cat2auto | นิยาย นิยายออนไลน์ นิยายวาย นิยาย PDF
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
Advanced
  • หน้าหลัก
  • อ่านมังงะ
  • เว็บอ่านมังงะ
  • นิยายวาย [Yaoi]
  • Nekopost
  • Niceoppai
  • รออัพเดท
  • มังงะ18+
  • แทงหวย24
  • manga
  • Romance
  • Comedy
  • Shoujo
  • Drama
  • School Life
  • Shounen
  • Action
  • MORE
    • Adult
    • Adventure
    • Anime
    • Comic
    • Cooking
    • Doujinshi
    • Ecchi
    • Fantasy
    • Gender Bender
    • Harem
    • Historical
    • Horror
    • Josei
    • Live action
    • Manga
    • Manhua
    • Manhwa
    • Martial Arts
    • Mature
    • Mecha
    • Mystery
    • One shot
    • Psychological
    • Sci-fi
    • Seinen
    • Shoujo Ai
    • Shounen Ai
    • Slice of Life
    • Smut
    • Soft Yaoi
    • Soft Yuri
    • Sports
    • Tragedy
    • Supernatural
    • Webtoon
    • Yaoi
    • Yuri
Prev
Next

แม่ปากร้ายยุค​ 80 - ตอนที่ 345 แม่หม่าทำร้ายคน

  1. Home
  2. All Mangas
  3. แม่ปากร้ายยุค​ 80
  4. ตอนที่ 345 แม่หม่าทำร้ายคน
Prev
Next

ตอนที่ 345 แม่หม่าทำร้ายคน

วันถัดมานั้นไม่ได้เป็นเพียงวันจ่ายเงินเดือนของเถาจืออวิ๋นเท่านั้น ยังเป็นวันส่งมอบสินค้าที่ฟางจั๋วหรานสั่งมาจากโรงปั่นฝ้ายของรัฐหลายแห่งให้หลินม่ายอีกด้วย

การตรวจสอบและทำการรับสินค้ามูลค่าหลายแสนหยวนทั้งหมดนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย และยังต้องตรวจสอบคุณภาพด้วย

สินค้าที่มีปัญหาด้านคุณภาพจะต้องส่งกลับคืน ณ เวลานั้นในทันที เพราะหากส่งคืนในภายหลัง โรงปั่นฝ้ายของรัฐพวกนั้นอาจจะไม่ยอมรับคืนก็ได้

ใครใช้ให้หน่วยงานรัฐอย่างพวกเขาหยิ่งยโสใช้อำนาจบาตรใหญ่ขนาดนั้นล่ะ!

หลินม่ายไปที่โรงงานเสื้อผ้าตั้งแต่เช้า โดยเถาจืออวิ๋นเองก็มาก่อนล่วงหน้าแล้วเช่นกัน

หลินม่ายถาม “เมื่อเช้าฉันไปส่งโต้วโต้วที่บ้านป้าติง ทำไมไม่เห็นฉีฉีเลยล่ะคะ?”

เถาจืออวิ๋นพูด “เมื่อวานพ่อแม่ของฉันมาที่บ้านและรับฉีฉีไปแล้ว พวกเขาจะช่วยฉันดูแลฉีฉีน่ะ”

หลินม่ายถามอย่างประหลาดใจ “พ่อแม่พี่ไปที่บ้านพี่อย่างนั้นเหรอคะ? พวกเขาไม่ได้ขัดขวางไม่ให้พี่หย่ากับหม่าเทาหรอกเหรอ?”

เพราะพ่อแม่ของเถาจืออวิ๋นคัดค้านการหย่าของเธอกับหม่าเทาอย่างรุนแรง เถาจืออวิ๋นถึงได้ย้ายออกมาอยู่ข้างนอก

เถาจืออวิ๋นอธิบาย “เพราะมีพี่ชายทั้งสองคนกับพวกพี่สะใภ้ออกหน้าให้ พวกเขาก็เลยไม่ขัดขวางแล้วล่ะ”

หลินม่ายแย้มยิ้ม “บนโลกใบนี้ไม่มีพ่อแม่ที่ฝืนใจลูกๆ ได้หรอก”

เถาจืออวิ๋นเองก็ยิ้มออกมา “พ่อแม่ของฉันอยากจะเชิญเธอไปกินข้าวที่บ้านพร้อมกับโต้วโต้วสักมื้อในวันชาติน่ะ”

หลินม่ายอึ้งไปเล็กน้อย “อยู่ดีๆ ทำไมถึงเชิญฉันกับโต้วโต้วไปกินข้าวล่ะ?”

เถาจืออวิ๋นตบไหล่เธอเบาๆ “แน่นอนว่าเพื่อขอบคุณที่เธอคอยดูแลฉันแม่ลูกมามากมายไง”

หลินม่ายพูดอย่างลังเล “วันชาติฉันติดธุระ คงจะไปกินข้าวที่บ้านคุณอาคุณน้าไม่ได้ เปลี่ยนวันได้หรือเปล่า?”

“โธ่เอ้ย! ฉันลืมเรื่องใหญ่อย่างนี้ไปเสียได้” เถาจืออวิ๋นได้ยินแล้วก็ตบศีรษะตัวเองดังป้าบ “เดี๋ยวฉันจะไปบอกพ่อกับแม่ ให้พวกเขาเปลี่ยนเป็นเชิญเธอมากินข้าวในวันที่ 3 เดือนตุลาคมแทน”

ขณะที่ทั้งสองคนกำลังพูดคุยกัน รถบรรทุกส่งสินค้าของโรงปั่นฝ้ายที่แรกก็แล่นเข้ามาพอดี

พวกหล่อนยุ่งวุ่นวายกันตั้งแต่ช่วงสายไปจนถึงบ่ายสี่โมงกว่า ในที่สุดก็ตรวจสอบสินค้าทั้งหมดเสร็จสิ้น ซึ่งไม่มีผ้าที่มีปัญหาเลยแม้แต่พับเดียว

แม้โรงปั่นฝ้ายของรัฐจะมีข้อบกพร่องนั่นนี่มากมาย แต่ในด้านคุณภาพนั้นก็ยอดเยี่ยมอย่างน่าชมเชย

หลินม่ายกับเถาจืออวิ๋นต่างเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เหนื่อยจนแม้แต่เอวก็ตั้งตรงไม่ได้อีกต่อไป

เถาจืออวิ๋นมองผ้าเหล่านั้นแล้วค่อนข้างเป็นกังวล “เธอไม่ได้บอกว่า ราคาผ้าในพื้นที่ติดทะเลพุ่งสูงขึ้น จะกระทบต่อพื้นที่ห่างไกลทะเลในไม่ช้าหรอกเหรอ? นี่ก็ผ่านไปเกือบครึ่งเดือนแล้ว ทำไมยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยล่ะ? ฉันกังวลจริงๆ ถ้าราคาผ้าของพื้นที่ติดทะเลตกลงมา จะทำให้ราคาผ้าของพื้นที่ห่างไกลทะเลถูกลงด้วย เธอซื้อผ้ามาเยอะขนาดนี้ จะขาดทุนไปมากมายเท่าไหร่กัน!”

ตั้งแต่ที่บ้านมีโทรศัพท์ หลินม่ายก็ได้ติดต่อทางโทรศัพท์กับเคอจื่อฉิงอยู่บ่อยครั้ง

เธอจึงได้รู้ว่าเสื้อผ้าที่เมืองติดทะเลกำลังเพิ่มราคาขึ้นเล็กน้อยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหมายความว่าราคาผ้าเองก็จะสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน

ในเมื่อจะเพิ่มสูงขึ้นอีก อย่างนั้นก็ไม่มีอะไรน่ากังวล

เธอยิ้มอย่างมั่นใจให้กับเถาจืออวิ๋น “ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ขาดทุนหรอก มีแต่จะได้กำไร”

เธอยกมือขึ้นดูนาฬิกา “ถึงเวลาเลิกงานแล้ว พี่ไปก่อนเถอะ กลับไปต้มน้ำร้อนอาบคลายความเหนื่อยล้าให้สบาย”

“กลับด้วยกันเถอะ สินค้าก็เข้าโกดังหมดแล้ว เธออยู่ต่อก็ไม่มีอะไรให้ทำหรอก”

หลินม่ายโบกมือไปมา “ฉันยังต้องติดต่อกับเฉินเฟิง ให้เขาส่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมาเฝ้าโกดังอีกอย่างน้อย 10 คน ข้างในนั้นเก็บผ้ามูลค่าหลายแสนหยวนเอาไว้ ถ้าถูกใครเสียสติจุดไฟเผาขึ้นมา แม้แต่จะร้องไห้ฉันก็ไม่มีที่ให้ร้อง”

แม้ว่าความเป็นไปได้นั้นจะมีน้อย แต่เธอก็ต้องกันไว้ดีกว่าแก้

เถาจืออวิ๋นจึงกลับไปก่อนด้วยเหตุนี้

หลินม่ายไปที่ห้องทำงานแล้วโทรศัพท์หาเฉินเฟิง พูดคุยกันสองสามคำก็บอกถึงความต้องการ

เฉินเฟิงให้เธอรอครึ่งชั่วโมง แล้วเขาจะย้ายลูกน้องมาให้ทันที

หลังจากวางสายไปแล้ว หลินม่ายก็ไม่มีอะไรทำ เธอจึงไปเดินเล่นในโรงงาน

เหล่าคนงานต่างเลิกงานกันหมดแล้ว มีเพียงพนักงานทำความไม่กี่คนกำลังเก็บกวาดเศษผ้าบนพื้นจากการตัดเย็บ

เศษผ้าบางชิ้นก็เป็นเศษผ้าจริงๆ ที่ใหญ่กว่าฝ่ามือเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่บางชิ้นก็กลับมีความยาวถึงประมาณ1ฟุต

พนักงานทำความสะอาดไม่กี่คนนั้นเก็บกวาดเศษผ้าทั้งหมดรวมเป็นก้อนเดียวกัน แล้วจึงนั่งยองๆ ลงด้วยกัน แยกเศษผ้าชิ้นใหญ่ออกมา ใส่เข้าไปในกระสอบข้างกายตัวเอง

ในเวลาไม่กี่นาที ทุกคนก็บรรจุเศษผ้าไปแล้วครึ่งกระสอบ

ต่อให้เอากลับไปเย็บต่อกันทำเป็นเสื้อผ้าให้เด็กๆ ก็ยังทำได้ไม่มาก

อู๋ซู่เฟินกำลังยัดเศษผ้าใส่กระสอบของตัวเองอย่างขะมักเขม้น หางตาก็เห็นเหมือนมีใครสักคนที่ยืนอยู่ที่ประตู

หล่อนหันไปมองและเห็นว่าเป็นหลินม่าย พลันผุดลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว แล้วทักทายด้วยรอยยิ้ม “ประธานหลิน คุณยังไม่กลับเหรอคะ?”

ในตอนนั้นพนักงานทำความสะอาดคนอื่นๆ เองก็เห็นหลินม่ายแล้วเช่นกัน ทั้งหมดลุกขึ้นมา ทักทายเธอด้วยความเคารพนอบน้อม

หลินม่ายตอบรับทีละคน จากนั้นจึงพูดกับอู๋ซู่เฟิน “มีธุระที่ยังจัดการไม่เสร็จนิดหน่อยน่ะค่ะ ก็เลยไม่ได้รีบกลับ”

“ประธานหลินทำงานหนักจริงๆ คุณต้องใส่ใจกับการพักผ่อนด้วยนะคะ”

อู๋ซู่เฟินเอ่ยแสดงความเป็นห่วงเล็กน้อย แล้วจึงเปลี่ยนประเด็น หล่อนชี้ไปที่กระสอบที่พวกหล่อนใส่เศษผ้าเอาไว้แล้วพูด “เศษผ้าพวกนี้ทั้งหมดไม่เอาแล้ว หัวหน้าเลยให้พวกเราเอาไปน่ะค่ะ”

พนักงานทำความสะอาดคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าเสริม สื่อว่าพวกหล่อนไม่ได้เอาเศษผ้าไปเองโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลินม่ายพูดอย่างใจดี “ตอนนี้บริษัทไม่ได้เอาเศษผ้าพวกนั้นมาใช้ประโยชน์อะไร พวกคุณจะเอาไปก็ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวสองวัน เศษผ้าพวกนี้จะถูกนำมาใช้ประโยชน์แล้ว มันจะไม่ใช่ขยะอีกต่อไป พวกคุณก็คงเอาไปไม่ได้แล้ว”

เหล่าพนักงานทำความสะอาดขานรับอย่างรวดเร็ว แต่ในใจกลับกำลังนึกกังขา ว่าเศษผ้าพวกนี้จะมีประโยชน์เท่าไรกันเชียว

แต่หลินม่ายได้วางแผนเอาไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว ว่าเธอสามารถเปิดโรงงานหัตถกรรมจากเศษผ้าเล็กๆ สักแห่งได้ โดยใช้เศษผ้าพวกนี้มาทำเป็นหมวก

ส่วนเศษผ้าที่มีขนาดใหญ่หน่อย ก็เอามาชั่งน้ำหนักขายต่อ

แม่บ้านที่มีความสามารถและยากจนเหล่านี้ซื้อกลับไปก็ยังสามารถเย็บต่อกันเพื่อทำเสื้อผ้าให้กับคนในครอบครัวได้

ในยุคนี้ คนจำนวนมากยังสวมใส่เสื้อผ้าที่มีรอยปะ เดิมทีเสื้อผ้าที่ปะต่อเย็บรวมกันนั้นไม่ได้มีใครคิดว่าเป็นเรื่องน่าขันเลย

หากเย็บต่อกันได้ดี ไม่เพียงไม่มีใครหัวเราะเยาะ และเมื่อสวมใส่บนร่างกายก็ยังดูไม่เลวอีกด้วย

ในตอนนั้นเอง ลุงยามเฝ้าประตูก็วิ่งเข้ามาด้วยความตื่นตระหนก

เมื่อเห็นหลินม่ายก็ตบต้นขาของตัวเองทีหนึ่ง แล้วพูดด้วยสีหน้าแห้งผาก “ประธานหลิน คุณมาถึงตรงนี้ได้ยังไงกันครับ ทำเอาผมตามหาไปทั่วเลยเชียว!”

หลินม่ายถาม “เกิดเรื่องอะไรเหรอคะ?”

“ครับ แถมยังเป็นเรื่องใหญ่เลยด้วย!” ลุงยามพูด “มีคนที่เรียกตัวเองว่าเป็นแม่สามีกับสามีของคุณนักออกแบบเถาขวางทางคุณนักออกแบบเถาอยู่ที่ประตู ไม่ยอมให้หล่อนไปเลยครับ คนที่เรียกตัวเองว่าเป็นแม่สามีกับสามีของคุณนักออกแบบเถายังลงมือทำร้ายคุณนักออกแบบด้วย คุณรีบไปดูหน่อยเถอะครับ!”

หลินม่ายวิ่งทะยานไปยังประตูโรงงานในทันที

แล้วเธอก็เห็นเถาจืออวิ๋นผมเผ้ากระเซิง เสื้อผ้าหลุดลุ่ย ดูเหมือนว่าจะอยู่ในสถานการณ์เสียเปรียบเป็นอย่างมาก

ชายหนุ่มคนหนึ่งปกป้องหล่อนเอาไว้ข้างหลัง และกำลังคุยกับแม่หม่าด้วยเหตุผล

แต่แม่หม่ากลับไม่ฟังแม้แต่คำเดียว ทั้งยังพูดอย่างเย่อหยิ่ง “แม่สามีจะตีลูกสะใภ้ตัวเองมันเกี่ยวอะไรกับเธอ ถึงต้องมาปกป้องหล่อน!…อ๋อ…เข้าใจแล้ว แกคงจะเป็นชายชู้ของลูกสะใภ้ฉันสินะ!”

คนที่ผ่านไปมาไม่น้อยชี้มือชี้ไม้ซุบซิบนินทามาที่ชายหนุ่มคนนั้นและเถาจืออวิ๋นทันที

เถาจืออวิ๋นก้าวออกมาจากด้านหลังจากชายหนุ่ม แล้วพูดกับแม่หม่าด้วยความโกรธเกรี้ยว “ฉันกับสหายคนนี้ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน คุณอย่ามาโจมตีใส่ร้ายคนอื่นแบบทุเรศๆ ที่นี่ให้มันมากนัก!”

“ฉันเหรอโจมตีใส่ร้าย?” แม่หม่าหัวเราะอย่างเย็นชา “เธออย่าแก้ตัวน้ำขุ่นๆ เลยดีกว่า! คนแปลกหน้าจะมาออกหน้าเพื่อเธอเหรอ? แล้วทำไมไม่มีคนแปลกหน้าที่ไหนมาออกหน้าเพื่อฉันเลยล่ะ!”

หลินม่ายพลันเดินเข้าไปพูดกับหล่อนด้วยสีหน้าเย็นชา “เพราะคุณมันเลวเกินไปไงล่ะ ก็เลยไม่มีคนแปลกหน้าที่ไหนมาออกหน้าแทนคุณ! ส่วนคนจิตใจดี จะมีใครมาออกหน้าช่วยเธอมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ตอนแรกที่พี่เถาสองแม่ลูกถูกคนรังแกบนรถไฟ ก็คนแปลกหน้าอย่างฉันนี่แหละที่ออกหน้าช่วยหล่อน! ตำรวจรถไฟก็ยังมีบันทึกที่ฉันช่วยพี่เถาอยู่ คุณจะไปตรวจสอบดูก็ได้ อย่าคิดว่าตัวเองเลวจนไม่มีใครช่วย แล้วนึกว่าคนอื่นทั้งโลกนี้ก็ไม่มีใครช่วยเหมือนกับคุณสิ!”

แม่หม่าโดนตอกหน้าจนพูดอะไรไม่ออก

ชายหนุ่มที่ปกป้องเถาจืออวิ๋นคนนั้นปรบมือขึ้นมาทันทีที่หลินม่ายพูดจบ เขาเอ่ยอย่างชื่นชม “พี่สะใภ้พูดได้เยี่ยมไปเลย!”

หลินม่ายหันกลับไปมอง และพบว่าชายหนุ่มคนนั้นก็คือฟางจั๋วเยวี่ย จึงพูดด้วยความประหลาดใจ “นายมาที่นี่ได้ยังไงกัน?”

ฟางจั๋วเยวี่ยเบ้ปาก “แม่ผมบอกว่าหล่อนคิดถึงผม เรียกให้ผมกลับบ้านไปกินข้าว แล้วผมก็เดินผ่านมาทางนี้”

หลินม่ายชี้หน้าแม่หม่าแล้วพูดขึ้น “คุณจบเห่แน่ กล้ามาใส่ร้ายน้องสามีในอนาคตของฉัน เตรียมรอโดนฟ้องร้องได้เลย!”

หม่าเทาที่คอยยืนประคองแม่หม่าอยู่ข้างๆ ตลอดลนลานขึ้นมา รีบพูดกับหลินม่าย “คุณอย่าไปถือสากับแม่ผมเลย ท่านอายุมากแล้ว ก็เลยชอบพูดจาเหลวไหลอยู่บ้างน่ะ!”

“แต่ผมถือ!” ฟางจั๋วเยวี่ยพูดอย่างดุร้าย “ทำไม? อายุมากแล้วจะทำร้ายจะว่าร้ายพวกเรายังไงก็ได้งั้นเหรอ? พวกคุณคิดว่าผมเป็นคนที่หาเรื่องกันได้ง่ายๆ เหรอ? ปู่ของผมเป็นข้าราชการอาวุโสเกษียณอายุของกองศิลปะวรรณกรรมแห่งปักกิ่ง พ่อของผมเองก็ไม่ใช่บุคคลทั่วไปหรอกนะ!”

ฟางจั๋วเยวี่ยไม่เคยเอาภูมิหลังของครอบครัวมาใช้ข่มเหงใครมาก่อน แต่เขาเกลียดขี้หน้าแม่หม่าที่พาลไปทั่วจนไม่ยอมฟังเหตุผลจริงๆ

คนอย่างหล่อนไม่หวั่นฟ้ากลัวดิน แต่กลัวอำนาจอิทธิพล อย่างนั้นใช้อำนาจขู่ให้หล่อนเสียขวัญก็พอแล้ว

แม่หม่าได้ยินดังนั้น ก็พลันตะลึงพรึงเพริด พูดอธิบายตะกุกตะกัก “ฉัน…ฉันไม่เคยคิดจะล่วงเกินคุณเลย ฉัน…ก็แค่มาตามลูกสะใภ้กลับไปทำงาน ไม่ให้หยุดงานโดยไม่รับค่าจ้างเท่านั้น ถ้าหยุดงานโดยไม่รับค่าจ้าง พวกเราทั้งครอบครัวคงต้องอดอยากไม่มีอันจะกินแน่แล้ว”

เถาจืออวิ๋นหัวเราะขึ้นมา “พวกคุณทั้งครอบครัวจะอดอยากแล้วมันเกี่ยวอะไรกับฉัน ฉันไม่ได้มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูพวกคุณทั้งครอบครัวนะ!”

เมื่อแม่หม่าเผชิญหน้ากับเถาจืออวิ๋น นางยังคงวางท่าหยิ่งยโสโอหัง “ใครบอกว่าเธอไม่มีหน้าที่เลี้ยงดูพวกเราทั้งครอบครัว? เธอเป็นลูกสะใภ้ของตระกูลเรา เธอก็ต้องเลี้ยงดูพวกเราสกุลหม่าทั้งตระกูล!”

หลินม่ายพูดอย่างเหลืออด “คุณนี่ช่างไม่เข้าใจกฎหมายเอาเสียเลย ลูกสะใภ้น่ะอย่าว่าแต่ไม่ได้มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูครอบครัวฝั่งสามีเลย แม้แต่พ่อแม่สามีก็ไม่มีหน้าที่ต้องเลี้ยง!”

แม่หม่าพูดด้วยความโมโห “พูดเหลวไหล!”

………………………………………………………………………………………………………………………

สารจากผู้แปล

คิดคำพูดดีๆ ตอกหน้ายัยแก่กับลูกชายสวะของหล่อนไปสักประโยคทีม่ายจื่อ เอาให้รู้สึกเหมือนโดนตบหน้ากลางจัตุรัสเทียนอันเหมินไปเลย

ไหหม่า(海馬)

Prev
Next
MY READING HISTORY
You don't have anything in histories
POPULAR MANGA
กระบี่จงมา
กระบี่จงมา
บทที่ 992.2 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 992.1 ดอกไม้แดงบนภูเขาเขียวดุจเพลิงลุกไหม้ 27 พฤศจิกายน 2024
323r
ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ
ตอนที่ 2138 จะทำลายพวกเจ้า 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2137 เทือกเขาแห่งความตาย 27 พฤศจิกายน 2024
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god)
ตอนที่ 2528 - การตัดแขน 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 2527 - ชำระหนี้แค้น 27 พฤศจิกายน 2024
61d44445LSpjhqcZ
เปิดระบบสุดโกงอัปสกิลหมอ
บทที่ 869 ที่หลบภัย 27 พฤศจิกายน 2024
บทที่ 868 ผมซับเหงื่อให้ครับ 27 พฤศจิกายน 2024
Full-time-Artist-ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิ
Full-time Artist ใครว่าผมไม่เหมาะเป็นศิลปิน
ตอนที่ 775 อาภรณ์หลวมโพรกมิเสียดาย เพื่อเจ้าข้าผ่ายผอมยอมอิดโรย 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 774 ผีเสื้อรักบุปผา 27 พฤศจิกายน 2024
นิยายแปล-~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย-~-ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
[นิยายแปล] ~จ้าวนักสู้เกิดใหม่ทั้งทีดันเป็นนางร้าย ~ ลูน่าอยากรีไทร์แล้ว
ตอนที่ 53 - 030:แผนการฝึกนักบุญ⑦ ค้นหาศัตรู 27 พฤศจิกายน 2024
ตอนที่ 52 - 029:แผนการฝึกนักบุญ⑥ ก่อนการต่อสู้ 27 พฤศจิกายน 2024
Here for more Popular Manga

Comments for chapter "ตอนที่ 345 แม่หม่าทำร้ายคน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น ยกเลิกการตอบ

You must Register or Login to post a comment.

  • HOME
  • COOKIE POLICY

© 2026 Madara Inc. All rights reserved