอ? เมื่อก่อนอาจใช่ แต่ตอนนี้ไม่ ผลพวงจากการปฏิรูปเศรษฐกิจในปัจจุบัน ทำให้พ่อค้าเร่หลายเจ้าต่างพากันออกมาตั้งแผงขายเสื้อผ้า ผู้ประกอบการรายย่อยก็เลือกไปจับธุรกิจเสื้อผ้าเหมือนกัน สไตล์เสื้อผ้าที่พวกเขารับซื้อมาจากกวางตุ้งทันสมัยกว่าเสื้อผ้าที่ผลิตจากโรงงานรัฐซะอีก คนหนุ่มสาวเดี๋ยวนี้ก็ไม่เข้าห้างไปซื้อเสื้อผ้ากันแล้ว แต่ไปเดินหาซื้อตามแผงลอยริมถนนแทน เสื้อผ้านำเข้าพวกนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อเสื้อผ้าภายในประเทศ เป็นธรรมดาที่โรงงานตัดเสื้อของรัฐต้องหาทางดิ้นรนเพื่อที่โรงงานจะยังอยู่รอด”

หัวใจหลินม่ายกระตุกเมื่อได้ยินแบบนั้น

บางทีเธออาจจะเปิดร้านเสื้อผ้า Unique เพื่อเจาะตลาดลูกค้าวัยรุ่นที่ชอบซื้อเสื้อผ้าจากนอกห้างก็ได้

แต่ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลา รอจนกว่าโรงงานตัดเสื้อของเธอจะขยายฐานการผลิตได้อย่างมั่นคงเสียก่อน

ทันใดนั้น เถาจืออวิ๋นก็หันมาขยิบตาให้เธออย่างร้ายกาจ “ฉันฉวยโอกาสตอนกลับไปที่โรงงานเก่าเพื่อเจรจาการผลิตต่อรองอะไรบางอย่าง ขอให้เขาช่วยส่งยามของโรงงานไปไล่ที่ ในวันที่ไอ้สารเลวหม่าเทากับรักแรกของเขาแต่งงานกันในบ้านของฉัน!”

หลินม่ายยกนิ้วโป้ง “ทำดีมาก!”

ขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอยู่นั้น เหรินเป่าจูก็กลับเข้ามาพอดี

ทันทีที่เปิดประตูเข้ามา หล่อนก็ตะโกนลั่น “ให้ตายเถอะ เดินสายห้างสรรพสินค้าหกที่ในคราวเดียว เหมือนโดนสูบเรี่ยวแรงไปหมดเลย!”

หลังจากนั้นก็เดินเข้ามารินน้ำต้มสุกให้ตัวเองแก้วหนึ่งแล้วกระดกดื่ม

หลินม่ายเห็นแบบนั้น ก็เดินออกไปที่ห้องบัญชี

เธอบอกให้ทังชุ่นอิงจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเครื่องดื่มให้เหรินเป่าจูและพนักงานส่งเสริมการขายทุกคนคนละสามหยวนต่อเดือน ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป

เหรินเป่าจูและพนักงานส่งเสริมการขายต้องออกไปข้างนอกทุกวัน หลีกไม่พ้นความกระหายน้ำ

การจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเครื่องดื่มให้พวกเขาสามหยวน ก็เพื่อที่พวกเขาจะได้ไม่ต้องควักเงินส่วนตัวสำหรับซื้อชาหรือน้ำอัดลมดื่มในระหว่างนั้น

ถึงแม้จะเป็นเงินแค่เล็กน้อย แต่มันก็ช่วยให้พวกเขารับรู้ถึงความเอาใจใส่จากนายจ้าง

ทังชุ่นอิงถามด้วยความลังเล “ทำไมคุณถึงไม่ให้พวกเขาซื้อเครื่องดื่มจากข้างนอกแล้วนำบิลมาเบิกเอาล่ะคะ? พวกเขาไม่ได้ออกไปข้างนอกทุกวันเสียหน่อย จ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเครื่องดื่มให้คนละสามหยวนต่อเดือน… ฉันมองว่ามันสิ้นเปลืองไปหน่อย แถมยังไม่สอดคล้องกับนโยบายประหยัดของเราเลยนะคะ…”

หลินม่ายอธิบายอย่างจริงจัง “ถึงฉันจะเน้นย้ำเรื่องนโยบายการประหยัดก็จริง แต่การประหยัดไม่ได้หมายถึงการตระหนี่ ทุกตำแหน่งในโรงงานของเรา พนักงานส่งเสริมการขายถือเป็นคนที่ทำงานหนักที่สุดแล้ว ถ้าไม่มีพวกเขาออกไปเดินสายเปิดตลาด เราทุกคนคงต้องหาทางดิ้นรนกันเอง แถมพวกเขายังต้องทำงานท่ามกลางสภาพอากาศที่ไม่เป็นใจ ไม่ว่าจะหนาวเสียดกระดูกหรือร้อนตับแตกก็ไม่มีข้อยกเว้น เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว ยอมจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงเครื่องดื่มแค่เดือนละสามหยวนจะเป็นไรไป? ถ้าคุณอยากให้พวกเขาซื้อเครื่องดื่มจากข้างนอกแล้วเอาบิลมาเบิกทีหลังจริง ๆ แล้วคุณคิดว่าร้านขายของชำเล็ก ๆ จะยินดีเขียนบิลค่าเครื่องดื่มให้พวกเขาหรือเปล่า?”

ทังชุ่นอิงรีบจัดการตามคำสั่ง

เมื่อหลินม่ายเดินกลับเข้ามาในห้องทำงานอีกครั้ง เห็นว่าเหรินเป่าจูกำลังจัดการกับงานตรงหน้าอย่างขันแข็ง

พนักงานส่งเสริมการขายคนหนึ่งตัดพ้อด้วยสีหน้าเศร้าหมอง “รองผู้จัดการคะ คุณไม่จ้างพนักงานส่งเสริมการขายโดยตรง แต่กลับมอบหมายให้เราผลัดกันทำหน้าที่แทน แล้วเรายังต้องจัดเรียงสินค้าทุกวันอีก เป็นงานที่หนักมากเลยนะคะ”

เหรินเป่าจูพยายามเกลี้ยกล่อมพวกเขาด้วยความอดทน “พอดีแผนการเปิดตลาดใหม่มันค่อนข้างฉุกละหุกไปหน่อย การจัดการก็ต้องรีบทำอย่างเร่งด่วน เลยยังไม่มีเวลาประกาศรับสมัครพนักงานขาย พวกคุณอยู่ช่วยสักสองวันเถอะนะ แค่สองวันก็พอ แล้วฉันจะรีบประกาศรับสมัครพนักงานขายให้มาทำงานแทน ต้องขอโทษจริง ๆ และขอบคุณที่ทำงานอย่างหนัก!”

หลินม่ายได้ยินแบบนั้นก็เดินตรงเข้าไป ส่งยิ้มให้เหรินเป่าจูและคนอื่น ๆ “ฉันมีอะไรอยากเสนอ”

เหรินเป่าจูและพนักงานส่งเสริมการขายต่างยิ้มตอบ “ผู้จัดการหลินช่วยแนะนำด้วยค่ะ”

“พวกคุณลองไปขอความช่วยเหลือจากผู้จัดการฝ่ายขายของทางห้างสรรพสินค้าดู ให้เขาช่วยจัดหาพนักงานขายให้เราสักสองสามคน เราก็แค่ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมให้กับทางห้างนิดหน่อย”

เหรินเป่าจูเกิดความลังเล “แต่พนักงานขายของห้างต่างก็มีภาระงานเป็นของตัวเองอยู่แล้ว จะเจียดเวลามาช่วยงานเราได้ยังไงคะ”

“จัดระบบการทำงานของพนักงานขายเป็นกะสิ แล้วให้พนักงานของเรามีเวลาพักเหนื่อยสักสองสามวัน ถ้าเราจ่ายค่าแรงให้เป็นสองเท่า ต้องมีพนักงานขายที่เต็มใจทำแน่”

ดวงตาเหรินเป่าจูเป็นประกาย “เป็นความคิดที่ดี!”

จากนั้นหล่อนก็หันไปพูดกับพนักงานส่งเสริมการขายข้าง ๆ ว่า “พวกคุณได้ยินที่ผู้จัดการหลินพูดแล้ว จากคำแนะนำของหล่อน เราคงต้องแก้ปัญหาขาดแคลนพนักงานขายแบบนี้ไปก่อน ไม่เกินห้าวัน ฉันจะเปิดรับสมัครพนักงานขายทันที”

หลินม่ายแนะนำ “ถ้าผู้สมัครผ่านการคัดเลือกแล้ว อย่าลืมฝึกอบรมเรื่องการทำงานให้กับพวกเขาก่อนเริ่มงานจริงด้วยล่ะ”

เหรินเป่าจูพยักหน้า

หลินม่ายแวะไปดูโรงเรียนอนุบาล พอเห็นว่าป้ายที่นายช่างจางส่งคนมาติดตั้งเรียบร้อยดี ก็พึงพอใจมาก

จากนั้นก็แวะเข้าไปในโรงงานไป๋เหอโถวซื่อที่อยู่ข้าง ๆ กัน

ยังไม่ทันเดินไปถึงหน้าร้าน ก็เห็นว่ามีลูกค้าเดินเข้าออกจากร้านไป๋เหอโถวซื่อเพื่ออุดหนุนสินค้าเป็นจำนวนมาก

เห็นแบบนี้แล้วเธอก็อดชื่นใจไม่ได้ อย่างน้อยการออกทีวีเมื่อวานก็ไม่ได้เปล่าประโยชน์ แถมยังได้ผลตอบรับดีกว่าการจ้างถ่ายทำโฆษณาซะอีก!

เธอเร่งฝีเท้าไปถึงจุดหมายด้วยความตื่นเต้น เห็นว่าในร้านก็มีลูกค้าแน่นขนัด

หลายคนเป็นผู้ค้ารายย่อยที่ต้องการรับซื้อสินค้าไปขาย แต่ก็มีลูกค้าจำนวนมากที่ต้องการซื้อเครื่องประดับศีรษะไปสวมใส่เอง

น่าเสียดายที่ร้านไป๋เหอโถวซื่อเป็นร้านค้าที่ทำธุรกิจแบบค้าส่งเท่านั้น

พอมีลูกค้าจำนวนมากต้องการซื้อปลีก พนักงานขายจึงไม่รู้ว่าควรตัดสินใจอย่างไรดี

ที่ไม่ยอมขาย ก็เพราะกลัวว่าจะขาดทุน

ถึงแม้ว่ากำไรที่ได้จากการขายปลีกจะน้อยกว่าการขายส่ง แต่ก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

เพียงแต่การขายสินค้าให้ลูกค้าเป็นรายคนใช้เวลานานเกินไป จนไม่สามารถปลีกตัวมาดูแลผู้ค้ารายย่อย

หลินม่ายยิ้มแย้มแจ่มใส หันไปพูดกับลูกค้าที่อยากซื้อเครื่องประดับศีรษะไปสวมใส่เองว่า “ต้องขออภัยด้วยจริง ๆ ค่ะ ร้านของเราทำธุรกิจแบบขายส่งเท่านั้น ไม่ได้ขายปลีก”

ลูกค้าหลายคนจำหลินม่ายได้ ทุกคนต่างก็ทักทายด้วยความตื่นเต้น “คุณคือผู้จัดการหลินนั่นเอง! เราเห็นคุณให้สัมภาษณ์ในรายการข่าวเมื่อวานตอนเย็น!”

ถึงอย่างนั้นก็มีเสียงแสดงความไม่เห็นด้วยแทรกมา “เมื่อวานพวกเราเห็นคุณนำเสนอในทีวีแบบนั้น พวกเราก็เลยมาอุดหนุนสินค้าของคุณถึงที่ร้าน เพื่อให้สนับสนุนรายได้ให้ผู้พิการ ถ้าคุณไม่ยอมขายปลีกให้พวกเราแบบนี้ แล้วเราจะสนับสนุนคุณได้ยังไงกันล่ะ?”

หลินม่ายยังคงแสดงรอยยิ้มบนใบหน้า “ขอบคุณทุกคนที่สนใจให้การสนับสนุนพวกเรานะคะ แต่ถ้าเราทำธุรกิจแบบค้าปลีก คงสร้างผลกระทบต่อธุรกิจของผู้ค้ารายย่อยเหล่านี้ ดังนั้นต่อให้พวกคุณจะซื้อสินค้าจากผู้ค้ารายย่อยด้านนอก ก็เท่ากับสนับสนุนพวกเราเช่นเดียวกัน หวังว่าทุกคนจะเข้าใจค่ะ”

หลังจากได้ยินคำพูดของหลินม่าย พ่อค้าแม่ค้ารายย่อยที่แวะเวียนมารับซื้อสินค้าก็รู้สึกสบายใจมาก

ใจจริงพวกเขาก็ไม่อยากให้ไป๋เหอโถวซื่อขายปลีกหรอก

ตามที่หลินม่ายบอก ถ้าไป๋เหอโถวซื่อทำธุรกิจแบบขายปลีกจริง ผู้คนจำนวนมากก็จะแห่แหนมาซื้อสินค้าของเธอถึงหน้าร้าน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจของพวกเขา

ถึงผลกระทบที่ว่าจะไม่ได้มากมายอะไร แต่ก็ทำให้พวกเขาหายใจไม่ทั่วท้องอยู่บ้าง

ลูกค้าหลายคนต่างเข้าใจในสิ่งที่หลินม่ายพูด เสียงเซ็งแซ่แสดงความไม่เห็นด้วยจึงเงียบหายไปทันที

หลังจากเคลียร์ลูกค้าที่ต้องการซื้อปลีกออกไปได้ทั้งหมดแล้ว หลินม่ายก็หันกลับมาสอนพนักงานขายหน้าร้านทั้งสอง

กำชับให้พวกหล่อนขายของแบบมองภาพรวมไว้ก่อน ไม่ใช่เห็นงาก็จะหยิบ เห็นเมล็ดแตงโมก็จะหยิบด้วยเหมือนกัน ควรรู้จักเลือกทางที่ร้านจะได้เปรียบมากกว่า

พนักงานขายสองคนพยักหน้ารับซ้ำ ๆ

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

งานส่งเสริมการขายนี่งานหนักใช่ย่อยเลยนะ เพิ่มเบี้ยเลี้ยงให้ถือว่าดีแล้ว

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 397 เพิ่มเบี้ยเลี้ยง"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved