cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 360 ใฝ่สูงแล้วอย่างไร

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 360 ใฝ่สูงแล้วอย่างไร
Prev
Next

ตอนที่ 360 ใฝ่สูงแล้วอย่างไร

หลังจากที่ป้าติงจากไป ผู้สมัครรายต่อมาคือครูวัยห้าสิบที่เกษียณแล้ว

หลินม่ายอ่านประวัติส่วนตัวโดยสังเขปที่หล่อนเขียน แล้วโพล่งขึ้นว่า “คุณอายุห้าสิบแล้วนี่คะ คงยังไม่ได้อ่านรายละเอียดในประกาศรับสมัครใช่ไหมคะ? ฉันระบุอายุสูงสุดของผู้สมัครไว้ว่าไม่ควรเกินสี่สิบห้าปี แต่คุณอายุเกิน”

คุณครูวัยเกษียณดูมั่นใจมาก “ฉันอ่านรายละเอียดในประกาศรับสมัครของคุณอย่างครบถ้วนแล้ว แต่ฉันทำงานเป็นครูโรงเรียนประถมศึกษา ประสบการณ์สอนมากกว่าสิบปี แน่นอนว่าต้องมีความอดทนกับบรรดานักเรียนสูงมาก ถ้าโรงเรียนของคุณจ้างงานฉันในตำแหน่งอาจารย์ใหญ่ ไม่เพียงดูแลโรงเรียนของคุณเป็นอย่างดีเท่านั้น แต่ยังสามารถสอนวิชาภาษาจีนและคณิตศาสตร์ให้เด็ก ๆ ได้ด้วย รับประกันเรื่องคุณภาพการสอนได้เลย แถมยังช่วยคุณประหยัดเงินในการจ้างครูภาษาจีนกับครูคณิตได้อีก”

หลินม่ายยิ้ม “วันพรุ่งนี้ฉันจะติดประกาศรายชื่อของผู้ที่ผ่านการรับสมัครไว้ที่หน้าประตูโรงงาน อย่าลืมมาตรวจสอบนะคะ”

ครูวัยเกษียณตกตะลึงไปอย่างเห็นได้ชัด “ไม่ใช่ว่ารู้ผลการรับสมัครทันทีหรอกเหรอ?”

“เปล่าค่ะ”

คุณครูวัยเกษียณจึงจากไป

หลินม่ายมองตามแผ่นหลังของอีกฝ่ายไปด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น

ระหว่างนั้นก็อดสบถในใจไม่ได้ คุณอวดอ้างว่าตัวเองเคยเป็นครูในโรงเรียนประถมศึกษา พอเหลือบไปเห็นเด็กวิ่งหกล้มกลับไม่ช่วยเขา ไม่มีความเป็นห่วงเป็นใยเขาเหมือนกับป้าติง

เธอไม่มีทางยอมรับคนหน้าซื่อใจคดแบบนี้

การรับสมัครบุคลากรประจำโรงเรียนอนุบาลดำเนินไปถึงเวลาประมาณสิบเอ็ดโมง

หลินม่ายเดินออกไปหานักแสดงรับเชิญที่ตัวเองจ้างมาเพื่อเป็นเครื่องมือทดสอบผู้สมัคร เธอนั่งยอง ๆ อยู่ข้างเขา ยัดลูกอมใส่กระเป๋าเขาจำนวนมากพลางชื่นชมด้วยรอยยิ้ม “เธอทำได้ดีมาก!”

เด็กน้อยยิ้มแหย รอจนหลินม่ายยัดขนมลงในกระเป๋าของเขาเสร็จ ก็รีบวิ่งแจ้นไปหาผู้เป็นพ่อ

เขาเขย่าต้นขาของผู้เป็นพ่อ ชี้นิ้วไปที่หลินม่ายแล้วพูดว่า “คุณน้าคนนั้นให้ขนมผมด้วย!”

พ่อของเด็กชายกำลังสาละวนอยู่กับการทำซีเมนต์ พอได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองหลินม่าย พูดพลางฉีกยิ้มกว้าง “คุณเกรงใจเกินไปแล้ว!”

หลินม่ายจ่ายค่าตอบแทนให้ลูกชายของเขาก็เพราะเขาทำตามหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

เธอตอบกลับยิ้ม ๆ “แค่ลูกอมไม่กี่เม็ดเท่านั้นเอง” จากนั้นก็เดินออกไป แวะไปที่บ้านป้าติงเพื่อแวะรับโต้วโต้วกลับบ้าน

พอเดินผ่านหน้าร้านเซาเข่า เสี่ยวหม่านก็วิ่งพรวดออกมาจากข้างในร้าน วิ่งมาขวางทางเธอไว้แล้วพูดเสียงขรึม “ม่ายจื่อ มีคนมาตามหาเธออีกแล้ว เหมือนจะมาดักรอตั้งแต่เช้าแล้วด้วย”

หลินม่ายถาม “ใครเหรอ?”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน” เสี่ยวหม่านส่ายหน้า จากนั้นก็โน้มตัวไปกระซิบข้างหูเธอ “ผู้หญิงคนนั้นดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย เธอต้องระวังตัวให้ดีนะ”

หลินม่ายพยักหน้า พาโต้วโต้วเข้าไปในร้านเซาเข่า

เสี่ยวหม่านรีบเดินตามเข้าไปในร้าน ชี้ไปที่หญิงสาวสะสวยแต่ทำหน้าหงิกงอ แล้วพูดว่า “เธอคนนี้ไงที่มาตามหาคุณ”

หลินม่ายขอให้เสี่ยวหม่านช่วยพาโต้วโต้วกลับไปที่บ้าน จากนั้นก็เดินเข้าไปหาสาวสวยที่ปั้นสีหน้าดำคล้ำคนนั้น “ได้ยินว่าคุณตามหาฉันอยู่เหรอคะ?”

หญิงสาวจ้องมองตามหลังโต้วโต้วไป สายตาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ

หล่อนรู้แค่ว่าหลินม่ายเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าเธอจะมีลูกสาวที่โตขนาดนี้ด้วย!

ฟางจั๋วหรานตาบอดหรือยังไงกัน อยู่ดีไม่ว่าดีกลับอยากกลายเป็นพ่อเด็กที่ไหนก็ไม่รู้!

พอได้ยินหลินม่ายเดินเข้ามาทักทาย หญิงสาวก็หันขวับกลับมามองเธออย่างไร้ความปรานี สายตาแสดงความเย่อหยิ่งและเหยียดหยาม “เธอใช่หลินม่าย ผู้หญิงม่ายที่มาล่อลวงพี่จั๋วหรานของฉันหรือเปล่า?”

ขณะที่พูดแบบนี้ หล่อนก็จงใจเพิ่มระดับเสียงให้ดังขึ้น ทำให้ลูกค้าที่กำลังกินอาหารอยู่ในร้านต่างหันมองมาทางหลินม่ายทีละคนด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น

หลินม่ายหรี่ตาจ้องกลับอย่างไม่ยอมเช่นกัน “คุณเป็นใคร? ทำไมถึงกล้าเรียกแฟนฉันว่าพี่จั๋วหรานอย่างไม่กระดากปาก ฉันเนี่ยนะล่อลวงจั๋วหราน? สงสัยคุณคงรีบบึ่งมาหาฉันถึงที่นี่แต่เช้าโดยที่ไม่ได้เข้าห้องน้ำก่อนสินะ ถึงได้พ่นของเสียออกมาทางปากแบบนี้?”

คำพูดของเธอทำให้หลายคนต่างหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง

โดยเฉพาะบรรดาพนักงานในร้านเซาเข่า พวกเขาจ้องมองไปที่หญิงสาวพร้อมกับระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดัง

เห็นหญิงสาวที่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับเถ้าแก่เนี้ยบุกมาถึงร้านแบบนี้ มีหรือพวกเขาจะอดทนได้

หญิงสาวทั้งโกรธทั้งอับอาย ถึงอย่างนั้นก็ยังทำหน้าเจ้าเล่ห์ เชิดปลายคางแหลมขึ้นแล้วพูดว่า “ฉันเป็นใครน่ะเหรอ? ฉันซูอวี้อิ๋ง เป็นเพื่อนรักวัยเด็กของพี่จั๋วหราน พ่อแม่ของฉันสนิทสนมกันดีกับคุณลุงฟางและคุณป้าหวังที่เป็นพ่อและแม่เลี้ยงของพี่จั๋วหราน ถ้าเธอยังมีความหน้าบางอยู่บ้าง ก็หยุดยุ่งกับพี่จั๋วหรานของฉันซะที”

หลินม่ายอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ย “พ่อแม่ของจั๋วหรานคงจับเธอให้เป็นคู่หมั้นคู่หมายของเขาสินะ? ราชวงศ์ชิงล่มสลายไปตั้งไม่รู้กี่ปีแล้ว คุณยังเชื่อฟังคำสั่งของพ่อแม่และเลือกคู่ครองตามแม่สื่อแม่ชักอยู่อีกเหรอ? คุณมีพ่อแม่ของจั๋วหรานคอยให้ท้าย ฉันเองก็มีคุณปู่ฟางกับคุณย่าฟางคอยให้ท้ายเหมือนกัน! คุณปู่คุณย่าของเขาอนุญาตให้ฉันกับจั๋วหรานหมั้นหมายกันในวันชาติที่ใกล้จะถึงนี้แล้ว แถมยังให้สร้อยข้อมือหยกที่เป็นมรดกตกทอดกับฉันแล้วด้วย คุณต่างหากอย่ามาหาเรื่องฉันที่นี่ นำความอัปยศมาสู่ตัวเองซะเปล่า!”

ซูอวี้อิ๋งโกรธจัดจนแทบจะพองขนเหมือนแม่ไก่ “ฉันกับพี่จั๋วหรานเป็นเหมือนคนในครอบครัวเดียวกัน เขาอยู่สูงส่งเกินกว่าที่เธอจะไขว่คว้าเป็นไหน ๆ!”

หลินม่ายไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับซูอวี้อิ๋งอีกต่อไป ยิ่งปะทะคารมก็ยิ่งน่าเบื่อ

ในที่สุดก็หักห้ามใจไม่ได้ เดินเข้าไปคว้าแขนข้างหนึ่งของอีกฝ่ายแล้วฉุดลากให้ออกไปนอกร้านทันที “ฉันใฝ่สูงแล้วยังไง คนอย่างคุณมีปัญญาทำอะไรฉันได้? ในเมื่อคุณไม่ยอมออกจากร้านฉันไปโดยดี ถ้าอย่างนั้นก็ต้องโดนฉันลากออกไปแบบนี้แหละ”

หลังจากนั้น เธอก็ออกแรงเหวี่ยงซูอวี้อิ๋งซึ่งถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจจนนิสัยเสียตั้งแต่เด็กออกไปนอกร้าน ด้วยความที่ร่างกายหล่อนอ่อนแอราวกับลูกไก่ จึงเซล้มไปอยู่แทบเท้าของฟางจั๋วหราน

เห็นได้ชัดว่าฟางจั๋วหรานมาที่นี่ด้วยความรีบร้อน ผมเผ้ายุ่งเหยิงไม่เป็นทรง หอบหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน ดูหล่อเหลาไปอีกแบบหนึ่ง

หลินม่ายแปลกใจมาก “จั๋วหราน ทำไมถึงออกมาได้คะ?”

พอนึกถึงผลการตรวจร่างกายเมื่อเช้า เธอก็ถามขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก “หรือว่าผลการวินิจฉัยออกมาแย่?”

ฟางจั๋วหรานไม่รู้ว่าควรตอบอย่างไรดี ยกมือขึ้นปัดผมที่ตกลงมาปรกหน้าผาก “สมองน้อย ๆ ของคุณชักจะวิตกกังวลเกินไปแล้ว ต้องใช้เวลาสามวันกว่าจะรู้ผลไม่ใช่หรือไง”

หลินม่ายเดินไปแตะหน้าผากเขา แล้วถามด้วยความสับสน “แล้วทำไมคุณถึงออกมาหาฉันทั้ง ๆ ที่ยังไม่ใช่เวลาเลิกงาน?”

ขณะนั้นเอง ซูอวี้อิ๋งที่พยายามหยัดลุกขึ้นจากพื้นด้วยความลำบากก็หันไปชี้หน้าหลินม่าย พูดด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “พี่จั๋วหราน ฉันถูกนังแม่ม่ายลูกติดคนนี้รังแก!”

ท่าทางของฟางจั๋วหรานแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาทันที “คุณกินไม่เลือกได้ แต่อย่าได้พูดพล่อย ๆ ไร้สาระแบบนี้ ใครคือพี่จั๋วหรานของคุณกัน? หยุดแผดเสียงร้องน่ารังเกียจซะทีเถอะ อย่าคิดว่าผมไม่รู้ว่าคุณมารังควานแฟนผมถึงร้านอย่างไร้เหตุผล นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะเป็นคนร้ายกาจแบบนี้ พ่อแม่คุณรู้หรือเปล่าว่าลูกสาวตัวเองหน้าด้านขนาดไหน?”

ซูอวี้อิ๋งตัวแข็งทื่อ ถึงอย่างนั้นก็ยังยืนกรานแน่วแน่ “ฉันเปล่านะ!”

ถึงอย่างไรฟางจั๋วหรานก็ไม่ได้มาเห็นกับตาหรือได้ยินเองกับหู ตราบใดที่หล่อนปฏิเสธไม่ยอมรับ ต่อให้ทุกคนร่วมกันเป็นพยาน หล่อนก็ยังหาข้ออ้างได้ว่าหลินม่ายกับคนอื่น ๆ รวมหัวกันกลั่นแกล้ง

ฟางจั๋วหรานลากหล่อนเข้าไปตรงเคาน์เตอร์ชำระเงินในร้านเซาเข่า ชี้ไปที่โทรศัพท์แล้วพูดว่า “เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นในร้านเมื่อกี้ถูกส่งตรงถึงหูผมผ่านโทรศัพท์เครื่องนี้ คุณยังมีอะไรจะโต้แย้งอีกไหม?”

ซูอวี้อิ๋งตกตะลึงไปครู่หนึ่ง จากนั้นก็นึกอะไรออก

ตอนที่หล่อนกับหลินม่ายกำลังโต้เถียงกันอยู่ คงมีใครสักคนใช้โทรศัพท์โทรเข้าไปที่ห้องทำงานของฟางจั๋วหราน ทำให้เขาได้ยินเนื้อหาทั้งหมดว่าหล่อนทะเลาะกับหลินม่ายยังไงบ้าง

สีหน้าหล่อนซีดเผือดทันที

ฟางจั๋วหรานไม่สนใจหล่อนเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้นิสัยอีกด้านที่เต็มไปด้วยความร้ายกาจและไร้เหตุผลของหล่อนถูกเปิดโปงต่อหน้าเขาอย่างไม่เหลือชิ้นดี เขาอาจรังเกียจหล่อนเข้าแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่ปฏิบัติต่อหล่อนด้วยทัศนคติที่แย่แบบนี้

ซูอวี้อิ๋งตาแดงก่ำ จ้องเขม็งไปทางหลินม่าย นึกอยากกระโจนเข้าใส่และขย้ำให้เธอตายคามือ “ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะร้ายกาจขนาดนี้ ถึงกับสั่งสอนให้พนักงานร่วมหัวกันวางแผนเปิดโปงฉัน!”

หลินม่ายไม่ได้สั่งให้พนักงานคนไหนในร้านยกหูโทรไปที่ห้องทำงานของฟางจั๋วหรานเสียหน่อย มิน่าล่ะเขาถึงได้มาปรากฏตัวที่นี่ประจวบเหมาะพอดีกับตอนที่ซูอวี้อิ๋งมาสร้างปัญหา

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ไม่ว่าใครจะเป็นคนทำแบบนี้ คนคนนั้นคงมีเจตนาอยากช่วย ดังนั้นเธอจะปล่อยให้ผู้หวังดีคนนั้นแบกรับข้อกล่าวหาที่เต็มไปด้วยความโกรธของซูอวี้อิ๋งไม่ได้

เธอพูดอย่างตรงไปตรงมา “การเปิดโปงธาตุแท้ของคุณถือว่าร้ายกาจเหรอ? งั้นฉันยอมเป็นคนร้ายกาจก็ได้!”

เสี่ยวหม่านยกมือขึ้นแล้วพูดว่า “อย่าโทษเถ้าแก่เนี้ยของฉันเลย ฉันเป็นคนต้นคิดเอง! เถ้าแก่เนี้ยของฉันไม่ใช่คนที่ชอบเล่นตุกติกกับใคร!”

ฟางจั๋วหรานมองไปทางซูอวี้อิ๋งด้วยสายตาเย็นชา “คิดจะเก็บซ่อนธาตุแท้อันร้ายกาจของตัวเองไปถึงเมื่อไหร่? คุณนี่มันหน้าไม่อายจริง ๆ! ตัวเองกลั่นแกล้งคนอื่นได้ฝ่ายเดียว พอคนอื่นโต้กลับบ้างกลับยอมรับไม่ได้ ที่คุณถูกกระชากหน้ากากก็เป็นเพราะคุณทำตัวของคุณเองทั้งนั้น”

หลินม่ายไม่อยากให้ฟางจั๋วหรานกลับไปเข้างานสายเพราะตัวเอง จึงออกแรงผลักเขาเล็กน้อย “คุณรีบกลับไปทำงานต่อเถอะค่ะ ถึงยังไงงานก็สำคัญกว่า”

ฟางจั๋วหรานไม่ยอมขยับเขยื้อน ชำเลืองมองนาฬิกาเรือนใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนัง “อีกไม่กี่นาทีก็ถึงเวลาเลิกงานแล้ว ผมไม่จำเป็นต้องรีบกลับ”

จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับซูอวี้อิ๋ง “เอาล่ะ กลับไปได้แล้ว อย่าคิดกลับมาเหยียบที่นี่อีก ถ้ายังมีครั้งหน้า ก็อย่าได้กล่าวหาว่าผมหยาบคาย!”

ซูอวี้อิ๋งพูดตัดพ้อ “ฉันทำแบบนี้ก็เพราะต้องการปกป้องผลประโยชน์ของคุณ ไม่อยากให้คุณโดนใครหลอก”

ว่าแล้วก็ชำเลืองมองไปทางหลินม่าย แสดงสีหน้าดูถูกเหยียดหยาม “ผู้หญิงชั้นต่ำบางประเภทเจ้าเล่ห์เกินไป พวกหล่อนถนัดจับผู้ชายยิ่งกว่าอะไรดี คุณป้าหวังกับคุณลุงฟางกลัวว่าคุณจะตกที่นั่งลำบาก เลยขอให้ฉันเข้ามาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง”

ฟางจั๋วหรานแค่นเสียงเย้ยหยัน “คุณคิดว่าตัวเองหยิบยกชื่อหวังเหวินฟางกับสามีของหล่อนมาอ้างแล้วจะทำให้ผมยอมรับในตัวคุณมากขึ้นหรือไง? ฝันไปเถอะ!”

ซูอวี้อิ๋งกัดฟันกรอด ก่อนจะพูดว่า “แต่เราสองคนเหมาะสมกันที่สุดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นภูมิหลังทางครอบครัวหรือหน้าตา เราต่างก็มีทุกอย่างทัดเทียมกัน คุณป้าหวังกับคุณลุงฟางต่างก็ชอบฉัน แถมยังบอกด้วยว่าฉันเป็นว่าที่สะใภ้เบอร์หนึ่งสำหรับพวกเขา…”

“ใครสักคนอาจจะชอบคุณ คุณก็ไปแต่งงานกับคนคนนั้นซะเถอะ แต่ผมไม่ชอบคุณ ไม่ว่ายังไงผมก็ไม่มีทางแต่งงานกับคุณแน่ ต่อให้คุณพูดพล่ามสาธยายไปก็ไม่มีประโยชน์ อย่ามัวทำตัวน่าขายหน้าอยู่ที่นี่อีกเลย อย่างน้อยก็เห็นแก่หน้าของตระกูลซูบ้าง!”

ซูอวี้อิ๋งเห็นว่าฟางจั๋วหรานเอาแต่ปฏิเสธหล่อนครั้งแล้วครั้งเล่า ทั้งยังพยายามปกป้องหลินม่ายไม่ได้ห่าง

การเสียหน้านานเข้านำไปสู่การเสียสติ หล่อนทนไม่ได้อีกต่อไป อึดอัดคับข้องจนน้ำตาไหลริน ยกมือขึ้นปิดหน้าแล้ววิ่งหนีไปทันที

………………………………………………………………………………………………………………………….

สารจากผู้แปล

จบแบบไม่ได้ผุดได้เกิดแล้วยัยคุณหนูเอ๊ย พี่หมอเขาเห็นธาตุแท้แล้ว รีบกลับบ้านไปรักษาหน้าตัวเองก่อนเถอะ แตกยับชนิดไม่มีหมอคนไหนเย็บได้ซะขนาดนั้น

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 360 ใฝ่สูงแล้วอย่างไร"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved