cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 385 หมอฟางประเมินอาการป่วย

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 385 หมอฟางประเมินอาการป่วย
Prev
Next

ตอนที่ 385 หมอฟางประเมินอาการป่วย

คุณย่าฟางชี้ขึ้นไปที่เพดาน “แขกอยู่บนห้องใต้หลังคา”

ฟางจั๋วเยวี่ยตกตะลึง “ทำไมถึงปล่อยให้แขกอยู่บนห้องใต้หลังคา? ไม่มีใครขึ้นไปเชิญพวกเขาเลยเหรอครับ!”

หลินม่ายหันไปพูดกับโต้วโต้ว “ขึ้นไปที่ห้องใต้หลังคาแล้วเรียกพี่ฟู่เฉียงกับแม่ของเขาลงมากินข้างด้วยกันเร็ว”

โต้วโต้วยังคงยืนนิ่ง เงยหน้าขึ้นพร้อมกับตั้งคำถาม “แม่จ๋า พี่ฟู่เฉียงเรียกแม่ว่าพี่ม่ายจื่อ ส่วนหนูก็เรียกเขาว่าพี่ ถ้าอย่างนั้นหนูก็ต้องเรียกแม่ว่าพี่ด้วยน่ะสิ?”

พอหลินม่ายได้ยินแบบนั้นก็ตบหน้าผากดังฉาด “เรียงลำดับอาวุโสผิดไปหมดเลย”

ตอนแรกคุณย่าฟางไม่ทันสังเกตว่าฟู่เฉียงเรียกหลินม่ายว่าอะไร พอได้ยินแบบนั้นก็พูดขึ้นว่า “อย่าได้ลำดับอาวุโสผิดเชียว! ขนาดพ่อของฟู่เฉียงยังเรียกพวกฉันว่าคุณปู่ คุณย่า แต่เธอกับฟู่เฉียงกลับเรียกแทนกันและกันเหมือนเป็นพี่น้อง… ถ้าฟู่เฉียงลงมา บอกให้เขาเรียกเธอว่าอาแทนพี่สาวก็แล้วกัน”

หลินม่ายพยักหน้ารับด้วยความละอาย

ในชนบท ผู้คนยึดถือเรื่องลำดับอาวุโสกันอย่างเคร่งครัด ถ้าใครเรียกขานกันผิด ๆ จะกลายเป็นเรื่องน่าอายมาก

เด็กหญิงตัวน้อยซอยเท้าอวบสั้นขึ้นไปบนห้องใต้หลังคา เพื่อเรียกฟู่เฉียงกับแม่ของเขาลงมากินข้าว

ฟางจั๋วเยวี่ยเดินไปหาคุณย่าฟาง ก่อนจะนั่งลงพร้อมใช้แขนข้างหนึ่งโอบนางไว้ แล้วพูดด้วยความฉุนเฉียว “คุณย่าครับ ย่ายังไม่ได้ตอบผมเลยว่าแขกขึ้นไปอยู่บนห้องใต้หลังคาได้ยังไง”

คุณย่าฟางกลอกตาใส่เขา “เธออายุตั้งเท่าไหร่แล้ว ยังทำตัวเป็นเด็กเหมือนตอนอยู่กับย่าไปซะได้ แขกตัวน้อยของเราคนนี้ยังวางตัวเป็นผู้ใหญ่กว่าเธอเสียอีก เขาขึ้นไปอยู่ที่ห้องใต้หลังคาก็เพราะไม่อยากรบกวนชีวิตของพวกเรา ทั้งเขาและพ่อแม่ถึงได้ขึ้นไปพักอยู่บนนั้น”

ฟางจั๋วเยวี่ยคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วถามต่อ “แขกคนนี้กับพ่อแม่ของเขาจะย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านพี่สะใภ้เหรอ?”

หลินม่ายส่ายหน้า “ไม่ได้อยู่ถาวรหรอก แค่มาพักชั่วคราวน่ะ”

ฟางจั๋วเยวี่ยถามอย่างงงวย “แล้วเรื่องอะไรต้องยอมให้คนอื่นมาพักอยู่ในบ้านตัวเองกัน?”

หลินม่ายอธิบายด้วยความอดทน “ฉันพาพ่อแม่ของเขามาที่นี่เพื่อเข้ารับการรักษา เขาเลยตามมาคอยดูแลพ่อแม่ ไม่แปลกถ้าพวกเขาจะพักอยู่ที่บ้านของฉันสักระยะหนึ่ง”

ขณะที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้น เสียงตึงตังของโต้วโต้วกับฟู่เฉียงก็ดังมาจากนอกประตู

ทันใดนั้น โต้วโต้วก็เดินเข้ามาพร้อมกับฟู่เฉียงและแม่ของเขา

ทันทีที่ฟู่เฉียงเดินเข้ามา เขาก็ทำหน้าแดงขณะพูดกับหลินม่าย “ผมขอโทษครับอาม่ายจื่อ ผมเผลอใช้คำเรียกคุณผิดลำดับอาวุโส”

โต้วโต้วกระโดดหยองแหยง พลางพูดว่า “หนูเป็นคนบอกพี่ฟู่เฉียงเองว่าเขาเรียกแม่จ๋าผิดลำดับอาวุโส”

หลินม่ายจิ้มจมูกน้อย ๆ ของหล่อน “หนูกลายเป็นกระบอกเสียงตัวน้อยไปซะแล้ว”

จากนั้นเธอก็หันไปยิ้มให้ฟู่เฉียง “ไม่เป็นไร เราต่างก็ผิดลำดับอาวุโสกันทั้งสองฝ่าย แค่แก้ไขอย่างทันท่วงทีก็ไม่เป็นไรแล้ว”

ฟางจั๋วหรานทักทายฟู่เฉียงกับแม่ของเขาที่โต๊ะอาหาร

ฟู่เฉียงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง “ผมจะไปถามพ่อก่อนว่าตอนนี้เขาหิวหรือยัง พวกคุณกินล่วงหน้ากันก่อนเลยครับ”

ไม่มีใครยอมขยับเคลื่อนไหว ทุกคนต่างก็รอจนกว่าเขาจะกลับมา ยกเว้นแม่เสียสติของเขาที่จับจ้องไปยังโต๊ะตรงหน้าที่เต็มไปด้วยอาหารอันโอชะ อยากเอื้อมมือไปหยิบกิน แต่จู่ ๆ ก็ไม่กล้า

ฟู่เฉียงรีบวิ่งไปที่ห้องรับแขกซึ่งพ่อของเขากำลังนอนอยู่ ก่อนจะนั่งลงข้างเตียงแล้วถามว่า “พ่อ พ่ออยากกินข้าวมื้อกลางวันแล้วหรือยัง?”

เมื่อเช้าพ่อของเขากินเกี๊ยวไปหลายตัว ตอนนี้จึงยังไม่หิว

เขาพูดกับฟู่เฉียงด้วยความอ่อนแรง “ลูกไปกินข้าวเถอะ อย่าปล่อยให้คนอื่นรอนาน กินเสร็จเมื่อไหร่ค่อยเอาอาหารกลางวันที่เหลือมาให้พ่อ”

จากนั้นฟู่เฉียงจึงเดินออกจากห้อง แล้วร่วมโต๊ะกินอาหารกลางวัน

ทุกคนรอให้เขานั่งลงเสียก่อน ถึงค่อยหยิบตะเกียบขึ้นมา

หลินม่ายใช้สายตาบุ้ยใบ้ไปทางฟางจั๋วหราน “คุณอาฟางเป็นหมออยู่ที่โรงพยาบาลผู่จี้ ตอนบ่ายเราจะพาพ่อแม่เธอไปที่โรงพยาบาลผู่จี้ด้วยกัน”

ฟางจั๋วหรานกำลังตักอาหารจานโปรดให้หลินม่ายอย่างใจเย็น พอได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้น ถามฟู่เฉียงว่า “พ่อเธอป่วยเป็นโรคอะไร?”

ฟู่เฉียงยิ้มเขิน ๆ “ผมก็ไม่รู้ โรงพยาบาลประจำเทศมณฑลวินิจฉัยโรคของเขาไม่ได้”

หลินม่ายถาม “พ่อเขาซูบผอมมากเลยค่ะ เป็นไปได้ไหมว่าอาจป่วยเป็นเบาหวานหรือภาวะไทรอยด์เป็นพิษ?”

เธอสงสัยว่าพ่อของฟู่เฉียงอาจป่วยเป็นโรคใดโรคหนึ่งจากสองโรคนี้

ถึงเขาจะเคยไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลเทศมณฑล แต่กลับตรวจไม่พบทั้งสองโรคนี้

ถ้าผลการวินิจฉัยจากโรงพยาบาลเทศมณฑลไม่ถูกต้องล่ะ?

ฟางจั๋วหรานคิดตามพักหนึ่ง จากนั้นก็ส่ายหน้า “คงไม่ใช่ โรงพยาบาลเทศมณฑลไม่สามารถวินิจฉัยสองโรคนี้ได้ด้วยซ้ำ”

หลินม่ายพึมพำ “ถ้าอย่างนั้นจะเป็นโรคอะไรไปได้? อาจเป็นโรคไตหรือไม่ก็โรคตับแน่เลย? แต่ถ้าเขาป่วยสองโรคนี้จริง เนื้อตัวก็ไม่ควรผอมซูบเซียวขนาดนี้”

“พูดยาก” ฟางจั๋วหรานเคี้ยวอาหารช้า ๆ “แต่ทั้งสองโรคนี้ไม่ใช่โรคที่ซับซ้อน ต่อให้เป็นโรงพยาบาลเทศมณฑลก็ควรวินิจฉัยได้อย่างรวดเร็ว”

หลินม่ายถาม “คุณหมายความว่า เป็นไปได้ว่าโรคที่พ่อของฟู่เฉียงป่วยอยู่อาจรักษาไม่หายใช่ไหมคะ?”

ฟางจั๋วหรานพยักหน้า

หลินม่ายไม่ถามอะไรเพิ่มอีก

โรคยิ่งตรวจไม่พบก็ยิ่งรักษาได้ยาก อาจเป็นเพราะยุคสมัยนี้ยังหาสาเหตุของโรคไม่พบ

ฟู่เฉียงเงียบขรึมลงกว่าเดิม

ฟางจั๋วหรานชำเลืองมองเขา “อย่าด่วนกังวลไปเลย โรงพยาบาลของเรามีหมอชั้นนำที่เชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์อยู่หลายราย อาการป่วยของพ่อเธอต้องมีวิธีรักษาให้หายแน่”

ฟู่เฉียงได้แต่พยักหน้ารับด้วยสีหน้าว่างเปล่า

หลังมื้ออาหาร ฟางจั๋วเยวี่ยอยู่พูดคุยกับคุณปู่ฟางและคุณย่าฟาง

โต้วโต้วชอบที่เขาพูดประโยคหนึ่งเกี่ยวกับท้องฟ้า ประโยคหนึ่งเกี่ยวกับแผ่นดิน (1)

หล่อนเอาแต่วนเวียนอยู่ไม่ห่างจากคุณปู่และคุณย่า ดวงตาส่องประกายสดใสเมื่อเห็นว่าผู้ชายคนนี้ช่างมีบุคลิกที่แตกต่างจากผู้เป็นแม่และคุณอาฟางโดยสิ้นเชิง

แม่ของฟู่เฉียงนั่งอยู่ด้านข้าง มองดูพวกเขาพูดคุยกันด้วยรอยยิ้มโง่เง่า

ฟู่เฉียงยกอาหารที่หลินม่ายแบ่งไว้เข้าไปให้พ่อของเขาถึงในห้องรับแขก

ฟางจั๋วหรานกับหลินม่ายก็เดินตามเข้าไปด้วย

ฟางจั๋วหรานพบเจอผู้ป่วยมานับไม่ถ้วน เคยเห็นคนไข้แทบทุกประเภทการรักษา ไม่เคยรังเกียจผู้ป่วยเลยสักคน

เมื่อเห็นว่าพ่อของฟู่เฉียงค่อนข้างลุกนั่งลำบาก จึงก้าวยาว ๆ เข้าไปหา ช่วยพยุงอีกฝ่ายให้ลุกขึ้นนั่งบนเตียง

ใบหน้าของพ่อฟู่เฉียงแดงก่ำด้วยความละอายใจ

ฟู่เฉียงวางจานอาหารทั้งหลายไว้บนโต๊ะข้างเตียง เพื่อให้ผู้เป็นพ่อกินได้อย่างสะดวก

ฟางจั๋วหรานเฝ้าสังเกตอาการของพ่อฟู่เฉียงอยู่ประมาณหนึ่งนาที

จากนั้นก็ไม่ลืมกำชับให้อีกฝ่ายกินให้อิ่ม นอนหลับเยอะ ๆ เพื่อประหยัดพลังงาน เพื่อที่จะได้ออกไปหาหมอในตอนบ่าย เสร็จแล้วก็ลากหลินม่ายออกจากห้องไป

หลินม่ายถามด้วยเสียงกระซิบ “อาการของพ่อฟู่เฉียงแย่มากใช่ไหมคะ?”

ฟางจั๋วหรานพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม ตอบกลับด้วยเสียงกระซิบเช่นกัน “ถ้าตรวจไม่พบสาเหตุและได้รับยาบรรเทาอาการที่ตรงจุด เกรงว่าเขาคงมีชีวิตอยู่ต่อได้ไม่เกินหนึ่งถึงสองปี”

หลินม่ายตกใจมาก “จริงเหรอคะ? เป็นไปได้ยังไงกัน ฉันเห็นว่าเขายังกินดื่มได้อย่างที่ควรจะเป็นแท้ ๆ”

“ถ้าเขากินดื่มไม่ได้เลยแบบที่คุณว่า เขาคงอยู่รอดได้ไม่เกินครึ่งปีด้วยซ้ำ”

พอฟางจั๋วหรานพูดจบ เขาก็เดินไปหาคุณปู่ฟางและคุณย่าฟาง ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ

เขาถามทั้งสองว่าต้องการไปเยี่ยมชมคฤหาสน์ของเขาตอนนี้เลยไหม เพื่อประกอบการตัดสินใจว่าพวกเขาจะย้ายไปอยู่ที่นั่นหรืออยู่กับหลินม่าย

คุณปู่ฟางและคุณย่าฟางรู้ว่าหลานชายคนโตงานยุ่งมาก ในเมื่อเขามีเวลาว่างจนสามารถพาพวกเขาแวะไปเยี่ยมชมคฤหาสน์ได้ จึงตัดสินใจลุกตามไป

ฟางจั๋วเยวี่ยกับโต้วโต้วเองก็อยากตามพวกเขาไปเที่ยวเล่นฆ่าเวลาด้วยเช่นกัน

หลินม่ายล็อกประตูห้องนอนตัวเอง ก่อนจะพาแม่ของฟู่เฉียงไปที่ห้องรับแขกซึ่งสองพ่อลูกพักอยู่

เธอบอกฟู่เฉียง “พวกเราจะออกไปข้างนอก น่าจะกลับมาประมาณบ่ายสองโมงเพื่อพาพ่อแม่ของเธอไปหาหมอ ระหว่างนี้ก็ดูแลพ่อแม่ให้ดีล่ะ”

ฟู่เฉียงพยักหน้า “พวกคุณไปเถอะครับ”

กลุ่มคนเดินลงไปชั้นล่าง หลินม่ายหันไปขอโทษคุณปู่ฟางกับคุณย่าฟาง “ฉันยังต้องไปจัดการงานที่ร้านเซาเข่า ก็เลยตามพวกคุณไปเยี่ยมชมคฤหาสน์ด้วยไม่ได้”

คุณปู่ฟางและคุณย่าฟางโบกมือให้เธอ “ไปทำงานของเธอต่อเถอะ เรื่องงานสำคัญกว่า อย่ามัวพะวงเกี่ยวกับพวกเราเลย”

หลินม่ายไปที่ร้านเซาเข่า

ถึงตอนนี้จะเป็นเวลาเที่ยงวัน แต่กิจการก็ยังดำเนินไปอย่างคึกคัก ที่นั่งในร้านเต็มไปด้วยลูกค้า

หลินม่ายเดินไปหาวังเสี่ยวลี่ที่เป็นผู้จัดการร้านในตอนนี้ ขอให้หล่อนช่วยเพิ่มเมนูใหม่ในช่วงกลางคืน

ทั้งยังกำชับด้วยว่าถ้ากระแสตอบรับดี ให้รีบบอกเธอทันที เพื่อที่จะได้รับซื้อวัตถุดิบอย่างหอยโข่งเข้าร้านไม่ให้ขาด

หลังจากอธิบายกระบวนวิธีให้วังเสี่ยวลี่ฟังแล้ว หลินม่ายก็ตรงไปที่ตลาดสดฝูตัวตัวโดยไม่หยุดพัก

เธอไม่อยู่ในเมืองมาสองสามวันแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เฉินเฟิงได้เซ็นสัญญากับผู้อำนวยการหลิวไปแล้วหรือยัง

ตอนนี้เป็นเวลาประมาณบ่ายโมงตรง ในตลาดสดฝูตัวตัวมีลูกค้าบางตา พนักงานขายบางคนรู้สึกเบื่อและง่วง จึงงีบหลับอยู่หลังเคาน์เตอร์

หลินม่ายเห็นเข้า จึงเดินเข้าไปเคาะโต๊ะเบา ๆ

พนักงานขายที่งีบอยู่หลังเคาน์เตอร์สะดุ้งตื่นขึ้นทันที ก่อนจะยิ้มเจื่อน ๆ ให้กับหลินม่ายด้วยความอับอาย

หลินม่ายไม่ได้ลงโทษหรือตำหนิอย่างจริงจัง บอกแค่ว่าได้เวลาทำงานต่อแล้ว แถมยังให้กำลังใจพวกเขาในการทำงานอีกด้วย

ครั้งแรกเตือนปากเปล่า ครั้งที่สองปรับเป็นเงิน ครั้งที่สามเชิญออก นี่คือกฎการทำงาน

หลินม่ายเดินไปที่สำนักงาน พอเปิดประตูสำนักงานเข้าไปก็เห็นว่าเฉินเฟิงกำลังนอนเหยียดยาวอยู่บนโซฟา

คนหน้าตาดีก็ยังหน้าตาดีอยู่วันยังค่ำ แม้แต่ตอนนอนยังดูไม่น่าเกลียด

เหลียนเฉียวกำลังพลิกดูโปสเตอร์ภาพยนตร์ เมื่อเห็นว่าเธอเข้ามา ใจจริงอยากทำเป็นเมินแทบแย่ ถึงอย่างนั้นก็พยายามควบคุมตัวเองอย่างสุดความสามารถ

หล่อนวางโปสเตอร์ในมือลง เดินไปหาเฉินเฟิง ก่อนจะตบเรียกเบา ๆ เพื่อปลุกให้เขาตื่น “พี่เฟิง หัวหน้าหลินมาหาค่ะ”

เฉินเฟิงลืมตาโพลงอย่างรวดเร็ว ทันทีที่หันไปเห็นหลินม่ายก็ผุดลุกขึ้นนั่งทันที

เขาเอามือลูบหน้า “กว่าเธอจะมาได้นะ นั่งลงเร็วเข้า ฉันมีเรื่องจะบอก”

เหลียนเฉียวชำเลืองมองหลินม่ายครั้งหนึ่ง จากนั้นก็เดินออกไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

………………………………………………………………………………………………………………

สำนวนนี้มีความหมายคล้ายกับน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรง คือพูดจาคลุมเครือ พูดมากแต่ได้เนื้อหาสาระน้อย หาแก่นสารไม่เจอ

สารจากผู้แปล

อ่า พ่อฟู่เฉียงป่วยเป็นอะไรอะ เกี่ยวกับมะเร็งหรือเปล่า จะมีทางรักษาหายไหม

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 385 หมอฟางประเมินอาการป่วย"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved