cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 349 เจอใครก็คุกเข่า

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 349 เจอใครก็คุกเข่า
Prev
Next

ตอนที่ 349 เจอใครก็คุกเข่า

มีนักเรียนไม่น้อยเห็นตอนที่หลินม่ายพูดคุยกับเด็กหนุ่มยากจนคนนั้นแล้ว

แต่เมื่อเห็นว่าหลินม่ายตั้งใจพาเด็กหนุ่มคนนั้นไปคุยอีกด้านหนึ่ง ก็เข้าใจว่าเธอไม่อยากให้พวกเขาได้ยินเรื่องที่คุยกัน ดังนั้นจึงไม่มีใครเข้าไปใกล้อย่างไม่รู้อะไรควรไม่ควร

หลังจากหลินม่ายคุยกับเด็กหนุ่มคนนั้นจบ ทันทีที่เขาเดินเข้ามา ก็ถูกเพื่อนนักเรียนรุมล้อมทันที

นักเรียนคนหนึ่งถาม “เหมยจวิน หลินม่ายคุยอะไรกับนายเหรอ?”

ว่านฮุ่ยที่ยืนอยู่รอบนอกวงล้อมหูผึ่ง พยายามเงี่ยหูฟังคำตอบของเหมยจวิน

ใบหน้าของเหมยจวินประดับรอยยิ้มไร้เดียงสา “สหายหลินม่ายเป็นคนดีจริงๆ หล่อนบอกว่า ขอแค่ฉันตั้งใจเรียนให้เต็มที่ หล่อนจะช่วยฉันเอง”

ว่านฮุ่ยได้ยินคำพูดนั้น ก็พลันรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

ในเมื่อหลินม่ายยอมช่วยเหมยจวิน อย่างนั้นก็สามารถช่วยหล่อนได้เหมือนกันน่ะสิ

แม้แต่เหมยจวินผู้ชายคนนี้เธอยังช่วย แต่กลับไม่ช่วยหล่อนที่เป็นผู้หญิง นั่นก็หมายความว่าเธอมันไร้ยางอาย คิดจะใช้ประโยชน์การความช่วยเหลือ เพื่อที่จะได้สร้างสายสัมพันธ์กับผู้ชาย!

เมื่อคิดถึงตรงนี้ หล่อนก็วิ่งทะยานไล่ตามหลินม่ายไป ถ้าไม่ไล่ตามไป เธอก็คงเดินหนีไปไกลแล้ว

หลินม่ายกำลังเดินไปคุยไปกับเพื่อนนักเรียนหญิงสามสี่คน ก็เห็นว่านฮุ่ยเข้ามาขวางทางของเธอเอาไว้

เพื่อนนักเรียนอีกสามสี่คนที่ไปทางเดียวกันกับเธอต่างก็หยุดฝีเท้า มีเพียงหลินม่ายคนเดียวที่เบี่ยงตัวหลบหล่อนแล้วเดินผ่านไป

ว่านฮุ่ยไล่ตามไปอีกสองสามก้าว แล้วขวางทางเธอไว้อีกครั้ง นอกจากนั้นยังคุกเข่าลงต่อหน้าเธอ

หลินม่ายขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ยังคงนึกคร้านจะสนใจหล่อน และคิดจะเลี่ยงหล่อนแล้วเดินต่อไปอีกครั้ง

แต่ว่านฮุ่ยกลับกอดขาข้างหนึ่งของเธอเอาไว้ พลางพูดทั้งน้ำตา “หลินม่าย ได้โปรด ช่วยฉันด้วยเถอะ ฉันอยากเรียนหนังสือ อยากเข้ามหาวิทยาลัย ฮือๆๆ…”

หลินม่ายออกแรงดึงขาของตัวเองออกมา แต่กลับดึงไม่ออก

เธอก้มหน้าลงปรายตามองว่านฮุ่ย “เธอมันร้ายกาจเกินไป ฉันไม่อยากช่วยเธอ”

น้ำเสียงของเธอค่อนข้างราบเรียบ เหมือนกำลังพูดถึงสภาพอากาศของวันนี้อย่างไรอย่างนั้น แต่กลับทำให้ว่านฮุ่ยอับอายอย่างยิ่ง

ว่านฮุ่ยหน้าแดงเถือกไปถึงหู พูดตะกุกตะกัก “หลินม่าย เธอสาดโคลนใส่กันแบบนี้ได้ยังไง?”

หล่อนว่าแล้วก็ทำท่าทางราวกับว่าได้รับความอยุติธรรมอย่างใหญ่หลวงก็ไม่ปาน

หลินม่ายยิ้มเย็นชา “ฉันจะสาดโคลนได้ยังไง? ถึงพี่สาวของเธอจะไม่ใช่คนเรียนเก่งมาก แต่ก็ไม่ได้เรียนแย่อย่างแน่นอน แต่เธอกลับบอกกับคนอื่นว่าหล่อนเป็นเด็กเรียนห่วย แม้แต่พี่สาวแท้ๆ ของตัวเองเธอก็ยังใส่ร้ายได้ ถ้าไม่ใช่คนจิตใจร้ายกาจแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?”

เพื่อนนักเรียนที่อยู่ตรงนั้นได้ยินคำพูดนั้น ทุกคนต่างเผยสีหน้าเหยียดหยาม ชี้นิ้วประณามว่านฮุ่ย ทำให้หล่อนร้อนรนราวกับถูกไฟเผา

แต่หล่อนกลับไม่สามารถไปไหนได้ เว้นเสียแต่จะบรรลุเป้าหมายแล้ว

หลินม่ายบรรยายโทษทัณฑ์ความผิดของหล่อนออกมาเป็นข้อๆ อย่างเย็นชาต่อไป “เธอก็ได้รับเงินบริจาคที่อาจารย์ให้เธอแล้ว แต่เธอกลับยังไม่รู้จักพอ ยังอยากจะสมัครขอรับทุนอีก เธอเห็นแก่ได้ประโยชน์ส่วนตน ไม่ได้นึกถึงความนักเรียนที่ยากจนคนอื่นๆ บ้างเลย ถ้าไม่ใช่คนจิตใจร้ายกาจแล้วเป็นอะไร? เธอวิ่งมาคุกเข่าต่อหน้าฉัน ไม่ใช่คิดจะบีบบังคับให้ฉันช่วยเธอหรอกเหรอ เธอนี่ช่างเอาคุณธรรมจรรยามารีดไถได้เก่งจริงเชียว!”

นักเรียนไม่น้อยเองก็ประณามว่านฮุ่ยด้วยความโมโห และยังให้หล่อนปล่อยหลินม่ายไป

แต่ว่านฮุ่ยกลับไม่ยอมปล่อยมือราวกับรากไผ่หยั่งลึกแน่นในซอกหิน ใครจะเกลี้ยกล่อมหล่อนก็ไม่ฟังทั้งนั้น

ยังคงแสร้งทำท่าทางอ่อนแอไร้หนทางน่าสงสาร แต่คำที่พูดออกมานั้นกลับเต็มไปด้วยเจตนามุ่งร้าย

“ฉันไม่ได้เอาคุณธรรมจรรยามารีดไถ ฉันแค่เห็นหลินม่ายช่วยเหมยจวิน ก็เลยอยากให้เธอช่วยฉันบ้างสักนิด ถ้าหลินม่ายไม่ช่วยฉัน แล้วคนที่ไม่รู้ความเป็นจริงเขาจะคิดยังไงกัน? เห็นเธอช่วยเหมยจวินที่เป็นผู้ชายแล้ว แต่กลับไม่ช่วยฉันที่เป็นผู้หญิง จะคิดว่าเธอ‘ช่วยคน’ด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์……”

เพื่อนนักเรียนที่มุงดูอยู่ฟังเจตนาในคำพูดของหล่อนออก พลันพูดขึ้นด้วยความขุ่นเคือง “ดูไม่ออกเลยจริงๆ ว่าความคิดของเธอจะสกปรกขนาดนี้ หลินม่ายเป็นคนยังไงพวกเราต่างก็รู้ดี ถ้าเธอยังใส่ร้ายป้ายสีหล่อนอีก พวกเราจะไปฟ้องครู!”

เหมยจวินกับเหยียนเหวินเล่อและพวกเด็กผู้ชายเห็นทางฝั่งหลินม่ายเอะอะกันเสียงดังมาก ทั้งหมดจึงวิ่งเข้ามา ถามพวกหล่อนว่ากำลังทะเลาะอะไรกัน

เด็กผู้หญิงพวกนั้นต่างแย่งกันเล่นต้นสายปลายเหตุให้พวกเขาฟัง

พวกผู้ชายทั้งหมดต่างโมโหแทบทนไม่ไหว

โดยเฉพาะเหยียนเหวินเล่อ เขาเข้าไปบังคับแยกว่านฮุ่ยกับหลินม่ายออกจากกันอย่างอดไม่ได้ในทันที

ว่านฮุ่ยดื้อด้านไม่ยอมปล่อยมือ เหยียนเหวินเล่อเพียงคนเดียวจัดการกับหล่อนไม่ได้

ผู้ชายคนอื่นๆ จึงกรูกันเข้าไปช่วย ในที่สุดก็แยกว่านฮุ่ยออกมาจากขาของหลินม่าย แล้วโยนหล่อนออกไปอีกด้านหนึ่ง จนเกือบจะล้มคะมำ

เหมยจวินพูดกับว่านฮุ่ยอย่างเย็นชา “เธอบอกว่าหลินม่ายช่วยฉันด้วยเจตนาไม่บริสุทธิ์งั้นเหรอ? เธอรู้ไหมว่าหลินม่ายช่วยฉันยังไง?”

ว่านฮุ่ยกะพริบดวงตาเล็กๆ ของหล่อน ในใจเอ่ยต่อว่า : จะช่วยยังไงได้อีก ก็เอาเงินให้น่ะสิ หรือมันยังมีวิธีอื่นอยู่อีก?

เหมยจวินพูดต่อ “หล่อนให้ฉันทำงานเป็นคนขนของที่ตลาดสดฝูตัวตัวของหล่อนในวันหยุด คิดค่าแรงรายวันเป็นเงินค่าเทอมสามปี เธอจะทำไหมล่ะ?”

ว่านฮุ่ยตะลึงงันไปชั่วขณะ

หล่อนไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย ว่าหลินม่ายจะช่วยเขาแบบนี้!

สิ่งที่ทำให้หล่อนตกใจยิ่งกว่าก็คือ ตลาดสดฝูตัวตัวนั้นเป็นของหลินม่าย

ธุรกิจของตลาดสดฝูตัวตัวดีขนาดนั้น ย่อมได้กำไรไม่น้อยแน่นอน

มิน่าเล่าหลินม่ายถึงบริจาคเงินรางวัลที่สำนักการศึกษาให้เธอไปอย่างง่ายดาย โดยที่ไม่เสียดายเลยแม้แต่น้อย

อย่างนั้นตนก็ยิ่งต้องบีบบังคับให้เธอช่วยให้ตนได้เรียนหนังสือ ถึงยังไงยัยชั้นต่ำนี่ก็รวย ทำไมถึงไม่ช่วยหล่อนกัน?

หลินม่ายหยอกล้อกับว่านฮุ่ย “ฉันเองก็จะช่วยเธอ”

ในใจว่านฮุ่ยมีความสุขอย่างมาก ยัยชั้นต่ำนี่ยังกลัวว่าตนจะก่อกวนไม่เลิก ถึงได้ยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง

ทว่า ดีใจได้ไม่ถึงสามวินาที ก็ได้ยินหลินม่ายพูดต่อ “เธอเองก็มาทำงานเป็นคนขนของที่ตลาดสดฝูตัวตัวของฉันแลกค่าเล่าเรียนสามปีด้วยสิ ตกลงไหม?”

ว่านฮุ่ยใบหน้าแดงก่ำ หลบเลี่ยงสายตาของหลินม่ายมองตรงมายังหล่อน

ให้ทำงานเป็นจับกังแบบนั้นหล่อนไม่ยอมหรอก!

หลินม่ายรออยู่สองสามนาที เมื่อเห็นว่าหล่อนไม่ตอบสนอง จึงพูดอย่างดูแคลน “ที่แท้เธอชอบเจอใครก็คุกเข่าบีบบังคับให้คนอื่นเขาบริจาคให้เธอ มากกว่าอาศัยลำแข้งตัวเองหาค่าเล่าเรียนสินะ ถ้าอย่างนั้นเธอก็ไปคุกเข่าขอทานที่สถานีรถไฟเลยสิ อย่าว่าแต่ค่าเทอมสามปีเลย ต่อให้เป็นเงินทั้งชีวิตเธอก็ได้มาง่ายๆ โดยไม่ต้องเหนื่อยเลย!”

เหล่านักเรียนเองก็พากันเย้ยหยันว่านฮุ่ย

“เคยเห็นคนหน้าไม่อายมาบ้าง แต่ไม่เคยเห็นคนที่ไร้ยางอายขนาดนี้ ไม่ได้เล่ห์ก็เอาด้วยกลทำทุกอย่างเพื่อบังคับให้คนอื่นบริจาคเงินให้!”

“จะอ้าปากปิดปากก็มีแต่ตัวเองน่าสงสาร ไม่มีเงินเรียนหนังสือ ให้โอกาสหาเงินค่าเล่าเรียนแล้ว หล่อนกลับไม่เอา!”

ขณะที่ทุกคนกำลังพูดกันอย่างเมามัน ก็มีนักเรียนผู้เปี่ยมไปด้วยคุณธรรมนำเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นไปรายงานอาจารย์เหวยเรียบร้อยแล้ว

ด้วยเหตุนี้อาจารย์เหวยจึงรีบเดินเข้ามา

เขามองว่านฮุ่ยที่เพิ่งผุดลุกขึ้นอย่างพื้น คำตำหนิติติงจุกอยู่ที่ลำคอ ไม่อาจพูดออกมาได้เพราะรู้สึกผิดหวังมากเกินไป

ผ่านไปครู่หนึ่ง ถึงพูดขึ้น “ชีวิตของคนเราน่ะ ยังมีหนทางอีกยาวไกล เธอต้องพึ่งพาตัวของเธอเอง”

พูดจบ เขาก็หมุนตัวกลับไปที่ห้องทำงาน

ปลูกฝังคนต้องปลูกฝังคุณธรรมเป็นสิ่งแรก

อุปนิสัยนี้ของว่านฮุ่ย หากไม่เปลี่ยนแปลง ต่อให้ในอนาคตจะประสบความสำเร็จในการเรียนมากแค่ไหน แต่ต่อประเทศชาติต่อสังคมนั้น คงไม่ได้สร้างคุณูปการมากนัก

อาจารย์เหวยนึกเสียใจที่ช่วยหล่อนไป นักเรียนที่ความประพฤติเลวร้ายแบบนี้ไม่ควรค่าให้ช่วยเหลือ

พวกนักเรียนเองก็ชำเลืองมองว่านฮุ่ยอย่างเหยียดหยาม แล้วจึงเดินจากไปทั้งหมด

ขณะกินอาหารเที่ยง ฟางจั๋วหรานก็ถามหลินม่ายว่าได้รับใบแจ้งรับเข้าเรียนแล้วหรือยัง

“ได้มาแล้วล่ะค่ะ” หลินม่ายวางตะเกียบลง แล้วหยิบใบแจ้งรับเข้าเรียนของโรงเรียนมัธยมในสังกัดมหาวิทยาลัยผู่จี้มาให้เขาดู

เจ้าตัวน้อยเองก็เข้ามาดูด้วย

ฟางจั๋วหรานดูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดขึ้น “เรียบง่ายมากจริงๆ อีกเดี๋ยวต่อไปพอคุณสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงเต่าหรือปักกิ่งได้แล้ว คุณจะรู้ว่าใบแจ้งรับเข้าเรียนมันสร้างสรรค์และละเอียดอ่อนได้ขนาดไหน”

หลินม่ายพูดกลั้วหัวเราะ “เพื่อใบแจ้งรับเข้าเรียนที่สวยงามและสร้างสรรค์ใบนั้น ฉันจะต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยชิงเต้าหรือว่าปักกิ่งให้ได้เลย”

หลังกินข้าวเสร็จ ฟางจั๋วหรานก็เก็บถ้วยชามไปล้างแล้วจึงไป

หลินม่ายนอนกลางวันไปงีบหนึ่งแล้วตื่นมาส่งโต้วโต้วไปบ้านป้าติง

โต้วโต้วยังหลับไม่เต็มตื่น จึงไปที่บ้านป้าติงกับหลินม่ายด้วยอาการสะลึมสะลือ

หล่อนถามพลางทำหน้ามุ่ย “แม่คะ ทำไมถึงไปบ้านป้าติงเร็วขนาดนี้ล่ะคะ?”

แม้ว่าหล่อนเพิ่งมีอายุสามขวบ แต่เพราะหลินม่ายให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ในระยะแรก จึงสอนให้หล่อนรู้จักการดูนาฬิกาแล้ว

เมื่อครู่นี้ตอนที่ออกจากบ้าน หล่อนเห็นตำแหน่งของเข็มนาทีและชั่วโมงของนาฬิกาเรือนใหญ่บนผนังในห้องนั่งเล่นแล้ว ว่าเพิ่งจะเลยบ่ายโมงมาไม่กี่นาทีเท่านั้นเอง

หลินม่ายอธิบาย “แม่ต้องไปโรงงาน ไปให้กำลังใจป้าเถาของหนูไง”

ตอนบ่ายเถาจืออวิ๋นต้องทำการหย่ากับหม่าเถา เธอจะต้องอยู่ในสถานการณ์ด้วย เพราะกลัวว่าเถาจืออวิ๋นจะถูกหม่าเถาลอบกัดเข้า

สมองของเจ้าตัวน้อยยังไม่ตื่นเต็มที่ จึงเพียงขานรับ แล้วจึงไม่ได้ถามอะไรต่ออีก

ไม่อย่างนั้นหลินม่ายคงต้องอธิบายว่าอะไรคือการไปให้กำลังใจให้เธอฟังอีก

เมื่อมาถึงบ้านป้าติง หลินม่ายก็ส่งโต้วโต้วให้ป้าติง แล้วบอกว่าตอนบ่ายจะมารับโต้วโต้วล่วงหน้า

ป้าติงพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องรีบร้อนมารับโต้วโต้วหรอกจ้ะ เรื่องงานของหนูสำคัญกว่า”

เมื่อหลินม่ายมาถึงโรงงานเสื้อผ้า เถาจืออวิ๋นก็มาถึงอยู่ก่อนแล้ว หล่อนสวมชุดกระโปรงสีแดงกุหลาบ ม้วนผมมาอย่างประณีต แต่งเนื้อแต่งตัวสวยงามอย่างมาก

หลินม่ายเห็นหล่อนแล้วก็พูดหยอกล้อขึ้นมา “แต่งตัวสวยจริงๆ เลย ใครไม่รู้คงนึกว่าพี่จะไปขอจดทะเบียนสมรสที่สำนักกิจการพลเรือนแล้วล่ะค่ะ”

เถาจืออวิ๋นยิ้มอย่างเขินอาย “ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สำหรับฉันแล้วก็คือชีวิตใหม่ แน่นอนว่าต้องแต่งตัวสวยๆ เป็นการฉลองสักหน่อยสิ”

จากนั้นจึงถามกลับ “เธอมาได้ยังไงกัน? ไม่เรียนด้วยตัวเองที่บ้านเหรอ?”

“ก็มาหย่าเป็นเพื่อนพี่ไม่ใช่หรือไงล่ะคะ?” หลินม่ายพูดด้วยรอยยิ้ม

ในใจเถาจืออวิ๋นรู้สึกซาบซึ้งจนอยากร้องไห้ หล่อนตบไหล่หลินม่าย ความซาบซึ้งทั้งหมดได้รวมอยู่ในฝ่ามืออันแผ่วเบานั้นแล้ว

…………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

อนาคตหล่อนไปได้ไม่ไกลหรอกว่านฮุ่ย หล่อนจะใช้ชีวิตแบบที่คนอื่นเกลียดหล่อนกันทั้งชั้นจนกว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ยังไงก่อน

ขอให้จืออวิ๋นหย่าได้ราบรื่นนะคะ แต่งตัวสวยมารอแล้วอย่าให้เสียเปล่า

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 349 เจอใครก็คุกเข่า"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved